มาต่อกันที่ Ora Good Cat แบรนด์ในเครือของ Great Wall Motor น้องใหม่ล่าตลาดรถยนต์เมืองไทย เสียงตอบรับค่อนข้างดี สำหรับแบรนด์รถที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา
Ora Good Cat มาพร้อมดีไซน์ภายนอกไม่เหมือนใคร ชนิดที่ต้องบอกว่า… กล้ามาก ! และกระชากใจวัยรุ่นไทยได้สำเร็จ นับเป็นรถเก๋งตัวถังแฮชแบค 5 ประตู แพลตฟอร์มแบบ Modular มีรูปทรงโค้งมนรอบคัน ดีไซน์ร่วมสมัย บางคนให้ฉายา Ora Good Cat “เจ้าเหมียวไฟฟ้า”
ด้วยความที่แบตเตอรี่มีให้เลือกถึง 2 ขนาด ทำให้ Ora Good Cat สามารถแตกไลน์รุ่นย่อยตามความจุของแบตเตอรี่ มากถึง 3 รุ่น
รุ่น Tech วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ
รุ่น Pro วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ
รุ่น Ultra วิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ
Ora Good Cat มือสอง เหมาะกับใคร
Ora Good Cat กลุ่มลูกค้ามุ่งหวังชัดเจนมาก คือ วัยรุ่น และ First Jobber ที่มีกำลังซื้อพอประมาณ ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่โดดเด่น จึงเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมาสะท้อนบุคคลิกความทันสมัยให้กับตนเอง
Ora Good Cat เพิ่งเปิดตัวจำหน่ายในปี 2021 สนนราคาไม่ถูก แต่การันตีถูกกว่าป้ายแดงแน่นอน Ora Good Cat มือสอง เริ่มต้น 769,000 บาท* ผ่อน 84 งวด* เริ่ม 9,389 บาท/เดือน* ราคาถูกกว่าป้ายแดง แต่ได้รถในรุ่นปีเดียวกัน เปรียบเทียบแล้วค่าเสื่อมน้อยกว่าเห็น ๆ สนใจ Ora Good Cat มือสอง คลิก
Mini Cooper SE มือสอง
ขยับมาที่รถแบรนด์ยุโรป เริ่มจาก Mini Cooper SE ยนตรกรรมไฟฟ้าล้วน 100% ตัวนำร่องรุ่นแรก ๆ ที่มีขายในไทย คนซื้อ Mini ไม่ได้แค่ซื้อรถ แต่คว้า Identity บางอย่างของรถมาใส่ไว้ในตัวเอง ซึ่งรถยนต์ของ Mini เด่นในเรื่องนี้มาตลอด
Mini Cooper SE ใช้ตัวถัง Hatch แบบ 3 ประตู (3 Doors Hatch) ดีไซน์จัดเป็น “รถมินิที่หล่อ” และทันสมัย กระจังหน้าแบบเรียบ ไม่มีช่องรับลมอีกต่อไป เพราะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์จึงไม่ต้องระบายความร้อน ตัวถังโค้งมนแต่มีหลังคาที่ตัดตรง พร้อมสัญลักษณ์ Mini Electric ปรากฎอยู่ในส่วนต่าง ๆ
ห้องห้องโดยสารทันสมัย เรือนไมล์ดิจิทัลดีไซน์ใหม่ กลางคอนโซลมีแผงควบคุมทรงกลมตามสไตล์มินิ มาพร้อมระบบสัมผัสและรองรับการเชื่อต่อ Mini Connected
ขุมพลังของ Mini Cooper SE อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 32.6 kWh พละกำลัง 184 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 217 กม./ชาร์จ ใช่แล้ว… มันวิ่งได้ไม่เยอะ !
Mini Cooper SE เหมาะกับใคร
Mini Cooper SE เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้รถในเมืองเป็นหลัก เพราะแบตเตอรีลูกเล็กมาก วิ่งได้น้อย ต้องชาร์จไฟทุกวัน แต่เจ้า Mini Cooper SE เป็นรถที่ขับสนุก อัตราเร่งแรงทันใจ คันเร่งตอบสนองไวมาก เหมือนกับการได้ขับรถโกคาร์ทแรง ๆ คันนึงเลยทีเดียว
Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้น
สำหรับ Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้นที่ 1,850,000 บาท* ถูกจากป้ายแดงเกือบ 5 แสนบาท จัดไฟแนนซ์เต็ม ผ่อน 84 งวด* เริ่มต้น 22,588 บาท/เดือน* สนใจ Mini Cooper SE มือสอง คลิก
Tesla Model 3
มาถึงรถที่เป็นกระแสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยังไม่เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย จนวันนี้มีให้จองออนไลน์และเปิดตัวอย่าเป็นทางการแล้ว สำหรับ Tesla รุ่น Model 3
ความจริง Tesla ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าแรกของโลก แต่ทว่า Tesla เนี่ยแหละ เป็นบริษัทที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแจ้งเกิดและโด่งดัง ! ต้องยกเครดิตให้กับค่ายนี้
Tesla Model 3 รูปลักษณ์ภายนอกทันสมัย ฉีกแนวการออกแบบอย่างเห็นได้ชัด ตัวถังโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงมีแรงต้านลมที่น้อยมาก ห้องโดยสารล้ำสมัย มีจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลเป็นจุดเด่นและสะดุดตา ทุกอย่างควบคุมผ่านจอทัชสกรีนและสมาร์ทโฟน นำขบวนความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ด้านพลังการขับขี่ Tesla มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย รุ่นเริ่มต้น Single Motor RWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 57.5 kWh เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 559 กม./ชาร์จ
Tesla อีก 2 รุ่น คือ Long Range AWD และ Performance AWD ทั้งคู่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ มีแบตเตอรีความจุ 75.0 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 261 กม./ชม. วิ่งสูงสุดได้ระยะทาง 681 กม./ชาร์จ
Tesla Model 3 เหมาะกับใคร
Model 3 เป็นรถซีดานตัวถัง 4 ประตู ถ้าไม่ติดเรื่องราคา ก็เป็นรถไฟฟ้าที่เหมาะกับทุกคน นับเป็นยนตรกรรม EV ยุคใหม่ ซึ่งถูกยกให้เป็นมาตรฐานอย่างแท้จริง สมรรรถนะดี วิ่งได้ไกล และทำความเร็วได้สูง ครบครันเกือบทุกอย่าง ดีสำหรับคนที่เลือกแล้วว่าจะใช้รถไฟฟ้าแบบยาว ๆ ไปเลย
Tesla Model 3 ราคาเริ่มต้น
มาดูกันที่ราคาของ Tesla Model 3 มือสอง เริ่มต้น 1,950,000 บาท* จัดไฟแนนซ์แบบผ่อนยาว 84 งวด* ผ่อนรถเดือนละ 23,809 บาท/เดือน* เรทนี้จัดว่าไม่แพง ถ้าคุณได้เป็นเจ้าของ สนใจ Tesla Model 3 มือสอง คลิก
รถคลาสสิกในตำนานก้าวเข้าสู่ยุคแห่งอนาคตจนกลายมาเป็น MINI Cooper SE รถยนต์ ไฟฟ้า 100% มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นรถ 3 ประตูที่มีความคลาสสิกตามสไตล์มินิแต่หัวใจประหยัดรักษ์โลก สำหรับ MINI Cooper SE รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ตัวแบตเตอรี่ได้ถูกพัฒนาจนมาเป็นรุ่นล่าสุดโดย BMW Group ที่มีลักษณะคล้ายตัว T และ ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของช่วงล่าง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้มีพื้นที่เก็บสัมภาระมากกว่าค่ายอื่นๆ
โดยรวมของเจ้ารถ MINI Cooper SE คันนี้น่าสนใจมากเพราะราคาไม่สูงเท่าที่คิด ถ้าแลกกับการที่ได้รถยนต์ไฟฟ้า EV มีมาตรฐานพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์อย่าง MINI Cooper มาไว้ขับขี่
Volvo XC40 Recharge Pure Electric
สำหรับใครที่เป็นสายครอบครัวหรือชอบรถแนว Crossover SUV แต่ใจรักษ์โลกและต้องการความประหยัด ทางแบรนด์แกร่งอย่าง Volvo ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เปิดตัว รถยนต์ ไฟฟ้า EV ที่มาในรูปแบบ Crossover SUV ขนาดคอมแพคไม่ใหญ่โตเทอะทะมากเกินไป ใน Motor Show 2021 ที่ผ่านมา
แน่นอน! ว่าแบรนด์ Volvo มีชื่อเสียงเรื่องของสมรรถนะที่ทนทานและมีพลัง เรามาดูกันว่าพอมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว Volvo XC40 Recharge Pure Electric คันนี้จะมีสมรรถนะอย่างไรพร้อมกับราคาที่เปิดตัวในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย
ปิดท้ายด้วยรที่มีเอกลักษณ์หน้าตาแห่งอนาคตอย่างโดดเด่นที่บ่งบอกความเป็น รถยนต์ ไฟฟ้า ได้อย่างชัดเจนด้วยดีไซน์กระจังหน้าแบบไม่มีช่องลม เจ้า Hyundai Kona Electric คันนี้เป็นรถไฟฟ้า Sport SUV ที่สเปคน่าสนใจและราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท !
Apple Inc ได้ประกาศเริ่มโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติไปเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวภายในปี 2024 ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ Apple ได้ประกาศแผนการดังกล่าวไป ก็ได้เงียบหาย ซุ่มพัฒนาสร้างรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ให้ปาก ไม่ให้เสียงแก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด เรียกได้ว่าทำเอาแฟนๆ กังวลว่าเราจะได้เห็นสุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ ฝีมือบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำที่เราไว้วางใจอย่าง Apple ในเร็ววันจริงๆ หรือเปล่า
เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Apple ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังอีกเช่นเคย Apple ประกาศจ้าง ‘Doug Field’ ซึ่งเขาเป็นอดีตพนักงานของ Apple ที่หันไปทำงานให้กับบริษัท Tesla เป็นเวลานานถึง 5 ปี โดย Apple ได้มอบหมายให้ Doug Field รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินแผนการนี้ต่อไป และหลังจากนั้น โปรเจคต์พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ Apple ก็มีความคืบหน้าขึ้นมาก
จุดประสงค์หลักของ Apple คือการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถขับเคลื่อนได้อัตโนมัติ และที่สำคัญรถยนต์คันนี้จะต้องมีกลุ่มเป้าหมายเป็นตลาดมวลชน (Mass Market) หรือกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากบ้านยักษ์ใหญ่ อย่าง Tesla ที่เน้นตอบสนองตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
นอกจากนี้ Apple ยังยืนยัน นอนยันอีกว่า รถยนต์ไฟฟ้าตัวนี้จะมีแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่ทำให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น และยังช่วยประหยัดต้นทุน ได้ดีด้วย
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทันทีที่ Apple ประกาศแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า สื่อหลายฝ่ายต่างเริ่มเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติของ Apple และ Tesla กันมากมาย ข้อเปรียบเทียบจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย
1. ความสามารถทางดีไซน์
ขอบคุณรูปจาก Medium.com
เรื่องของดีไซน์ต้องยอมรับเลยว่า Apple นั้นชนะขาดลอย เมื่อเทียบกับดีไซน์ของ Tesla ที่มักจะโดนแฟนๆ ตั้งคำถามอยู่เสมอ และที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็เห็นจะเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Tesla “Cybertruck” รถกระบะไฟฟ้า ที่มีดีไซน์เหมือนรถถังล้ำยุค ไม่เหมือนใคร และก็ไม่แน่ใจด้วยว่าจะมีใครอยากเหมือนด้วยหรือเปล่า
ซึ่งนี่ก็แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั้งหลายจาก Apple อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ว่า Apple จะออกอะไรมา ก็เป็นที่ชื่นชมไปซะหมด แม้ว่าดีไซน์ของ Apple จะเรียบง่าย แต่ก็โดดเด่นท่ามกลางคู่แข่ง
Apple มุ่งเน้นการออกแบบ แบบ Minor Change นั่นก็คือการออกแบบเพียงแค่ให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ดูดีมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่การออกแบบ แบบถอนรากถอนโคน ซึ่งนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Apple ถึงมีแบรนด์ Identity ที่ชัดเจน
Tesla ในปีที่ผ่านมาได้ มีเงินทุนที่มากขึ้นอย่างน่าทึ่ง ถึงขั้นมีมูลค่าหุ้นมากถึง 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ Apple แล้ว ต้องยอมรับเลยว่า Apple เขามีเงินหมุนเวียนบริษัทที่มากกว่า Tesla อยู่มาก
ถึงแม้ว่าเงินจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ แต่อย่าลืมนะคะ ว่าฝีมือและความสามารถของคนทำธุรกิจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แน่นอนว่าเรื่องของยานยนต์ Apple ยังมีพนักงานที่เชี่ยวชาญไม่เท่า Tesla ดังนั้นถ้า Apple อยากเพิ่มความน่าเชื่อถือในส่วนนี้ Apple จำเป็นต้องจ้าง วิศวกรเครื่องยนต์ อีกมาก เพื่อมาสู้กับ Tesla ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะมานานถึง 17 ปี
ท้ายที่สุด Apple ต้องเข้าใจก่อนว่า นี่คือการผลิตรถยนต์ ไม่ใช่การผลิตมือถือ หรือไอแพดอย่างเคย ความปลอดภัยนั้น การันตีชีวิตคน ไม่ใช่แค่ ความปลอดภัยเพียงแค่ในโลกไซเบอร์
ฉลาดทำธุรกิจแบบ Apple แน่นอนว่าไม่มีทางปล่อยโอกาสทำเงินนี้ให้หลุดมือไป ล่าสุด Apple ได้เปิดเผยแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับขึ้น แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้ยังเรายังไม่เห็นปลายทางความสำเร็จของ Apple คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเราจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Apple ตามท้องถนนได้เมื่อไร
แต่ระหว่างที่เรารอกัน Kaidee แนะนำให้เพื่อนๆ ลองเข้ามาเช็ครถยนต์มือสองในเว็บไซต์ของเราก่อนได้นะคะ แม้ว่าอาจจะไม่ล้ำมากมายเท่า Apple แต่รับรองว่า ช่วยเพื่อนๆ ประหยัดงบ ชนะ Apple แน่นอน
รู้หรือไม่ ? รุ่นรถของ Tesla เมื่อนำตัวสะกดมารวมกันจะเป็นคำว่า S-E-X-Y (S3XY)
S = Model S
E = Model 3
X = Model X
Y = Model Y
1. บริษัทในฝันของคนทำงาน
ไม่แปลกใจถ้า Tesla จะเป็นหนึ่งบริษัทในอุดมคติสำหรับเหล่าคนทำงาน เนื่องจากบริษัทแห่งนี้มีทั้งความหลากหลาย มีไอเดียใหม่ ๆ มากมายให้ลองทำ รวมไปถึงมีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมนวัตกรรมต่าง ๆ มากมาย
นอกจากนี้ Tesla ยังได้รับเลือกให้อยู่ในรายการ ‘America’s Best Employer 2019’ ของ Forbes อีกด้วย
2. บริษัทชั้นนำด้านยานยนต์
แม้จะมีปัญหาและข่าวคราวเชิงลบเข้ามาให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง แต่ยอดขายของ Tesla กลับสวนทาง และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ Tesla จึงกลายเป็นบริษัทยานยนต์ชั้นนำอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ครองสามอันดับแรกในแง่ของการขับขี่ ยกตัวอย่างเช่น Tesla รุ่น Model S ขับขี่ได้ไกลได้ไกลถึง 600 กิโลเมตรด้วยการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งเลยทีเดียว ในขณะที่แบรนด์เพื่อนบ้านอย่าง Opel Ampera สามารถขับขี่ได้ราวๆ 520 กิโลเมตร
4. อุ่นใจ ปลอดภัยแน่นอน
Tesla ได้เปิดตัวโครงการประกันภัยที่ครอบคลุมด้านต่างๆ ร่วมกับบริษัทประกันภัย Liberty Mutual ภายใต้ชื่อ InsureMyTesla
5. บริษัทแห่งนวัตกรรม
ด้วยความที่ Tesla เป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมสูงมาก เห็นได้จาากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกกึ่งไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของโลก รวมถึงรถสปอร์ตรุ่นใหม่ ๆ ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นและคาดหวังว่า Tesla จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันและทำกำไรได้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพวกเขาทำได้ จะนำไปสู่ผลกำไรอย่างมหาศาลแน่นอน