Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
การมีรถเป็นสิ่งของตนเองเป็นอีกหนึ่งความมั่นคงทางการเงิน และยังช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นอีกด้วย แต่หลาย ๆ คนที่คิดจะซื้อรถก็คงอาจไม่ได้เงินก้อนใหญ่มากพอที่จะซื้อรถในครั้งเดียว และอาจไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการ ผ่อนรถ คันแรกให้รู้กัน
ขั้นตอนการ ผ่อนรถ
เตรียมตัวก่อน ผ่อนรถ
ศึกษาข้อมูลรถ
สำหรับขั้นตอนแรกในการผ่อนรถสิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือ การศึกษาหาข้อมูลแบรนด์รถและรุ่นต่าง ๆ ว่าการใช้ชีวิตของเราเหมาะกับรถแบบไหน เครื่องยนต์ขนาดเท่าไร เชื้อเพลิงอะไร เช่น
รถขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ขับรถในเมืองบ่อยเพราะการจราจรที่ติดขัด ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ อาจเลือกใช้รถยนต์ Eco Car อย่าง Nissan March, Honda Brio, Honda Jazz, Mazda 2 และ Toyota Vios ซึ่งเป็นรถที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดี รถขนาดกลางถึงใหญ่ เหมาะกับคนที่เดินทางไกลบ่อย ๆ มีครอบครัว หรือคนที่มีสิ่งของส่วนตัวเยอะ เพราะรถขนาดดังกล่าวมีพื้นที่ในการจัดเก็บหรือจุคนได้เยอะ เช่น Honda Mobilio, Nissan X-Trail, Toyota Fortuner หรือ Toyota Camry เป็นต้น รถไฟฟ้า หรือ EV เป็นรถอีกประเภทที่ไม่ใช้น้ำมันในการขับขี่ แต่ใช้ไฟฟ้าแทน ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้เช่นกัน แต่มีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับคนที่เงินทุนมากหน่อย รถประเภทนี้ที่เป็นที่รู้จักกันมากได้แก่ Tesla, BYD และ Nissan Leaf เป็นต้น รถสปอร์ตมีดีไซน์ที่แตกต่าง ไม่ค่อยเหมือนใคร แต่มีเครื่องยนต์ที่แรงและเร็ว เหมาะกับคนที่มีเงินทุนสูง รถประเภทนี้มีให้เลือกทั้งรถยุโรปและญี่ปุ่นเลยทีเดียว เช่น Lamborghini Aventador, Ferrari 488 Pista และ Audi R8 เป็นต้น
คำนวณความสามารถทางการเงิน
การผ่อนรถเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินที่เราต้องรับไหวดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องคำนวณถึงความสามารถทางการเงินของเราว่าสามารถจ่ายไหวหรือไม่ โดยการเช็กเงินดาวน์ว่าพร้อมที่จะดาวน์กี่เปอร์เซ็นหรือสามารถซื้อเต็มจำนวนได้ มีเงินสำหรับการผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับรถ เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าประกัน เป็นต้น นอกจากนี้เราจำเป็นที่ต้องคำนวณถึงค่าผ่อนรถแต่ละงวดว่าเป็นเงินเท่าไร โดยนำราคารถยนต์ที่ต้องการซื้อ เงินดาวน์ที่มี ดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อปี (เทียบราคาดอกเบี้ยในปีที่ซื้อรถยนต์) และระยะเวลาที่ต้องการผ่อนชำระ มาใช้ในการคำนวณ
หาโปรโมชั่น
หลังจากคำนวณความสามารถทางการเงินและเลือกรถที่ต้องการแล้ว เราควรที่จะหาโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบส่วนลดทางการตลาด ซึ่งส่วนมากแล้วจะเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 เดือน โดยติดต่อไปที่โชว์รูมต่าง ๆ เพื่อสอบถามรายละเอียดสัก 2-3 แห่ง เพราะแต่ละแห่งก็จะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแผนการขายของพนักงานแต่ละคน
ทดลองขับ
การทดลองขับเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถ เพราะเป็นการทดลองว่าตัวเราเหมาะสมกับรถคันนั้นหรือไม่ ถูกใจไหม และเป็นการเพิ่มการตัดสินใจในการซื้อรถให้มากยิ่งขึ้นก่อนจ่ายเงินอีกด้วย
ระหว่างการ ผ่อนรถ
ยื่นขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ขั้นตอนการยื่นขอสินเชื่อ ที่ผู้ผ่อนจำเป็นต้องยื่นเพื่อกู้ยืมเงิน โดยมีให้เลือกหลากหลาย และผู้ซื้อควรเลือกที่ที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเงิน หรือมีเงินดาวน์ที่มีอยู่ด้วย ซึ่งเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อพิจารณาการขอสินเชื่อมีดังนี้
สลิป/หนังสือรับรองเงินเดือน สมุดบัญชีธนาคาร หรือ หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน สำเนาบัตรประชาชน 4 ชุด สำเนาทะเบียนบ้าน 4 ชุด
เมื่อ ผ่อนรถ ผ่านแล้วจะเป็นอย่างไร ?
เมื่อขั้นตอนทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นและการพิจารณาประสิทธิภาพ การผ่อนรถ นั้นผ่าน ก็จะมีการเซ็นสัญญากู้ยืมเงิน รับรถ และผ่อนรถตามที่ทำสัญญาไว้ต่อไป
รถยนต์ราคาเบาน่าเป็นเจ้าของ
หลังจากอ่านวิธีการซื้อรถกันไปแล้ว หลายคนคงมีคำถามว่าถ้ามีเงินไม่เยอะควรจะซื้อรถรุ่นไหนดี วันนี้เรารวบรวมรีวิวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ราคาไม่แรง ได้เพียงแค่คลิก 5 รถน่าใช้ไม่เกิน 7 แสน สำหรับสาวออฟฟิศปี 2020 ! เงินเดือนหมื่นห้า ซื้อรถอะไรได้บ้าง รวม 5 รถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตราคาไม่เกิน 5 หมื่น และบทความอีกมากมายใน Kaidee Blog
สรุปท้ายบทความ
เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้ความรู้แลไอเดียการผ่อนรถคันแรกไปบ้างไหม และถ้าใครที่อยากได้รถที่เหมาะกับคุณก็สามารถหาซื้อที่ Kaidee Auto ได้เช่นกันเพราะที่นี่มีรถมากมายให้ได้เลือก
Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์
‘ถุงลมนิรภัย’ ชื่อที่ใครหลายคนได้ยินอยู่เป็นประจำ และรับรู้ว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่ถูกติดตั้งบนรถยนต์ทุกคัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ แต่เชื่อได้เลยว่ายังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วถุงลมนิรภัยนั้นทำงานกันตอนไหน ทุกครั้งเลยหรือไม่ แล้วทำงานอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกท่านมาหาคำตอบกัน
ถุงลมนิรภัย คืออะไร ?
สำหรับการออกแบบรถยนต์ การคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ที่ต้องมีการพัฒนารถยนต์ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และนอกจากเข็มขัดนิรภัยแล้ว การติดตั้งถุงลมนิรภัย ก็เป็นสิ่งที่ช่วยอาการบาดเจ็บของผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงได้เช่นกัน
ถุงลมนิรภัย (Airbags) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในรถยนต์ โดยมีลักษณะภายนอกที่ทำมาถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งเจ้าถุงลมนิรภัยนั้นทำหน้าที่เสมือนหมอนรองหัวให้กับผู้โดยสารภายในยานพาหนะ และขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อป้องกันการกระแทกระหว่างผู้โดยสารและส่วนอื่น ๆ ของรถ
ถุงลมนิรภัยรถ อยู่ตรงไหนของรถยนต์ ?
ในรถยนต์แต่ละรุ่น จะมีตำแหน่งของถุงลมนิรภัยที่แตกต่างกันไป โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ตำแหน่งในรถที่มีราคาไม่แพงมากนัก และรถมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาหรือความหรูหราของรถสูงสุดถึง 8 ตำแหน่ง แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้
ถุงลมนิรภัยด้านหน้า (Front Airbag) อยู่บริเวณด้านหน้าของรถทั้งซ้ายและขวา ทำหน้าที่ในการป้องกันผู้ขับและผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านข้างผู้ขับ ทั้งหมด 2 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbag) อยู่บริเวณเบาะนั่งหรือแผงประตู ทำหน้าที่ป้องกันแรงกระแทกจากด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย (Curtain Airbag) เป็นถุงลมที่มักจะถูกติดตั้งในรถที่มาราคาสูง จะพองขึ้นเมื่อเข็มขัดนิรภัยเกิดการดึงกลับ ถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าและขา (Knee Airbag) อยู่บริเวณด้านล่างของคอนโซลรถ ทำหน้าที่ป้องกันสะโพก ขา และเข่า ไม่ให้กระแทกกับส่วนอื่น ๆ ในรถ ถุงลมที่พื้นใต้เท้า (Carpet Airbag) อยู่บริเวณใต้เบาะรถ ทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงกระแทกที่เท้าให้เบาลง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก
ถุงลมนิรภัย ทำงานอย่างไร ?
ในการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้น บริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของเครื่องยนต์รถ จะมีเซนเซอร์นิรภัยที่วัดการสั่นสะเทือนติดตั้งอยู่ และเมื่อเซนเซอร์เหล่านี้ถูกแรงกระแทก ก็จะทำให้เกิดการส่งสัญญาณให้ถุงลมนิรภัยพองตัวและหุบลงภายหลัง ซึ่งรถยนต์ในปัจจุบันบางรุ่นตัวถุงลมจะทำงานเมื่อมีการรัดเข็มขัดนิรภัยเท่านั้น เพราะบ่อยครั้งที่ผู้โดยสารถูกแรงกระแทกขณะที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยและกระเด็นไปชนกับถุงนิรภัยจนเกิดการบาดเจ็บ
ภายในตัวถุงลมนิรภัยจะมีการใส่แก๊สไนโตรเจนไว้ประมาณ 60-70 ลิตร ซึ่งในจะถูกบรรจุไว้ในรูปแบบของของแข็งที่มีชื่อว่า โซเดียมเอไซด์ อยู่บริเวณ inflator ในตอนแรก ซึ่งเจ้าของแข็งชนิดนี้จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวเมื่อได้รับความร้อน (ประมาณ 300 องศาเซลเซียส) จากการตรวจจับการชน จนกลายเป็นโลหะโซเดียมและแก๊สไนโตรเจน
หลังจากการเกิดสารทั้ง 2 ชนิดนี้แล้ว ตัวโลหะโซเดียมที่มีนั้น อาจเกิดการระเบิดได้เมื่อเจอกับความชื้น ดังนั้นทางผู้ผลิตรถยนต์จึงจำเป็นที่จะต้องใส่ โพแทสเซียมไนเตรท ซึ่งสามารถกลายเป็นโพแทสเซียมออกไซด์และโซเดียมออกไซด์ซึ่งมีความอันตรายน้อยกว่าโลหะโซเดียม และการทำงานทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 0.04 วินาทีเท่านั้น
ถุงลมนิรภัยรถ ทำงานเมื่อไร ?
หลายคนเข้าใจว่าถุงลมนิรภัยจะมีการทำงานทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีหลากหลายเหตุผลที่ถุงลมนิรภัยจะไม่ทำงาน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่คือ การไม่คาดเข็มขัดนิรภัยและระบบการทำงานของเซนเซอร์เสีย โดยถุงลมนิรภัยจะพองตัวต่อเมื่อมีความเร็วที่มากพอ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
รถที่มีความเร็วมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนกับ รถบรรทุกหรือเสาไฟฟ้าจนเกิดการเสียรูป รถยนต์ ชนกับ เสารถยนต์ ความเร็วมากกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถที่มีความเร็วมากกว่า 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชนกับ รถที่จอดอยู่ กำแพง หรือคอนกรีต
ถึงแม้ว่าการติดตั้งถุงลมนิรภัยจะช่วยป้องกันการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ดี แต่การขับขี่อย่างระมัดระวัง และการมีรถที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุได้ดีกว่า และถ้าอยากได้รถสวย ๆ คุณภาพดี ๆ ก็สามารถมาหาใน Kaidee Auto ได้เช่นกัน
อ่านบทความ เทคนิคยานยนต์ อื่น ๆ
Nov 26, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
‘จุดหมายปลายทางไม่สำคัญเท่าเรื่องราวระหว่างทาง’ คงเป็นคำพูดที่มีคนมากมายยอมรับ เพราะการสัมผัสบรรยากาศรอบข้างพร้อมกับเพื่อนร่วมทางของคุณก็ทำให้คุณมีความสุขได้แล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางการขับรถท่องเที่ยว 5 เส้นทาง ในประเทศไทยที่คุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน
กรุงเทพฯ-นครปฐม-ราชบุรี
ถ้าไม่อยากลางาน หยุดเสาร์-อาทิตย์ ภาคกลางมีสถานที่มากมายให้ได้ขับรถท่องเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพเช่นกัน
วันที่ 1 จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าไปยัง ตลาดน้ำดอนหวาย เดินเล่นซื้อของ แล้วสักการะหลวงพ่อที่ วัดไร่ขิง และ พระปฐมเจดีย์ ในนครปฐม แล้วเดินทางไปราชบุรี แวะเที่ยวที่ พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ ซึมซับวัฒนธรรมไทย แล้วขับรถไปยังอำเภอสวนผึ้งเพื่อเข้าที่พัก
วันที่ 2 ตอนเช้าขึ้น เขากระโจม เพื่อชมทะเลหมอกอันสวยงาม แล้วกลับลงมาไป น้ำตกเก้าโจน เพื่อเล่นน้ำ แล้วไปแช่น้ำแร่ที่ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ก่อนกลับกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ระยอง-จันทบุรี-ตราด
ภาคตะวันออก ศูนย์รวมธรรมชาติอย่างทะเล น้ำตก และภูเขาไว้ในที่เดียว มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และร้านอาหารมากมาย
วันที่ 1 ขับรถจากกรุงเทพมหานคร เข้ามาที่ จังหวัดระยอง เดินทางข้ามไปยัง เกาะเสม็ด สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดระยอง นอนพักที่นั่น 1 คืน
วันที่ 2 ท่องเที่ยวในเกาะเสม็ดแล้วจึงกลับมาที่ฝั่ง มุ่งหน้าไป สวนสน ชายหาดสีขาวสวยงามที่อยู่ห่างจากตัวเมืองระยอง 29 กิโลเมตร และ ชายหาดแหลมแม่พิมพ์ เข้าที่พัก
วันที่ 3 เดินทางไปจังหวัดตราด แวะเที่ยวอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง ระหว่างทางแล้วขึ้นเรือข้ามไป เกาะช้าง นอนค้างบนเกาะ 1 คืน
วันที่ 4 กลับมาที่ฝั่ง ไปเที่ยวหาดบานชื่น แล้วไปที่ ตลาดนัดในบ้านหาดเล็ก ซื้อของฝาก จึงเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ขอนแก่น – กาฬสินธ์ุ
ตามรอยประวัติศาสตร์ของไดโนเสาร์ในภาคอีสานกับ ศูนย์การเรียนรู้ไดโนเสาร์ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ
วันที่ 1 จากจังหวัดขอนแก่น มุ่งหน้าไปสักการะ พระธาตุขามแก่น ซึ่งเป็นพระธาตุคู่เมืองจังหวัดขอนแก่น ชมวิว ณ เขื่อนอุบลรัตน์ ลัดเลาะริมเขื่อนไปศึกษาประวัติศาสตร์ไดโนเสาร์ที่ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จึงเดินทางไป บึงแก่นนคร ในตัวเมืองขอนแก่นเพื่อชมวิว และเข้าที่พัก
วันที่ 2 เดินทางออกจากขอนแก่น ผ่าน เขื่อนลำปาว สวนไดโนเสาร์ และ พิพิธภัณฑ์สิรินธร หลังจากนั้นไปซื้อผ้าไหมที่ บ้านโพน ก่อนเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์
วัที่ 3 เดินทางออกจากกาฬสินธุ์ ระหว่างทางแวะ ชมวิว สะพานเทพสุดา และชมศิลปะที่ MAMAFAKA Gallery ก่อนเข้าขอนแก่น
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน-แม่สะเรียง
เส้นทางยอดฮิตในภาคเหนือท่ามกลางขุนเขาอันสวยงาม บนถนนคดเคี้ยวนับพันโค้งใกล้ชายแดนไทย ให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ
วันที่ 1 เริ่มต้นการเดินทางที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยัง อำเภอปาย โดยมีการแวะไหว้พระที่ วัดป่าดาราภิรมย์ ซึ่งเป็นอารามหลวงของจังหวัดเชียงใหม่ และแช่น้ำพุร้อนใน โป่งเดือดป่าแป๋ น้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติ นอนค้างที่อำเภอปาย
วันที่ 2 เดินทางจากอำเภอปายตอนเช้าไป ถ้ำน้ำลอด แหล่งท่องเที่ยว Unseen ของแม่ฮ่องสอน จากนั้นเดินทางไปที่ ปางอุ๋ง เพื่อไปนอนรับบรรยากาศสบาย ๆ
วันที่ 3 ออกจากปางอุ๋งเข้าไปที่ บ้านรักไทย หมู่บ้านชาวจีนยูนนาน ท่ามกลางขุนเขา พระตำหนักปางตอง ศูนย์บริการและพัฒนาตามพระราชดำริ แล้วเข้าไปพักผ่อนที่ ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
วันที่ 4 เดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปถ่ายรูปที่ จุดชมวิวผาบ่อง ที่มองเห็นภูเขารายล้อม ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อันกว้างขวาง และสำรวจ ถ้ำแก้วโกมล จึงเข้าที่พักใน แม่สะเรียง
วันที่ 5 แวะเที่ยวชมต้นไม้ที่ สวนสนบ่อแก้ว และ อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง ระหว่างทางกลับจังหวัดเชียงใหม่เป็นอันสิ้นสุด
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
หาดใหญ่ (สงขลา)-ปัตตานี-นราธิวาส
3 จังหวัดภาคใต้ ที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร และเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของทั้งศาสนาพุทธและมุสลิม
วันที่ 1 ท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ เริ่มต้นที่ วัดช้างให้ เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด เดินทางไปชม มัสยิดกรือเซะ ของศาสนาอิสลามในจังหวัดปัตตานี แล้วไหว้ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ก่อนเข้าที่พักในตัวเมืองปัตตานี
วันที่ 2 เดินทางไปหาดต่าง ๆ ในปัตตานี ได้แก่ หาดปะนาเระ และ หาดแฆแฆ ซึ่งเป็นหาดสำคัญในจังหวัดปัตตานี หลังจากนั้นไป หมู่บ้านปะเสยะวอ หมู่บ้านเรือกอและในอำเภอสายบุรี และ หาดนราทัศน์ และพักที่ตัวเมืองนราธิวาส
วันที่ 3 เริ่มจากการเดินทางไป วัดชลธาราสิงเห เพื่อชมสถาปัตยกรรมอันสวยงาม จึงมุ่งหน้าไปเยี่ยมชม พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และ ไหว้พระที่ วัดเขากง จากนั้นเดินทางกลับไปพักในอำเภอเขาใหญ่
วันที่ 4 ช้อปปิ้งท่องเที่ยวในตัวเมืองหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดกิมหยง หรือ ขึ้นกระเช้าชมวิวที่ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ยังมีเส้นทางขับรถท่องเที่ยวในประเทศไทยมากมาย เพราะเมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ใดในโลกไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ก็น่าเที่ยวเช่นกัน และก่อนที่คุณเริ่มขับรถเที่ยว มาหารถสวย ๆ ใน Kaidee Auto มีรถพาคุณไปเรียนรู้ประสบการณ์แน่นอน
Oct 2, 2020 | บทความยานยนต์
น้ำมันเครื่องมีหน้าที่หล่อลื่นการทำงานของเครื่องยนต์ให้เป็นปกติและยังช่วยรักษาชิ้นสวนภายในเครื่องยนต์ ปกติแล้วน้ำมันเครื่องจะต้องเปลี่ยนทุก 3 – 6 เดือน โดยสามารถอิงจากประเภทน้ำมันเครื่องที่ใช้
เช่น หากเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ชั้นดีมียี่ห้อก็สามารถเปลี่ยนเมื่อขับถึงระยะ 10,000 – 15,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 6 เดือน ถ้าเป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์หรือน้ำมันเครื่องแบบธรรมดาก็ควรเปลี่ยนทุก 6,000 – 8,000 กิโลเมตรหรือประมาณ 3 – 4 เดือน
แต่หากคุณเป็นคนใช้รถเป็นประจำทุกวันการเปลี่ยนทุก 3 เดือนถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด ส่วนใครที่ไม่มีเวลาไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการหรือกลัวจะถูกต้มเปลี่ยนน้ำมันเก่ามาให้ถ้าไปอู่ซ่อมรถข้างนอก แล้วอยากลองทำด้วยตัวเอง เรามีข้อมูลที่จะช่วยให้คุณลงมือทำเองได้ง่าย ๆ ตามนี้เลย !
3 อย่างที่ต้องรู้สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
รู้จักอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
อุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมีอยู่ไม่กี่อย่าง เราสามารถหาซื้อตามร้านอุปกรณ์ทั่วไปหรือบางชิ้นก็สามารถใช้สิ่งของที่มีอยู่ในบ้านมาดัดแปลงร่วมด้วยได้ จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน
ใช้เมื่อเราจะเทน้ำมันเครื่องใหม่ลงช่องเติมน้ำมันเครื่อง เพื่อความสะดวกในการเทและลดการหกกระเซ็นโดนชิ้นส่วนอื่นของเครื่องยนต์
ประแจบล็อกพร้อมลูกบล็อกเบอร์ 14
ประแจบล็อกที่เราแนะนำคือประแจบล็อกที่มาเป็นชุดจะคุ้มค่าที่สุด เพราะมีลูกบล็อกหลายเบอร์ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายอย่างมากขึ้น
แม่แรงยกรถ (มีหรือไม่มีก็ได้)
สำหรับมือใหม่บางคนที่ยังไม่แม่นเรื่องจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ใต้รถ ก็ควรมีแม่แรงยกรถสักตัว เพื่อยกรถในด้านที่เราจะก้มมุดหรือนอนราบเพื่อทำการถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าออก แต่สำหรับใครที่ชินหรือแม่นจุดต่างๆใต้รถแล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นี้
ภาชนะรองน้ำมันเครื่องเก่า
น้ำมันเครื่องเก่าที่ถ่ายออกมาคือของเสียอันตรายอย่างหนึ่ง จึงควรเก็บรองน้ำมันเครื่องใส่ภาชนะไว้ก่อนน้ำไปขายหรือทิ้ง เช่นแกลลอนน้ำมันอันเก่า เป็นต้น
น้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถของเรา
อย่างที่รู้กันว่าน้ำมันเครื่องมีความสำคัญกับการทำงานของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก เราจึงควรเลือกน้ำมันเครื่องที่ดีที่สุดและเหมาะกับเครื่องยนต์ของเราที่สุด
ไส้กรองน้ำมันเครื่องชิ้นใหม่
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องถือเป็นโอกาสเหมาะที่จะเปลี่ยนไส้กรองชิ้นใหม่ด้วย ซึ่งสิ่งสำคัญคือเราต้องเลือกใช้ไส้กรองแท้ที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการกรองสิ่งสกปรกที่ดีที่สุด
รู้จักขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
ไม่ว่าจะส่งรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถต่างๆ ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นหากเราอยากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองละก็ มาเรียนรู้ขั้นตอนง่ายๆให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยลงมือทำกันนะ
จอดรถในพื้นที่โล่งแนวราบเพื่อความสะดวกต่อการก้มหรือนอนราบเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเก่า ที่สำคัญอย่าลืมติดเบรกมือไว้ เปิดกระโปรงหน้ารถแล้วเปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องค้างไว้ สำหรับใครที่เปลี่ยนเองเป็นครั้งแรกหรือยังไม่ชิน แนะนำให้ใช้แม่แรงยกรถด้านที่สะดวกต่อการก้มหรือนอนราบเพื่อหาจุดถ่ายน้ำมันเครื่อง จอดรอประมาณ 5 – 10 นาที จนกว่าอุณหภูมิเครื่องเริ่มเย็น นำหนังสือพิมพ์หรือผ้าที่ไม่ใช้แล้ววางรองไว้ใต้ท้องรถ มองหาตำแหน่งของรูถ่ายน้ำมันที่ติดกับอ่างน้ำมันเครื่องใต้รถ แล้วนำภาชนะสำหรับรองน้ำมันเก่าไว้ด้านล่างก่อน ใช้ประแจค่อย ๆ หมุนน็อตที่ปิดรูถ่ายน้ำมันออกและรอให้น้ำมันเครื่องเก่าภายในไหลออกมาให้มากที่สุด (ไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ข้ามคืน รอประมาณสิบนาทีหรือจนกว่าน้ำมันที่ไหลออกมาจะเหลือเพียงแค่หยดเล็กน้อย) เมื่อสังเกตว่าน้ำมันเครื่องเก่าออกมาหมดแล้ว จากนั้นขันน็อตรูถ่ายน้ำมันปิดกลับแบบเดิม โดยส่วนมากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกครั้ง เรามักจะเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องไปด้วยเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะเติมน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไป สามารถใช้ช่วงนี้เปลี่ยนไส้กรองใหม่ได้ โดยการใช้เครื่องมือถอดกรองถอดไส้กรองน้ำมันเครื่องที่อยู่ใต้รถด้านหน้าหรือบางรุ่นก็สามารถถอดจากด้านบนได้ แกะพลาสติกไส้กรองน้ำมันเครื่องชิ้นใหม่ออก แล้วใช้น้ำมันเครื่องทาบางๆด้านบนที่จะนำไปเชื่อมกับเครื่องยนต์ให้ทั่ว ติดไส้กรองชิ้นใหม่กลับไปให้แน่นพอดีด้วยเครื่องมือถอดกรอง จากนั้นนำกรวยมาวางในช่องเติมน้ำมันเครื่อง แล้วเทน้ำมันเครื่องใหม่เข้าไปตามจำนวนลิตรของขนาดถังในแต่ละรุ่น ปิดฝาช่องเติมน้ำมันครื่องแล้วรอประมาณ 5 นาที ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมา แล้วเช็คระดับน้ำมันว่าอยู่ระหว่างขีด F และ L หรือไม่หากอยู่ในระดับนี้ก็สามารถปิดช่องเติมน้ำมันเครื่องและปิดฝากระโปรงรถ เป็นอันเสร็จสิ้นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเอง
ขั้นตอนเช็คน้ำมันเครื่อง
การเช็คน้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่เราควรทำ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงในช่วงระหว่างการใช้งานรถยนต์ วันไหนหากมีเวลามากหน่อยก็เช็คสักนิด ถือเป็นการรักษาเครื่องยนต์เราไปในตัวด้วย
สตาร์ทรถไว้สักครู่เพื่อเป็นการอุ่นน้ำมันเครื่องให้มีการหล่อลื่นและทำให้น้ำมันไม่เหนียวข้นจนเกินไป สตาร์ททิ้งไว้ไม่นานก็ดับเครื่องยนต์และรอสักพักให้อุณหภูมิในเครื่องเย็นลงเพื่อลดอันตรายจากความร้อนของชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา แล้วทำการเช็ดก้านที่เลอะน้ำมันออกก่อนจากนั้นสอดก้านวัดน้ำมันกลับเข้าไปอีกครั้งแล้วดึงออกมา สังเกตระดับน้ำมันเครื่องที่อยู่ตรงก้าน ระดับที่เหมาะสมคือต้องอยู่ระหว่างขีด L และ F ถ้าต่ำกว่าขีด L ให้ค่อย ๆ เติมน้ำมันเครื่องชนิดเดียวกันเข้าไปทีละน้อย แล้วจึงวัดใหม่อีกครั้ง หากสีของน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านนั้นเป็นสีดำเข้มต่างจากตอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ๆนั่นแสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้ว
สรุป
ปกติแล้วเมื่อเราพูดถึงการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องส่งรถเข้าศูนย์เข้าอู่เพียงอย่างเดียว แต่ตามจริงแล้ววิธีเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นแสนง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่สิ่งที่เราต้องควรระวังก็มีหลายจุด เช่น ความร้อนจากตัวเครื่องยนต์อาจทำให้มือหรือแขนเราพองได้ถ้าไปสัมผัสโดน ต้องจอดรอให้เครื่องคลายความร้อนออกก่อน เป็นต้น
เพราะฉะนั้นหากจะลงมือทำเองควรทำความเข้าใจวิธีทำให้ดีและรู้จักจุดต่างๆของรถยนต์เสียก่อน ซึ่งหากคุณสามารถทำได้สำเร็จ การดูแลรถยนต์สุดรักของคุณก็ถือเป็นเรื่องง่าย และรถที่ถูกดูแลมาอย่างดีทั้งภายนอกและภายในตัวเครื่องยนต์ก็จะช่วยให้ได้ราคาที่ดียิ่งขึ้นในเวลาส่งต่อเป็นรถมือสอง
หากกำลังหาที่ลงขายรถของคุณอยู่ล่ะก็ ที่ RodKaidee ของเรามีหมวดรถยนต์โดยเฉพาะ ที่ให้ความสะดวกทั้งผู้ซื้อและผู้ส่งต่อ ลองคลิ้กเข้ามาชมดูก่อนเลย !