6 หนังรักโรแมนติก ดูแล้วฟีลกู๊ดสุดๆ

6 หนังรักโรแมนติก ดูแล้วฟีลกู๊ดสุดๆ

ทุกๆเดือนมีหนังเข้าใหม่อยู่ตลอด ถึงแม้ช่วงโควิดที่ทำให้โลกต้องหยุดชะงักไปนาน แต่หนังก็ยังเป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูอารมณ์ความรู้สึกของเราได้ ถึงแม้ในช่วงนี้หนังใหม่ๆอาจถูกเลื่อนฉายหรือมีฉายยังไม่มากเท่าไหร่ แต่คลังหนังดีๆมีอยู่ก็มีมากมายเลยนะ ยิ่งหนังรักโรแมนติกที่ช่วยปรับอารมณ์ความเหงาและฟื้นฟูความเศร้าของเราให้ดีขึ้นก็ยิ่งมีเป็นจำนวนมาก หากมีเวลาลองมาหาดูกัน 

ความรักกับความโรแมนติก

เมื่อคนเราชอบใครสักคนและเริ่มเข้าหาเพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือจีบกันนั้น ความหลงไหลจะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย เช่นเมื่อทั้งสองได้มองตากัน แล้วรู้สึกชอบพอกันก็จะสามารถส่งความรู้สึกผ่านกันได้และฮอร์โมนต่างๆในร่างกายก็จะเริ่มทำงาน 

จากนั้นเมื่อทั้งสองได้ใช้เวลาสักระยะในการพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น หากไม่ได้เกิดปัญหาหรือความขัดแย้งใดที่มาทำลายความสัมพันธ์ ความรู้สึกโรแมนติกเมื่อได้อยู่ใกล้ระหว่างกันจะเกิดขึ้น และตามมาด้วยความรักที่มีให้ต่อกัน ซึ่งตามผลวิจัยนั้นหากคนเรารักใครมากๆหรือเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารักในบรรยากาศที่โรแมนติกมากๆ การไหลเวียนของเลือดก็จะทำงานได้ดีขึ้นและหัวใจของเราเต้นแรงมากขึ้นตามไปด้วย  

และเมื่อทั้งสองได้ตกลงกันเป็นแฟน อยู่ด้วยกันแบบคู่รัก ความรักที่ทรงพลังก็จะเกิดขึ้น และในช่วงหลังจากนี้ความโรแมนติกก็จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งแท้จริงแล้วนั้นความโรแมนติกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เกี่ยวข้องกับการปลุกหัวใจของเราให้มีความสดใสและรู้สึกกับความอบอุ่นที่เกิดจากมีความรักได้ดีมากยิ่งขึ้น

6 หนังรักโรแมนติก 

หลายคนที่แม้ว่าตอนนี้อาจยังโสด ไม่มีคู่ครอง ก็สามารถหาความโรแมนติกได้ด้วยการดูหนัง เพราะในช่วงเวลาเกือบสองชั่วโมงนั้น เร่ืองราวของหนังอาจทำให้เราได้สัมผัสกับความอบอุ่น รู้สึกถึงความโรแมนติกที่ถูกสื่อจากการแสดงของตัวละคร และจะทำให้คุณอารมณ์ดี ฟีลกู๊ดไปอีกหลายวัน 

1.About Time

เริ่มกันที่หนังรักปนดราม่าและแฟนตาซีเล็กๆในการย้อนเวลากลับไปได้ ซึ่งตัวหนังเล่าถึง Tim (Domhnall Gleeson) ชายหนุ่มธรรมดาที่ได้รู้ความลับอย่างหนึ่งในวันเกิดครบรอบ 21 ปีจากพ่อของเขาว่า ชายหนุ่มในครอบครัวนี้มีพลังสามารถย้อนเวลากลับไปได้ โดยการย้อนเวลานั้นจะต้องอยู่ในที่มืดและตั้งใจนึกไปยังสถานที่ที่ต้องการย้อนกลับไป 

โดย Tim ได้ใช้ความสามารถนี้ย้อนเวลากลับไปหลายครั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตแต่ก็มีหลายครั้งนักที่แม้ว่าจะย้อนกลับไปแก้ไข แต่ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดตามที่คาดหวัง ตัวหนังเล่าถึงความรักทั้งในรูปแบบสามี-ภรรยาและพ่อ-ลูก การย้อนเวลากลับไปทำให้ Tim ได้เข้าใจโลกมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว Tim จะย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องใดบ้าง ต้องไปดูกัน 

2.Call Me By Your Name

หนังรักโรแมนติกยุคใหม่ที่เล่าถึงความรักระหว่างชายสองคน ตัวหนังใช้สถานที่ในประเทศอิตาลีช่วงปี 1983 โดยมีตัวเอกคือ Elio (Timothée Chalamet) หนุ่มวัย 17 ที่ใช้ชีวิตกับครอบครัว และ Oliver (Armie Hammer) หนุ่มนักศึกษาสุดหล่อที่มาฝึกงานกับพ่อของ Elio 

บท ฉากและบรรยากาศต่างๆในเรื่องจะทำให้คนดูรู้สึกและอินไปกับหนังได้ ที่สำคัญคือตัวนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ในบทการแสดงออกมาได้อย่างมีความสามารถ ความรักความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เราสัมผัสกับความโรแมนติกแบบวัยรุ่นที่อาจทำให้เราเขินและยิ้มตามด้วยในหลายฉาก ดังนั้นหนังเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เล่ามุมมองความรักในรูปแบบใหม่ออกมาได้อย่างดี และไม่ควรพลาดจริงๆ

3.Her

หนังแนวดราม่า โรแมนติกที่เข้าฉายในปี 2013 นำแสดงโดย Joaquin Phoenix  ที่รับบทเป็น Theodore ชายหนุ่มผู้กำลังอกหักจากการเลิกลาของภรรยา จนเขาได้ค้นพบระบบ OS ที่ชื่อ Samantha ที่สามารถพูดคุย ตอบสนองกับเขาได้ จนเขาก็ได้ตกหลุมรักกับเจ้าซอฟท์แวร์นี้ 

แม้ว่าตัวหนังเล่าถึงความเหงาที่พระเอกต้องพบเจอ แต่เมื่อได้พูดคุยกับ Samantha แล้ว ชีวิตของเขาก็มีชีวิตชีวามากขึ้น ซึ้งอาจทำให้เรารู้สึกโรแมนติกในลึกๆ แม้ว่าอีกฝ่ายที่ Theodore หลงรักนั้นจะเป็นซอฟท์แวร์ในคอมพิวเตอร์ บทสรุปของหนังจะเป็นอย่างไรนั้นอยากให้ได้ไปติดตามกัน 

4.Letters to Juliet

หนังโรแมนติกสุดแสนอบอุ่น นำแสดงโดย Amanda Seyfried และ Christopher Egan ตัวหนังเล่าถึง Sophie (Amanda Seyfried) สาวนักเขียนชาวอเมริกันที่ตกลงหมั้นกับ Victor (Gael Garcia Berna) เชฟหนุ่มที่คลั่งไคล้เรื่องการทำอาหารและหาวัตถุดิบที่ดีเพื่อนำมาเปิดร้านในเมืองนิวยอร์ค 

แต่ด้วยการค้นหาวัตถุดิบชั้นดีของ Victor ทำให้ทั้งคู่ต้องไปยังอิตาลี จนทำให้ Sophie ได้พบกับ Letters to Juliet หรือการเขียนจดหมายเพื่อปรึกษาความรักกับจูเลียต และสุดท้ายทำให้เธอได้รู้จักกับ Charlie (Christopher Egan) และยายของเขาที่กำลังค้นหาชายหนุ่มคนรักที่พลัดพรากกัน 

เรื่องราวและบรรยากาศในหนังทำให้เราได้คอยติดตามอย่างอบอุ่น ความน่ารักของตัวละครที่แสดงออกมาทำให้เรายิ้มได้อยู่บ่อยๆ ดังนั้นหากใครอยากดูหนังรักโรแมนติกดีๆ ดราม่าไม่หนัก เรื่องนี้ห้ามพลาดเชียว

5.Notting Hill

หนังโรแมนติก คอมเมดี้ปี 1999 ที่นำแสดงโดย Julia Robert และ Hugh Grant ถือว่าเป็นนักแสดงที่โด่งดังมากในช่วงยุคนั้น ตัวหนังเล่าถึง Anna (Julia Robert) ดาราสาวชื่อดัง กับ William หนุ่มเจ้าของร้านขายหนังสือ ที่เริ่มพบกันจากการที่ Anna มาร้านหนังสือของ William 

หลังจากนั้นหนังก็เล่าเรื่องราวการบังเอิญพบกันบ่อยครั้งของทั้งคู่ จนเกิดความสัมพันธ์ที่เป็นความรักขึ้น เนื้อเรื่องอาจไม่ได้ตื่นตาตื่นใจ แต่เราสามารถนั่งดูและติดตามความรักของทั้งคู่ได้แบบไม่มีเบื่อ ด้วยอารมณ์ของหนังที่สื่อถึงความโรแมนติก ไม่ว่าจะตอนพบกัน พูดคุยกัน หรือแม้แต่ตอนเดทกัน เท่านี้ก็ทำให้ใจเราพองโตได้หลายวันเลยล่ะ 

6.Bangkok Traffic (Love) Story

หนึ่งในหนังโรแมนติกขึ้นหิ้งของเมืองไทย รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ที่เข้าฉายในปี 2009 ตัวหนังทำเงินได้มากถึง 145.82 ล้านบาท ในรถไฟฟ้ามาหานะเธอนี้เล่าถึงเหมยลี่ (คริส หอวัง) สาวออฟฟิศวัย 30 ที่ยังโสด เธอได้พบเจอกับ ลุง (เคน ธีรเดช) หนุ่มหล่อที่เป็นวิศวกรของรถไฟฟ้า 

ในสถานการณ์ต่างๆทำให้ทั้งสองพบเจอกัน ซึ่งด้วยความโก๊ะแสนน่ารักของเหมยลี่และความสุภาพบุรุษสุดหล่อของลุง ทำให้เราสัมผัสกับอารมณ์ความโรแมนติกในช่วงระหว่างทางที่ทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กันได้อย่างอบอุ่นแบบยิ้มไม่หุบ และแม้หนังจะผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่ถ้าวันนี้ลองย้อนกลับไปดูก็ยังโรแมนติกและสนุกมากๆอยู่เหมือนเดิม 

สรุป

หนังโรแมนติกยังมีอีกมากกว่าร้อยหรือพันเรื่อง ซึ่งหนังเก่าๆนั้นอาจให้ความโรแมนติกที่มากกว่า เพราะด้วยสิ่งแวดล้อม บรรยากาศที่อยู่ในหนังแตกต่างจากโลก ณ ปัจจุบันที่มีแต่ความวุ่นวาย ทำให้บางครั้งคนเราก็โหยหาความเก่าที่แสนจะโรแมนติกได้ 

และการดูหนังโรแมนติกสักเรื่อง ถ้าไม่มีทีวีดีๆที่ช่วยเพิ่มอรรถรสก็คงจะน่าเสียดาย หากใครกำลังมองหาทีวีมืองสองอยู่ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีทั้งทีวี ลำ โพงและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ลองเข้ามาดูกันเลย