สินเชื่อ “กรุงศรี ออโต้” รถเต็นท์ รถบ้าน สรุปรายละเอียด ต่างกันอย่างไร

“สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้ จัดไฟแนนซ์รถมือสอง ดีที่สุดกับ Kaidee Auto มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกทั้งรถเต็นท์ และรถบ้าน ครบทุกความต้องการ”

โอกาสดีมาถึงแล้ว… Kaidee Auto สรุปข้อมูล “สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้” รวมผลิตภัณฑ์ไฟแนนซ์รถยนต์จากแบรนด์สุดสตรอง อัปเดตล่าสุด 2023 จัดเต็มด้วยโปรโมชัน เอาใจคนรักและอยากมีรถ โดยเฉพาะรถมือสอง ด้วยแคมเปญและผลิตภัณฑ์ให้เลือกเยอะ จัดไฟแนนซ์ได้ทั้ง รถเต็นท์ และ รถบ้าน ส่วนจะไปเวย์ไหน รีบเช็กรายละเอียดที่นี่

มากกว่าครึ่งในปัจจุบัน (อาจจะ) ซื้อรถด้วยวิธีผ่อนชำระ ถ้าเตรียมตัวมาดี และไม่เคยมีประวัติเสีย ไม่โดนแบล็กลิสต์ ไม่ติดเครดิตบูโร การขอสินเชื่อก็ไม่ยากตามที่ลือ โดยเฉพาะการจัดไฟแนนซ์รถมือสองกับ สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้ ยิ่งเป็นเรื่องง่าย !

แต่หลายคนก็ยัง งง ๆ เพราะว่า…ไฟแนนซ์จากแบรนด์กรุงศรีฯ มีให้เลือกเยอะมาก อ่านเองอาจไม่เคลียร์ เห็นภาพไม่ชัด ไม่เข้าใจว่าดียังไง แล้วถ้าต้อง จัดไฟแนนซ์รถมือสอง ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไหน Kaidee Auto สรุปให้อ่าน ชี้ให้เห็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท แตกต่างยังไง ไปดูกัน !

กรุงศรี นิวคาร์

อยากมีรถใหม่ วิ่งป้ายแดง ไม่ต้องรออีกต่อไป ด้วยสินเชื่อ “กรุงศรี นิวคาร์” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สุดโก้ ให้คุณเช่าซื้อรถใหม่ยอดนิยม ทุกรุ่นจากโชว์รูมได้ทันที ดาวน์เริ่มต้นแค่ 5% ผ่อนสบาย ๆ นานถึง 84 เดือน (งวด) ไม่ต้องค้ำประกัน ประวัติดีออกรถง่าย พิจารณาสินเชื่อทุกวัน ไม่มีวันหยุด ติดต่อที่ปรึกษาการขายของโชว์รูมได้เลย หรือ สมัครออนไลน์ กรุงศรี นิวคาร์ คลิกที่นี่ ! 

สินเชื่อ กรุงศรี นิวคาร์ พนักงานประจำ ยิ่งออกรถง่าย

กรุงศรี นิวคาร์ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ออกแบบมาเพื่อ “รถใหม่” โดยเฉพาะ สามารถถอยรถป้ายแดงด้วยวิธีการที่ง่าย สะดวก รวดเร็วทุกขั้นตอน รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น 

สิทธิพิเศษ สำหรับพนักงานประจำ ทำงานเป็นหลักแหล่ง มีรายได้ชัดเจน ใช้เอกสารเพียง สลิปเงินเดือน + บัตรประชาชน + สำเนาทะเบียน ยื่นจัดไฟแนนซ์รถใหม่ได้ทันที 

กรุงศรี ยูสด์ คาร์

ออกรถมือสองด้วยวิธีการที่ง่าย ไม่ต้องเก็บเงินก้อน ถ้าใจพร้อม รถก็พร้อมตาม ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” จัดไฟแนนซ์วงเงินสูงสุด 90% วางเงินดาวน์น้อย แถมผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน (งวด) ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน 

พร้อมบริการเสริมสุดพิเศษ ด้วยแพ็คเกจ รับประกันอะไหล่รถยนต์ 2 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร (ลูกค้าซื้อเพิ่ม) เพิ่มความมั่นใจ ใส่ไปในทุกการเดินทาง เลือกใช้ กรุงศรี ยูสด์ คาร์ เท่านั้น

จัดเต็มขนาดนี้ เลือกรถคันที่ใช่ จากเต็นท์รถมือสองทั่วไทย แล้วออกรถได้ทันที สมัครออนไลน์ กรุงศรี ยูสด์ คาร์ คลิกที่นี่ !

สินเชื่อ กรุงศรี ยูสด์ คาร์ ออกรถเต็นท์ สะดวก แถมมีโปร !

กรุงศรี ยูสด์ คาร์ เหมาะกับผู้ที่สนใจรถมือสองจากเต็นท์ชั้นนำ สามารถซื้อรถคันใหญ่ ในราคาถูกกว่าคันใหม่ คุณภาพดี สภาพนางฟ้า มีให้เลือกเยอะ เปรียบเทียบง่าย พร้อมรับโปรโมชันดี ๆ จากเต็นท์รถมือสองทั่วประเทศ สนใจรถมือสอง เต็นท์คุณภาพ คลิกที่นี่ !

กรุงศรี รถบ้าน

รถบ้านเจ้าของขายเอง สภาพดี รถผ่อนอยู่ ก็สามารถ ซื้อ – ขาย ได้เลย ไม่มีปัญหา “กรุงศรี รถบ้าน” จัดไว จ่ายไว ดีต่อผู้ซื้อ และดีต่อผู้ขาย สมัครออนไลน์ กรุงศรี รถบ้าน คลิกที่นี่ !

  • ดีต่อผู้ซื้อ – รู้ผลอนุมัติ 1 วันทำการ / วงเงินสูง / ดอกเบี้ยต่ำ / ผ่อนนาน 84 เดือน (งวด) และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
  • ดีต่อผู้ขาย – รับเงิน 1 วันทำการ / รถผ่อนอยู่ ก็ขายได้ / มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาทุกขั้นตอน

สินเชื่อ กรุงศรี รถบ้าน ดีต่อใจ ผู้ซื้อและผู้ขาย

ซื้อ – ขาย รถบ้าน สภาพดี ด้วยวิธีการที่ง่าย จากโซลูชันใหม่ของ สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้ โดยผู้สมัครสินเชื่อและผู้ขายรถยนต์ สามารถติดต่อเพื่อนัดดูรถให้เรียบร้อยก่อน เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ !

เปรียบเทียบความแตกต่าง สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้

ตารางความแตกต่าง สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้ เพื่อการเช่าซื้อรถยนต์ทั้งมือหนึ่งและมือสอง เช็กรายละเอียด เงื่อนไขสำคัญ Kaidee Auto รวมให้หมดแล้ว ดูที่รูปได้เลย

กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท เช็กวงเงิน แล้วเลือกรถได้เลย

อยากซื้อรถ ไม่ต้องรอลุ้นผลอนุมัติ เพราะทาง “สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้” มีวิธีการที่ง่ายกว่านั้น ด้วยบริการ กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท รู้วงเงินประเมินเบื้องต้น เช็กก่อน ชัวร์กว่า 

บริการด้วยตัวเองง่าย ๆ  ใน 4 ขั้นตอน กรอกข้อมูล – รับ SMS แจ้งวงเงิน – คุยกับที่ปรึกษาส่วนตัว – ทำสัญญาออกรถ อยากทราบรายละเอียดแล้วใช่มั้ย กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท คลิกที่นี่ !

ดูรายละเอียด สินเชื่อ กรุงศรี ออโต้ คลิกเลย !

ซื้อรถมือสองรุ่นไหนดี ขับประหยัด คุ้มค่า ใช้งานช่วงเทศกาล

“หยุดยาวในช่วงเทศกาลทั้งที มีรถขับกลับบ้าน ช่วยเติมฝันให้ครอบครัว Kaidee Auto ให้คุณซื้อรถมือสอง ยอดนิยม อัปเดต 2023”

ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญ งานบ้าน งานบวช ฯลฯ หลายคนเดินทางไปบ้านต่างจังหวัด แน่นอนการมีรถไว้ขับกลับ สร้างความภูมิใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี แล้วแบบนี้ ควรต้อง… ซื้อรถมือสองรุ่นไหนดี ?

คำตอบนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก Kaidee Auto รวมลิสต์ ซื้อรถมือสอง รุ่นน่าสนใจ เหมาะใช้งานในช่วงเทศกาลวันหยุดมาฝาก ให้คุณอ่านได้ง่ายกว่า แบ่งรายละเอียด “ประเภทรถ” พร้อมรุ่นที่น่าสนใจ 

แต่ย้ำไว้ก่อนว่า ไม่ใช่การจัดอันดับ ! แต่เราเลือกจากรุ่นที่โดดเด่น น่าเล่น และเป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนจะ “ซื้อรถมือสอง รุ่นไหน” ไว้ขับทางไกลในเทศกาลวันหยุด ตามอ่านและตัดสินใจได้เลย

รถเก๋งขนาดเล็ก มือสอง รุ่นน่าซื้อ

เริ่มกันที่ตัวเล็กสเปกจิ๋วแจ๋ว ในกลุ่มนี้นับรวม “อีโคคาร์” ความน่าสนใจต้องยกให้ Mazda2 มือสอง กับเทคโนโลยี skyactic เป็นตัวชูโรง ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสุดในคลาส  ห้องโดยสารใช้วัสดุค่อนข้างดี แถมมีตัวถังให้เลือก 2 รูปแบบ ซีดาน หรือ แฮทช์แบ็ก 

และที่สำคัญ Mazda2 มือสอง นับเป็นรถเก๋งขนาดเล็กรุ่นเดียวในไทย ที่มีเครื่องยนต์ดีเซลพิกัด 1.5 ลิตรให้เลือก เพิ่มเติมจากบล็อกเบนซินขนาด 1.2 ลิตร สมรรถนะไม่เป็นรองแบรนด์อื่น ขุมพลัง 93 แรงม้า (ดีเซล 105 แรงม้า) แต่ความประหยัดทำได้จริง แต่ก็ไม่เหนือกว่า เมื่อเทียบกับรถในพิกัดเดียวกัน

Mazda2 มือสอง โฉมปัจจุบันทำตลาดมายาวนาน 5 – 6 ปี ต่างประเทศยังไม่มีการเปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ ดังนั้น หน้าตาของโฉมนี้ยังคงใหม่สดในไทย ไปอีกอย่างน้อย 1 – 2 ปี และถ้าซื้อตอนนี้ คุณจะได้รถรุ่นโฉมปัจจุบันในราคาถูกกว่าครึ่ง คุ้ม !!!

ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้น 

  • Mazda2 มือสอง เริ่มต้น 448,000 บาท*
  • Toyota Yaris มือสอง เริ่มต้น 459,000 บาท*
  • Honda City มือสอง เริ่มต้น 525,000 บาท*
  • Mitsubishi Mirage มือสอง เริ่มต้น 229,000 บาท*
  • Nissan March มือสอง เริ่มต้น 319,000 บาท*

รถเก๋งขนาดกลาง มือสอง  รุ่นน่าซื้อ

มาต่อกันที่ ซื้อรถเก๋ง ขนาดกลาง แม้ในตลาดมียอดขายเยอะ เห็นวิ่งบนถนนกันขวักไขว่ แปลก ! แต่มีแบรนด์ผู้เล่นในตลาดน้อยมาก ที่น่าสนใจ… ต้องยกให้ Toyota Altis มือสอง ทว่าในความเป็นจริง อาจไม่ใช่รุ่นท็อปสุดของเซกเมนท์ตลาดไทย 

แต่ที่ต้องยกให้ Altis มือสอง ก็ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ จับต้องได้ อะไหล่ไม่แพง บำรุงรักษาก็ง่าย ขายต่อยังได้ราคา

Altis มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2 พิกัดทางเลือก 1.6 ลิตร, 1.8 ลิตร และมีขุมพลังลูกผสมแบบไฮบริดเติมเข้ามาอีกด้วย พลังแรงสุดอยู่ที่ 140 แรงม้า ตัวถังมีเฉพาะซีดาน 4 ประตู ไม่นับรวม Corolla Cross ที่กระโดดข้ามตัวถังไปเป็น B-SUV 

ภายนอกดีไซน์สวยคมในแบบฉบับของโตโยต้า ห้องโดยสารกว้าง และเลือกใช้วัสดุเกรดค่อนข้างดี มีระบบช่วยเหลือการขับขี่มาให้ ก็ไม่ขี้เหร่ แม้การออกภายในค่อนข้างอนุรักษ์นิยมไปสักนิดก็ตาม 

Toyota Altis มือสอง โฉมปัจจบุันออกมาตั้งแต่ปี 2019 คาดอาจทำตลาดอีกอย่างน้อย 1 ปี จึงจะมีการเปลี่ยนโฉม “โมเดล เชนจ์” ใหม่หมด ราคาซื้อขายเปลี่ยนมือในรุ่น entry เริ่มต้น 550,000 บาท ส่วนไฮบริด เริ่มต้น 665,000 บาท น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่กำลังต้องการรถมือสองที่มีของครบ ๆ 

ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดกลาง ราคาเริ่มต้น

  • Mazda3 มือสอง เริ่มต้น 809,000 บาท*
  • Toyota Altis มือสอง เริ่มต้น 665,000 บาท*
  • Honda Civic มือสอง เริ่มต้น 759,000 บาท*

รถเก๋งขนาดใหญ่ มือสอง รุ่นน่าซื้อ

สำหรับ “รถเก๋งมือสองขนาดใหญ่ – D Segment” ทำตลาดเมืองไทยมีหลายรุ่น รวมแบรนด์ยุโรปเข้ามาด้วย แต่รถรุ่นน่าสนใจ ก็ยังมาจากค่ายญี่ปุ่นเหมือนเดิม แต่ขยับมาเป็แบรนด์ฮอนด้าแทน และที่แปลกไปกว่านั้น โฉมที่ฮิตก็ไม่ใช่เจเนอเรชันปัจจุบัน

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง Accord มือสอง รุ่นปี 2013 หรือ Generation 9 (G9) หนึ่งในรถซีดานขนาดใหญ่ ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าไทย ถูกยกให้เป็นหนึ่งในโมเดลดีสุดอีกหนึ่งรุ่นของ Honda ภายนอกและภายในหรูหราทันสมัย โฉบเฉี่ยว สะดวกสบายด้วยตัวถังขนาดใหญ่

ในรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่ทาง Honda นำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ “เอิร์ธ ดรีม” มาใส่ในขุมพลัง DOHC i-VTEC ขนาด 2.4 ลิตร ตอบสนองกำลังสูงสุด 174 แรงม้า นับว่าเป็นเครื่องซีรีส์เดิมที่ได้รับควานิยมมาก หลายคนอยากสัมผัสกับขุมพลังสูบบล็อกนี้

โดยในช่วงปลายเจเนอเรชัน รุ่นปี 2017 มีการเปิดไลน์อัพในรุ่นไฮบริดเติมเข้ามา ราคาจัดว่าไม่แพง ถูกกว่ารถ C-Segment ด้วยซ้ำ เริ่มต้นเพียง 729,000 บาท ซื้อรถมือสอง ในรุ่นนี้ไม่ผิดหวัง 

ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น

  • Honda Accord มือสอง เริ่มต้น 729,000 บาท*
  • Toyota Camry มือสอง เริ่มต้น 825,000 บาท*
  • Nissan Teane มือสอง เริ่มต้น 887,000 บาท*
  • BMW 3 Series มือสอง เริ่มต้น 1,298,000 บาท*
  • Mercedes-Benz C-Class เริ่มต้น 1,580,000 บาท*

รถกระบะ มือสอง รุ่นน่าซื้อ

ตัดสลับมาดูกันที่ รถกระบะมือสอง มีทางเลือกที่น่าสนใจ คือ Mitsubishi Triton มือสอง หรือ L200 จัดเป็นรุ่นน่าใช้ ตัวหน้าใหม่ทำตลาดยาวนาน ดีไซน์สง่างาม เครื่องยนต์ทรงพลัง มีการปรับสเต็ปเพื่ออัปเลเวลเครื่องเป็น “ไมเวค คลีน” ขุมกำลัง 181 แรงม้าแล้ว 

ความน่าสนใจอยู่ตรงเครื่องยนต์ ทำออกมาได้ดีมาก มิตซูบิชิขึ้นชื่อในเรื่องนี้ รวมไปถึงระบบช่วงล่างมีการปรับจูนมาคมกริบ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ยึดเกาะถนนดี ไม่ร่อน ไม่โคลง ไม่โยนโค้งเหมือนบางยี่ห้อในอดีต 

ปัจจุบัน Triton มีรถยกสูง สังเกตง่าย ๆ มีการต่อท้ายชื่อรุ่นว่า Plus นับเป็นรถแบรนด์ดัง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความแตกต่าง ชอบขับรถกระบะที่ไม่ค่อยซ้ำกับใครมากนักบนถนน มองเจ้ารถ “มิตซูบิชิ ไทนทัน พลัส มือสอง” เอาไว้ ไม่ผิดหวังแน่นอน ด้วยราคาเปลี่ยนมือเริ่มต้นเพียง 785,000 บาท*

ซื้อรถมือสอง กระบะ ราคาเริ่มต้น

  • Mitsubishi Triton มือสอง เริ่มต้น 785,000 บาท*
  • Mazda BT-50 มือสอง เริ่มต้น 891,000 บาท*
  • Toyota Hilux Revo มือสอง เริ่มต้น 879,500 บาท*
  • Isuzu D-Max มือสอง เริ่มต้น 899,000 บาท*
  • Nissan Navara เริ่มต้น 620,000 บาท*

รถอเนกประสงค์ MPV มือสอง รุ่นน่าซื้อ

รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า MPV มากกว่า 85% ผลิตและนำเข้าจากโรงงานอินโดนีเซีย เพื่อรับส่วนลดทางภาษี แต่ก็มีข้อท้วงติงจากวัสดุที่ใช้ประกอบ และดีไซน์ที่อาจจะไม่ถูกจริต]ลูกค้าไทยบางส่วน

รถอเนกประสงค์ MPV – Toyota Innova มือสอง นับเป็นรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยการจัดวางเลย์เอาท์ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวถังขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทาน ฟังก์ชันดี และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 พิกัด ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ และเบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 172 แรงม้า

Innova มือสอง ได้รับความนิยมมาก ซื้อง่าย ขายคล่อง เป็นที่ต้องการของตลาดรถยนต์ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 758,000 บาท* 

ซื้อรถมือสอง อเนกประสงค์ MPV ราคาเริ่มต้น

  • Toyota Sienta เริ่มต้น 699,000 บาท*
  • Toyota Innova เริ่มต้น 758,000 บาท*
  • Honda BR-V เริ่มต้น 599,000 บาท*
  • Mitsubishi Xpander เริ่มต้น 728,000 บาท*
  • Hyundai H-1 เริ่มต้น 899,000 บาท*

รถอเนกประสงค์ PPV มือสอง รุ่นน่าซื้อ

มาส่งท้าย ให้กับใครที่กำลังหา “ซื้อรถมือสอง” ในช่วง “เทศกาลวันหยุด”กันที่ PPV รถอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ รุ่นน่าสนใจ คือ Ford Everest มือสอง เพราะดูผิวเผินก็เห็นชัดว่า แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ สิ้นเชิง มีความเป็นรถอเนกประสงค์ขั้นสูง หรูหรา สปอร์ต และพรีเมียมมากกว่า

ดีไซน์ภายนอกสง่างาม ดุดันด้วยตัวถังขนาดใหญ่ พร้อมเส้นสายที่คมกริบ กระจังหน้าโครเมียมทรง 8 เหลี่ยม ห้องโดยสารกว้างขวางสุดพรีเมียม มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือการขับขี่ ค่ายอเมริกันให้มาค่อนข้างเยอะ ไม่หวงเหมือนใครอื่น 

Ford Everest มือสอง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ ดีเซล ทั้งในแบบลูกเดี่ยว และ ลูกคู่ พิกัดความจุ 2.0 ลิตร พลังสูงสุด 213 แรงม้า ระบบช่วงล่างได้รับการยกย่องว่าดีสุดอีกหนึ่งรุ่น น่าซื้อใช้มากกับค่าตัวเริ่มต้น 1,050,000 บาท*

ซื้อรถมือสอง อเนกประสงค์ PPV ราคาเริ่มต้น

  • Ford Everest มือสอง เริ่มต้น 1,050,000 บาท*
  • Isuzu Mu-X มือสอง เริ่มต้น 899,000 บาท*
  • Nissan Terra มือสอง เริ่มต้น 819,000 บาท*
  • Mitsubishi Pajero Sport มือสอง เริ่มต้น 1,090,000 บาท*
  • Toyota Fortuner มือสอง เริ่มต้น 1,359,000 บาท*

กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อรถยนต์ของคนมีฝัน

อยากมีรถสักคัน ไว้ขับกลับบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยบริการจาก “กรุงศรี ออโต้” สินเชื่อรถยนต์ของคนมีฝัน ครบวงจร รองรับทุกความต้องการ ด้วยโซลูชันบริการสินเชื่อที่หลากหลาย ทั้งรถป้ายแดงและมือสอง 

สมัครสินเชื่อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ดาวน์น้อย ผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน* เล็งรถคันไหนไว้ ก็อย่าเก็บไว้ในใจ มาปรึกษา กรุงศรี ออโต้ แล้วรีบคว้ามาครองไว้ กดสมัคร สินเชื่อได้เลย !

กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท

บริการสินเชื่อใหม่ล่าสุด ที่ให้คุณ “รู้วงเงินประเมินเบื้องต้น” ก่อนซื้อรถ ด้วยวิธีการที่ง่ายใน 4 ขั้นตอน ไม่ยุ่งยาก ประเมินออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องยื่นเอกสาร รู้ผลไวภายใน 3 นาที คลิกที่นี่ เพื่อเช็กวงเงิน !

สำหรับใครที่กำลังมองหา หรือ เล็งไว้ว่าอยาก ซื้อรถยนต์มือสอง ในช่วงเทศกาลวันหยุดของไทย เพื่อใช้ขับกลับบ้าน แม้กระทั่งเป็นรางวัลให้กับตัวเองและครอบครัว ตามแนวทางที่เราให้ไว้ สามารถเลือก ซื้อรถมือสอง คุณภาพดีที่ https://rod.kaidee.com/ มีให้เลือกเยอะ ทั้งรถใหม่ รถบ้าน และรถเต็นท์ คัดเน้น ๆ มีอัปเดตรถเข้าใหม่ทุกวันแน่นอน 

รับข้อเสนอพิเศษ รีบคลิกเลย !
หลังเข้าร่วมมาตรการ “พักชำระค่างวด” กับ “กรุงศรี ออโต้” กลับมาจ่ายคืนแบบไหนดี

หลังเข้าร่วมมาตรการ “พักชำระค่างวด” กับ “กรุงศรี ออโต้” กลับมาจ่ายคืนแบบไหนดี

หลังจากที่ กรุงศรี ออโต้ ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระยะที่ 3 ตามแนวทางจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับสินเชื่อยานยนต์ทุกประเภท ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

1. ลดค่างวดขยายเวลาผ่อน
• เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้ามีสภาพคล่องมากขึ้น

2. รวมหนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรายย่อย
• เพื่อช่วยให้ดอกเบี้ยรวมลดลง ง่ายต่อการผ่อนชำระ

3. ปิดบัญชีก่อนกำหนด สามารถลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 50%
• เพื่อช่วยให้ลูกค้าปลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น (เฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ)

และ 4. พักชำระค่างวดสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
• เพื่อช่วยให้เพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้า และนำเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ได้รับผลกระทบนี้ได้

ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อเข้าร่วมมาตรการ “พักชำระ
ค่างวด” ได้ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์

เชื่อว่า ในปัจจุบันมีทั้งผู้ที่เข้าร่วมมาตรการแล้ว และผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมมาตรการ
“พักชำระค่างวด” นี้ดีหรือไม่ ? ก่อนอื่น เราลองมาดูวิธีการคำนวณดอกเบี้ยที่เกิดจากการพักชำระ
ค่างวดกันก่อนว่า ดอกเบี้ยดังกล่าวถูกคิดคำนวณอย่างไร และจะทำอย่างไรให้คุ้มที่สุดเมื่อต้องกลับมาจ่ายค่างวดหลังสิ้นสุดการพักชำระ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ และเป็นแนวทางใน
การปฏิบัติต่อไป

กรุงศรี ออโต้ ใช้วิธีการคำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ตามเกณฑ์และประกาศของธนาคาร
แห่งประเทศไทย กล่าวคือ การนำจำนวนเงินของค่างวดช่วงที่พักชำระมา คูณ ด้วยอัตราดอกเบี้ย
ที่แท้จริง (Effective Interest Rate หรือ EIR) ซึ่งระบุในสัญญาปัจจุบันของลูกค้า และ หาร ด้วยจำนวนเดือนต่อปี = (ค่างวดช่วงพักชำระค้างสะสม x EIR) /12

โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงพักชำระนั้น จะถูกคำนวณสะสม ตั้งแต่วันที่กลับมาชำระค่างวดปกติหลังการพักชำระไปตลอดอายุสัญญา หรือจนกว่าจะปิดบัญชี หรือจนกระทั่งชำระเงินค่างวดที่พักชำระไว้หมด (แล้วแต่กรณีใดเกิดขึ้นก่อน)

ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาพักชำระแล้ว หากเราสามารถชำระค่างวดเกินกว่ายอดที่เรียกเก็บได้ เงินส่วนที่ชำระเกินจะถูกนำไปตัดชำระค่างวดที่พักชำระเอาไว้ ซึ่งจะทำให้จำนวนเงินค่างวดที่พักชำระ
และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นลดลง ทั้งนี้ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการพักชำระนั้น จะถูกเรียกเก็บพร้อมค่างวดในงวดสุดท้าย

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่มากขึ้น เราลองมาดูตัวอย่าง ทั้ง 3 แบบด้านล่างนี้ และพิจารณาถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการกลับมาชำระที่แตกต่างกันไปพร้อมกัน

ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6 %
คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
**รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท

คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 150 = 250 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (20,000 x 6%) /12= 100 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 250 = 350 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 350 = 450 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 23 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 50 + 450 = 500 บาท
ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 10,000 + 500 = 10,500 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายปกติ (ไม่ทบเงินเพิ่ม) จะทำให้เกิด “ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม”
เต็มจำนวน สำหรับจ่ายพร้อมค่างวดในงวดสุดท้าย

ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6%

คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
**รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท

คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (18,000 x 6%) /12 = 90 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 150 + 90 = 240 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (16,000 x 6%) /12 = 80 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 240 + 80 = 320 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (14,000 x 6%) /12 = 70 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 70 + 320 = 390 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 23 = (2,000 x 6%)/12 = 10 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 10 + 390 = 400 บาท

ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 2,000 + 400 = 2,400 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายค่างวด โดยทบเพิ่มอีกเดือนละ 2,000 บาท จะช่วยลดภาระในการจ่าย “ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม” ให้น้อยลงได้

ตัวอย่าง : ค่างวดปกติงวดละ 10,000 บาท เหลือผ่อนอีก 5 เดือน พักชำระค่างวด จำนวน 2 งวด งวดละ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 6%

คำนวณดอกเบี้ยช่วงพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 1 = (10,000 x 6%) /12 = 50 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 2 = (20,000 x 6%) /12 = 100 บาท
**รวมดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 100 + 50 = 150 บาท

คำนวณดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม หลังการพักชำระค่างวด ได้ดังนี้
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 20 = (15,000 x 6%) /12 = 75 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 150 + 75 = 225 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 21 = (10,000 x 6%) /12= 50 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 225 + 50 = 275 บาท
• ดอกเบี้ยพักชำระงวดที่ 22 = (5,000 x 6%) /12 = 25 บาท
**ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 275 + 25 = 300 บาท
ยอดชำระในงวดสุดท้าย = ค่างวดปกติ + ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม = 5,000 + 300 = 5,300 บาท
สรุป : การกลับมาจ่ายค่างวด โดยทบเพิ่มอีกเดือนละ 5,000 บาท นอกจากจะช่วยลดภาระในการจ่าย “ดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสม” ให้น้อยลงได้แล้ว ยังทำให้ผ่อนหมดเร็วขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวอย่างทั้ง 3 แบบข้างต้นแล้ว เราพอจะสรุปได้ว่า เมื่อพ้นระยะเวลาพักชำระค่างวดแล้ว หากเรายังสามารถชำระค่างวดในแต่ละเดือนได้เกินกว่ายอดที่เรียกเก็บ (ทบเพิ่ม/โปะ) มากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ภาระที่เกิดจากดอกเบี้ยพักชำระค้างสะสมน้อยลงเท่านั้น เรียกว่า ยิ่ง “ทบ” มาก ยิ่งทำให้จ่ายดอกเบี้ยลดลง และค่างวดก็จะหมดไวตามไปด้วย หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ ขยันโปะ หมดไว สบายใจ นั่นเอง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-2740-7400 กด 3 หรือ 5