Nov 13, 2020 | บทความยานยนต์
ในชีวิตประจำวันเราได้เห็นรถเห็นหลากหลายประเภทตามท้องถนนกัน แต่รถที่เราเห็นบ่อยและเยอะที่สุดคงจะหนีไม่พ้นรถยนต์ประเภท Sedan (เก๋ง) และ SUV หรือรถอเนกประสงค์ครอบครัวนะครับ เพราะรถ 2 ประเภทนี้เป็นที่นิยมของคนไทยมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะใช้ขับในเมืองหรือขับทางไกล รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนี้ก็สามารถขับได้อย่างสบายและตอบโจทย์ของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเลย
เลือกแบบไหนจะตอบโจทย์ที่สุด?
รถยนต์ประเภท Sedan และ SUV เป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัวทั้ง 2 ประเภท
แต่จะแตกต่างกันที่โครงสร้างของรถเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความชอบของผู้ขับขี่ว่าใช้งานแบบไหน สมาชิกครอบครัว ขับขี่ไปไหนบ้าง และความชอบตัวของผู้ขับขี่
ซึ่งบทความนี้ขอนำเสนอความแตกต่างระหว่าง รถ Sedan และ SUV แตกต่างกันตรงไหนบ้าง ตรงไหนคือจุดเด่น ตรงไหนคือจุดควรพิจารณา และคุณจะรู้ว่ารถยนต์ 2 ประเภทนี้ อะไรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด
1. รถ Sedan หรือ รถเก๋ง
รถ Sedan หรือ รถเก๋งนั้นมีทั้งหมด 3 ขนาดหลัก ๆ คือ
ขนาดเล็ก (Compact Car) ขนาดกลาง (Mid-size Car) ขนาดใหญ่ (Full-size Car)
โดยรถยนต์ประเภท Sedan หรือ รถเก๋ง คือ กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีรูปแบบรถ 2 ประตู และ 4 ประตู เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ คือ มีเครื่องยนต์วางด้านหน้าของตัวรถ หลังรถมีที่เก็บของหรือที่เรียกว่า กระโปรงเก็บของ มีจำนวนที่นั่ง 4 ที่ บางคันอาจมี 5 ที่
ซึ่งรถ Sedan หรือ รถเก๋ง ถือว่าเป็นประเภทรถยนต์ยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เพราะ เป็นรถที่ขับขี่คล่องตัว ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกต่างจังหวัดเดินทางไกลเหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยเป็นรถที่เน้นการนั่งแบบสบาย มีเทคโนโลยีที่ใส่มาให้แบบครบครัน แต่ในส่วนของการขนของนั้น ขนได้แต่พอประมาณ ไม่เยอะ เพราะด้วยโครงสร้างของตัวรถทำให้พื้นที่ของห้องโดยสารที่มีสัดส่วนเยอะและให้ความสะดวกสบายภายในมากกว่าพื้นที่เก็บของ
ตัวอย่างรถ Sedan
Nissan Almera
เป็นรถยนต์ Sedan ขนาดเล็กที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยและมีเทคโนโลยีเด่นอย่าง Nissan Intelligent Mobility การขับขี่อัจฉริยะ ที่ให้ความปลอดภัยมากกว่าเดิม อีกทั้งยังมากับเครื่องยนต์แบบใหม่ 1.0 ลิตร Turbo พร้อมความประหยัด ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกและความปลอดภัยนั่นเอง
All New Toyota Camry
All New Toyota Camry คือ รถ Sedan ขนาดกลางที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่สปอร์ต หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ให้มาแบบครบครัน อีกทั้งยังมาพร้อมเครื่อง 2.4 ลิตร 178 แรงม้า จึงทำให้ All New Toyota Camry เป็นรถยนต์ที่โดดเด่นและขายดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ในระดับเดียวกัน
Mercedes Benz S-Class
Mercedes Benz S-Class เป็นรถ Sedan ขนาดใหญ่แบบหรูหรา ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสง่างาม เรียบหรู เข้ากับยุคสมัย พร้อมมีเทคโนโลยีและความสะดวกสบายให้แบบครบครัน โดยมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
รุ่น The S 350 d AMG Premium เครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ 6 สูบ Turbo คู่ ขนาด 3.0 ลิตร 286 แรงม้า Mercedes-Maybach S 560 Premium เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 Turbo คู่ ขนาด 4.0 ลิตร 469 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic
2. รถ SUV
รถยนต์ประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) เป็นรถที่มีความอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่ารถทั่วไป ๆ ไป เนื่องด้วยจากรถประเภทนี้มีพื้นฐานช่วงล่างเป็นแบบเดียวกับรถกระบะ จึงทำให้ช่วงล่างของรถนั้นแข็งแรงแต่นุ่มเหมือนรถ Sedan สามารถขับลุยไปในพื้นผิวที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวแบบไหน ก็สามารถวิ่งได้แบบสบาย ๆ
ซึ่งภาพรวมของรถประเภท SUV เป็นรถที่ทำโครงสร้างและดีไซน์มาอย่างลงตัว โดดเด่น มีความสปอร์ต แข็งแรง จึงทำให้รถประเภทนี้เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัดได้แบบสบาย ๆ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยจุดเด่นมาพร้อมกับห้องโดยสารขนาดใหญ่นั่งสบาย ระดับความสูงของรถจากพื้นสามารถขึ้นและลงรถได้อย่างสะดวกสบาย สามารถจุของได้เยอะ และยังสามารถขับไปในพื้นผิวถนนที่หลากหลายได้
ตัวอย่างรถ SUV
All-New Toyota Corolla Cross
All-New Toyota Corolla Cross เป็นรถ SUV ที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยและออกมาขนาดของรถมาแบบพอดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปทำให้ตอบสนองกับคนเมืองได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับดีไซน์ภายในที่ทันสมัยและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน โดย All-New Toyota Corolla Cross จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร Hybrid 122 แรงม้า
Honda New CR-V
Honda New CR-V อีกหนึ่งรถ SUV ที่มากับดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น มีความโฉบเฉี่ยว สปอร์ต เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย มาพร้อมกับการออกแบบภายในแบบเรียบหรูและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตามแบบฉบับของรถสมัยใหม่ โดย Honda New CR-V จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร Turbo 160 แรงม้า เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร i-Vtec 127 แรงม้า
BMW X3 M SPORT
BMW X3 M SPORT เป็นรถ SUV ระดับพรีเมียม ที่มากับดีไซน์ที่อันเป็นเอกลักษณ์ มีความสปอร์ต ดุดัน หรูหรา พร้อมกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ออกมาเรียบหรูและมีเทคโนโลยีที่มากมายตามแบบฉบับของแบรนด์ยุโรปสุดหรูของ BMW โดย BMW X3 M SPORT มาพร้อมกับเครื่องดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo 190 แรงม้า
สรุปท้ายบทความ
รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนั้นมีความเหมือนและความแตกต่างกันบางจุด อยู่ที่ผู้ขับขี่ว่ารถยนต์ประเภทไหนตอบโจทย์กับผู้ขับขี่ที่สุด บางคนอาจจะเน้นนั่งสบายแต่ไม่เน้นขนของ ก็อาจจะเลือกรถ Sedan แต่บางคนอาจจะเน้นนั่งสบาย เน้นลุยได้ทุกที่และจุของได้เยอะกว่า ก็อาจจะเลือกรถ SUV หากเพื่อน ๆ อ่านถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นรถ Sedan หรือ รถ SUV ต่างก็ให้ความสะดวกสบายที่แตกต่างกันเล็กน้อย หากเพื่อน ๆ สนใจรถยนต์แบบไหน สามารถไปดูรถหรือจะไปลองขับรถก่อนซื้อได้ที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายของแต่ละแบรนด์ได้เลยนะครับ
Oct 28, 2020 | บทความยานยนต์
บางทีการใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ ทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ตื่นมาทำงาน กินแล้วนอน อาจทำให้ชีวิตเฉาและขาดแรงบันดาลใจแบบไม่รู้ตัว การออกไปท่องโลกกว้าง ลองเจออะไรใหม่ๆ อาจเป็นคำตอบที่ทำให้ชีวิตเราเบิกบาน ลองปล่อยตัวเองให้มีอิสระ ทำตามเสียงหัวใจ ขับรถไปเรื่อยๆ เหนื่อยตอนไหนก็พัก อยากเที่ยวไหนก็แวะ
การท่องเที่ยวสไตล์โรดทริป (Road Trip) เป็นตัวช่วยสร้างเรื่องราวและใช้เวลาดีๆ ไปกับคนที่คุณรัก แล้วระหว่างที่รอเวลาต่างๆ ให้ลงตัว อย่าลืมมองหาพาหนะเจ๋งๆ สักคันที่พร้อมลุย พาเราไปสร้างจังหวะชีวิตใหม่ๆ ด้วยกัน ซึ่งด้านล่างนี้คือรถคุณสมบัติสุดพร้อม ที่ควรค่ากับการไปออกทริป ตามไปดูกันค่ะ
1.Honda HRV
รถยนต์ 5 ประตู ดีไซน์สปอร์ตสุดเร้าใจที่มาพร้อมเครื่องยนต์กำลังแรง 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยีสุดปลอดภัยล้ำสมัย มีจอแสดงภาพมุมอับขณะเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเบรคความเร็วต่ำ
รวมทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT หรือเกียร์ธรรมดา 6 ระดับ เพิ่มความมั่นใจและความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับคุณและคนที่คุณรัก ออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างใจปรารถนา
ที่สำคัญภายในกว้างขวางรองรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์การเดินทางนานๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันได้ดี ตามคอนเซปต์ของ HRV ที่ว่า “What’s calling you? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน… ตามไปให้สุด”
ราคาเริ่มต้น 950,000 บาท
2.Ford Ranger Raptor
ใครเป็นสายเที่ยวแบบผจญภัยบุกป่าฝ่าภูเขา กระบะออฟโรดตัวนี้น่าจะเป็นพาหนะคู่ใจ ที่พาเราเปิดประสบการณ์ใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ด้วยขุมพลัง Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
เป็นรถกระบะสมรรถภาพสูงตัวเจ๋งของฟอร์ด ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก F-150 Raptor ตัวดังที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่ง วิ่งได้ทุกสภาพถนน ไปได้ทุกที่แบบไม่มีลิมิต ลุยน้ำลึกได้ถึง 800 มม. ขับผ่านลำธารได้แบบสบายๆ
ทนต่อการบุบและรอยขีดข่วน ส่วนระยะยุบตัวของโช๊คก็ยืดหยุ่นและขนาดยางก็ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยังมีบันไดด้านข้างที่ช่วยระบายทรายและหิมะได้ดี มีโหมดขับขี่ให้เลือก 6 แบบ ตลอดจนระบบช่วยจอดรถระหว่างทางลาดชัน
ราคาเริ่มต้น 1,699,000 บาท
3.Toyota Corolla Cross
“A New Journey” การเดินทางครั้งใหม่ของโตโยต้า ที่ครั้งนี้เปิดตัว Corolla Cross มาเพื่อตีตลาดรถยนต์ C-SUV ในบ้านเราโดยเฉพาะ นอกจากดีไซน์เหนือระดับที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัยแล้ว ยังมีสีรถให้เลือกมากถึง 7 สี ไม่ว่าจะเป็น เทา ขาว ดำ เมทาลิก แดง น้ำเงิน และน้ำตาลเทา
ที่สำคัญตัวรถมาพร้อมระบบไฮบริด ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.3 กม/ลิตร กำลังเครื่อง 98 แรงม้า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ฟูลด้วยระบบ Toyota Safety แบบครบครัน ตามสไตล์รุ่นท็อปของโตโยต้า ตั้งแต่ระบบมาตรฐานทั่วไป อย่างถุงลมนิรภัย ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนมุมอับสายตา ฯลฯ
ที่นั่งภายในกว้างขวาง ยืดขาได้แบบสบายๆ แถมเบาะหนังนุ่มกำลังดี มีที่วางมือข้างๆ เหมาะกับพาพ่อแม่เรานั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน แบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีอาการปวดเมื่อยให้ทริปเซ็ง
ราคาเริ่มต้น 959,000 บาท
4.Mazda CX 30
อย่างที่บอกไปว่า การเดินทางคือการเติมชีวิตเราให้เต็มขึ้นในรูปแบบหนึ่ง ยนตรกรรม Crossover SUV คันนี้ จะช่วยเติมเต็มให้ชีวิตคุณมีค่าและมีความหมายมากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์แอคทีฟเบนซิน Skyactiv-G 2.0 ความเร็วสูงสุด 165 แรงม้า ควบคู่กับเทคโนโลยีประหยัดน้ำมันที่ฉีดเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ทำให้มีกำลังอัดและแรงบิดสูง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซปต์ Less is more เรียบง่ายแต่งดงาม ใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งภายนอกสู่ภายในห้องโดยสาร การันตีจากรางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกในปี 2020 ขับในเมืองก็คล่องแคล่ว ขับไป Road Trip ก็คู่ควร พร้อมลุยกับเราไปทุกที่
ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท
5.Nissan Terra
ใครที่ยังลังเล ลองเทใจมาทางฝั่งนิสสัน เทอร์ร่า กันบ้าง ซึ่งเทียร่ารุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้ค่ายอื่นๆ เพราะทางนิสสันเองได้รวมเอาสุดยอดเทคโลยี ด้านสมรรถนะการขับขี่แทบทุกด้าน ใส่ไว้อย่างจัดแน่นจัดเต็มในรถรุ่นนี้
ด้วยการใช้เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบอินเตอร์คูล ให้กำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า ตลอดจนระบบล็อกไฟฟ้าที่ใช้งานต่างไปตามสภาพถนน
ทั้งยังมีฟังก์ชัน shif on the fly ให้เราเลือกขับแบบสองหรือสี่ล้อ เมื่อเจอสภาพถนนที่ลื่นเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ไปจนถึงโหมดขับขี่แบบความเร็วต่ำ สำหรับการขับขี่แบบลุยๆ เหมาะกับการไป Road Trip จะทราย โคลน เส้นทางลาดชันหรือจะลุยน้ำ ก็มั่นใจได้ว่าเทียร่าพาเราไปได้ถึงฝั่งฝันแน่นอน
ไหนจะเรื่องความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่กว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 คน ให้คุณเปิดประสบการณ์ Life Lives Outside ได้อย่างอิสระ
ราคาเริ่มต้น 1,316,000 บาท
เชื่อเถอะค่ะ ว่าการมีพาหนะคู่ใจที่เข้ากับเราสักคัน ลงทุนกับมันสักหน่อย สิ่งที่ได้รับกลับมาคุ้มค่าแน่นอน
ทั้งความสะดวกสบาย ความสุข ความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ระหว่างทาง ทั้งนี้หากสนใจรถรุ่นไหน
เป็นพิเศษก็ตรงไปที่โชว์รูมหรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โดยตรงของแต่ละเจ้าได้เลย
Oct 9, 2020 | บทความยานยนต์
ยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ รถแบบไหนกันที่จะตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก ไม่ว่าในแง่ของราคาและสมรรถนะที่พร้อมจะพาทั้งครอบครัวไปได้ทุกที่ในประเทศ แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงรถที่จะพาทั้งครอบครัวของคุณไปได้ ก็ต้องเป็น ‘รถยนต์ 6-7 ที่นั่ง’
ทว่าราคากลับไม่เป็นมิตรนัก หลายคนจึงเลือกที่จะซื้อรถมือสองที่ฮิตติดตลาดรถมือสองแทน มาดูกันว่ารถมือสองรุ่นไหนกันที่ฮิตติดตลาดบ้าง
1.Hyundai H1
หากพูดถึงรถครอบครัว ไม่พูดถึงเจ้ารถคันนี้ก็คงไม่ได้ เพราะเป็นรถยอดฮิตตลอดกาลสำหรับคนต้องการซื้อรถครอบครัว ทั้งสมรรถนะรถที่ดี สามารถนั่งได้สูงสุดถึง 12 ที่นั่ง ซึ่งจัดว่าเยอะมากๆ ในประเภทรถยนต์ส่วนบุคคล แถมด้วยความเงียบสงบแม้อยู่ในอัตราความเร็วที่มาก
จะนั่งเบาะหน้าหรือเบาะหลังก็ไม่ต่างกัน ไม่มีการเด้งอย่างแน่นอน ประกอบกับความกว้างของเบาะที่นั่งกว้างชวนเคลิ้มหลับ
จุดเด่นของเจ้าตัวนี้ก็คือประตูไฟฟ้าที่จะช่วยคุณขจัดความกังวลว่าเด็กเล็กจะเปิดประตูโดนรถคันข้างๆ ที่สำคัญคือตัวรถเองไม่ค่อยกินน้ำมันมากเท่าไรนัก เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเร่งที่ขึ้นเนินได้สบายๆ อัตราการกินน้ำมันของเจ้าคันนี้จะอยู่ที่ 10 กิโลลิตร จึงเป็นรถรุ่นที่โดนใจใครหลายคน แม้ศูนย์ของ Hyundai จะหายากไปนิด ทว่ามั่นใจได้เลยว่าหากคุณได้ใช้แล้วจะไม่เสียใจที่ได้ครอบครอง
2.Toyota Sienta
รถครอบครัวไซซ์ 7 ที่นั่งที่เปิดตัวมาด้วยราคาแสนน่ารักเพียง 7.5-8 แสน สำหรับคันนี้ มือสองราคาอยู่ที่ประมาณ 5 แสนกว่า ต้องบอกว่ารุ่นนี้แม้จะออกมานานแค่ไหน ราคาก็ไม่ตก แถมอะไหล่ก็หาไม่ยากเพราะถือว่าเป็นของหนึ่งในผู้คุมตลาดรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยอย่าง โตโยต้า ที่อยู่คู่คนไทยมาหลาย 10 ปี
แม้ไลน์รถครอบครัว 7 ที่นั่งของโตโยต้าจะมี Toyota Alphard ที่เป็นตัวฮิตติดท็อปอยู่แล้วก็ตาม ทว่าราคากลับต่างกันหลายเท่า
ถึงแม้เป็นตัวเล็กกว่า และเครื่องยนต์เพียง 1.5 CC แต่เทคโนโลยีต่างๆก็ไม่แพ้รถหลักล้านที่เขาจัดมาให้แบบครบเซต ทั้งระบบประตูเปิดปิดด้วยไฟฟ้า กล้องมองภาพด้านหลัง แอร์ปรับอากาศแถวสองของรถ และหน้าจอ DVD ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ชมหนังอย่างสุนทรีย์ตลอดการเดินทาง พูดได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!!!
3.Honda Freed 2012-2013
มาต่อกันกับรถยนต์เจ้าตลาดอีกแบรนด์อย่าง Honda ที่ออกรถครอบครัวอย่าง Honda Freed รุ่น MNC (minor change) เมื่อปี 2013 กับเครื่องยนต์ 1.5 Auto สามารถเรียกได้ว่าตัวนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Toyota Sienta อย่างสมน้ำสมเนื้อกันเลยทีเดียว ทั้งประตูไฟฟ้าทั้งสองข้าง รองรับที่ผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง และแอร์แถวสองที่เพิ่มมาในรุ่นของ MNC 2013
ทว่าน่าเสียดายที่รถรุ่นนี้ไม่มีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยแล้ว แม้ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเพิ่งเผยโฉมตัว 2020 ไปหมาดๆก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะเป็นรถครอบครัวสุดฮิตในตระกูลรถฮอนด้าก็แล้ว ราคารถมือสองของเจ้ารุ่นนี้
แม้จะผ่านมาหลายปี ก็ยังคงอยู่ในระดับ 4 แสนกว่าอยู่ดี เรียกได้ว่าราคาไม่ลงเท่าไหร่ สำคัญที่สุดคือรถคันนี้เป็นรถนำเข้าทั้งคัน ทั้งจากประเทศญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย รับประกันความถึกทน ขึ้นเนินได้ไม่มีหวั่น
4.Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2014
รถยนต์รุ่นสปอร์ตขับขึ้นเหนือลงใต้ได้ไม่กังวล ที่มาพร้อมความนิ่งเงียบ นั่งสบายเหมาะกับครอบครัวทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ สามารถไปได้ทั้งสายแอดเวนเจอร์ สายชิลล์ ด้วยอัตราเร่งที่สามารถไปได้ดั่งใจคุณกับเครื่องยนต์ 2.5GT เร็วแรงไม่ต้องกลัวฝืด และยังมีที่นั่งสามแถว 7 ที่นั่งให้คุณพาครอบครัวไปร่วมทริปได้อย่างสบาย
หมดกังวลแถว 3 เพราะPajero Sport ให้คุณได้นั่งอย่างกว้างสบายไม่เบียดแต่อย่างใด นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์จอ DVD ให้คุณได้เพลิดเพลินระหว่างเดินทางอีกด้วย
ราคามือสองก็จะอยู่ที่ 4-6 แสนสำหรับรุ่นนี้ สำหรับสายแอดเวนเจอร์พาครอบครัวไปเที่ยวปีละหลายๆครั้ง Pajero Sport ก็เป็นหนึ่งในรถครอบครัวที่การันตีว่าคุณจะต้องรักจนถอนตัวไม่ขึ้น!
รุ่นที่กล่าวมาข้างต้น มักเป็นรุ่นฮิตติดตลาดที่ไม่ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายวางใจได้ว่า
แม้จะเป็นสินค้ามือสองราคาก็ไม่ตกเท่าไร สำหรับผู้ซื้อก็ไม่ได้แพงเกินงบไปในฐานะของรถมือสอง
ทั้งยังได้ประสิทธิภาพของรถที่คุ้มค่าไม่ว่าจะในด้านเทคโนโลยี หรือ ด้านสมรรถนะ
เพราะมีความอึดถึกทนให้คุณได้ลอง