Apr 1, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
จ้องจับผิดทุกฝีก้าว มาทำงานกี่โมง ทำงานถึงขั้นตอนไหน หัวหน้าพูดว่าอะไร รู้หมด ! ยังไม่พอ เอาไปพูดต่อจนรู้ทั้งแผนก เพื่อนร่วมงานแบบนี้ ยังไงกันคะเนี่ย ? เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงเคยประสบพบเจอเหตุการณ์แบบนี้กันมาบ้าง บางคนสู้ยิบตาจนแทบกระอักเลือด บางคนยอมแพ้จนต้องยกธงขาวลาออกจากบริษัท แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม การเตรียมตัวให้พร้อมอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และวันนี้เราจะมาชี้ช่องทางเอาตัวรอดจากเพื่อนร่วมงานจิตป่วง จะสนุกขนาดไหน ลองแกล้ง ๆ อ่านกันได้
ที่มา : https://www.powerofpositivity.com
“Toxic People”
คนพวกนี้มักจะพ่นพิษร้ายทำลายความสำราญใจผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำ หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ คนพวกนี้ก็จะหาทางสร้างเรื่องขึ้นมาจนได้ แต่เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น มาทำความรู้จักเหล่า Toxic People แต่ละประเภทกันหน่อยดีกว่า
1. นักนินทามือวางอันดับ 1 (The Gossip)
จิตใจที่ยิ่งใหญ่จะวิพากษ์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญจะวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยจะวิพากษ์วิจารณ์เพียงผู้คน
– Eleanor Roosevelt
คนพวกนี้มักจะนินทาว่าร้ายผู้อื่นอยู่เสมอ พวกเขาจะรู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ใจของผู้อื่น พวกเขาจะนินทาไปซะทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงหน้าที่การงาน แรก ๆ คนที่โดนอาจจะรู้สึกว่าปกติ ใคร ๆ ก็โดนนินทาได้ แต่พอนาน ๆ ไป มันเหมือนพิษร้ายที่สั่งสมในร่างกาย รู้ตัวอีกทีก็ทุกข์ใจจนแทบทำงานไม่ได้ไปซะแล้ว ..
2. เหล่าพายุอารมณ์ (The Temperamental)
คนประเภทนี้จะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองให้แน่นอนได้ อารมณ์ของพวกเขาจะขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเวลา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ พวกเขาจะพัดพายุอารมณ์ใส่คุณอย่างรุนแรง ราวกับคุณเป็นที่ระบายอารมณ์ของพวกเขา และไม่ว่าคุณจะทำอะไร คนพวกนี้มักจะหงุดหงิดและหัวเสียอยู่เสมอ ทางที่ดีหาตรงกลางและพยายามรักษาระยะห่างจะดีกว่า
3. รับบทผู้ถูกกระทำ (The Victim)
ถ้าเพื่อน ๆ เคยดูละครเรื่องแรงเงา (ละครบ่งบอกอายุผู้เขียนมาก) คงจะคุ้นเคยกับตัวละครที่ชื่อว่า “น้องนก” เพราะน้องนกจะรับบทผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารอยู่เสมอ ตั้งแต่การบอกว่าชีวิตของตัวเองย่ำแย่ โดนกลั่นแกล้งสารพัด ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย
The Victim ก็เช่นกัน พวกเขาจะรับบทเหยื่อผู้น่าสงสาร ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ปัดความผิดไปให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่เห็นคุณค่าของความยากลำบากว่ามันทำให้เราเติบโตขึ้น แต่กลับมองว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี โทษทุกสิ่งอย่างที่ทำกับตนเอง โดยไม่ได้คิดเลยว่าแล้วตนเองเป็นคนอย่างไร ควรทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
http://blankposter.com/
4. อิจฉา อิจฉา อิจฉา !! (The Envious)
“สนามหญ้าของบ้านคนอื่นมักจะเขียวกว่าบ้านของเรา” คนประเภทนี้มักไม่พอใจในความสำเร็จหรือสิ่งที่ตนเองได้ แม้ว่าพวกเขาจะทำได้ดีมากแล้วก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขามักจะมองว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ โดดเด่นกว่าเสมอ (และความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ความรู้สึกเชิงน้อยเนื้อต่ำใจซะด้วยสิ) ผลต่อมาคือพวกเขาจะเหน็บแนมผู้อื่น และพยายามพูดจาทำร้ายความรู้สึกจนคน ๆ นั้นรู้สึกด้อยค่า ไร้ประสิทธิภาพ แค่คิดก็รู้สึกเศร้าแล้ว จริงไหมล่ะ
5. จอมบงการ (The Manipulator)
คนพวกนี้มักจะดูดเวลาและพลังงานดี ๆ ออกจากชีวิตคุณ พวกเขาจะทำทุกอย่างประหนึ่งว่าคุณเป็นเพื่อน ทำทุกอย่างเหมือนหวังดี รู้ว่าคุณชอบอะไรไม่ชอบอะไร อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่าไม่ใช่แบบนั้นเลย พวกเขามีความลับซ่อนอยู่ และต้องการบางสิ่งจากคุณอยู่เสมอ ที่สำคัญคุณจะไม่ได้อะไรจากพวกเขาเลย .. น่าเศร้าที่ต้องบอกว่าบางคนติดอยู่กับความสัมพันธ์แบบนี้เป็นเวลานาน จนไม่ได้ทันคิดว่าพวกเขาคือ Toxic People มากกว่าจะเรียกว่าเพื่อน
6. ผู้คุมวิญญาณ (The Dementor)
ถ้าเพื่อน ๆ เคยดู Harry Potter จะมีตัวละครหนึ่งที่เรียกว่า “ผู้คุมวิญญาณ” ปีศาจที่คอยดูดกลืนจิตวิญญาณออกจากร่างของเหล่าพ่อมดแม่มด เวลาผู้คุมวิญญาณไปที่ไหน ตรงนั้นจะเย็นยะเยือก เต็มไปด้วยความหม่นเศร้าราวกับว่าชีวิตจะไม่มีความสุขอีกแล้ว J. K. Rowling บอกว่าเขามีแนวคิดตัวละครดังกล่าวจากบุคคลที่มีแต่ความคิดเชิงลบ เพราะเวลาคนประเภทนี้อยู่ในชีวิตใครสักคน คน ๆ นั้นก็มักจะสัมผัสได้ถึงความไม่หฤหรรษ์ของชีวิตได้ทันที
เช่นเดียวกันกับ Toxic People ประเภทนี้ พวกเขาจะมีแต่ความคิดลบ เต็มไปด้วยการมองโลกในแง่ร้าย และปฏิเสธทุกสิ่งที่ไม่ตรงกับความคิดตนเอง และจากการศึกษาของ Notre Dame University พบว่า เมื่อนำนักเรียนไปอยู่กับรูมเมทที่มองแต่แง่ลบ พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะคิดลบ และมีภาวะซึมเศร้าอีกด้วย
7. เลวโดยตั้งใจ (The Twisted)
Toxic People อีกประเภทที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น จ้องแต่จะทำลายความรู้สึก ทั้งการกระทำ คำพูด หนำซ้ำยังทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขามองข้ามความทุกข์และความเจ็บปวดเหมือนกับว่าพวกคุณเป็นผักปลา ข้อดีคือคุณสามารถเห็นพิษร้ายพวกนี้ได้เร็ว ฟิลแค่เห็นก็รู้แล้วว่าคน ๆ นี้ นิสัยไม่ดี ซึ่งก็ทำให้คุณถอยออกมาจากพวกเขาได้เร็วเช่นกัน
8. พวกชอบตัดสิน (The Judgmental)
อะไรดีไม่ดีพวกเขาบอกได้ แต่พวกเขาจะใช้คำพูดดูถูกและพูดจาถากถางความรู้สึกแทนที่จะพูดด้วยความเข้าใจ แค่คิดก็รู้สึกแย่แล้วใช่ไหม ลองนึกถึงคนที่เจอกับตัวสิ ไม่ต้องคิดเลยว่าพวกเขาต้องทุกข์ใจมากแค่ไหน เพราะคงไม่มีใครที่ชอบให้คนอื่นมาพูดจาไม่น่ารักใส่หรอก จริงไหม ?
9. เถียงเก่ง แย้งทุกเรื่อง (The Arrogant)
พวกเขาจะโต้แย้งและเถียงคุณแทบทุกประเด็น อีกทั้งยังมองว่าทุกอย่างที่คุณทำคือการแข่งขันกับพวกเขา ซึ่งจากการศึกษาของ University of Akron พบว่า คนเย่อหยิ่งมักมีความสัมพันธ์กับปัญหาต่าง ๆ ในที่ทำงาน อีกทั้งคนประเภทดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพการทำงานค่อนข้างต่ำ มักโต้แย้งอยู่เสมอ และมีปัญหาความรู้ความเข้าใจมากกว่าคนทั่วไป
Brothers and Sisters – Exhibition piece
เราจะเอาชีวิตรอดยังไงดี ?
จริง ๆ ก็มีหลากหลายวิธีที่ที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้ แต่เราขอเลือกวิธีที่คิดว่าเวิร์คมาให้ (แอบมาจากประสบการณ์ด้วยนิด ๆ ) ถึงตรงนี้จะมีอะไรบ้าง เชิญอ่าน
ทำความเข้าใจพวกเขาซะหน่อย
ไม่ใช่ให้ยอม แต่เราอยากให้คุณทำความเข้าใจถึงสิ่งที่พวกเขาเป็น สิ่งที่พวกเขาทำ ว่ามันเกิดจากอะไร เป็นเพราะความกังวล นิสัย หรือเหตุผลอื่น ๆ เมื่อเราพยายามทำความเข้าใจแล้ว เราอาจจะเห็นมุมที่กว้างขึ้น รู้ว่าควรจัดการและรับมือกับพวกเขาอย่างไร เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ทุกคนล้วนมีความแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนกันขนาดนั้นหรอก จริงไหม ?
คุยด้วยได้ แต่ไม่สุงสิง
การทำงานร่วมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งคุณก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาได้ ดังนั้นท่องไว้ค่ะ มืออาชีพ ๆ ๆ จากนั้นยิ้มเยอะ ๆ ทำทุกอย่างให้เป็นมืออาชีพที่สุด แม้ว่าจะเจอพฤติกรรมที่เป็นปัญหาหรือคำพูดบางอย่างที่ส่งผลต่อจิตใจก็ตามที
สำคัญที่สุดคือการแยกแยะเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัวออกจากกันให้ได้ ในกรณีที่พวกเขาทำให้เรื่องงานมีปัญหา ทางเราว่าคุณสามารถแจ้งหัวหน้าได้ แต่นอกเหนือเรื่องงานเราว่าควรเว้นระยะห่าง คุยได้พอเป็นพิธี อย่าลืมนะว่าเซฟคนอื่นแล้ว ต้องเซฟใจตัวเองด้วย
เช็กตัวเองให้แน่ใจว่า “ฉันไม่ใช่ตัว Toxic”
ไม่ชอบคนแบบไหน อย่าเป็นคนแบบนั้น พยายามสำรวจตัวเองเสมอว่าเรากำลังเป็นพิษกับคนรอบตัวเองหรือเปล่า ลองมองทีละประเด็น ๆ ไม่ว่าจะเรื่องความสัมพันธ์ นิสัยใจคอของตนเอง อารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เผลอคุณอาจเข้าใจตัวเองมากขึ้นก็ได้
ไม่จำเป็นต้องอธิบาย
ให้จำไว้เสมอว่าเราเป็นอย่างไร เรารู้ตัวเองดีที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องพูดหรือแก้ตัวอะไรกับพวกเขาเลย เพราะต่อให้พูดไปเขาอาจจะฟัง แต่ถามว่าเขาเข้าใจคุณจริง ๆ หรือเปล่า คุณคงรู้คำตอบดีว่าคืออะไร ดังนั้นอยู่เฉย ๆ เป็นตัวของตัวเองดีกว่า
https://www.behance.net/
อย่าคาดหวังการเปลี่ยนแปลง
พูดกันตรง ๆ ก็คือไม่ต้องคาดหวังการเปลี่ยนแปลงจากบุคคลเหล่านั้น ทำตัวเองให้มีความสุขก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้โลกสวย แต่อะไรที่ทำให้ตัวเองสบายใจได้ ทำไปเถอะ ดีกว่ามานั่งทุกข์ใจ เพราะเมื่อเราเกิดความทุกข์ ผลงานก็อาจจะออกมาได้ไม่ดีอย่างที่ควร รู้แบบนี้แล้วหาสิ่งที่จรรโลงใจกันดีกว่า
ให้อภัยแต่ไม่ลืม 🙂
สุดท้ายแล้วอะไรจะดีไปกว่า “การให้อภัย” เรารู้ว่าทำยาก แต่ให้จำไว้ว่าที่ต้องทำแบบนี้ คือการทำเพื่อให้ตัวเองให้หลุดพ้นจากความทุกข์ใจ ซึ่งการให้อภัยในทีนี้ไม่ใช่ยอมรับพฤติกรรมแย่ ๆ แต่ให้เข้าใจความเป็นไปของชีวิตที่ต้องมีวันที่ดีและร้ายเป็นธรรมดา แต่ แต่ แต่ อย่าลืมว่าพวกเขาปฏิบัติและกระทำต่อคุณอย่างไร เพื่อให้เราสามารถตั้งรับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้ หากเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันขึ้นอีก
แบบนี้ต้องรายงาน !
นับ 1- 10 ก็แล้ว หายใจเข้า หายใจออกก็แล้ว แต่ถ้ามันอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป ไปค่ะ ! แจ้งให้หัวหน้าหรือคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจโล้ดดด เพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึงสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่คุณกำลังเจออยู่ เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าใจและช่วยหาทางออก อย่าหลงไปเล่นเกมกับพวกเขาเลย คุณจะเหนื่อยเปล่า ๆ
สรุปท้ายบทความ
ชีวิตคนเรามันสั้น ดังนั้นเราควรเจอสิ่งดี ๆ รายล้อมด้วยผู้คนที่รักเรามากกว่าจมจ่อมอยู่กับอะไรแย่ ๆ หวังว่าบทความนี้จะช่วยทุกคนรอดพ้นและปลอดภัยจากพลังงาน Toxic ราวกับผู้ชนะในสังเวียนเลือด ใช้ชีวิตให้มีความสุขเถอะ แต่ถ้ารู้สึกไม่ไหวจริง ๆ การอดทนไม่ใช่คำตอบ หางานใหม่กันดีกว่า
“I will not allow anyone to walk in my mind with dirty feet.”
Mahatma Gandhi
ด้วยรักและห่วงใย 🙂
Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เพื่อนๆ หลายคนคงทราบดีว่า สถานการณ์โควิดในบ้านเรา แม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ และก็เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และหน้าที่การงานของคนทั่วไปอย่างเราๆ
บอกตรงๆเลยว่า สมัยนี้รายได้ทางเดียวอาจไม่พอ งั้นลองทำงานเสริมดูไหม ? เพราะนอกจากจะได้ลองใช้ทักษะที่ตนเองมีให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังมีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตอีกด้วย
ส่งอาหารเดลิเวอรี่
อาชีพยอดฮิตช่วงกักตัว ที่หลายๆคนการันตีว่าได้เงินจากการส่งอาหารเยอะมาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับความขยันในการส่งอาหารด้วย ซึ่งก็มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกไม่ว่าจะ Grab, Get, Food Panda, Line Man, หรือแม้แต่ร้านอาหารชั้นนำทั่วไป แต่ถ้าไม่อยากส่งอาหาร จะขับรถรับส่งแทนก็ได้นะ
สอนพิเศษ
สำหรับใครที่เป็นสายวิชาการ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นๆได้ ต้องอาชีพนี้เลย จะรับสอนวาดภาพ เขียนโปรแกรม หรือจะสอนว่ายน้ำก็ได้หมด หรือถ้าไม่ถนัดสายวิชาการแน่นๆ จะรับสอนการบ้านก็ดีไปอีกแบบ เพราะเวลาที่เห็นลูกศิษย์มีพัฒนาการ ผู้สอนอย่างเราก็มีความสุขไปด้วย จริงไหมล่ะ?
นักเขียนอิสระ (Freelance)
ใครๆก็สามารถเป็นนักเขียนได้ เพียงต้องรู้ว่าตนเองชอบและสนใจอะไร อย่างเช่น เราชอบเรื่องเครื่องสำอาง อาจจะหาเว็บที่กำลังรับนักเขียนอิสระในเรื่องความสวยความงาม จากนั้นลองส่งผลงานไปให้ทีมงานพิจารณา แต่ก็มีบางเว็บที่รับนักเขียนเป็นรายชิ้นไปเลย พร้อมค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ
พี่เลี้ยงเด็ก
ในยุคที่ทุกคนต่างต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว อาจทำให้บางครอบครัวไม่มีเวลาดูแลบุตรหลานของตนเองได้อย่างเต็มที่ อาชีพพี่เลี้ยงเด็กจึงตอบสนองต่อความต้องการในข้อนี้ได้ดี อย่างไรก็ตาม คนที่ทำอาชีพนี้ ต้องพื้นฐานต้องเป็นคนที่ค่อนข้างอดทน และรักเด็กด้วย เพราะเด็กกับความดื้อและซนมาคู่กันเสมอ
ขายเบเกอรี่
สายกิน สายทำขนม อาจจะถูกใจอาชีพนี้เป็นพิเศษ เพราะได้นำสิ่งที่ตนเองชอบ มาลองทำจริง อาจจะเริ่มจากเมนูง่ายๆ เช่น บราวนี่ เค้กกล้วยหอม แต่ถ้าเก่งแล้ว ความมั่นใจมาเต็ม อาจจะลองทำเมนูที่ยากขึ้นด้วยก็ได้ เพราะรสชาติของเราอาจถูกปากลูกค้าหลายๆคนก็ได้ ใครจะไปรู้
ขายของมือสอง
ถ้าคุณมีของไม่ได้ใช้เต็มบ้านไปหมด เราอยากให้ลองนำของพวกนั้นส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่ สำหรับช่องทางในการขายก็มีหลากหลายมากๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บขายของมือสอง , วางขายที่ตลาดนัด หรือ ขายบนพื้นที่ต่างๆของตนเอง เช่น Facebook, Instagram บอกเลยว่าสะดวกสุดๆ
อย่ามัวรอโอกาส ดังนั้นถ้าอยากลองทำอะไร ให้ลงมือทำได้เลย ไม่แน่นะ จากอาชีพเสริมอาจกลายเป็นอาชีพหลักก็ได้ ได้ทั้งเงิน แถมได้พัฒนาทักษะที่ตัวเองมี แบบนี้ต้องลองแล้ว คุ้มค่าแก่การทำมากๆ
แต่ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะหางานเสริมที่ไหนดี Kaidee ยินดีช่วยให้คุณเจองานเสริมที่ต้องการได้ง่ายๆ แค่กดปุ่มหางาน
Nov 27, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เมื่อถึงเวลา Say Goodbye งานเก่า เชื่อว่าหลายๆคนคงเริ่มเตรียมตัวกับการสัมภาษณ์งานที่จะมาถึง แต่งานในฝันใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ดังนั้นการมีทริคสัมภาษณ์งานเล็กๆน้อยๆ เป็นคู่มือก่อนถึงสนามจริง ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี รับรองได้งานแน่นอน !
ทำความรู้จักองค์กรที่สมัคร
สิ่งแรกเลยก็คือ คุณควรทำความรู้จักองค์กรให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบธุรกิจ ประวัติต่างๆ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นเวลาสัมภาษณ์ อีกทั้งยังทำให้ตัวคุณดูเหมือนคนเตรียมตัวและใส่ใจรายละเอียดอีกด้วย ซึ่งข้อมูลต่างๆ คุณสามารถหาได้จากเว็บไซต์ของบริษัท หรือจะเป็นโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆของบริษัทก็ได้
เข้าใจตำแหน่งงาน
รู้จักองค์กรแล้ว อย่าลืมทำความเข้าใจ “ตำแหน่งงาน” ที่ตนเองสมัครไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าคุณสามารถทำงานนั้นๆได้จริง อีกทั้งยังเพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งคุณและนายจ้าง เพราะคงไม่มีใครอยากสัมภาษณ์คนที่ไม่มีความพร้อมในการทำงานหรอก จริงไหม ?
สร้าง Rapport
Rapport คือการสร้างความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย ซึ่งก่อให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์ อย่าลืมที่จะสร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทนเสียงนุ่มแต่ชัดเจน หรือแม้แต่ภาษากายต่างๆ เช่น การยิ้ม การสบตาผู้สัมภาษณ์ เป็นต้น
ลองตั้งคำถามง่าย ๆ เพื่อฝึกฝน
ตั้งคำถามที่คาดว่าน่าจะโดนถามระหว่างสัมภาษณ์สัก 5-10 ข้อ จากนั้นลองคิดคำตอบที่เป็นตัวเอง นั่งทำแบบนี้ทีละข้อๆ จนคุ้นชิน อาจจะฝึกหน้ากระจกด้วยก็ได้ เพื่อให้เห็นท่าทางของตนเองเวลาตอบคำถาม หากเป็นข้อเสียจะได้สามารถปรับปรุงได้
คำถามที่เจอบ่อยเวลาสัมภาษณ์ แนะนำตัวให้รู้จักหน่อยครับ/ค่ะ ทำไมคุณถึงสนใจงานนี้ อีก 5 ปีคุณคิดว่าคุณจะทำอะไร จุดอ่อน / จุดแข็งของคุณ ทำไมถึงลาออกจากที่เก่า
เน้นเนื้อ ไม่เน้นน้ำ
เพราะการสัมภาษณ์มีเวลาจำกัด คุณจึงควรตอบคำถามอย่างกระชับและตรงประเด็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าคิดไม่ออกให้ใช้หลักตอบตรงๆ แล้วอธิบายเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น งานมีความกดดันอยู่บ้าง เนื่องจากต้องประสานงานกับลูกค้าและคอยแก้ปัญหาในเวลาที่ค่อนข้างจำกัด
เป็นตัวของตัวเอง
จงเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด แต่ไม่ใช่ให้ทำตัวเหมือนอยู่บ้านหรือพูดคุยเหมือนอยู่กับเพื่อน พยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด เพื่อลดอาการประหม่าระหว่างสัมภาษณ์ ที่สำคัญอย่าพยายามแกล้งทำ เพราะฝ่ายบุคคลหรือผู้สัมภาษณ์เขาดูออก
ห้ามโกหก
ขอย้ำเลยว่าห้ามโกหกเด็ดขาด เพราะมันทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพและดูไม่น่าเชื่อถือ อย่าลืมว่าบริษัทสามารถตรวจสอบข้อมูลของคุณได้เสมอ ไม่ต้องเดาเลยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นายจ้างจะตัดสินใจอย่างไร ทางที่ดีพูดความจริงออกไปจะดีกว่า แต่ถ้ากลัวว่ามันจะดูแย่เกินไปให้อธิบายเหตุผลด้วยเสมอ
เข้าช่วงมีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่
คำถามท้ายๆ มักจะเป็นคำถามที่ว่า มีอะไรจะถามเพิ่มเติมไหม? ซึ่งสิ่งที่คุณควรจะถามไม่ใช่เงินเดือนหรือสิทธิ์ใช้วันลาพักร้อน แต่ควรถามถึงเพื่อนร่วมทีม วัฒนธรรมองค์กร รูปแบบการทำงาน และไม่ลืมที่จะขอบคุณทุกครั้งเมื่อจบการสัมภาษณ์ เพื่อแสดงว่าคุณรู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวเลือกของการสัมภาษณ์
มื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง หลายๆคนคงมีคำถามว่า เราสามารถติดตามผลการสัมภาษณ์ได้หรือไม่ ควรรอนานแค่ไหน คำตอบคือสามารถติดตามได้ แต่ต้องใช้เวลาสักนิดประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากกระบวนการสรรหาบุคคลของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน
การสัมภาษณ์งานไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการเตรียมตัวย่อมส่งผลดีมากกว่าแน่นอน ขอให้ทุกคนได้งานในฝันสมดังใจกันนะ สู้ๆ คุณได้งาน เราก็แฮปปี้
Nov 26, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ในวัยเรียน การเรียนรู้นอกห้องเรียน ถือเป็นส่วนช่วยสำคัญในการพัฒนาความคิดและความรู้ให้กับวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะการเรียนรู้นอกห้องเรียนจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ ฝึกทักษะ และยังได้ค้นหาตัวเองอีกด้วย และการทำงานพาร์ทไทม์ก็เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนที่นอกจากจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แล้ว ยังมีข้อดีคือ การช่วยเหลือพ่อแม่โดยการสร้างรายได้ให้ตัวเอง ! แต่จะมี อาชีพเสริม อะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน
8 อาชีพเสริม น่าทำขณะเรียน
พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต
เริ่มกันที่ อาชีพเสริม สุดฮิตของเหล่านักศึกษาหลาย ๆ คน เพราะลักษณะงานที่เป็นกะ ทำให้สามารถจัดตารางเรียนได้ง่าย มีเวลาว่างที่ชัดเจน แถมซูเปอร์มาร์เก็ตบางที่ยังใจดี ให้สวัสดิการเยอะแยะมากมายอีกด้วย โดยงานตำแหน่งนี้มีหน้าที่หลัก ๆ คือ คำนวณราคาสินค้า ออกบิล เสนอโปรโมชั่น และทอนเงิน เรียกได้ว่าใช้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ก็สามารถทำได้แล้ว
Youtuber
Youtube เป็นแพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงสำหรับยุคสังคมออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้ให้ Youtuber หลาย ๆ คนได้มหาศาล ทำให้อาชีพนี้ก็เป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะแค่หาเวลาว่าง ถือกล้องและถ่าย ก็มีโอกาสได้รับความนิยมแล้ว โดยคุณสามารถลงคลิปได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น คลิปท่องเที่ยว คลิปเกม คลิปทำขนม หรือคลิปเสียง และยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งได้สปอนเซอร์ ก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้นไปอีก
ขอบคุณรูปจาก: pch.vector
บาริสต้า
เนื่องจากในปัจจุบันมีร้านกาแฟผุดขึ้นมามากมายทำให้นักศึกษาหลาย ๆ คน หันไปสนใจการทำงานในร้านกาแฟเหล่านั้นมากขึ้น ซึ่งอาชีพนี้ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ ต้องใช้ทั้งศิลปะและความประณีต ถึงจะได้กาแฟที่มีหน้าตาสวยงามและรสชาติกลมกล่อมถูกใจลูกค้า ใครที่อยากเปิดร้านกาแฟในอนาคต อาชีพนี้ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจเช่นกัน นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ประสบการณ์ไปทำกาแฟเองเป็นของแถมกลับไป!
เชื่อว่าความฝันวัยเด็กของหลายคงก็คงจะหนีไม่พ้นการได้ออกทีวี และอาชีพนี้นี่แหละ ช่วยสานต่อความฝันของคุณได้ เพียงแค่เข้าไปในฉากก็ได้เงินแล้ว นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากเป็นนักแสดงอันโด่งดังการเข้าไปทำอาชีพนี้ก็ยังช่วยเก็บเกี่ยวประสบการณ์และคอนเนกชั่นอีกด้วยนะ แต่มีข้อเสียคืออาจจะไม่ได้เงินที่เท่ากันในทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความยากง่ายของงานนั้น ๆ
ขอบคุณรูปจาก: pch.vector
นักเขียน
อาชีพสำหรับคนชอบเขียนที่มีรายได้เยอะพอสมควรในปัจจุบัน เพราะการตลาดที่เติบโตขึ้น ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจหันมาสนใจการเขียนบทความเพื่อการตลาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้อาชีพนี้ไม่จำเป็นจะต้องทำงานที่ออฟฟิศก็ได้ และหลายบริษัทก็หันมาจ้างนักเขียนบทความฟรีแลนซ์มากมาย และยิ่งใครที่มีความสามารถอื่น ๆ ก็ยิ่งเพิ่มราคาได้เยอะขึ้นอีกด้วยนะ
ขายสินค้าออนไลน์
เนื่องจากตอนนี้การตลาดออนไลน์ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำให้การขายสินค้าออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้เยอะพอสมควร และสำหรับนักศึกษานั้น และด้วยความที่อาชีพนี้อยู่บนโลกออนไลน์แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถหาเวลาในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น ๆ อีกด้วย และยังสามารถพัฒนาให้กลายเป็นอาชีพหลักในอนาคตอีกด้วย
ช่างภาพ
ใครที่ถ่ายรูปสวย ๆ นี่ก็เป็นอีกอาชีพเสริมสำหรับนักศึกษาที่น่าสนใจ เพียงแค่มีอุปกรณ์การถ่ายภาพและมุมมองที่สวยงามก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือดี ๆ สักเครื่องแล้วอัปโหลดลงเว็บไซต์ขายภาพถ่าย หรือ การรับจ้างถ่ายรูปต่างงานสำคัญต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน
ติวเตอร์
ทุก ๆ คนก็ต่างมีความสามารถของตัวเองที่โดดเด่น และการใช้ความสามารถพิเศษที่เรามีให้เกิดรายได้ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะนักศึกษาในสายอาชีพต่าง ๆ ที่ได้เข้าถึงความรู้ที่เฉพาะเจาะจงจนสามารถส่งต่อความรู้เหล่านั้นให้เยาวชนได้แทบจะทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี ศิลปะ คณิตศาสตร์ ภาษา หรือวิทยาศาสตร์ ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยากและยังได้รายได้เยอะพอสมควร
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ อาชีพเสริม ที่เราสามารถทำได้ขณะที่เรียนอยู่ แต่ก็ยังมีอาชีพอีกมากมายที่นักศึกษาวัยเรียนสามารถทำได้ แค่มีทักษะและความมั่นใจ และถ้าใครที่ยังไม่รู้จะทำอะไรลองเข้ามาดูใน Kaidee เพราะที่นี่มีงานให้เลือกมากมายเลยล่ะ
Nov 26, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
จากการแพร่กระจายของโรค COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจนเกิดผลเสียด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ท่องเที่ยว และธุรกิจ ซึ่งปัญหาด้านธุรกิจนี้เองที่ทำให้หลาย ๆ คน เกิดปัญหาการตกงาน ทั้งเด็กจบใหม่ หรือ ถูก Lay Off ก็ยากเหลือเกินที่จะหางานตอนนี้ แต่ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล ! วันนี้เราจะมา แจกพิกัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาว่ากันว่า ของาน เมื่อไรได้แน่นอน จะมีที่ไหนบ้างไปดูกัน
พิกัด ของาน แล้วต้องได้ !
ท้าวมหาพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์
ในศาสนาฮินดู พระพรหมถือได้ว่าหนึ่งในองค์ตรีมูรติ ซึ่งเป็นเทพสูงสุดขอศาสนาฮินดู ซึ่งพระพรหมเป็นเทพแห่งการสร้างและใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดเพราะเป็นเทพที่กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ตามความเชื่อฮินดู ด้วยความที่พระพรหมมี 4 พักตร์ ทำให้มีความเชื่อว่าแต่ละพักตร์มีความเกี่ยวข้องกับทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความรัก สุภาพ การเงิน และการงาน นั่นเอง
โดยประเทศไทยก็มีสถานที่อันโด่งดังในการของานจากพระพรหมอย่าง ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ที่ตั้งอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ใกล้ ๆ กับเซ็นทรัลเวิลด์ หน้าโรงแรมเอราวัณ จนมีชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามามากมาย
สำหรับวิธีการไหว้นั้นควรไหว้วันอังคารและพฤหัสบดีช่วงเวลาค่ำ ไม่ควรไหว้ในวันพระ โดยเตรียม ธูป 16 ดอก เทียน 9 เล่ม ดอกบัว 9 ดอก น้ำ 1 ขวด ไหว้จากพักตร์ตรงกลางวนตามเข็มนาฬิกา
หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ถ้าหากจะพูดถึงหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หลวงพ่อโสธร ก็คงเป็นอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ศักดิ์สิทธิ์จนมีคำพูดที่ว่า ขอสิ่งไหนได้สิ่งนั้น สมหวังดั่งใจคิด ไม่ว่าจะเป็น การงาน การเงิน โชคลาภ สุขภาพ ครอบครัว แต่ห้ามขอลูก และ ขอให้ไม่ได้เป็นทหาร เชียวล่ะ
ในการไหว้หลวงพ่อโสธรนั้น ใช้ธูป พวงมาลัย หรือไข่ต้ม ขอเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน แล้วคุณจะสมหวัง !
สมเด็จพระปิยมหาราช พระบรมรูปทรงม้า
ลานพระรูปทรงม้าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ขอพรยอดฮิตหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่ชาวไทยนิยมกราบไหวกันอย่างล้นหลามไม่ว่าจะเรื่อง การเงิน การงาน ความรัก หรือสุขภาพ ก็ตาม
ไหว้โดยการ เตรียม ธูป 16 ดอก (ครั้งต่อไป 9 ดอก) ดอกกุหลาบสีชมพู น้ำมะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้า ทองหยิบ ทองหยอด บรั่นดี ซิการ์ และข้าวคลุกกะปิ สำหรับการไหว้ แนะนำว่าควรเป็นวันอังคารเวลา 4 ทุ่มและวันพฤหัสบดีที่ถือว่าเป็นวันครู
ศาลหลักเมือง ใกล้พระบรมมหาราชวัง
ในอดีต เมื่อมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมา จะต้องมีการสร้างศาลหลักเมืองซึ่งเป็นเสาคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย และจากชื่อของศาลหลักเมืองนี้เองที่ทำให้คนไทยเชื่อว่าการขอพรจากที่แห่งนี้เป็นการเพิ่มหลักความมั่นคงให้กับชีวิตในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการงานที่มีคนสมหวังมากมาย
ในการไหว้ผู้ไหว้ต้องเตรียมธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ทองคำเปลว /ทองคำแผ่น ดอกบัว 2 ดอก พวงมาลัย 2 พวง และผ้าแพร 3 สี ในการไหว้ โดยเริ่มจากไหว้พระที่หอพระพุทธรูปแล้วปิดทองผูกผ้าแพรที่องค์พระหลักของเมืองจำลอง นำพวงมาลัยไปถวายหลักเมืององค์จริง ถวายพวงมาลัยแก่องค์เทพารักษ์ทั้ง 5 พร้อมเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด และอธิษฐานขอพรท่องคาถาบูชาองค์พระหลักเมือง ตามลำดับ
หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุดอยคำ
หลวงพ่อทันใจ แห่งวัดพระธาตุดอยคำ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันโด่งดังประจำจังหวัดเชียงใหม่มามากกว่า 1,400 ปีในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการสร้างพระเจ้าทันใจนั้นมีการสร้างที่แตกต่างจากพระพุทธเจ้ารูปอื่น ๆ คือมีการบรรจุวัตถุมงคลและหัวใจที่คล้ายกับมนุษย์ไว้ในพระเจ้าทันใจนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าการขอพรเรื่องการเงิน การงาน และโชคลาภจากท่านนั้นทันใจสมชื่อเลยทีเดียว
ซึ่งในการไหว้ต้องนำพวงมาลัยดอกมะลิที่มากกว่า 50 พวงนำมาถวาย พร้อมกับบอกชื่อ นามสกุล สิ่งที่จะขออย่าละเอียดเพียงเรื่องเดียว แล้วก็อย่าลืมบอกจำนวนพวงมาลัยที่นำมาถวายด้วยนะ
ศาลพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง
พระพิฆเนศถือได้ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จและสติปัญญา และศาลพระพิฆเนศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครคือศาลพระพิฆเนศที่สี่แยกห้วยขวาง ใครที่อยากประสบความสำเร็จเรื่องการงานหรือการเรียนก็สามารถมาขอกันได้
ส่วนวิธีการไหว้ศาลพระพิฆเนศนั้นต้องเตรียมพวงมาลัยดาวเรือง เทียนสีประจำวันเกิด ผลไม้ นม และขนม ตั้งจิตอธิษฐานเพียงเรื่องเดียว นำพวงมาลัยวางไว้ที่เท้าของพระพิฆเนศ ขอพระอีกครั้ง ลูบที่เท้าทั้งหมด 3 ครั้ง กระซิบหูหนู ลูบที่หนู 3 ครั้ง ปิดหูข้างนั้น และกระซิบที่หูอีกครั้ง แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้งเป็นอันเสร็จสิ้น
พระตรีมูรติ
พระตรีมูรติเป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพราะเป็นการรวมตัวของ 3 เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และถึงแม้ว่าพระตรีมูรติจะเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก แต่ก็มีคนมากมายนิยมมากกราบไหว้ขอพรทั้งเรื่องความรัก และหน้าที่การงานกันที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เลย
ซึ่งในการไหว้นั้นควรไหว้วันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น ผู้ไหว้ต้องเตรียมธูปแดง 9 ดอก เทียนแดง 1คู่ (ถ้าคนที่มีคู่ให้เทียบวางติดคู่กัน) ดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ผลไม้สีแดง น้ำอ้อย และนมสด (ห้ามถวายอาหารคาวเด็ดขาด) มาพนมมือพร้อมดอกกุหลาบและธูปในมือ เพื่อขอพรเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน และถวายของอื่น ๆ ตามมา
ใครที่อ่านกันแล้วอยาก ของาน และขี้เกียจไป ก็ลองเข้ามาหาซื้อของดี ๆ ศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นที่พึ่งทางกายติดตัวที่ Kaidee ดู ที่นี่มีให้เลือกแน่นอน แล้วคุณจะโชคดี