บ้านทรงจั่ว ดีไซน์ที่ไม่มีคำว่าเชย

บ้านทรงจั่ว ดีไซน์ที่ไม่มีคำว่าเชย

บ้านทรงจั่วหรือบ้านหลังคาทรงจั่วในความทรงจำของคุณเป็นอย่างไร? 

เชื่อว่าหนึ่งในภาพจำที่ผุดขึ้นมาในหัว ต้องมีเค้าโครงของบ้านเรือนไทย ไม่ก็บ้านไม้ยกใต้ถุนสูงตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาสีเขียว หรืออีกทีก็บ้านทรงจั่วชั้นเดียวสไตล์ชนบทที่มักใช้สีหลังคาและสีตัวบ้านเฉดสดใสให้กลิ่นอายความเป็นลูกทุ่งที่สนุกสนานอย่างแน่นอน

ทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบ้านทรงจั่วที่อาจทำให้เรารู้สึกว่า มันเป็นดีไซน์ที่แสนธรรมดา แต่หากมองกันจริงๆ จังๆ แล้วจะพบว่า ทุกวันนี้บ้านทรงจั่วถูกอัปเลเวลไปไกลมาก ชนิดที่หลุดจากคำว่า “เชย” ได้เลย กลายเป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่สวยสะดุดตา และเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก ทั้งใช้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ธุรกิจอย่างร้านอาหารและคาเฟ่นั่งสบาย

บ้านหลังคาจั่วสไตล์ไทยๆ ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน

ทำไมบ้านทรงจั่วจึงมีอยู่ทั่วไปในไทย  

สังคมไทยคุ้นเคยกับบ้านทรงจั่วมาเนิ่นนาน เรียกว่าเป็นหนึ่งในสามรูปแบบหลังคายอดนิยม (ประกอบด้วยหลังคาจั่ว หลังคามนิลา และหลังคาปั้นหยา) ที่อยู่ในวัฒนธรรมการสร้างที่อยู่อาศัยของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (และในอนาคตก็ยังคงต้องมีต่อไป) ไล่ขนาดการก่อสร้างตั้งแต่ซุ้มขายของ เถียงนา (หมายถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กเป็นที่อยู่อาศัยพอคุ้มแดดกันฝนได้ชั่วคราวสำหรับชาวนาชาวไร่) ไปจนถึงบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง 

ด้วยลักษณะผืนหลังคาที่ด้านซ้ายและด้านขวาเอียงขึ้นมาบรรจบกันที่สันบนสุดตรงกลาง ทำให้เกิดหน้าจั่วสามเหลี่ยมนั้น เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่มีฝนชุกทั้งปีและมีแสงแดดจ้า 

โดยชายหลังคาที่ยื่นยาวทำหน้าที่ป้องกันแดดฝน ความลาดเอียงของหลังคาช่วยระบายน้ำฝนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พื้นที่ใต้จั่วสามเหลี่ยมมีความโปร่งช่วยระบายความร้อนและความชื้นทำให้อาคารบ้านเรือนอยู่สบายมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหลังคาจั่วยังสามารถรับลมได้ดี ก่อสร้างง่ายกว่าและประหยัดวัสดุโครงสร้างมากกว่าเมื่อเทียบกับหลังคาทรงอื่น

บ้านหลังคาจั่วทรงคลาสิกที่มีการตกแต่งในสไตล์วิกตอเรียในเมืองซานฟรานซิสโก

บ้านทรงจั่ว ความคลาสิกของโลกตะวันตก 

ไม่เพียงแต่ในไทยเท่านั้น บ้านทรงจั่วในโลกตะวันตกก็ถือเป็นหนึ่งในดีไซน์คลาสิกที่ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณเลยทีเดียว อีกทั้งยังพบว่าบ้านทรงจั่วด้านหน้า (Front-Gable) นั้นจัดเป็นบรรทัดฐานของอาคารที่อยู่ติดถนนในเมืองของประเทศเยอรมันช่วงยุคกลาง ในขณะที่บ้านทรงจั่วข้าง (Side-Gable) คือที่หนึ่งในใจของผู้คนแห่งยุคเรอเนสซองส์ และยังเป็นมาตรฐานหลังคาบ้านในยุโรปเหนือและอเมริกาที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน 

ลักษณะหลังคาจั่วสำหรับภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากลมแรงและฝนตกหนักจะมีความสูงชันไปตามลำดับความแปรปรวนของสภาพอากาศ เพื่อให้สามารถระบายน้ำฝนได้เร็วและป้องกันลมพัดเข้าด้านในอาคาร ส่วนในพื้นที่ที่มีหิมะ หลังคาจั่วจะมีความชันน้อยลงเพื่อลดปัญหาการทับถมของหิมะบนหลังคาไม่ให้มากเกินไปจนทำให้หลังคาได้รับความเสียหาย และลดความเสี่ยงว่าหิมะที่สะสมจะถล่มลงมาโดยไม่ตั้งใจ 

นอกจากนี้ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัด ชาวตะวันตกยังนิยมใช้พื้นที่ใต้หลังคาจั่วทำเป็นห้องใช้สอยแทนการปล่อยว่างเพื่อเป็นพื้นที่ระบายอากาศร้อนแบบในประเทศไทยด้วย

ลักษณะหลังคาจั่วในชื่อเรียกที่ต่างกัน  (ภาพจาก https://onlineroofdesign.blogspot.com/)

บ้านทรงจั่วไร้ชายคา

บ้านทรงจั่วเกิดขึ้นเพราะฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์บริบทของภูมิประเทศ โดยมาตรฐานทั่วไปมักมีชายคายื่นเลยออกมาจากผนังของบ้าน แต่สำหรับงานสถาปัตยกรรมบ้านทรงจั่วยุคใหม่ ชายหลังคาจะถูกลดทอนให้สั้นลงจนถึงขั้นไม่มีเลย ส่งผลให้เมื่อเรามองอาคารด้านตรงกับหน้าจั่ว จะเสมือนผนังและหลังคาเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่งปรับภาพลักษณ์ของบ้านทรงจั่วที่เคยล้าสมัยให้กลายเป็นลุคโมเดิร์นในทันที 

เราเรียกดีไซน์บ้านทรงจั่วแบบนี้ว่า Modern Pitched Roof หรือบางกลุ่มอาจเรียกว่า Nordic House Style หรือบ้านสไตล์นอร์ดิก ซึ่งเป็นการผสมผสานอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝั่งตะวันตก ที่สามารถนำมาปรับใช้กับสภาพอากาศในเมืองไทยได้อย่างลงตัว

ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดคือ หลังคาทรงสูง ติดตั้งในองศาที่มีความลาดเอียงมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการไหลเวียนอากาศภายในให้มากขึ้น และลดการสัมผัสกับรังสีความร้อนน้อยลง รวมถึงมีการใช้รางระบายน้ำแบบซ่อนเนียนไปกับแผงหลังคา เพื่อไม่ให้เกะกะสายตา และเป็นการโชว์ฟอร์มของหลังคาจั่วที่เชื่อมกับตัวบ้านให้เด่นชัดยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ บางดีไซน์ยังใช้ฟอร์มของบ้านหลังคาจั่วไร้ชายคาเป็นพื้นที่สำหรับทำเทอเรสของบ้าน ในขณะที่ตัวบ้านที่อยู่อาศัยจะอยู่ลึกเข้าไปในโครงสร้างเดียวกัน ทำให้เกิดมิติของงานสถาปัตยกรรมที่ชวนให้หลงใหล และในบางดีไซน์พื้นที่ภายในบ้านยังทำเป็นโถงสูง ติดฝ้าเอียงล้อไปกับหลังคาจั่วที่อยู่ด้านนอก ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง อยู่สบายยิ่งขึ้น

บ้านทรงจั่วสไตล์กระท่อม

บ้านทรงจั่วอีกประเภทที่ถูกนำมาปรับลุคใหม่ไฉไลกว่าเดิมก็คือ บ้านทรงสามเหลี่ยม หรือ A-Frame House ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักสร้างไว้เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ อยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงหรือพื้นที่ธรรมชาติ สไตล์กระท่อมเล็กในป่าใหญ่อย่างไงอย่างงั้น 

ลักษณะเด่นของบ้านสไตล์นี้จะใช้โครงสร้างในส่วนที่เป็นผนังและหลังคาแบบชิ้นเดียวกันเลย และใช้วัสดุคลุมภายนอกตั้งแต่ยอดสันหลังคาจนถึงปลายสุด ซึ่งอาจดีไซน์ชายหลังคาติดพื้นหรือมีระยะห่างจากชายคาถึงพื้นบ้านเล็กน้อยก็ได้ ส่วนบริเวณสามเหลี่ยมหน้าจั่วมักถูกออกแบบให้เป็นช่องประตู หน้าต่างเพื่อรับแสงและระบายอากาศแทน 

สิ่งที่สะท้อนความเป็นโมเดิร์นของบ้านทรงจั่ว A-Frame ได้ดี คือการเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างเมทัลชีทหรือหลังคา Shingle Roof ผสมผสานกับแผ่นไม้ที่ใช้ตกแต่งภายในสร้างความรู้สึกอบอุ่น

บ้านทรงจั่วแบบไร้สมมาตร 

โดยปกติเรามักเห็นบ้านทรงจั่วที่ชายหลังคาสองข้างสมดุลหรือยาวเท่าๆ กัน แต่ด้วยการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัดท่ามกลางนวัตกรรมก่อสร้างสมัยใหม่ ทำให้เราเริ่มเห็นบ้านทรงจั่วแบบไม่สมมาตรมากขึ้น กล่าวคือลักษณะหลังคาด้านหนึ่งจะยื่นยาวกว่าอีกด้านหนึ่งราวๆ 2 เท่า หรือมากกว่า 

ในภาษาอังกฤษเรียกหลังคาจั่วที่ไม่เท่ากันว่า Saltbox Roof ซึ่งหากค้นประวัติย้อนไปดูจะพบว่าเป็นรูปแบบหลังคาที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เจ้าของบ้านมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้น จึงต้องต่อเติมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้ใหญ่ขึ้นตาม ซึ่งการสร้างบ้านหลังใหม่นั้นมีค่าใช้จ่ายสูง จึงคิดดัดแปลงพื้นที่ด้วยการขยายผนังห้องชั้นล่างและเพิ่มความยาวหลังคาให้ยื่นปกคลุมพอดี จนกลายเป็นบ้านทรงจั่วไม่สมมาตรนั่นเอง 

สำหรับบ้านทรงจั่วไม่สมมาตรร่วมสมัยนั้น จะใช้คอนเซ็ปต์เดียวกับแบบ Modern Pitched Roof คือให้เส้นผนังและหลังคาเชื่อมต่อกันโดยที่ไม่มีเชิงชายกั้น เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งฟอร์มของงานสถาปัตยกรรมที่ไปได้กับทั้งสไตล์มินิมอลและสไตล์โมเดิร์น อีกทั้งยังแฝงไปความเท่กึ่งสนุกสนาน ผ่านมิติและแสงเงาที่ส่งผลให้ภาพรวมของบ้านดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

สรุปบ้านทรงจั่ว ไม่มีคำว่าเชย

บ้านทรงจั่วเป็นสถาปัตยกรรมที่คนทั่วโลกคุ้นเคยอย่างดี สืบเนื่องจากความเรียบง่ายในการออกแบบหลังคาทรงจั่วที่สามารถใช้ได้กับหลายๆ สภาพอากาศ ทั้งยังก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลามากกว่าหลังคารูปแบบอื่นๆ 

นอกจากนี้ยังเป็นรูปแบบที่ต่อยอดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด สามารถประยุกต์เข้ากับบริบทใหม่ๆ ได้ตลอด จนทำให้บ้านทรงจั่วอาจไม่ใช่ลุคเชยๆ อย่างในภาพจำอีกต่อไป แต่เป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่อยู่ร่วมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 

สำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วนึกอยากมีบ้านทรงจั่วสไตล์โมเดิร์นกับเขาบ้าง ลองมาค้นหาบ้านกับ Kaidee Property ได้เลย เพราะคุณอาจเจอบ้านทรงจั่วในฝันก็ได้