เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

เทรนด์แต่งบ้านมาแรงปี 2020 สไตล์แบบไหนที่คุณชอบ?

บ้าน คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านที่ตัวเองได้เลือก ได้กำหนดรูปแบบเอง ให้เป็นไปตามที่เพื่อนๆ ต้องการ เพราะ บ้าน คือสิ่งที่ทุกคนต้องอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องอยู่ทุกวันนอกจากที่ทำงานนั่นเอง ในเมื่อจะมีบ้านแล้วก็อยากที่ให้รูปแบบการตกแต่งเป็นไปตามที่เพื่อน ๆ ชอบ บางคนอาจจะกำลังเก็บเงินซื้อบ้าน แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่พร้อมจะมีบ้านแล้ว กำลังจะสร้างบ้านหรือมองหาบ้านอยู่และต้องการตกแต่งให้เป็นสไตล์ที่ชอบ วันนี้จะพาไปดูแนวทางหรือเทรนด์การตกแต่งบ้านที่กำลังมาแรงในปี 2020 มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนกันบ้าง

สไตล์ ลอฟท์

Loft style

เพื่อนๆ หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาเยอะ สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ เพราะการตกแต่งแนวนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน ด้วยการตกแต่งที่ดูเปลือย ๆ ดิบ ๆ ดูเรียบง่ายและดูเท่ โดยการผสมผสานความที่ไม่ลงตัวแต่ทำให้ดูลงตัว ด้วยการฉาบปูนให้เหมือนฉาบไม่เสร็จ ให้สีทึบๆ แบบสีธรรมชาติที่ให้มา โครงสร้างเพดานสูง มีงานเหล็ก งานผนังอิฐ บวกกับเฟอนิเจอร์ที่มีโทนสีเดียวกันหรือจะเป็นโทนเนื้อไม้สีเข้ม พอได้มาอยู่รวมกันแล้ว กลายเป็นความลงตัวที่ดูเท่ ดูมีเสน่ห์ น่าอยู่ขึ้นมาเลยละ 

สไตล์ ญี่ปุ่น 

Japanese style

คนที่ชอบอะไรที่ดูเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา โปร่งโล่ง นั่นแปลว่าสไตล์นี้เหมาะกับเพื่อน ๆ คือการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง สิ่งที่สำคัญอย่างแรกคือการเลือกใช้สี เพราะการตกแต่งบ้านสไตล์นี้สีที่ใช้จะอยู่ในสีเอิร์ธโทน คือ สีน้ำตาล สีเขียว และสีเทา เพราะเป็นสีจริง ๆ ของธรรมชาติ เช่น สีของต้นไม้ เป็นต้น โดยวัสดุในการใช้ตกแต่งจะใช้เป็นไม้โทนสว่าง เฟอร์นิเจอร์จะเน้นเป็นประเภทไม้ติดพื้นหรือลอยจากพื้นไม่มาก ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประตูบานเลื่อนไม้ แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเลยละ ผสมผสานกันออกมาเป็นความเรียบง่าย ทำให้รู้สุกผ่อนคลาย สบายตามากเลยทีเดียวเชียวละครับ 

สไตล์ มินิมอล

Minimal style

อีกหนึ่งสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่มากตอนนี้ก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล การจัดวางของ การวางเฟอร์นิเจอร์ ต้องดูโล่ง ไม่อึดอัด ไม่ทึบ อยู่แล้วรู้สึกว่าใช้พื้นที่ได้เยอะขึ้น โดยการเลือกใช้ของในการตกแต่งก็คือ การเลือกด้านล่างให้มีพื้นที่แบบโปร่งทั้งหมด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เตียง เป็นต้น ซึ่งข้างล่างของเฟอร์นิเจอร์ต้องโปร่ง ไม่ทึบและวางชิดติดกับผนัง สีที่ใช้ก็ใช้สีโทนสว่าง มองดูแล้วทำให้รู้สึกโล่ง โปร่งสบายนั่นเอง 

สไตล์ วินเทจ 

Vintage style

หากเพื่อนๆ มองว่า การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ญี่ปุ่นหรือมินิมอลยังไม่ใช่สำหรับเพื่อนๆ มาลองดูสไตล์วินเทจกันดีกว่า การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์นี้คือ เน้นการตกแต่งให้ดูเก่าแบบมีสไตล์ ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่เก่าแบบคร่ำครึ เก่าแบบได้กลิ่นอายของกาลเวลาเสมือนได้ย้อนกลับไป 20 ปี โดยจะเน้นสีโทนอ่อน ไม่ฉูดฉาดแต่ดูหรูหรา เช่น สีขาว สีครีม สีเหลือง เป็นต้น

เพื่อนๆ อ่านจบแล้วอยากจะตกแต่งบ้านสไตล์ไหน ก็สามารถนำไปเป็นแนวทางในการตกแต่งได้เลยนะ แต่ถ้าอยากจะมีบ้านก่อนแล้วค่อยตกแต่งทีหลัง ลองมาดูบ้านที่ BaanKaidee ก่อนได้นะครับ มีบ้านให้เพื่อนๆ ได้เลือกหลายหลากรูปแบบ หลากหลายสไตล์ หลากหลายพื้นที่ แถมยังราคาดีอีกด้วย

   

บ้านดีไซน์ประหลาดรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องร้อง วอท เดอะ…. !

บ้านดีไซน์ประหลาดรอบโลก ที่เห็นแล้วต้องร้อง วอท เดอะ…. !

Weirdest House 1

ทุกคนต่างมีวิธีการแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองทั้งนั้น บางคนแสดงออกมาในรูปแบบสไตล์การแต่งตัว ทรงผม ยี่ห้อรถยนต์ หรือบางคนเลือกที่จะใช้งานอดิเรก อย่างการวาดรูป เต้น หรือเล่นดนตรี แต่เพื่อนๆ คะ เชื่อไหมว่ามีของสิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนความเป็นตัวเอง และรสนิยม ของเพื่อนๆ ได้มากกว่าสิ่งไหน นั่นก็คือดีไซน์ และการตกแต่งบ้านนั่นเอง 

ยกตัวอย่างเช่น บ้านสไตล์มินิมอล มักจะมีเจ้าของเป็นคนง่ายๆ เจ้าระเบียบ ต่างกับคนที่มีบ้านสไตล์อินดัสเทรียล ซึ่งตัดสินจากปูนเปลือยที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์แล้ว เดาไม่ยากเลยว่า เจ้าของต้องเป็นคนที่เท่ เซอร์ และมีความเป็นศิลปินสูงพอสมควร 

แน่นอนว่าความคิดสร้างสรรค์ และไอเดียของคนเราไม่มีข้อจำกัด แบบบ้านก็เช่นกันค่ะ ในสมัยนี้มีบ้านทรงประหลาดๆ ฉีกมาตรฐานรูปทรงบ้านทั่วไปที่ออกแบบโดยน้องๆ สถาปนิกรุ่นใหม่มาให้ชมกันอยู่มาก ทั้งแบบที่สามารถอยู่ได้จริง และไว้เพื่อชมอย่างเดียว 

วันนี้ Kaidee เลยไม่รอช้า ขอนำเสนอมีบ้านรูปทรงประหลาด แหวกแนวความคิดเดิมๆ จากทั่วทุกมุมโลก มาให้เพื่อนๆ ได้ร้องโอ้โหกัน พร้อมแล้วเรามาดูกันเลย 

บ้านทรงประหลาด

แน่นอนว่ารูปทรงบ้านปกติก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำอย่างเรา แต่เมื่อความคิดของมนุษย์ไม่หยุดอยู่กับที่ สิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ย่อมเกิดขึ้น และพัฒนาตามกาลเวลา 

อาชีพสถาปนิก เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำงานกับความท้าทาย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสังคม และความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์ จึงไม่แปลกที่มีบ้านโครงสร้างฉีกตำราเรียน เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ไม่ว่าจุดประสงค์ของการสร้างนั้นจะเพื่อสะท้อนสภาพสังคม นิสัยมนุษย์ หรือเพื่อแค่สร้างชื่อเสียง ผลลัพธ์ที่ได้ คืออีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างน่าสนใจ ที่ต่างถูกบันทึกไว้อีกหน้าของประวัติศาสตร์ หรือตำราเรียนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา 

เรามาดูแบบดีไซน์บ้านน่าทึ่ง ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง จากรอบโลกกันเลยค่ะ 

บ้านทรงผอม (The Keret House) โปแลนด์

Weriest-House-2
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Greenprophet

บ้านหลังนี้มีชื่อว่า The Keret House เป็นบ้านที่มีรูปทรงแคบที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่กรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ “Keret” เป็นชื่อบ้านที่ถูกตั้งตามชื่อของนักเขียน และนักสร้างภาพยนตร์ชื่อดังชาวอิสราเอล Etgar Keret ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้ทดลองเข้าพักอาศัยและกินอยู่ในบ้านหลังนี้นั่นเอง บ้านรูปทรงผอมบางหลังนี้ เป็นผลงานจากการออกแบบร่วมกันของนักเขียน Etgar และสถาปนิกชาวโปแลนด์ Jakub Szczensy แน่นอนว่าได้ชื่อว่าเป็นบ้านที่แคบที่สุดในโลกแล้ว ขนาดพื้นที่รวมทั้งหมดของบ้านนั้นแค่ 14.5 ตารางเมตร และมุมที่แคบที่สุดในบ้านก็มีความกว้างเพียง 72 เซนติเมตร 

น่าทึ่งไปเลยใช่ไหมคะ ถึงบ้านหลังนี้จะดูแคบ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องครัว ครบพร้อมอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากจุดประสงค์ของการสร้างบ้านหลังนี้ ก็เพื่ออยู่อาศัยจริงๆ โดยเชิญให้ศิลปินเข้าอาศัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะภายใต้สภาพแวดล้อมจำกัดนั้นเอง 

บ้านเปลือกหอยโข่งยักษ์ (Nautilus Giant Seashell) เม็กซิโก

weriest-house-3.1
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Hiconsumption
weirest-House-3.2
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก randomwhisper

บ้านเปลือกหอยโข่งยักษ์นี้ ตั้งอยู่ที่เม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2006 โดยการออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวเม็กซิโก Javier Senosiain ค่ะ 

Javier นั้นได้แรงบันดาลใจจากผลงานสถาปัตยกรรมของสถาปนิกชาวสเปนในตำนาน อย่าง อันตอนี เกาดี (Antoni Gaudí) ซึ่งผลงานของอันตอนีส่วนใหญ่จะเน้นความ อลังการ โดยเล่นกับสีสัน เส้นโค้ง และรูปทรงเรขาคณิต ดังนั้นไฮไลท์ของบ้านเปลือกหอยยักษ์นี้จึงเป็นกำแพงที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบสีสายรุ้ง ความเด็ดยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ เพราะเมื่อแสงแดดได้ส่องกระทบกระเบื้องสีเหล่านี้แล้ว กระเบื้องจะสะท้อนแสงสีนั้นๆ เข้าไปในตัวบ้าน ทำให้ห้องนั่งเล่นที่ตั้งอยู่ข้างใน กลายเป็นห้องที่เต็มไปด้วยสีสัน ราวกับอาศัยอยู่ในสายรุ้งเลยก็ว่าได้ 

บ้านมนุษย์หินฟลินท์สโตน (Flintstone House) สหรัฐอเมริกา

weirest-House-4.1
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก home-design 

เชื่อว่าหลายคนที่เติบโตมากับการ์ตูนมนุษย์หินฟลินท์สโตน ต้องเคยใฝ่ฝันอยากมีบ้านแบบมนุษย์ถ้ำแบบเดียวกับการ์ตูนแน่นอน ซึ่ง ดิ๊ค คลาร์ค (Dick Clark) พิธีกรชื่อดังชาวอเมริกันก็เป็นอีกคนที่เป็นแฟนตัวยงของการ์ตูนยอดฮิต ฟลินท์สโตนเรื่องนี้ 

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในวัย 82 ปี เขาได้สร้างบ้านดีไซน์แบบบ้านในยุคหินอาศัยโดยมนุษย์ถ้ำ ที่เกาะมาลิบู ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็กของเขา นอกจากดีไซน์ของตัวบ้านแล้ว สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างนั้นต้องยกให้วิว มหาสมุทรแปซิฟิก และแสงไฟยามค่ำคืนของมหานครลอสแอนเจลิส สุดลูกหูลูกตา ที่สามารถมองผ่านกระจกบานใหญ่ ซึ่งเป็นของตกแต่งชิ้นสำคัญของบ้านหลังนี้นั่นเอง 

บ้านกระจก (House NA) ญี่ปุ่น

ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Dezeen

บ้านกระจกหลังนี้มีชื่อว่า “House NA” ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นผลงานการออกแบบของ Sou Fukimoto ซึ่งเป็นสถาปนิกแนวหน้าของประเทศญี่ปุ่น  จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือการใช้กระจกเป็นวัสดุหลักแทนคอนกรีต หรือไม้เพื่อสร้างกำแพง และผนังรอบบ้าน 

Sou Fukimoto ได้กล่าวว่า แนวคิดของการออกแบบบ้านหลังนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากการอาศัยอยู่บนต้นไม้ของคนสมัยโบราณ ซึ่งต้นไม้ที่มีกิ่งก้านในระดับความสูงลดหลั่นไม่เท่ากันนั้น ได้จุดประกายแนวคิดของเขาที่จะออกแบบบ้านเลียนแบบรูปทรงกิ่งก้านของต้นไม้ ซึ่ง Fukimoto ก็ทำมันออกมาได้ดี ไอเดียนั้นถูกสื่อออกมาในดีไซน์ของบ้าน เพราะนอกจากความโดดเด่นของกระจกแล้ว บ้านหลังนี้มี พื้น และระเบียง ที่มีระดับความสูงไม่เท่ากันนั้น เป็นฟันปลาทั่วทั้งตัวบ้าน 

ทั้งแปลก ทั้งเก๋ แต่ใช้งานได้จริง สมกับเป็นผลงานของชาวญี่ปุ่นจริงๆ เลยค่ะ  

บ้านหิน (Casa do Penedo) โปรตุเกส

weirest-House-6
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก GoseIftour

เห็นบ้านมนุษย์ถ้ำของ ดิ๊ค คลาร์ค กันไปแล้ว เรามาดูบ้านมนุษย์หินกันบ้าง บ้านหินยักษ์นี้มีชื่อว่า “Casa Do Penedo” เป็นภาษาโปรตุเกส สามารถแปลตรงตัวได้ว่า บ้านหิน บ้านนี้ตั้งอยู่ที่เขาฟาฟี ทางตอนเหนือของประเทศโปรตุเกส ไม่เพียงแค่บ้านหลังนี้จะใช้ก้อนหินสร้างบ้านทั้งหลัง แต่ทั้ง 4 มุมของบ้านก็ยังถูกค้ำยันไว้ด้วยก้อนหินยักษ์ สมกับชื่อ บ้านหิน เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าไฟฟ้าจะเข้าไม่ถึงตัวบ้าน แต่บ้านหลังนี้สามารถอาศัยอยู่ได้จริง มีความสูงราวๆ 792 เมตร ซึ่งสามารถบรรจุคนได้ 4 คน แบบสบายๆ ที่น่าทึ่งคือ กระจกประตูและหน้าต่างสามารถกันกระสุนได้ นอกจากนี้ยังมีปล่องไฟขนาดเล็ก ยื่นขึ้นมาจากหลังคา เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในหน้าหนาวอีกด้วย 

แน่นอนว่าการออกแบบบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่าจะออกแบบออกมาในรูปทรงอะไรก็สามารถลงมือสร้าง และอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย การออกแบบบ้านจำเป็นต้องมีความรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้าง วัสดุที่นำมาใช้ รวมไปจนถึงงบประมาณ ด้วยเหตุนี้แม้ว่าไอเดียจะแหวกโลกแค่ไหน ก็มีข้อจำกัดในการก่อสร้าง

ตัวอย่างด้านบนที่เรายกมาให้ ดู จึงเป็นหนึ่งในผลงานความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกทั่วโลก ที่ควรได้รับการยกย่อง เพราะนอกจากไอเดียเจ๋งแล้ว ยังสามารถทำให้เป็นจริงได้ ถ้าเพื่อนๆ อยากมีบ้าน หรือคอนโดที่มีดีไซน์แปลกประหลาด แต่ราคาน่ารัก เอื้อมถึง ลองเข้ามาแวะชมที Kaidee ก่อนได้ค่ะ เรามีบ้าน และคอนโดหลากหลายดีไซน์ให้เลือก 

6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

อยู่คอนโดมานาน บางครั้งเราก็อาจรู้สึกเบื่อกับการตกแต่งเดิมๆของห้องเราได้ ซึ่งการตกแต่งห้องนั้นอาจสร้างความทรงจำต่างๆให้กับเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็แล้วแต่ พอเรามองดูก็จะมีความรู้สึกและอาจมีภาพเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับห้องนี้ ดังนั้นลองมาเปลี่ยนบรรยากาศเริ่มต้นความทรงจำดีๆใหม่ๆให้กับชีวิตของเรา ด้วยการแต่งห้องใหม่กันเถอะ

การแต่งห้องคอนโดต้องเตรียมตัวอย่างไรและเตรียมอะไรบ้าง

หากเริ่มมีความคิดและมีแรงบันดาลใจในการแต่งห้องแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เวลาแต่งจริงๆจะได้ทำได้อย่างสบายใจ 

1.วางแผนเรื่องการแต่งให้ดี

ดูเป้าหมายของการแต่งคอนโดของเราว่าต้องการตกแต่งมากแค่ไหน หากต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่างอาจต้องหาช่างที่ชำนาญมาช่วยทั้งออกแบบและต่อเติม เพื่อความปลอดภัยและความสวยงามตามที่เราคาดหวังไว้

2.ขออนุญาตกับนิติ

การตกแต่งห้องนั้น หากต้องมีการต่อเติมหรือเพิ่ม-ลดส่วนต่างๆ เราต้องถามทางนิติบุคคลก่อนเสมอ หากมีกฎระเบียบห้ามต่างๆ ก็ต้องทำเรื่องยื่นเอกสารต่างๆเพื่อการตกแต่งหรือต่อเติมของเรานั้นเป็นไปได้อย่างราบลื่น ไม่มีปัญหาใดใด    

3.บอกเพื่อนข้างห้อง

เมื่อคุยกับนิติและทำเรื่องขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเริ่มตกแต่งห้อง ต้องอย่าลืมแจ้งกับเพื่อนบ้านก่อน เพราะบางอย่างในการตกแต่งหรือต่อเติมห้องอาจมีเสียงดังรบกวนได้ หากไม่ได้แจ้งไว้ก่อนอาจทำให้เกิดความรำคาญและอาจทำให้ผิดใจกับข้างห้องได้ 

6 สไตล์การแต่งคอนโด

ในช่วงหลายปีมานี้มีสไตล์การแต่งคอนโดเพิ่มขึ้นมากมาย โดยบางรูปแบบก็มีแรงบันดาลใจจากยุคสมัยก่อนหรือบางรูปแบบก็เน้นความสะอาด ดูโล่งตา ซึ่งในบทความนี้เรามี 6 รูปแบบที่เป็นที่นิยมและแต่งตามได้ในสไตล์ของเราเอง 

1.Modern

สไตล์แรกนี้เป็นเหมือนสไตล์พื้นฐานของการแต่งบ้านหรือคอนโดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเน้นให้อารมณ์ความหรูหรา สุขุม และทันสมัย ซึ่งบ้านหรือคอนโดสไตล์นี้ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดของชั้นที่กว้างขวาง มีกระจกบานใหญ่เป็นหน้าต่างหรือกำแพง เพื่อทำให้บ้านดูโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด

ส่วนห้องคอนโดที่จะออกแบบสไตล์นี้ จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบไปในทางเดียวกัน โทนสีก็เช่นกัน ตั้งแต่กำแพง สีเฟอร์นิเจอร์ สีของแสงไฟ ก็จะให้ความทันสมัยที่มีความสะดวกสบายอยู่ด้วย ถ้าใครคิดไม่ออกว่าแต่งห้องสไตล์ไหนดี ห้องสไตล์ Modern นี้เหมาะกับการเริ่มต้นแต่งห้องมากๆ

2.Minimal

น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ถือเป็นคอนเซ็ปต์สำคัญของการแต่งห้องแบบมินิมอล โดยสไตล์นี้จะให้อารมณ์ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยกิมมิคของความทันสมัย ดังนั้นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

เฟอร์นิเจอร์ส่วนมาก ภายนอกจะดูเรียบๆ แต่ช่องหรือส่วนของการเก็บของนั้นจะมีหลากหลาย ทำให้เก็บของได้มาก ทำให้ห้องของเราดูโล่ง กว้างและมีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น 

โทนสีของห้องก็เช่นกัน จะมีความเรียบ สะอาด และคุมโทน ส่วนมากจะใช้เป็นสีเบจ สีขาว สีดำ ไม่ก็สีเทา ดังนั้นใครที่แต่งห้องไม่เก่งก็ลองเลือกสไตล์มินิมอลนี้ไปลองแต่งดูได้ เพียงแค่เลือกสีที่ไในทางเดียวกัน และใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีเฉพาะที่จำเป็นและเลือกชิ้นที่สามารถเก็บของได้มาก 

3.Retro

ใครที่เบื่อๆไม่อยากได้สไตล์ที่เรียบง่าย ให้ลองดูสไตล์ห้องแบบ Retro นี้เลย เพราะห้องสไตล์นี้จะให้อารมณ์ของยุคเก่าๆ ตั้งแต่ช่วงประมาณยุค 60 ที่จะเน้นความสนุกสนานให้การเลือกสีสันต่างๆมาใช้ ทำให้ห้องสไตล์นี้มีสีสันที่โดดเด่น บางครั้งอาจจะดูฉูดฉาด แต่ก็มีความเข้ากันอยู่  

สนุกสนาน มีชีวิตชีวา เป็นหลักในการออกแบบห้องสไตล์ Retro นี้ดังนั้นหากเบื่อสีเบจ ขาว เทา แนวเดิมๆ ก็ลองใช้สไตล์นี้มาเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้ ทำให้เรามีความสดชื่นสดใสเหมือนย้อนวัยเด็กอีกครั้ง เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ก็จะเน้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันเข้ากับตัวห้อง 

4.Contemporary

สไตล์นี้จะมีความใกล้เคียงกับสไตล์ Modern แต่สิ่งที่แตกต่างและเป็นจุดเด่นของสไตล์นี้คือการเน้นพื้นที่มากกว่าเน้นสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ หรือลวดลายแบบสไตล์ Modern 

ความเรียบง่ายยังคงเป็นจุดหลักของการแต่งห้องนี้เช่นเดียวกับสไตล์ Modern แต่พื้นที่ขงการใช้สอยนั้นจะมากกว่า การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มีลวดลายมากมาย รูปทรงที่นิยมคือทรงเรขาคณิตต่างๆ สีสันก็จะอยู่ในกลุ่ม ขาว ดำ หรือโทนเรียบๆ 

พื้นจะเป็นพื้นเรียบๆ อาจเป็นลายไม้หรือพื้นไวนิล หรืออาจเป็นพรหมสีเบจหรือสีเทาที่ช่วยเพิ่มความสบายเวลาเดิน 

5.Traditional

สไตล์แห่งความอบอุ่น สบาย และค่อนไปทางย้อนยุคหน่อยๆ ซึ่งห้องนี้ไม่ว่าใคร จะช่วงอายุไหนก็แล้วแต่เมื่อเข้ามาอยู่ก็จะรู้สึกถึงความสบายทั้งกายและใจ

เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จะไม่เน้นศิลปะที่เป็นสมัยใหม่ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีเป็นเหล็กต่างๆ ซึ่งขอบและมุมของเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากจะไม่ความมนไม่เป็นเหลี่ยม สีจะเป็นสีเรียบๆ โดยจะอยู่ตรงกลางระหว่างอ่อนและเข้ม แสงไฟในห้องก็มักจะเป็นแสงที่มีสีอ่อนๆ ไม่เป็นไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าแบบทั่วไป 

บางครั้งเราอาจะใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาตกแต่งในห้องสไตล์นี้ได้ เครื่องครัวก็เป็นเครื่องแก้วต่างๆอาจมีลวดลายจีนผสมอยู่บ้าง เช่นแจกันลายจีน โดยรวมแล้วห้องสไตล์นี้อาจต้องศึกษาให้ละเอียดสักหน่อย เพื่อความเข้ากันของตัวห้อง สีสัน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหากคุณทำได้ล่ะก็ ห้องนี้จะเป็นห้องที่น่าอยู่มากทีเดียว  

6.Vintage

สไตล์วินเทจเป็นสไตล์ที่อาจถูกใจหลายๆคน ซึ่งสไตล์นี้จะมีความเก่า ย้อนยุค แต่ก็จะมีความขลังและสวยงามในตัว และบางครั้งก็จะมีกลิ่นอายของวัยเด็กที่เราเคยได้อยู่ในบ้านที่มีบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ในยุคสมัยก่อน แต่ก็ไม่ใช่เก่ากึกจนผุพัง อาจจะประมาณ 30 – 50 ปีที่มีสภาพดี ส่วนการใช้งานนั้นบางคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญนัก เพราะบางชิ้นที่เป็นไฟฟ้า อาจมีการเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ แต่ภายนอกยังดูสวยงาม 

ดังนั้นเวลาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ต้องเลือกให้ดี แนะนำว่าเลือกซื้อของโบราณที่มีราคาและมีสภาพสวยงาม จะทำให้ห้องเราดูแพงขึ้นได้อีกด้วย หรือบางครั้งเราอาจใช้ของ Hand-made มาร่วมตกแต่งด้วยก็ได้ แต่อย่าลืมเลือกชิ้นที่มีสไตล์ออกแนววินเทจด้วย จะได้เข้ากับห้องสไตล์วินเทจของเรา  

สรุป

ไม่ว่าจะตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็ตามแต่ สิ่งที่สำคัญคือการเลือกสี รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงกับความต้องการของเรา บางครั้งอาจไม่ต้องกำหนดเป็นสไตล์ขึ้นมาก็ได้ แต่ให้มีโทนของสี และแนวของรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อเวลาตกแต่งเสร็จแล้ว ห้องก็จะมีความเข้ากันและน่าอยู่มากขึ้น

หากอยากลองหาเฟอร์นิเจอร์สวยๆเตรียมไว้ก่อนล่ะก็ ลองมาดูที่ Kaidee ได้เลย เรามีหมวด เฟอร์นิเจอร์ให้คุณได้เลือกชมของที่จะนำมาตกแต่งห้องมากมาย ไปดูกันเลย