Apr 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
ขอบคุณรูปจาก nssmag
การแต่งห้อง และการแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่น ดาร์ก อคาเดเมีย (Dark Academia) อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากในประเทศไทย แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าที่ต่างประเทศ แฟชั่น ดาร์ก อคาเดเมีย ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะในหมู่คนมีอายุ วัยทำงาน และก็เป็นที่น่าแปลกใจที่กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ หรือเด็ก Gen Z ทั้งหลายต่างก็ได้แสดงความชอบ และหลงใหลแฟชั่นที่ว่านี้เช่นกัน ถึงขั้นมีคำเรียกติดปากในหมู่วัยรุ่นกันว่า “Dark Academia Aesthetic” เลยทีเดียว
แล้วทำไมล่ะ ทำไมถึงวัยรุ่นสมัยใหม่ กลับดันชอบแฟชั่น สไตล์วินเทจ คลาสสิก มืดๆ ไม่มีสีสันพวกนี้…….
แล้วเพราะอะไรกันนะ เทรนด์นี้ถึงได้กลายมาเป็นสไตล์ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้หลายที่ ไม่ว่าจะกับการตกแต่งห้อง วิธีจัดวางชั้นหนังสือ กลายเป็นแนวเพลง และแน่นอนว่ามันก็ได้กลายเป็นสไตล์การแต่งตัวเช่นกัน
วันนี้เรามีคำตอบมาให้ได้เข้าใจกัน และไม่แน่นะคะ เมื่ออ่านบทความนี้จบ สไตล์การแต่งตัว หรือห้องนอนของเพื่อนๆ อาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้ ใครจะรู้
“ดาร์ก อคาเดเมีย (Dark Academia) คืออะไรกันแน่”
ขอบคุณรูปจาก dubeat
ก่อนอื่นเพื่อนๆ ต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า ดาร์ก อคาเดเมีย ไม่ใช่คำเรียกกลุ่มลัทธิ ไม่ใช่ชื่อองค์กร และที่สำคัญมันไม่ใช่คำอธิบายเรียกกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้าพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ดาร์ก อคาเดเมีย เป็นคำที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อใช้อธิบาย ไลฟ์สไตล์ ของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้อินสไปเรชันมาจาก สถาปัตยกรรม และการออกแบบภายในจากฝั่งตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ 20 นั่นเอง
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองนึกภาพ ศาสตราจารย์ ผูกเนคไทเนี้ยบๆ ใส่เสื้อไหมพรม สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบปราสาท ในหนังฝรั่งเก่าๆ ดูนะคะ พอเห็นภาพกันชัดขึ้นไหมเอ่ย
ถ้ายังไม่ชัด เรามาดูตัวอย่างหนังดังที่มีบรรยากาศแบบ ดาร์ก อคาเดเมีย เป็น Mood ในการดำเนินเรื่องกัน
Harry Potter

เริ่มกันที่หนังดังในตำนานกันก่อนเลย
‘Harry Potter’ เป็นอีกเรื่องที่ให้ฟิล ดาร์ก อคาเดเมีย ได้ชัดเจน เนื่องจากตัวเรื่องส่วนใหญ่นั้น เกิดขึ้นที่ ฮอกวอตส์ (Hogwarts) ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ และที่มีสถาปัตยกรรมแบบปราสาท จึงให้บรรยากาศดาร์กๆ แต่ยังคงความคลาสสิกตรงกับ สไตล์ ดาร์ก อคาเดเมียเป็นที่สุด
Queen’s Gambit

ถึงแม้ว่าเรื่อง ‘Queen’s Gambit’ จะไม่ได้มีเนื้อเรื่องอยู่ในปราสาทใหญ่โต แต่ต้องบอกเลยว่า เสื้อผ้า หน้าผม ของตัวละครทุกตัว บ่งบอกถึงแฟชั่น ดาร์ก อคาเดเมีย ได้อย่างเยี่ยมยอดมากๆ ตั้งแต่ เสื้อคอเต่าสีเอิร์ธโทน รองเท้าบูต ถุงน่องดำ นาฬิกาสายหนังหน้าปัดแบบอนาล็อก เป็นต้น
Kill Your Darling

‘Kill Your Darling’ เป็นหนังที่เรียกได้ว่าบรรยายความเป็น ดาร์ก อคาเดเมีย ได้อย่างลงตัวที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งบรรยากาศที่ย้อนยุคไปยังลอนดอนปี 1940, คอสตูมของนักแสดง, และเรื่องราวที่ลึกลับออกแนว ทริลเลอร์ (Thriller) ถ้าใครใจแข็งพอ รับการจบแบบไม่แฮปปี้ได้ แนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ ถูกใจแน่นอน
ตามที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ดาร์ก อคาเดเมีย เป็นไลฟ์สไตล์ เพราะฉะนั้นจึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้ง สไตล์การตกแต่งบ้าน และแฟชั่นการแต่งตัว

การแต่งตัวตามแฟชั่น ดาร์ก อคาเดเมีย จะเน้นความมินิมอล เรียบง่าย แต่คงความวินเทจด้วยการใช้สี น้ำตาล เบจ ดำ ขาว และสีเอิร์ธโทนอื่นๆ ดังนั้นสีฉูดฉาดอย่างสีแดงมองข้ามไปได้เลยค่ะ ส่วนประเภทของเสื้อนั้น จะนิยมใช้เป็นเสื้อคอเต่า เสื้อสเว็ตเตอร์ รองเท้าหนัง เข็มขัดเส้นเล็กสีดำ เป็นต้น
การแต่งห้องแบบ Dark Academia
เพราะการแต่งตัวตามสไตล์ ดาร์ก อคาเดเมีย นั้นค่อนข้างง่าย ตรงกันข้ามกับการแต่งห้องที่จำเป็นต้องมีความพิถีพิถัน ในการเลือกของตกแต่งให้เหมาะสม จึงจะได้มาซึ่งสไตล์ห้องแบบที่เราต้องการ วันนี้เราเอาเคล็ดลับการตกแต่งห้องยังไงให้ได้ฟิลล์แบบ ดาร์ก อคาเดเมีย มาฝากกัน มาดูกันเลยค่ะ
1. เฟอร์นิเจอร์ ต้องคุมโทน
ขอบคุณรูปจาก womanology
จะเห็นได้ว่าห้องสไตล์ ดาร์ก อคาเดเมีย จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้จริง (Solid Wood) ซึ่งต่างจากสไตล์ห้องโมเดิร์นในปัจจุบัน ที่นิยมใช้ไม้ เอ็มดีเอฟ แทนการใช้ไม้จริง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา และทนทานต่อความชื้น
เฟอร์นิเจอร์ไม้ในห้อง ยกตัวอย่างเช่น โต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ พื้นเตียงไม้ และตู้เสื้อผ้าไม้ ส่วนไม้ที่นิยมนำมาใช้นั้นได้แก่ ไม้มะฮอกกานี, ไม้วอลนัท, ไม้เชอรี่ เป็นต้น
เนื่องจากห้องมีเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก พาเลทสีของของตกแต่งภายในห้องควรจะเป็นสีเอิร์ธโทน หรือสีโทนเข้ม อย่างเช่น สีน้ำตาล สีเทา สีขาว สีเบจ สีเขียวตุ่น หรือสีแดงเลือดหมู เพราะสีเหล่านี้เข้ากันกับสีของเนื้อไม้ได้ดี สมดุลกัน และไม่ทำให้สีใดสีหนึ่งโดดเด่นขึ้นมามากจนเกินไป
2. ตัดแปะ ที่ผนังห้อง
ขอบคุณรูปจาก okchicas
วิธีเพิ่มความวินเทจ และความคลาสสิกให้ตัวห้อง โดยไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ นั่นก็คือการนำเอาศิลปะมาตกแต่งที่ผนังห้องค่ะ แนะนำให้ใช้เป็นรูปวาดศิลปะยุคกรีกหรือโรมัน เพื่อให้เข้ากับธีมหลักของห้อง นอกจากนี้สีที่ใช้กับศิลปะของยุคนั้น ได้แก่ สีครีม ขาว แดงก่ำ และสีเข้มอมน้ำตาลแดง ซึ่งจะให้ฟิลคลาสสิกได้เป็นอย่างดี
แต่ถ้าใครทุนน้อยจริงๆ การฉีกหน้ากระดาษจากหนังสือเก่าๆ มาแปะที่ผนัง ก็เก๋ ดูวินเทจ ไปอีกแบบนะคะ
3. กระจกบานใหญ่ ขาดไม่ได้
ขอบคุณรูปจาก eslamoda
นอกจากกระจกจะเอาไว้ส่องดูความสวย และความเรียบร้อยของตัวเองแล้ว กระจกยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญในการแต่งห้องเช่นกัน
กระจกหลุยส์วินเทจขอบสีทอง เป็นกระจกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องด้วยตัวกระจกที่มีสีทองเป็นองค์ประกอบหลัก จึงสามารถช่วยยกระดับความหรูหราให้ตัวห้อง และในขณะเดียวกันยังเพิ่มความคลาสสิกได้ดี
ยิ่งถ้าขอบสีทองของกระจก มีรอยขีดข่วน หรือมีร่องรอยการลอกบริเวณขอบนิดหน่อยแล้วนั้น ยิ่งจะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ บ่งบอกถึงอายุการใช้งาน และเป็นการช่วยเพิ่มเรื่องราวให้กับตัวห้องของเพื่อนๆ ได้อีกด้วย
4. อย่าลืม ชั้นหนังสือ
ขอบคุณรูปจาก aesthetics.fandom
แน่นอนที่สุด สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์การตกแต่งห้องแบบ ดาร์ก อคาเดเมีย นั่นก็คือ ชั้นหนังสือ ที่เต็มไปด้วยหนังสือคลาสสิก หรือที่เรียกว่า หนังสือแนว Literature ยกตัวอย่างเช่น Romeo & Juliet และ บทกวี ต่างๆ นั่นเองค่ะ
ทำไมต้องเป็นหนังสือคลาสสิกเพื่อนๆ สงสัยกันไหม เพราะหนังสือคลาสสิกส่วนใหญ่มีหน้ากระดาษสีน้ำตาลอ่อน ต่างจากหนังสือนิตยสาร ที่เน้นไปทางสีสัน จึงอาจจะทำร้ายความวินเทจของห้องได้นั่นเอง
5. เทียนหอม เพิ่มฟิลโรแมนติก
ต้องบอกเลยว่า ไม่มีสิ่งใดที่สามารถช่วยสร้างบรรยากาศละมุน อบอุ่น สุดคลาสสิกไปได้ดีไปกว่าเทียนหอมอีกแล้ว นอกจากการจุดเทียนหอมจะช่วยทำให้ห้องมีความ Cozy ขึ้น ด้วยสีเหลืองอ่อนๆ จากไฟเทียนที่คุณจุด ซึ่งได้สะท้อนไปทั่วห้องแล้ว แน่นอนว่าหน้าที่หลักของเทียนหอมคือ การส่งกลิ่นหอม นั่นเอง
กลิ่นหอมจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ลดไมเกรน แล้วยังทำให้นอนหลับสบายได้อีกด้วย

เทียนหอมคุณภาพ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ยาวนาน ไม่ฉุนให้ปวดหัว เราขอแนะนำ เทียนหอมจาก Jo Malone เลยค่ะ กลิ่น ‘Peony Blush Suede’ เป็นกลิ่นหวานอ่อนๆ ผลไม้นิดๆ เพียงพอที่จะทำให้น้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่น แต่ไม่ปวดหัวแน่นอน
ขอบคุณรูปจาก Jo Malone

แต่สำหรับใครที่ทุนน้อย เทียนหอม Bath & Body Works ก็ดีไม่แพ้กันค่ะ แถมยังมีกลิ่น ยูนิคๆ ให้เลือกมากมาย กลิ่นที่เหมาะกับบรรยากาศแบบ ดาร์ก อคาเดเมีย ที่สุด ขอยกให้เป็นกลิ่น ‘Campsite Coffee’ เลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้กลิ่นของเมล็ดกาแฟ เหมือนได้ยกสตาร์บัคมาไว้ในห้องแล้ว ยังได้กลิ่นเตาผิง และกลิ่นมาร์ชเมลโลไหม้เบาๆ ลอยตามกลิ่นกาแฟมาอีกด้วย
ขอบคุณรูปจาก jacampustrading
สรุปท้ายบทความ
เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย หวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจสไตล์ ดาร์ก อคาเดเมีย กันมากขึ้นนะคะ แต่อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า คำว่า ดาร์ก อคาเดเมีย ไม่ได้เป็นคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายเรียกกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง แต่เป็นแฟชั่น หรือเป็นไลฟ์สไตล์ที่มีผู้คนจำนวนมากหลงใหล
ถ้าเพื่อนๆ อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกคันไม้คันมือ อยากลองตกแต่งห้องให้ได้ฟิลแบบ ดาร์ก อคาเดเมีย ดูบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนดี ที่ไหนขายเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งห้องวินเทจบ้างนะ “Look No Further” เลย ที่ Kaidee เรามีเฟอร์นิเจอร์ทุกแบบ ทุกแนว ให้ได้เลือกดูกันแบบจุๆ คลิกเลย
Feb 1, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เทียนหอม กลายเป็นไอเท็มฮอต ที่หลายคนเลือกไปเป็นอุปกรณ์แต่งบ้าน กลิ่นเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่สามารถดึงดูดความสนใจของเราได้เป็นอย่างดี และกลิ่นยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และปลอดภัยกับเราได้อีกด้วย เทียนหอมจึงกลายเป็นอีกหนึ่ง Decorate item เป็นที่ต้องการของนักแต่งห้องสายมินิมอล และคนที่ชอบให้บรรยากาศในห้องรู้สึกผ่อนคลาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จัก 5 แบรนด์เทียนหอม สุดหอมที่สร้างบรรยากาศที่ดี และหอมอบอวลในห้องนอน และในบ้านของเรา
เทียนหอม 5 แบรนด์ ที่บอกเลยว่า หอมจับจิต จุดตอนไหนก็ติดใจ
หากใครอยากลองเข้าวงการเทียนหอม แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเทียนหอมแบรนด์ไหนดี ลองมาดู 5 แบรนด์เทียนหอมที่หอมจับใจ จุดตรงไหนก็เคลิ้ม ไปเลย
BYREDO
เทียนหอมต้นกำเนิดจากสวีเดน ชื่อเสียงเรียงนามอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก อย่าง Byredo แบรนด์น้ำหอม Luxury เกิดขึ้นในปี 2006 โดย Ben Gorham จุดเด่นของแบรนด์ Ben Gorham ตั้งใจให้ Byredo เป็นแบรนด์คุณภาพสูง ที่สามารถสื่อสารอารมณ์และบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำต่างๆผ่านผลิตภัณฑ์ได้ Byredo เป็นแบรนด์ที่ปฏิวัติวงการสินค้าให้ดู modern luxury มากขึ้น แต่ด้วยความ High-end-Luxury ของแบรนด์ Byredo ทำให้แบรนด์นี้ถูกขนามนามว่าเป็น Niche Brand ของวงการเครื่องหอม
แต่แบรนด์เครื่องหอมจาก Stolkholm อย่าง Byredo ไม่ได้มีแค่น้ำหอมเพียงเท่านั้น Ben Gorham ตั้งใจทำผลิตภัณฑ์เทียนหอมขึ้นมา เพื่อให้เทียนหอมเป็นอีกหนึ่งไอเท็ม ที่จะช่วยถ่ายทอดความรู้สึก และทำให้เราจดจำสถานการณ์ต่างๆ ได้ผ่านกลิ่นสัมผัสที่ทาง Byredo ได้ตั้งใจทำขึ้น แม้ว่า Byredo จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่กลิ่นที่ยูนิคและความเฉพาะของแบรนด์นี้ ทำให้ Byredo กลายเป็นแบรนด์น้ำหอมที่บุกตลาดเทียนหอม และครองใจสาวกเทียนหอมได้อย่างมาก
กลิ่นแนะนำ : Bibliothèque ให้ความรู้สึกอบอุ่น โคซี่ ด้วยการผสมผสานกันของกลิ่นลูกพลัม วานิลลา
Cr. www.byredo.com
DIPTYQUE
แบรนด์เครื่องหอมสุดหรู ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1961 บนถนน Boulevard Saint-Germain ที่เมืองแฟชั่นอย่างฝรั่งเศส ผู้นำด้านความหรูหรา รวมถึงศิลปะในการใช้ชีวิต ที่ชื่อคุ้นหู อย่าง DIPTYQUE ด้วยความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ บวกกับงานศิลปะที่แบรนด์ดังของฝรั่งเศส ตั้งใจบอกเรื่องราวต่างๆผ่านเครื่องหอมของ DIPTYQUE ที่ทางแบรนด์ตั้งใจทำออกมา ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่เพศใดเพศหนึ่ง แต่เป็น DIPTYQUE คือ Unisex Brand
นอกจากเอกลักษณ์กลิ่นหอมของเทียนหอม DIPTYQUE แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นก็คือ การบอกผ่านงานศิลปะ การบอกเรื่องราวต่างๆ สถานที่ ผู้คน ผ่านผลิตภัณฑ์ของ DIPTYQUE ทำให้เราจดจำความรู้สึกในช่วงเวลานั้น เมื่อเราได้กลิ่นหอมๆ ยามที่เราจุดเทียนหอม ทำให้ห้องของเราหอมฟุ้ง ไม่น่าเบื่อ มีสีสัน และอบอุ่นไปพร้อมๆกัน
กลิ่นแนะนำ : Baies
Cr. www.diptyque.com
Jo Malone London
อีกหนึ่งแบรนด์น้ำหอมจากเมืองผู้ดี London ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมหวน ชวนให้ใครๆก็หลงรัก ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1994 หากคุณได้ประทิน Jo Malone ลงบนผิวกาย หรือใช้เป็นไอเท็มในบ้าน รูปแบบแพ็กเกจจิ้ง การออกแบบบรรยากาศรอบข้าง จนไปถึงเอกลักษณ์ความหอมของ Jo Malone จะช่วยส่งลุคของคุณให้คุณดูสง่างาม หรูหราและคลาสสิค ราวกับมาจากตระกูลผู้ดีแห่งเมืองอังกฤษ
ผลิตภัณฑ์ของ Jo Malone ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำหอม ที่ชวนให้ผู้คนหลงใหล แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อย่างโคโลญจน์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการปรับอากาศภายในบ้าน และไอเท็มติดบ้านอย่างเทียนหอม Jo Malone ทำเครื่องหอมขึ้นมาหลายสไตล์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างในทุกๆสไตล์ ที่มีการคัดสรรวัตถุดิบพิเศษจากผลไม้ เครื่องเทศ หนังสัตว์ และกลิ่นพิเศษโดดเด่น ในประเทศอังกฤษ หากคุณเป็นหนึ่งคนที่รักในเทียนหอม และเลือกให้ Jo Malone เป็นไอเท็มในบ้านของคุณ คุณจะกลายเป็นผู้ดีได้ทุกวัน เหมือนอยู่กลางเมืองอังกฤษเลยล่ะ
กลิ่นแนะนำ : English Pear & Freesia, Peony & Blush Suede, Wood Sage & Sea Salt
cr. www.Jomalone.com
Ma Chandelle
Ma Chandelle แบรนด์เครื่องหอมฝีมือคนไทย ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นยอดจากฝรั่งเศส นำมารังสรรค์เทียนหอมแบบผสมผสานกลิ่นอายของชาวปารีเชียง จุดเด่นของ Ma Chandelle คือการใช้น้ำมันถั่วเหลืองธรรมชาติ ที่เป็นมิตรต่อผู้ได้รับกลิ่น และสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น มั่นใจได้เลยว่า กลิ่นจากควันเทียน ไม่มีสารพิษที่ทำร้ายร่างกายเราอย่างแน่นอน แถมยังให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกลิ่นอายของความเป็นไทยอีกด้วย
ใครที่ชอบกลิ่นธรรมชาติ หรือความหวานหอมในบรรยากาศ Ma Chandelle ได้คัดวัตถุดิบผลิตเทียนหอม จากธรรมชาติทั้ง เจอราเนียม มะลิ คาโมมายล์ โบตั๋น แต่ความพิเศษของวัตถุดิบของ Ma Chandelle ทุกอย่างถูกนำเข้าจากฝรั่งเศส หลังจากที่เห็นวัตถุดิบแล้ว คงคาดเดาได้ไม่ยากเลยว่า เทียนหอมของ Ma Chandelle จะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย และอภิรมย์แก่ผู้ได้กลิ่น
กลิ่นแนะนำ : Le Chao Phraya
Cr. www.machandelle.com
Pañpuri
แบรนด์เครื่องหอมชื่อดัง ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ และยังโดดเด่นในเรื่องของการนำประโยชน์ของวัตถุดิบออร์แกนิคมาผลิตเครื่องหอมต่างๆ Pañpuri คือแบรนด์ไทยที่เข้าสู่วงการเครื่องหอมจนกลายเป็น Thai Luxury Brand ภายใต้แนวคิด Happier-Healthier-More Beautiful หรือการทำให้ลูกค้ามีความสุขมากขึ้น-สุขภาพดีขึ้น-สวยขึ้น
Pañpuri แบรนด์เครื่องหอมที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยผลิตภัณฑ์เทียมหอมที่ตอบโจทย์เหล่าสาวกเทียนหอม ด้วยการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ปิดไฟ แล้วเปิดเพลงคลอเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสปา บอกได้เลยว่า Pañpuri แค่ชิ้นเดียว ก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้รับการปฏิบัติประหนึ่งว่าได้รับการทำสปาในสปาระดับ High-End เลยทีเดียว
กลิ่นแนะนำ : Bagan Dawn
cr. www.panpuri.com
ชอบไปสปา แต่ไม่อยากเสียเงินเยอะ บ้านของเราสามารถสร้างเป็นสปาได้
กลิ่น เป็นสิ่งที่ปรับความรู้สึกของเรา และทำให้เราจดจำสัมผัส ระลึกย้อนจำภาพในวันเก่าๆได้เป็นอย่างดี เวลาร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า เรารู้สึกอยากผ่อนคลายด้วยการนวดหรือทำสปา แต่จะบอกว่า ถ้าหากคุณอยากได้บรรยากาศสปา ชอบไปสปามาก แต่โควิดมาแบบนี้ มีความเสี่ยงมากเกินไป งั้นเริ่มจากวิธีง่ายๆโดยการซื้อเทียนหอมดีๆสักหนึ่ง จัดบรรยากาศห้องให้ดูเหมาะแก่การพักผ่อน แบบนี้คงไม่อยากลุคออกไปไหนเลยแน่ๆ
เราถึงอ่อนไหวอย่างมาก เมื่อได้กลิ่นแห่งความทรงจำ ลอยเข้ามาในความรู้สึก
กลิ่น เป็นสิ่งกระตุ้นที่ทรงพลัง และมีผลต่อความรู้สึกของเราอย่างมาก เช่น วันฝนตกที่เราได้กลิ่นไอดิน ก็ทำให้เรารู้สึกสดชื่นเหมือนได้รับพลังงานจากละอองน้ำฝน ทั้งๆที่เป็นแค่กลิ่น หรือแม้แต่การไปสปาเองก็ตามแต่ เราได้ทำการศึกษาผลงานวิจัยเกี่ยวกัยกลิ่น พบว่า 75% ของสิ่งที่เรารับประทานและลิ้มรส มีผลมาจากความรู้สึกในการรับเรื่องกลิ่นของเรา เพราะ มนุษย์เรามีความสามารถในการแยกโมเลกุลของกลื่นได้มากกว่า 1,000 กลิ่น จึงเป็นที่มาว่า ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอะไร ทำไมถึงทำให้เราจดจำเหตุการณ์ต่างๆได้ และยังทำให้เราถึงอ่อนไหวกับสิ่งต่างๆเมื่อได้กลิ่นมากขนาดนี้
Oct 6, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สปาในบ้านไม่ยากอย่างที่คิด! วันนี้เราขอชวนทุกคนมาเนรมิตบ้านหรือห้องของเราให้กลายเป็นสปาขนาดย่อมกับ 6 ไอเทมเด็ดสร้างสปาในบ้านแบบง่าย ๆ ในงบสบายกระเป๋ากัน! จะง่ายและสบายกระเป๋าแค่ไหน อย่ารอช้า ไปดูกันเลยค่ะ
ฝักบัว Rain Shower เหมือนมีสปาในบ้าน
เริ่มต้นความผ่อนคลายเหมือนอยู่สปาด้วยฝักบัว Rain Shower ข้อดีอย่างหนึ่งของเจ้าฝักบัว Rain Shower คือช่วยสร้างความผ่อนคลายจากสายน้ำที่ไหลออกมาเหมือนสายฝน ให้ความรู้สึกประหนึ่งยืนอาบน้ำกลางธรรมชาติ
ฝักบัวประเภทนี้มีหลายไซส์ หลายขนาดให้เลือก ราคาก็มีตั้งแต่เบาสบายกระเป๋าไปจนถึงอลังการจัดหนักจัดเต็ม สำหรับชาวสปา on budget อย่างเรา ก็สามารถหาซื้อเป็นพวกที่ราคาเบา ๆ จะมือหนึ่งและมือสองก็เลิศค่ะ
เกลือสปาขัดตัวให้สวยใส
ทำสปาทั้งทีจะขาดเกลือสปาก็กระไรอยู่ เกลือสปาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยผิวยอดฮิตในแวดวงสปา ใช้ได้ทั้งขัดตัว แช่ผิว และแช่เท้า แถมมีกลิ่นให้เลือกเยอะมาก จะแนวสมุนไพร ดอกไม้ หรือผลไม้ก็มีหมด ชอบแบบไหน เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้แนะนำ ใครชอบกลิ่นแนวหอมนุ่มละมุนละไม ชวนเคลิ้ม กลิ่นลาเวนเดอร์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจะถูกใจนะคะ
หินขัดตัวเพื่อผิวเรียบเนียนดุจใยไหม
อยากให้ผิวสวยใสเนียนนุ่มคูณสองต้องมีหินขัดตัว หินสปาที่ช่วยสครับเซลล์ผิวตายแล้วให้หลุดออกหมดจดเพื่อผิวนุ่มละมุนดุจใยไหม ที่สำคัญคือราคาถูกมาก สามารถหาซื้อได้ทั่วไปง่าย ๆ เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ ต้องไปสอยมาใช้ค่ะ
เทียนหอมและน้ำมันหอมระเหยสร้างบรรยากาศสุดฟิน
กลิ่นเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสร้างบรรยากาศในบ้านหรือห้องเราให้ผ่อนคลายเหมือนอยู่สปา ถ้านึกถึงกลิ่นในสปา ก็คงหนีไม่พ้นตัวช่วยอย่างเทียนหอมและน้ำมันหอมระเหย สมัยนี้กลิ่นของทั้งเทียนหอมและน้ำมันหอมระเหยมีหลากหลายมาก เรียกว่าอยากได้กลิ่นแบบไหน มีหมด
สำหรับกลิ่นที่เป็นที่นิยมในธุรกิจสปาบ้านเราก็เช่น กลิ่นกระดังงา มะลิ ลาเวนเดอร์ และคาโมมายล์ ลองซื้อมาทดสอบสักกลิ่นสองกลิ่น รับรองว่าฟินลืม
Playlist ดนตรีบรรเลงและลำโพงบลูทูธเสียงใส
ผ่อนคลายผิวด้วยเกลือสปาและหินขัดตัวแล้ว ใช้กลิ่นหอมผ่อนคลายจมูกก็แล้ว ต้องผ่อนคลายประสาทหูด้วยเสียงดนตรีบรรเลงด้วย ถึงจะครบสูตรสปาที่แท้ทรู
เราสามารถเลือก Playlist ดนตรีบรรเลงชิล ๆ ที่ใช้เปิดในสปาและร้านนวดต่าง ๆ จากใน YouTube , Spotify , Apple Music .และอื่น ๆ ได้ตามใจชอบเลย ยังไม่พอ ไอเทมที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังยิ่งขึ้นก็คือลำโพงบลูทูธดี ๆ ถ้าเป็นลำโพงเล็ก ๆ พกพาง่าย วางตรงไหนก็ไม่เกะกะ จะเหมาะมากเพราะไม่ว่าจะทำห้องนอน ห้องน้ำ หรือห้องอะไรให้เป็นสปา ก็หิ้วเจ้าลำโพงไปได้ทุกที
เห็นไหมคะว่าสปาในบ้านงบเบา ๆ สบายกระเป๋านั้นง่ายนิดเดียว แค่รู้จักเลือกของที่เหมาะสมกับความต้องการ งบประมาณ และการใช้งานของเราที่สุด เท่านี้ก็จะได้สปาในบ้านแบบที่เราฝันไว้ ใครคันไม้คันมืออยากเนรมิตสปาส่วนตัวแล้ว ลองไปดูไอเทมเด็ดเปลี่ยนบ้านเป็นสปา อาทิ ฝักบัว Rain Shower เทียนหอม น้ำมันหอมระเหย ลำโพงบลูทูธมือสองคุณภาพเลิศ ๆ หรืออื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ Kaidee เลยค่ะ ได้สปาที่ถูกใจแล้ว อย่าลืมเอารูปมาอวดกันบ้างนะคะ
Sep 9, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หลาย ๆ คนประสบปัญหาการนอนไม่หลับ นอนหลับยาก เนื่องจากปัจจัยรอบ ๆ ตัว เช่น ความมืด แสงไฟจากภายนอก เสียงรบกวน หรืออาจจะขาดสิ่งของข้างกายบางสิ่งไม่ได้
วันนี้เรามี 5 ไอเทมที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ นอนหลับได้อย่างสบาย เป็นประโยชน์กับคนที่หาไอเทมที่จะช่วยให้หลับได้อย่างสบายใจ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
เทียนหอม
ไอเทมแรกเลย คือ เทียนหอมนั่นเอง บางบ้านถึงกับต้องมีไว้ทุกห้อง เพราะกลิ่นของเทียนหอมนั้นช่วยทำให้ผ่อนคลายจากความเครียดหรือจะเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่กวนจิตใจ ถ้าได้หลับตาลงแล้วจุดเทียนหอมไว้ในห้องด้วยแล้วล่ะก็ รับรองหลับสนิทแน่นอน โดยเทียนหอมนั้นก็มีให้เลือกหลายแบรนด์ หลายกลิ่นตามความชอบของเพื่อน ๆ เลย
ผ้าปิดตา
มาถึงไอเทมที่คนนอนหลับยากส่วนใหญ่ใช้กัน คือ ผ้าปิดตานั่นเอง หลาย ๆ คนอาจมีปัญหาในการนอนหลับ เนื่องจากสภาวะรอบ ๆ ตัวในตอนนอนทำให้นอนไม่หลับ อย่างเช่น ปิดไฟมืด ไม่อยากลืมตามาในห้องมืด ๆ แล้วเห็นเงาของสิ่งของรอบ ๆ ตัว หรืออาจจะเป็นแสงไฟจากข้างนอกที่สาดส่องเข้าเวลานอน ผ้าปิดตาก็เป็นไอเทมที่ดีเลยสำหรับคนที่นอนหลับยาก ทำให้หลับง่าย ไร้กังวลกับสิ่งรอบตัว
หมอนหนุนนอนเพื่อสุขภาพ
หลาย ๆ คนอาจจะประสบปัญหาจากการที่นอนหมอนสูงไป ต่ำไป หรือไม่พอดีกับคอ ทำให้มีอาการปวดคอ ปวดหลังตามมาได้ ที่สำคัญทำให้นอนไม่หลับอีกด้วย หมอนเพื่อสุขภาพคือคำตอบเลยล่ะ เพราะหมอนเพื่อสุขภาพ คือหมอนที่ออกแบบมาเพื่อนรองรับศีรษะและสรีระของเราตอนนอน ทำให้อาการทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นหายไปเลย เรื่องนอนหลับยากก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไป
หมอนข้าง
หนึ่งในไอเทมยอดฮิตเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่ขาดหมอนข้างตอนนอนไม่ได้ นอนแล้วไม่มีหมอนข้างกอด จะรู้สึกหวิว ๆ โล่ง ๆ นอนไม่หลับ นอนไม่สบาย นั่นแหละครับ คุณคือคนที่ขาดหมอนข้างไม่ได้ เพราะหลาย ๆ คนติดหมอนข้าง ต้องมีทุกห้องนอน มีทุกที่ นอกจากจะทำให้นอนสบายแล้ว ยังทำให้อุ่นใจ เหมือนมีฮีโร่มานอนปกป้องเราอยู่ข้าง ๆ กายจากที่มืดนั่นเอง
ลำโพง Bluetooth ตั้งโต๊ะ
มาถึงลำโพง Bluetooth ตั้งโต๊ะกันบ้าง บางคนตอนนอนอาจจะขาดเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ไม่ได้เลยนะครับ นี่เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยได้ ใช้เจ้าลำโพงตั้งโต๊ะ แล้วเปิดเพลงคลอเบา ๆ หรือจะเปิดเป็นเสียงจำลองต่าง ๆ เช่น เสียงสายน้ำที่ไหลผ่าน เสียงฝนตกหรือเสียงธรรมชาติต่าง ๆ แค่นี้ก็ช่วยให้นอนหลับปุ๋ยไม่ต้องกังวลอะไรเลยล่ะ
ไหน เพื่อน ๆ คนไหนขาดอะไรไม่ได้บ้างครับ ส่วนคนที่เขียนบทความอย่างผม ขาดทุกอย่างไม่ได้เลย ต้องมีไว้ติดห้องตลอด ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนอยากนอนหลับง่าย ไอเทมที่พูดมาเรามีขายที่ Kaidee ด้วยนะครับ รับรองของดี มีคุณภาพแน่นอน แวะมาดู มาช้อปกันได้เลย