Feb 25, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ความสุขและความทรงจำที่ได้จากทริปต่างประเทศของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนจำเป็นภาพ บางคนจำเป็นกลิ่น บางคนจำเป็นเสียง
วันนี้เราอยากลองพาทุกคนไปเที่ยวต่างประเทศกันแบบรวดเร็วทันใจผ่านหูฟังอันโปรดกับเพลย์ลิสต์ Ambient Sound ฟังเสียงบรรยากาศรอบ ๆ จากประเทศ เมือง หรือสถานที่ที่ทั่วทุกมุมโลกที่อาจจะเคยเป็นสถานที่ในความทรงจำของคุณ
พร้อมหรือยัง เตรียมหูฟังให้ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย
Ambient Sound Playlist: เที่ยว 6 ประเทศได้ง่าย ๆ แค่ใช้หูฟัง
คืนนี้ไปนั่งรถไฟ Tran-Siberian รถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลกกันนะ
Tran-Siberian
ทดลองนั่งเหม่อบนรถไฟสายทรานไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก
เส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) เป็นอีกเส้นทางที่อยู่ในบักเกตลิสต์ของใครหลายคน ถือว่าเป็นเส้นทางเดินรถไฟสายที่ยาวที่สุดในประเทศ โดยมีระยะทางยาว 9,288 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานี Moskva Yaroslavskaya ในกรุงมอสโก (Moscow) และสิ้นสุดที่สถานี Vladivostok ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสายทั้งหมด 7 วัน
เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่อยากเดินทางในเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรียสักครั้งในชีวิต ก่อนจะได้ไปเห็น ไปสัมผัสด้วยตาเปล่า ลองมาเที่ยวด้วยหูกันก่อนกับ Ambient Sound เสียงรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Tran-siberian) กัน
สำหรับ Ambient Sound นี้มีชื่อใน Spotify ว่า Trans-siberian เน้นเป็นเสียงของขบวนรถไฟสายนี้เป็นระยะเวลากว่า 4 นาทีที่ดีเทลชัดเจน ฟังแล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ริมหน้าต่างรถไฟ มองวิวภูเขาน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ทะเลสาบตามทางแบบเพลิน ๆ เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวทิพย์ที่สุด
Paris, France City Ambience with Birds, Voices, and Traffic
เดินเล่นในปารีส เสพชีวิตปาริเซียนผ่านเสียง
เที่ยวปารีส เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งในโลก
เราอยากพาคุณไปเดินเล่นในกรุงปารีสท่ามกลางเสียงนก ผู้คนที่เดินผ่านไปมา รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา ทุกอย่างที่ประกอบเข้าด้วยกันมันลงตัวและดูสมจริงมาก พอหลับตาแล้วรู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปเดินสวย ๆ อยู่ริมถนนฌ็องเซลิเซ่ หรือไม่ก็ย่านแซงต์ แฌร์แม็งเลย
ซาวด์สำหรับเที่ยวทิพย์ที่ปารีสนั้นจะมีระยะเวลาสั้น ๆ ถ้าอยากได้บรรยากาศปารีสครบทุกซอกทุกมุม ก็อยากแนะนำให้ฟังคู่กับ Paris, France Outdoor Food Market Small Crowd, และ Paris, France Department Store เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศฝรั่งเศสได้เต็มรูปแบบมากขึ้น
บุกป่าแถบอเมริกาใต้ ฟังเสียงนกเสียงไม้
South American Jungle
เดินป่าอเมริกาใต้ ดื่มด่ำเสียงนกเสียงไม้และสิงสาราสัตว์
บุกป่ายังไงให้เตรียมตัวน้อยที่สุด บอกเลยว่านาทีนี้ไม่มีอะไรชนะการเที่ยวป่าทิพย์อีกแล้ว แต่ป่าที่เราจะไปผจญภัยกันวันนี้ไม่ใช่ป่าใกล้ ๆ ที่ขึ้นเหนือลงใต้ในไทยแล้วจะเจอ แต่เป็นป่าในแถบอเมริกาใต้กันเลย
ผจญภัยในป่าดงดิบข้ามทวีปวิธีไหนที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในโลก บอกเลยว่าคงหนีไม่พ้นการฟัง Ambient sound South American Jungle! คุณจะได้ดื่มด่ำกับเสียงนกเสียงไม้ เสียงแมลง เสียงต้นไม้สั่นไหว ที่ผสมปนเปเข้าด้วยกันจนให้บรรยากาศเหมือนไปนั่งอยู่ท่ามกลางป่าเขาเขียวครึ้มได้ที่บ้าน
แนะนำเพิ่มสำหรับคนที่อยากสร้างบรรยากาศแตกต่างออกไป อาจจะเปิดเสียงฝนคลอเพิ่มบรรยากาศประหนึ่งติดฝนชมวิวป่า หรือจะเปิดเสียงลมเพิ่มก็ไม่ติด
นั่งเล่นริมชายหาดเบเกอร์ ชมสะพานโกลเด้นเกตช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
Baker Beach
นั่งชมวิวทะเล หาดทรายและสะพาน มุมคลาสิกที่มองไม่เบื่อของซานฟรานซิสโก
เอาใจคนรักทะเล สายลม เสียงคลื่นกันสักหน่อย วันนี้เราขอพาไปนั่งปล่อยใจให้สบาย ชมวิวเพลิน ๆ กันที่เบเกอร์ บีช (Baker Beach) ซานฟรานซิสโก (San Francisco) สหรัฐอเมริกา แลนมาร์กยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองซานฟรานซิสโกที่คุณจะได้เห็น combination ของวิวทิวทัศน์ที่แสนลงตัวของทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก สะพาน Golden Gate และชายหาด
ถึงครั้งนี้จะไม่ได้ไปเห็น ไปชมพระอาทิตย์ตกดินกันถึงหาดเบเกอร์ แต่ก็สามารถหาเสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเบเกอร์บีชมาฟังให้หายคิดถึงก่อนได้กับ Ambient Sound อย่าง Baker Beach คนที่ชอบฟังเสียงคลื่นเบา ๆ ผ่อนคลาย ๆ ไม่เน้นเสียงลมกระโชกแรงมากนัก น่าจะชอบ ให้ความรู้สึกแสนชิล ใครอยากให้ได้บรรยากาศกว่าเดิม แนะนำให้ลองไปฟังที่ชายทะเลจริง ๆ ดู แค่คิดก็ฟินแล้ว
เดินเล่นชมสวนโทยาม่าช่วงซากุระบาน
Hanami Soundscape at Toyama Park
ฟังเทศกาลซากุระบานที่สวนสาธารณะโทยาม่า
คิดถึงบรรยากาศซากุระบานที่ญี่ปุ่นกันไหม
ถ้าคิดถึง ขอให้ลองเปิด ‘Hanami Soundscape at Toyama Park’ ฟังดู เสียงนี้จะชวนคุณไปท่องเทศกาลชมดอกซากุระในแลนมาร์กสำหรับชมซากุระอันดับต้น ๆ ของโตเกียวอย่างสวนสาธารณะโทยาม่าในแบบทันใจไม่ต้องแคร์ฤดู
สำหรับ Ambient Sound นี้ เราจะได้ฟังบรรยากาศสวนสาธารณะโทยาม่าในช่วงเทศกาลที่ไม่ได้แค่วนลูปหนึ่งชั่วโมง แต่มีความซับซ้อน มีเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนเรากำลังเดินไปรอบ ๆ
ความสมจริงของเสียงนี้อยู่ที่การเน้นเสียงบรรยากาศโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจักรยานขี่ผ่านไปมา เสียงเด็ก เสียงชาวญี่ปุ่นพูดคุยกัน เสียงนกร้อง เคล้าเสียงกลีบดอกไม้ปลิวไหว เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง เรียกว่าเต็มอิ่มมาก ๆ
ฟังเสียงหิมะตกลมแรงที่สกอตแลนด์
Blizzard & Strong wind – Scotland
ยืนหนาวท่ามกลางหิมะตกและลมแรงที่สกอตแลนด์
เที่ยวมาแทบครบทุกฤดูแล้ว ไม่นึกถึงฤดูหนาว หิมะขาวโพลนก็คงไม่ได้ บอกเลยว่าเที่ยวทิพย์โดยใช้หูฟังในดินแดนหิมะตกขาวโพลนเหมาะกับเราที่สู้อากาศหนาวไม่ค่อยไหวที่สุดแล้ว
ทริปท่องเที่ยวชมหิมะขาว นอนหนาว ๆ วันนี้ เจ้า Ambient Sound พาเราไปที่สกอตแลนด์แดนหิมะ ฟังเสียงพายุลมหิมะที่ค่อนข้างรุนแรง เหมือนนอนผิงเตาอยู่ในบ้าน มองดูพายุหิมะตกข้างนอก จิบโกโก้ร้อน ดูหนังเรื่องโปรด (ยิ่งเลือกหนังฟีลฤดูหนาวยิ่งดี) ใครลองไปทำตามแล้วเป็นยังไง เอามาแชร์กันได้เลยยย
สรุปท้ายบทความ
อยากลองมาเที่ยวต่างประเทศง่าย ๆ แบบใช้เวลาน้อยที่สุดกันไหม เรามีวิธีเที่ยวทิพย์ที่จะช่วยให้คุณไปเที่ยวรอบโลกในสถานที่ ฤดู และเวลาที่ต้องการดั่งใจกับ Ambient Sound Playlist
เราอยากชวนคุณนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย เดินเล่นชิค ๆ กลางกรุงปารีส บุกป่าแถบอเมริกาใต้ นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดเบเกอร์ ดื่มด่ำเทศกาลชมซากุระที่โตเกียว และบรรยากาศหิมะตกหน้าหนาวที่สกอตแลนด์
หากใครอยากเพิ่มบรรยากาศให้การท่องเที่ยวครั้งนี้ ลองหาหูฟังคุณภาพดี ๆ เทียนหอมอโรม่ากลิ่นที่เข้ากับบรรยากาศเข้ามาเสริมสักหน่อยก็น่าสนใจ เข้ามาดูกันได้เลยที่ Kaidee.com
Jan 25, 2021 | บทความยานยนต์
ผมว่าปัญหานี้น่าจะเป็นปัญหากับทุกคนที่จำเป็นต้องขับรถเพื่อการเดินทาง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเซ็งเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะขับรถไปไหนมาไหน รถมักจะชอบติดแบบไม่ขยับไปไหนเสียด้วย ยิ่งเวลาเข้า-ออกงานแล้วล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงเลย!! (หมดอารมณ์ขับต่อเลย) ไม่มีกระดิก
แต่ก็นั่นแหละครับ บทความนี้ผมจะมาแชร์วิธีที่ผมมักทำเป็นประจำเวลาที่เจอรถติดหนัก ๆ แต่ว่ามันก็ยังพอจะมีหนทางแก้เบื่อกันอยู่บ้าง เพื่อลดอาการหัวร้อนลงไปได้อยู่ (ได้อยู่ที่แปลว่า…??) ซึ่งจุดที่รถมักติดบ่อย ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ที่หรอก
แยกที่ไฟแดงชาตินี้ ไฟเขียวชาติหน้า
แน่นอนว่าย่อมมีอยู่แล้วสี่แยกไฟแดงที่ไฟแดงนานจนแทบจะหลับรอได้ แต่ไฟเขียวกลับเร็วยิ่งกว่า The Flash ที่ยังไม่ทันเปลี่ยนเกียร์ก็ไฟแดงอีกแล้ว!! (เศร้าสุด ๆ) ซึ่งแยกไฟแดงดัง ๆ ที่ติดจนไม่ขยับที่ผมพบเจอกับตัวเอง รวมไปถึงหลาย ๆ คนก็เจอเช่นกัน จนมีแท็กใน IG ฮา ๆ ขึ้น
แยกลาดพร้าว (ปวดร้าวทุกเช้าเย็น)
ด้วยความที่แยกขนาดใหญ่ ทำให้หลายคนที่ไม่เคยมาอาจจะมีความมึนงงว่าควรไปเส้นทางไหนกันแน่ รวมไปถึงแยกนี้อยู่ใกล้ห้างเป็นจำนวนมาก ทั้ง เซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนียนมอลล์ โลตัสลาดพร้าว ทำให้เป็นแหล่งรวมผู้คนและแน่นอนว่ารถก็จะติดไปด้วยเช่นเดียวกัน
แยกแคราย (สัมผัสใหม่แห่งการนอน)
แยกที่ข้ามผ่านระหว่างถนนงามวงศ์วานไปยังถนนรัตนาธิเบศร์ “เช้า สาย บ่าย เย็น ก็ติดหมด” ไม่แพ้แยกอื่น ๆ ใครที่รีบไปทำงานหรืออยากกลับบ้านเร็ว ถ้าขับผ่านแยกนี้ ลืมคำเหล่านี้ไปได้เลย!! เพราะคุณจะไม่มีทางผ่านแยกนี้ไปได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
แยกมไหสวรรย์ (มหัศจรรย์อุโมงค์ข้ามชาติ)
แยกที่ใครต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันมไหสวรรย์ หรือ มไหนรกกันแน่🔥🔥” เพราะว่าแยกนี้ต้องยอมรับเลยว่าติดจริง แม้ว่าจะมีการสร้างอุโมงค์ข้ามแยกแล้วก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยอะไรเท่าไรนัก แยกนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ดาวคะนอง เขต ธนบุรี บริเวณใต้สะพานพระราม 3 ใครอยากลองรับประสบการณ์รถติดอย่างเหลือเชื่อต้องไปลองโดนกันดู
แยกพระรามเก้า (ที่เดินก้าวเร็วกว่า)
ขึ้นชื่อว่าเป็น “แยกที่ไฟแดงชาตินี้ ไฟเขียวชาติหน้า” มากที่สุดเลย เพราะไฟแดงนานจริง ๆ จนถึงขั้นนอนได้หนึ่งตื่นยังไม่ไฟเขียวเลย (อย่านอนจริง ๆ ล่ะ) นั่นแหละครับ ถ้าอยู่ที่แยกนี้ได้เบื่ออย่างแท้จริงแน่นอน
แยกเกษตร (สี่แยกนรกแตก)
“ผมรู้ เด็กม.เกษตรรู้ ว่าแยกนี้มันติดขนาดไหน” ถ้ายิ่งตอนที่ฝนตกแล้วล่ะก็ รถขับผ่านไม่ได้ ต้องเรือเท่านั้น!! แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ฝนตก รถก็ยังคงติดอยู่ดี เพราะว่าเป็นแยกที่เป็นศูนย์กลางจากพื้นที่ต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียว
วิธีแก้เซ็งที่ผมทำเป็นประจำ
เบื่อจริงอะไรจริง!! เวลาที่นั่งอยู่บนรถเป็นเวลานาน ๆ จะขับไปไหนก็ไม่ได้ ต้องมานั่งติดแหง็กอยู่ที่เดิม วิธีที่ที่ผมกำลังจะบอก ใครก็สามารถทำได้ง่าย ๆ แม้จะอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างในรถยนต์ก็ตาม อย่างน้อยก็ทำให้ความเซ็งนั้นบรรเทาลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ลองทำตามผมกันเลยดีกว่า!!
1. หาเพลงฟัง
หนึ่งวิธีที่ทำได้ง่ายที่สุด คือฟังเพลงที่ตัวเองชอบหรือเพลงให้ฟิลสบาย ๆ ผ่อนคลาย อาจจะเป็นเพลงบรรเลงที่ไม่มีเนื้อร้อง เพื่อที่จะทำให้คุณนั้นไม่หัวเสีย ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำ Playlist ดี ๆ สไตล์คาเฟ่เบา ๆ ฟังได้ง่ายได้ทุกที่ทุกเวลา
เพลงสบาย ๆ
VIDEO
เพลงชิว ๆ สไตล์คาเฟ่
เพลงร็อค
VIDEO
เบื่อขนาดนี้ต้องแหกปาก
เพลงแร็พ
https://www.youtube.com/watch?v=9p45o6JDJGA
ต้องมีโยกหัว
2. หาอะไรดูฆ่าเวลา
เดี๋ยวนี้ Online Streaming กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซีรี่ย์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้แก้เซ็งได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะเป็นซีรี่ย์หรืออนิเมะที่มีความยาวของแต่ละตอนที่ใช้เวลาไม่มากนัก มีหลากหลายแนวให้ลองเลือกดู
TIPS : ทั้งนี้อย่าดูเพลินเกินไปจนรถคันข้างหลังบีบแตรไล่ล่ะ 🥰
Dramatic
ต้องเรื่องนี้เลย “The Queen’s Gambit” เรื่องราวชีวิตของนางเอกที่เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า และมีความชื่นชอบในการเล่นหมากรุกเป็นชีวิตจิตใจ รวมไปถึงเล่าเนื้อหาชีวิตของนางเอก รวมไปถึงความน่ารักของนางเอกที่ทำให้ผมใจละลาย (งื้อ)
Romantic
ถ้าเป็นเรื่องของความรักแล้ว จะไม่พูดถึงเรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้ “Start-Up” เป็นเรื่องอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนเลยก็ว่าได้ รวมไปถึงความรักที่มั่งคงที่ให้ต่อใครสักคนอย่างสุดหัวใจ (น้ำตาไหลพราก~😂)
Comedy
ต้องเรื่องนี้เลย ตำนานความตลกโปกฮาอย่าง “Mr. Bean” ใครที่ได้ดูขำกลิ้งจนท้องแข็ง ถึงแม้ว่าจริง ๆ แล้วจะมีอยู่ไม่กี่ตอน แต่ด้วยความยาวในแต่ละตอนนั้นไม่ยาวมาก เหมาะที่สุดที่จะดูช่วงรถติด
Sci-Fi
ผมขอแนะนำเรื่องนี้เลย “Alice in Borderland” เป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ ยิ่งใครที่เป็นสายเกมเมอร์แล้วล่ะก็ ยิ่งน่าจะถูกใจเป็นอย่างมาก ด้วยความสนุกและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน ลุ้นระทึกในทุกวินาทีของซีรี่ย์เลยทีเดียว ขอบอกเลยว่าสนุกมาก (ก.ไก่ ล้านตัว)
Horror
แนวสยองขวัญต้องเรื่องนี้เลย “Sweet Home” พูดตามตรงตอนแรกผมว่าจะไม่ดูเรื่องนี้ซะแล้ว เพราะผมไม่ชอบดูหนังหรือซีรี่ย์ที่เป็นอะไรน่ากลัว ๆ สักเท่าไร แต่ด้วยความที่เรื่องนี้สร้างมากจาการ์ตูน ให้อารมณ์สยองขวัญอย่างถึงที่สุด ตกใจในทุกจังหวะของซีรี่ย์ ทำให้ผมหยุดดูไม่ได้จริง ๆ
ขอขอบคุณรูปภาพทั้งหมดจาก Netfilx Thailand
3. เล่นโทรศัพท์
ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือกันอยู่แล้ว ซึ่งแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม โซเชียลมีเดียมากมายทั้ง Facebook Twitter หรือ Instragram อาจจะถ่ายเหตุการณ์ที่พบเจออยู่ เพื่อแชร์ให้ทุกคนได้รู้ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยระบายได้
4. หาอะไรกิน
ถ้าหากว่าบนรถยังพอจะมีขนมติดเอาไว้บ้าง อย่ารีรอที่หยิบขนมที่มีออกมากิน เพราะการได้เคี้ยวอะไรสักอย่างนอกจากจะช่วยให้เลิกคิดเรื่องรถติดแล้ว ยังทำให้หายง่วงได้อีกด้วย (ตาสว่างกันเลยทีนี้!!)
5. โทรหาใครสักคน
อีกหนึ่งเวลาสุดเหงา ยิ่งถ้าหากนั่งขับรถอยู่คนเดียวในรถแล้วล่ะก็ เราคงต้องการใครสักคนที่มาคอยคุยแก้เหงา ระหว่างที่รถติดนี้อาจจะโทรหาใครสักคนเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเราและคอยคุยกับเรายามรถติด
6. ออกกำลังกายเบา ๆ
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นกตัวแรกแน่นอนว่าต้องได้เรื่องสุขภาพ นกอีกตัวคือคุณจะหายง่วงในทันที ซึ่งอาจจะเป็นการบริหารร่างกายง่าย ๆ เบา ๆ
พอขับรถนาน ๆ เข้า แขนขาก็เริ่มที่จะเหนื่อยล้า ด้วยความที่รถมันค่อย ๆ ขยับไปทีละนิด ทำให้ขานั้นต้องเกร็งเพื่อผ่อนคันเร่ง และเปลี่ยนไปเบรกบ้างในบางครั้ง การยืดเส้นระหว่างที่รถติดอยู่จึงเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย
ใช้เวลาว่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หุ่นเป๊ะ หุ่นปังวนไป บิดเอววันละนิดก็ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย (ทำน้อยแต่ทำนะ) แค่นี้ก็หุ่นดีขึ้นมาทีละนิดแล้ว
ปรับเบาะลงนิด และซิทอัพโลด!! ไม่จำเป็นต้องขึ้นสุด-ลงสุดก็ได้ แต่ตอนทำให้ลองเอานิ้วมากดบริเวณหน้าท้อง ดูว่าระหว่างตอนที่ซิทอัพนั้น ท้องแข็งรึเปล่า?? ถ้าท้องแข็งแสดงว่าได้ผลนั่นเอง
7. ช้อปปิ้งสิครับรออะไร
ไม่มีใครต้านทานการซื้อของได้จริง ๆ ยิ่งถ้าของที่ถูกใจแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเวลาไหน ที่ไหน หรือจะตกอยู่ในสถานการณ์ไหน ก็สามารถเสียเงินได้อยู่ดี ผมแนะนำเลยว่าต้องเข้ามาที่แอปนี้เลย Kaidee มีทุกอย่างที่ต้องการจริง ๆ
ใครที่กำลังเบื่อรถติด ลองทำตามข้อที่ 7 ดูสิ เข้ามาช้อปปิ้งกับเราที่ Kaidee มีสินค้ามากมายทุกหมวดหมู่ความต้องการ ซื้อก็ง่าย ขายก็ดี ได้ทุกที่ทุกเวลา แถมคุยกับผู้ขายโดยตรงด้วยนะ ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!! (ขอแอบขายนิดนึง อิอิ)
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในปัจจุบัน “หูฟัง” นับว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความบันเทิงแก่เราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง รับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด หรือเล่นเกม ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้เสียงที่มีความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ ยิ่งถ้าหากพูดถึงเรื่องการเล่นเกมในยุคนี้ที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องของภาพ เสียง ความเหมือนจริง เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด รวมถึงยังเป็นกีฬาระดับโลกที่ใช้ชื่อว่า E-Sports จึงทำให้วงการเกมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นการมีอุปกรณ์ที่ดีมีมาตรฐานก็จะยิ่งช่วยสร้างความบันเทิงให้คุณได้อย่างเต็มที่
“หูฟัง” จึงเป็นหนึ่งในไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับคนรักการเล่นเกมที่ต้องมี ยิ่งถ้าหากเป็นหูฟังที่ได้มาตรฐาน ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดเหมือนจริง หมดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนคนอื่นหรือลำโพงแตกไปได้เลย ซึ่งในปัจจุบันมีหูฟังให้เลือกซื้อมากมายหลายแบรนด์ด้วยกัน หากคุณต้องการจะซื้อหูฟังดีๆ สักหนึ่งชิ้นจะใช้วิธีเลือกจากอะไร และมีแบบไหนบ้าง มาหาคำตอบพร้อมๆ กันไปกับบทความนี้เลย
เลือก “Channel” ให้เหมาะสมกับคุณภาพเสียงที่ต้องการ
โดยทั่วไปแล้วการทำงานของระบบเสียงแบบ Surround จะทำงานด้วยการส่งเสียงออกจากลำโพงหลายตัวจากหลายตำแหน่งที่ติดตั้ง เพื่อส่งมายังทิศทางของผู้ฟังด้วยเสียงที่ต่างกัน จึงทำให้ได้รับมิติของเสียงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสียงใกล้-ไกล หรือ เสียงจากซ้าย-ขวา ที่ส่งเข้ามาจากรอบทิศทาง ซึ่งจะทำให้ได้รับเสียงที่สมจริง ซึ่งหูฟังที่วางขายในปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภท ด้วยกัน ได้แก่ 5.1 ch, 7.1 ch และ 9.1 ch แต่ละประเภทให้เลือกจุดประสงค์ของการใช้งานเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การรับฟังได้อย่างเหมาะสมในกิจกรรมโปรดของคุณ
แบบมีสายหรือไร้สาย ?
สิ่งที่ต้องพิจารณานอกจากเสียงแล้ว การเลือกหูฟังแบบมีสายและแบบไร้สายคือสิ่งต่อมาที่ต้องมานั่งเลือก โดยแต่ละแบบนั้นก็จะมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพเสียง และความสะดวกสบาย ซึ่งควรจะเลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งานเป็นหลัก
หูฟังแบบมีสาย
หูฟังแบบมีสายนั้นมีคุณภาพที่ดีกว่าแบบไร้สาย ซึ่งเกิดจากการส่งสัญญาณผ่านสายที่ใช้เชื่อมต่อสู่หูฟังโดยตรง ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงขาดหรือดีเลย์ และยังคงคุณภาพของเสียงที่ถูกส่งออกมาไว้ได้ ซึ่งข้อจำกัดสำหรับหูฟังแบบมีสายคืออาจทำให้พกพาไปข้างนอกไม่สะดวกเท่าไรนัก แต่ข้อดีก็คือไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ จึงทำให้สามารถเชื่อมต่อฟังกับสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เพื่อเพลิดเพลินกับการฟังโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด
หูฟังแบบไร้สาย
หูฟังไร้สายสามารถพกพาง่าย ออกไปใช้งานข้างนอกได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่มีสายมาเกะกะ แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่ในหูฟังไร้สายคือเสียงขาดหายหรือดีเลย์ เนื่องจากสัญญาณหรือการเชื่อมต่ออุปกรณ์นั้นขัดข้อง แต่ถ้าหากหูฟังเหล่านั้นใช้ระบบไร้สายแบบ Dual-Band ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญต้องเลือกใช้หูฟังไร้สายที่มีความจุแบตเตอรี่สูงเพราะจะทำให้สามารถฟังได้ยาวนานขึ้นนั่นเอง
วันนี้ Kaidee จึงได้รวบรวม 5 หูฟังเกมมิ่งรุ่นยอดนิยมที่เหล่าเกมเมอร์ชอบใช้กัน มาดูไปพร้อมๆ กันว่าจะมีรุ่นอะไรบ้าง ตามมากันเลย
1. Sennheiser GSP 670
หูฟังสำหรับนักเล่นเกมมืออาชีพหรือเหล่าสตรีมเมอร์ทั้งหลาย ถูกสร้างขึ้นมาจากแบรนด์ Sennheiser ผู้ผลิตหูฟังมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี จุดเด่นของหูฟังที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลาย ทั้งแบบไร้สายและมีสาย Bluetooth, Wireless และ MicroUSB ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับ PC และ PS4 ให้เสียงที่คมชัดมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก รองรับระบบเสียง Wireless 7.1 Surround Sound หูฟังยังตอบสนองช่วงเสียงตั้งแต่ 10–23,000 Hz
ตัวโครงสร้างของหูฟังทำด้วยพลาสติกคุณภาพสูง พร้อมดีไซน์การออกแบบที่ดูทันสมัยและผสมผสานกับความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Sennheiser เสริมด้วยโฟมที่ทำให้การสวมใส่นุ่มสบายได้ในเวลานานและไม่เจ็บหู เชื่อว่าเมื่อคุณเห็นแล้วต้องหลงรักอย่างแน่นอน
2. Logitech Astro A50 Gen 4
สุดยอดหูฟังเกมมิ่งขั้นเทพแบบไร้สายที่จัดเต็มครบเครื่องทั้งการออกแบบและคุณภาพเสียง โดยมาพร้อมสัญญาณช่อง 5.8 Ghz สามารถตัดเสียงรบกวนได้มากกว่า 80% ปรับแต่งเสียงได้ถึง 3 ระดับ EQ1: Media ปรับเสียงเบสสำหรับภาพยนตร์และเกม EQ2: Core เป็นการตั้งค่าสำหรับให้เหมาะกับผู้เล่นเดี่ยว EQ3: Pro เหมาะกับการแข่งขันโหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) และยังช่วยให้ได้ยินเสียงคู่แข่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงยังมาพร้อม Base Station ที่เป็นทั้ง Mixamp และ ที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้ภายในตัว
การออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัย โดยเลือกใช้วัสดุบุฟองน้ำแบบนุ่ม และการตัดเย็บอย่างพิถีพิถันอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์ที่ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ปรับเข้ากับรูปหน้าได้เป็นอย่างดี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด
3. Sony MDR-HW700DS
หูฟังแบบ 9.1 ch ที่รองรับระบบเสียงได้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Dolby Digital, DTS, DTS-HD และ TrueHD รวมถึงยังรองรับระบบ 4K Ultra HD อีกด้วย ซึ่งตัวหูฟังเป็นระบบ Wireless ที่เชื่อมต่อด้วยระบบ Dual Band ความถี่ 5GHz ที่ให้ความเสถียรและคมชัดรับประกันว่าไม่มีดีเลย์ พร้อมรีโมทในตัวเพื่อให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ในขณะเล่นเกมหรือดูหนังได้สะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบคุณภาพเสียงแบบสมจริง คมชัดเหมือนกำลังนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์นั้นต้องไม่ควรพลาดหูฟังตัวนี้ ซึ่งการันตีด้วยความที่เป็นแบรนด์คุณภาพชั้นนำระดับ Sony จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน
4. SteelSeries Arctis Pro Wireless
เกมมิ่งเฮดโฟนระดับมืออาชีพซึ่งเป็นรุ่นท็อปของตระกูล Arctis Pro โดยเน้นไปที่การใช้งานระดับมืออาชีพเพื่อต้องการคุณภาพเสียงที่ดีสามารถแยกแยะทิศทางได้ขณะเล่น เชื่อมต่อแบบ Dual Wireless ความถี่ 2.4GHz ให้ความเสถียรที่ไกลถึง 12 เมตร พร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ระบบเสียง Surround DTS X 7.1 v2.0 ใช้คู่กับตัว Transmitter Base Station เพื่อควบคุมการเปิด-ปิด Wireless และตัวหูฟัง ให้เสียงสมจริง พร้อมระบบตัดเสียงไมโครโฟนที่ดีเยี่ยม
ด้านการออกแบบดีไซน์ที่ดูทันสมัยมาในธีมสีดำดุดัน เลือกใช้วัสดุคุณภาพเพื่อให้ผู้ฟังสวมใส่ได้อย่างยาวนาน พร้อมยังสามารปรับระดับเพื่อเข้ากับรูปหน้าได้ตามต้องการ นับว่าเป็นอีกหนึ่งหูฟังที่ตอบโจทย์ทั้งการดีไซน์และราคาที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี
5. Razer Thresher Ultimate
หูฟังเกมมิ่งสำหรับชาว PS4 และ PC โดยเฉพาะ ด้วยระบบเสียง Surround ไร้สายบนคลื่นสัญญาณ 2.4 GHz ได้ไกลสูงสุด 12 เมตร สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 16 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ขับเคลื่อนด้วยไดร์เวอร์หูฟังขนาด 50mm แบบ Neodymium Magnets มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีเสียงที่ดีที่สุดสำหรับชุดหูฟัง Dolby Headphone ให้มิติเสียงที่สมจริงรวมถึงบอกตำแหน่งทิศทางของเสียงได้อย่างแม่นยำ ไมโครโฟนแบบดิจิทัล Uni-directional ทิศทางเสียงที่แม่นยำและการสื่อสารที่ชัดเจน
โดยรองรับพอร์ทแบบ Optical ผ่าน BaseStation ที่ทำงานเป็นตัวรับสัญญาณและสามารถ Switch เลือกโหลดการใช้งานได้ทั้ง PS4 และ PC และในกล่องได้แถม Razer Headset Stand สามารถประกอบวางใต้แท่นหูฟังได้อย่างลงตัว พร้อมสกรีนโลโก้ PS4 ไว้อย่างสวยงาม การควบคุมเสียงปรับเพิ่ม-ลดได้บนตัวหูฟังได้ทันที
สรุป
สำหรับหูฟังที่เราได้นำเสนอไปนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการเลือกหูฟังที่ถูกใจต้องนำจุดประสงค์ในการใช้งานของตัวเองมาเพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ หากซื้อหูฟังที่ดีที่สุดและแพงที่สุดมาใช้งานไม่ถูกทางก็อาจจะไม่ได้ศักยภาพที่ดีที่สุดของหูฟังออกมาได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้อ่านให้ได้หูฟังที่ถูกใจมาครอบครอง
สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ของดีราคาถูกที่รอคุณอยู่
Oct 19, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถ้าพูดถึงหูฟังแบบไร้สาย (Wireless Earbuds) เชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นหลายๆคนหันมาใช้หูฟังประเภทนี้มากขึ้น เพราะนอกจากจะใช้งานสะดวกแล้ว ยังไม่ต้องเสียเวลาแก้สายยุ่งๆ เวลาหยิบออกจากกระเป๋าอีกด้วย
ทำความรู้จักหูฟังประเภท True Wireless
หูฟังประเภทนี้ วิธีสังเกตง่ายๆคือ จะไม่มีสายเคเบิลหรือขั้วต่อบริเวณหูฟัง ทำให้ดีไซน์มีความโดดเด่น ช โดยจะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ทำให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อมีความเสถียรสูง แต่ข้อเสียของหูฟังประเภทนี้คือแบตเตอรี่หมดค่อนข้างไว ทำให้ต้องพกที่ชาร์จติดตัวอยู่เสมอ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย)
1.Xiaomi Mi true Wireless Earbuds Basic (Redmi Airdots)
รูปภาพจาก Xiao Mi Store
เริ่มตัวแรกด้วยหูฟังไร้สายจาก Xiaomi ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DSP ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายใน พร้อมน้ำหนักเพียง 4.1 กรัม บอกลาปัญหาหูฟังหลุดร่วง เพราะเขามีจุกหูฟังแถมมาให้ถึง 3 ขนาดด้วยกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อมกล่องชาร์จ ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOs กันน้ำระดับ IPX4
ราคา : 639 บาท
2.Apple AirPods
ตัวเด็ด ตัวดัง จากค่ายผลไม้สีแดง เพียงหยิบออกมาก็พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ของคุณอย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อใส่เข้าไปในหูจะเชื่อมต่อทันที เนื่องจากมีเซ็นเซอร์ออปติคอลและอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ฟังเพลงได้นานถึง 24 ชั่วโมง (เมื่อมีเคสชาร์จ) เข้าใช้งาน Siri ได้รวดเร็วด้วยการพูดว่า “หวัดดี Siri” หรือการตั้งค่าแตะสองครั้ง คุณภาพเสียงแน่น ดีไซน์มินิมอลเรียบๆ แต่ดูดี
ราคา : เริ่มต้น 5,990 บาท
3.Samsung Galaxy Buds+
แค่เปิดตัวก็ได้รับความนิยม เพราะเขามีฟีเจอร์น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบไมโครโฟน 3 ตัวที่ปรับตามสภาวะเสียงต่างๆ พร้อมลำโพง 2 ทิศทาง จะเสียงนุ่ม เบสหนักๆ หรือแหลม หูฟังตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดี ฟังเพลงและใช้งานได้สูงสุด 11 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง มีถึง 3 สีให้เลือก (อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ) รองรับ Android ทุกค่าย สำหรับระบบ iOS เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Buds+ ก็ใช้งานได้แล้ว
ราคา : 4,990 บาท
4.SONY WF-1000XM3
สายเบสหนักๆ ต้องจัดตัวนี้เลย เพราะเค้ามีระบบ Dynamic Driver 6 มม. ที่ทำให้พลังเสียงกว้างขวาง ชัดเจน และทรงพลังที่สุด มาพร้อม Digital Noise Cancelling โปรเซสเซอร์ป้องกันเสียงรบกวนความละเอียดสูง QN1e และเซนเซอร์เสียงรบกวนแบบคู่ แบตอึดใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงตลอดวัน
อีกทั้งยังมีการควบคุมเสียงแบบอะแดปทีฟ สมาร์ทฟังก์ชันที่ตรวจจับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อัตโนมัติ จะเดิน หรือกำลังรอ ก็สามารถปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆได้อีกด้วย
ราคา : 7,990 บาท
5.JBL Reflect Flow
รูปภาพจาก Rtings.com
หูฟังไร้สายฟังน้ำหนักเบา ดีไซน์สปอร์ตจาก JBL ที่ออกแบบมาสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ ตัวหูฟังกันน้ำระดับ IPX7 ใช้งานง่าย จะสะบัดหัวแรงเบอร์ไหนก็ไม่หลุด ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
รับรู้ความเคลื่อนไหวรอบกายได้ ด้วยเทคโนโลยี Ambient Aware อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Talk Thru ที่ทำให้คุณสามารถพูดคุยกับเพื่อนตรงหน้าได้ โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากหู มาพร้อมเสียงทรงพลังสไตล์ JBL Signature Sound
ราคา : 5,990 บาท
6.JABRA ELITE 75T
หูฟังที่มาพร้อมไมค์โครโฟนถึง 4 ตัว (ข้างละ 2 ตัว) พร้อมโหมดดูดเสียงบรรยากาศรอบข้าง ทำให้การสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น แถมตัวไมค์โครโฟนยังช่วยในเรื่องของระบบ Hearthrough อธิบายง่ายๆคือ เมื่อเปิดระบบ จะทำให้เราสามารถได้ยินเสียงภายนอกได้ เสียงเบสใหญ่และลึก ฟังสะใจได้แรงปะทะแน่นอน !
รองรับ FastCharge 15 นาที ใช้งานได้สูงถึง 60 นาที ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 7.5 ชั่วโมง
กันน้ำระดับ IP55 สวมใส่ออกกำลังกายได้สบายๆ
ราคา : 6,290 บาท
ต้องยอมจริงๆ กับกระแสหูฟังไร้สาย เพราะแต่ละค่ายต่างก็ทำออกมาแข่งกันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนซื้ออย่าลืมดูเรื่องใบรับประกัน และบริการหลังการขายด้วยนะ มีปัญหาจะได้หายห่วงยังไงล่ะ