ซื้อหูฟังบลูทูธ สำหรับความต้องการที่แตกต่าง

แน่นอนว่าถ้าจะให้เลือกซื้อหูฟังบลูทูธ หรือหูฟังไร้สาย (Wireless Earbuds) ผลิตภัณฑ์ของ Apple อย่าง “Apple – Airpods” ต้องเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของใครหลายคนอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยดีไซน์ที่เนี๊ยบ เรียบหรู สไตล์ Apple บวกกับคุณภาพระดับพรีเมียมมาตรฐานระดับโลก จึงไม่แปลกที่ทุกคนต่างเทใจซื้อหูฟังบลูทูธของ Apple – Airpods อันนี้
แต่การเลือกซื้อหูฟังบลูทูธนั้น ต้องคำนึงมากกว่าความนิยมของตัวสินค้า ถ้าเราตัดเรื่อง Loyalty (ความจงรักภักดีต่อแบรนด์) ที่เรามีให้ Apple ออกไป มีหูฟังมากมายในตลาด ที่มีคุณภาพเทียบเท่า Airpods แถมบางยี่ห้อ ยังมีแบตเตอรี่ทนกว่า กันเสียงรบกวนดีกว่า ขนาดพกพาสะดวกกว่า และที่สำคัญราคายังก็ถูกกว่า
แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ซีเรียสเรื่องหูฟัง ขอเพียงแค่มันใช้งานได้ก็พอแล้ว แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ดี ในการเลือกซื้อหูฟังบลูทูธที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้จริงๆ เพราะหูฟังบลูทูธแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็มีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสียที่ต่างกัน
วันนี้เราขอแนะนำ หูฟังบลูทูธสำหรับความต้องการที่แตกต่าง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อหูฟังบลูทูธ กันแบบคุ้มๆ
ซื้อหูฟังมีสาย VS ซื้อหูฟังบลูทูธ

ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อหูฟังบลูทูธกัน เรามาเปรียบเทียบกันดีกว่า ว่าหูฟังมีสายกับหูฟังไร้สายนั้น แบบไหนที่เหมาะกับเรากันแน่
- คุณภาพเสียง
ถ้าเรื่องเสียงเป็นเรื่องสำคัญของเพื่อนๆ บอกกันเลยตรงนี้ว่า อย่าเพิ่งซื้อหูฟังบลูธทูธนะคะ เพราะ ณ เวลาที่เขียนนี้ หูฟังแบบมีสายยังมีระดับเสียงคุณภาพเสียงที่ดี และเสถียรกว่าหูฟังแบบบลูทูธ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า เมื่อเราใช้หูฟังบลูทูธในสถานที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีสัญญาณรบกวนมาก สัญญาณบลูทูธที่เชื่อมต่อเข้าโทรศัพท์ของเพื่อนๆ อาจจะถูกแทรกด้วยสัญญาณอื่น ทำให้เสียงขาดๆ หายๆ ได้
นอกจากนี้ ศิลปินส่วนมาก นิยมใช้หูฟังมีสายกันซะมากกว่า เพราะมันสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อย่าง DAC/Amp ได้ง่ายกว่าด้วย
- ความสะดวกสบาย
สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อหูฟังบลูทูธ แน่นอนว่าความสะดวกสบาย เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเลยใช่ไหมคะ หูฟังบลูทูธนั้น มีความสะดวกในการใช้งานมากกว่าหูฟังแบบมีสาย ยิ่งถ้าคนไหนต้องเดินทางทุกวัน แนะนำให้เลือกซื้อหูฟังบลูทูธค่ะ เพราะเราสามารถหยิบมันขึ้นมาใส่หูได้ตลอดเวลา แถมขยับตัวได้คล่องแคล่ว ไม่ต้องกังวลว่าสายมันจะไปเกี่ยวกับสัมภาระของใคร
- การดูแลรักษา
สำหรับใครที่ขี้เกียจชาร์จแบตเตอรี่ แต่ก็ขาดเสียงเพลงไม่ได้ ถ้ากำลังจะซื้อหูฟังบลูทูธ คิดดูอีกทีนะคะ เพราะหูฟังแบบมีสาย เพื่อนๆ แทบจะไม่ต้องคอยรักษา หรือคอยชาร์จแบตทุกเช้าทุกคืนเหมือนหูฟังบลูทูธเลย ในทางกลับกัน ถ้าหูฟังบลูทูธแบตหมด เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย และที่สำคัญเมื่อมันมีแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบสำคัญ แน่นอนว่าอายุการใช้งานอาจจะไม่คงทนเท่าแบบมีสาย เพราะแบตเตอรี่นั้นก็ต้องเสื่อมไปตามกาลเวลาเป็นธรรมดา
- ราคา
หูฟังแบบบลูทูธมีราคาสูงกว่าหูฟังแบบมีสายมากถึง 15-30% เลยทีเดียว ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักๆ ที่หลายคนคิดแล้วคิดอีกว่า จะซื้อหูฟังบลูทูธดีไหม ในเมื่อคุณภาพเสียงของหูฟังมีสายนั้นเสถียรกว่า แถมราคาก็ถูกกว่าอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคน ถ้าคนไหนเน้นการใช้งาน หูฟังแบบมีสาย ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ถ้าใครเน้นความสะดวกสบาย และอยากจะอินเทรนด์ ซื้อหูฟังบลูทูธก็คุ้มนะคะ
ซื้อหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหน แบบไหนดีนะ
สำหรับแฟนคลับ Apple:
Apple – Airpods Pro

แน่นอนว่า Apple Airpods Pro เหมาะที่สุดแล้วสำหรับผู้ใช้ iPhone แม้ว่ามันจะมีราคาเปิดตัวที่ค่อนข้างแรง แต่คุณภาพ บอกเลยว่าคุ้ม เพราะเจ้าตัว Airpods Pro ตัวนี้ มีระบบ Active Noise Cancellation (ระบบกำจัดเสียงรบกวนภายนอก) จึงสามารถเก็บรายละเอียดเสียงได้ดีกว่า เสียงแน่นและชัดกว่า Airpods รุ่นก่อนๆ
ที่สำคัญ ยังกันน้ำ กันเหงื่อได้อีกด้วย ในขณะที่ Airpods รุ่นธรรมดา ไม่มีคุณสมบัติตรงนี้

นอกจากนี้ Airpods Pro เป็นหูฟังแบบ In-Ear จึงเกาะติดแน่นกับรูหู ไม่ว่าจะวิ่ง หรือจะกระโดด ยังไงก็ไม่มีร่วง ดังนั้นถ้าคนไหนเป็นแฟนคลับ Apple แล้วล่ะก็ ถ้าจะซื้อหูฟังบลูทูธสักอัน อย่ามองข้ามสิ่งที่ใกล้ตัวอย่าง Airpods Pro แล้วไปซื้อหูฟังบลูทูธยี่ห้ออื่นนะคะ เพราะคงไม่มีหูฟังรุ่นไหนแล้ว ที่มีฟังก์ชันเข้ากับ iPhone ได้เท่า Airpods Pro หรือ Airpods ที่ทำมาเพื่อผู้ใช้ iPhone โดยเฉพาะแล้วล่ะค่ะ
ราคา: 8,992.00 บาท
สำหรับ Fitness Lover :
Beats – PowerBeats Pro

สำหรับใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เราแนะนำให้ซื้อหูฟังบลูทูธจากทาง Beats รุ่น PowerBeasts Pro
รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่จาก Beats ที่ถูกพัฒนาและออกแบบ เพื่อใช้สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ อีกทั้งเขายังเพิ่มชิป H1 เข้าไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อบลูทูธ
และบอกได้เลยว่า ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงฟังก์ชันการใช้งานนั้น ต่างถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสนับสนุนผู้ใช้งานในขณะเคลื่อนไหวร่างกาย โดยด้านบนหูฟังข้างซ้าย จะเป็นปุ่มปรับเสียง และตรงโลโก้ “Beats” จะเป็นปุ่มควบคุบเสียง ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายในการควบคุมเสียงเพลงในขณะวิ่งนั่นเอง

ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเคลื่อนตัวแรงแค่ไหน ก็ไม่มีหลุด ด้วยดีไซน์แบบคล้องหู ส่วนเรื่องเสียงนั้น เขาจะเด่นที่เสียงเบส (เสียงต่ำ) ตามสไตล์ Beats ค่ะ
แต่ข้อดีสุดๆ ที่จะทำให้การตัดสินใจซื้อหูฟังบลูทูธ PowerBeats Pro นี้คุ้มซะยิ่งกว่าอะไรคือ ความทนทานของแบตเตอรี่ ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 9 ชั่วโมง ชนะ Apple แบบขาดลอย เพราะฉะนั้นถ้าจะซื้อหูฟังบลูทูธทั้งที อย่าให้เสียเงินฟรี ด้วยการซื้อรุ่นที่ต้องชาร์จแบตกันบ่อยๆ นะคะ
ราคา: 8,900 บาท
สำหรับเกมเมอร์:
Razer – Razer Nari

คนไหนเป็นสาย Steaming หรือ Gaming ซื้อหูฟังบลูทูธของ Razer ตอบโจทย์ที่สุด เพราะ Razer เขาเป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ การันตีความมันในการเล่นเกมที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการสร้างมิติเสียงแบบใหม่ ที่ทางแบรนด์ Razer เท่านั้นที่ทำได้
แม้ว่า Razer Nari ตัวนี้ จะไม่มีฟังก์ชัน Razer HyperSense ที่สามารถสั่นตามจังหวะเสียงเกมเหมือนรุ่น Razer Ultimate แต่เรื่องคุณภาพระบบเสียง และความสบายขณะสวมใส่ ก็ไม่แพ้ Razer Ultimate แต่อย่างใด
แถมนวมครอบหูก็นุ่มสบาย มีเจลเย็นอยู่ภายใน ทำให้สัมผัสขณะสวมใส่นั้นสบายยิ่งขึ้น มีระบบไฟ Chroma ที่โลโก้ทั้งข้างซ้าย และข้างขวา สุดแนวอีกด้วย และแม้ว่าหูฟังจะค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ไม่หนักเลย

เรื่องคุณภาพเสียง จะเน้นเสียงเบส โดยมีเนื้อเสียงค่อนข้างต่ำ และจุดเด่นของเทคโนโลยี Razer คือ เสียงที่ได้ยินจากลำโพงนั้น สามารถบ่งบอกทิศทางต้นเสียงได้ชัดเจน เนื่องจาก Razer ตั้งใจเพื่อพัฒนาให้ Razer Nari เป็นหูฟังสำหรับมือเกมระดับเทพ ฉะนั้นถ้าใครจะเอาไปฟังเพลง คงต้องเลือกซื้อหูฟังบลูทูธแบบอื่น แต่ถ้าคุณเป็นสายเกม ไม่ต้องมองหาซื้อหูฟังบลูทูธที่ไหนแล้วนะคะ
ราคา: 5,890 บาท
สำหรับสายขี้รำคาญ:
Sony – WF-1000XM3

ถ้าใครชอบฟังเพลง แบบดังๆ แบบเอาให้ไม่ได้ยินเสียงรบกวนด้านนอก หรือใครที่ติดนิสัยชอบอ่านหนังสือในร้านกาแฟเงียบๆ เราขอแนะนำให้ลองซื้อหูฟังบลูทูธของ Sony รุ่น WF-1000XM3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา
จุดเด่นคือ ตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ประกอบไปด้วยชิปเซต ที่มีคุณสมบัติตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน (ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรืออยู่บนยานพาหนะ) เพื่อคำนวณหมวดเสียงให้เหมาะสมกับสถานที่ และสถานการณ์ ซึ่งหมวดเสียงแบ่งได้เป็น หมวดตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation) ซึ่งสามารถตัดเสียงรบกวนข้างนอกได้ในระดับสูง และหมวดห้ามตัดเสียงรบกวนข้างนอก (Ambient Sound)

หรือผู้ใช้งานสามารถตั้งหมวดเสียงเองได้ เพียงแค่ดาวน์โหลดแอป Sony Headphone แล้วเข้าไปที่หมวด Adaptive Sound Control เท่านี้เราก็สามารถตั้งค่าความดังตามที่ต้องการได้ เรียกได้ว่าซื้อหูฟังบลูทูธอันเดียว ได้ทั้งหูฟังฟังเพลง และได้ทั้งที่ปิดหูกันเสียงรบกวน อีกด้วย
ราคา: 5,990.00 บาท
สำหรับคนชอบลืมชาร์จ:
Samsung – Samsung Galaxy Buds Plus

สำหรับใครที่ขี้หลงขี้ลืม ชอบลืมชาร์จหูฟังไร้สาย แล้วมักจะไม่มีใช้ระหว่างเดินทางไปทำงาน ซื้อหูฟังบลูทูธ Samsung Galaxy Buds Plus ของ Samsung สิคะ รับรองเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะหูฟังของเขานั้น หลังจากที่ชาร์จเพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถอยู่ได้นานถึง 11 ชั่วโมง เรียกได้ว่า ฟังจนหูแฉะ ก็ไม่มีสะดุด
แน่นอนว่า มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย เหตุผลที่แบตเตอรี่ของเขาสามารถอยู่ได้นานถึง 11 ชั่วโมง เป็นเพราะ Samsung Galaxy Buds Plus นั้น ไม่มีคุณสมบัติกันเสียงรอบข้างได้ดีเท่ายี่ห้ออื่นนั่นเองค่ะ
เพราะฉะนั้น ถ้าเสียงรบกวนข้างนอก เป็นสิ่งที่เพื่อนๆ กังวล แนะนำให้ซื้อหูฟังบลูทูธของ Sony รุ่นข้างบนแทนนะคะ

แต่ถ้าหากว่าใครไม่ชอบดีไซน์ของ Airpods อยากได้หูฟังที่มีรูปทรงพอดีกับรูหู โดยไม่มีส่วนยื่นออกมา ซื้อหูฟังบลูทูธของ Samsung Galaxy Buds ก็เป็นอีกทางเลือก ที่คุณจะมั่นใจได้ถึงคุณภาพ และดีไซน์ที่สวยงามตามที่ต้องการ
ราคา: 4,990.00 บาท
สำหรับสายแฟชั่น:
Samsung – Samsung Galaxy Buds Live

ถ้าสำหรับคุณแล้ว เรื่องดีไซน์เป็นปัจจัยอันดับ 1 ซื้อหูฟังบลูทูธรุ่นไหน คงไม่ทำให้คุณพอใจกับดีไซน์ของมัน เท่ากับ Samsung Galaxy Buds Live แล้วล่ะค่ะ
Samsung Galaxy Buds Live นับได้ว่าเป็นหูฟังที่มีรูปทรงที่ยูนิค และแปลกตาที่สุดในตอนนี้เลย และด้วยรูปร่างที่คล้ายถั่ว จึงทำให้หลายคนตั้งฉายาให้มันว่า “Bean Buds” และตอนนี้เขาก็มีให้เลือกทั้งหมดตั้ง 3 สี แล้วนะคะ ได้แก่ สีทองแดง สีขาว และสีดำ

เมื่อคุณซื้อหูฟังบลูทูธ Samsung Galaxy Buds Live อันนี้ นอกจากจะได้เป็นเจ้าของหูฟังเก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร เรื่องความสบายขณะสวมใส่ เขาก็ดีไม่แพ้ใคร ด้วยขนาดที่พอดีกับหู จึงไม่ต้องห่วงว่ามันจะหลุดไปไหน และที่น่าทึ่งกว่านั้น ยังใส่สบาย แม้ว่าจะไม่มีปลอกจุกซิลีโคนยึดติดกับหูก็ตาม
นอกจากนี้ เนื่องจากกล่องเก็บเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่แบน จึงทำให้สะดวกในการพกพา แถมยังถูกออกแบบเพื่อให้สามารถชาร์จได้ 2 แบบ ทั้งแบบสาย USB-C และแบบไร้สาย
เรื่องของเสียงนั้น คุณภาพเขาก็ระดับท็อปตามมาตรฐานของ Samsung ด้วยเสียงเบสแน่นๆ และระบบ Active Noise Cancellation (ระบบกำจัดเสียงรบกวนภายนอก) ที่ทำงานได้ดีทีเดียว สามารถลดเสียงความถี่ต่ำกว่า 700 MHz ได้ถึง 97% (เสียงความถี่ต่ำ ยกตัวอย่างเช่น เสียงเครื่องยนต์ และเสียงรบกวนขนาดเดินทาง)
ราคา: 5,990.00 บาท
สรุปแล้วซื้อหูฟังบลูทูธอันไหนดีนะ
ในปัจจุบันมีหูฟังบลูทูธหลายยี่ห้อ ให้เลือก ทั้งแบบราคาสูงเกินเอื้อม และแบบประหยัดสบายกระเป๋า แน่นอนว่าราคาก็เป็นปัจจัยหลักที่ผู้ซื้อมักจะคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าเลือกซื้อหูฟังบูลทูธตามราคาอย่างเดียว อาจจะทำให้ไม่ได้สินค้าที่ตอบโจทย์ตามความต้องการ เพราะหูฟังบลูทูธแต่ละรุ่น ต่างมีคุณสมบัติต่างกัน บางรุ่นกันน้ำ บางรุ่นแบตเตอรี่ทน บางรุ่นเน้นดีไซน์ และบางรุ่นสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้เงียบสนิท ในขณะที่บางรุ่นนั้นทำไม่ได้
Kaidee หวังว่าคำแนะนำของเราในวันนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกซื้อหูฟังบลูทูธกันได้อย่างเหมาะสม ตรงความต้องการ คุ้มค่ากับสตางค์ที่เสียไปนะคะ
ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าอันไหนเหมาะสมกับเราที่สุด ลองเข้าไปเลือกดูที่เว็บ Kaidee กันก่อนได้นะคะ เรามีของให้เลือกมากมายเลย