BMW Driving Assistant ช่วยให้การขับรถของเราง่ายขึ้นได้อย่างไร
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปี 2020 และคาดว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่ยอดนิยมในยุคของเทคโนโลยี นั่นก็คือ นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีการนำระบบไฟฟ้ามาใช้ในรถยนต์ อย่าง Hybrid, Plug-in Hybrid และ Electric Vehicle เป็นยานพาหนะที่ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้แบบสันดาป
Driving Assistant Professional
เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ถูกใส่มาในระบบรถยนต์ของ BMW ที่จะช่วยให้การขับขี่ ง่าย สะดวก และช่วยเรื่องความปลอดภัยของผู้ขับขี่ได้มากขึ้นอีกด้วย
ระบบ Driving Assistant คืออะไร และมีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่มากแค่ไหน เราไปทำความรู้จักกันเถอะ
Euro NCAP คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับ Driving Assistant Professional
Euro NCAP คือ องค์กรอิสระระดับนานาชาติที่ถูกจัดดตั้งขึ้นมาโดยสมาขิก เกิดจากการรวมตัวกันของสมาคมรถยนต์หลายๆประเทศ อย่างเช่น เยอรมนี, สเปน, ฝรั่งเศส, สวีเดน และอังกฤษ รวมถึงหน่วยงานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) และกลุ่มผู้ใช้รถในเยอรมนี ADAC เป็นหน่วยงานที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นอิสระจากบริษัทรถยนต์แก่ผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย
การทำงานของ EURO NCAP เป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรป หรือผู้ผลิตอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาทำตลาดในยุโรป ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้วยการจัดการทดสอบรถยนต์ใหม่ และนำข้อมูลเหล่านี้เผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างเป็นกลางเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อรถยนต์ใหม่
ซึ่ง Euro NCAP มีการประเมินระบบ Driving Assistant โดยการทำ Driving Assistant Test 2020 เป็นการวัดมาตรฐานระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ดีที่สุดในปี 2020 ซึ่งมี 3 เจ้าใหญ่ๆ คือ Mercedes Benz, Audi และอีกหนึ่งแบรนด์ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในบทความนี้ อย่าง BMW ได้รับการการันตีว่ามีระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ดีที่สุด จากเกณฑ์การวัดความสมดุลของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และผู้ขับสามารถควบคุมระบบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ง่ายต่อการควบคุมในกรณีฉุกเฉิน ซึ่ง BMW สามารถจัดการระบบทั้งสองอย่างได้อย่างสมดุล จึงได้รับความน่าเชื่อถือจาก Euro NCAP ในส่วนนี้ไป
Driving Assistant Professional คืออะไร
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ Driving Assistant Professional เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกบรรจุอยู่ในรถยนต์ และกำลังจะกลายเป็นนวัตกรรมยอดนิยมในอนาคต ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถอย่างเราขับได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ด้วยระบบการรักษาความเร็วในการขับรถ ช่วยเปลี่ยนเลนถนน เว้นระยะจากรถคันหน้าและคันหลังเพื่อป้องกันอันตราย แต่ทุกอย่างยังคงต้องผ่านการตัดสินใจและการควบคุมของผู้ขับขี่อยู่
Driving Assistant Professional ช่วยผู้ขับขี่ได้อย่างไรบ้าง
- ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทางจราจร (Lane Departure Warning)
ฟีเจอร์ Driving Assistant Professional ที่อยู่ในรถยนต์ BMW ข้อแรกที่จะถูกพูดถึง นั่นก็คือ ระบบแจ้งเตือน เมื่อรถยนต์ออกนอกเส้นทางจราจร หรือพูดง่ายๆนั่นก็คือ เมื่อเราขับรถทางไกล อาจจะเกิดกรณีที่เราหลับในได้ การมีระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง จะช่วยรักษารถของคุณให้อยู่ในระยะเลนที่ปลอดภัยลดอันตรายจากการที่รถคร่อมเลนหรือหลุดออกนอกเลนได้
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Lane Change Warning)
ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติเป็นระบบที่ช่วยผู้ขับขี่ตรวจเช็ครถยนต์หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่รอบๆรถ ก่อนการเปลี่ยนเลนแบบอัตโนมัติ เมื่อรถยนต์ของจุดอยู่ในจุดที่สามารถเปลี่ยนเลนได้ ระบบจะทำการตรวจเช็ครอบคัน หากรอบข้างของคุณปลอดภัยพร้อมเปลี่ยนเลน ระบบจะทำการเปลี่ยนเลนให้คุณอัตโนมัติ หรือเมื่อคุณจะทำการเปลี่ยนเลน ระบบนี้จะช่วยเตือนคุณเมื่อมีรถหรือสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control with Stop & Go Function)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันจะทำการวัดระยะห่างของรถยนต์ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน โดยระบบการทำงานของ Adaptive Cruise Control with Stop & Go Function คือ ในขณะที่เราขับรถ ระบบจะทำการวัดระยะห่างระหว่างรถยนต์ของเรากับรถคันหน้า ให้มีระยะห่างกันมากพอที่จะไม่เกิดอันตราย หากใกล้เกินไประบบจะทำการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ในกรณีที่รถคันหน้าหยุดเบรก ระบบจะทำการเบรกรถอัตโนมัติ และจะเคลื่อนรถอีกครั้ง หลังจากมีการเคลื่อนที่ของรถคันหน้า ในระยะห่างที่ปลอดภัย
- ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Camera)
อีกหนึ่งระบบที่จะช่วยลดอันตรายจากการขับรถให้กับผู้ขับขี่เช่นคุณ คือ กล้องตรวจจับภายในรถยนต์ ที่จะช่วยตรวจจับว่าผู้ขับขี่ยังคงโฟกัสมองกล้องอยู่หรือไม่ เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่กลับมาโฟกัสการขับรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
- ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Parking Assistant Plus)
เมื่อคุณต้องการจะจอดรถในช่องจอด ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ จะช่วยให้คุณจอดรถได้ง่ายขึ้น ช่วยหาช่องว่างที่สามารถจอดรถได้ และสามารถจอดให้เองได้อัตโนมัติ โดยจะทำงานแบบระบบอัลตราโซนิก ที่อยู่ท้ายตัวรถ
- กล้องรอบทิศทาง (Surround View Camera)
อีกหนึ่งระบบที่เรียกว่าเป็นนวัตกรรมสุดไฮเทคของระบบความปลอดภัยในรถยนต์ นั่นคือระบบเทคโนโลยีจอภาพและกล้องมองรอบตัวรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยรอบทิศของรถยนต์ในขณะขับขี่ ระบบนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ในขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นทัศนวิสัยรอบรถยนต์ รวมถึงในขณะที่รถยนต์ของเราได้แรงกระแทกที่กันชน หรือล้อรถยนต์ โดยจะแสดงผลบนจอแสดงผลในรถยนต์
- ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับสิ่งกีดขวางที่ความเร็วต่ำ (City Braking Function)
ในขณะขับขี่รถยนต์ โอกาสที่จะเกิดกรณีที่เจอสิ่งกีดขวางบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ สิ่งกีดขวางอื่นๆ หรือแม้กระทั่งคน ก็ยังมีอยู่มากมาย และทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้น ระบบ City Braking Function เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในรถยนต์ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุได้ โดยระบบนี้จะทำการแจ้งเตือนว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า แม้จะเป็นในที่มืดก็ตาม หลังจากนั้นพวงมาลัยรถยนต์จะถูกบังคับเลี้ยวอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับสิ่งกีดขวาง
- ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง (Crossing-traffic Warning Rear)
ฟังก์ชันที่จะขาดไปไม่ได้เลย ในตระกูล Driving Assistant Professional นั่นก็คือ ระบบตรวจจับรถยนต์ตัดผ่านขณะรถถอยหลัง โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนว่ามีรถตัดผ่าน และจะหยุดถอยรถโดยอัตโนมัติเมื่อระบบจับได้ว่ามีรถกำลังจะตัดผ่านรถยนต์ของเรา จึงทำให้มั่นใจได้ว่า แม้คุณจะมองไม่เห็นรถที่กำลังขับมาใกล้ แต่ระบบ Crossing-traffic Warning Rear มองเห็นอย่างแน่นอน
Driving Assistant Professional ต่างจาก Auto-pilot อย่างไร
ระบบ Auto-pilot คือเทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อช่วยให้ยานพาหนะสามารถขับเคลื่อนเองได้ ทำให้ยานพาหนะสามารถทรงตัวและเคลื่อนที่ได้เองโดยไม่ต้องผ่านการควบคุมจากผู้ขับขี่ ซึ่งมีความแตกต่างกับ Driving Assistant Professional คือในขณะที่ตัวรถเคลื่อนที่อยู่บนท้องถนน ระบบของ Driving Assistant Professional จะเป็นผู้ช่วยในการขับขี่รถยนต์ ช่วยทรงตัวรถ ช่วยรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นให้กับรถและผู้ขับขี่ ทำให้การขับขี่ยานพาหนะของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยที่ยังต้องผ่านการตัดสินใจจากผู้ขับขี่อยู่ เพื่อความแม่นยำในการตัดสินใจในขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน
หากเรามีผู้ช่วยขับขี่ที่ดี โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็น้อยลง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ต่อให้ผู้ขับขี่อย่างเราจะระมัดระวังมากเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่มากแค่ไหน โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็ยังคงมีความเป็นไปได้อยู่ดี แต่คงจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ หากรถยนต์ของเรามีผู้ช่วยดีๆอย่าง Driving Assistant Professional ที่คอยช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างเราให้สะดวกสบาย และปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อยู่นอกเหนือวิสัยทัศน์ที่เราสามารถมองเห็นได้มากยิ่งขึ้น
หลังจากที่อ่านบทความนี้ไปแล้ว ใครที่สนใจนวัตกรรมในเรื่องของ Driving Assistant Professional และอยากทดลองขับขี่ก่อนเป็นเจ้าของ อยากเห็นความสามารถในการทำงานของระบบนี้ หรือแม้แต่ดีไซน์ระบบที่ล้ำสมัยเช่นนี้ สามารถไปดูได้ที่งาน Motor Expo 2020 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้เลยนะคะ
