Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ , ไลฟ์สไตล์
บ้าน คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านที่ตัวเองได้เลือก ได้กำหนดรูปแบบเอง ให้เป็นไปตามที่เพื่อนๆ ต้องการ เพราะ บ้าน คือสิ่งที่ทุกคนต้องอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องอยู่ทุกวันนอกจากที่ทำงานนั่นเอง ในเมื่อจะมีบ้านแล้วก็อยากที่ให้รูปแบบการตกแต่งเป็นไปตามที่เพื่อน ๆ ชอบ บางคนอาจจะกำลังเก็บเงินซื้อบ้าน แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พร้อมจะมีบ้านแล้ว กำลังจะสร้างบ้านหรือมองหาบ้านอยู่และต้องการตกแต่งให้เป็นสไตล์ที่ชอบ วันนี้จะพาไปดูแนวทางหรือเทรนด์การตกแต่งบ้านที่กำลังมาแรงในปี 2020 มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนกันบ้าง
สไตล์ ลอฟท์
Loft style
เพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาเยอะ สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ เพราะการตกแต่งแนวนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน ด้วยการตกแต่งที่ดูเปลือย ๆ ดิบ ๆ ดูเรียบง่ายและดูเท่ โดยการผสมผสานความที่ไม่ลงตัวแต่ทำให้ดูลงตัว ด้วยการฉาบปูนให้เหมือนฉาบไม่เสร็จ ให้สีทึบๆ แบบสีธรรมชาติที่ให้มา โครงสร้างเพดานสูง มีงานเหล็ก งานผนังอิฐ บวกกับเฟอนิเจอร์ที่มีโทนสีเดียวกันหรือจะเป็นโทนเนื้อไม้สีเข้ม พอได้มาอยู่รวมกันแล้ว กลายเป็นความลงตัวที่ดูเท่ ดูมีเสน่ห์ น่าอยู่ขึ้นมาเลยละ
สไตล์ ญี่ปุ่น
Japanese style
คนที่ชอบอะไรที่ดูเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา โปร่งโล่ง นั่นแปลว่าสไตล์นี้เหมาะกับเพื่อน ๆ คือการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือการเลือกใช้สี เพราะการตกแต่งบ้านสไตล์นี้สีที่ใช้จะอยู่ในสีเอิร์ธโทน คือ สีน้ำตาล สีเขียว และสีเทา เพราะเป็นสีจริง ๆ ของธรรมชาติ เช่น สีของต้นไม้ เป็นต้น โดยวัสดุในการใช้ตกแต่งจะใช้เป็นไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นประเภทไม้ติดพื้นหรือลอยจากพื้นไม่มาก ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประตูบานเลื่อนไม้ แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเลยละ ผสมผสานกันออกมาเป็นความเรียบง่าย ทำให้รู้สุกผ่อนคลาย สบายตามากเลยทีเดียวเชียวละครับ
สไตล์ มินิมอล
Minimal style
อีกหนึ่งสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่มากตอนนี้ก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล การจัดวางของ การวางเฟอร์นิเจอร์ ต้องดูโล่ง ไม่อึดอัด ไม่ทึบ อยู่แล้วรู้สึกว่าใช้พื้นที่ได้เยอะขึ้น โดยการเลือกใช้ของในการตกแต่งก็คือ การเลือกด้านล่างให้มีพื้นที่แบบโปร่งทั้งหมด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เตียง เป็นต้น ซึ่งข้างล่างของเฟอร์นิเจอร์ต้องโปร่ง ไม่ทึบและวางชิดติดกับผนัง สีที่ใช้ก็ใช้สีโทนสว่าง มองดูแล้วทำให้รู้สึกโล่ง โปร่งสบายนั่นเอง
สไตล์ วินเทจ
Vintage style
หากเพื่อนๆ มองว่า การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ญี่ปุ่นหรือมินิมอลยังไม่ใช่สำหรับเพื่อนๆ มาลองดูสไตล์วินเทจกันดีกว่า การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์นี้คือ เน้นการตกแต่งให้ดูเก่าแบบมีสไตล์ ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่เก่าแบบคร่ำครึ เก่าแบบได้กลิ่นอายของกาลเวลาเสมือนได้ย้อนกลับไป 20 ปี โดยจะเน้นสีโทนอ่อน ไม่ฉูดฉาดแต่ดูหรูหรา เช่น สีขาว สีครีม สีเหลือง เป็นต้น
เพื่อนๆ อ่านจบแล้วอยากจะตกแต่งบ้านสไตล์ไหน ก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการตกแต่งได้เลยนะ แต่ถ้าอยากจะมีบ้านก่อนแล้วค่อยตกแต่งทีหลัง ลองมาดูบ้านที่ BaanKaidee ก่อนได้นะครับ มีบ้านให้เพื่อนๆ ได้เลือกหลายหลากรูปแบบ หลากหลายสไตล์ หลากหลายพื้นที่ แถมยังราคาดีอีกด้วย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
“อยากขายบ้านหลังเก่า มีวิธีไหนบ้างนะที่จะเพิ่มมูลค่าได้” หนึ่งในวิธียอดฮิตที่คนนิยมทำกันก่อนจะขายบ้านมือสองก็คือการรีโนเวทบ้าน แต่การรีโนเวทบ้านนั้นก็ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกวิธีการรีโนเวทที่คำนวณมาแล้วว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่จะได้รับกลับมา วันนี้เรามีวิธีการรีโนเวทบ้านฉบับง่ายๆ พร้อมไอเดียการตกแต่งที่จะช่วยคุณเพิ่มมูลค่าบ้านก่อนขายได้อย่างแน่นอน
1.ทาสีใหม่
มาเริ่มกันที่วิธีแรกในการรีโนเวทบ้านที่สามารถทำได้ง่ายๆและค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก แต่ผลตอบรับเรียกได้ว่าคุ้มค่า นั่นคือการทาสีบ้านหลังเก่าให้ดูเหมือนใหม่ เนื่องจากเป็นธรรมดาที่บ้านอายุใช้งานนานๆ สีก็จะซีดไปตามกาลเวลา การที่เราให้ช่างมาทาสีใหม่ถือเป็นสิ่งแรกๆที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นสีเดิม หรือเลือกจะทาทับเป็นสีใหม่ไปเลยก็ย่อมได้ ซึ่งการทาสีใหม่นี้จะส่งผลให้บ้านของคุณดูใหม่ขึ้นและไม่เหมือนบ้านหลังเก่าอีกต่อไป
2.ปูกระเบื้อง
กระเบื้องเป็นอีกส่วนที่มักจะดูเก่าและสึกหรอไปตามกาลเวลา ดังนั้นการหากระเบื้องลายสวยๆที่เข้ากับบ้านมาปูใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีรีโนเวทบ้านที่คนนิยมทำกัน โดยราคาของการปูกระเบื้องนั้นก็ไม่ได้แพงนัก เทียบกับผลที่ได้ ความใหม่ ความสะอาดตา ที่ทำให้บ้านหลังเก่าของคุณดูใหม่ขึ้นมาในพริบตา บอกได้คำเดียวว่าคุ้มสุดๆ
3.ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย
อีกหนึ่งวิธีในการรีโนเวทบ้านคือการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่ชำรุดหรือเสียหาย เพราะคงไม่ดีนัก หากคนที่สนใจจะซื้อบ้านของคุณมาชมบ้านแล้วพบเจอสิ่งของที่ชำรุดหรือเสียหาย แม้จะเป็นของเล็กๆน้อยๆ โดยคุณจะต้องตรวจตราบ้านให้ดีว่ามีส่วนไหนที่ต้องได้รับการซ่อมแซม ต้องแต่จุดใหญ่ๆเช่น ฝ้า เพดาน ไปจนถึงจุดเล็กๆน้อยๆเช่นกลอนประตูหรือลูกบิดประตู
4.จัดสวนให้สดชื่น
นอกจากในบ้านจะสวยงามดูดีแล้ว ภายนอกบ้านก็เป็นส่วนที่เราควรให้ความสำคัญเช่นกัน โดยหากเป็นพื้นที่ว่าง รกร้าง การซื้อต้นไม้ ปูหญ้า เพื่อจัดเป็นสวนขนาดย่อม ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียการรีโนเวทบ้านที่น่าทำ นอกจากจะทำให้พื้นที่รกร้างดูสบายตาขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย โดยหากมีสวนที่อยู่ในตัวบ้านอยู่แล้ว ก็ให้จัดการตัดแต่งต้นไม้ใบหญ้า ซื้ออุปกรณ์จัดแต่งสวนมาตกแต่ง ซึ่งสามารถทำได้ง่าย และใช้งบประมาณไม่เยอะ
5.Less is more
เรียกได้ว่าเป็นวลีที่ฮิตสุดๆในช่วงที่ผ่านมากับ Less is more น้อยแต่มาก โดยเราจะพูดถึงการรีโนเวทบ้านโดยการตกแต่งเป็นสไตล์มินิมอลที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ โดยความจริงแล้ว การรีโนเวทบ้านสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์มาก แต่การรีโนเวทบ้านเพื่อขายนั้น สไตล์มินิมอลถือเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย เรียบหรู ดูดี ใช้ของน้อยชิ้น ทำให้งบประมาณไม่บานปลาย โดยอาจจะทาสีและซื้ออุปกรณ์ตกแต่งที่คุมโทนสีนั้นๆ จัดวางให้ชิคๆ สไตล์ Less is more
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 5 ไอเดียการเริ่มต้นในการรีโนเวทบ้านหลังใหม่เพื่อขาย หากคุณทำทุกอย่างใน 5 ข้อนี้ รับรองว่าจากบ้านหลังเก่าแสนโทรมจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่เรียบหรู ดูดี เพิ่มมูลค่าการขายได้อย่างแน่นอน โดยหากใครรีโนเวทบ้านเสร็จแล้ว อย่าลืมมาลงขายใน BaanKaidee แหล่งซื้อ-ขายบ้านมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง ใช้งานง่ายดาย
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
บ้านเมื่อวันเวลาผ่านไป บางทีอาจจะมีส่วนที่ต้องชำรุด ทรุดโทรมตามกาลเวลา เราก็ต้องหมั่นที่จะเช็ก ตรวจตรา และดูแลบ้านทุกครั้ง เพราะบ้านคือสถานที่ที่เราต้องพักพิง อยู่อาศัย ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน โดยบ้านนั้นก็เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ สร้างขึ้นมา แรก ๆ ก็แข็งแรงดี แต่นานวันไปอายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม ก็ต้องหมั่นบำรุงดูแลรักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้แข็งแรงขึ้น ถ้าเปรียบกับบ้าน คือ บ้านก็จะดูใหม่ขึ้น น่าอยู่ขึ้นนั้นเอง
แต่ถ้าหากว่าบ้านนั้นเก่ามาก ๆ ตรงนั้นชำรุด ตรงนี้ต้องแก้ ก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกที่ซ่อมไม่เสร็จจริง ๆ สักที วิธีที่ดีที่สุดคือ การรีโนเวทบ้านให้กลับมาใหม่เหมือนตอนแรก เพิ่มเติมอาจจะดูทันสมัยกว่า เพื่อให้บ้านอยู่ไปนาน ๆ ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน และที่สำคัญเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรามากขึ้นด้วย
อยากรีโนเวทบ้านแต่…กลัวงบเกิน
การรีโนเวทบ้านใหม่นั้น มีหลายส่วนที่ต้องจัดเตรียม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างการวางแผนให้รอบคอบและตามมาด้วยสิ่งอื่น ๆ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมได้ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ มาบอก ถ้าหากทำตามวิธีการต่อไปนี้ อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ ควบคุมงบประมาณได้ดีเลยนะ
1. วางแผนให้ดีที่สุด
การวางแผน คือ การกำหนดแพลนทุกอย่าง สิ่งที่เราจะทำกับบ้าน มีส่วนไหนบ้าง จุดไหนบ้างที่ต้องรีโนเวท อยากแนะนำว่าให้กำหนดมาครั้งเดียวเลย และแพลนต่อว่าจะจ้างช่างจากที่ไหน ให้ช่างทำส่วนไหนบ้าง โดยการเขียนลงไว้ในสมุดโน๊ตก่อน เพราะว่าจำอย่างเดียวไม่ได้ อาจจะลืมได้
2. กำหนดงบประมาณ
ในส่วนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมงบประมาณของเราได้ เพื่อที่จะไม่ให้งบประมาณเกินจากที่เรากำหนดไว้ คือ การตั้งงบประมาณมาเลยและต้องมั่นใจว่าจะจัดสรรให้อยู่ในงบประมาณเท่านี้ได้ เช่น
จ้างช่างเท่าไร โดยจะต้องโทรไปตกลง คุยรายละเอียดของงานที่จะให้ช่างทำให้เรียบร้อย ซื้ออะไรบ้าง งบซื้อของเท่าไร จะได้รู้ว่าเราควรลด ควรเพิ่มสเปกของสินค้าชิ้นไหนบ้าง ควรเปลี่ยนหรือว่าควรตัดออกไหม
3. เผื่อไว้สักหน่อย
ข้อนี้ คือ การเผื่องบประมาณไว้อีกสักประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์จากงบที่ตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเวลารีโนเวทบ้านไปแล้ว เราอาจอยากจะเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่ตอนแรก เพื่อให้เข้ากันกับพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รีโนเวทไปแล้ว หรืออาจจะมีการซื้อของตกแต่งเพิ่ม เพื่อให้บ้านสวยงามและมีรูปแบบที่เข้ากันนั่นเอง
4. เลือกซื้อของ
หลังจากที่ได้ตั้งงบประมาณไปแล้ว เราก็ต้องหาซื้อของในการรีโนเวทบ้านเองด้วยนะ เพราะจะได้ดูเรื่องราคาของสินค้าได้ ชิ้นไหนแพงไปก็อาจจะดูของที่คล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่าก็เป็นตัวเลือกที่จะทำให้ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง
5. ทำเองบางส่วนก็ดีไม่น้อย
บางจุดหรือว่าบางที่ที่เราสามารถซ่อมเองได้ ติดตั้งเองได้ อยากแนะนำให้ลงมือทำเองเลยดีกว่า เพราะว่าจ้างช่างมาทำแต่ละส่วน ก็ต้องมีค่าแรง ค่าอะไรต่าง ๆ ที่ตามมาทีหลังก็เป็นได้ ถ้าเกิดว่าเรามั่นใจว่าตรงนี้ทำเองได้ ทำเลย แต่ถ้าตรงไหนไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างฝีมือดีกว่านะ
6. ดำเนินการรีโนเวททุกอย่างตามแผน
จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เขียนในสมุดไว้แล้ว ขั้นตอนนี้ก็สามารถดำเนินการทุกอย่างตามแผนที่เราเขียนไว้ในสมุดเช่นกัน เพื่อที่งานรีโนเวทจะได้เสร็จตามแผนและตามงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้นอกเหนือจากแผนที่ตั้งไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับเราก็เป็นได้ แต่แผนที่เตรียมไว้ก็ต้องมีความละเอียดรอบคอบเช่นกัน
7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่าตัดสินใจเอง
แน่นอนว่าการรีโนเวทบ้านต้องระเอียดรอบคอบ บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะมั่นใจว่าจะทำเองได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รู้วิธีการอย่างแท้จริง อาจจะตัดสินใจผิดพลาดในการทำ ผลที่ตามมา คือ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและทำให้ต้องเสียเวลาไปอีก ส่งผลให้การรีโนเวทนั้นเสร็จไม่ตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยดีกว่าที่จะมานั่งเดาเองหรือนั่งทำเอง อย่างเช่นงานที่เฉพาะมาก ๆ อย่าง ทางเดินน้ำ วงจรไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายนั่นเอง
สรุปท้ายบทความ
สิ่งสำคัญในการซ่อมแซมหรือรีโนเวทบ้านใหม่ที่จะทำให้งบไม่บานปลาย คือ ต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมที่สุด อีกทั้งการตั้งงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ควบคุมงบประมาณและกำหนดกรอบอย่างชัดเจนอย่างเช่น การเลือกซื้อของสำหรับรีโนเวท การจ้างผู้รับเหมา เป็นต้น
ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการดูของตกแต่งบ้านสามารถมาหาได้ที่ Kaidee ได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าหากใครที่อยากได้บ้านใหม่ก็สามารถหาได้ที่ Kaidee Property เช่นกัน
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
หลาย ๆ ท่านซื้อมาบ้าน ก็อยากอยู่บ้านที่ไม่มีปัญหาจุกจิกที่ต้องมาค่อยซ่อมตลอด อยากเสียเงินแค่ครั้งเดียว ก็อยู่ยาว ๆ เลย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนโอนบ้าน นั่นคือ การตรวจบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ วันนี้จะแชร์เทคนิคการไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ต้องดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากันทีหลัง
ก่อนตรวจ เตรียมอะไรบ้าง?
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม
ตรวจสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี ดูข้อมูลหรือรายละเอียดในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้าง มีติดตั้งอะไรตรงไหน ควรนัดเจ้าหน้าที่โครงการในเวลาที่มีแสงเพียงพอ เพราะว่า เราจะได้เห็นทุกซอก ทุกมุมของตัวบ้าน
อุปกรณ์ต้องพร้อม
สมุดจดบันทึก เพราะว่า เอาไว้จดเวลาเจอจุดที่เราต้องให้โครงการแก้ไข เทปกาวแบบลอกออกง่าย หรือจะเป็นกระดาษจุดสีเล็ก ๆ แบบลอกออกง่าย ไม่ติดแน่น เพราะว่า เอาไว้มาร์กจุดที่จะให้ช่างไปแก้ไขได้นั่นเอง เครื่องมือต่าง ๆ ในการใช้ตรวจพื้นที่บ้าน ตรวจความแข็งแรงทนทานของบ้าน เช่น ตลับเมตร ไขขวง ค้อน แต่อาจจะขอยืมจากโครงการได้นะครับ
จุดที่ต้องเช็ค มีอะไรบ้าง?
ภายนอก
บริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้เช็คบริเวณที่จอดรถว่ามีพื้นยุบตัวหรือเปล่า กระเบื้องแตกหรือยุบหรือเปล่า รั้วและประตูรั้ว มีตรงไหนชำรุดหรือเลื่อนปกติดีไหม วัสดุทนทานหรือไม่ ประตู หน้าต่างภายนอก เวลาปิดสนิท แล้วให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดจากด้านบนให้น้ำไหลลงมาเปรียบเสมือนฝน ให้ดูว่ามีจุดที่รั่วซึมหรือเปล่า โครงสร้างนอกบ้านมีรอยรั้วหรือเปล่า? ให้เดินตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีรอยร้าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการแก้ไขด่วน เพราะในอนาคตจะเกิดปัญญาน้ำซึมหรือโครงสร้างบ้านอาจจะไม่แข็งแรงก็ได้นะ
ภายใน
ผนังภายในเช่นกัน ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวหรือไม่ ประตู หน้าต่าง ที่โดนฉีดน้ำแล้ว มีน้ำรั่วซึมหรือไม่ ฝ้าเพดาน มีการรั่วซึมของน้ำที่ทดลองฉีดมาหรือไม่ ฝ้ามีผิดรูปหรือไม่ กระเบื้อง ทดสอบโดยการเคาะกระเบื้องทุกแผ่น ถ้ามีกระเบื้องที่ปูนกาวไม่เต็มแผ่น เสียงจะแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ บันได แข็งแรงหรือไม่ ให้เหยียบดูหลาย ๆ รอบ มีการยุบตัวหรือไม่ แต่ละขั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่
ระบบน้ำ
ให้ดูการรั่วซึมของการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ให้ลองใช้อะไรก็ได้อุดการไหลทิ้งของน้ำแล้วปล่อยให้น้ำขัง แล้วดูว่าน้ำรั่วซึมไปจุดไหนหรือไม่ การกดน้ำเสียที่ชักโครก ให้ดูการการระบายน้ำปกติหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหลังจากการกดชักโครกหรือไม่
ระบบไฟฟ้า
ดูการทำงานของไฟฟ้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น สวิตซ์ไฟ เครื่องสับเบรกเกอร์ การเดินสายไฟ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะให้ได้ที่บ้านที่สมบูรณ์และมีคุณภาพที่สุด ถ้าจะตรวจรับบ้าน อยากให้ชวนเพื่อนหรือแฟนไปด้วยนะ จะได้ช่วยกันดูได้ หรือใครไม่มั่นใจในการตรวจเองก็สามารถจ้างคนที่สามารถตรวจงานรับบ้านแทนเราก็ได้ แต่ก็ควรไปดูด้วยตาเราด้วยนะครับ
แต่ก่อนตรวจรับบ้านก็ต้องมีบ้านให้ตรวจก่อน ลองมาหาบ้านก่อนได้ที่ Kaidee Property มีบ้านหลากหลายแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกสรรเลย
Feb 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นอย่างมาก และยังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันที่เราไม่ทันตั้งตัว ทั้งอาหารเดลิเวอรี่ที่มีอัตราการเติบโตสูง ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่ต้องปรับเปลี่ยน และรูปแบบการทำงานที่บ้าน ที่หลายคนปรารถนามาแสนนาน
“การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ส่งผลให้ผู้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ในระยะเวลาที่นานขึ้น”
นอกจากพื้นที่พักผ่อนยามค่ำคืน บ้านยังต้องผสมผสานระหว่างศูนย์รวมความบันเทิง และพื้นที่การทำงานเข้าไว้ด้วยกัน การออกแบบบ้านในปี 2021 เป็นต้นไปนี้ จึงต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นหลัก
การออกแบบบ้านในยุคโควิด-19 เป็นอย่างไร
วันนี้ kaidee property ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกคนมาดูเทรนด์การออกแบบบ้านที่เปลี่ยนไปเพราะสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน หากใครอ่านจบแล้ว ก็สามารถนำไปเป็นไอเดียการออกแบบบ้านใหม่ หรือรีโนเวทบ้านหลังเดิมของคุณได้ทันที
แต่ก่อนอื่นเลย ต้องบอกสักนิดว่าเทรนด์เหล่านี้ล้วนมาจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น หากจะนำมาปรับใช้กับที่อยู่อาศัยในประเทศไทย อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนสักเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไร ก็ถือเป็นแนวทางเริ่มต้นในการออกแบบบ้านที่ดีไม่น้อยเลย
Wood Bagot และการออกแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามใจชอบ ขอบคุณภาพจาก Builder News
พื้นที่บ้านที่ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจต้องการ
เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของพื้นที่ภายในบ้าน เพราะอย่างที่กล่าวไป ผู้คนต้องหันมาใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า 1 ห้องภายในบ้านจะต้องทำหน้าที่มากกว่า 1 อย่าง
ห้องนั่งเล่นอาจกลายเป็นห้องรับแขก และห้องทำงานในเวลากลางวัน หรือฟิตเนสในตอนเย็น ก่อนที่จะกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรในตอนกลางคืน
นั่นหมายความว่า พื้นที่ภายในห้องเหล่านี้จะต้องกว้างขวาง อีกทั้งมีความยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน หรืออาจถึงขั้นเพิ่มลดขนาดของห้องได้อย่างอิสระเลยทีเดียว ฉากกั้นห้องอาจตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้พอตัว
แต่หากจะนึกถึงงานออกแบบที่ฉีกกรอบเรื่องของการเพิ่มลดขนาดห้องได้อย่างอิสระ Wood Bagot ถือเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงด้วยฟังก์ชันสุดล้ำคือคุณสามารถเลื่อนกำแพงไปมาเพื่อปรับขนาดของแต่ละห้องได้ตามใจชอบ
นอกจากจะเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้พื้นที่ภายในบ้านเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการประหยัดการใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เชื่อมต่อของแต่ละห้องอีกด้วย
พื้นที่กลางแจ้งที่ส่วนตัว เพลงใหม่ Getsunova
ต่อให้สถานการณ์ในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร ธรรมชาติกับมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้อยู่ดี ยิ่งในเวลาที่ทุกสิ่งไม่เป็นใจเช่นนี้ เราอาจยิ่งโหยหาธรรมชาติมากขึ้นก็เป็นได้
การออกแบบบ้านต่อจากนี้ไปจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่บริเวณรอบบ้าน โดยการนำพื้นที่กลางแจ้งมาผสานเข้ากับตัวบ้านให้ลงตัวมากขึ้น หน้าที่ของนักออกแบบคือการผนวกสองพื้นที่นี้ให้เข้ากันแบบไร้รอยต่อมากที่สุด เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยไม่ถูกตัดขาดจากธรรมชาติ
พื้นที่กลางแจ้งภายในบ้านจะยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณภาพจาก Street Easy
สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดในงานออกแบบประเภทนี้คือ ลานหน้าบ้านที่ต่อเข้าโดยตรงห้องรับแขก สวนหย่อมขนาดเล็กหลังบ้าน หรือระเบียงกว้างหน้าห้องนอนที่สามารถเปิดรับบรรยากาศในยามเช้า
Working from Home Design
แน่นอนว่าสถานการณ์ปัจจุบันบีบคั้นให้หลายบริษัทต้องเริ่มนำนโยบายการ Work From Home มาใช้อย่างเร่งด่วน ซึ่งหากยังจำกันได้ เราจะเคยได้ยินเสียงโอดครวญจากบรรดาพนักงานในช่วงแรกของการทำงานที่บ้าน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สภาพแวดล้อมของบ้านจะเหมาะสมต่อการทำงาน อีกทั้งการทำงานที่โต๊ะกินข้าวตลอดทั้งวันก็ไม่ใช่อะไรที่เจริญหูเจริญตานัก
พื้นที่ทำงานและพื้นที่อยู่อาศัยคือคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้ บ้านจึงต้องถูกออกแบบให้สอดรับกับการทำงานแบบ Remote (ทางไกล) มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า Remote Working จะกลายเป็นมาตรฐานของการทำงานในอนาคต เราจะเห็นดีไซน์การออกแบบบ้านห้องทำงานที่ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น สามารถใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
Buried Studio ไอเดียห้องทำงานสุดล้ำ ขอบคุณภาพจาก Architizer
หรือจะเป็นตัวอย่างการออกแบบนี้จากนักออกแบบชาวบราซิลกับผลงานที่มีชื่อว่า “สตูดิโอจมธรณี” (Buried Studio) ซึ่งจับห้องทำงานมาฝังไว้ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างสวยงามลงตัว รวมกันออกมาเป็น Home Office ที่ดูโดดเด่นภายใต้ความกลืนไปกับธรรมชาติ
Mudroom ที่ไม่ได้แปลว่าห้องโคลน
พื้นที่ระหว่างประตูกับส่วนอื่นของบ้านจะได้รับความสำคัญมากขึ้น
คนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นชินกับคำนี้สักเท่าไร ด้วยความที่ห้องดังกล่าวไม่เป็นที่พบเห็นในบ้านในประเทศไทยเท่าไรนัก
Mudroom คือห้องหรือพื้นที่ขนาดเล็กที่ติดกับประตูทางเข้าบ้าน เป็นส่วนที่มีไว้ให้ผู้อยู่อาศัยหรือแขกถอดเก็บรองเท้า แขวนเสื้อคลุมก่อนเข้าตัวบ้าน ซึ่งบ้านในประเทศไทยมักไม่ค่อยแยกพื้นที่นี้ออกจากห้องรับแขก แต่หากดูสไตล์การออกแบบบ้านในต่างประเทศ เราจะเห็น Mudroom แยกออกมาเป็นอีกห้องหนึ่งเลยทีเดียว
ด้วยความที่สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน Mudroom จึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะถือเป็นพื้นที่ให้เราได้จัดการตัวเอง ทั้งถอดรองเท้า เก็บสัมภาระ หรือแม้แต่การทำความสะอาดตัวเองก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน
Home Fitness สุขภาพดีเริ่มได้ที่บ้าน
แม้ว่าการออกไปนอกบ้านจะเป็นเรื่องลำบาก แต่การสะสมตัวของไขมันกลับง่ายกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด เพราะฉะนั้น เรื่องของสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
เมื่อฟิตเนสหรือสวนสาธารณะไม่ใช่คำตอบ การเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นยิมส่วนตัวจึงดูเป็นหนทางเดียวที่เราจะรักษาสุขภาพได้ พื้นที่ภายในบ้านจึงต้องกว้างขวางพอที่จะตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ
และยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมการออกกำลังกาย อย่างระบบเสียงและความคมชัดของภาพ ก็เป็นสิ่งที่เริ่มมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อตอบสนองเทรนด์การออกกำลังกายที่บ้าน (Work out from Home) ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงเทรนด์อย่าง Online Trainer หรือการฝึกกับเทรนเนอร์ผ่าน Video Calling ด้วย
สีแนวเอิร์ธโทนกำลังมาแรง
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า สีของตัวบ้านสามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป สีสว่างจะช่วยให้ตัวบ้านดูมีสีสันตลอดเวลา ส่วนสีโทนมืดจะให้ผลลัพธ์ในเชิงตรงกันข้าม คือให้ความรู้สึกสุขุมนุ่มลึก สงบเรียบร้อยภายในบ้าน
สีเอิร์ธโทนทำให้เรามีสมาธิและความผ่อนคลาย
ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบบ้านชื่อดังอย่าง Natasha Bradley เสนอให้มีการใช้สีเอิร์ธโทนในการตกแต่งบ้าน เพราะสีโทนนี้มีประโยชน์มากกว่าที่ใครหลายคนคิด เป็นโทนสีที่ช่วยสร้างเสริมสมาธิในการทำงาน และช่วยสร้างความผ่อนคลาย มอบความเย็นตาให้กับผู้มอง โดยแนวคิดมาจากเทรนด์การทำงานที่ผู้คนต้องทำงานที่บ้านมากขึ้นนั่นเอง
เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ด้วยระบบฟอกอากาศ
ส่วนเรื่องสุดท้ายนี้ อาจไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของคุณภาพอากาศภายในประเทศที่ย่ำแย่มาสักพักหนึ่งแล้ว หากปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าจุดจบจะเป็นภูมิแพ้หรือโควิด-19 ก่อนกัน
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงมองหาตัวช่วยที่อย่างน้อย จะทำให้อากาศที่ไหลเวียนเข้ามาภายในบ้านเป็นอากาศบริสุทธิ์ เราจะพบเห็นการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้านมากขึ้น หรือการที่ผู้คนเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีระบบฟอกอากาศในตัวเครื่อง มากกว่าระบบปรับอากาศแบบเดิมๆ
อากาศดี เป็นใครก็ชอบ
จะดีกว่าไหม ถ้ามีตัวช่วยเรื่องการออกแบบ
สถานการณ์โควิด-19 ที่อยู่กับเรามาร่วมปีนั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องของการออกแบบบ้านให้สอดรับกับความปลอดภัย และตอบสนองต่อการอยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น การให้ความสำคัญกับพื้นที่รอบบ้าน หรือการใช้สีเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศด้านบวกภายในตัวบ้าน
แต่ไม่ว่าเทรนด์การออกแบบบ้านของคุณจะเป็นอย่างไร หากคุณต้องการตัวช่วยในเรื่องการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ หรือของใช้แต่งบ้านเพิ่มเติม เราขอแนะนำให้แวะที่ kaidee.com เพราะมีครบทั้งของใช้ ของแต่งบ้าน หรืออยากได้บ้านใหม่ทั้งหลังก็เข้าไปดูได้เลย