Feb 22, 2021 | บทความอสังหาฯ
ทุกวันนี้เทรนด์อสังหาฯ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามการหมุนรอบตัวเองของโลกและ แปรผันไปตามความสนใจของผู้บริโภค ทำให้การแข่งขันกันในวงการนี้ค่อนข้างดุเดือดและมีสีสัน ฝั่ง Developer จึงพากันงัดกลยุทธ์กันสุดฤทธิ์ เพื่อจูงใจลูกค้าให้เลือกโครงการของเรา
นอกจากปัจจัยหลักอย่างเรื่องทำเล ราคาและสิ่งอำนวยความต่างๆ ที่ Developer นำมาชูเป็นจุดขายสำคัญแล้ว ดีไซน์ที่สวยเก๋ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างอย่างมีสไตล์ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลูกค้าระดับกลางไปถึงบน นำมาพิจารณาไม่แพ้กัน
5 อสังหาฯ สุดเจ๋ง เด่นสถาปัตย์
วันนี้อยากให้ทุกคนทิ้งเรื่องทำเลและราคาเอาไว้ข้างหลัง แล้วเดินไปข้างหน้ากับเรา ด้วย 5 โครงการอสังหาฯ ดีไซน์เจ๋ง โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมไอเดียดี เพลิดเพลินกับแนวความคิดที่หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮมและคอนโด ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ
1. บ้านภูริปุรี
Credit : www.baanpuripuri.com/
โครงการนี้คือการรวมกลุ่มกันของสถาปนิกและบริษัทแอสเซทไวส์ เพื่อสร้างบ้านขนาดเล็ก ทว่าเต็มไปด้วยฟังก์ชันดีๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งยังไก๋เก๋ด้วยดีไซน์ ด้วยการนำเอาแนวคิดสถาปัตยกรรมไทย “ย่อมุมไม้สิบสอง” มาใช้เป็นแผงกันแดด ให้ร่มเงา กั้นความร้อนไม่ให้เข้าอาคาร (ศิลปะแนวนี้มักพบตามวัดหรือพิพิธภัณฑ์)
จุดเด่นของ “บ้านภูริปุรี” คือการใช้ศิลปะไทยผสานกับความโมเดิร์นได้อย่างมีระดับ ทั้งยังมีสวนเล็กๆ ให้คุณดื่มด่ำกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว และด้วยไอเดียที่แข็งแกร่งแบบนี้ โครงการดังกล่าวจึงได้รับรางวัลอสังหาฯ เพื่อคุณภาพชีวิตประเภทบ้านดีเด่น (ราคาต่ำกว่า 10 ล้าน) จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA Real Estate Development Award 2019)
เพราะทางแอสเซทไวส์และบ้านภูริปุรีเชื่อว่า “บ้านที่ดี” คือจุดเริ่มต้นของความสุขและความสำเร็จในชีวิต
ราคาเริ่มต้น : 9.9 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.baanpuripuri.com/
2. อณาสิริ รังสิต-คลอง 2
Credit : www.sansiri.com
หนึ่งในโครงการพร้อมอยู่ของแสนสิริ ซึ่งเป็นไวรัลอยู่ในทวิตเตอร์ช่วงหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เข้าไปในหัวใจคนรุ่นใหม่ เรียบง่ายในสไตล์ Modern Japanese ให้คุณสัมผัสกลิ่นอายญี่ปุ่นได้อย่างแนบชิด ทั้งการออกแบบและการตกแต่ง ไปจนถึงสภาพแวดล้อมโครงการทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด แถมบ้านแต่ละประเภทยังมีรายละเอียดการตกแต่งแตกต่างกัน ด้วยการอิงจากฤดูกาลในญี่ปุ่น อย่าง ฟุยุ ฤดูหนาว, อะกิ ฤดูใบไม้ร่วง, ฮารุ ฤดูใบไม้ผลิ ฯลฯ เน้นตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ด้วยการชูเรื่องวิถีสมดุลแนวตะวันออกเป็นจุดขาย
ไม่ว่า “ความพอดี” ของคุณจะเป็นแบบไหน อณาสิริก็ให้คุณได้ทุกความต้องการ ทั้งยังใส่ใจกับทุกรายละเอียดของชีวิต ไหนจะบริการหลังการขายอันยอดเยี่ยมของแสนสิริ ที่ได้รับคำชื่นชมจากลูกบ้านมากมาย
ราคาเริ่มต้น : 3.9 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.sansiri.com/singlehouse/anasiri-rangsit-klong2/th
3. 98 Wireless
Credit : www.98wireless.com
“คอนโดมิเนียมระดับเวิลด์คลาสเจ้าแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
คือจุดขายสำคัญของ 98 Wireless ที่ทางแสนสิริตั้งใจทำมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับบนโดยเฉพาะ
ความ Super Luxury ของที่นี่ อลังการตั้งแต่เม็ดเงินลงทุนที่มากกว่า 8,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขที่มากสุดในรอบ 33 ปีของแสนสิริ ภายใต้แนวคิด “The Best Comes as Standard” ทั้งยั้งนำความคลาสิคของศิลปะโบซาร์ (Beaux-arts) ที่รุ่งเรืองในอเมริกาและยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19-20 ผสานกับงานฝีมือชั้นสูง
Credit : www.98wireless.com
นอกจากนี้ยังเป็นโครงการแรกของแสนสิริ ซึ่งใช้บริษัทที่ปรึกษาด้านดีไซน์ เพื่อพัฒนาคอนโดแห่งนี้ให้สวยงามตามที่ตั้งใจ ตลอดจนใช้เฟอร์นิเจอร์ Ralph Lauren Home ตกแต่งทั้งหมด จนเป็นโครงการเดียวของไทยที่ได้เข้าชิงรางวัลระดับโลก “Best Luxury Residence – Global” จากเวที The International Design & Architecture Awards 2017 ของอังกฤษ
Credit : www.98wireless.com
ราคาเริ่มต้น : 70 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.98wireless.com/
4. Ashton Asoke-Rama 9
Credit : www.ananda.co.th
นอกจากจะมีทำเลสุดโดดเด่นในย่านพระรามเก้า New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพแล้ว โครงการนี้ยังสะดุดตาด้วยตึกแฝดดีไซน์หรูเหนือระดับ ภายใต้แนวคิด Alpha & Omega ที่โดดเด่นและสง่างามกว่าใคร เปรียบเสมือนงานประติมากรรมสำคัญของเมือง
ทางอนันดาเชื่อว่า คอนโดที่ดีต้องเป็นมากกว่าที่พักอาศัย “All Corner Window unit with bay window” จึงเป็นคอนเซปต์หลักของการออกแบบห้องพักของ Ashton ด้วยการให้ห้องพักทุกห้องอยู่ตรงมุมทั้งหมด เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ได้รับลมและแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
Credit : www.ananda.co.th
ราคาเริ่มต้น : 6.49 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.ananda.co.th/th/condominium/ashton-asoke-rama-9
5. Magnolias Ratchadamri Boulevard
Credit : www.magnolias-ratchadamri
หนึ่งในโครงการ Super Luxury-Mix Used แห่งย่านราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับ “Waldorf Astoria Bangkok” โรงแรมหรู 5 ดาว ที่ผสานเอาความสมัยใหม่และความหรูหราให้อยู่คู่กับค่านิยมเดิมอย่างลงตัว เพื่อให้คุณได้ประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร ภายใต้คอนเซปต์ “Truly High Performance Building” แห่งเมืองหลวง
ส่วนตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ตามชื่อโครงการ ทำให้ตัวตึกมีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ หมุนวนขึ้นไปเรื่อยๆ ตามความสูงของคอนโด ให้ฟีลนุ่มนวล นับเป็นความงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของ Magnolias Ratchadamri Boulevard ได้เป็นอย่างดี
Credit : www.magnolias-ratchadamri
ราคาเริ่มต้น : 30 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.magnolias-ratchadamri.com/
สรุปท้ายบทความ
จะเห็นได้ว่าเทรนด์อสังหาฯ บ้านเรา ใช้ปัจจัยหลายอย่างเข้ามาช่วยเรื่องการตลาด ด้วยความเชื่อที่ว่า “บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย” ทำให้ Developer หลายเจ้าต่างพากันงัดกลยุทธ์มาเอาใจผู้บริโภคสุดฤทธิ์
อย่างเรื่องดีไซน์ที่สวยงามและแตกต่างก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โครงการนั้นๆ ได้รับความนิยมจากลูกค้า จะเห็นได้ว่าโครงการที่เราแนะนำไป ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พิสูจน์ได้ว่า การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้ชัด และตรงมากขึ้น
นอกจาก 5 โครงการอสังหาฯ ที่เราแนะนำไปแล้ว ยังมีบ้านสวยๆ คอนโดเจ๋งๆ ให้เข้าไปดูเป็นแรงบันดาลใจอีกมากที่ Kaidee Property คลิกเลย!
Jan 28, 2021 | บทความอสังหาฯ
หลายคนคงสงสัยว่า อะไรคือโครงการ Mixed-Use ทำไมต้อง “Mix” ทำตึกอสังหาฯ โดยมุ่งเป้ากลุ่มเดียวไปเลยไม่ได้เหรอ วันนี้ Kaidee Property มีคำตอบมาให้คุณ
โครงการ Mixed-Use คืออะไร
โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) คือการผสมผสานการใช้งานของอสังหาฯเข้าด้วยกันเพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อย้อนกลับไปมองอดีต เทรนด์ Mixed-Use เริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 (ค.ศ. 2017) และเริ่มกลายเป็นเทรนด์ฮิตขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน
จากแต่เดิมที่เหล่า Developer นิยมทำตึกสำนักงานรวมกับร้านค้าเชิงพาณิชย์ดังที่เราเห็นได้ทั่วไปตามสีลมและสาทร Developer หลายแบรนด์เริ่มหันกลับมามองการ Mix การใช้งานแบบอื่น ๆ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้น
ในการ “Mix” การใช้งานแบบอื่นๆ นั้น แน่นอนว่าผสมแบบตามใจไม่ได้เนื่องจากทุก Developer ล้วนมุ่งให้ตึกของตนนั้นมีผู้บริโภคมาใช้งานให้มากที่สุด หากอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ EIC การผสมผสานจุดประสงค์การใช้งานที่ส่งเสริมกันมากที่สุดประกอบไปด้วย
1.ที่อยู่อาศัย+สำนักงาน
2.ตึกเพื่อการเรียนการศึกษา+สำนักงาน
3.ตึกเพื่อการเรียนการศึกษา+พื้นที่สันทนาการ
4.โรงแรม+สำนักงาน
5.โรงแรม+พื้นที่เชิงพาณิชย์
6.พื้นที่เชิงพาณิชย์+สำนักงาน
7.พื้นที่เชิงพาณิชย์+พื้นที่สันทนาการ
ขอขอบคุณภาพจาก EIC
ผลกระทบทางบวกและทางลบของมิกซ์ยูส
เป็นที่แน่นอนว่าเทรนด์ของ Mixed-Used จะเพิ่มการแข่งขันทางการตลาดของอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากตึกอสังหาฯ ส่วนมากในปัจจุบันเป็นประเภท “Single-Use”ซึ่งตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคเพียงด้านเดียวและการเข้ามาของ Mixed-Use สามารถตอบสนองผู้บริโภคได้มากกว่า
จากกราฟวิเคราะห์อัตราการเช่าพื้นที่ออฟฟิศของ EIC พบว่า อัตราการเช่าพื้นที่ออฟฟิศเริ่มลดลงมาตั้งแต่ ปี 2018 หลังจากการเข้ามาของเทรนด์ Mixed-Used เพียงปีเดียว และลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบันดังภาพ
ขอขอบคุณภาพจาก EIC
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการมาของตึก Mixed-Use จะมีแต่ผลกระทบทางลบเสมอไป หากโครงการมิกซ์ยูสนั้นตั้งอยู่ที่นอกเมืองสักหน่อย และวิธีการทำกำไรของโครงการนั้นแตกต่างกับพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบ จะทำให้เกิดผลทางบวกอย่างมากเนื่องจากโครงการจะดึงผู้บริโภคจำนวนมากเข้าพื้นที่ ดังเช่น โครงการ ICONSIAM ที่เพิ่มยอดจองห้องของโรงแรมรอบแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังทำให้มีนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคตามร้านภัตตาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีกด้วย
โครงการมิกซ์ยูสมาแรง
เมื่อโอกาสทางการตลาดอยู่ตรงหน้า เหล่า Developer ต่างก็ปล่อยโปรเจคมิกซ์ยูสออกมากันพอสมควร ซึ่ง Kaidee Property จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือในเมือง(CBD) และนอกเมือง
ในเมือง (CBD)
1.ดุสิต เซนทรัลพาร์ค
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Dusit Central Park
สำหรับที่ตั้งของโครงการนี้เรียกได้ว่าพอเหมาะพอเจาะ เพราะตั้งอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานีเดิม ใกล้กับ BTS ศาลาแดง
ดุสิต เซนทรัลพาร์คจะเป็นการ Mix ระหว่าง โรงแรม, อาคารที่พักอาศัย และสำนักงาน โดยที่ 8 ชั้นแรกจะเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ Central โดยรวมคาดว่าโครงการจะสร้างเสร็จประมาณปี 2567
2.One Bangkok
ขอขอบคุณรูปภาพจาก One Bangkok
มาต่อกันที่โครงการที่อาจเรียกได้ว่าเป็น Mega Project เนื่องจากประกอบไปด้วยโรงแรม, อาคารสำนักงาน, พื้นที่อยู่อาศัย และอาคารสำหรับใช้ประชุมหรือจัดนิทรรศการ
จุดเด่นของโครงการนี้จะอยู่ที่ “ตึกพิกุลทาวเวอร์” ซึ่งมีความสูงถึง 92 ชั้น ส่วนความอลังการคงต้องรอดูว่าตอนสร้างเสร็จใน Phase แรก ปี 2565 จะสุดยอดขนาดไหน
ส่วนทำเลก็ดีไม่แพ้กับดุสิต เซนทรัลพาร์ค เพราะตั้งอยู่ใกล้ MRT ลุมพินีใกล้ถนนวิทยุ ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าเมื่อสร้างเสร็จคงมีผู้คนเข้าจับจองพื้นที่กันไม่น้อยเลย
3.Samyan MitrTown
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Wikipedia
ทำเลของโครงการนี้นับว่าดึงดูดผู้บริโภคอย่างสูงสุด เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับ MRT สามย่าน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอย่างมาก
ในส่วนของการ Mix การใช้งาน โครงการนี้ประกอบไปด้วย พื้นที่เชิงพาณิชย์ใน 6 ชั้นแรก และที่เหลือเป็นส่วนที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียม
จุดเด่นของโครงการนี้คือมีโซนที่เปิด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเอาใจฐานลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษา ซึ่งจะมี ร้านค้า, ฟิตเนส และ Co-Working Space คอยเปิดให้บริการ
นอกเมือง
1.Bangkok Mall
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Wikipedia
โครงการนี้จะตั้งอยู่บริเวณบางนาบนถนนสายสุขุมวิท โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่นอกเมืองไปสักหน่อย
คอนเซ็ปต์ของโปรเจคนี้คือการสร้างเมืองเล็กๆ ในโครงการของตัวเอง จึงมีการ Mix รูปแบบอาคารหลายรูปแบบมากซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่ศูนย์การค้า, สวนสนุก, โรงแรม, อาคารสำนักงาน, และพื้นที่พักอาศัย
ส่วนกำหนดการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการทั้งโครงการคือภายในปี 2567
2.The Forestias
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Expat life in Thailand
ที่ตั้งของโครงการนี้จะตั้งอยู่บนถนนบางนา ตราด ตรงช่วงกิโลเมตรที่ 7 และด้วยความที่ตั้งอยู่นอกเมืองนี่เองที่ทำให้คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้แตกต่างจากโครงการ Mixed-Use อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
คอนเซ็ปต์ของโครงการนี้คือการสร้างป่าและเมืองไว้ด้วยกัน โดยพื้นที่ใช้สอยจะประกอบไปด้วย คอนโดมิเนียม, บ้านเดี่ยว, พื้นที่เชิงพาณิชย์, อาคารสำนักงาน, และโรงแรม
3.The Grand Rama 9
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Grandcannalland
โครงการนี้ตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกอบไปด้วย 3 อาคาร ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักๆ คือเน้นพื้นที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม
ส่วนจุดประสงค์การใช้งานจะผสมผสานระหว่าง พื้นที่เชิงพาณิชย์, อาคารสำนักงาน, โรงแรม และคอนโดมิเนียม
ในเรื่องกำหนดการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2565
สรุปท้ายบทความ
Mixed-Use Project นับได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังปังอย่างแท้จริง เมื่อตลาดอสังหาฯ กำลังประสบปัญหา Over Supply จากอาคารประเภท Single-Use หรืออาคารสำนักงานแบบเดี่ยวๆ Kaidee Property เชื่อว่าการเข้ามาของเทรนด์สุดปังอันนี้นั้น จะช่วยให้ตลาดอสังหาฯ ปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น และเนื่องจากมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคและผู้ใช้บริการก็จะได้รับสิ่งดีๆ ตามไปด้วย
Jan 5, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปี 2020 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีของ “การยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง” เชื่อว่าชีวิตวิถีใหม่ “New Normal” ที่เราได้ยินกันจนชินหู คงทำให้ชีวิตหลายๆ คนต่างไปจากเดิมอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้อย่างชัดเจนคือ “การเปลี่ยนแปลง” จะทำให้เราเติบโตขึ้น
เราลองมาดูกันว่า รูปแบบชีวิตแนวใหม่ ใส่หน้ากาก เว้นระยะทางสังคม ในปีที่ผ่านมานั้น คนไทยเรา “สนใจ” เสิร์ชหาอะไรกันบ้าง ทั้งนี้เราแบ่งไว้เป็น 4 หมวดหมู่หลัก คือ เทรนด์ฮิตมาแรง, อสังหาริมทรัพย์, ยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือ เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพกันชัดๆ ไปเลยค่ะ
เทรนด์มาแรงประจำปี
Year in Search Thailand 2020
1.Covid 19
คำ “ค้นหา” ยอดฮิตอันดับหนึ่งที่คนไทย “สนใจ” มากเป็นอันดับหนึ่งประจำปี 2020 เชื่อว่าไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นประเด็นที่คนทั้งโลกจับตามอง และเต็มไปด้วยความหวังให้โรคร้ายนี้หมดไปจากโลกนี้สักที
2.เราไม่ทิ้งกัน / คนละครึ่ง
โครงการของทางรัฐบาล ซึ่งออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด โดยทั้งสองโครงการนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ก็พบปัญหาหลายจุด อย่างที่เราทราบกันดี
3.ที่เที่ยวเชียงใหม่
หลังจากสถานการณ์โควิดเบาบางลงช่วงกลางปี กระแสการท่องเที่ยวก็กลับมาอีกครั้ง ยิ่งช่วงใกล้สิ้นปี อากาศหนาว หมูกระทะและวิวภูเขา “เชียงใหม่” จึงเป็นจุดหมายหลัก ที่ชาวไทยจำนวนมากนิยมไป
Credit : Fah_parisaa
Credit : Fah_parisaa
4.ร้านชานมไข่มุก
มั่นใจว่าสาวกชานมไข่มุกทั้งหลาย น่าจะเคยเสิร์ช “ร้านชานมไข่มุก ใกล้ฉัน” แน่นอน อย่างว่าแหละค่ะ ความหิวไม่เข้าใครออกใคร เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตเหนือกาลเวลาตัวนี้
5.เพลงวิบวับ
“เพชรผมวิบๆๆๆๆ เพลงผม hit hit hit hit hit พวกผมแม่ง fucking lit”
เพลงป๊อปยอดฮิตแห่งค่าย Mindset Mob ที่ร้องโดย Mindset, Daboyway, Younggu, และ Diamond ซึ่งโด่งดังเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ จนตอนนี้ยอดวิวทะยานไปถึง 274 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อย แม้จะโดนกระแสดราม่า ว่าเหยียดเพศก็ตาม
VIDEO
Credit : YouTube Chanel -Mindset Mob
อสังหาริมทรัพย์
Top 5 Properties in Thailand 2020
1.อณาสิริ รังสิต – คลอง 2
โครงการจากแสนสิริ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Modern Japanese มีให้เลือกทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มาพร้อมคอนเซปต์ “ชีวิตวิถีใหม่ กับบ้านสไตล์ญี่ปุ่น” เน้นตอบโจทย์คนเมือง ตั้งอยู่ในทำเลดี ใจกลางรังสิต
Credit : www.sansiri.com
Credit : www.sansiri.com
2.ศุภวัฒนาลัย
“บ้านเพื่อผู้สูงวัย” คือคอนเซปต์หลักอันโดดเด่นของศุภาลัย ที่คำนึงถึง “สังคมผู้สูงอายุ” ที่ประเทศไทยเรากำลังเผชิญ ดังนั้นดีไซน์และสิ่งอำนวยความหลัก จึงเน้นกลุ่มลูกค้าวัย 50 ขึ้นไป โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันร่มรื่น อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก จ.สระบุรี (มีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง)
Credit : www.supalaiwellnessvalley.com
Credit : www.supalaiwellnessvalley.com/
3.บ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41
จุดเด่นของ “บ้านภูริปุรี” คือการนำเอาแนวคิดสถาปัตยกรรมไทยสุดเก๋า “ย่อมุมไม้สิบสอง” มาเป็นเอกลักษณ์ของการดีไซน์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ศิลปะแนวนี้มักพบตามวัดหรือพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้โครงการของ develop เจ้านี้ ได้รางวัลความคิดสร้างสรรค์และการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม (Baan Puri Puri ลาดพร้าว 41 เป็นโครงการที่ 3)
Credit : www.baanpuripuri.com
4.เดอะ ไพรเวซี่ จตุจักร
“Live The Enchanting Moment สัมผัสมนต์เสน่ห์ใหม่ แห่งการใช้ชีวิต”
คอนเซปต์หลักของคอนโดสไตล์ Luxury ซึ่งโดดเด่นด้วยทำเลใจกลางเมือง พื้นที่ใช้สอย ความคุ้มค่า จนได้รับรางวัล Best Mid End Condo Development ส่วนเรื่องเรื่องดีไซน์ภายในก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ถึงขนาดได้รับรางวัล Highly Commended: Best Mid End Condo Interior Design
Credit : theprivacy.pruksa.com
5.เดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา – ตราด กม. 7
อภิมหาโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ของ MQDC ด้วยการทุ่มงบกว่า 125,000 ล้านบาท เนรมิตให้ริมถนนบางนาตราดเป็น “The Land of Everlasting Happiness” ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีให้ทุกวัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นโครงการ Mixed-use ที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย
Credit : www.mqdc.com/th
ยานยนต์
Top 5 Autos in Thailand 2020
1.Toyota Corolla Cross
“A New Journey” การเดินทางครั้งใหม่ของโตโยต้า ที่ครั้งนี้เปิดตัว Corolla Cross มาเพื่อตีตลาดรถยนต์ C-SUV นอกจากดีไซน์เหนือระดับอันทันสมัยแล้ว ตัวรถยังมาพร้อมระบบไฮบริด ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.3 กม./ลิตร กำลังเครื่อง 98 แรงม้า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ฟูลด้วยระบบ Toyota Safety
2.Honda City : Hatchback 2020
ส่วนฝั่งฮอนด้าส่งรุ่นดังตัวฮิตอย่าง Honda City Hatchback ออกมาตีตลาด เอาว่าแค่ชื่อรุ่นก็กินขาด มาพร้อมคอนเซปต์ “My space move me” สไตล์สปอร์ตรอบคัน ไฟท้ายใหม่แบบ LED โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ตัวเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC Turbo ให้กำลัง 122 แรงม้า มาพร้อมระบบ Turbocharger
3.Isuzu Mu-x Originality Redefined
ว่ากันว่าตัวนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่น “มาสเตอร์พีซ” ของอีซูซุ มาพร้อมความหรูหรามีระดับ “เหนือทุกความเชื่อ เหนือทุกความสำเร็จ” ให้คุณสนุกกับการขับขี่ได้ทุกเส้นทาง ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยดีเยี่ยม (มี 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active)
4.BMW 220i Gran Coupe M Sport
ทันทีที่ BMW 220i เปิดตัว M Sport รุ่นใหม่ ก็ได้รับความนิยมจากผู้ที่นิยมรถแนวสปอร์ตเป็นจำนวนมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามตามแบบฉบับ BMW ทั้งยังมาพร้อมเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นกว่าเดิม อย่างเบนซิน 4 สูบ 2.0 เทอร์โบ 192 แรงม้า ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมหลายแสน
5.GPX Drone
ข้ามมาที่ฝั่งมอเตอร์ไซค์กันบ้าง “GPX Drone” ตัวนี้ คือพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ตัวดัง แห่งค่าย GPX ที่ร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก SYM ด้วยการพัฒนาให้รถรุ่นนี้ เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม อัดแน่นด้วยเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี 4 จังหวะ ผสมผสานกับความสปอร์ตและความพรีเมียมได้ลงตัว
โทรศัพท์มือถือ
Top 5 Mobile phones in Thailand 2020
1.Iphone 12
ทุกๆ เดือนตุลาคมของทุกปี มักเป็นช่วงที่เหล่าสาวกแอปเปิ้ลหลายคนจับตามอง ถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของแบรนด์ดังยี่ห้อนี้ สำหรับไอโฟน 12 ที่ออกมาล่าสุดนั้น เทคโนโลยี 5G คือจุดเด่นสำคัญ รวมถึงรูปลักษณ์ที่เรียบหรูสวยงาม ยังคงเป็นเอกลักษณ์อันเสมอต้นเสมอปลายของ Apple จริงๆ
2. Samsung Galaxy S20 Plus
ใครที่มีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นขวัญใจ เชื่อว่าต้องมีซัมซุงรุ่นนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ ด้วยดีไซน์อันสวยงามเรียบหรูดูดี กล้องที่จัดเต็มด้วยคุณภาพ ไปจนถึงฟีเจอร์การใช้งานที่ครบเครื่องและครบครัน ทันทุกเทคโนโลยี ทำให้ Galaxy S20 Plus เป็นหนึ่ง “Best Android phone” ประจำปี 2020 เลยทีเดียว
3.Huawei P40 Pro Plus
จุดแข็งของหัวเหว่ย คือ “เรื่องกล้อง” ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือกว่าแบรนด์อื่น อย่างที่รู้กันว่า แบรนด์นี้ใช้ระบบกล้องตัวเดียวกับไลก้า ฉะนั้นวางใจได้แน่นอน ยิ่ง P40 Pro Plus ตัวนี้ จัดเต็มด้วยเซ็นเซอร์กล้อง 4 ตัว เลนส์เทเลโฟโต้ 2 ตัว ทั้งยังมาพร้อมระบบประมวลผลอันชาญฉลาด มั่นใจได้เลยว่า ภาพของคุณโดดเด่นกว่าใคร
4.Oppo Find X2 Pro
“Trusted Reviews Awards 2020 Best Phone Winner” คือรางวัลที่ Oppo Find X2 Pro คว้าไปครอง ด้วยคุณสมบัติและลูกเล่นต่างๆ ที่ทางแบรนด์ ให้มาคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่ว่าจะเป็น ระบบเร็วที่ดีที่สุด พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ 512 GB และหน้าจอที่คมชัด ให้สีสันสดใสสวยงาม
5.Realme X50 5G
หากคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ทว่าเต็มไปด้วยประสิทธิภาพจัดเต็มให้นึกถึง “Realme” เพราะนี่คือโทรศัพท์ราคาย่อมเยาที่สุดในตลาด ที่รองรับเทคโนโลยี 5G ได้อย่างสบายๆ ทั้งยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการสุดแข็งแกร่ง ใช้งานและเล่นเกมได้ไหลลื่นกว่าเดิม รวมทั้งถ่ายภาพได้ดีในพื้นที่แสงน้อย
เป็นอย่างไรบ้างคะ กับที่สุดแห่งปี 2020 ที่เราคัดเอา “ตัวเด่นตัวปัง” ของแต่ละหมวดหมู่มารีวิวสรุปไว้เป็นความทรงจำ พอได้ Remind กันให้ชุ่มชื่นหัวใจ ว่าที่ผ่านมามีอะไรดี มีอะไรเก๋บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นปีที่แย่ไปซะทั้งหมดเนอะ