Nov 14, 2024 | บทความยานยนต์
การย้ายทะเบียนรถถือเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญของผู้ใช้รถที่ต้องย้ายถิ่นฐานอยู่อาศัยหรือบางครั้งอาจมีการย้ายเข้าทำงานในเขตต่างจังหวัดเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้การย้ายทะเบียนรถก็มีข้อดีหลายอย่างและยังมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปชมกันเลย
การย้ายทะเบียนรถนั้นถือเป็นสิ่งที่คนมีรถควรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในกรณีที่ผู้ใช้งานรถต้องย้ายไปต่างจังหวัดหรือย้ายถิ่นฐานที่อยู่เพราะสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง โดยนอกจากจะย้ายทะเบียนรถเพื่อให้ข้อมูลรถตรงกับฐานที่อยู่แล้ว การย้ายทะเบียนยังสามารถเอื้อประโยชน์และความสะดวกสบายอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกในการชำระภาษีประจำปีที่จะทำให้ผู้ที่ย้ายทะเบียนรถไปตามจังหวัดนั้นๆ สามารถชำระภาษีได้เลยโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปยังจังหวัดต้นทาง การติดต่อขอรับบริการจากกรมขนส่งที่ง่ายขึ้นในกรณีที่ต้องการตรวจสภาพรถ ต่อทะเบียน หรือบริการอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญยังมีประโยชน์ด้านการเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามข้อมูลรถในกรณีที่รถถูกโจรกรรมหรือเกิดอุบัติเหตุ เพราะข้อมูลทะเบียนรถที่เป็นปัจจุบันนั้นจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวรถหรือคนร้ายได้ง่ายขึ้น และข้อสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านกฎหมาย เช่น ในกรณีที่บางพื้นที่นั้นอนุญาตให้เฉพาะบุคคลในพื้นที่เข้าถึงเท่านั้นเป็นต้น
ทะเบียนรถและเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการย้ายทะเบียนรถ
ตัวป้ายทะเบียนที่เราติดอยู่กับตัวรถนั้นมีความสำคัญในการใช้ลงทะเบียนการเป็นเจ้าของรถกับกรมขนส่งทางบก เพื่อให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ยานพาหนะ ซึ่งการจดทะเบียดรถและการติดป้ายทะเบียนนั้นก็มีประโยชน์มากมายทั้งทางด้านกฎหมายและประโยชน์ของผู้ใช้งานรถโดยตรง เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายทะเบียนรถทั้งที ก็อาจจะต้องมีการเตรียมเอกสารกันให้พร้อม และเอกสารสำคัญที่เราใช้ในการย้ายทะเบียนรถคือ
เล่มทะเบียนหรือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ เอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารที่ทางกรมขนส่งทางบกได้ออกให้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อรถแรกๆ เพื่อใช้ในการระบุข้อมูลต่างๆ ของรถ ตั้งแต่หมายเลขทะเบียน ชื่อรุ่นรถ สีของรถ ไปจนถึงชื่อของเจ้าของรถ
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ หมายถึงเอกสาที่ได้รับหลักจากตรวจเช็คสภาพรถซึ่งโดยปกติแล้วจะประกอบไปด้วยหมายเลขทะเบียน ชื่อเจ้าของรถ ปีที่ผลิตรถ รุ่นของรถ เลขตัวถัง และเลขเครื่องยนต์
ประวัติการต่อทะเบียนรถ โดยปกติแล้วการซื้อรถจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพรถประจำปี อาจมีการซื้อขายกันมาก่อนหน้า หรือรายละเอียดการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะต้องนำใช้ในในการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง
บัตรประชาชนของเจ้าของรถ สามารถยื่นเป็นเอกสารตัวจริงเมื่อทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการทำธุรกรรมได้เองก็สามารถใช้สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและหนังสือรับรองได้เช่นเดียวกัน
พ.ร.บ รถยนต์หรือกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี โดยเอกสารนี้จะต้องมีการต่ออายุอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ ปี
กรมธรรม์ประกันภัยทั่วไป สามารถเป็นได้ตั้งแต่ประกันชั้น 1 จนถึงประกันภัยชั้น 3 ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ข้อบังคับแต่การมีประกันภัยเหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในกรณีที่รถมีการชำรุดหรือเกิดอุบัติเหตุ
ใบเสร็จค่าธรรมเนียมและภาษีรถประจำปี โดยใบเสร็จเหล่านี้ผู้ที่จ่ายภาษีรถจะได้รับในทุกๆ ปีและมีสติ๊กเกอร์ที่ต้องติดไว้บริเวณหน้ารถเพื่อแสดงว่าได้ชำระภาษีแล้ว
ใบตรวจสภาพรถ โดยหากคุณเป็นเจ้าของรถที่มีรถอายุมากกว่า 7 ปี จะต้องมีการตรวจสภาพรถเพื่อเป็นการยืนยันว่ารถยังสามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหาขัดข้องใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวเองและบุคคลรอบข้างบนถนน ซึ่งใบตรวจสภาพรถนั้นสามารถออกได้โดยสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับจากกรมการขนส่งเท่านั้น
เอกสารมอบอำนาจ สำหรับเอกสารนั้นมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการยื่นย้ายทะเบียนรถแทนในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการเองได้ ซึ่งจะต้องมีทั้งสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและลายเซ็นมอบอำนาจในการดำเนินการย้ายทะเบียนรถเท่านั้น
และทั้งหมดนี้คือเอกสารจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการยื่นย้ายทะเบียนรถ หากใครยังขาดเหลือเอกสารตัวไหนก็สามารถเข้ารับบริการที่กรมขนส่งทางบกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการยื่นต่อ พ.ร.บ ประจำปี การตรวจสภาพรถ หรือบริการด้านอื่นๆ อีกมากมาย เอาล่ะ สำหรับใครที่เอกสารพร้อมแล้วมาดูกันเลยว่าแต่ละขั้นตอนต่อจากนี้จะมีอะไรบ้าง
ขั้นตอนแจ้งย้ายทะเบียนรถ
ยื่นย้ายทะเบียนรถออกจากจังหวัดต้นทาง โดยทำการเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งของจังหวัดเดิมที่รถได้จดทะเบียนไว้ เจ้าหน้าที่ทำการจะตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลของเอกสารรถ หลังจากที่ชำระค่าใช้จ่ายแล้วจะได้รับหนังสืออนุมัติการย้ายออก ซึ่งจะต้องเก็บเอกสารชิ้นนี้เพื่อใช้ในลำดับถัดไป
ยื่นย้ายทะเบียนรถเข้าที่กรมการขนส่งปลายทาง โดยจะต้องนำเอกสารการย้ายออกมายื่นที่จังหวัดใหม่ พร้อมกับเอกสารอื่นๆ เช่น บัตรประชาชนและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ โดยในขั้นตอนนี้อาจต้องมีการตรวจสอบสภาพรถอีกครั้ง หลังจากนั้นทางกรมการขนส่งจะให้ชำระค่าบริการและทำการย้ายทะเบียนรถเข้าให้ ซึ่งจะรวมถึงการออกป้ายทะเบียนใหม่และมีการอัปเดตสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้อีกด้วย แต่ในการขอรับป้ายทะเบียนใหม่จะใช้เวลาในการผลิตขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของผู้ที่ต้องการย้ายทะเบียนรถนั่นเอง
ในการย้ายทะเบียนรถแต่ละครั้งอาจจะต้องยุ่งยากกับการวิ่งเตรียมเอกสารให้พร้อม อีกทั้งการดำเนินการก็อาจมีความล่าช้าเกิดขึ้น ดังนั้นการเตรียมตัว เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการดำเนินการย้ายทะเบียนรถได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับใครที่ยังไม่มีรถไว้ขับไปทำงานหรือขับไปเที่ยวทางไกลก็อย่าลืมมาเลือกซื้อรถมากมายได้ที่นี่ เพราะเราซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ Kaidee Auto
Nov 12, 2024 | ไลฟ์สไตล์
ในการออกรถแต่ละคันนอกจากจะต้องคำนึงถึงฟังก์ชันและราคา อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือสีรถมงคล สีไหนขับแล้วปัง สีไหนขับแล้วพัง วันนี้kaideeจะพาทุกคนไปดูวิธีเลือกสีรถให้ถูกโฉลกและเสริมพลังด้านบวกในการขับขี่ของทุกคน
หากการเลือกยี่ห้อรถเปรียบเสมือนความไว้ใจในแบรนด์นั้นๆ การเลือกสีรถมงคลก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่รถ เสริมสร้างสิริมงคล ความสบายใจและนำมาซึ่งโชคลาภ เพราะเชื่อกันว่า รถยนต์ก็เปรียบเสมือนยานพาหนะที่นำพาเราไปยังจุดหมายที่เรียกว่าความประสบความสำเร็จ ระหว่างทางอาจต้องพบเจออุปสรรคที่ขว้างกั้น หรืออาจมีอันตราย การเลือกสีรถมงคลจะเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวกให้เข้ามาสู่เจ้าของรถนั่นเอง ซึ่งการเลือกสีรถมงคลสามารถแบ่งออกไปได้ทั้งหมดสองลักษณะคือการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดและการเลือกสีรถมงคลตามราศี ซึ่งการเลือกสีรถมงคลทั้งสองแบบนั้นก็มีที่มาความเชื่อที่ต่างกันออกไปดังนี้
สีรถมงคลเสริมโชคตามวันเกิด
การเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดนั่นเป็นความเชื่อในวัฒนธรรมไทย มาจากการเสริมดวงโดยดูจากโหราศาสตร์ที่เชื่อว่าสีของสิ่งของสามารถนำพาความเป็นสิริมงคลมาให้ผู้ที่ใช้งาน เพราะทางโหราศาสตร์ไทยนั้นมีการเชื่อมโยงวันเกิดเข้ากับพลังงานของดวงดาว และเชื่อว่าดวงดาวที่วนเวียนอยู่ในระบบสุริยะนั้นจะเป็นตัวควบคุมชีวิตประจำวันของผู้คนที่เกิดในวันนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การงาน โชคลาภ สุขภาพ และความรัก ดังนั้นจึงมีการเลือกสีมงคลจากดวงดาวที่สอดคล้องกับวันเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีเสื้อ สีเล็บ สีผม ไปจนถึงสีของรถที่ขับนั่นเอง ฉะนั้นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดจะช่วยเรื่องการเสริมดวงในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น ขับรถไปไหนก็มั่นใจหายห่วง ไม่มีเรื่องร้ายให้ต้องกังวล นอกจากนั้นยังช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ ความรัก หรือดวงด้านอื่นๆ ประจำดาววันเกิดแต่ละวัน และในแต่ละวันเกิดจะอยู่คู่กับดาวดวงไหน สีไหนมงคล สีไหนเสริมดวงและโชคลาภ และสีไหนที่ต้องเลี่ยง ไปดูกันต่อได้เลย
สีรถมงคลประจำวันอาทิตย์ คนเกิดวันอาทิตย์มีดวงอาทิตย์เป็นดาวประจำวัน เป็นพลังงานของไฟและความร้อนแรง ดังนั้นสีแดง สีส้ม และสีทองจะช่วยเสริมพลังงานให้แก่คนที่เกิดวันอาทิตย์ ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภและความมั่งคั่ง มีความเป็นผู้นำและสามารถนำมาซึ่งอำนาจ สีที่คนเกิดวันอาทิตย์ควรหลีกเลี่ยงคือสีน้ำเงินเพราะเป็นสีของน้ำ เชื่อว่าสีน้ำเงิน สีฟ้า จะคอยตัดพลังงานด้านบวกให้กับคนเกิดวันอาทิตย์นั่นเอง
สีรถมงคลประจำวันจันทร์ คนเกิดวันจันทร์นั้นมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำวันเกิด ดังนั้นสีที่เป็นมงคลของคนที่เกิดวันจันทร์คือสีขาว สีครีม และสีเหลือง เชื่อว่าสีเหล่านี้เป็นสีของความบริสุทธิ์และจะนำมาซึ่งความสงบในจิตใจ ดังนั้นการเลือกรถที่มีสีขาว สีครีม และสีเหลืองจะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและผ่อนคลายตลอดทาง อีกทั้งยังช่วยเสริมโชคลาภและเมตตามหานิยมอีกด้วย สีที่คนเกิดวันจันทร์ควรเลี่ยงคือสีแดง เพราะเป็นสีที่ขัดแย้งต่อพลังงานของดวงจันทร์อย่างสิ้นเชิง
สีรถมงคลประจำวันอังคาร คนที่เกิดวันอังคารนั้นมีดาวอังคารเป็นดาวประจำตัว มีพลังงานของไฟบางส่วน สีประจำวันเกิดของคนเกิดวันอังคารคือสีชมพู สีส้ม และสีม่วง สีเหล่านี้จะช่วยเสริมพลังงานบวกด้านการงาน ความมั่นคงในชีวิต ช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภในชีวิต สีต้องห้ามของผู้ที่เกิดวันอังคารคือสีขาวและสีเหลือง
สีรถมงคลประจำวันพุธกลางวัน คนที่เกิดวันพุธกลางวันคือคนที่เกิดในช่วงเวลา 6 โมงเช้าจนถึง 17:59 น. มีดาวพุธเป็นดาวประจำตัว ดังนั้นการเลือกรถสีเขียว สีดำ และสีเทาจะช่วยเสริมสร้างดวงด้านการงานให้มั่นคง เสริมสร้างสติปัญญาให้ฉลาดหลักแหลม ไม่ว่าจะเจรจาต่อรองด้านใดก็จะประสบผลสำเร็จ เดินทางไปยังที่ใดก็จะปลอดภัยไร้อุปสรรค สีที่คนเกิดวันพุธกลางวันควรเลี่ยงคือสีชมพู เพราะจะทำให้การเดินทางติดขัดไม่ราบรื่น
สีรถมงคลประจำวันพุธกลางคืน คนที่เกิดวันพุธกลางคืนคือเกิดในช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึง ตี 5:59 น. ถึงแม้ว่าดาวประจำวันเกิดจะเป็นดาวดวงเดียวกัน แต่ว่าสีมงคลประจำวันพุธกลางคืนคือสีขาว สีครีม และสีเหลืองอ่อน เชื่อว่าสีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานทางด้านโชคลาภ ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ช่วยให้ชีวิตราบรื่นไม่ติดขัด และสีที่คนเกิดวันพุธกลางคืนควรหลีกเลี่ยงคือสีส้มและสีแดง สีที่ขัดกับพลังงานของผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนจะนำมาซึ่งความถดถอยด้านปัญญา
สีรถมงคลประจำวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี มีดาวพฤหัสเป็นดาวประจำวันเกิด ซึ่งสีที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันนี้คือสีส้ม สีเหลือง และสีขาว สีเหล่านี้จะช่วยเสริมความมั่นคง มั่งคั่ง เสริมดวงด้านโชคลาภ และพลังงานด้านบวกที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่น สีที่คนเกิดวันพฤหัสบดีควรหลีกเลี่ยงคือสีดำและสีม่วงซึ่งเป็นสีที่ขัดกับพลังงานด้านบวกของคนที่เกิดวันนี้
สีรถมงคลประจำวันศุกร์ คนเกิดวันศุกร์มีดาวศุกร์เป็นดาวประจำตัว สีประจำวันเกิดคือสีฟ้า สีชมพู และสีเขียว หากผู้ที่เกิดวันศุกร์ขับรถสีเหล่านี้ก็จะช่วยปรับสมดุลให้ชีวิตราบรื่นและไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ขับขี่เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอผู้คนมากมายก็สามารถสร้างความรักและมิตรภาพที่ดีได้เสมอ สีที่คนเกิดวันศุกร์ควรเลี่ยงคือสีเทาและสีดำ เชื่อว่าสีที่หม่นหมองจะขัดกับพลังงานที่สดใสของคนเกิดวันศุกร์
สีรถมงคลประจำวันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์นั้นจะมีดาวเสาร์เป็นดาวประจำตัว สีที่เป็นสิริมงคลของคนที่เกิดวันเสาร์คือสีดำ สีเทา และสีม่วง เพราะดาวเสาร์คือตัวแทนแห่งความแข็งแกร่ง ดังนั้นสีเหล่านี้จะนำมาซึ่งความปลอดภัยในการเดินทาง เสริมพลังอำนาจให้แก่คนเกิดวันเสาร์และช่วยปัดเป่าพลังอันตรายทั้งปวงที่จะเข้ามา สีที่คนเกิดวันเสาร์ควรเลี่ยงอย่างเด็ดขาดคือสีเขียวนั่นเอง
สีรถมงคลเสริมโชคตามราศี
การเลือกสีรถตามราศีนั้นเป็นความเชื่อของโหราศาสตร์ตะวันตก โดยการวิเคราะห์จากจักรราศีและธาตุที่สอดคล้องกัน ซึ่งพลังงานธาตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือดิน น้ำ ลม และไฟ ดังนั้นการเลือกสีรถมงคลตามราศีนั้นคือการปรับธาตุเพื่อเพิ่มความสมดุลในชีวิตทั้งด้านการเงิน การงาน ความรัก สุขภาพ หรือการนำมาซึ่งโชคลาภ สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกสีรถตามราศีคือการสะท้อนตัวตน ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพออกมาตามพลังงานเฉพาะตัวของแต่ละราศี ซึ่งจะมีธาตุและสีมงคลที่ต่างกันดังนี้
ราศีมังกร คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 ธันวาคม – 19 มกราคม ธาตุดิน สีรถมงคลประจำราศีมังกรคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม สีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง มั่นคง เสริมพลังบวกด้านโชคลาภและการงานให้มั่นคงขึ้น สามารถบริหารจัดการคนได้ดี
ราศีกุมภ์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์ ธาตุลม สีรถมงคลประจำวันเกิดของราศีนี้คือสีม่วง สีเทา และสีฟ้า สีเหล่านี้จะช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ สามารถเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับผู้อื่น หากเป็นนักคิดก็จะคิดได้ดี หากเป็นนักพูดก็จะมีแต่ผู้คนคล้อยตาม สีเหล่านี้จะช่วยสร้างพลังงานบวกในการทำงานส่วนตัวและการทำงานส่วนรวมได้อย่างดี
ราศีมีน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิดราศีนี้เหมาะกับการขับรถสีขาว สีฟ้าอ่อน และสีเขียว จะช่วยสร้างความสงบทางอารมณ์ ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และสามารถค้นพบตัวเองและพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
ราศีเมษ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มีนาคม – 19 เมษายน ธาตุไฟ ผู้ที่เกิดราศีนี้หากขับรถสีแดงหรือสีส้มจะช่วยเสริมพลังด้านความมั่นใจ ความกระตือรือร้นและความเป็นผู้นำได้เป็นอย่างดี มีความทะเย้อทะยานและมีพลังในการตัดสินใจสูง การขับรถสีนี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น
ราศีพฤษก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 20 เมษายน – 20 พฤษภาคม ธาตุดิน ราศีนี้จะถูกโฉลกกับสีเขียวและสีชมพู สีเหล่านี้จะช่วยสร้างสมดุลด้านความสงบในชีวติ นำมาซึ่งความเจริญมั่งคั่ง เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ผู้คนโดยรอบ พลังงานบวกจะช่วยเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานให้ดีขึ้น
ราศีเมถุน คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน ธาตุลม สีมงคลประจำราศีเมถุนคือสีเหลืองและสีฟ้า สามารถนำมาซึ่งความสว่างในชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์บังเกิด พลังงานจากสีเหล่านี้จะช่วยให้สามารถปรับตัวได้ง่ายในทุกสภาพแวดล้อม มีดวงด้านการเจรจาตกลงและเป็นผู้พูดที่ดีได้
ราศีกรกฎ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม ธาตุน้ำ สีรถมคลประจำวันเกิดคือสีขาว สีเงิน และสีฟ้าอ่อน สีเหล่านี้จะช่วยให้ชาวราศีกรกฎมีความสงบสุขในจิตใจ ช่วยป้องกันภัยอันตรายรอบตัวและยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวราบรื่นมีแต่ความสุข
ราศีสิงห์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม ธาตุไฟ สีรถที่เหมาะกับชาวราศีนี้คือสีทอง สีส้ม และสีแดง สีเหล่านี้จะส่งเสริมพลังด้านอำนาจ บารมี เสริมสร้างพลังงานความเป็นผู้นำ ดึงดูดโชคลาภด้านการเงินและการงานเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ
ราศีกันย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 สิงหาคม – 22 กันยายน ธาตุดิน นิยมใช้สีเขียวและสีฟ้ามาช่วยเสริมสร้างความสงบในจิตใจ เพิ่มพลังงานด้านความคิด การไตร่ตรอง การวางแผนในชีวิตและการทำงานให้ราบรื่น ไร้ซึ่งอุปสรรคขวางกั้นในชีวิต
ราศีตุลย์ คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 กันยายน – 22 ตุลาคม ธาตุลม คนเกิดราศีนี้จะมีสีฟ้าและสีชมพูเป็นตัวช่วยดึงพลังงานด้านบวก เพิ่มความสงบสุขและสร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ไปที่ไหนก็มีแต่คนรักใคร่ เจรจาด้านใดก็มีแต่คนคล้อยตาม เป็นสีที่นำมาซึ่งความรักและความสุข
ราศีพิจิก คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 23 ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน ธาตุน้ำ สีมงคลประจำราศีพิจิกคือสีแดงเข้ม สีม่วง และสีดำ สีโทนเจ้มเหล่านี้จะนำมาซึ่งพลังงานแห่งความหนักแน่นในจิตใจ ช่วยให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความราบรื่นทั้งด้านการงานและการใช้ชีวิตด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง
ราศีธนู คือผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม ธาตุไฟ สีที่จะส่งผลให้ผู้ที่เกิดราศีนี้ประสบความสำเร็จและเติบโตในหน้าที่การงานคือสีดำ สีเทา และสีเขียวเข้ม นอกจากนั้นยังช่วยปัดเป่าอุปสรรคที่จะเข้ามาในชีวิต ช่วยให้เจริญก้าวหน้านำมาทั้งอำนาจและสติปัญญานั่นเอง
การเลือกสีรถมงคลเป็นความเชื่อที่ชาวไทยยึดถือมาเป็นเวลานาน นอกจากจะเพื่อส่งเสริมดวงด้านต่างๆ แล้วยังช่วยให้เกิดความสบายใจในการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้น และไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีรถมงคลตามวันเกิดหรือตามราศี หากมีสติในการขับขี่และการใช้ชีวิตประจำวัน คิดดี พูดดีต่อผู้อื่น ก็จะช่วยสร้างพลังงานบวกแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน
ถ้ารู้วันเกิดหรือราศีตัวเองแล้วอยากได้รถขับสักคัน อย่าลืมมาเลือกซื้อกันได้ที่ Kaidee Auto เพราะที่นี้เรามีสีรถให้เลือกมากมาย ซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ Kaidee Auto
Nov 6, 2024 | บทความยานยนต์
เทคโนโลยีสุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดของรถ EV ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักของผู้ใช้รถบนถนน นับจากการเปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างไม่รู้จบ วันนี้เราจะพามาชม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อส่งท้ายปี 2024 กัน
ทำไมต้องรถ EV
อย่างที่ทราบกันดีว่ารถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้านั้นเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยมีแบตเตอรี่เป็นตัวสร้างพลังงานหลักแทนน้ำมันเบนซินหรือดีเซล ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สามารถช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรน้ำมันและลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดปัญหามลพิษและภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี แต่นี่อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะทำให้คุณเปลี่ยนใจมาใช้รถ EV แน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกข้อดีและข้อเสียทั้งหมดเกี่ยวกับรถ EV ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้นจะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลย
ข้อดีของรถ EV
ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งระยะสั้นและระยะยาว เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างรถยนต์วิ่งน้ำมันทั่วไปกับรถ EV แล้ว จะพบได้ว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มขับ เพราะพลังขับเคลื่อนรถนั้นมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถเติมพลังงานได้ด้วยการชาร์จไฟ เมื่อเปรียบเทียบค่าพลังงานไฟฟ้ากับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ก็จะเห็นความแตกต่างของราคาที่ต้องจ่ายอย่างเห็นได้ชัด นอกจากการประหยัดค่าพลังงานที่ต้องจ่ายในการขับขี่แต่ละครั้งแล้ว การใช้งานรถ EV ยังสามารถลดค่าบำรุงรักษาระยะยาวได้ด้วย เนื่องจากการใช้พลังงานหลักมาจากตัวแบตเตอรี่ที่ส่งพลังงานไฟฟ้าไปรอบคัน ต่างกับรถวิ่งด้วยน้ำมันที่จะต้องมีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ไม่ต้องคอยเช็คน้ำมันเครื่องหรือระบบท่อไอเสีย ซึ่งนวัตกรรมนี้สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนั่นเอง
ลดพลังงานที่สูญเปล่ากับประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีขึ้น ด้วยประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าในรถ EV นั้นสามารถดึงพลังงานมาใช้ได้มากถึง 85-90% ของพลังงานที่ถูกปล่อยออกมา ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน ในขณะที่รถยนต์วิ่งน้ำมันต้องมีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดเป็นพลังงาน ซึ่งในบางครั้งสามารถสูญเสียพลังงานเป็นความร้อนถึง 80% เลยทีเดียว ทำให้เกิดปัญหาการสิ้นเปลืองน้ำมันรถตามมานั่นเอง
เทคโนโลยีสุดล้ำไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นรถ EV ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็เพียบพร้อมไปด้วยระบบปฏิบัติการอัจริยะพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องเสียง หรือหน้าจอแสดงผลที่แม่นยำ ในรถ EV บางรุ่นยังสามารถเพิ่มระบบขับขี่อัตโนมัติ การเชื่อมต่อแบบ smart cockpit ระบบเบาะนวดระหว่างขับขี่ และระบบช่วยเหลือในการขับขี่รอบด้านอย่างเช่นกล้องช่วยมองจุดบอด หรือระบบเบรกอัตโนมัติเข้ามาอีกด้วย การขับขี่รถ EV ก็เหมือนกับได้ขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่มีแต่การพัฒนาฟังก์ชั่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสบการณ์ขับขี่ที่ดีเยี่ยมนั่นเอง
การชาร์จไฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ในการชาร์จไฟรถ EV นั้นมีความยืดหยุ่นมาก สามารถทำได้ตั้งแต่การชาร์จด้วยไฟบ้าน โดยปกติจะใช้ปลั๊ก 120 โวลต์โดยตรงจากเต้ารับไฟฟ้าภายในบ้าน ถึงแม้จะใช้เวลานานในการชาร์จแต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ง่ายและสามารถประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นเมื่อชาร์จช่วงกลางคืน นอกจากนั้นยังสามารถชาร์จไฟแบบกระแสไฟฟ้าสลับ 240 โวลต์ที่สามารถติดตั้งได้ที่บ้าน หรือสามารถเข้าชาร์จได้ที่สถานที่ชาร์จสาธารณะ ซึ่งในบางครั้งสถานที่ชาร์จไฟสาธารณะก็มีจุดชาร์จไฟด้วยไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งกำลังไฟจะสูงถึง 50 กิโลวัตต์หรือที่เรียกว่าฟาสต์ชาร์จ โดยกระแสไฟฟ้านี้จะสามารถชาร์จได้เต็มภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
สิทธิพิเศษของผู้ใช้รถ EV ผู้ใช้รถ EV ในหลายประเทศรวมถึงในไทยนั้นจะได้รับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลได้ด้านสิทธิประโยชน์ที่ประกาศออกมาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถยนต์หันมาใช้รถ EV แทน เพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อย่างเช่นการลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าที่ประเทศไทยได้ทำข้อตกลงกับประเทศจีนซึ่งช่วยให้ราคารถที่มาจากจีนมีราคาต่ำลง หรือจะเป็นภาษีสรรพสามิตต่ำสำหรับผู้ใช้งานรถ EV ให้เหลืออยู่เพียงแค่ 2-8% เท่านั้น อีกทั้งยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เช่นสิทธิการจอดรถสำหรับรถ EV ในห้างสรรพสินค้า สิทธิส่วนลดค่าชาร์จรถ EV และการเริ่มขยายสถานีชาร์จไฟให้ครอบคลุมทุกการเดินทางทั่วประเทศ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จไฟอีกต่อไป
ข้อเสียของรถ EV
ระยะเวลาการชาร์จที่ใช้เวลา ด้วยระยะเวลาในการชาร์จไฟที่นานเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถึงแม้ว่าการฟาสต์ชาร์จจะสามารถทำเวลาได้เร็ว แต่ทว่าการชาร์จโดยทั่วไปนั้นอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง
ระยะทางการวิ่งที่จำกัด ในการเติมน้ำมันรถหนึ่งครั้งอาจสามารถวิ่งได้ไกลเกือบพันกิโลเมตร ในขณะที่รถ EV สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่สั้นขึ้นอยู่ที่ราวๆ 300-600 กิโลเมตรเพียงเท่านั้นขึ้นอยู่กับรุ่นรถ หากจะต้องเดินทางไกลก็อาจจะต้องหาที่สำรองชาร์จตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง
การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ เพราะรถ EV นั้นทำงานโดยการส่งกระแสไฟฟ้าจากตัวแบตเตอรี่หลักซึ่งตัวแบตเตอรี่ที่ใช้งานสามารถเสื่อมสภาพไปได้ตามกาลเวลา รวมถึงความร้อนในระหว่างการใช้งานการชาร์จเร็วก็สามารถทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ง่ายเช่นเดียวกัน
รวม 5 รุ่นรถ EV ราคาดีน่าซื้อ
Tesla Model 3 Long Range เป็นรถ EV ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 2020 เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวม 441 แรงม้า และสามารถเร่งได้จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.4 วินาที สามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 614 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการฟาสต์ชาร์จ มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 15 นิ้วและระบบปฏิบัติการสุดล้ำจาก Tesla อย่างระบบเตือนการชน ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบการขับขี่อัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับรถทางไกลเพราะเป็นรถ EV ที่มีสมรรถนะสูงอีกหนึ่งตัวของ Tesla เลยทีเดียว
ORA Good Cat รถ EV รุ่นยอดนิยมของ Great Wall ในปี 2021 ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 143 แรงม้า สามารถเร่งได้จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 9.3 วินาที วิ่งในระยะทางได้ยาวถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมทั้งหน้าขนาดใหญ่และระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ดีไซน์ที่โดดเด่นและเอกลักษณ์ที่ครบครันต้องยกให้เจ้าเหมียวตัวนี้เลย
MG4 Electric Icon เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2023 เป็นรถ EV 5ประตูรุ่นรองท็อปที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขนาด 170 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 425 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซน์ล้ำสมัยพร้อมไฟหน้า LED มาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เบาะหนังสังเคราะห์และระบบปรับอากาศแบบแยกโซน
Porsche Taycan รถสปอร์ตไฟฟ้าที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถเร่งความเร็วได้ที่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั้น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รองรับการชาร์จเร็วโดยทำเวลาได้สูงสุดอยู่ที่ 22.5 นาทีเท่านั้น และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 420-500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เรื่องดีไซน์ไม่ต้องพูดถึงเพราะสวย หรู สปอร์ต ฉบับ Porshe แน่นอน มาพร้อมกับฟังก์ชันการช่วยขับขี่ที่ครบครัน หน้าจอกว้างถึง 16.8 นิ้ว และระบบเสียงรอบทิศทาง
BYD Seal Lion Premium รถซีดานไฟฟ้าที่พึ่งเปิดตัวออกมาได้ไม่นาน มาครบทั้งดีไซน์สปอร์ตและเทคโนโลยีสุดล้ำ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีกำลังสูงถึง 523 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 3.8 วินาทีเท่านั้น มาพร้อมกับ Blade Battery ของ BYD ที่มีความทนทานและปลอดภัยสูง สามารถวิ่งได้สูงสุด 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล 15.6 นิ้วแบบหมุนได้ และเพิ่มระบบขับขี่อัจฉริยะอย่างตัวช่วยเบรกฉุกเฉินและตัวช่วยมองจุดบอดมาให้ สบายตลอดการขับขี่ด้วยเบาะไฟฟ้าที่สามารถเป่าลมแอร์ระหว่างขับขี่ได้
หลายคนคงจะเริ่มตาลุกวาวจากข้อดีที่มากมายและข้อเสียที่น้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างรถ EV กับรถวิ่งน้ำมันธรรมดาใช่ไหมล่ะ หากสนใจรถ EV ก็อย่าลืมไปงาน Motor Show ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคมนี้ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานีนี้ ราคาบัตรเพียงแค่ 100 บาทเท่านั้น
เรียกได้ว่าน่าทึ่งเป็นอย่างมากสำหรับทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบปฏิบัติการที่ครบครัน หากสนใจรถ EV มือสองราคาดีไปทดลองขับสามารถซื้อได้ที่ kaidee auto เพราะเราซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ kaidee auto ได้เลย
Jun 22, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว”
แจกฟรี❗️ Kaidee Egg วันที่ 30 มิ.ย. 66 วันเดียวเท่านั้น!
ที่งานสัมมนาครั้งที่ 1/2566 โดยสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว
📌 ณ ไบเทค บางนา Grand Hall ชั้น 2 ห้อง 202
⭐️ ต่อที่ 1 ฟรี 300 ไข่! เพียงลงทะเบียนที่บูธ Kaidee
⭐️ ต่อที่ 2 รับสิทธิ์ Lucky Draw* ลุ้นรับ Kaidee Egg ฟรี ๆ สูงสุด 5,000 Egg*
(*เมื่อเติมไข่ขั้นต่ำ 5,000 บาท ที่บูธ Kaidee)
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
Apr 25, 2023 | บทความยานยนต์
“หยุดยาวในช่วงเทศกาลทั้งที มีรถขับกลับบ้าน ช่วยเติมฝันให้ครอบครัว Kaidee Auto ให้คุณซื้อรถมือสอง ยอดนิยม อัปเดต 2023”
ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญ งานบ้าน งานบวช ฯลฯ หลายคนเดินทางไปบ้านต่างจังหวัด แน่นอนการมีรถไว้ขับกลับ สร้างความภูมิใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี แล้วแบบนี้ ควรต้อง… ซื้อรถมือสองรุ่นไหนดี ?
คำตอบนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก Kaidee Auto รวมลิสต์ ซื้อรถมือสอง รุ่นน่าสนใจ เหมาะใช้งานในช่วงเทศกาลวันหยุดมาฝาก ให้คุณอ่านได้ง่ายกว่า แบ่งรายละเอียด “ประเภทรถ” พร้อมรุ่นที่น่าสนใจ
แต่ย้ำไว้ก่อนว่า ไม่ใช่การจัดอันดับ ! แต่เราเลือกจากรุ่นที่โดดเด่น น่าเล่น และเป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนจะ “ซื้อรถมือสอง รุ่นไหน” ไว้ขับทางไกลในเทศกาลวันหยุด ตามอ่านและตัดสินใจได้เลย
รถเก๋งขนาดเล็ก มือสอง รุ่นน่าซื้อ
เริ่มกันที่ตัวเล็กสเปกจิ๋วแจ๋ว ในกลุ่มนี้นับรวม “อีโคคาร์” ความน่าสนใจต้องยกให้ Mazda2 มือสอง กับเทคโนโลยี skyactic เป็นตัวชูโรง ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสุดในคลาส ห้องโดยสารใช้วัสดุค่อนข้างดี แถมมีตัวถังให้เลือก 2 รูปแบบ ซีดาน หรือ แฮทช์แบ็ก
และที่สำคัญ Mazda2 มือสอง นับเป็นรถเก๋งขนาดเล็กรุ่นเดียวในไทย ที่มีเครื่องยนต์ดีเซลพิกัด 1.5 ลิตรให้เลือก เพิ่มเติมจากบล็อกเบนซินขนาด 1.2 ลิตร สมรรถนะไม่เป็นรองแบรนด์อื่น ขุมพลัง 93 แรงม้า (ดีเซล 105 แรงม้า) แต่ความประหยัดทำได้จริง แต่ก็ไม่เหนือกว่า เมื่อเทียบกับรถในพิกัดเดียวกัน
Mazda2 มือสอง โฉมปัจจุบันทำตลาดมายาวนาน 5 – 6 ปี ต่างประเทศยังไม่มีการเปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ ดังนั้น หน้าตาของโฉมนี้ยังคงใหม่สดในไทย ไปอีกอย่างน้อย 1 – 2 ปี และถ้าซื้อตอนนี้ คุณจะได้รถรุ่นโฉมปัจจุบันในราคาถูกกว่าครึ่ง คุ้ม !!!
ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้น
Mazda2 มือสอง เริ่มต้น 448,000 บาท* Toyota Yaris มือสอง เริ่มต้น 459,000 บาท* Honda City มือสอง เริ่มต้น 525,000 บาท* Mitsubishi Mirage มือสอง เริ่มต้น 229,000 บาท* Nissan March มือสอง เริ่มต้น 319,000 บาท*
รถเก๋งขนาดกลาง มือสอง รุ่นน่าซื้อ
มาต่อกันที่ ซื้อรถเก๋ง ขนาดกลาง แม้ในตลาดมียอดขายเยอะ เห็นวิ่งบนถนนกันขวักไขว่ แปลก ! แต่มีแบรนด์ผู้เล่นในตลาดน้อยมาก ที่น่าสนใจ… ต้องยกให้ Toyota Altis มือสอง ทว่าในความเป็นจริง อาจไม่ใช่รุ่นท็อปสุดของเซกเมนท์ตลาดไทย
แต่ที่ต้องยกให้ Altis มือสอง ก็ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ จับต้องได้ อะไหล่ไม่แพง บำรุงรักษาก็ง่าย ขายต่อยังได้ราคา
Altis มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2 พิกัดทางเลือก 1.6 ลิตร, 1.8 ลิตร และมีขุมพลังลูกผสมแบบไฮบริดเติมเข้ามาอีกด้วย พลังแรงสุดอยู่ที่ 140 แรงม้า ตัวถังมีเฉพาะซีดาน 4 ประตู ไม่นับรวม Corolla Cross ที่กระโดดข้ามตัวถังไปเป็น B-SUV
ภายนอกดีไซน์สวยคมในแบบฉบับของโตโยต้า ห้องโดยสารกว้าง และเลือกใช้วัสดุเกรดค่อนข้างดี มีระบบช่วยเหลือการขับขี่มาให้ ก็ไม่ขี้เหร่ แม้การออกภายในค่อนข้างอนุรักษ์นิยมไปสักนิดก็ตาม
Toyota Altis มือสอง โฉมปัจจบุันออกมาตั้งแต่ปี 2019 คาดอาจทำตลาดอีกอย่างน้อย 1 ปี จึงจะมีการเปลี่ยนโฉม “โมเดล เชนจ์” ใหม่หมด ราคาซื้อขายเปลี่ยนมือในรุ่น entry เริ่มต้น 550,000 บาท ส่วนไฮบริด เริ่มต้น 665,000 บาท น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่กำลังต้องการรถมือสองที่มีของครบ ๆ
ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดกลาง ราคาเริ่มต้น
Mazda3 มือสอง เริ่มต้น 809,000 บาท* Toyota Altis มือสอง เริ่มต้น 665,000 บาท* Honda Civic มือสอง เริ่มต้น 759,000 บาท*
รถเก๋งขนาดใหญ่ มือสอง รุ่นน่าซื้อ
สำหรับ “รถเก๋งมือสองขนาดใหญ่ – D Segment” ทำตลาดเมืองไทยมีหลายรุ่น รวมแบรนด์ยุโรปเข้ามาด้วย แต่รถรุ่นน่าสนใจ ก็ยังมาจากค่ายญี่ปุ่นเหมือนเดิม แต่ขยับมาเป็แบรนด์ฮอนด้าแทน และที่แปลกไปกว่านั้น โฉมที่ฮิตก็ไม่ใช่เจเนอเรชันปัจจุบัน
ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง Accord มือสอง รุ่นปี 2013 หรือ Generation 9 (G9) หนึ่งในรถซีดานขนาดใหญ่ ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าไทย ถูกยกให้เป็นหนึ่งในโมเดลดีสุดอีกหนึ่งรุ่นของ Honda ภายนอกและภายในหรูหราทันสมัย โฉบเฉี่ยว สะดวกสบายด้วยตัวถังขนาดใหญ่
ในรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่ทาง Honda นำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ “เอิร์ธ ดรีม” มาใส่ในขุมพลัง DOHC i-VTEC ขนาด 2.4 ลิตร ตอบสนองกำลังสูงสุด 174 แรงม้า นับว่าเป็นเครื่องซีรีส์เดิมที่ได้รับควานิยมมาก หลายคนอยากสัมผัสกับขุมพลังสูบบล็อกนี้
โดยในช่วงปลายเจเนอเรชัน รุ่นปี 2017 มีการเปิดไลน์อัพในรุ่นไฮบริดเติมเข้ามา ราคาจัดว่าไม่แพง ถูกกว่ารถ C-Segment ด้วยซ้ำ เริ่มต้นเพียง 729,000 บาท ซื้อรถมือสอง ในรุ่นนี้ไม่ผิดหวัง
ซื้อรถมือสอง เก๋งขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น
Honda Accord มือสอง เริ่มต้น 729,000 บาท* Toyota Camry มือสอง เริ่มต้น 825,000 บาท* Nissan Teane มือสอง เริ่มต้น 887,000 บาท* BMW 3 Series มือสอง เริ่มต้น 1,298,000 บาท* Mercedes-Benz C-Class เริ่มต้น 1,580,000 บาท*
รถกระบะ มือสอง รุ่นน่าซื้อ
ตัดสลับมาดูกันที่ รถกระบะมือสอง มีทางเลือกที่น่าสนใจ คือ Mitsubishi Triton มือสอง หรือ L200 จัดเป็นรุ่นน่าใช้ ตัวหน้าใหม่ทำตลาดยาวนาน ดีไซน์สง่างาม เครื่องยนต์ทรงพลัง มีการปรับสเต็ปเพื่ออัปเลเวลเครื่องเป็น “ไมเวค คลีน” ขุมกำลัง 181 แรงม้าแล้ว
ความน่าสนใจอยู่ตรงเครื่องยนต์ ทำออกมาได้ดีมาก มิตซูบิชิขึ้นชื่อในเรื่องนี้ รวมไปถึงระบบช่วงล่างมีการปรับจูนมาคมกริบ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ยึดเกาะถนนดี ไม่ร่อน ไม่โคลง ไม่โยนโค้งเหมือนบางยี่ห้อในอดีต
ปัจจุบัน Triton มีรถยกสูง สังเกตง่าย ๆ มีการต่อท้ายชื่อรุ่นว่า Plus นับเป็นรถแบรนด์ดัง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความแตกต่าง ชอบขับรถกระบะที่ไม่ค่อยซ้ำกับใครมากนักบนถนน มองเจ้ารถ “มิตซูบิชิ ไทนทัน พลัส มือสอง” เอาไว้ ไม่ผิดหวังแน่นอน ด้วยราคาเปลี่ยนมือเริ่มต้นเพียง 785,000 บาท*
ซื้อรถมือสอง กระบะ ราคาเริ่มต้น
Mitsubishi Triton มือสอง เริ่มต้น 785,000 บาท* Mazda BT-50 มือสอง เริ่มต้น 891,000 บาท* Toyota Hilux Revo มือสอง เริ่มต้น 879,500 บาท* Isuzu D-Max มือสอง เริ่มต้น 899,000 บาท* Nissan Navara เริ่มต้น 620,000 บาท*
รถอเนกประสงค์ MPV มือสอง รุ่นน่าซื้อ
รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า MPV มากกว่า 85% ผลิตและนำเข้าจากโรงงานอินโดนีเซีย เพื่อรับส่วนลดทางภาษี แต่ก็มีข้อท้วงติงจากวัสดุที่ใช้ประกอบ และดีไซน์ที่อาจจะไม่ถูกจริต]ลูกค้าไทยบางส่วน
รถอเนกประสงค์ MPV – Toyota Innova มือสอง นับเป็นรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยการจัดวางเลย์เอาท์ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวถังขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทาน ฟังก์ชันดี และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 พิกัด ดีเซล 2.8 ลิตร เทอร์โบ และเบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 172 แรงม้า
Innova มือสอง ได้รับความนิยมมาก ซื้อง่าย ขายคล่อง เป็นที่ต้องการของตลาดรถยนต์ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 758,000 บาท*
ซื้อรถมือสอง อเนกประสงค์ MPV ราคาเริ่มต้น
Toyota Sienta เริ่มต้น 699,000 บาท* Toyota Innova เริ่มต้น 758,000 บาท* Honda BR-V เริ่มต้น 599,000 บาท* Mitsubishi Xpander เริ่มต้น 728,000 บาท* Hyundai H-1 เริ่มต้น 899,000 บาท*
รถอเนกประสงค์ PPV มือสอง รุ่นน่าซื้อ
มาส่งท้าย ให้กับใครที่กำลังหา “ซื้อรถมือสอง” ในช่วง “เทศกาลวันหยุด”กันที่ PPV รถอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ รุ่นน่าสนใจ คือ Ford Everest มือสอง เพราะดูผิวเผินก็เห็นชัดว่า แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ สิ้นเชิง มีความเป็นรถอเนกประสงค์ขั้นสูง หรูหรา สปอร์ต และพรีเมียมมากกว่า
ดีไซน์ภายนอกสง่างาม ดุดันด้วยตัวถังขนาดใหญ่ พร้อมเส้นสายที่คมกริบ กระจังหน้าโครเมียมทรง 8 เหลี่ยม ห้องโดยสารกว้างขวางสุดพรีเมียม มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือการขับขี่ ค่ายอเมริกันให้มาค่อนข้างเยอะ ไม่หวงเหมือนใครอื่น
Ford Everest มือสอง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ ดีเซล ทั้งในแบบลูกเดี่ยว และ ลูกคู่ พิกัดความจุ 2.0 ลิตร พลังสูงสุด 213 แรงม้า ระบบช่วงล่างได้รับการยกย่องว่าดีสุดอีกหนึ่งรุ่น น่าซื้อใช้มากกับค่าตัวเริ่มต้น 1,050,000 บาท*
ซื้อรถมือสอง อเนกประสงค์ PPV ราคาเริ่มต้น
Ford Everest มือสอง เริ่มต้น 1,050,000 บาท* Isuzu Mu-X มือสอง เริ่มต้น 899,000 บาท* Nissan Terra มือสอง เริ่มต้น 819,000 บาท* Mitsubishi Pajero Sport มือสอง เริ่มต้น 1,090,000 บาท* Toyota Fortuner มือสอง เริ่มต้น 1,359,000 บาท*
กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อรถยนต์ของคนมีฝัน
อยากมีรถสักคัน ไว้ขับกลับบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยบริการจาก “กรุงศรี ออโต้” สินเชื่อรถยนต์ของคนมีฝัน ครบวงจร รองรับทุกความต้องการ ด้วยโซลูชันบริการสินเชื่อที่หลากหลาย ทั้งรถป้ายแดงและมือสอง
สมัครสินเชื่อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ดาวน์น้อย ผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน* เล็งรถคันไหนไว้ ก็อย่าเก็บไว้ในใจ มาปรึกษา กรุงศรี ออโต้ แล้วรีบคว้ามาครองไว้ กดสมัคร สินเชื่อได้เลย !
กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท
บริการสินเชื่อใหม่ล่าสุด ที่ให้คุณ “รู้วงเงินประเมินเบื้องต้น” ก่อนซื้อรถ ด้วยวิธีการที่ง่ายใน 4 ขั้นตอน ไม่ยุ่งยาก ประเมินออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องยื่นเอกสาร รู้ผลไวภายใน 3 นาที คลิกที่นี่ เพื่อเช็กวงเงิน !
สำหรับใครที่กำลังมองหา หรือ เล็งไว้ว่าอยาก ซื้อรถยนต์มือสอง ในช่วงเทศกาลวันหยุดของไทย เพื่อใช้ขับกลับบ้าน แม้กระทั่งเป็นรางวัลให้กับตัวเองและครอบครัว ตามแนวทางที่เราให้ไว้ สามารถเลือก ซื้อรถมือสอง คุณภาพดีที่ https://rod.kaidee.com/ มีให้เลือกเยอะ ทั้งรถใหม่ รถบ้าน และรถเต็นท์ คัดเน้น ๆ มีอัปเดตรถเข้าใหม่ทุกวันแน่นอน