10 อันดับรถยนต์มือสอง 2564 ที่น่าเป็นเจ้าของ

10 อันดับรถยนต์มือสอง 2564 ที่น่าเป็นเจ้าของ

เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวใครที่กำลังจะซื้อรถยนต์คงหันมามองรถมือสองมากขึ้นด้วยราคาที่ถูกกว่า เพราะฉะนั้น เราขอแนะนำ 10 อันดับรถมือสอง 2564

ในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ในปี 2564 นี้ เวลาได้ผ่านไปไวเหมือนโกหก เนื่องจากทุกอย่างเกิดการชะลอตัวทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ สำหรับวงการรถยนต์ก็โดนผลกระทบไปตามๆ กัน ทำให้กำลังผู้ผลิตและผู้ซื้อชะลอตัวและลดน้อยลง ส่งผลให้คนที่มีความจำเป็นหรือสนใจที่จะซื้อรถต้องหันมามองรถยนต์มือสองกันมากขึ้น

เนื่องจากช่วงโรคระบาดแบบนี้ผู้คนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการมีรถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ที่ย่ำแย่จากโรคระบาดทำให้ผู้คนไม่อยากเสี่ยงเดินทางด้วยการนั่งรถสาธารณะที่จะต้องพบปะผู้คนมากมาย ทำให้คนเริ่มเห็นความสำคัญของการมีรถส่วนตัวมากขึ้นเพื่อการเดินทางแบบส่วนตัว แต่ด้วยเศรษฐกิจที่แย่ไม่แพ้กัน ทำให้หลายคนไม่อยากที่จะลงทุนหรือใช้จ่ายเงินทองในช่วงนี้ แต่สำหรับใครที่ต้องการหรือมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อรถยนต์ในช่วงวิกฤติโควิด 19 นี้ เราขอแนะนำรถมือสองน่าใช้ 10 อันดับรถมือสองสำหรับครึ่งปีแรกที่จะพอช่วยแก้สถานการณ์ย้อนแย้งที่ว่า “รถก็ต้องใช้ เงินก็ต้องประหยัด” เราเชื่อว่าสถานการณ์แบบนี้รถมือสองน่าจะเป็นที่ตอบโจทย์สำหรับหลายๆ คน ด้วยที่รถมือสองมีข้อดีดังนี้

รถมือสองดีอย่างไร ?

งบน้อยมีรถขับได้

การเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อกำไปซื้อรถสักคันในช่วงวิกฤติแบบนี้ก็คงไม่ง่าย รถมือสองถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ ด้วยที่ราคาไม่สูงเท่ารถมือหนึ่งป้ายแดง ทำให้มีโอกาสจับต้องหรือเป็นเจ้าของได้ง่าย มากกว่านั้นถ้ายอดจัดไม่เกินราคารถ ก็ทำให้ไม่ต้องใช้เงินดาวน์สูง

สานฝันรถในฝันด้วยราคาที่เอื้อมถึง

เชื่อว่าหลายคนมีรถในฝันที่อยากได้ ยิ่งเวลาเปิดตัวรถป้ายแดงแต่ด้วยทุนทรัพย์ของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากัน ทำให้บางคนไม่สามารถจับต้องรถรุ่นที่ตัวเองชอบได้ ณ เวลานั้น รถมือสองจึงตอบโจทย์เนื่องจากเวลาที่ผ่านไปรถในฝันกลายเป็นรถมือสอง ทำให้ตกรุ่นและเป็นโอกาสที่จะสามารถจับต้องรถรุ่นโปรดที่ใฝ่ฝฝันไว้ได้ หลายคนอาจจะกังวลในความเป็นรถมือสองแต่อย่าลืมว่าเมื่อรถมือหนึ่งขับออกจากโชว์รูมก็กลายเป็นรถมือสองทันที ซึ่งหมายความว่าทุกคนมีโอกาสหารถมือสองสภาพใหม่ป้ายแดงได้ในราคารถมือสอง

ออกรถง่าย

ในปัจจุบันนี้ตลาดรถมือสองมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในส่วนของเต็นท์และรุ่นรถที่มีให้เลือกตัดสินใจมากมาย มากไปกว่านั้นแต่ละเต็นท์รถก็มีโปรโมชันพิเศษต่างกันออกไปที่จะช่วยทำให้คุณเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น เช่น โปรโมชัน ดาวน์น้อย, ดาวน์ 0% หรือ งวดผ่อนไม่แพง

ซื้อเงินสดได้

อย่างที่รู้กันว่ารถมือสองส่วนใหญ่มีราคาถูกลงตามกาลเวลา ทำให้การที่จะซื้อรถมือสองมีโอกาสมากกว่าที่จะเก็บเงินสดเป็นก้อนเพื่อไปซื้อรถและได้เป็นเจ้าของในทันที

รถมือสองขายต่อง่ายเปลี่ยนรุ่นสบาย

หลังจากที่เราใช้รถมือสองไปสักพักและอยากจะเปลี่ยนไปลองขับรุ่นอื่นๆ ก็สามารถขายได้และด้วยที่เป็นรถมือสองทำให้ราคาขายไม่ตก หรือ เข้าเนื้อ เท่าขายรถมือหนึ่งป้ายแดง ทำให้หลายคนที่อยู่ในวงการรถมือสองสามารถเปลี่ยนมือ หรือ เปลี่ยนรถได้บ่อย

ได้รถขนาดใหญ่ในราคารถขนาดกลาง

ด้วยราคารถมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูงอาจจะทำให้ใครหลายคนมีความจำเป็นที่ต้องลดสเปค หรือ พลาดรถในฝันไปด้วยงบที่มีจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ซื้อรถมือหนึ่งป้ายแดงได้รถขนาดกลางหรือเล็ก แต่ถ้าซื้อรถมือสองในราคาเดียวกันจะได้รถขนาดใหญ่ หรือ SUV ทำให้รถมือสองตอบโจทย์มากสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถขนาดใหญ่แต่มีงบที่จำกัด

ขับสบายใจลดความกังวล

อย่างที่รู้กันว่ารถมือสองเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่อาจจะยังไม่ชำนาญบนท้องถนนซึ่งอาจจะเกิดการเฉี่ยวชนบ้างเป็นเรื่องปกติ และ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่กังวลเท่าที่ขับรถมือหนึ่งป้ายแดง

หลังจากที่เราฟังข้อดีของการซื้อรถมือสองกันไปบ้างแล้ว เราได้รวบรวม 10 อันดับรถมือสอง 2564 มาแนะนำให้ทุกคนที่สำหรับสนใจที่จะออกรถมือสองในช่วงนี้

10 อันดับรถมือสอง 2564

Toyota Fortuner

รถ SUV กึ่งกระบะจากค่ายโตโยต้าคันนี้ หลายคนคงรู้ชื่อเสียงเรียงนามอยู่แล้วถึงความทนทานและสมรรถนะที่ทรงพลัง ทำให้รถรุ่นนี้ขายดีทั้งตลาดรถมือหนึ่งและมือสอง ในตลาดรถยนต์มือสอง Toyota Fortuner โฉมที่ได้รับความนิยมคือโฉมปี 2012 – 2015 หรือ ที่เรียกกันในวงการว่า “โฉมหน้าแชมป์” โดยในโฉมนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 250,000 บาท

Toyota Camry

Toyota Camry ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 269,000 บาท

รถยนต์ขนาด D-segment ถูกจัดอยู่ในประเภทรถเก๋งซีดาน 4 ประตู ถือว่าเป็นรถเก๋งตัวท็อปที่สุดด้วยขนาดรถที่ใหญ่ ภายในกว้างนั่งสบาย มีความหรูหรา รวมถึงสมรรถภาพของเครื่องยนต์ที่ใหญ่ ทำให้รถประเภทนี้มีความภูมิฐาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นรถในฝันหรือรถที่ใครหลายคนอยากจะเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน แต่ด้วยราคาค่าตัวมือหนึ่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้คนหันมารอจับรถ D-segment รุ่นนี้ในราคามือสองที่เอื้อมถึง 

โฉมที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดรถมือสองคือ Toyota Camry โฉมปี 2013 – 2016 ด้วยที่ราคาไม่แพงเท่าโฉมใหม่ๆ แต่เทคโนโลยีหลายๆ อย่างในตัวรถยังไม่ตกยุค ทำให้รถคันนี้อยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 

Toyota Altis

หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่ารถรุ่นนี้ถูกนำไปทำเป็นรถแท๊กซี่ ซึ่งบ่งบอกถึงความทนทานของรถรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน ทำให้หลายคนไม่กังวลที่จะซื้อรถรุ่นนี้ในรูปแบบมือสองสักเท่าไร มากไปกว่านั้น ด้วยที่รถรุ่นนี้เป็นรถที่มีความอเนกประสงค์สูงด้วยขนาดตัวถังที่ไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไป ทำให้ใช้สอยได้ทั้งในรูปแบบรถส่วนตัวก็ดี หรือ รถครอบครัวก็ได้

ทำให้รุ่นนี้เป็นที่ได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองมาอย่างยาวนาน เหมาะสมกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 และ สามารถเช็ค Toyota Altis รุ่นยอดนิยมในตลาดมือสองได้ใน Kaidee Auto

Mazda 2

ย้ายค่ายกันมาที่ Mazda 2 ซึ่งโฉมที่ขายดีและได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองก็คือ Mazda 2 โฉมปี 2015 ขึ้นไป เพราะ Mazda ได้พัฒนารถรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Mazda 2 โฉมนี้ที่เขานิยมกันพัฒนามาแล้วเป็นเวลากว่า 6 ปี ซึ่งแบรนด์อื่นๆ ได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งดีไซน์และเครื่องยนต์กันไปแล้ว แต่ทำไม Mazda 2 ถึงยังได้รับความนิยม และ ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 ?

เนื่องจาก Mazda 2 เป็นรถขนาด B-segment ที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องดีไซน์ที่ยังไม่ได้ปรับโฉมครั้งใหญ่แต่ยังคงสปอร์ตทันสมัยไม่ตกยุค และ อุปกรณ์เทคโนโลยีอำนวยสะดวกความที่ครบครันในรถขนาด B-segment มากไปกว่านั้น Mazda 2 ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีกเช่น ระบบความปลอดภัยที่เชื่อถือได้อย่างที่เรารู้กันว่าช่วงล่างของรถยี่ห้อ Mazda ขึ้นชื่อไม่แพ้ค่ายไหนๆ อย่างแน่นอน และ ระบบช่วยประหยัดพลังงานอย่าง “Skyactiv” ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม ซึ่งโดยรวมแล้ว Mazda 2 เป็นรถขนาดเล็กที่ถือว่าออปชันครบแบบล้นๆ เหมาะสมกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 ที่น่าใช้จริงๆ

Honda Accord

เป็นรุ่นรถจากค่าย Honda ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Toyota Camry ด้วยที่เป็นรถยนต์ขนาด D-segment ทั้งคู่ ทำให้มีการแข่งขันสูงในตลาดเป็นธรรมดา ซึ่งเจ้า Honda Accord ก็ได้รับความนิยมมายาวนานไม่แพ้กัน

Honda Accord เป็นรถที่มีจุดเด่นในเรื่องภายในที่หรูหราตามสไตล์ Honda ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยที่ Honda Accord เป็นรถซีดานขนาดใหญ่แนว VIP และ เครื่องยนต์ที่มอบสมรรถนะที่ทรงพลังให้แก่ผู้ขับขี่เหมาะกับการเดินทางไกล แต่ด้วยที่เป็นรถซีดานขนาดใหญ่สไตล์ VIP ราคารถมือหนึ่งป้ายแดงไม่ต้องพูดถึงแตะล้านแน่นอน เราเลยจัด Honda Accord อยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 เนื่องจากเป็นรถที่มีคุณภาพและน่าซื้อมาใช้ในราคารถมือสองก็คงจะคุ้มไม่น้อย

Honda Civic

มาถึงกับรถรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่น สำหรับใครที่กำลังหารถเก๋งซีดานขนาดกลางสี่ประตูในบ้านเราคงพลาดที่จะไม่พูดถึงเจ้า Honda Civic ไม่ได้ ด้วยที่ Honda Civic เป็นรถที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานหลายสิบปี โดยเฉพาะโฉมปี 2016 และ 2018 ที่ปรับโฉมใหม่ให้มีความสปอร์ตมากขึ้นบวกกับการที่เพิ่มตัวถัง Hatchback 5 ประตูเข้ามาทำให้ยอดขายในปีที่เปิดตัวพุ่งเป็นอันดับหนึ่งในรถประเภท C-segment

Honda Civic FK Hatchback

ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดมือสองก็คือโฉมปี 2016 ขึ้นไป หรือ ที่เขาเรียกกันว่า Honda Civic FC หรือ FK มีดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น และ ภายในที่สวยงามจัดเต็มสไตล์ Honda พร้อมมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 2 แบบ ระหว่าง เครื่องยนต์ 1.8 และ เครื่องยนต์เทอโบขนาด 1.5 มากไปกว่านั้น Honda Civic โฉมใหม่ปี 2021 ได้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ทำให้ Civic รุ่นก่อนหน้าราคาตกเหมาะกับการจับมาเป็นเจ้าของในราคามือสองอย่างยิ่ง

Honda Freed

หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงที่ Honda Freed ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับรถมือสอง 2564 แต่จริงๆ แล้ว Honda Freed เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในวงการรถมือสอง ด้วยที่เป็นรถสไตล์ครอบครัวนั่งได้ถึง 6 คนพร้อมประตูบานสไลด์แนวรถแวน VIP ที่ราคาไม่สูง และ ทาง Honda ได้ยกเลิกการผลิตรถรุ่นนี้ไปแล้วทำให้ผู้คนไปตามหาซื้อรถรุ่นนี้ในตลาดรถมือสองเป็นอย่างมาก 

Suzuki Swift

เป็นรถ ECO Car ที่ถือว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวโฉมแรกจนมาถึงโฉมปัจจุบันด้วยที่รูปลักษณ์ของรถมีขนาดเล็กกะทัดรัดดีไซน์ภายนอกสวยงามไม่แพ้ใคร และ ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงได้ดีด้วยที่เป็นรถ ECO Car  หลังจากเปิดตัวโฉมแรกทาง Suzuki ก็ได้พัฒนารถรุ่นนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ เข้าไป และ ออกแบบดีไซน์ให้ดูสปอร์ตสะดุดตาผู้คนมากยิ่งขึ้น

Suzuki Swift เป็นรถที่น่าสนใจมากในตลาดรถมือสองด้วยราคารถที่ไม่สูงมากถ้าเทียบกับสเปครถที่ผู้ซื้อได้กลับมาทำให้คนสามารถจับต้องรถ ECO Car ได้ง่ายขึ้น Suzuki Swift จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าแนะนำใน 10 อันดับรถมือสอง 2564

Nissan Almera

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 239,000 บาท

รถ ECO-Car จากค่าย Nissan ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในวงการรถมือสองตั้งแต่สมัยโครงการรถคันแรกที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โฉมแรกปี 2012-2019 แต่โฉมที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะเป็นโฉม Minor Change ปี 2014 ขึ้นไป

Nissan Almera เป็นรถเก๋งซีดานที่ขนาดภายในรถค่อนข้างกว้าง แต่ตัวถังภายนอกดูเล็กกะทัดรัดทำให้จุคนได้เยอะแถมยังขับขี่คล่องแคล่ว ที่สำคัญอย่าลืมว่าเจ้า Nissan Almera ยังเป็น ECO-Car ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดีสุดๆ เรียกว่ารถรุ่นนี้ครบเครื่องติด 10 อันดับรถมือสอง 2564 อย่างไร้ที่ติ

Toyota Vios

รถเก๋งซีดานขนาดเล็กที่อยู่คู่คนไทยมานาน เป็นรถ City Car ที่ขายดีติดอันดับมาตลอด เนื่องจากราคาไม่สูงจับต้องได้ อะไหล่หาเปลี่ยนง่าย เครื่องยนต์ทนทานที่เป็นเรื่องขึ้นชื่อของ Toyota อยู่แล้ว และ ประหยัดน้ำมันได้ดีอีกด้วย ไม่แปลกใจว่าทำไม Toyota Vios ถึงขายดิบขายดีเพราะเป็นรถยนต์ City Car ที่ครบเครื่องอีกหนึ่งคันและราคาไม่สูงเท่ายี่ห้ออื่นๆ ในรถ segment เดียวกัน 

Toyota Vios โฉมที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะเป็นโฉมก่อน Minor Change ปี 2013-2016 เนื่องจากทำราคาได้ดีในตลาดรถมือสองทำให้ผู้คนได้เป็นเจ้ารถ City Car ได้ในราคาที่ไม่แพง

สรุป

จบไปแล้วกับ 10 อันดับรถมือสอง 2564 ที่มีทั้งรถ sedan 4 ประตู, รถ suv, รถ van และ รถ eco-car ให้คุณได้เลือกชมและตัดสินใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรถมือสองคือรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วทำให้ต้องมีตำหนิเป็นเรื่องปกติ ก่อนซื้อรถมือสองควรเช็คสภาพรถให้ดี หรือ ถ้าไม่มั่นใจในการตรวจเช็คสภาพรถ คุณสามารถซื้อรถผ่าน Kaidee Auto ได้แบบหมดห่วง เพราะเรามีบริการ Kaidee Certified รองรับ ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจเช็คสภาพรถ

ดีจริงหรือ!! รีไฟแนนซ์รถยนต์ ช่วยอะไรกันแน่

ดีจริงหรือ!! รีไฟแนนซ์รถยนต์ ช่วยอะไรกันแน่

คำคุ้นหูที่ใครเคยมีประสบการณ์การซื้อรถและเคยผ่านการเช่าซื้อมาก่อน น่าจะเคยได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์รถยนต์” อย่างแน่นอน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนนั้นจะทราบว่ามันคืออะไร รวมไปถึงคนที่ยังไม่เคยผ่านการซื้อรถมาก่อน ยิ่งน่าจะไม่รู้เลยว่ามันเป็นอย่างไร ช่วยอะไรให้แก่คนที่ซื้อรถบ้าง และขั้นตอนที่รีไฟแนนซ์จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมจะมาให้คำตอบเองในวันนี้ (ใครกำลังรู้สึกว่าทุกวันนี้จ่ายดอกเบี้ยในการกู้ซื้อรถสูงเกินไป ต้องอ่าน!!!)

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ คืออะไร

หากพูดถึงการรีไฟแนนซ์ มีทั้งเรื่องของบ้านและรถยนต์ ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดกันในส่วนของการรีไฟแนนซ์รถยนต์กันก่อน ซึ่งการรีไฟแนนซ์ คือ การที่เริ่มจากคุณไปซื้อรถยนต์มาสักคันหนึ่งโดยผ่านการกู้เพื่อซื้อ และผ่อนจ่ายให้แก่ธนาคารโดยเสียดอกเบี้ยในแต่ละเดือน และการทำรีไฟแนนซ์ คือการนำรถยนต์ที่มีอยู่นั้น มาเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้แบบเดียวกับตอนกู้ซื้อตอนแรกเลย โดยธนาคารที่รีไฟแนนซ์จะประเมินราคากลางของรถยนต์ ซึ่งการรีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนการเงิน ยิ่งผู้ที่ยังมีภาระหนี้เหลือไม่น้อยกว่า 3 – 5 ปี สามารถทำการปรับเปลี่ยนแหล่งเงินกู้ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าเดิม

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์รถยนต์

ถ้าหากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ไม่มีข้อดี ทางธนาคารหรือสถาบันการเงิน คงไม่มีทางคิดการรีไฟแนนซ์นี้ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ซึ่งมันมีข้อดีค่อนข้างเยอะและเป็นประโยชน์ต่อเหล่าผู้ซื้อรถเป็นอย่างมาก

1. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน

เนื่องจากการรีไฟแนนซ์นั้นเหมือนเป็นการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปปิดยอดอีกธนาคารหนึ่ง โดยมาผ่อนต่อกับธนาคารที่คุณรีไฟแนนซ์ด้วย เพื่อลดดอกเบี้ยลง ซึ่งทั้งนี้บางธนาคารสามารถเลือกให้ผ่อนจ่ายต่อเดือนน้อยลดจากเดิมได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ลดภาระทางการเงินของคุณในแต่ละเดือนได้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

2. ยังใช้งานรถได้เหมือนเดิม

แน่นอนว่ารถจะต้องอยู่กับเราอยู่แล้ว เพราะนี่ไม่ใช่การยึดรถแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนธนาคารในการผ่อนเท่านั้น ดังนั้นรถยนต์ก็ยังสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันเหมือนเดิม (ไม่ต้องกลัวไปนะ)

3. ดอกเบี้ยถูกลง

ถือเป็นวัตถุประสงค์หลักเลยก็ว่าได้ของการรีไฟแนนซ์ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารเดิม มาสู่ธนาคารใหม่ ให้มีอัตราดอกเบี้ยที่เบาลง และจ่ายต่องวดที่น้อยลงตามไปด้วย

ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์รถยนต์

มีข้อดีไปแล้ว คราวนี้มาถึงตาข้อเสียกันบ้าง และเป็นข้อเสียที่ห้าม!! ละเลยหรือมองข้ามไปอย่างเด็ดขาด เพราะไม่แน่บางทีในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจจะไม่ต้องรีไฟแนนซ์เสียด้วยซ้ำ

1. ใช้เวลาผ่อนนานขึ้น

เป็นสิ่งที่ธนาคารไม่ได้บอกกับเราอย่างแน่นอน จากที่คุณกำลังจะผ่อนรถยนต์หนึ่งคันที่ใกล้จะผ่อนหมดเต็มที อาจจะต้องมีเริ่มผ่อนหนี้ก้อนใหม่ที่มีระยะนานกว่าเดิม ซึ่งการที่นานกว่าเดิม นั่นหมายความว่าธนาคารจะได้ดอกเบี้ยที่มีระยะนานขึ้น ถึงแม้ว่าจะอัตราดอกเบี้ยจะลดลงก็ตาม (ธนาคารได้เงินจากตรงนี้นี่แหละ)

2. เตรียมเอกสารยุ่งยากไปหมด

เดี๋ยวเรามาดูกันว่าแค่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์มันยุ่งยากขนาดไหน เพราะแค่เห็นผ่าน ๆ ยังมองออกเลยว่าเยอะ มาดูกันเลย!!

เอกสารที่ต้องใช้

  • สำเนาบัตรประชาชน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินหรือธนาคารจะใช้ 5 ฉบับ พร้อมกับบัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาทะเบียนรถยนต์ ใช้สำหรับการ รีไฟแนนซ์รถ 2 ฉบับ (ไม่ต้องใช้ตัวจริง)
  • สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน (แต่กรณีที่ไม่มี ไม่จำเป็นต้องเอามาก็ได้)
  • แผนที่ของที่อยู่อาศัยปัจจุบันและที่ทำงาน (อาจจะนำมาจาก Google Map หรือวาดด้วยลายมือก็ได้)
  • หลักฐานแสดงที่มาของรายได้

หลักฐานที่มาของรายได้

จากเอกสารที่ต้องใช้เมื่อสักครู่นี้ ในส่วนของหลักฐานแสดงที่มาของรายได้นั้น สามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. บุคคลธรรมดาหรือข้าราชการที่ได้รับเงินเดือน ให้ใช้สลิปเงินเดือน และหนังสือรับรองเงินเดือนล่าสุด หรือย้อนหลัง 2 เดือน พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ หรือกระแสรายวัน ย้อนหลัง 6 เดือน (เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  2. ประเภทประกอบธุรกิจส่วนตัว ในกรณีมีหน้าร้าน ต้องถ่ายรูปหน้าร้าน สินค้า พร้อมสัญญาเช่า แต่ถ้าหากไม่มีหน้าร้าน ให้นำใบเสร็จซื้อขายสินค้า และถ่ายรูปสินค้าและสต๊อกสินค้าที่มีอยู่

“แค่เห็นเอกสารเหล่านี้ก็ปวดหัวแล้ว ไหนจะเสียค่าเดินทางไปทำเอกสาร ไหนจะเสียค่าดำเนินการอีก ยุ่งยากไปหมดเลย จริงไหมล่ะ

ใครบ้างที่จะสามารถรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้

ต้องบอกก่อนเลยว่า จริง ๆ แล้วทุกคนที่ผ่อนซื้อรถอยู่ สามารถรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ เพื่อดอกเบี้ยที่ถูกลงได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ ว่าจะอนุมัติหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ที่มีความประสงค์จะรีไฟแนนซ์จะต้องเตรียมเอกสารมาให้อย่างครบถ้วนตามที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินกำหนดเอาไว้ เพื่อให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของทั้งตัวผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์และตัวของรถยนต์ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

อยากรีไฟแนนซ์รถยนต์ต้องทำอย่างไร

การรีไฟแนนซ์มีขั้นตอนไม่มากเท่าไรนัก เพียงแค่ 5 ตอนเท่านั้น

1. ศึกษารายละเอียด

ก่อนที่จะทำอะไร ควรศึกษารายละเอียดของแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน เพราะแต่ละที่ ต่างก็มีข้อตกลงในสัญญาการรีไฟแนนซ์ที่แตกต่างกันออกไป

TIPS : ควรดูประกอบกับสถานะทางการเงินที่เป็นอยู่ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

2. เตรียมเอกสารให้พร้อม

การเตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะทำอะไรเกี่ยวกับเงิน แสดงถึงความรอบคอบ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาวนไปวนมาเวลาที่ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินขออะไร ก็พร้อมที่จะมีให้หมด ซึ่งได้บอกเอกสารที่ต้องเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

3. ติดต่อธนาคารหรือสถาบันการเงินที่สนใจ

เป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด เมื่อคุณศึกษารายละเอียดมาอย่างดีแล้ว ก็เดินมุ่งตรงเข้าไปยังธนาคารหรือสถาบันการเงินที่สนใจ และเริ่มพูดคุยเพื่อทำสัญญา

4. รอธนาคารหรือสถาบันการเงินประเมินรถยนต์

ขั้นตอนนี้เป็นหน้าที่ของทางธนาคาร ที่จะตรวจสอบเอกสารที่คุณแนบไปให้ พร้อม ๆ กับประเมินราคากลางของรถยนต์ประกอบกับคุณภาพ และพิจารณายอดจัดไฟแนนซ์ จากเงื่อนไขการผ่อนชำระ และเครดิตบูโร

5. รออนุมัติ

เมื่อทางธนาคารหรือสถาบันการเงินดำเนินการเรียบร้อย ก็จะติดต่อกลับมา โดยแจ้งรายละเอียดของสัญญา เงื่อไขการผ่อนชำระต่าง ๆ อย่างละเอียด

สรุปท้ายบทความ รีไฟแนนซ์รถยนต์ช่วยอะไร

เรียกได้ว่ารู้ละเอียดในเรื่องของการจัดทำรีไฟแนนซ์รถยนต์  ครบ จบในบทความเดียวเลยก็ว่าได้ เพราะภายในบทความนี้สรุปมาให้ทั้งข้อดี-ข้อเสีย เพื่อให้ทุก ๆ ท่านประกอบการตัดสินใจทุกครั้งก่อนที่จะทำธุรกรรมทางการเงิน ลองชั่งน้ำหนักดูว่ารีไฟแนนซ์แล้วคุ้มค่าจริงหรือไม่

ดังนั้นก่อนเลือกซื้อรถยนต์หนึ่งครั้ง ควรที่จะประเมินกำลังทรัพย์ และกำลังในการผ่อนแต่ละงวดให้ดี แต่ถ้าหากคุณมาซื้อรถยนต์ที่ Kaidee Auto แล้วล่ะก็ มีรถยนต์มากมายให้เลือกซื้อ ราคาถูก แถมดีมีที่นี่ครบ ตรงกับสภาพการเงินและไลฟ์สไตล์ของคุณได้ง่าย ๆ

หล่อ สวย รวย เฮง!! ด้วยฤกษ์ออกรถ 2564

หล่อ สวย รวย เฮง!! ด้วยฤกษ์ออกรถ 2564

มาถึง “ปีวัวทอง” ทั้งที จะซื้อรถให้ดี ต้องเฮง ต้องปัง!! ด้วยฤกษ์ออกรถ 2564 กันเสียหน่อย ไหนใครอยากเงินไหลมาเทมา หรือสายคลั่งดวงอย่าช้า ต้องเข้ามาอ่านที่นี่เลย รวมมาให้ครบกับทุก ๆ ฤกษ์ที่ต้องการได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น!! วันนี้เทพพยากรณ์แห่ง Kaidee Auto จะมาขอบอกดวงให้ทุก ๆ คนเอง ปิ๊ง ๆ ⭐⭐⭐

[ ฤกษ์ออกรถ 2564 ประจำวันเกิด ]

พร้อมกันแล้วหรือยัง?? ที่จะมาดูว่าฤกษ์ออกรถ 2564 ของคนประจำวันเกิดตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ จะซื้อรถทั้งทีจะต้องรู้ลึก รู้จริง วันไหนดี วันไหนไม่ดี ถ้าไม่ดีต้องห้ามออกรถ!!! ถ้ารู้แบบนี้ก็ไปอ่านกันเลยยยยย

ปล. วันออกรถที่ว่า คือวันแรกที่นำออกจากศูนย์ ไม่รวมวันที่ไปดูและทดลองขับ (ไม่งั้นดูกันตาแตกแน่จ้า~)

คนเกิดวันจันทร์

วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์ เสาร์ 

วันออกรถที่ไม่ดี : พฤหัสบดี อาทิตย์

คนเกิดวันอังคาร

วันออกรถที่ดี : อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์

วันออกรถที่ไม่ดี : จันทร์ อาทิตย์

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน🌞)

วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์

วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน🌜)

วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์

วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร พุธ (กลางวัน)

คนเกิดวันพฤหัสบดี

วันออกรถที่ดี : จันทร์ ศุกร์

วันออกรถที่ไม่ดี : เสาร์

คนเกิดวันศุกร์

วันออกรถที่ดี :  จันทร์ อังคาร ศุกร์ อาทิตย์

วันออกรถที่ไม่ดี : พุธ (กลางคืน🌜) เสาร์

คนเกิดวันเสาร์

วันออกรถที่ดี : จันทร์ 

วันออกรถที่ไม่ดี : พุธ (กลางวัน🌞)

คนเกิดวันอาทิตย์

วันออกรถที่ดี : จันทร์ พฤหัสบดี เสาร์ อาทิตย์

วันออกรถที่ไม่ดี : อังคาร ศุกร์

วันที่ไม่ควรออกรถเลย

ไม่ว่าจะเกิดวันไหนก็ตามวันที่ไม่ควรจะซื้อรถเลยคือ “วันพระ” เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะอาจจะทำให้ป่วยหรือไม่สบายได้ หรืออาจจะทำให้ศัตรูนั้นมีความอาฆาต (บรืออ น่ากลัว) ทางที่ดีก็ควรจะหลีกเลี่ยงวันพระเอาไว้เป็นดีที่สุด

[ ฤกษ์ออกรถ 2564 เมื่อไปรับรถออกจากโชว์รูม ]

ขอบอกก่อนเลยว่าแค่ฤกษ์ออกรถสำหรับวันเกิดนี้ยังไม่พอจริง ๆ มาลงถึงรายละเอียดอื่น ๆ กันต่อเลยดีกว่า เรื่องต่อไปนี้ยิ่งกว่าวันที่ควรออกรถเสียอีก แม้แต่เรื่องนำรถออกจากโชว์รูมเราก็มีมากให้ หากซื้อรถมาแล้วรู้ว่าไปรับรถวันไหน ก็ควรเช็คเวลาให้ดีว่าจะไปรับเวลาไหนที่จะดวงดีแบบ อื้ม~ ปัง!!!

วันจันทร์

ช่วงเวลานำรถออกในวันจันทร์ :  ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 08.25 น. – 10.48 น. และช่วงเวลา 15.37 น. – 18.00 น.

ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ดี และ สองศูนย์ จะให้โชคลาภและเสน่ห์

วันอังคาร

ช่วงเวลานำรถออกในวันอังคาร :  ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 10.49 น. – 13.12 น. และ ช่วงเวลา 06.01 น. – 08.24 น.

ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ดีพอใช้ สองศูนย์ ช่วงเวลาพอใช้ได้

วันพุธ

ช่วงเวลานำรถออกในวันพุธ :  ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 13.13 น. – 15.36 น. และ ช่วงเวลา 08.25 น. – 10.48 น. 

ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ เป็นฤกษ์ปานกลาง สองศูนย์ มีโอกาสให้ลาภ 

วันพฤหัสบดี

ช่วงเวลานำรถออกในวันพฤหัสบดี : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 15.37 น. – 18.00 น. และช่วงเวลา 10.49 น. – 13.12 น.

ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ มีโชคลาภดี สองศูนย์ ฤกษ์ยามปลอดภัย

วันศุกร์

ช่วงเวลานำรถออกในวันศุกร์ :  ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 06.01 น. – 08.24 น. และช่วงเวลา 13.13 น. – 15.36 น.

ตัวเลขยามอุบากอง : สี่ศูนย์ ฤกษ์ดีมาก สองศูนย์ ให้โชคลาภ

วันเสาร์

วันนี้เป็นวันหนึ่งที่พิเศษกว่าวันอื่น ๆ เพราะเป็นวันที่ ห้าม!! เอารถออกจากโชว์รูมอย่างเด็ดขาด เพราะตามหลักโหราศาสตร์เป็นวันแรงตามโบราณ ควรหลีกเลี่ยง

วันอาทิตย์

สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ : ช่วงเวลาที่ควรนำรถออกจากโชว์รูมคือเวลา 06.01 น. – 08.24 น. และช่วงเวลา 13.13 น. – 15.36 น.

ตัวเลขยามอุบากอง : ถ้าหากสามารถออกรถในช่วงเวลามี่มีตัวเลข 4 และ 0 จะเป็นฤกษ์ที่ดี ส่วนตัวเลข 2 และ 0 จะช่วยในเรื่องของโชคลาภ

[ พิธีการและสิ่งที่ต้องเตรียมในวันออกรถ ]

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. พระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ หรือเหรียญพระ
  2. ธูปจำนวน 9 ดอก
  3. พวงมาลัยดอกไม้ 3 พวง
  4. ของไหว้ (ผลไม้ต่าง ๆ)
  5. สายสิญจน์ 

ขั้นตอนการทำพิธี

  1. นำพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ หรือเหรียญพระเตรียมเอาไว้ มาเก็บเอาไว้บนรถ
  2. นำพวงมาลัยพวงแรกมาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณโดยรอบ (โชว์รูม) ก่อน
  3. นำพวงมาลัยพวงที่สองมาพร้อม ๆ กับธูปจำนวน 9 ดอก และของไหว้ มาทำพิธีตามความเชื่อในเรื่องของแม่ย่านาง ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำยานพาหนะ โดยมีบทสวดดังนี้

– บทถวายของไหว้แม่ย่านาง –

“ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ

ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ ”

ลูกขอถวายสิ่งของเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งของเหล่านี้ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายด้วยเทอญ สาธุ (แล้วจึงอธิษฐาน)

– บทลาของถวายแม่ย่านาง –

ตั้งนะโม 3 จบ

“ พุทธังลา ธัมมังลา สังฆังลา ”

ข้าพเจ้าขอลาสิ่งของเหล่านี้ให้เป็นทานต่อไป เพื่อเป็นยารักษาโรค อย่าให้เกิดโทษเลย

“ นะ เสสัง มังคะลา ยาจามะ ”

สรุปฤกษ์ออกรถ 2564

เป็นยังไงล่ะ!! กับฤกษ์การออกรถในปีนี้ ใครกำลังจะซื้อรถลองมาอ่านบทความนี้เพื่อตรวจสอบว่าควรจะซื้อวันไหนดี เพื่อเพิ่มดวงดีและโชคลาภ รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ มาครบจบในบทความเดียว!!

เมื่อรู้ว่าฤกษ์ที่ดี ฤกษ์ที่ปัง!! คือวันไหนแล้ว ก็คงพร้อมแล้วใช่ไหมล่ะที่จะซื้อรถ หากคุณหาที่ซื้อรถคุณภาพดี ๆ ที่ไหนไม่ได้แล้วล่ะก็ เข้ามาหารถยนต์มือสองแจ่ม ๆ ได้เลยที่ Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์มากมาย ที่รวมไลฟ์สไตล์ทุกการขับขี่

Toyota แบรนด์รถสุดฮิต ถึงไม่ทำรถยนต์ไฟฟ้าขาย

Toyota แบรนด์รถสุดฮิต ถึงไม่ทำรถยนต์ไฟฟ้าขาย

Toyota ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แถมยังได้รับความนิยมมากมายในหลาย ๆ รุ่นที่ออกมา แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นรถยนต์ใช้พลังงานเชื้อเพลิงหรือไม่ก็ Hybrid ที่ยังไม่ใช่รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ

ซึ่งเคยสงสัยเหมือนกันไหม?? ว่าทำไมเราถึงไม่เคยเห็นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่นี้ นำออกมาวางจำหน่ายเลยสักคันเดียว ต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่นอนที่ Toyota ทำไมถึงไม่เข้ามาโลดแล่นในวงการนี้ ทั้งที่เจ้าอื่น ๆ ต่างทำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

CEO บอกว่า EV เป็นภัยกว่าที่คิด

Akio Toyoda ได้บอกเอาไว้ว่า แท้ที่จริงแล้วรถยนต์ EV นั้นไม่ได้รักษ์สิ่งแวดล้อมขนาดนั้น เพราะการผลิตไฟฟ้านั้น บางประเทศยังใช้ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติเสียส่วนใหญ่ในการผลิต รวมถึงประเทศญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีผลจากสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นปี 2011 ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั้นไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าไรนัก

อ่านเพิ่มเติมรถไฟฟ้ากับรถ Hybrid ช่วยโลกจริงหรือ?? คลิกที่นี่

ทำไม Toyota ถึงไม่ขายรถ EV

มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เดี๋ยวเราจะมารู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ว่ามีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ Toyota นั้นเมินเฉยและไม่ผลิตรถยนต์ EV ออกมาขาย จะมีเหตุผลอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. ผลักดันรถไฮโดรเจน

น่าจะเคยได้ยินข่าวกันมาบ้าง เพราะค่อนข้างที่จะเป็นกระแสในช่วงปี 2015 เลยก็คือ Toyota Mirai ที่ทาง Toyota พัฒนามาอย่างยาวนาน และค่อนข้างที่จะคาดหวังเป็นอย่างมาก ให้รถยนต์พลังไฮโดรเจนนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าประเภท EV

รถไฮโดรเจน คืออะไร??

รถไฮโดรเจน หรือ รถพลังงานไฟฟ้าแบบ Full Cell (FCEV) ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นรถที่เติมแค่น้ำเปล่าก็วิ่งได้แล้ว แต่จริง ๆ แล้วคือน้ำที่ผ่านกระบวนการแปลงสภาพให้เป็นไฮโดรเจนก่อน จึงจะสามารถนำเข้ามาเติมได้  ซึ่งมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดเลยคือไม่เสียเวลาเติมพลังงานเหมือนกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (ที่เรียกได้ว่านานจนหลับรอได้!!)

Toyota Mirai

Toyota Mirai รถยนต์ไฮโดรเจนคันแรกที่ถูกปล่อยออกมาถึงแม้ว่ารถนี้จะกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและวางขายอยู่ และในปี 2021 นี้ Toyota ยังจะปล่อยรุ่นอัปเกรดที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ทาง CEO ยืนยันที่ผลักดันให้มันกลายมาเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่เหนือยิ่งกว่ารถยนต์ EV บนท้องถนน

2. มาลงตลาด EV ช้าไป

ถึงแม้ว่า Toyota จะคิดเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าออกมาเป็นเจ้าแรก ๆ ในการผลิตรถยนต์ลูกครึ่งอย่าง Hybrid แต่พอหลังจากนั้นไม่นาน ผู้ที่ตามมาทีหลังอย่าง Tesla กลับครองตลาดรถไฟฟ้าด้วย Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ Toyota นั้นช้าไปเสียแล้วที่จะมาตีตื้นในตลาดนี้

3. รถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา

ทาง Toyota กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้นภายใต้แพล็ตฟอร์ม e-TNGA (Electric Toyota New Global Architecture) ซึ่งจะเน้นการตลาดฝั่งยุโรป 

Toyota ก็มีรถไฟฟ้า

ต้องบอกก่อนเลยว่าจริง ๆ แล้ว Toyota นั้นก็มีทำรถไฟฟ้าอยู่บ้าง แถมยังเป็นผู้บุกเบิกเรื่องของรถยนต์ลูกผสมระหว่างน้ำมันและไฟฟ้าอย่าง Toyota Prius ส่วนรถยนต์ EV นั้นก็มีเช่นเดียวกันแต่ไม่ได้ขายกันอย่างแพร่หลายรอบโลก แต่กลับทำการตลาดรถยนต์ EV ในประเทศจีน คือ C-HR EV หรือชื่อที่เรียกกันในจีนคือ IZOA EV แต่การที่ทาง Toyota ทำรถยนต์ออกมาขายเพราะเป็นข้อบังคับจากทางรัฐบาลจีนนั่นเอง และคาดว่ารถยนต์รุ่นนี้คงจะไม่วางขายที่ประเทศอื่น ๆ ด้วย

C-HR EV / IZOA EV

เป็นความเหมือนที่แตกต่าง รูปลักษณ์ภายนอกที่เรียกว่าเหมือนกันเป๊ะ กับ Toyota C-HR ที่ขายกันในบ้านเรา เพียงเปลี่ยนจากเครื่องยนต์มาเป็นแบตเตอรี่ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งมีสเปคดังนี้

มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร สามารถส่งพลังจากแบตเตอรี่ความจุ 54.3 kWh ทำระยะทางได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ที่ได้รับมาตรฐาน NEDC โดยมีอัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สรุปท้ายบทความ

หากใครที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพดี ราคาไม่แรง สามารถเข้ามาซื้อได้ง่าย ๆ ที่ Kaidee Auto เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมรถยนต์มากมายที่ได้คุณภาพ แถมสามารถติดต่อผู้ขายได้โดยตรงอีกด้วย นัดรับได้สะดวก ตีสภาพรถได้ก่อนซื้อ ต้องที่นี่เลย!!!

เมาไม่ขับ แต่ถ้าเมาแล้วหลับในรถอาจถึงตาย!!

เมาไม่ขับ แต่ถ้าเมาแล้วหลับในรถอาจถึงตาย!!

หลาย ๆ คนที่เป็นนักดื่มตัวยงย่อมต้องเคยเจอปัญหานี้กันมาบ้าง ตอนเพื่อนชวนไปกินข้าว อาจไปที่ร้านอาหารโดยที่ไม่คิดว่าจะต้องดื่มด้วย เลยได้ขับรถไป และต้องเกิดคำถามในใจอย่างแน่นอนว่า “แล้วตอนกลับล่ะ จะกลับบ้านยังไง?? หรือจะนอนในรถไปก่อนดี??”

ซึ่งการนอนในรถนั้นเป็นสิ่งที่ผิดร้ายแรงมาก!! เพราะมันอาจจะทำให้คุณนั้นถึงตายได้เลย น่ากลัวใช่ไหมล่ะ?? แล้วสาเหตุจริง ๆ ของการนอนในรถทำไมถึงอาจจะทำให้ตายได้มันคืออะไรกันแน่ล่ะ เดี๋ยวผมจะมาเฉลยให้ (ติดตามอ่านกันก่อน อย่าเพิ่งหนีไปล่ะ)

แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าเมาแล้ว??

สำหรับคนที่เมาเป็นประจำ คงไม่ต้องบอกกันล่ะมั้ง ว่าตอนตัวเองเมานั้นจะมีอาการอย่างไร (ฮ่า ๆ) หรือคนที่ดื่มกันประจำเคยเป็นไหม เวลาใครถามว่า “เมาไหม” ส่วนใหญ่ก็มักจะตอบกันว่ายังไม่เมาหรอก ซึ่งจริง ๆ แล้วความเมานั้นสามารถวัดได้

โดยจะวัดจากปริมาณความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด หรือที่เรียก ๆ กันว่า BAC (Blood Alcohol Concentration) ซึ่งเป็นเครื่องที่คุ้นเคยกันอย่าง “เครื่องเป่าในตำนาน” ของตำรวจ ที่ผ่านปากใครต่อใครเป็นจำนวนมาก (น่ากลัวจริง ๆ)

ปริมาณของแอลกอฮอล์

ซึ่งการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดนั้นวัดเป็น “มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%)” ซึ่งการดื่มได้มากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับระบบเผาผลาญในร่างกายแต่ละคนอีกด้วย ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วผู้ชายจึงมีความสามารถในการดื่มที่มากกว่านั่นเอง

  • 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ปริมาณแค่นี้ถ้าเป่าเจอก็ผิดกฎหมายแล้วนะ (แค่ดื่มแก้วเดียวก็ค่าเกินแล้ว)
  • 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มมีอาการมึนงงบ้าง เดินได้ไม่ตรง
  • 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มง่วง และบางคนอาจะจะยืนไม่ได้เลย
  • 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เริ่มไม่รู้สึกตัว หายใจได้ช้าลง

แล้วนอนในรถและเปิดแอร์มันไม่ดียังไง??

ก็ทางกฎหมายเขาบอกนี่นาว่า “เมาแล้วห้ามขับรถ” ก็นอนบนรถเสียเลยแก้ปัญหา ซึ่งนั่นเป็นเรื่องผิดอย่างมาก!! และไม่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้คุณนั้นตายได้เลย ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากเรื่องเดียวเลย คือ สิ่งที่มองไม่เห็น (กรี๊ดดดดด ผีเหรออออ!!👻) มันต้องไม่ใช่อยู่แล้วไหมล่ะ!! วายร้ายตัวจริงนั้น คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ

แล้วก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มันมาจากไหน??

ก๊าซนี้นั้นมันไม่ได้เกิดมาจากอากาศที่หมุนเวียนอยู่รอบตัวเราแต่อย่างใด มันเกิดจากที่เราสตาร์ทรถนั่นเอง ในการสตาร์ทรถหนึ่งครั้งนั้น เครื่องยนต์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมาเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายของมนุษย์ และอ้าว!? แบบนั้นทำไมตอนขับรถปกติไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย?? คำตอบคือ เมื่อขับรถปกติ รถยนต์นั้นมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการหมุนเวียนของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่เป็นอะไรเวลาที่ขับ

แล้วก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ส่งผลอะไร??

ส่งผลแน่นอน เมื่อร่างกายได้รับก๊าซนี้เป็นจำนวนมาก ๆ เข้าไปในกระแสเลือด ทำให้มีก๊าซนี้มากกว่าออกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกายนั้นจะเริ่มตอบสนองได้ช้าลง ระบบประสาทมีการทำงานผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นในที่สุด (น่ากลัวมากกกกกกก)

ใช้เวลาเท่าไหร่ที่ทำถึงให้เราถึงตายได้

ร่างกายของคนเรานั้นรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้จำกัดเอามาก ๆ ถ้าให้บอกเป็นตัวเลขนั้น ร่างกายจะรับได้ประมาณ 1-200 ppm (Part Per Million หรือค่ามลพิษทางอากาศ) ซึ่งปกติแล้วก๊าซเหล่านี้ในธรรมชาติจะมีปริมาณอยู่ที่ 0.5-5 ppm และถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่มากก็จะไม่ส่งผลต่อร่างกาย


แต่ในการนอนบนรถนั้นเราใช้เวลาที่นาน ทำให้เรานั้นค่อย ๆ รับก๊าซนี้อย่างช้า ๆ และมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกินค่าของก๊าซและได้รับเป็นเวลานาน ซึ่งเวลาที่อาจจะทำให้ถึงตายได้นั้นไม่นานอย่างที่คิดเพียงแค่

“4 ชั่วโมงเท่านั้น!!”

ถ้าต้องนอนจริง ๆ ควรทำอย่างไร

ก็ถ้าพูดขนาดนี้แล้วยังอยากนอนต่อล่ะก็นะ แล้วแต่เล๊ยย!! งั้นผมก็มีวิธีการมานำเสนอละกัน (ดื้อเหมือนกันนะเนี่ย!!)

1. หาที่จอดรถดี ๆ

ทางที่ดีที่สุดถ้าคุณเมาก็คือจอดที่ร้านที่กินนั่นแหละ!! คือง่ายที่สุดแล้ว เพื่อที่ว่าอย่างน้อยคุณก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งเรื่องของความปลอดภัย

2. ไม่เปิดแอร์นอน

ที่ไม่ให้เปิดแอร์นั่นเพราะว่ากันการเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่จะเปิดขึ้นเมื่อสตาร์ท ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือดับเครื่องและเปิดกระจกไว้เล็กน้อย (จะร้อนหน่อยนะถ้าเป็นช่วงฤดูร้อน)

3. ล็อคประตูให้ดี

กลางค่ำกลางคืนอ่ะเนอะ ยิ่งถ้าเกิดเป็นผู้หญิงแล้วล่ะก็ น่ากลัวมาก การล็อคประตูให้ดี ก็เป็นทางหนึ่งที่จะทำให้คุณนั้นปลอดภัย

อาการของคนเมาที่ผมเคยเจอ

ผมจะมาบอกอาการของคนเมา ให้กับคนที่ไม่เคยต่างหาก ซึ่งอาการเมาแปลก ๆ ที่ผมกำลังจะเล่าตัวผมเองนั้นเจอมาเองกับตัวของเพื่อน ๆ (เพราะผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์) ทำให้เห็นอะไรสนุกทุกครั้งที่ไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ

1. เมาแล้วเพ้อ

ประสบการณ์เบสิคมาก ที่ใครหลาย ๆ คนเจอ และเป็นประการณ์ที่น่าจะสามารถเปลี่ยนให้จากความเป็นคนกลายเป็น “หมา” ได้ ด้วยความที่บางคนนั้นมาดื่มเพราะอกหักบ้าง เลิกกับแฟนบ้าง ทะเลาะแฟนบ้าง (เศร้าเนอะ?? เศร้าเรื่องเพื่อนเหรอ!! เศร้าตัวเองนี่แหละ!! T T)

2. เมาแล้วร้องไห้

น่าจะเป็นอีกอย่างที่เจอ ๆ กัน ซึ่งเรื่องที่แปลกเลยคือ คนที่เมาแล้วร้องไห้นั้น บางทีไม่ได้เลิกกับแฟน ไม่ได้เศร้าอะไร แต่ร้องไห้เฉย (งงไปหมด) แล้วคือเล่นใหญ่มาก

3. เมาแล้วชอบหาเรื่อง

เมื่อเมา คนเรามักขาดสติ ทำให้อารมณ์มันขึ้นและร้อนได้ง่าย จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นคือเมาแล้วไปหาเรื่องโต๊ะข้าง ๆ (ดีนะที่วันนั้นโต๊ะข้าง ๆ เข้าใจ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ!!)

4. เมาแล้วชอบเลื้อย

เลื้อยของผมในที่นี้คือ การลงไปเลื้อยกับพื้นนะครับ เมาหนักมากจนทรงตัวไม่ได้ ถึงขั้นตัวเหลว เลยเกิดภาพสุดตลกที่เพื่อนนั้นลงไปนอนแล้วยังอยากจะพยายามเต้นอีก (หนักเลย)

5. เมาแล้วบอกเลิกแฟน

เมาแล้วบอกเลิกแฟนฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ที่มันไม่ปกติคือ คำที่ใช้บอกเลิกนี่แหละ เพราะเพื่อนผมที่เมานั้นกลับโทรไปหาแฟนแล้วพูดว่า “อากาศมันร้อน!! เราเลิกกันเถอะ!!” งงกันไหม?? แต่ผมนี่งงมาก

ถ้ารู้ขนาดนี้แล้ว และรู้ว่าตัวเองเป็นสายดื่มตัวยง รถที่มีอยู่อาจจะไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรนัก หรือว่ากลัวว่าจะเผลอหลับในรถ ไม่ยาก เพียงเอารถเก่าของคุณมาลงขายที่ Kaidee Auto ก็สามารถปิดการขายได้ง่าย แถมใช้งานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย