เจาะลึกความสำเร็จของลำโพง Marshall
ใครที่มี “ดนตรีในหัวใจ” น่าจะพอได้ยินชื่อของมาร์แชลล์แบบผ่านหูมาบ้าง หรือบางคนอาจจะพยักหน้าแสดงออกว่าคุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยกิตติศัพท์อันลือเลื่อง เรื่องคุณภาพเสียงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เบสดีกีตาร์แน่น ฟังแล้วรื่นรมย์ใจในวันที่หม่นหมอง ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าแบรนด์อื่นในตลาดหลายเท่าตัว
ไหนๆ แล้วเราลองมาหาคำตอบไปด้วยกัน ว่าทำไมลำโพงเจ้านี้ ถึงได้รับความนิยมเอามากๆ ในหมู่คนฟังเพลง เรียกว่าเป็นที่ต้องการของตลาดแทบทุกรุ่น สวนทางกับราคาที่แรงระดับหลักพันปลายๆ ไปจนถึงหมื่น ทว่าหลายคนก็ยังเฝ้าฝันที่จะเป็นเจ้าของน้องมาร์แชลล์แสนเก๋สักตัว
กำเนิดลำโพงเสียงเทพ “มาร์แชลล์”
“เริ่มต้นด้วยสิ่งที่รัก มักพาเราไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ”
น่าจะเป็นสิ่งที่ Jim Marshall เจ้าของแบรนด์มาร์แชลล์แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด
ความที่เขาคลุกคลีและมีใจรักกับเสียงเพลงมาแต่ไหนแต่ไร เริ่มต้นจากการเป็นมือกลองและครูสอนดนตรี ก่อนที่ปี 1962 เขาจะผันตัวเข้าสู่วงการธรกิจแบบเต็มตัว ด้วยการเปิดร้านขายกลองและกีตาร์ ซึ่งใครจะรู้ว่าในอนาคตจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ใน “สิ่งที่รัก” ตรงนี้ จะทำกำไรได้มหาศาล
อยู่มาวันหนึ่ง นักกีตาร์สามคนนามว่า Ritchie Blackmore, Big Jim Sullivan และ Pete Townshend หนึ่งในกลุ่มลูกค้าประจำของทางร้าน เข้ามาขอให้คุณลุงจิมผลิตแอมป์กีตาร์คุณภาพดีให้พวกเขาสักเครื่อง เพราะด้วยสมัยนั้นไม่มีเครื่องขยายเสียงที่ถูกใจพวกเขาเลย
ความที่จิมมาร์แชลล์มีความรู้และมีใจรักเรื่องเครื่องดนตรีอยู่แล้ว ทันทีที่แอมป์กีตาร์ของเขาผลิตออกมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้นจากนักดนตรียุคนั้น ถึงขนาดเป็นหนึ่งใน “เครื่องขยายเสียงที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก” ทำเอาลุงจิมหันมาจริงจังกับการผลิตเครื่องขยายเสียงมากขึ้น
ภาพรวมแบรนด์มาร์แชลล์ทุกวันนี้
หลังจากลุงจิมปล่อยให้แอมป์กีตาร์สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์มาร์แชลล์ และครองตลาดเครื่องเสียงมาเนิ่นนาน กระทั่งปี 2010 ทางบริษัทจึงเปิดตัว Marshall Headphone ออกมาเป็นครั้งแรก เพื่อหวังจับกลุ่มตลาดแมสที่มากขึ้นกว่าเดิม
จนปี 2012 มาร์แชลล์ก็ปล่อย Gadget สุดเจ๋งอย่าง “ลำโพง Active Bluetooth” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนรักเสียงเพลงเอามากๆ ด้วยรูปลักษณ์อันแสนสวยงามคลาสสิค ตลอดจนคุณภาพเสียงอันโดดเด่น ดนตรีแน่น บีทหนึบ ประหนึ่งนั่งฟังอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ต
ทำไมลำโพงมาร์แชลล์ถึงได้รับความนิยม?
“กว่า 55 ปีที่มาร์แชลล์” แบรนด์สัญชาติอังกฤษเจ้านี้ โลดแล่นในวงการดนตรีอย่างสง่างาม เรียกว่าเป็นลำโพงที่ครองใจกลุ่มคนที่หลงใหลในเสียงดนตรีเป็นอย่างมาก ด้วยสาเหตุต่างๆ ที่เรารวมไว้ให้ด้านล่างนี้
1.คุณภาพเสียงเป็นเลิศ

ข้อนี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนลุ่มหลงในลำโพงเจ้านี้ หลายๆ คนถูกตกให้เป็นแฟนของมาร์แชลล์เพราะเรื่องคุณภาพเสียงอันดีงาม ว่ากันว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ คือการแยกเสียงเครื่องดนตรีได้ละเมียดละไม ทว่าหนักแน่นด้วยเสียงเบสและกีตาร์ เหมือนเราได้ฟังนักร้องคนโปรดมาร้องเพลงสดๆ ให้ฟังอยู่ข้างหู
2.เพิ่มความพรีเมียมให้บ้านของคุณ

นอกจากจะสะกดใจด้วยคุณภาพเสียงอันทรงพลังแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจลงทุนกับลำโพงเจ้านี้ คือรูปลักษณ์สุดคลาสสิคสวยงาม หรูหราแบบเรียบง่าย วางตรงไหนของบ้านก็เพิ่มความแพง ไม่ว่าคุณจะแต่งบ้านแนวมินิมอล ลอฟต์หรือโมเดิร์น มาร์แชลล์ตัวนี้ก็เอาอยู่ ได้ฟังทั้งเพลงเพราะพร้อมบรรยากาศที่ดีไปด้วยกัน
3.การันตีโดยนักดนตรีระดับโลก

ก่อนจะได้รับความนิยมจากกลุ่มคนฟังเพลง มาร์แชลล์เองเป็นแบรนด์ขวัญใจนักดนตรีระดับตำนานอยู่หลายวง ช่วงแรกที่ยี่ห้อนี้เปิดตัวแอมป์กีตาร์ ราวปี 1970 วงดนตรีร็อคชื่อชื่อดังสัญชาติอเมริกา “Blue Öyster Cult” ใช้แอมพลิฟายเออร์มาร์แชลล์แบบเต็มสตรีม ทั้งยังอ้างอิงถึงแบรนด์นี้ลงในเพลง “Cities on Flame with Rock and Roll” และ “The Marshall Plan”
นอกจากนี้ยังมีนักดนตรีชื่อดังอีกจำนวนมาก ที่เลือกใช้แอมป์และลำโพงของมาร์แชลล์เป็นแบรนด์หลัก ทั้ง Eric Clapton และ Jimi Hendrix ถือเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์และสร้างความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี
4.รางวัลยืนยันคุณภาพ

สมัยปี 1984 มาร์แชลล์ได้รับรางวัล “Queen’s Award for Export” จากควีนอลิซาเบธที่ 2 (Elizabeth II) แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อยกย่องทางแบรนด์ที่ส่งออกสินค้าไปขายทั่วโลก นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้จิม มาร์แชลล์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ยังเคยได้รับเชิญไปฮอลลีวูด เพื่อพิมพ์ภาพมือที่ “Rock and Roll Walk of Fame” ในปี 1985 แสดงถึงบุคคลผู้ทรงค่าของวงการเพลงร็อคแอนด์โรลล์ระดับโลก
สรุปท้ายบทความ
สุดท้ายแล้วเรื่องเสียงและการฟังเพลงถือเป็นรสนิยมส่วนบุคคล หูใครหูมัน หลายคนอาจจะถูกใจคุณภาพเสียง และรูปลักษณ์อันสวยงามของมาร์แชลล์ แต่หลายคนอาจจะมองว่าลำโพงนี้แพงไปสำหรับฟังก์ชันขยายเสียง การเสียเงินหลักพันปลายๆ ไปถึงหมื่น ดูจะเกินและไกลตัวไปหน่อย
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณเป็นคนหลงใหลในเสียงเพลง อินกับดนตรี สนุกกับการขยับแข้งขยับขาตามจังหวะ แล้วอยากเพิ่มอถรรรสการฟังเพลงให้มากกว่าเดิม ลงทุนกับความสุขในระยะยาวอย่างไรก็คุ้ม
