ดิสเบรกตรวจเช็คและดูแลรักษาอย่างไร ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ดิสเบรกตรวจเช็คและดูแลรักษาอย่างไร ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ดิสเบรกเป็นส่วนหนึ่งของยานพาหนะแทบจะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ จักรยานยนต์ รถไฟ หรืออื่น ๆ เพราะหากไม่มีอุปกรณ์ชิ้นนี้แล้วล่ะก็ อาจจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกันทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดอย่างแน่นอน

เห็นความสำคัญที่มีของเบรกขนาดนี้แล้ว เรามาดูกันดีกว่า ว่าเบรกนั้นเป็นอย่างไร และที่เรียกกันว่าดิสเบรกนั้น เอาไว้ทำอะไรกันแน่ รวมไปถึงวิธีเช็คและวิธีดูแลรักษาให้ดิสเบรกนั้นใช้งานได้ยาวนานนั้นทำได้อย่างไรบ้าง

ดิสเบรก คืออะไร?

ต้องบอกก่อนว่า หน้าที่หลักๆของดิสเบรกนั้นคือการบีบจานเหล็กเข้ากับล้อ เพื่อให้รถยนต์ชะลอความเร็วลงและหยุดได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ โดยมีส่วนประกอบ ดังนี้

1. จานดิสเบรก

เป็นแผ่นเหล็กที่มีหน้าที่ช่วยในการระบายและกระจายความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะที่เบรก ซึ่งจานดิสเบรกนั้นก็มีอยู่หลากหลายประเภท ดังนี้

  • จานเบรกแบบธรรมดา เป็นจานเบรกที่ใช้กันในรถยนต์ทั่วๆไป
  • จานเบรกแบบเซาะร่อง ที่ให้แรงเสียดทานที่ดีกว่า อีกทั้งยังช่วยให้อากาศไหลผ่านได้ดีกว่า แบบธรรมดา ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะพบเห็นการใช้จานเบรกประเภทนี้ในรถแข่งเป็นส่วนใหญ่
  • จานเบรกแบบคู่ เหมือนกับจานเบรกแบบธรรมดาทุกอย่างแต่เพิ่มจานเบรกมาเป็น 2 อัน และมีใบพัดที่ช่วยให้จานเบรกเย็นลงได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2. ผ้าดิสเบรก

ผ้าเบรกส่วนใหญ่มักจะผลิตโดยผสมจากไฟเบอร์และเรซิน ซึ่งจะคั่นเอาไว้อยู่ระหว่างกลางของผ้าเบรกและดิสเบรก ซึ่งมีไว้เพื่อจะเอาไว้ตรวจเช็คความสึกของผ้าเบรกนั่นเอง

3. คาลิปเปอร์หรือก้ามปู

คาลิปเปอร์นั้นจะติดตั้งครอบลงไปบนจานดิสเบรก ภายในจะประกอบไปด้วยผ้าเบรก ซึ่งตัวคาลิปเปอร์นี้จะไม่หมุนไปตามล้อ แต่ลูกสูบภายในที่รับน้ำมันเบรกมาจะดันตัวผ้าเบรกที่อยู่ภายในนั้นให้ไปประกบกับดิสเบรก ทำให้รถชะลอตัวลง

ประเภทของดิสเบรก

1. ดิสเบรกแบบคาลิปเปอร์ยึดอยู่กับที่ (Fixed Position Disc Brake)

ภายในคาลิปเปอร์จะมีผ้าเบรกอยู่ 2 แผ่น ที่ลูกสูบภายในจะบีบให้ผ้าเบรกเป็นเพียงที่ยึดของลูกปั้มประกบเข้ากับจานเบรก ดิสเบรกแบบนี้จะมีทางเดินน้ำมันอยู่ภายในตัวคาลิปเปอร์ และก็ตามชื่อประเภทเลย คือ ตัวคาลิปเปอร์นั้นจะไม่ขยับเขยื้อนในขณะที่เบรกทำงาน

2. ดิสเบรกแบบคาลิปเปอร์แกว่งได้ (Swinging Caliper Disc Brake)

ดิสเบรกแบบนี้จะมีผ้าเบรกอยู่ 2 แผ่น เหมือน ๆ กับแบบแรก แต่ที่แตกต่างกันเลยคือ จะมีแผ่นหนึ่งที่ติดอยู่กับคาลิปเปอร์ ส่วนผ้าเบรกอีกแผ่นจะติดอยู่กับลูกสูบ ที่จะคอยดันให้ผ้าเบรกมาประกบเข้ากับจานเบรก ซึ่งตัวคาลิปเปอร์นั้นจะสามารถขยับไปมาได้ ดิสเบรกประเภทนี้ใช้ในรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในท้องตลาด

3. ดิสเบรกแบบเคลื่อนที่ไปมาได้ (Sliding Caliper Disc Brake)

ดิสเบรกแบบนี้ จะมีหลักการคล้ายๆกับแบบแรก แต่แบบแรกนั้นจะบีบแค่ตัวลูกปั้ม แต่ดิสเบรกแบบเคลื่อนที่ไปมาได้นั้น จะบีบผ้าเบรกโดยตรงทั้ง 2 แผ่น ให้เข้ากับจานเบรก ทำให้ดิสเบรกแบบนี้สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้นั่นเอง

วิธีเช็คหากดิสเบรกเริ่มมีปัญหา

ความอันตรายสูงสุดที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ที่อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลย คือ เรื่องไม่สามารถเบรกได้เวลาที่เหยียบเบรก สาเหตุหนึ่งเลยมาจากการที่ผู้ขับขี่นั้นมักจะละเลยต่อการตรวจเช็ค ซึ่งมาดูกันว่ามีวิธีใดบ้างที่บ่งบอกถึงว่าดิสเบรกนั้นเริ่มเสื่อมสภาพ หากเกิดสิ่งเหล่านี้แล้ว อย่าปล่อยทิ้งเอาไว้นาน

1. เบรกแล้วมีเสียงดัง

หากในขณะที่คุณกำลังเบรกมีเสียง “จี๊ดๆ” เสียงเหมือนเหล็กเสียดสีกัน นั่นแสดงว่าผ้าเบรกที่อยู่ภายในดิสเบรกของคุณเริ่มสึกหรอและใกล้จะหมดแล้ว หากเกิดอาการนี้แล้วควรรีบเปลี่ยนผ้าเบรกให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะทำให้เบรกของรถยนต์พังเสียก่อน

2. ขณะที่เหยียบเบรกแล้วรถมีอาการส่าย

การที่รถยนต์ส่ายนั้นเกิดได้จากหลากหลายปัจจัยเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากเกิดการส่ายของตัวรถยนต์ในขณะที่เบรกแล้วล่ะก็ นั่นแสดงให้เห็นว่า เบรกในรถยนต์ของคุณกำลังมีปัญหาเข้าให้แล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือการส่งไปให้ช่างตรวจสอบและแก้ปัญหา ก่อนที่รถของคุณจะเบรกไม่ได้เสียก่อน

3. ขณะที่เหยียบเบรกมีอาการสั่นที่พวงมาลัย

หากคุณเหยียบเบรกเพื่อชะลอรถแล้วพบว่าพวงมาลัยมีอาการสั่น เหมือนรถไม่มีความมั่นคงและควบคุมไม่ได้ที่พวงมาลัย นอกจากเป็นปัญหาที่เบรกแล้ว อาจจะมีปัญหาจากที่อื่นร่วมด้วยก็เป็นได้

4. ต้องใช้แรงมากขึ้นในการเหยียบเบรก

อาการที่ต้องใช้แรงมากขึ้นในการเหยียบเบรกนั้น มักเรียกๆกันว่า “เบรกตื้อ” เป็นอาการที่ต้องเหยียบเบรกแรงขึ้น ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากหลากหลายอย่างเป็นอย่างมาก ควรส่งให้ช่างที่ชำนาญตรวจสอบและแก้ไข

ดูแลดิสเบรกอย่างไรให้ใช้งานได้นาน

ดิสเบรกนั้นก็มีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปตามส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในดิสเบรก ซึ่งการดูแลรักษาให้เบรกนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น โดยมีวิธีดูง่าย ๆ ดังนี้

1. ตรวจดูผ้าเบรกอยู่เสมอ

อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นแล้วว่า “ผ้าเบรกนั้นเป็นส่วนประกอบหนึ่งภายในดิสเบรก” ที่มีหน้าที่ในการหนีบจานเบรกและชะลอรถ ดังนั้นการตรวจดูผ้าเบรกไม่ให้สึกหรอจนเกินไป (ไม่น้อยกว่า 7 มิลลิเมตร) หรือควรเปลี่ยนทุกๆการขับขี่ไปแล้ว 30,000 – 40,000 กิโลเมตร

2. เปลี่ยนน้ำมันเบรก

หลายๆท่านอาจจะไม่ทราบเบรกนั้นมีน้ำมันด้วยเหรอ จริงๆแล้วน้ำมันเบรกนั้น คือ สารผสมที่มีหน้าที่ดูดซับความชื้นภายในเบรกนั่นเอง ซึ่งน้ำมันเบรกนั้นควรเปลี่ยนตามที่กำหนดเอาไว้ ทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือปีละ 1 ครั้ง และควรใช้น้ำมันที่เป็นเกรดเดียวกันกับของเดิมที่ใช้อยู่

3. ทำความสะอาดจานเบรก

การทำความสะอาดจานเบรกนั้นจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เห็นถึงสภาพโดยรวมของจานเบรกว่ามีการสึกมากน้อยขนาดไหน หรือมีรอยจากการโดนเศษหินตามท้องถนนมาโดนจนบิ่นหรือร้าว ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรที่จะเปลี่ยนจากเบรกใหม่โดยเร็ว แต่ถ้าหากไม่มีก็อาศัยการทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือทินเนอร์

4. ตรวจเช็คสายน้ำมันเบรก

หากว่าอายุเบรกในรถยนต์ของเรามีอายุการใช้งานที่ยาวนานแล้วล่ะก็ สายน้ำมันเบรกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องตรวจเช็คและบำรุงรักษา ด้วยความที่สายเหล่านี้ต้องทนความร้อนที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีโอกาสที่สายเหล่านี้จะเสื่อมสภาพและกรอบไปตามกาลเวลา หากปล่อยทิ้งเอาไว้ อาจจะทำให้น้ำมันเบรกรั่วในระหว่างขับรถและทำให้ไม่สามารถเบรกได้ ก็จะก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงได้เลย

5. ตรวจเช็คระบบเบรก

การตรวจเช็คระบบเบรกทั้งหมดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ก็เป็นการที่ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้กับดิสเบรกของเรา ซึ่งขั้นตอนการตรวจเช็คระบบนั้น มีดังนี้

1. เปิดฝากระโปรงหน้ารถ และตั้งขาค้ำฝากระโปรง

2. หากระปุกน้ำมันเบรกและตรวจให้ระดับของน้ำมันเบรกอยู่ในระดับที่กำหนด

3. น้ำมันเบรกต้องมีความใสเสมอ หากเห็นว่าเริ่มดำ ควรที่จะเปลี่ยนใหม่

4. ตรวจดูหม้อลมเบรก (ที่อยู่หลังกระปุกน้ำมันเบรก) ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ

5. มองหาชุดระบบเบรก ABS แล้วตรวจเช็คว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

6. เริ่มจากตรวจเช็คที่สายน้ำมันเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้

7. ตรวจดูที่จานเบรกว่าบาง และมีรอยสึกเสมอกันทั่วทั้งวงหรือไม่ ถ้าบางมากควรเปลี่ยน

8. ตรวจเช็คผ้าเบรก โดยใช้ไฟฉายส่องดูแนวร่องกลางผ้าเบรก ถ้าร่องเริ่มตื้น ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

9. ตรวจดูชุดคาลิปเปอร์เบรก ให้สามารถประกบผ้าเบรกกับจานเบรกได้แนบสนิท

10. ตรวจเช็คระยะเบรกจากแป้นเบรก ต้องมีความตื้นหรือลึกของระยะเบรกให้พอดี

สรุปท้ายบทความ

ดิสเบรกของรถยนต์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถชี้ชะตาของผู้ขับขี่บนท้องถนนได้เลยทีเดียว วิธีการดูแลรักษาดิสเบรกนั้นจะช่วยให้เบรกนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงและยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ หากดูแลดิสเบรกได้ไม่ดีพอ

ทั้งนี้การที่ได้ทราบถึงสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเบรกนั้นเริ่มปัญหา จะทำให้ผู้ขับขี่นั้นได้รับรู้และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที โดยการที่ส่งรถยนต์ที่รัก ให้แก่ช่างผู้ชำนาญได้แก้ ก่อนที่จะขับขี่ย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้อุ่นใจทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย

สุดท้ายนี้บทความนี้ก็ได้ให้คำตอบเป็นที่เรียบร้อยในเรื่องของวิธีการตรวจและบำรุงรักษาดิสเบรกให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติที่สุด หากใครที่กำลังมองหาบริการเปลี่ยนดิสเบรก ผ้าเบรก หรือหากต้องการซ่อมรถยนต์ในส่วนอื่นๆ สามารถมาหาได้ที่ Kaidee Auto