Mar 10, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สำหรับ Eating Guide ประจำเดือนมีนาคมที่มีวันสตรีสากลแทรกตัวอยู่ด้วยนั้น
เราขอหยิบยกเอา “ความเป็นผู้หญิง” มาเกี่ยวพันกับอาหารอร่อย ด้วยการพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับ “ป้าพิม” บาริสต้าหญิงสุดคูลวัย 71 ปี ผู้ก่อตั้งร้านกาแฟชื่อดัง “มาเธอร์โรสเตอร์ (Mother Roaster)”
ป้าพิม บาริสต้ารุ่นเก๋าแห่งมาเธอร์โรสเตอร์
ก่อนอื่นขอสารภาพว่า เรามีใจให้มาเธอร์โรสเตอร์อยู่แล้ว ความที่กาแฟร้านนี้ถูกจริตกันเป็นการส่วนตัว จุดเด่นของกาแฟร้านนี้คือรสชาติกาแฟที่ชัดเจน ไม่ใส่น้ำตาล เรียงรายด้วยเมล็ดพันธุ์หลากหลายสัญชาติ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของกาแฟที่เด่นชัด ตั้งแต่เราก้าวเข้าประตูร้าน
ที่สำคัญป้าพิมและบาริสต้าคนอื่นๆ ในร้าน ยังตอบคำถามและให้คำแนะนำเราเรื่องกาแฟ “ด้วยรอยยิ้มและสายตาที่เต็มใจ” หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นกับกาแฟตัวไหน ขอให้เอ่ยปากบอกรสชาติที่ชอบและไม่ชอบ กลิ่นไหนที่เราอิน กินแล้วจะฟินเป็นพิเศษ เราเชื่อว่าคุณป้าจะแนะนำให้คุณเจอกับสิ่งที่ถูกใจได้ค่ะ
“เอากาแฟอะไรดีจ๊ะ” ป้าพิมเอ่ยถามเราด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ในร้าน “มาเธอร์โรสเตอร์” สาขาใหม่ย่านประตูผี ท่ามกลางบรรยากาศร้านสุดคลาสิคของอาคารไม้โบราณ อายุ 100 กว่าปี สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
ระหว่างที่นิ่งคิดหาคำตอบอยู่นั้น เสียงของคุณป้าดังขึ้นมาก่อนความคิดเรา “ลาเต้ไหม”
และใช่ค่ะ.. ลาเต้ เป็นหนึ่งในกาแฟแก้วโปรดของเรา
ด้านบน – Latte แก้วโปรดของเรา
ด้านล่าง – Panama Geisha Drip Coffee แก้วละ 420 บาท แพงที่สุดในร้าน
“กฏของแรงดึงดูด” ป้าพิมบอกกับเราว่าเชื่อในเรื่องนี้
เราเป็นคนแบบไหน โลกก็มักจะดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามาหา เหมือนกับการกินกาแฟ เราชอบกินแบบนี้ ชงแบบที่เราชอบขายดู ลูกค้าที่เดินเข้ามาหาเรา คือคนที่รักในการดื่มกาแฟแบบเดียวกับเรานั่นแหละ “ความชอบในสิ่งเดียวกันมันดึงดูดหากันได้เสมอ”
ป้าพิมเล่าให้เราฟังแบบสบายๆ ว่า เราทำร้านนี้ด้วยความไม่คาดหวังตั้งแต่แรก ชีวิตเราผูกพันกับกาแฟมาตั้งแต่สาวๆ กินเอง คั่วเอง พอได้เปิดร้านก็คิดว่าวันนึงขาย 5 แก้ว 10 แก้วพอแล้ว ไม่ได้เป็น Business อะไรมากมาย แต่พอร้านมีลูกค้าเยอะขึ้น เรายิ่งต้องพัฒนากาแฟของเราให้ดีมากยิ่งขึ้น
คอยหาคำตอบให้กับทุกคำถามของลูกค้าที่เข้ามา รวมถึงหาวิธีให้เราสนุกไปกับมันมากขึ้น รสชาติอย่างไหนจะถูกใจเขาหรือถูกใจเราอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
“เราเต็มที่กับทุกอย่างที่ทำ เลยไม่มีอะไรจะต้องกลัว”
นอกจากบรรยากาศร้านกาแฟสุดคลาสิคแล้ว ป้าพิมยังบอกเราว่า “มาเธอร์โรสเตอร์” สาขา
ประตูผี เก่าแก่กว่านั้น…
“พนักงานสาขานี้มีแต่เพื่อนสูงวัยทั้งนั้น” ซึ่งผ่านการ Workshop พื้นฐาน (ฟรี) กับเรามาแล้ว และอยากจะเปิดร้านของตัวเอง เราเลยให้เขามาเทรนด์อย่างเคี่ยวกรำที่ร้านนี้ เพื่อให้เกิดความชำนาญ รวมถึงเครื่องชงกาแฟก็ไม่ใช่แบบกดเหมือนสาขาตลาดน้อย เพราะคนทำงานมีอายุ จะให้มาออกแรงกดเองทุกแก้วคงไม่ไหว
“ไม่มีใครเขาถึกเหมือนป้า” ป้าพิมพูดด้วยรอยยิ้มและท่าทีที่แข็งแรง
เราเชื่อว่าไม่มีผู้สูงวัยคนไหนอยากเป็นภาระลูกหลาน เราอยากแก่ไปแล้วมีประโยชน์ อยากทำอะไรที่พอมีเงินเลี้ยงตัวเอง ร้านนี้จึงใช้ชื่อร้านเป็น “มาเธอร์โรสเตอร์” และใช้ภาษาไทยเป็นตัวย่อของร้านว่า “มร” แตกต่างจากสาขาที่ตลาดน้อยที่ใช้ Mother Roaster เป็นภาษาอังกฤษ
“เราแค่อยากตื่นมาแล้วรู้สึกว่าชีวิตมันมีความหมาย”
ตลอดการสนทนากับป้าพิม เราชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติและแววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจจริง คุณป้าทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า วัยไม่ใช่อุปสรรคของการเรียนรู้ ไม่มีอะไร “สาย” เกินไปกว่าความตั้งใจของเรา พร้อมเมื่อไรก็ค่อยเริ่ม อย่ากลัวที่จะผิดหวัง อย่ากดดันตัว หากเรายังไม่พร้อม
เมื่อตัดสินใจจะเริ่มต้นกับอะไรแล้ว จงทำด้วยความรักและความเข้าใจในสิ่งๆ นั้นอย่างถ่องแท้ เรียนรู้และพัฒนาให้ทันโลก ทันต่อความต้องการของลูกค้า อย่าอยู่กับมันแค่ผิวเผินแล้วบอกว่าชอบ มีเงินอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปทุกอย่าง
เหมือนที่ป้าพิมแห่ง Mother Roaster เป็นตัวอย่างที่ดีของการเริ่มต้นนั่นเองค่ะ…
Feb 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ความที่ช่วงนี้ยังเดินทางไปไหนได้ไม่มากนัก แต่ครั้นจะให้นอนๆ ลุกๆ ขลุกอยู่แต่ในห้อง คงไม่ใช่เวย์ของเราเท่าไร วันหยุดที่ผ่านมาเราเลยตัดสินใจไปกินเที่ยวเล่นที่ “ถนนจันทน์” ซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยไปมาแล้วช่วงกินเจ ทำให้ร้านโปรดที่เราเล็งๆ ไว้ส่วนใหญ่ขายกันแต่อาหารเจ ปักธงเหลืองเต็มไปหมด
ครั้งแรกพลาดแล้ว…. ครั้งนี้เลยว่าจะล้างตาด้วยการมาให้ถูกจังหวะ เพื่อให้ได้ลิ้มลอง
อาหารที่ถูกใจ แถมช่วงนี้หลายๆ ร้านก็เงียบเหงา เพราะด้วยผลพวงจากโควิดอย่างที่เรารู้ๆ กัน ไหนๆ แล้วไปรับบทนางขับเคลื่อนเศรษฐกิจกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าร้านที่เราคัดมาไม่แพง อร่อยคุ้มค่าในราคาไม่เกินร้อย!
ถนนจันทน์ตอนเย็นคึกคักคักครื้น
7 ร้านเด็ด มา “ถนนจันทน์” แล้วต้องกิน!
ก่อนจะไปตะลุยกินแบบฟินๆ เราขอเล่าที่มาที่ไปของถนนเส้นนี้คร่าวๆ เพื่อความเข้าใจในอาหารพื้นถิ่นของคนย่านนี้กันก่อน
ช้อปปิ้งก็เพลินไม่น้อย
แหล่งรวมสตรีทฟูดสไตล์จีน ราคาดี
ถนนจันทน์เป็นถนนสายรอง (ยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร) เชื่อมต่อกับถนนเจริญกรุง ช่วงแรกจนถึงปัจจุบันที่นี่เป็นย่านของคนจีนเป็นหลัก ก่อนจะถูกรายล้อมด้วยชุมชนย่อยๆ หลากหลาย สังเกตได้ว่ารอบๆ มีวัดพุทธ มัสยิดและโบสถ์กระจายตัวอยู่ เพราะฉะนั้นช่วงเทศกาลเจและตรุษจีน ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ เหมาะกับการมาหาอะไรอร่อยกิน รับรองว่าละลานตาและหลากหลาย
…พอรู้พื้นเพของถนนจันทน์แล้ว อย่ารอช้า เตรียมพื้นที่กระเพาะและเงินให้พร้อม ไปลุยกันค่ะ!
1. ก๋วยจั๊บมิสเตอร์โจ
คิวหน้าร้านการันตีได้ถึงความอร่อย
กว่าหลายสิบปีที่ชื่อเสียงและกลิ่นหอมของน้ำซุปร้านนี้ เป็นที่เลื่องลือบนถนนจันทน์ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ความฮิตของร้านนี้ยังคงเส้นคงวา การันตีด้วยจำนวนคิวหน้าร้านที่ยืนออกันแน่นขนัด ทั้งเดลิเวอรี่และผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ที่สำคัญยังมีรางวัล “บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand)” ร้านอาหารที่ได้ชื่อว่าถูกและดี จากมิชลินไกด์เป็นตัวชวนชิม
“ก๋วยจั๊บน้ำใส” ที่อัดแน่นด้วยเครื่องพริกไทย คือ “เมนูสร้างชื่อ” ของมิสเตอร์โจ จุดเด่นของเมนูนี้คือ ซุปรสชาติกลมกล่อมที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เสริมทัพด้วยหมูนุ่ม หมูกรอบ และเครื่องในชิ้นโต ไม่มีกลิ่นคาว นุ่มหนึบ เคี้ยวง่าย
ก๋วยจั๊บน้ำใสรวมทุกอย่าง
อัดแน่นทั้งเครื่องและพริกไทย
นอกจากก๋วยจั๊บที่สร้างชื่อให้มิสเตอร์โจแล้ว “หมูกรอบ” ร้านนี้คือหนึ่งในอาวุธลับที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน มั่นใจได้ว่าชาวหมูกรอบเลิฟเวอร์ทั้งหลายต้องหลงใหล ทั้งความกรอบ ความมัน และส่วนเนื้อ ผสานกันอย่างลงตัว ไหนจะน้ำจิ้มรสหวานนิดๆ ฟินมากๆ เรียกว่า…เราเคี้ยวที ได้ยินถึงเพื่อนที่นั่งข้างๆ
ที่ตั้ง : https://g.page/Guay-Jub-Mr-joe?share
เปิด-ปิด : 08.00-16.30 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : ก๋วยจั๊บใส่ทุกอย่าง 70 บาท / หมูกรอบจานเล็ก 65 บาท
2. ทับทิมกรอบเจ๊ลี้
อิ่มกับของคาวที่ร้านมิสเตอร์โจแล้ว ออกนอกร้านเลี้ยวซ้ายมาไม่กี่ก้าว ก็จะเจอกับเมนูของหวานละลานตา ทั้งลอดช่องเผือก สาคูแคนตาลูป มะพร้าวอ่อน ขนมถ้วย ฯลฯ แต่ที่ถูกใจเราและหลายๆ คนเป็นพิเศษคือ “ทับทิมกรอบมะพร้าวอ่อน”
ร้านรถเข็นเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ
ทับทิมกรอบเม็ดใหญ่สะใจ
ความพิเศษที่ทำให้ทับทิมกรอบร้านนี้แตกต่างกว่าร้านอื่นๆ คือความอร่อยของตัวกะทิที่ครบเครื่องเรื่องความเข้มข้นหอมมัน รวมทั้งความช่างเจรจาของคุณป้าผู้ขาย “กะทิของเราอบไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง” ซึ่งระหว่างพูดคุยกันไปเรื่อยๆ คุณป้าก็เรียกเราให้มาเติมข้าวโพดเพิ่ม พร้อมบอกว่า “อร่อย! ข้าวโพดกับทับทิมกรอบต้องกินคู่กัน”
“อยากอร่อยให้มาแต่เช้า มาสายขนมหมด แล้วถ้ามาวันธรรมดาจะรักมาก เพราะช่วงนี้เงียบๆ ขายไม่ค่อยดีเท่าไร”
….คุณป้ากล่าวปิดท้าย ใครอยู่แถวนั้น ไปอุดหนุนคุณป้ากันนะคะ
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/apXrusrE9tCX65v27
เปิด-ปิด : 10.00-15.00 น. หยุดวันจันทร์
ราคาเริ่มต้น : 30 บาท
3. บ๊วยเกี๊ยสูตรไหหลำ (เจ๊น้อย)
อร่อยกับทับทิมกรอบแล้ว สลับไปเอ็นจอยกับของหวานสไตล์จีนกันบ้าง ถึงตรงนี้บางคนอาจจะสงสัยว่า “บ๊วยเกี๊ย” คืออะไร บ๊วยเกี๊ยคือแป้งสีขาวรูปร่างอวบอ้วนคล้ายลอดช่อง ใส่เครื่องสมุนไพรจีนต่างๆ อย่างถั่วแดง แปะก๊วย ลูกเดือย เฉาก๊วย ฯลฯ โปะด้วยน้ำแข็งไส
ต่อกันที่ร้านขนมหวานอีกเจ้า
บ๊วยเกี๊ยแป้งนุ่มหนึบ
ร้านบ๊วยเกี๊ยสูตรไหหลำ (เจ๊น้อย) แห่งถนนจันทน์เจ้านี้ เปิดขายมากว่า 14 ปี ถือเป็นร้านขนมหวานเพียงไม่กี่ร้าน ที่ยังคงสูตรแบบไหหลำไว้ ด้วยการใส่ถั่วลิสง ถั่วแดง และน้ำตาลโอวทึ้ง
ที่สำคัญพี่น้อย (เจ้าของร้าน) ยังบอกเคล็ดลับความอร่อยกับเราเอาไว้ว่า ตัวแป้งบ๊วยเกี๊ยสีขาวนุ่มหนึบ เป็น “งานแฮนด์เมด” ที่พี่น้อยนวดและปั้นเองกับมือ ต่างจากร้านอื่นๆ ที่ส่วนมากเป็นแป้งสำเร็จรูป รวมถึงถั่วแดงและถั่วลิสงคั่วเอง และปลูก (เอง) แบบปลอดสาร ที่บ้านในจ.อุบลราชธานี แล้วให้ญาติส่งขึ้นมา
เปิดทุกวันนะ แต่ก็ตามอารมณ์แม่ค้านั่นแหละ
พี่น้อยตอบเราด้วยรอยยิ้ม พร้อมลอกผิวถั่วลิสงไปพลาง
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/qp8SymZArDbE8xHy6
เปิด-ปิด : 11.00-21.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 30 บาท
4. ขนมผักกาดอาชวน
- ขนมผักกาดที่ไม่ได้แปลว่าของหวาน
- ขนมผักกาดที่ไม่ได้มีผักกาดอยู่ในนั้น …สักหนึ่งใบ
ถึงร้านขนมผักกาดอาชวนจะไม่ได้ตั้งอยู่ริมถนนจันทน์เส้นหลัก อยู่ในซอยจันทน์ 51 (450 เมตร) แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหาไม่ยาก เสียงตะหลิวเคาะกระทะและกลิ่นหอมของขนมผักกาด จะดึงดูดให้คุณเจอกับร้านเด็ดร้านนี้ได้ไม่ยาก
เสียงกระทะกับตะหลิวทำหน้าที่เรียกลูกค้าได้ดี
ถึงตอนนี้อาชวนจะไม่ได้ผัดเองเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ยังคอยกำกับลูกหลานที่มารับช่วงต่ออยู่ไม่ห่าง เรียกว่าคุณภาพและความอร่อยยังเหมือนเดิม ที่สำคัญยังรอคิวนานเหมือนเดิม จากสถิติที่เรารออยู่ราวๆ 30 นาทีได้ เรียกว่ารอจนเหงื่อชุ่มหลัง
“ทุกการรอคอยย่อมคุ้มค่า หากสิ่งนั้นคู่ควร”
ขนมผักกาดอาชวนจัดอยู่ในหมวดหมู่นั้น แป้งนุ่มหนึบปรุงรสมาอย่างดี ถูกใจรสไหนเป็นพิเศษบอกคนผัดได้ เปรี้ยว เผ็ด หวาน แถมให้มาปริมาณเยอะ จุใจในราคาสบายกระเป๋า หรือถ้าใครอินเลิฟผัดไทย ที่ร้านก็มีไว้ให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/qe7KCZX1JkvcfRuA8
เปิด-ปิด : 09.00-16.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 35 บาท
5. หลับจับเชนชวนชิม พ.ศ. 2486
เพื่อให้คุณผู้หิวเห็นภาพชัดเจนขึ้น หลับจับก็คือราดหน้ารวมมิตร ที่ใส่เครื่องแบบจัดเต็ม ทั้งหมูชิ้น หมูแดง ปลาหมึกแช่ กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ ส่วนผสมอื่นๆ เส้นใหญ่ ผักคะน้า และรสชาติไม่ต่างจากราดหน้าเลยค่ะ
ถึงจะเป็นเมนูที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทว่าร้านราดหน้าสไตล์กวางตุ้งหนึ่งเดียวของไทยแห่งนี้ เปิดให้บริการในย่านบางรักมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486 ก่อนจะย้ายมาถนนจันทน์ในช่วงหลัง แถมความหลากหลายของร้านนี้ยังน่าสนใจ ทั้งเมนูอาหารจีนและอาหารตามสั่ง
เชนชวนชิม พ.ศ.2486
หลับจับสไตล์กวางตุ้ง
เจ้าเดียวของไทย
ส่วนความอร่อยของหลับจับถือว่าทำได้ดี ตัวเส้นมีความนุ่มหนึบ และมีกลิ่นไหม้อ่อนๆ ของกระทะอย่างไร้ที่ติ รสชาติกลมกล่อม ตัวคะน้ากรอบและอ่อน ถูกใจผู้เคี้ยว แถมเครื่องยังแน่นแบบสมราคา (หมูนุ่มคือหมักมาดีมาก)
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/w7DYZWG1yGRXjeuq8
เปิด-ปิด : 10.00-02.00 น. ทุกวัน (ช่วงโควิดปิดไวกว่าปกติ)
ราคาเริ่มต้น : 45 บาท (หลับจับ 75 บาท)
6. ห่านพะโล้รสเด็ด บุญเอก
อีกหนึ่งร้านเด็ดแห่งถนนจันทน์ 18/7 ซึ่งคนแถวนั้นเรียกกันติดปากว่า “ซอยเซนต์หลุยส์” จะว่าไปร้านนี้เปิดประสบการณ์การกินห่านของเราเป็นครั้งแรก ถือเป็น “First Impression” ที่อิ่มเอมใจเอามากๆ เมนูข้าวหน้าห่านของบุญเอก ทำให้เราอยากกลับไปกินซ้ำๆ วนไปเรื่อยๆ สักหนึ่งอาทิตย์
ข้าวหน้าห่านครั้งในชีวิต ฟินมาก!
ด้วยราคาที่ย่อมเยา จับต้องง่าย รสชาติดี ตัวห่านมีความแน่นความหนึบกว่าเป็ด (ไม่มีกลิ่นสาป) มีทั้งเนื้อหนังครบ! โปะลงมาบนข้าวสวยร้อนๆ เม็ดร่วนพอดีคำ ให้เท็กเจอร์ไม่แข็งและไม่นุ่มจนเกินไป แถมน้ำราดเป็ดก็ดีงามหอมเครื่องยาจีน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวและกลมกล่อม
แนะนำให้มาช่วงเช้า หากไม่เกินเที่ยงได้ยิ่งดี เพราะความอร่อยจะมีให้คุณเลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเมนูซุปร้อนๆ อย่างหัวไชเท้าตุ๋นซี่โครงหมู ฟักตุ๋นบ๊วย ขาห่านตุ๋นยาจีน ฯลฯ และที่ไม่อยากให้พลาดกับ “ไส้แก้วพะโล้” กรุบกรอบรสชาติดี ไม่มีกลิ่นคาว ให้เป็นหนึ่ง Very best ของร้านนี้!
ร้านบุญเอกห่านพะโล้
ไส้แก้วพะโล้ อีกหนึ่งเมนูเด็ด
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/ELou4SYtbMv9o2wD7
เปิด-ปิด : 08.00-16.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : 40 บาท
7. สตรีทฟู้ด ถนนจันทน์ 18/5
ปิดท้ายทริปอร่อยไม่เกินร้อยที่ถนนจันทน์ ที่ซอยจันทน์ 18/5 แหล่งรวมร้านอาหารรสชาติเยี่ยม ราคาดี เริ่มต้นที่ 40 บาท แถมมีให้คุณเลือกหลากหลายประเภท ขนมาครบร้านเด็ดร้านดัง ไม่ว่าจะเป็นอ๋าราดหน้าทะเล ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ๊ปากแดง ตือฮวนเกี่ยมฉ่าย ก๋วยจั๊บ มิกกี้มินนี่ ฯลฯ
ซอยรวมร้านเด็ดร้านดัง
อร่อยได้ในราคาย่อมเยา
หากคุณมาถนนจันทน์ช่วงเย็นๆ แล้วบรรดาร้านที่เราแนะนำส่วนใหญ่ปิดหมดแล้ว ขอให้แวะมาเดินซอยนี้รับรองไม่ผิดหวัง คุ้มค่าทั้งราคาและความอร่อย ยิ่งช่วงนี้ลูกค้าบางตาลงไปกว่าเดิมพอสมควร ขนาดเราไปช่วงวันหยุดหลายๆ ยังร้านเงียบเหงา มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุดหนุนคุณป้าคุณน้ากันเยอะๆ นะคะ
ตือฮวนเกี่ยมฉ่าย ร้อนๆ น้ำซุปกลมกล่อม
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/nsB5Djie16i8Vbsu5
เปิด-ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 17.00-22.00 น. ทุกวัน
ราคาเริ่มต้น : ส่วนใหญ่เริ่มต้น 40 บาท
ส่งท้ายความอร่อย ณ ถนนจันทน์
ถนนจันทน์สำหรับเราถือว่าเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย ราคาดี ที่วันไหนนึกไม่ออก ว่าจะไปเดินเล่นกินเที่ยวที่ไหน ย่านนี้ก็ยังตอบโจทย์เราเสมอ กำเงินมาไม่เกิน 2-300 บาท ก็อิ่มสบายท้อง ได้มากกว่าหนึ่งเมนู จะมาเช้า มาเที่ยงหรือเย็น ก็ยังมีร้านอาหารดีๆ รองรับคุณอยู่เสมอ
ความที่โดยรอบยังเป็นชุมชน วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนยังมีให้เราเห็น มีวัด มัสยิด แทรกอยู่เรื่อยๆ ระหว่างทาง เสน่ห์ของถนนเส้นนี้ยังเปี่ยมล้น รอให้เราไปสัมผัสด้วยตัวเองเสมอ
ยิ่งช่วงนี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า บ่นกับเรามาค่อนข้างเยอะ ว่าขายของแย่ลง คนเงียบ หากมีโอกาสแวะไปนะคะ ถึงที่นี่จะยังไม่แมสหรือเป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่มากนัก แต่ความอร่อยครบเครื่องของที่นี่ มีให้คุณเกินร้อย! แน่นอน
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ประเทศไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งการรวบรวมความหลากหลายของวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ประเพณี หรือผู้คน ซึ่งทุกจังหวัดต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหมือนของดีที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศให้เดินทางมาเที่ยวชมจังหวัดของตัวเอง
นอกจากความงดงามของธรรมชาติตามสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่ขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดนั้นก็มีทั้งอาหารการกิน ของใช้ เครื่องประดับ และงานฝีมืองานประดิษฐ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนั้น เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าหลงใหลในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกหรือนำไปฝากญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลายที่รับรองว่าผู้รับต้องถูกใจ
วันนี้ Kaidee จึงขอรวบรวมของฝากยอดฮิตจาก 6 จังหวัดในประเทศไทยที่ไปแล้วต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝากกันอย่างแน่นอน
1. ข้าวหลามหนองมน จังหวัดชลบุรี
จังหวัดชลบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ใครหลายคนนิยมใช้เวลาในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ เพื่อเดินทางไปพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศของทะเล แวะคาเฟ่ถ่ายรูปชิคๆ หรือกินอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพ สามารถเดินทางไปได้สะดวกและใช้เวลาไม่นานมากนักก็ถึงทะเลได้แล้ว
ซึ่งของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรีคงจะหนีไม่พ้น “ข้าวหลามหนองมน” ชุมชนดั้งเดิมในการเผาข้าวหลามมาตั้งแต่โบราณ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำย่านตลาดหนองมนที่หากนึกถึงข้าวหลามเมื่อไหร่ก็ต้องมาที่ตลาดแห่งนี้ โดยส่วนประกอบหลักๆ ของข้าวหลาม คือ ข้าวเหนียว กะทิ ถั่วแดง เผือก ซึ่งวัตถุดิบต่างๆ ถูกอัดแน่นมาในรูปแบบสุดเท่นั่นก็คือ “กระบอกไม้ไผ่” ให้รสชาติที่หวาน มัน และมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
นอกจากข้าวหลามแล้วที่ตลาดหนองมนยังเต็มไปด้วยอาหารทะเลตากแห้ง อาหารทะเลแปรรูป ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้ออย่างหลากหลายเพื่อนำกลับไปเป็นของฝากให้ญาติ พี่น้อง หรือเพื่อนๆ ได้แบบไม่อั้นเลยทีเดียว
2. น้ำพริกหนุ่ม จังหวัดเชียงใหม่
ขึ้นไปแอ่วเหนือกันบ้างกับจังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความปรารถนาอยากจะมาสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น สูดกลิ่นไอหมอกบนยอดดอย ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติสีเขียว ไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล รวมไปถึงของกินขึ้นชื่อที่มาเยือนแล้วต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด
“น้ำพริกหนุ่ม” หนึ่งในอาหารพื้นบ้านชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้จากการนำเอา “พริกหนุ่ม” พริกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายพริกชี้ฟ้าผสมพริกหยวก มาย่างไฟจนได้ที่แล้วจึงนำมาตำรวมกับเครื่องเคราหลากชนิด อาทิ หอมแดง กระเทียม ปลาแห้ง หรือปลาร้า เกลือ เป็นต้น เมื่อทานเข้าไปแล้วให้รสชาติที่กลมกล่อม มีรสเผ็ดนิดๆ ผสมกลิ่นหอมของการย่างที่ลงตัว ยิ่งถ้าได้กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ หรือ แคบหมูติดมัน รับรองว่าจะยิ่งทำให้คุณฟินมากขึ้นกว่าเดิม
แหล่งซื้อน้ำพริกหนุ่มที่ขึ้นชื่อต้องยกให้ “กาดหลวง หรือตลาดวโรรส” ที่มีร้านดังอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ร้าน ได้แก่ ดำรงค์, เจ๊หงษ์, ศรีพรรณ และแหนมบุญศรี ซึ่งแต่ละร้านนั้นขายกันมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะเจ๊หงษ์ที่ขายมาอย่างยาวนานถึง 60 ปี นอกจากน้ำพริกหนุ่มและแคบหมูแล้ว ภายในตลาดยังมีไส้อั่ว หมูทอด ซี่โครงหมู ที่เป็นตัวเลือกสำหรับของฝากที่ดีอีกเพียบ
3. หมูยอ จังหวัดอุบลราชธานี
ไปต่อกันที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกันบ้างกับจังหวัดอุบลราชธานี หนึ่งในจังหวัดใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงามมากมาย อุดมไปด้วยแก่งหิน หน้าผา ผืนป่า และแม่น้ำ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่สวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการ และอาหารรสแซ่บจนคุณต้องประทับใจ
“หมูยอ” หากใครที่มาถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้วไม่ได้ทานหมูยอถือว่าพลาดสุดๆ เพราะที่นี่มีหมูยอเป็นอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัดที่เรียกได้ว่ารสชาติอร่อยถูกปากคนไทย เพราะส่วนผสมของเครื่องเทศต่างๆ ที่อยู่ในเนื้อหมูมีความกลมกล่อมเข้ากันอย่างลงตัว บรรจงห่อด้วยใบตองอย่างประณีตแล้วนำไปนึ่งด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม จนทำให้ได้รสชาติที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ถูกใจคนได้รับอย่างแน่นอน สำหรับแหล่งซื้อหมูยอของฝากจังหวัดอุบลราชธานีตั้งอยู่ที่ถนนศรีณรงค์ ซึ่งจะมีร้านขายหมูยอเจ้าเก่าแก่ให้เลือกซื้อหลายร้านด้วยกัน
4. พลอยเมืองกาญฯ
กาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่โดดเด่นด้านสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก อุทยานแห่งชาติ เขื่อน และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังอยู่ใกล้กรุงเทพที่ใช้เวลาเดินทางไม่ไกลมาก จึงทำให้กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
สำหรับของฝากจากเมืองกาญฯ ที่น่าสนใจนำมาเป็นของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือก็จะเน้นเป็นเครื่องประดับอัญมณี โดยเฉพาะพลอยเมืองกาญฯ ที่มีตลาดพลอยให้เลือกซื้ออย่างมากมาย รวมไปถึง นิล และอัญมณีอื่นๆ เป็นของฝากที่สวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว
5. ขนมโมจิ จังหวัดนครสวรรค์
หากขับรถขึ้นไปเที่ยวในจังหวัดโซนภาคเหนือ เมื่อผ่านจังหวัดนครสวรรค์แล้วต้องแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อที่ใครๆ ต่างเป็นต้องรู้จัก นั่นก็คือ “ขนมโมจิ” ขนมที่ดัดแปลงมาจากโมจิของชาวญี่ปุ่นให้มีรสชาติที่ถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงยังได้พัฒนาและคิดค้นไส้ให้มีหลากหลายแบบ เช่น ไส้มะพร้าว ไส้ไก่ ไส้ไข่เค็ม ไส้ทุเรียนกวน ไส้ชาเขียว และอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้แก่ผู้บริโภค แถมยังมีข้อดีที่ขนมโมจิสามารถเก็บได้หลายวันโดยที่ไม่ต้องแช่ตู้เย็น ซึ่งสร้างความสะดวกสบายเป็นอย่างมากในการซื้อเป็นของฝาก อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายของฝากจังหวัดนครสวรรค์ที่ไม่ว่าจะแวะตรงไหนก็ต้องเห็นขนมโมจิวางขายแน่นอน
6. หมูย่างเมืองตรัง
อีกหนึ่งจังหวัดขึ้นชื่อของทางภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และเกาะต่างๆ ที่มีความสวยงาม น้ำทะเลใส บรรยากาศสงบ รวมถึงวัฒนธรรมการกินอันเลื่องชื่อมาอย่างยาวนาน โดยหมูย่างเมืองตรังเป็นอาหารที่เชิดหน้าชูตาพี่น้องชาวตรัง มีรสชาติที่ยอดเยี่ยม และเนื้อนุ่มหนังกรอบ จุดเด่นของหมูย่างคือไม่มีน้ำจิ้ม ทานควบคู่กับน้ำชา กาแฟ และขนมต่างๆ ร้านอาหารทั่วไปจะขายในช่วงเช้าตรู่จนถึงช่วงเที่ยง ซึ่งคนตรังเชื่อว่าถ้ากิน “หมูย่าง” วันนั้นจะทำอะไรก็หมูไปหมด ง่ายไปหมด หรือโชคดีไปหมด จึงเป็นอาหารที่กลายเป็นสินค้าและของฝากประจำเมืองตรังที่โด่งดังไปไกลทั่วไทย
สรุป
ของฝากทั้งหมด 6 แบบ จากแต่ละจังหวัดที่เราได้ยกตัวอย่างเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากยังมีของฝากอีกมากมายที่ทุกจังหวัดต่างมีของดีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยือน และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้แต่ละจังหวัดกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับใครที่อยากหาของฝากแต่ไม่มีเวลาเดินทางไปซื้อด้วยตัวเอง สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ของดีราคาถูกที่รอคุณอยู่อีกเพียบ
Nov 20, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น เน้นออกกำลังกายเป็นกิจวัตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องดีนะคะ แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว อาหารการกินเป็นปัจจัยหลักของการมีสุขภาพดี แบ่งเป็นอาหารร้อยละ 70 และออกกำลังกายเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น หากเราเลือกกินแต่สิ่งมีประโยขน์ ก็จะช่วยให้เรามีเวลาอยู่กับคนที่คุณรักมากยิ่งขึ้น
อย่าลืมว่า “You are what you eat” สุขภาพดีสร้างได้ด้วยตัวเราเอง
1.อะโวคาโด Avocado
สายสุขภาพกับอะโวคาโดเป็นมิตรแท้ต่อกันมาเสมอ นับเป็นตัวช่วยสำคัญในการคุมน้ำหนักของหลายๆ คน ด้วยคุณประโยชน์อันอัดแน่นอยู่ในผลไม้สีเขียวเข้ม ซึ่งเป็นแหล่งรวมของกรดไขมันดีโอเลอิค (Oleic Acid) ที่ช่วยลดคอเรสเตอรอล และคอยดักจับไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ได้ดีเยี่ยม
ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ตลอดจนเป็นแหล่งรวมวิตามินหลายประเภท ทั้งวิตามินซี โฟเลต (Folate) และโพแทสเซียม (Potassium) ไหนจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย
2.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี Berry Fruits
สตรอว์เบอร์รี บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ ฯลฯ ถือเป็นผลไม้ยอดฮิตขวัญใจสาวๆ นอกจากจะมีรสชาติแสนอร่อย เปรี้ยวอมหวานกินได้เพลินๆ แล้ว ยังช่วยบำรุงให้ผิวพรรณให้กระจ่างใส ลดคอเลสเตอรอล ช่วยบำรุงสมองและหลอดเลือดได้ดี
รวมทั้งมีกรดเอลลาจิก (Ellagic) สารต้านอนุมูลอิสระทางธรรมชาติสุดเจ๋ง คอยชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ตลอดจนเป็นแหล่งรวมสารอาหารชั้นยอด อย่างวิตามินชั้นดี ซีและเค (ช่วยให้เลือดแข็งตัวไว)
3.อัลมอนด์ Almond
คุณสมบัติของเจ้าถั่วชนิดนี้ บอกเลยว่าครอบจักรวาลมาก นอกจากจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและเพิ่มไขมันดีแล้ว ยังมีงานวิจัยจากทางอเมริกาและยุโรปมาการันตีว่า การกินอัลมอนด์วันละ 2 กำมือ จะช่วยลดไขมันเลวได้ถึงร้อยละ 9.4 เป็นตัวช่วยสำคัญในการคุมน้ำหนัก
นอกจากนี้ยังเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 50 ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสมอง
4.ผักตระกูลกะหล่ำ Cruciferous Vegetables
หนึ่งในผักตระกูลนี้ คงเป็นผักสุดโปรดของใครหลายคนเวลากินชาบู ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลี หัวไชเท้า บร็อกโคลี คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำดอก ฯลฯ เป็นกลุ่มผักใบเขียวซึ่งรับประทานได้ทุกวัน ด้วยแคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูง มีรสชาติอ่อนรับประทานง่าย
ทั้งยังอุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่นานาชนิด ที่สำคัญมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญเป็นอย่างดี และยังช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ดีทีเดียว
5.แซลมอน Salmon
ใครเป็นทีม “นอนไม่หลับ” มาทางนี้ค่ะ ด้วยคุณประโยชน์ของแซลมอน จะทำให้เราหลับสบายได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเป็นแหล่งรวมกรดไขมันโอเมกา 3 และกรด DHA ช่วยบำรุงระบบประสาท บรรเทาอาการเครียด เพิ่มความจำและลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า
ทั้งยังมีไขมันดี ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด นอกจานี้ยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ช่วยควบคุมน้ำหนักและปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล อีกทั้งยังช่วยลดอาการไมเกรน ถือเป็นหนึ่งในของอร่อยที่เต็มไปด้วยประโยชน์จริงๆ
เพลินใจกับ 5 อาหารดีและอร่อย! ช่วยลดคอเลสเตอรอลกันไปแล้ว อย่าให้เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่อง
วันพรุ่งนี้ ดูแลสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้ สร้างต้นทุนดีๆ ไปพร้อมกัน ที่สำคัญไม่ต้องออกไปเดินหาให้เหนื่อย
เราขนทุกอย่างมาไว้ให้คุณเลือกอย่างคับคั่งใน Kaidee Marketplace ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์
ที่จะทำให้ชีวิตของคุณสะดวกและง่ายดายเพียงปลายนิ้ว