Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ศาสตร์และศิลป์ในเรื่องของการดูดวงนั้นมีหลายแขนงมาก ไม่ว่าจะเป็นดูดวงประจำวันเกิด ดูดวงด้วยไพ่ทาโร่ หรือดูดวงด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งแต่ละศาสตร์ย่อมมีความแตกต่างกันไป ด้วยความเป็นคนไทยที่มีความเชื่อในเรื่องดวงอย่างแรงกล้าอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ดูดวงไปกับทุกอย่างในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงเรื่องของสีบ้าน จึงหามาไว้ให้แล้วกับสีบ้านที่ทาแล้วมีแต่จะช่วยให้ชีวิตนั้นเฮงกับเฮงตลอดทั้งปีทั้งชาติ!!!
เปลี่ยนสีบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ก่อนที่จะมาดูว่าจะเปลี่ยนสีบ้านอย่างไรให้เฮง มาทำความรู้จักกับคำว่า “ฮวงจุ้ย” กันเสียก่อนว่าคืออะไร ฮวงจุ้ย นั้นเป็นศาสตร์หนึ่งที่นำเขามาจากประเทศจีน ที่หลักของธรรมชาติมาเปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆรอบตัวให้เข้ากัน เพื่อกำหนดการไหลเวียนและส่งเสริมในเรื่องของดวงให้ดีขึ้น ซึ่งมีสีที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสีให้บ้านของเราในแต่ละห้องนั้นส่งเสริมดวงให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ ดังนี้
1. สีทาบ้านที่เสริมความก้าวหน้า
ในเรื่องของหน้าที่การงานนั้นเลยคือสี “ชมพู” และสี “ฟ้า” ซึ่งควรที่จะทาสีนนี้ไว้ในห้องทำงาน ที่เป็นหัวใจหลักและเป็นสัญลักษณ์ในด้านของการงาน ซึ่งทั้ง 2 สีนี้นั้นจะช่วยส่งผลให้การงานได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด และมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตำแหน่งพุ่งกระฉูดแน่นอน!!
2. สีทาบ้านที่เสริมดวงให้การเงินรุ่ง
ใครที่อยากจะรวย!! มีเงินเก็บมากมายจนไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนต้อง ต้องอ่าน!! สีที่ควรจะทาเลยควรจะเป็นสีที่มีคุณสมบัติความเป็นพลังของธาตุดินที่หมายถึงความมั่นคง อย่างสี “เหลือง” สี “น้ำตาล” และสี “เทา” ซึ่งควรที่ละเลือกทา 3 สีนี้ไว้ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เป็นห้องที่เป็นถังเงินถังทองของบ้าน การเปลี่ยนสีในห้องนี้จะช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้น และส่งเสริมให้การเงินนั้นมั่นคงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเรียกเงินเรียกทรัพย์ให้ไหลเข้ามา รวยๆเฮงๆ ปังไม่หวั่นไม่ไหว!!
3. สีทาบ้านที่เสริมในเรื่องของความรัก
ความรักในที่นี้นั้นไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงในเรื่องความรักจากคนรอบข้างด้วย ซึ่งสีที่เหมาะอย่างมากในเรื่องนี้เลยคือสี “ส้ม” และสี “ชมพู” เอาไปทาในห้องนอนใช่ให้ความรักรักนั้นพุ่งแรง!! ใครที่โสดจะช่วยส่งเสริมให้หาคู่ได้ง่ายขึ้น ส่วนใครที่มีคู่แล้วจะช่วยให้รักยืนยาวและมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
4. สีทาบ้านที่เสริมให้สุขภาพกาย สุขภาพใจดี
ไม่มีใครในโลกนี้ที่อยากจะเจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว การมีสุขภาพที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง และสีที่จะมาช่วยในเรื่องนี้ได้เลยคือการทาสี “ม่วง” และสี ”น้ำตาล” ซึ่งเป็นสีแห่งสุขภาพไว้ภายในห้องนอน เพราะสีนั้นจะถ่ายเทอำนาจในช่วงเวลาที่เรานอนหลับอยู่ และจะช่วยส่งเสริมให้เรานั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนขึ้น มีสุขภาพจิตที่ดี ไม่ต้องกังวลในเรื่องของอาการป่วย
5. สีทาบ้านที่เสริมความสุข
การอยู่ที่ไหนแล้วไม่มีความสุขนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก ความสุขกับชีวิตของเรานั้นเป็นสิ่งทำให้คนเรานั้นก้าวต่อไปในวันที่แย่ๆได้ง่ายยิ่งขึ้น สีที่เลือกทาเลยควรจะเป็นสี “เขียว” และสี “ขาว” ทาไว้ในห้องรับแขก ซึ่งทั้ง 2 สีนี้จะช่วยในเรื่องของความสุขและความสงบร่มเย็นภายในบ้าน ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งนั่นเอง
ใครที่กำลังมีปัญหาในด้านไหนของชีวิต ลองนำบทความเรื่อง “สีทาบ้านมงคล” นี้ไปลองปรับใช้ดูเผื่อจะช่วยให้ชีวิตที่สุดแสนจะวุ่นวายในแต่ละวันนั้น ได้บรรเทาลงไปบ้าง ไม่มากก็น้อย ซึ่งหาใครที่มีแผนกำลังจะเปลี่ยนสีบ้าน ก็ลองเข้าไปหาช่างทาสีได้ที่ Kaidee และถ้าใครที่มีแผนการจะซื้อบ้านหรือคอนโดสักที่ ที่ตรงตามหลักฮวงจุ้ย ลองเข้าไปดูได้เลยที่ Kaidee Property ที่มีบ้านและคอนโดหลากหลายสไตล์ ตามความต้องการ
Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
เคยไหม กับการนอนไม่หลับ เคยไหมกับการว้าวุ่นใจทั้ง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านของเราเอง เพราะจริง ๆ แล้ว จิตวิทยาสี ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงต้องมีการเลือกสีห้องให้เข้ากับห้องต่าง ๆ ใหม่เพื่อให้คุณมีอารมณ์ที่ดีขึ้น แต่จะแต่งห้องใหม่ทั้งที จะมีเคล็ดลับและวิธีการอย่างไรบ้าง มาดูกัน
จิตวิทยาสี มีผลต่ออารมณ์ ?
รู้หรือไม่ว่าสีห้องนั้น ส่งผลถึงอารมณ์ของคนเราได้ ดังนั้นความรู้ความเข้าใจในเรื่องจิตวิทยาสีและอารมณ์จะช่วยให้คุณเลือกโทนที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
สีแดง
สีแดง ถือเป็นสีแห่งความตื่นเต้น มีชีวิตชีวา ความรัก ความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง และยังมีความหมายแฝงในเรื่องของกามารมณ์ ให้ความรู้สึกที่ร้อนแรง มีพลัง ทำให้เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงจะมีความโดดเด่นและเป็นจุดสนใจ
สีเหลือง
สีเหลือง ทำให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส เบิกบาน และมีชีวิตชีวา เป็นสีแห่งอำนาจบารมี ซึ่งสังเกตได้จากวันที่มีแสงอาทิตย์สีเหลืองจะให้ความสดชื่นแจ่มใสมากกว่าวันที่ท้องฟ้าเป็นสีมืดครึ้ม นอกจากนี้สีเหลืองยังเป็นสีแห่งปัญญา ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการมองโลกในแง่ดีอีกด้วย ถูกใช้ในไฟจราจรเพื่อเพิ่มความระมัดระวังนั่นเอง
สีน้ำเงิน
สีน้ำเงิน สีที่มีความเชื่อมโยงกับท้องฟ้าและสายน้ำ ทำให้สื่อถึงความสงบ สุภาพ หนักแน่น และเคร่งขรึม สามารถช่วยให้มีสมาธิและลดความตื่นเต้นได้ มีความหมายถึงตอนกลางคืนจึงมีความสงบและผ่อนคลายมากกว่าสีอื่น ๆ และนิยมนำไปใช้ในการบำบัดความเครียดหรืออาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจและศิลปะอีกด้วย
สีฟ้า
ในทาง จิตวิทยาสี สีฟ้า เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเป็นอิสระ สงบเยือกเย็น ปลอดภัย และปลอดโปร่งสามารถช่วยลดความกระวนกระวายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และสมาธิได้ มักจะถูกใช้เพื่อสื่อถึงความสง่างาม มีศักดิ์ศรี และความสูงศักดิ์ ในราชวงศ์ต่าง ๆ
สีเขียว
สีเขียว เป็นสีวรรณะเย็น สีแห่งความเป็นธรรมชาติ สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย และสมดุล ถือเป็นอีกหนึ่งสีที่ใช้ในการผ่อนคลายความเครียด จึงได้รับความนิยมมากที่สุดในการตกแต่งอาคารหรือห้องต่าง ๆ เพื่อทำให้รู้สึกถึงความสุขนั่นเอง
สีม่วง
สีม่วง ให้อารมณ์ความรู้สึกที่เร้นลับน่าค้นหา และมีเสน่ห์อยู่ในตัว เป็นสีที่ช่วยในการปลอบโยนจิตใจให้สงบ อ่อนโยน และฟื้นกลับมาจากสภาพจิตใจที่ตกต่ำ เพราะจะกระตุ้นสมองให้มีความฮึกเหิม แต่ในทางกลับกันก็หมายถึงความเศร้าเสียใจและจอมปลอมได้เช่นเดียวกัน
สีส้ม
สีส้ม สีโทนร้อน ที่มีความอบอุ่น สดใส วัยรุ่น มีชีวิตชีวา ช่วยเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้ตื่นตัวและมีสติปัญญามากขึ้น สื่อถึงความระมัดระวังและสุขภาพที่ดี ช่วยให้กระตุ้นความอยากอาหารจึงนิยมนำมาใช้กับร้านอาหารหรือแบรนด์อาหาร และเป็นดึงดูดพลังงานของเด็ก ๆ ให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
สีชมพู
สีชมพู ในเชิง จิตวิทยาสี สามารถหมายถึงการมีน้ำใจ มีจิตใจดี และความอบอุ่นได้ มีความหมายตรงกันข้ามกับสีแดงซึ่งมีความเข้มกว่า และการมีสีชมพูรายล้อมยังทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัย นักจิตวิทยาจึงมักจะนำสีชมพูมาเพื่อบำบัดความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว หรือคนที่ไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์
สีขาว
สีขาว เป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ เมตตา และอ่อนโยน ในเชิงจิตวิทยาสีให้ความรู้สึกถึงความศรัทธาและความสะอาด ซึ่งเห็นได้จากการชุดสวมใส่ขณะปฏิบัติธรรมและการตกแต่งภายในโรงพยาบาล นอกจากนี้ สีขาวยังสามารถช่วยบรรเทาอารมณ์ต่าง ๆ จากการวิตกกังวล ให้เงียบสงบมากขึ้นได้อีกด้วย
สีดำ
สำหรับ สีดำ มีความหมายในเชิงจิตวิทยาสีว่า การควบคุมพลังอำนาจ แต่ในทางกลับกันก็ยังหมายถึงการหมดพลังและอ่อนล้า ขัดต่อเปลี่ยนแปลงหรือการเจริญเติบโต ในทางแฟชั่นสีดำถูกใช้ไปเพื่อใส่ไปในการแต่งตัว เพราะจะทำให้ผู้สวมใส่ดูผอม สง่า และมีอำนาจ
สีเทา
สีเทา ให้ความรู้สึกถึงความโศกเศร้า หดหู่ และท้อแท้ มีเนื่องจากเป็นสีกลางระหว่างดำและขาวทำให้มีความสมดุล และสามารถใช้เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนในปริมาณมากได้อีกด้วย และยังเป็นสีที่ทำให้รู้สึกถึงความเย็น แต่ควรระมัดระวังการใช้สีเทาโดยใช้คู่กับสีอื่น ๆ
น้ำตาล
สีน้ำตาลเป็นสีแห่งความอบอุ่นและการพักผ่อน เป็นสัญลักษณ์ของความแน่วแน่และความอุดมสมบูรณ์เหมือนสีดินและธรรมชาติ โดยมีสีน้ำตาลอ่อนที่หมายถึงความจริง และสีน้ำตาลเข้มที่หมายถึงไม้หรือหนัง แต่การใช้สีน้ำตาลเยอะจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ได้เช่นกัน
การเลือกสีห้องตามหลัก จิตวิทยาสี
ห้องนอน
ห้องนอน ถือเป็นห้องแห่งการพักผ่อน เป็นห้องที่ต้องการความสงบและสบายใจ สีที่เหมาะกับการทาห้องนอนก็คงจะหนีไม่พ้นสีน้ำเงินหรือสีฟ้าที่มีความเชื่อมโยงกับท้องฟ้าและแม่น้ำจึงเกิดความเงียบสงบและยังช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ก็ควรระวังในการเลือกเฉดสีไม่ให้เข้มจนเกินไปเพราะมิเช่นนั้นอาจส่งผลให้เกิดอารมณ์ที่หม่นหมองได้ ส่วนสีที่ไม่ควรใช้ในห้องนอนก็คงจะหนีไม่พ้นสีแดงและม่วงที่จะกระตุ้นความมีชีวิตชีวาและฮึกเหิม
ห้องนั่งเล่น
เนื่องจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่รวบรวมสมาชิกภายในบ้าน มีทั้งความอบอุ่นและสนุกสนานจากการพูดคุยกัน ดังนั้นสีที่เหมาะกับการทาห้องนั่งเล่นคงจะหนีไม่พ้น สีน้ำตาลและสีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งความอบอุ่นและพักผ่อนนั่นเอง ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ที่มีความเข้มมากอย่างสีดำ หรือกรม เพราะจะทำให้คนที่อยู่ในห้องรู้สึกอึดอัด อึมครึม และหดหู่ยิ่งขึ้นไปอีก
ห้องน้ำ
สั่งเกตได้ว่าสีของห้องน้ำส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวเพราะเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาดและบริสุทธิ์ แต่ว่าถ้าหากว่าต้องการจะเปลี่ยนสีของห้องน้ำให้สดใสขึ้น อาจใช้สีที่มีความอ่อนและทำให้รู้สึกสบายใจอย่างสีเทา สีฟ้า และสีเขียวอ่อนเพื่อลดความกระวนกระวายและรู้สึกถึงความสะอาดสดชื่นนั่นเอง
ขอบคุณรูปจาก: Roger Davies
ห้องทำงาน
สีที่เหมาะกับห้องทำงานซึ่งเป็นห้องแห่งการใช้สมาธิและห้องแห่งความสร้างสรรค์นั่นมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สีเขียวสีที่ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานแต่ก็ไม่ตึงเครียดจนเกินไป หรือสีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่าง สีม่วงอ่อน สีส้ม และ สีเหลือง ซึ่งเป็นสีแห่งปัญญา ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และงานศิลปะ รวมถึงการใช้สีแดงที่จะช่วยให้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้นอย่างแน่นอน
ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร
สีแดงและสีส้มนอกจากจะเป็นสีที่มีความสดใสรับวันใหม่แล้ว ก็ยังเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดีจึงควรจะใช้สีเหล่านี้ในการทาสีห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร ส่วนสีที่ไม่ควรที่ใช้ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีฟ้า เพราะตามหลัก จิตวิทยาสี แล้ว สีเหล่านี้จะส่งผลให้ความอยากอาหารนั้นลดลงไปมากเลยทีเดียว
ขอบคุณรูปจาก: MODTAGE Design
ห้องเด็ก
ผนังห้องนอนของเด็ก ๆ มักจะถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใสอย่างสีฟ้า ชมพู เหลือง และเขียวพาสเทล เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ แต่ก็ไม่ฉูดฉาดจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดการกระตุ้นอารมณ์ที่มากเกินไป
ขอบคุณรูปจาก: Emily Gilbert
ห้องออกกำลังกาย
เนื่องจากว่าการออกกำลังกายถือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูงจึงเหมาะกับการทาสีแดงซึ่งเป็นสีแห่งความกระตือรือร้น และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกอีกว่า สีแดงยังช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้ดีและกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกด้วย
สรุปท้ายบทความ
หลักการทาสีห้องตามหลัก จิตวิทยาสี เป็นเพียงตัวช่วยในการตัดสินในเลือกสีต่าง ๆ ให้กับห้องเพราะเราควรที่จะได้เลือกสีห้องที่ตนเองชื่นชอบเสียมากกว่า และหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้แล้วหวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้านหลังจากที่ซื้อบ้านใหม่จาก Kaidee Property แหล่งรวมอสังหาริมทรัพย์หลากหลายสไตล์ แล้วอย่าลืมดูแลรักษาผนังของคุณให้คงสภาพดีอยู่เหมือนเดิมเพื่อบ้านที่สวยงามน่าอยู่กันนด้วยนะคะ
อ่านบทความ สีทาบ้านเสริมสิริมงคล ทาแล้วมีแต่ปังกับปัง!!
Jul 15, 2021 | บทความอสังหาฯ
เคยได้ยินไหมว่า ต่อให้อินทีเรียในบ้านสวยขนาดไหน แต่ถ้าเลือกสีทาภายนอกบ้านผิดเฉดก็แป๊กได้อยู่ดี ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการจับคู่สีทาบ้านภายนอกทูโทน ซึ่งเป็นการผสมผสานสีสันในเฉดที่เหมาะสม ที่ไม่เพียงจะเนรมิตให้บ้านสวยปังตั้งแต่แรกเห็น และเสริมประสบการณ์การอยู่อาศัยที่พิเศษยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่หากคุณมีความคิดที่จะรีโนเวทบ้านเพื่อขายต่อ การเลือกใช้สีทาบ้าน ภายนอกทูโทนยังจะช่วยดึงดูดใจผู้ซื้อได้อย่างน่ามหัศจรรย์อีกด้วย
ภาพจาก www.homeawakening.com
เทคนิคเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนให้เวิร์ก
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สีสันที่อยู่ภายนอกบ้านนั้นไม่ได้มีแค่ผนังทาสีเท่านั้น แต่ยังมีสีสันจากวัสดุในการก่อสร้า งปรากฏอยู่มากมาย อาทิ สีของก้อนอิฐที่ก่อเป็นผนังโชว์แนว สีจากวัสดุมุงหลังคา สีของรางระบายน้ำ และสีของโครงสร้างเหล็ก เป็นต้น ซึ่งเป็นสีสันที่จะส่งผลต่อภาพรวมของบ้าน และเป็นปัจจัยที่เราต้องคำนึงเพื่อจะได้เลือกสีทาบ้านให้เข้ากับองค์ประกอบเหล่านั้นให้มากที่สุด
หลักการเบสิกที่นิยมใช้ทั่วไปในการเลือกสีทาภายนอก เราเรียกว่า ‘กฏ 70-25-5’ ซึ่งมาจากสัดส่วนของโทนสีที่จะใช้นั่นเอง ประกอบด้วย
Body Color หมายถึง สีหลักที่เราใช้ทาผนังทั้งด้านหน้าบ้าน หลังบ้าน และข้างบ้าน ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวบ้าน หรือสัดส่วนเท่ากับ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด
Trim Color ทำหน้าที่เป็นสีสำหรับตกแต่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เช่น วงกบประตู วงกบหน้าต่าง ฝ้าชายหลังคา และราวระเบียง เป็นต้น โดยจะมีพื้นที่ราวๆ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด
Accent Color คือสีที่เราต้องการเน้น หรือเรียกว่าเป็นสีดึงสายตาที่ทำให้ตัวบ้านโดดเด้งก็ว่าได้ โดยจะใช้สีในปริมาณน้อยเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่มักใช้ Accent Color บริเวณบานประตู บานหน้าต่าง หรือบริเวณที่มีโครงสร้างอาคารยื่นออกมาจากตัวบ้านปกติ เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ เสริมมิติบ้านให้ดูน่าสนใจ
กฏดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสีทาบ้านภายนอกทูโทนได้เช่นกัน โดยเพิ่มสีเฉดที่สอง (Secondary Color) ลงไปใน Body Color หรืออาจปรับตรง Accent Color ให้กลายเป็นสีรองของสีทูโทนก็ได้เช่นกัน
สำหรับการเลือกสีรองหรือสีที่สองของสีทาภายนอกบ้านทูโทนนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเฉดที่มีความเข้มข้นต่างจากสีหลัก อาจเป็นในรูปแบบสีเข้มตัดกับสีอ่อน เช่น สีเทาควันบุหรี่ตัดกับสีดำ หรืออาจเลือกสีคู่ตรงข้ามอย่างขาวและแดงหรือเหลืองตัดน้ำเงินเข้ม ก็จะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของบ้านและงานสถาปัตยกรรมภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ด (ไม่) ลับ : สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าสีทาภายนอกบ้านทูโทนที่ตัวเองเลือกนั้นเหมาะกับตัวบ้านจริงๆ หรือไม่ อาจใช้ทักษะวาดรูประบายสี 101 เข้ามาช่วย โดยการนำพาเลทสีนั้นๆ มาเทียบกันเคียงแบบชัดๆ และลองระบายสีเหล่านั้นลงในแบบบ้านของเราตามตำแหน่งต่างๆ หรืออาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเนรมิตภาพในหัวให้ออกมาก็จะช่วยให้เราเห็นภาพของสีทาภายนอกบ้านทูโทนที่ชัดเจนและตัดสินใจง่ายขึ้น
ตัวอย่างการเทียบสีก่อนลงมือทาสีภายนอกบ้านแบบทูโทน ภาพจาก www.hellocrofts.com
Mix & Match คู่สีทาบ้านภายนอกทูโทน
เอาล่ะ พอทราบเทคนิคการเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนกันแล้ว คราวนี้เรามาลองดูว่าตัวอย่างคู่สีทูโทนไหนบ้างที่เมื่อจับมาอยู่ด้วยกันแล้วช่วยทำให้บ้านนั้นมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งขึ้น
ขาว-ดำ
สีทาภายนอกบ้านทูโทนคลาสิกที่สุดต้องยกให้สีขาวและสีดำ (หรือเทาเข้ม) เพราะไม่ว่าจะทาอยู่บนกำแพงบ้านสไตล์ไหนก็สร้างอัตลักษณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเราสามารถใช้ทั้งสองสีเป็นสีหลักหรือสีรองได้ตามต้องการ หากให้น้ำหนักสีขาวมากกว่า บรรยากาศของบ้านก็จะสว่างไสว ได้อารมณ์ความอบอุ่น รู้สึกปลอดภัย ในขณะที่หากใครใช้สีดำเป็นสีหลัก โทนของบ้านจะมีความเข้มแข็งและค่อนไปทางลึกลับได้ด้วย
เทา-ดำ
เป็นคู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนที่กำลังมาแรงในกลุ่มบ้านสไตล์โมเดิร์น และมักแซมหรือใช้ Accent Color ที่เป็นสีน้ำตาล โดยเฉพาะโทนน้ำตาลที่มาจากเนื้อแท้ของวัสดุนั้นๆ เช่น ประตูไม้หรือผนังอิฐโชว์แนว ซึ่งช่วยลดความแข็งกระด้างของสีทูโทนอย่างเทาและดำได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านมีดู Friendly และกลมกลืนกับไปบริบทรอบตัว
ภาพจาก www.archdaily.com
เขียว-เบจ
แม้จะไม่ใช่โทนสียอดนิยมเหมือนอย่างสองโทนข้างต้น แต่ก็เป็นคู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนที่สามารถปรับมุมมองของสถาปัตยกรรมได้ค่อนข้างหลากหลายไปตามเฉดสีเขียวที่แปรเปลี่ยนได้ อย่างเช่น สีเขียวโอลีฟ ให้ความรู้สึกภูมิฐานน่ายำเกรง ในขณะที่เขียวมิ้นท์คือความสนุกสนานที่แฝงด้วยความอ่อนหวาน หรือหากอยากได้บ้านที่ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สีเขียวใบไม้ก็ตอบโจทย์ได้อย่างดี
น้ำเงิน-ขาวออฟไวท์
สำหรับใครที่อยากได้ฟีลบ้านเหมือนอยู่ต่างประเทศ คู่สีทาภายนอกบ้านทูโทนอย่างน้ำเงินกับสีขาวออฟไวท์ก็นับว่าเข้ากันไม่น้อย นอกจากจะให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตในวันวานที่แสนสงบแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งคู่สีคลาสิกที่สะท้อนสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ให้ปรากฏกับบ้านที่ใช้สีทูโทนนี้
เหลือง-ขาว
ทันทีที่เรานำสีเหลืองไม่ว่าจะเฉดใดก็ตามทาลงบนผนังบ้าน บรรยากาศความสนุกสนานมีชีวิตชีวาก็ถูกปลุกขึ้นทันที และเมื่อจับคู่กับสีขาวก็ถือเป็นการเพิ่มความสมดุล ทำให้รู้สึกเบาสบาย อยู่แล้วคลายความกังวลได้เลย ซึ่งในโทนสีเหลือง-ขาวนี้ เรายังสามารถใส่ Accent Color สีคู่ตรงข้ามอย่างน้ำเงิน แดง หรือเขียว เพื่อเพิ่มมิติให้บ้านสดใสไม่เหมือนใครได้อีกด้วย
น้ำตาล-ขาว-ครีม
ตัวอย่างสีทาภายนอกบ้านทูโทนสุดท้ายที่ได้รับความนิยมกว้างขวางคือกลุ่มสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล ขาว และครีม ที่ไม่เพียงทำให้ตัวบ้านดูสง่างามภูมิฐาน อยู่เหนือกาลเวลาเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ความเป็นครอบครัวที่ส่งต่อความสุขจากรุ่นสู่รุ่น และยังสามารถเข้ากันได้ดีกับสวนหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
ภาพจาก www.pixabay.com
สรุปจับคู่สีทาบ้านภายนอกทูโทนให้ปัง
การเลือกสีทาบ้านภายนอกทูโทนให้เหมาะสมนั้น เป็นหนึ่งในเทคนิคง่ายๆ แถมลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก ก็สามารถทำให้บ้านธรรมดาๆ ดูสวยปัง โดดเด่นท่ามกลางเพื่อนบ้านได้อย่างดี โดยการเลือกแมทซ์สีนั้นเราสามารถใช้สัดส่วนของสี 3 ชนิด (Body Color, Trim Color และ Accent Color) มาเป็นไกด์ไลน์เพื่อกำหนดจุดในการทา ซึ่งจะส่งผลให้ตัวบ้านเกิดมิติความตื้นและความลึกดั่งเช่นแสงและเงาที่จะส่งเสริมให้กลายเป็นสเปซแห่งการอยู่อาศัยที่ให้ทั้งความสวยงามของฟอร์มและประโยชน์จากการใช้สอยของฟังก์ชันไปพร้อมกัน
Jun 30, 2021 | บทความอสังหาฯ
นอกจากเรื่องโครงสร้างและองค์ประกอบของแต่ละห้องภายในบ้านแล้ว การทาสีบ้านก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะโทนของสีที่แตกต่างกันช่วยส่งผ่านอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างออกไปสู่ผู้อาศัยได้อย่างน่าอัศจรรย์
ทาสีบ้านด้วยสีที่ใช่ ให้ลงตัวกับทุกมุมโปรด
ใครก็มีสีที่ตัวเองโปรดปรานไม่เหมือนกัน อีกทั้งห้องหนึ่งๆ ก็สามารถเลือกสรรโทนสีที่เหมาะสมได้เป็นร้อยๆ โทน ดังนั้น เพื่อความประหยัดเวลาและทรัพยากรของผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ Kaidee Property จึงนำโทนสีที่เหมาะกับแต่ละห้องหับภายในบ้านมาฝาก พร้อมทั้งบอกสรรพคุณทางจิตวิทยาที่สีโทนต่างๆ มีต่อผู้อยู่อาศัยอีกด้วย
เรียกได้ว่า อ่านจบใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่ได้แนวทางดีๆ ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยกันอย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาได้เลยครับ
สีชมพูอ่อน หรือสีชมพูกุหลาบ
สีชมพูอ่อน หรือที่เรียกกันติดปากว่า สีดอกกุหลาบนั้นเป็นสีที่มีเอกลักษณ์ในตัวเองเป็นอย่างมาก บ้างว่าสีชมพูเป็นตัวแทนของความเป็นสตรี แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงค่านิยมเก่าก่อน ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่ายุคสมัยไหน สีชมพูช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกของความผ่อนคลายและความสบายใจได้เป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ สีชมพูกุหลาบจึงสามารถอยู่ได้ภายในหลากหลายพื้นที่ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก หากต้องการให้แขกรู้สึกผ่อนคลายกับการได้เข้ามาในบ้าน มุมอ่านหนังสือ ซึ่งสีชมพูเป็นสีที่ช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลายได้ดีเยี่ยม หรือจะเป็นห้องนอนที่เป็นเสมือนพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้เป็นตัวเองมากที่สุด แอบกระซิบว่าสีชมพูช่วยเพิ่มอารมณ์ (ความรู้สึก) ทางเพศด้วย เอาไว้ในห้องนอนก็คงจะมีข้อดีไปอีกแบบ
สีชมพูช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลาย และสบายใจ
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ที่ต้องการความสงบ
สีเขียวอ่อน
สีเขียวเป็นสีที่เรียบเฉย ปราศจากความหวือหวา หากใครที่ชอบความตื่นเต้นคงจะรู้สึกเบื่อนิดๆ แต่สำหรับใครที่กำลังถวิลหาความเป็นสุนทรียะภายในพื้นที่บ้าน สีเขียวอาจเป็นคำตอบสุดท้ายในตัวเลือกสีทาบ้านของคุณ เพราะสีเขียวเป็นสีที่มอบความรู้สึกแห่งการฟื้นฟู ไม่ว่าจะจากวันทำงานอันแสนน่าเบื่อ หรือจากการออกกำลังกายหนักๆ มา อีกทั้งสีเขียวยังช่วยเพิ่มความสบายใจ ลดความพะวงกังวลต่างๆ เพราะเป็นสีแห่งความปลอดภัยนั่นเอง
สีเขียวอ่อนช่วยสร้างความสงบให้กับเด็กเล็กเป็นพิเศษ
สีเขียวจึงเหมาะกับแทบทุกประเภทของห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ มุมพักผ่อนเล็กๆ เรียกได้ว่าจะเป็นสีเขียวเดี่ยวๆ หรือผสมกับสีโทนใกล้เคียงกันก็ได้ทั้งนั้น แต่ในที่นี้ เราแนะนำให้ใช้สีเขียวอ่อนกับ “ห้องนอนเด็กเล็ก” มากที่สุด เพราะเป็นสีที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่เจ้าตัวน้อย และยังทำให้หนูๆ รู้สึกปลอดภัย ไร้ความกังวล ส่งผลให้ร้องไห้น้อยลงอีกด้วย
ห้องที่เหมาะสมกับสีนี้: ห้องนอนเด็กเล็ก พื้นที่เพื่อการผ่อนคลาย
สีเหลือง
หากเปรียบเป็นคน สีเหลืองก็คงเปรียบเสมือนคนที่มีความมั่นใจสูง มองโลกในแง่ดีเสมอ ชอบสร้างสรรค์ผลงานจากไอเดียสุดบรรเจิดของตัวเอง และเป็นคนที่ให้พลังงานบวกกับคนรอบข้างในทุกการมีปฏิสัมพันธ์ นอกจากนี้ สีเหลืองยังเป็นมิตรกับทุกคนอีกด้วย
สีเหลืองช่วยสร้างความกระตือรือร้น และความคิดสร้างสรรค์
เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลให้สีเหลืองเหมาะกับพื้นที่แห่งการผลิตไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หรือพื้นที่ที่ต้องการความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น อีกทั้งสีเหลืองยังช่วยเตรียมเราให้พร้อมต่อการเริ่มวันใหม่ในห้องครัวอีกด้วย เพราะเป็นสีที่ช่วยสร้างความกระตือรือร้น และสร้างพลังให้กับคนที่มองเห็นได้เป็นอย่างดี
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น บริเวณคิดไอเดีย และห้องครัว
สีน้ำเงินเข้ม
สีน้ำเงินเปรียบเสมือนมหาสมุทรในยามค่ำคืน สงบเงียบ ติงไหวเพียงปลายคลื่น เยือกเย็นแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เป็นอีกสีหนึ่งที่ทำให้คนที่ได้มองรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และเป็นตัวเองมากขึ้น
สีน้ำเงินช่วยคลายความกังวล เหมาะสมต่อการพักผ่อนระหว่างวัน
สีน้ำเงินจึงเหมาะกับห้องนอนเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายทุกความกังวล และพร้อมพักผ่อนในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนหมดวัน อีกทั้งยังเป็นสีที่ไม่สว่างมากจนเกินไป ทำให้เราไม่รู้สึกตื่นตัว หรือถูกรบกวน แต่ถ้าหากกลัวห้องสีมืดทึบจนเกินไป อาจใช้สีน้ำเงินเข้มสลับกับโทนสีน้ำเงินที่อ่อนลง หรือสลับใช้กับสีโทนอื่นไปเลย อย่างเช่นสีขาว สีเทาควัน หรือสีส้มสักเล็กน้อย เป็นต้น
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องนอน หรือมุมผ่อนคลายระหว่างวัน
สีส้มเนื้อไม้
ฟังชื่อสีแล้ว อาจจะสงสัยว่า สีส้มเนื้อไม้หน้าตาเป็นเช่นไร ผมใส่รูปภาพไว้ด้านล่างนี้แล้ว (หลายคนอาจเรียกว่าสีน้ำตาลอ่อน หรือสีชาไทย) สีส้มเนื้อไม้นี้ (โอเคๆ สีชาไทยก็ได้ครับ) มีความแข็งกระด้างในตัวเอง เป็นสีที่แสดงถึงความกระตือรือร้น รุนแรง และมีพลังเป็นอย่างมาก เป็นสีที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีความสุขในเวลาเดียวกัน
สีส้มสร้างความตื่นเต้น ตื่นตัว และเสริมสร้างพลังงานให้กับเรา
เพราะฉะนั้น สีนี้จึงเหมาะกับห้องที่ต้องใช้แรง (ใจเย็นครับ) อย่างเช่นพื้นที่ออกกำลังกาย หรือพื้นที่เล่นของเด็ก เพราะช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตัว ตื่นเต้น พร้อมทำกิจกรรม นอกจากนี้เรายังสามารถนำมาใช้กับห้องทำงานที่ต้องการความรู้สึกของความพร้อมตลอดเวลาอีกด้วย แต่เรามีอีกสีหนึ่งที่เหมาะกับห้องทำงานมากกว่า ซึ่งจะพูดในส่วนต่อไป
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: พื้นที่ออกกำลังกาย และพื้นที่เล่นของเด็ก
สีม่วงดอกไลแล็ก
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สีม่วงอ่อน สาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบต่างประเทศแนะนำสีม่วงเฉดนี้ก็เพราะว่า สีม่วงโทนปกติอาจจะให้ความรู้สึกที่หนักจนเกินไป จนอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่ปลอดโปร่งได้ แต่สีม่วงอ่อนนี้เก็บงำความรู้สึกของความน่าค้นหาเอาไว้ เป็นสีที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์
สีม่วงช่วยเพิ่มระดับความหรูหรา แต่คงความเป็นมิตรเอาไว้กับผู้พบเห็น
สีม่วงดอกไลแล็กจึงเหมาะกับห้องที่ต้องใช้ความคิดเชิงศิลปะเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องวาดรูป ห้องทำงานศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น ปั้น ตอก ประกอบ วาด อีกทั้งยังเป็นสีที่เพิ่มความระดับความหรูหรา มีระดับให้กับผู้ที่ได้มอง จึงเหมาะกับจะเอามาเป็นสีคู่กับโทนสีอื่นในห้องรับแขกด้วย
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และห้องรับแขก
สีขาวและสีเบจ
สองสีนี้ให้ความรู้สึกของความบริสุทธิ์ สะอาด เป็นสีที่แสดงให้ถึงสุขอนามัย และความปราศจากสิ่งชั่วร้ายเจือปน อีกทั้งเป็นสีที่สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น เนื่องจากตัวสีสื่อถึงความเปิดเผย ไม่มีอะไรปกปิด ไม่มีอะไรเป็นความลับ
เพียงแต่ย่อหน้าแรก ผู้อ่านก็คงพอทราบแล้วว่าสีสองสีนี้เหมาะกับห้องอะไร นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง เพราะสีขาวและสีเบจจะทำให้ห้องน้ำดูสะอาด น่าใช้งาน โปร่งโล่งไม่ปกทึบอย่างที่ห้องน้ำควรจะเป็น แต่หากใครกลัวว่าสองสีนี้จะทำให้ห้องน้ำของคุณดูน่าเบื่อไปสักหน่อย ก็ไม่ต้องกลัวที่จะเพิ่มสีโทนอื่นอาทิ สีเขียวอ่อน สีน้ำเงิน หรือแม้กระทั่งสีส้มอ่อน ก็จะช่วยให้ห้องน้ำของคุณ “Playful” ขึ้นมาได้
สีขาวตัดสลับกับสีน้ำเงินอ่อนช่วยสร้างความสมดุลให้กับห้องน้ำ
ขอเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งกับสองสีนี้ เนื่องจากว่าทั้งสองสีเป็นสีพื้นฐานมากๆ สำหรับการออกแบบ เพราะฉะนั้นสีขาวและสีเบจสามารถเป็นได้ทั้งสีเอก และสีรองในการออกแบบและตกแต่งแทบจะทุกมุมของบ้าน ลองผสมผสานการใช้งานกันดูตามอัธยาศัยครับ
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องน้ำ (และยังสามารถใช้เป็นสีผสมในทุกห้อง)
สีแดง
สีแดงทุกเฉด ไม่ว่าจะเป็นสีแดงเข้ม สีแดงอ่อน หรือสีแดงเลือดหมู ให้ความรู้สึกของความมีชีวิตชีวา เป็นสีที่กระตุ้นอารมณ์และพลังงานในร่างกายเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายตื่นเต้น และตื่นตัวทุกครั้งที่ได้เห็น แต่หารู้ไม่ว่า สีแดงนั้น มีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่แสนวิเศษ นั่นคือ เป็นสีที่ช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารได้อีกด้วย
สีแดงช่วยสร้างความอยากอาหาร และกระตุ้นพลังงาน
จึงไม่ต้องบอกเลยว่า สีแดงนั้นเหมาะจะอยู่ในห้องอะไร ซึ่งคำตอบก็คือห้องครัวนั่นเอง เพราะเป็นห้องที่คุณต้องพบเจอทุกวันต่อจากห้องนอน และห้องน้ำ (ที่มอบความรู้สึกผ่อนคลาย สงบสบาย) การได้ลงมาเจอกับห้องครัวที่ตกแต่งด้วยสีแดงจะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัว พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ อีกทั้งยังทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้นด้วย เช่นเคย หากกลัวว่าการตกแต่งห้องครัวด้วยสีแดงจะดูรุนแรงเกินไป อาจลองผสมสีโทนอ่อนเข้ามาเป็นสีรองสักเล็กน้อยเช่น สีเขียวใบไม้ สีขาว เครื่องตกแต่งหินอ่อน หรือสีโทนร้อนที่อ่อนกว่าอย่างสีส้มแทน
นอกจากนี้สีแดงยังเหมาะกับห้องออกกำลังกายเช่นกัน เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ช่วยสร้างความตื่นตัว ความรู้สึกของการอยากเคลื่อนไหวร่างกายนั่นเอง
ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องครัว และห้องออกกำลังกาย
ทาสีบ้านให้เหมาะสม เพื่ออารมณ์ที่ใช่ของคุณ
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นการแนะนำโดยผ่านการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญการออกแบบ ซึ่งก็บอกตามตรงว่า แต่ละสำนักก็มีแนวทางเป็นของตัวเอง เราอาจจะเห็นได้ว่า ในมุมมองของนักออกแบบแต่ละคนนั้น ห้องครัวจะเป็นสีอะไรก็ได้ ตามแต่พวกเขาต้องการ ทาง Kaidee Property จึงเพียงแต่นำหลักการออกแบบของพวกเขา มาอิงเข้ากับหลักการจิตวิทยาของสีเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้คุณผู้อ่านได้ความรู้เกี่ยวกับสีทาบ้าน และคุณสมบัติทางอารมณ์ที่สีแต่ละโทนเหล่านี้ส่งไปถึงผู้อยู่อาศัย และต่อจากนี้ ใครต้องการกำหนดอารมณ์ใดๆ ให้กับห้อง หรือมุมโปรดของคุณก็ทำตามใจชอบได้เลยครับ
Jun 22, 2021 | บทความอสังหาฯ
ทุกครั้งที่เราพูดถึงการสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้าน “สีทาบ้านภายใน ” มักเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเลือกอยู่ไม่น้อย เพราะมีตัวเลือกค่อนข้างละลานตา ทั้งยี่ห้อ สูตรนวัตกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น และเฉดสีที่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องความชื่นชอบส่วนบุคคลมากๆ ซึ่งหากต้องตัดสินใจกันหลายคนก็มีแนวโน้มว่าการเลือกสีทาบ้านภายในคงไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เรายังพอมีไกด์ไลน์อยู่บ้าง เพื่อใช้พิจารณาว่าจะเลือกสีทาภายในบ้านอย่างไรดี ถึงจะปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ได้ความสวยงาม และดูแลรักษาง่ายไปพร้อมๆ กัน
รู้จักส่วนผสมของสีทาบ้านภายใน
สเต็ปแรกของการเลือกสีทาบ้านภายในให้ปลอดภัย เราต้องรู้ก่อนว่าภายในถังสีนั้นมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง และมีจุดไหนที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยสีทาบ้านทั่วไปจะประกอบด้วย
ผงสี (Pigment)
คือส่วนผสมที่ทำให้เกิดสีสันต่างๆ ทำหน้าที่เป็นตัวปกคลุมและปิดบังพื้นผิวให้สวยงาม เรียบร้อย โดยผงสีที่นำมาใช้กันมีทั้งแบบที่เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้นมา และสารอนินทรีย์ซึ่งส่วนมากเป็นสารประกอบออกไซด์ของโลหะต่างๆ
สารยึดเกาะหรือสารนำสี (Binder Agent)
คือตัวเชื่อมประสานทำหน้าที่คล้ายกาวเพื่อยึดเหนี่ยวผงสีให้ยึดเกาะกับพื้นผิวที่ถูกทาสีได้ โดยคุณสมบัติที่ดีของสารยึดเกาะจะต้องแห้งเร็ว ไม่เปราะแตกง่ายเมื่อสีแห้ง มีความยืดหยุ่น สามารถทนทานต่อความเป็นกรด แสงแดด และความชื้นได้
ตัวทำละลาย (Solvent)
ทำหน้าที่ปรับความหนืดของสีเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิตและใช้งาน โดยสีทาบ้านภายในส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำอะครีลิค (Emulsion) จึงใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าตัวทำละลายที่เป็นทินเนอร์ซึ่งจะใช้กับสีน้ำมัน (Emanel)
สารเติมแต่ง (Additive)
คุณสมบัติของสีทาบ้านภายในแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะแตกต่างกัน ราคาถูกแพงไม่เท่ากันก็มาจากสารเติมแต่งที่เพิ่มเข้าไปในส่วนผสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติการใช้งานที่มากขึ้น เช่น เพิ่มการกระจายตัวของสี เพิ่มแรงยึดเกาะพื้นผิวให้ทนนาน เพิ่มความมันเงา ช่วยป้องกันแสงแดด ป้องกันความชื้นและเชื้อรา เป็นต้น
จากส่วนประกอบของสีทาบ้านดังกล่าว จะเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับสารเคมีจำนวนไม่น้อย แม้ผู้ผลิตจะพยายามพัฒนานวัตกรรมให้สีทาบ้านมีความปลอดภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ในฐานะผู้บริโภคก็จำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อแน่ใจว่าถังสีที่เราเลือกนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุดแล้วจริงๆ
หัวใจของสีทาบ้านภายในที่เราควรมองหา
เนื่องจากสีทาบ้านภายในเป็นส่วนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเกือบทั้งวัน และบางครั้งก็ต้องสัมผัสเพื่อเช็ดทำความสะอาด ดังนั้นหัวใจสำคัญของการมองหาสีทาบ้านภายในยี่ห้อไหนดี จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเราสามารถสังเกตจากผลิตภัณฑ์สีทาบ้านภายในได้ดังนี้
ปราศจากสารปรอทและตะกั่ว
สารปรอทและตะกั่วเป็นเรื่องที่พูดถึงยาวนานในวงการสีทาบ้าน เนื่องจากเป็นสารที่อยู่ในส่วนผสมต่างๆ ของสีทาบ้านซึ่งพบว่ามีการตกค้างอยู่ในบ้านเรือนและก่ออันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคารโดยเฉพาะเด็กๆ
หลายสิบปีก่อนจึงมีการรณรงค์ทั่วโลกให้ยกเลิกใช้สารปรอทและตะกั่วในสีทาบ้านซึ่งมีหลายประเทศเข้าร่วมอย่างจริงจัง ส่วนในประเทศไทยนั้นยังไม่มีประกาศห้ามใช้สารทั้งสองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้วิธีกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับผลิตภัณฑ์สีประเภทต่างๆ ให้มีปริมาณปรอทเป็นส่วนประกอบไม่เกินร้อยละ 0.05 ตะกั่วไม่เกินร้อยละ 0.06
ทางที่ดีที่สุดจึงควรอ่านฉลากข้างถังสีก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าปราศจากสารปรอท ตะกั่ว และโลหะหนักอื่นๆ หรือหากยังมีส่วนผสมสารดังกล่าวก็ควรอยู่ในมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดจึงจะเลือกซื้อได้เท่านั้น
ลดการใช้สารระเหยอินทรีย์ (Low VOCs)
VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds เป็นกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้ง่าย กระจายตัวอยู่ในอากาศทั่วไป จัดเป็นอากาศพิษ (Toxic Air) ที่เราสามารถเจอะเจอได้ในชีวิตประจำวันจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำยาฟอกสี น้ำยาซักแห้ง สารกำจัดศัตรูพืช รวมถึงสีทาบ้าน
โดยเข้าสู่ร่างกายจากการหายใจสูดดมและสัมผัสทางผิวหนัง ซึ่งหากได้รับสารชนิดนี้มากๆ จะทำให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบสืบพันธ์ุ อีกทั้งถ้าสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย
ทราบดังนี้แล้ว ก็อย่าลืมเจาะจงเลือกสีทาบ้านภายในประเภท Low VOCs โดยสังเกตเบื้องต้นได้จากกลิ่นของสี ต้องมีกลิ่นอ่อนหรือไม่มีกลิ่นเลย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของสุขภาพสมาชิกครอบครัวได้เปราะหนึ่ง
เช็ดทำความสะอาดง่าย
อีกหนึ่งหัวใจของการเลือกสีทาบ้านภายในปลอดภัยคือการทำความสะอาด เพราะเราต้องใช้พื้นที่ภายในบ้านทำกิจกรรมอยู่บ่อยๆ โอกาสที่จะทำให้ผนังเลอะเปรอะเปื้อนก็เป็นไปได้เสมอ ยิ่งกับบ้านที่มีเด็กวัยกำลังซนอาศัยอยู่ด้วย ก็อาจมีรอยขีดเขียนภาพในจินตนาการให้ผู้ใหญ่ที่รักความเรียบร้อยได้ตามลบกันบ่อยๆ
ดังนั้นการเลือกสีทาบ้านภายในที่มีคุณสมบัติรองรับการเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและบ่อยครั้ง โดยที่สีไม่หลุดลอกหรือซีดจางก็จะช่วยทำให้บ้านมีความน่าอยู่เสมอ มองไปทางไหนก็สะอาดสะอ้าน สีผนังยังคงสวยงามสบายตา ส่งผลให้อยู่แล้วสบายใจเช่นกัน
นวัตกรรมเพื่อสุขอนามัย
ผู้ผลิตสีทาบ้านแต่ละแบรนด์ ต่างพัฒนานวัตกรรมสีสมัยใหม่อยู่เสมอ ทั้งในส่วนที่ช่วยยืดอายุการใช้งานสีให้อยู่คงทนคู่กับสิ่งปลูกสร้างยาวนานขึ้น และส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของผู้ใช้ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นปัจจัยพิจารณาสุดท้ายในการมองหาสีทาบ้านภายในปลอดภัย
เพราะนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติป้องกันเชื้อรา แอนตี้แบคทีเรีย ฟอกอากาศ หรือแม้แต่การกำจัดเชื้อไวรัส ล้วนเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ทำให้สีทาบ้านภายในเป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น โดยตอบสนองได้ทั้งเรื่องสุขภาพ ความสะอาด ความสวยงาม และสำคัญสุดคือความคุ้มค่า ที่เราลงทุนซื้อสีทาบ้านภายในเพียงครั้งเดียว ก็ได้บ้านสวยครบจบด้วยสุขภาพดีกันถ้วนหน้า
สรุปสีทาบ้านภายใน เลือกเป็นก็ได้ประโยชน์
สีทาบ้านภายในเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างบ้านและรีโนเวทบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้อยู่อาศัยโดยตรง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเลือกสีด้วยตนเอง จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งส่วนประกอบของสี สูตรหรือสารเคมีที่ต้องระมัดระวัง รวมไปถึงความสามารถในการเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย
หากเราเลือกได้ครบทั้งหมดนี้ก็อุ่นใจได้เลยว่า สมาชิกทุกคนในบ้านจะมีความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน และใช้ชีวิตได้อย่างสบายกายสบายใจ