Honda City 2021 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมโดนใจคนเมือง

Honda City 2021 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมโดนใจคนเมือง

หลังจากฮอนด้าได้เปิดตัว Honda City 2021 โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมที่ถูกใจวัยรุ่น และ คนเมืองหลายๆ คน เราได้รวบรวม Honda City 2021 พร้อมสเปคและราคาของแต่ละรุ่นที่วางขายในประเทศไทยแบบครบจบในที่เดียว

ก่อนจะมาเป็น Honda City 2021 ที่เพิ่งเปิดตัวไปและเป็นที่นิยมอย่างทุกวันนี้ แท้จริงแล้วหลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Honda City เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในเอเชียและโอเชียเนีย โดยเฉพาะในประเทศไทย เพราะ Honda City เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ยึดตลาดประเทศไทยเป็นพื้นฐานแนวทางการผลิต และยังมีโรงงานผลิตอะไหล่ในไทยที่มีคุณภาพและส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย 

ฮอนด้าได้พัฒนารถรุ่นนี้ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ทางฮอนด้าได้พลิกโฉมและพัฒนา มาถึง generation ที่ 5 

ด้วยดีไซน์ใหม่ และ เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานแบบครบๆ ที่สำคัญฮอนด้ายังมีการเปลี่ยนหัวใจหรือเครื่องยนต์ใหม่อีกด้วย หลังจากเปิดตัว Honda City 2020 โฉมซีดาน 4 ประตู ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากด้วยยอดจองกว่าหลายหมื่นคันภายใน 1 ปี   

สะท้อนให้เห็นว่าฮอนด้าได้ให้ความสำคัญกับรถรุ่น Honda City มากไม่แพ้กับรถรุ่นอื่นๆ ในแบรนด์ตัวเอง และมุ่งพัฒนาต่อ เพื่อจะมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงแบบที่ลูกค้าคาดเดาไม่ถึง ตรงตามคอนเซ็ปต์ในการพัฒนารถของฮอนด้า “Future is Now” 

The City Series

ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น Generation ที่ 5 หรือ โฉมปัจจุบัน

ถึง Honda City จะไม่ใช่รถซิ่งที่มีสตอรี่มากมายอย่าง Honda Civic ก็ตาม แต่ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้เรื่องราวของเจ้ารถรุ่น Honda City ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน 

ถ้าให้พูดถึงจุดกำเนิดของรถยนต์รุ่น Honda City ของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ แบบแท้จริง หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดว่ารถ Honda City ถูกสร้างครั้งแรกในปี 1996 แต่ที่จริงแล้ว Honda City เริ่มต้นผลิตในปี 1980 ภายใต้คอนเซ็ปต์การรวมทุกอย่างไว้ในรถคันเดียว เช่น สมรรถนะขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และ ดีไซน์ที่เอาใจวัยรุ่น

แปลกแต่จริง! Honda City ที่วิ่งตามถนนในปัจจุบัน คนรักรถหรือนักซิ่งสายฮอนด้าก็จะรู้กันดีว่า Honda City เป็นรถประเภท “บี เซกเมนท์” แต่จุดกำเนิดการพัฒนาของซิตี้คาร์คันนี้เริ่มต้นมาจากโครงสร้างของรถประเภท “เอ เซกเมนท์” มาก่อน

Honda City โมเดลตัวแรกของโลก มาในรูปแบบรถ Sub-Compact Hatchback ที่มี 3 ประตู รูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม มีหลังคาที่สูงเป็นพิเศษ ภายในรถกว้างและปลอดโปร่งผิดกับขนาดของรถที่เล็กน่ารัก งานออกแบบของรถคันนี้ถือว่าล้ำสมัยมากในยุคนั้น

ด้วยรูปทรง และ ลักษณะของรถ Honda City โมเดลแรกที่มีขนาดเล็กน่ารัก 3 ประตูหลังคาสูงในยุคนั้น ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และ อาจจะไม่ถูกใจผู้ใหญ่ใช้รถหลายๆ คน ทำให้ทีมออกแบบเจองานหนักในช่วงแรก แต่ด้วยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะผลิตรถยนต์รุ่นที่สามารถกระตุ้นความต้องการแนวใหม่ในตลาดได้ และ หวังให้ Honda City เป็นรถยนต์ที่วัยรุ่นต้องตาต้องใจ 

ทำให้ทีมออกแบบของ ฮอนด้า มอเตอร์ ตัดสินใจออกเดินทางไปหาไอเดียใหม่ที่นอกกรอบมากขึ้น โดยการบินไปฝั่งยุโรปเป็นเวลา 3 อาทิตย์ จนได้เห็นและรับไอเดียจากรถครอบครัวสัญชาติอังกฤษ อย่าง Morris Minor หรือ Mini Cooper ที่มีรูปลักษณ์คล้ายรถคู่ใจของ “มิสเตอร์ บีน” 

เจ้า Honda City โมเดลแรก ได้กระแสตอบรับที่ดีพอสมควรทำให้มีการผลิตรุ่นเปิดประทุน (convertible) และ รุ่นสปอร์ต จนเจ้า Honda City โมเดลแรกนี้สามารถตีตลาดฝั่งยุโรปได้และมียอดการส่งออกไปที่ประเทศออสเตรเลียเป็นจำนวนมาก

หลังจากที่มีออเดอร์ส่งออกไปยังยุโรป ฮอนด้า มอเตอร์ ได้มีการพัฒนาให้รถรุ่นนี้ให้กว้างกว่าเดิมและน้ำหนักของรถที่เบาลง มาพร้อมกับเครื่องยนต์รหัส D ขนาด 1.2 ลิตร และ 1.3 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด 

Honda City โมเดลนี้ หรือ ที่เขาเรียกกันว่า Honda City Model Fit ถือว่าเป็นรุ่นที่ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไรทำให้ทาง บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ตัดสินใจหยุดการผลิตรถรุ่นนี้ในปี 1993 ก่อนที่ ฮอนด้า จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายและตลาดของรถรุ่นนี้ใหม่จากยุโรป มาเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน

สายฮอนด้าต้องรู้! ถึง Honda City Fit จะถูกยกเลิกการผลิต แต่ทาง ฮอนด้า ก็ไม่ปล่อย Honda City Fit คันนี้ไปง่ายๆ ด้วยการนำไปปรับปรุงต่อยอดให้เป็นรถยนต์แฮชแบคขนาดเล็กและเป็นจุดเริ่มต้นของรถ Honda Jazz ที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

หลังจากที่ ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายลูกค้าโดยการมุ่งที่จะผลิตรถรุ่นนี้ให้ตอบโจทย์คนเอเชีย จึงได้กลับมาผลิตรถยนต์รุ่น Honda City อีกครั้งหลังจากหยุดการผลิตรถรุ่นนี้ไป 2 ปี ทำให้เกิด Honda City 1st Generation เป็นโฉมแรกที่ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยทำให้คนไทยรู้จักและได้สัมผัสรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรก

 Honda City 1st Generation เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนโฉมให้มาเป็นรูปแบบรถซีดาน 4 ประตู และ รูปทรงที่ดูสปอร์ตมีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น พร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ D15B VTEC ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และ ได้กลับมาเฉิดฉายในตลาดรถยนต์อีกครั้ง

จากกระแสของ Honda City 1st Generation ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ทาง ฮอนด้า มอเตอร์ ได้เปิดตัว Honda City ZX หรือ Honda City 2nd Generation ที่มีการ minor change ปรับโฉมเล็กน้อยให้ทันสมัยขึ้น พร้อมกับระบบเกียร์ CVT 7 สปีดแบบใหม่ 

แต่ในตอนนั้น Honda City ตีคู่มากับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota Vios แต่ก็ถือว่า ฮอนด้า แพ้ไปในไฟท์นั้น ด้วยที่ในยุคนั้น Toyota Vios มีคุณสมบัติที่ครบเครื่องกว่า

เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้! ทาง ฮอนด้า เลยแก้เกมโดยการเปิดตัวเจ้า Honda City 3rd Generation ด้วยการเปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าตา หรือ ที่เรียกกันว่า Facelift ให้มีความโฉบเฉี่ยวและสะดุดตามากยิ่งขึ้น พร้อมกับสมรรถนะที่แรงขึ้นด้วยเครื่องยนต์ L15A VTEC ที่แรงม้าสูงสุดถึง 120 แรงม้า ด้วยการขับขี่ที่ดีขึ้นและรูปลักษณ์ที่สวยงามทำให้ Honda City รุ่นนี้โดดเด่นเป็นอย่างมาก และ ถือว่าเป็นการแก้แค้นคู่แข่งอย่าง Toyata Vios

Honda City เริ่มเป็นที่รู้จักและกระจายสู่ตลาดโลกมากขึ้น เมื่อเข้าสู่ Generation ที่ 4 หรือ Honda City GM6  

ที่ถูกเปิดตัวในประเทศอินเดียปี 2013 และ ประเทศไทยปี 2014 โดยการดึงจุดเด่นจากรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่าง Honda City 3rd Generation มาพัฒนาต่อให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และ มีการปรับเปลี่ยนเส้นสายของรถให้ดุดันและดูสปอร์ตมากขึ้น ทำให้ Honda City โฉมนี้เวลาผ่านไปมองยังไงก็ไม่ตกเทรน

Honda City 2021

Honda City 5th Generation ได้พัฒนาและปฏิวัติวงการ Eco Car ด้วยการผสมผสานระหว่างรถประเภท B-Segment และ Eco Car เข้าด้วยกันเป็นครั้งแรกในตระกูลรถ Honda City ที่มาในรูปแบบของรถซีดาน 4 ประตู พร้อมการปรับเปลี่ยน รายละเอียด และ สเปค ของรถครั้งยิ่งใหญ่  

เพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่และประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น  ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร VTEC TURBO ที่พร้อม Turbocharger และ ระบบเกียร์แบบ CVT สำหรับ Honda City 2020 มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ S, V, SV และ ตัวท็อปอย่าง RS 

หลังจากรถรุ่น Honda City 5th Generation เป็นที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย และ หลายประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้เป็นอย่างดี บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จึงได้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อเพิ่มศักยภาพวิถีชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น และ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ในรถ Honda City 2021

ในวันนี้เราจะมาแนะนำ Honda City 2021 รุ่นใหม่ที่พัฒนาและต่อยอดมาจาก Honda City 2020 ที่มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Honda City Hatchback และ Honda City e:HEV

Honda City Hatchback 2021

จากเดิมใน Honda City 2020 ที่มีเพียงแต่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีไซน์ตัวถังแบบซีดานเท่านั้น ในปีนี้ทางฮอนด้ามากับคอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า “Energetic Hatchback” 

เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดตัว Honda City Hatchback โฉมใหม่ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดล้ำทำให้รถรุ่นนี้มีดีไซน์สปอร์ตมากขึ้นจากรุ่นเดิมและใช้งานได้อเนกประสงค์มากที่สุด ทำให้ Honda City Hatchback 2021 มีพื้นที่ภายในรถที่กว้างกว่าตัวซีดาน 4 ประตู โดยเฉพาะที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถ คล้ายกับรถรุ่นพี่ 5 ประตูอย่าง Civic FK 

ดีไซน์ภายนอก

ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบและดีไซน์ที่มากับคอนเซปต์ Standing on the Edge (Bold & Rush) ที่เน้นเส้นสายของรถให้มีความดุดันและเฉียบคมเพื่อความสปอร์ตที่เร้าใจมากขึ้น 

ดีไซน์ภายใน

สำหรับภายในรถยนต์ของรุ่น Hatchback ใน Honda City 2021 ยังคงคอนเซ็ปต์ “Ambitious Beauty” ที่เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลเพิ่มเติมด้วยความทันสมัย และ หรูหรา ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและอรรถรสในการขับขี่  

และ ที่สำคัญเบาะนั่งด้านหลังเป็นแบบอัลตราซีทที่สามารถปรับและพับได้เพื่อเพิ่มความจุของสัมภาระได้อย่างจัดเต็ม 

เครื่องยนต์ 

ฮอนด้ายังคงแนวคิดเดิมในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและการประหยัดน้ำมัน ทำให้ Honda City Hatchback มากับเครื่องยนต์ 

  • DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ขนาด 1.0 ลิตร พร้อมขุมพลังเทอร์โบ 
  • กำลังแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 122 แรงม้า 
  • ตอบสนองคันเร่งให้ทันใจวัยรุ่นด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร 
  • เครื่องยนต์ทำงานควบคู่กับเกียร์ CVT ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งและประหยัดน้ำมันได้ดี
  • อัตราการประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

จากเดิมที่ Honda City 2020 แบบซีดานมีให้เลือก 4 รุ่น แต่สำหรับเจ้า Honda City Hatchback ที่เป็นรุ่นใหม่ปี 2021 ได้ปรับ สเปคของรุ่น Hatchback และ ไลน์การผลิตใหม่เหลือแค่ 3 รุ่น ได้แก่ S+, SV และ RS 

Honda City e:HEV

Honda City สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์ด้วยการรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งการระบบขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยเข้าด้วยกันในรถกลุ่มซิตี้คาร์ ด้วยระบบขับเคลื่อนไฮบริด หรือ e:HEV  

และ เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ที่จะทำให้ทุกคนได้สามารถสัมผัสเทคโนโลยีอย่างเปิดกว้างที่ไม่ได้มีเพียงแค่ในรถยนต์พรีเมียมราคาสูง 


ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทางบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ได้พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และ ในปีนี้ฮอนด้า มอเตอร์ มากับ วิสัยทัศน์ 2030 ของฮอนด้า ที่จะใช้เทคโนโลยีเป็นการขับเคลื่อนไม่ใช่เพียงในเรื่องของยานยนต์ แต่รวมถึงการใช้เทคโนโลยีของรถยนต์ที่ทันสมัยในการขับเคลื่อนไปสู่สังคมปลอดมลพิษและปลอดอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นใน Honda City 2021 หรือ The City Series มีชื่อรุ่นว่า Honda City e:HEV ที่มาในรูปแบบตัวถังของ Honda City Sedan และ Hatchback

Honda City e:HEV ใหม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและมีสมรรถนะที่เร็วและแรงด้วยเครื่องยนต์

  • DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์วขนาด 1.5 ลิตร
  • พร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ด้วยมอเตอร์ไฟ้ฟ้าคู่ที่ให้การตอบสนองที่ไว
  • ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ E-CVT และ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
  • แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร
  • แรงม้าสูงสุง 109 แรงม้า
  • อัตราการประหยัดน้ำมัน 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร
  • ระบบความปลอดภัยสุดไฮเทค Honda SENSING ที่มีกล้องหน้ารถคอยตรวจจับวัตถุบนต้องถนนได้ในระยะไกลที่สามารถเตือนและช่วยเบรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดอุบัติเหตุตามท้องถนน

สรุป

จากที่เราได้กล่าวมาในตอนแรกตั้งแต่ประวัติที่แท้จริง และ การพัฒนาของรถรุ่น Honda City ที่เริ่มต้นผลิตในปี 1980 จนมาถึงปัจจุบันคงสามารถไขข้อสงสัยของหลายคนได้ไม่น้อยว่าทำไมรถยนต์รุ่น Honda City ถึงขายดีและได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก มากไปกว่านั้นยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ที่คอยพัฒนารถยนต์ให้มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่เท่าทันโลกอีกด้วย

ในส่วนของ Honda City 2021 ทั้ง 2 รุ่น ถือว่าเป็นการปฏิวัตวงการรถยนต์อีกครั้งในกลุ่มซิตี้คาร์อีกครั้งก็ได้ เพราะทั้งในเรื่องดีไซน์ของรุ่น Honda City Hatchback ที่ส่งมอบรถยนต์สุดอเนกประสงค์ และ สมรรถนะดีเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้ และ Honda City e:HEV ซึ่งเป็นรถซิตี้คาร์พร้อมพลังงานไฮบริดที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยที่จะช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยรวมแล้ว ทั้ง 2 รุ่นเป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องและล้ำสมัยมาก เราเชื่อว่ารถ Honda City 2021 สามารถตอบโจทย์สำหรับวัยรุ่นกรุงเทพฯ และ คนเมืองหลายคนที่กำลังมองหารถซิตี้คาร์คู่ใจคุณภาพดีได้อย่างแน่นอน ส่วนใครที่กำลังหารถซิตี้คาร์มาใช้สามารถดูรถมือสองสภาพดีไวใจได้ที่ Kaidee Auto เลย

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Honda ที่มีมาอย่างยาวนาน

เปิดประวัติศาสตร์แบรนด์ Honda ที่มีมาอย่างยาวนาน

เมื่อพูดถึงแบรนด์รถยนต์ในประเทศไทย แบรนด์แรก ๆ ที่ทุกคนจะคิดออกคือ แบรนด์ โตโยต้า(Toyota) หรือไม่ก็ ฮอนด้า( Honda) เจ้าตลาดรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ใหญ่ระดับโลกใช่ไหมคะ เพราะสองแบรนด์รถยนต์นี้เรียกได้ว่า อยู่คู่คนไทยมานานแสนนานจริง ๆ 

แม้จะเรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของกันและกันอย่าง Toyota และHonda แต่ถึงอย่างนั้นรถยนต์ทั้งสองแบรนด์นี้ก็ยังคงอยู่คู่กันมาได้ ด้วยยอดขายและความเชื่อมั่นในจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์ที่มีความแตกต่างกันออกไป 

หลายคนคงเคยตั้งคำถามบ้างว่า ในอดีตทำไมแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ถึงสามารถก้าวมาเป็นอันดับต้นของโลกได้ ทั้งยังสามรถครองใจตลาดไทยได้มายาวนานเหลือเกิน นั่นคือคำตอบที่คุณสามารถค้นหาได้ในบทความนี้ เราจะค้นพบประวัติของฮอนด้าไปพร้อม ๆ กันดีกว่าค่ะ

จุดกำเนิด

หากจะต้องท้าวความย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เมื่อปี ค.ศ. 1965 จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เริ่มจากการที่ได้พัฒนาจักรยานยนต์แบบติดเครื่องยนต์ ควบคู่กันไปกับการพัฒนารถยนต์ 4 ล้อที่ถูกนำไปใช้แข่งขันจริงในงานแข่งขันรถยนต์ชื่อดัง F1 ที่ประเทศฝรั่งเศส ในงานนั้นรถยนต์ของฮอนด้าได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งกรังด์ปรีซ์กลับมาด้วย 

ในปีค.ศ.1972 ภายหลังจากชัยชนะที่สร้างชื่อเสียงมากมายให้แก่แบรนด์ในครั้งก่อน คราวนี้ฮอนด้าก็กลับมาพร้อมการเปิดตัวรุ่นรถเด่นและดังที่มีชื่อถึงปัจจุบัน อย่าง Honda Civic รุ่นแรกในตำนาน ที่ใช้เครื่องยนต์ CVCC ที่มีส่วนช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าคำนึงถึงภาวะและมลพิษของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว

ถัดมาในปี ค.ศ. 1976 อีกหนึ่งรุ่นในตำนานที่อยู่เคียงคู่กับฮอนด้าอย่าง Honda Accord ก็ได้ตามรอยรุ่นพี่ อย่าง Honda Civic ออกมาอวดโฉม และออกขายทั้งในและนอกประเทศ 

ภายหลังจากปีดังกล่าว ทางบริษัท Honda ก็ได้เริ่มมีการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป และภายในเอเชียเอง ทำให้ตัวแบรนด์ Honda เริ่มมีชื่อเสียงกึกก้องไปทั่วโลก ไม่ว่าจะถามใครก็รู้จักแบรนด์นี้

เมื่อผู้ก่อตั้งอย่างคุณ โซอิจิโร่ ฮอนดะ เล็งเห็นถึงขอบข่ายและโอกาสในการพัฒนารถยนต์แบรนด์นี้ไปก้าวสู่เวทีโลกมากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่ชื่อว่า แอคิวรา (Acura) เป็นชื่อแบรนด์ทางการค้าของ Honda ที่ใช่เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และฮ่องกง เพื่อยกระดับแบรนด์ให้มีความหรูหราและขายรถยนต์หรู เทียบเท่ากับทางคู่แข่งอย่าง Lexus ของ Toyota 

ผู้ก่อตั้ง

ก่อนที่แบรนด์จะถูกก่อตั้งมา แน่นอนว่าต้องมีผู้ริเริ่มให้เกิดแบรนด์ Honda เองก็เช่นกัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งฮอนด้า มีชื่อว่า โซอิจิโร่ ฮอนดะ เกิดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1906 ในช่วงแรกโซอิจิโร่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในเมืองชิซุโอกะ ใกล้กับเมืองฮามะมัตสึ ครอบครัวของเขารับอาชีพเป็นช่างตีเหล็กและซ่อมจักรยานเก่าขาย นั้นทำให้เขาคุ้นเคยกับเครื่องยนต์ต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก 

โซอิจิโร่ที่มีความสนใจในด้านวิศวกรรมเป็นพิเศษ จึงตัดสินใจที่จะเลิกเรียนในโรงเรียน และเข้าไปหาประสบการณ์ที่กรุงโตเกียว โดยทำงานอยู่ภายในอู่ซ่อมรถยนต์ชื่อ Art Shokai(อาร์ท โชไก) ในช่วงแรกโซอิจิโร่ยังไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานซ่อมมากนัก 

จนกระทั่งปี 1923 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้ช่างซ่อมและคนในอู่กลับบ้านไปจำนวนมาก ในช่วงนั้นเองโซอิจิโร่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์อย่างเต็มที่จากนายช่างที่เหลืออยู่ภายในอู่ จนเขาได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของอู่ให้เป็นตัวแทนสาขาย่อยของ Art Shokai ในจังหวัดฮามะมัตสึ

ในปี 1936 เขาได้ก่อตั้งบริษัท Tokai Seiki(โตไก เซย์คิ) เพื่อผลิตและส่งวงแหวนลูกสูบให้แก่บริษัทโตโยต้า แต่นั้นกลับเป็นข่าวร้ายเพราะว่าวงแหวนลูกสูบได้ส่งให้ทางโตโยต้า กลับมีผ่านมาตรฐานเพียงแค่ 3 ชิ้น ทำให้โซอิจิโร่ตัดสินใจกลับไปเรียนด้านทฤษฏีที่ฮามะมัตสึ ขณะเดียวกันก็ได้เยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศญี่ปุ่นด้วย จนในที่สุดวงแหวนลูกสูบของเขาก็ได้รับการยอมรับ

ทว่าชีวิตที่กำลังไปได้ด้วยดีกลับต้องชะงัก เพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีการวางระเบิดในเมืองฮามะมัตสึ ทำให้โรงงานของโซอิจิโร่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก กระทั่งสงครามจบลง ญี่ปุ่นที่เกิดสภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก ทำให้การสัญจรในญี่ปุ่นกลับไปใช้จักรยานซะส่วนใหญ่

โซอิจิโร่ จึงได้คิดค้นนำกาต้มน้ำอัลลอยขนาดเล็ก ทำเป็นถังน้ำมันต่อเข้ากับเครื่องยนต์ และนำไปติดไว้กับจักรยานเพื่อให้ภรรยาของเขาได้ขับขี่ นั้นจึงเป็นที่มาของเครื่องยนต์รุ่น Model A Type ในภายหลังโซอิจิโร่จึงได้นำการคิดค้นครั้งนี้สร้างชื่อให้กับตน และในปีค.ศ. 1947 บริษัท Honda Motor ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมีจักรยานยนต์รุ่นฮิตอย่าง Honda Dream (D-type) เป็นตัวสร้างชื่อให้กับเขา

ภายหลังจากการก่อตั้งบริษัทได้ไม่นาน ก็มีนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาขอติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่ายในหลาย ๆ ประเทศ ทำให้ฐานการผลิตและชื่อเสียงด้านรถจักรยานยนต์ของ Honda กระจายไปไกลและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โซอิจิโร่จึงได้เริ่มทำตามความฝันในวัยเด็กของเขา ที่ต้องการจะผลิตรถยนต์

ในปีค.ศ. 1970 โซอิจิโร่ได้ผลักดันบริษัทให้เข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลายฝ่าย แต่ด้วยความสามารถของโซอิจิโร่ จึงได้สร้างความแตกต่างจากรถยนต์อื่น ๆ ที่ยังมีอัตราการเผาไหม้ที่สูง ผลิตเครื่องยนต์มลพิษต่ำและนำไปใส่ใน Honda Civic ที่เปิดตัวในปีค.ศ.1973 จนกลายเป็นที่เลื่องลือเกี่ยวกับรถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดในเวลานั้น

บริษัท Honda ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และตัวโซอิจิโร่เองก็เป็นชาวเอเชียคนแรก ที่ได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านยานยนต์โลก(Automotive Hall of Frame) ในตอนต้นของยุค 80 เขาก็ได้พาบริษัท Honda สู่ Top 3 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น และในช่วงปลายยุค 80 ก็กลายเป็น Top3 ของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้โซอิจิโร่ ฮอนดะ จะจากไปในปี 1991 แต่เขาก็ได้ทิ้งตำนาน และงานประดิษฐ์ของเขามากกว่า 470 ชิ้นเอาไว้ ทั้งยังมีสิทธิบัตรอีกกว่า 150 ฉบับ ซึ่งในเวลาต่อมาสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

ก้าวสำคัญของฮอนด้าในประเทศไทย

ปีแรกที่ Honda เข้ามาทำตลาดในไทยคือปี พ.ศ.2507 เริ่มจากการจัดจำหน่ายขายรถจักรยานยนต์ รวมถึงเครื่องยนต์อเนกประสงค์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ทว่าฮอนด้าไม่หยุดที่การจำหน่ายรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว 

ดังนั้นในปีพ.ศ.2526 ฮอนด้าจึงเริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ บริษัท ฮอนด้า คาร์ส(ประเทศไทย) เพื่อทำการจัดจำหน่ายรถยนต์ของฮอนด้าเอง ทั้งนี้ยังมีการตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน 

ในปีถัดมา ฮอนด้าได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกในประเทศไทยคือ รถยนต์รุ่น Honda Accord และในปีพ.ศ.2539 ก็ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแทน โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 100,000 คันต่อปี

ปีพ.ศ. 2543 ฮอนด้าก็ได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่จากเดิมที่ เคยใช้ชื่อว่า บริษัท ฮอนด้า คาร์ส(ประเทศไทย) ก็ได้เปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในการควบร่วมส่วนงานการผลิต และจัดจำหน่ายไว้ภายใต้ชื่อเดียวกัน

ในปีพ.ศ. 2551 ฮอนด้าได้ทำการขยายธุรกิจ โดยเปิดโรงงานผลิตเพิ่มแห่งที่ 2 ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้า ที่ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาขยายและลงทุนกิจการภายในประเทศไทยได้ไม่นาน แค่เพียง 20 ปี แต่กลับสามารถขยายการลงทุนและมีตัวเลขที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง

ปัจจุบัน ฮอนด้ามีผู้จำหน่ายและให้บริการอยู่หลายแห่งในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการและสร้างการบริการให้ดีที่สุดครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย 

นอกจากนี้แล้วโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ของฮอนด้าก็มีอยู่ 2 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญทั้งเป็นฐานการผลิตส่งเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศเองและส่งออกไปประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคด้วย

สรุปท้ายบทความ

เมื่อพูดถึงแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่อย่างฮอนด้า แม้ว่าจะไม่ได้เป็นประวัติศาสตร์ที่ชวนน่าตื่นเต้นหรือมีการพลิกผันในช่วงเวลาที่ผ่านมามาก แต่ต้องยอมรับว่าแบรนด์นี้ได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของคนในประเทศไทยเสียแล้ว 

พอถึงเวลาที่ต้องการจะซื้อรถยนต์สักคัน แบรนด์เหล่านี้กลับเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทำให้คุณคิดถึงเมื่อพูดถึงรถยนต์ นอกจากสมรรถนะและรูปลักษณ์ความสวยงามแล้ว การนึกถึงเป็นแบรนด์แรกคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้คุณตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน

ถ้าคุณต้องการจะเก็บรถยนต์ของทาง Honda รุ่นฮิตที่มีมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน หรือต้องการได้รถรุ่นฮิตแต่ไม่อยากได้มือหนึ่ง คุณกำลังมาถูกทางแล้ว เพราะที่นี่คือ Kaidee Auto ที่ไม่ว่าคุณจะกำลังสรรหารถรุ่นไหน แบรนด์ไหนอยู่ ก็สามารถพบได้ที่นี่ หากรู้แล้วอย่ารอช้าไปหารถในตำนานกันเลยดีกว่า!