Jul 13, 2021 | บทความยานยนต์
เอ๊ะ!! ทำไมในรถเราตอนนี้ถึงรู้สึกร้อนแปลก ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นจะร้อนขนาดนี้เลยแท้ ๆ จะบอกว่าเป็นเพราะอากาศของประเทศไทยมันร้อนขึ้นก็ไม่น่าจะใช่เสียทีเดียว เพราะว่าปกติก็ร้อนแบบนี้ทุกวัน สงสัยจะเป็นปัญหาที่ฟิล์มรถเสียแล้วล่ะสิ!! คงจะต้องเอารถไปติดฟิล์มรถยนต์เสียหน่อย ว่าแต่จะรู้อย่างไรกันว่าฟิล์มเรามันเสื่อมแล้วจริง ๆ วันนี้มารู้ไปพร้อม ๆ กันดีกว่า
5 สัญญาณเตือน!! เอารถไปติดฟิล์มเถอะ!!
เริ่มกันแบบหนัก ๆ ไปเลยว่าอะไรที่บ่งบอกได้ว่า “ไปติดฟิล์มรถยนต์ใหม่ดีกว่า” เพราะโดยปกติซื้อรถมาส่วนใหญ่ก็จะมีฟิล์มที่ติดมาให้อยู่ก่อนแล้ว บางคนอาจจะใช้รถมานานจนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท ไปดูกันว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่ช่วยเตือนคุณได้
1. ภายในรถร้อนจนผิดปกติ
เป็นอย่างตอนที่เกริ่นไปตอนแรก หากคุณเริ่มรู้สึกว่าปกติแล้วรถไม่เคยร้อนขนาดนี้มาก่อน แต่อยู่ ๆ ก็ร้อนขึ้นจนผิดปกติ หรือคุณเคยเป็นไหมเวลาโดนแสงแดดลอดผ่านกระจกมาโดนร่างกายแล้วร้านจนเกือบไหม้ นั่นเป็นสัญญาณเตือนแรกเลยว่าฟิล์มรถยนต์ของคุณเริ่มเสื่อมสภาพ เพราะฟิล์มที่ดีจะต้องช่วยกันทั้งความร้อนและแสง UV ด้วย
2. สีของฟิล์มเปลี่ยนไป
ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ฟิล์มกระจกสีเข้มอยู่แล้ว บอกเลยว่าข้อนี้จะเป็นอะไรที่สังเกตได้ง่ายที่สุด เพราะมันจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนว่าสีของฟิล์มนั้นใสขึ้นจากเดิม แสงลอดผ่านได้มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ หาที่เปลี่ยนได้เลย
3. มองผ่านกระจกแล้วรู้สึกเบลอ ๆ
คุณลองนึกถึงฟิล์มของโทรศัพท์มือถือ อาการมันมีความคล้ายกันอยู่ เมื่อฟิล์มเสื่อมคุณภาพลง ตัวฟิล์มจะมีความขุ่น ไม่ใส มองผ่านออกไปจะรู้สึกไม่ชัดเท่าที่ควรเป็น ซึ่งนอกจากจะกันแสงแดดไม่ได้แล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อวิสัยทัศน์การขับขี่อีกด้วย หากเป็นเหมือนข้อนี้ให้รีบเปลี่ยนด่วน ๆ
4. ฟิล์มเริ่มมีฟองอากาศหรือลอกออกจากกระจก
อันนี้คือแทบไม่ต้องสืบหรือสังเกตอะไร เพราะถ้าหากลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ ได้ขนาดนี้แล้ว ก็เปลี่ยนเถอะอย่ารอช้าไปเลย เพราะฟิล์มน่าจะโดนแดดและเสื่อมสภาพจะกรอบ ท้ายที่สุดจึงลอกออกมาได้
5. ฟิล์มเป็นขุย ๆ
อันนี้หนักพอ ๆ กันกับข้อที่แล้วเลย แต่แค่ข้อนี้จะสังเกตได้ยากกว่า เพราะต้องลองเอามือไปถู ๆ ลูบ ๆ ดู ถึงจะรู้ได้ว่าฟิล์มเป็นขุย ๆ ติดมือมาหรือเปล่า ดังนั้นถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็เอาไปเปลี่ยนได้เลย
ควรติดฟิล์มรถยนต์แบบไหนดี??
การเลือกติดฟิล์มเป็นเรื่องของความชื่นชอบและประโยชน์ในการใช้งานของแต่ละบุคคล คงจะพูดได้ค่อนข้างยากว่ารถแบบนี้ ควรติดแบบนี้ดีกว่า ก็คงจะไม่ได้ แต่ว่าเดี๋ยวจะมาบอกประเภทของฟิล์มแต่ละประเภทให้ว่ามีแบบไหนบ้าง แล้วแต่ละแบบมีดีอย่างไร
ฟิล์มกรองแสงแบบไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี
เป็นฟิล์มกรองแสงรถยนต์ทั่วไป ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก และยังสามารถกันความร้อนของแสงอาทิตย์ได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่สามารถกรองรังสีได้ จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก มีอายุการใช้งาน 3-5 ปีเท่านั้น
ข้อดี : มีราคาที่ถูกกว่าประเภทอื่น ๆ
ฟิล์มปรอท
หรือฟิล์มที่เราเห็น ๆ ว่ามันจะเป็นเหมือนกับมีอะไรมาเคลือบ ทำให้สะท้อนแสงได้คล้ายกับกระจกเลยทีเดียว ซึ่งฟิล์มชนิดนี้นั้นสามารถกันได้ทั้งความร้อนและรังสีต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็มีข้อเสียที่ควรระวัง หากแดดแรงมาก อาจจะสะท้อนเข้าตาของผู้ขับขี่คนอื่น ๆ รอบข้างได้เช่นเดียวกัน
ข้อดี : ป้องกันแสงแดดได้สูง 50-90%
ฟิล์มอินฟราเรด
เรียกได้ว่าเป็นฟิล์มรถยนต์สุดเทพ ที่เหนือชั้นเอามาก ๆ เพราะน่าจะเป็นฟิล์มที่ดีที่สุดในตลาดเลยก็ว่าได้ เพราะกันได้ทั้งแดดและรังสี โดยการนำเอาสารอินฟราเรดมาเคลือบ ไม่ว่าจะมาแรงแค่ไหน ฟิล์มนี้คือเอาอยู่!! แต่ก็ต้องแลกกันมาด้วยราคาที่สูงจนน่าเจ็บใจ
ข้อดี : ป้องกันแสงแดดและรังสีได้ดีที่สุด
ฟิล์มนิรภัย
ถ้าหากคุณเป็นคนที่มองหาความปลอดภัยแล้วล่ะก็ ฟิล์มตัวนี้ช่วยได้ ด้วยความหนาที่มีตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป ทำให้เวลากระจกแตกมันจะมีสภาพที่คงเดิม ไม่กระจายออกมาเป็นเศษให้โดนตัวเรา อีกทั้งบางครั้งอาจจะทำให้กระจกไม่แตก ถ้าไม่ได้รับแรงกระแทกที่มากพอ แต่ฟิล์มชนิดนี้อาจจะไม่ได้เหมาะกับการมากันความร้อนและรังสีเท่าไรนัก
ข้อดี : ป้องกันอันตรายและลดโอกาสเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากการแตกของกระจกได้
3 ข้อห้าม!! หลังจากเปลี่ยมฟิล์มติดรถยนต์
หลังจากเปลี่ยนฟิล์มติดรถยนต์มาแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วมีข้อห้ามที่ไม่ควรทำหลังจากติดฟิล์มอยู่
1. ห้ามเลื่อนกระจก
ห้ามทำเด็ดขาดเลยอันนี้ เพราะฟิล์มที่เพิ่งติดมาใหม่กาวที่ใช้อาจจะยังไม่แห้งสนิท ทำให้เวลาเลื่อนกระจก มีโอกาสสูงมากที่ฟิล์มจะลอกออกมาทั้งแผ่นก็เป็นได้ทางที่ดีควรงดเลื่อนกระจกลงไปก่อนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ฟิล์มจะไม่หลุด (ไม่งั้นได้เสียเงินอีกรอบแน่~)
2. ห้ามให้น้ำยาเช็ดกระจก
หยุดก่อน!! ถ้าคุณคิดจะเช็ดกระจก เพราะสารเคมีจากน้ำยาเช็ดกระจกนั่น ถ้านำมาเช็ดฟิล์มโดยตรง อาจทำให้เนื้อฟิล์มลอกหรือเสียหายได้ ถ้าหากจะเช็ดกระจกด้านในรถจริง ๆ ให้ใช้แค่ผ้าชุบน้ำสะอาด เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
3. ห้ามติดตั้งอุปกรณ์สุญญากาศ
อุปกรณ์ตัวดี!! ที่แม้แต่รถที่ติดฟิล์มมานานแล้วยังลอกได้ โดยเฉพาะกล้องติดรถ ที่มักจะให้เอาขาหนีบที่เป็นสุญญากาศมาติดเข้ากับกระจก ซึ่งถ้าหากรถที่เปลี่ยนฟิล์มมา อย่าเพิ่งติดเพราะจะทำให้ฟิล์มเกิดฟองอากาศข้างใน และกาวที่ติดอยู่เสื่อมลง ให้เว้นไปก่อนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ เหมือน ๆ กับการห้ามเลื่อนกระจกจะดีกว่า
สรุปบทความ ควรติดฟิล์มรถยนต์ตอนไหน
สรุปง่าย ๆ เลยคือ เอารถไปติดฟิล์มเมื่อคุณอยู่บนรถแล้วรู้สึกร้อน (ดุจดั่งไฟที่กำลังเผาอยู่) นั่นหมายความว่าฟิล์มรถยนต์อันเดิมของคุณกำลังจะหมดคุณภาพลงไปแล้ว ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นฟิล์มชนิดเดิมหรือเป็นชนิดอื่น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และการใช้งานรถในชีวิตประจำวัน เพราะแต่ละแบบก็มีความแต่ต่างกันอยู่พอสมควร
หากคุณอ่านบทความนี้และตัดสินใจได้แล้วว่าจะติดฟิล์มแบบไหน ทาง Kaidee มีส่วนที่เป็นเรื่องของ “บริการด้านยานยนต์” อยู่ ที่คุณสามารถเข้ามาดูเพื่อหาร้านค้าที่รับติดฟิล์มใกล้บ้านของคุณได้ง่าย ๆ ไม่ต้องไปไหนไกล
Nov 25, 2020 | บทความยานยนต์
ประเทศไทยเป็นประเทศเมืองร้อนไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนต้องมีเหงื่อตกกันบ้าง ซึ่งชีวิตประจำของคนเราส่วนใหญ่นั้นคือการเดินทาง ไม่ว่าจะไปเรียน ไปทำงาน หรือไปท่องเที่ยวก็ตาม การเดินทางด้วยรถยนต์ในแต่ละครั้ง ถ้าหากรถไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสงแล้วล่ะก็ ต้องมีร้อนเหมือนโดนอบอยู่ข้างในรถอย่างแน่นอน
การติดฟิล์มกันรอยและกันความร้อนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้รถยนต์ของเรานั้นเย็นขึ้น ขับขี่ได้อย่างสบาย หมดห่วงทุกสภาพอากาศที่จะต้องเผชิญอยู่ในทุกๆวัน ซึ่งบทความนี้รวมมาให้แล้วว่าวิธีเลือกฟิล์มติดรถยนต์อย่างไรให้ตรงความต้องการ และคุ้มค่ามากที่สุด!!
ประเภทของฟิล์มติดรถยนต์
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์นอกจากจะช่วยกันความร้อนและรังสี UV แล้ว ยังช่วยไม่ให้สิ่งของต่างๆหรืออุปกรณ์ที่อยู่ภายในห้องโดยสารนั้นเสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย ซึ่งฟิล์มกรองแสงนั้นก็มีอยู่มากมายถึง 5 ประเภทด้วยกัน มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง
1. ฟิล์มกรองแสงแบบธรรมดา (Deep Dyed Window Films)
เป็นฟิล์มกรองแสงแบบปกติ หรือที่เรียกๆกันว่า “ฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสี” ที่มีประสิทธิภาพไม่ค่อยดีนัก และไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากฟิล์มชนิดนี้ ไม่สามารถกันความแรงของแสงแดดและรังสี UV ได้น้อยกว่าประเภทอื่น ๆ อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่สั้น ทำให้ต้องเปลี่ยนทุก ๆ 3-5 ปี
2. ฟิล์มลดความร้อนแบบไอโลหะ (Metallized Window Films)
ฟิล์มประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเรียกว่า “ฟิล์มปรอท” โดยที่ผิวนอกของฟิล์มนั้นจะเคลือบสารไอโลหะ ทำให้ฟิล์มมีความแวววาว ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษและแตกต่างจากชนิดอื่น ๆ ที่จะช่วยสะท้อนแสงแดด รังสีความร้อน รวมไปถึงรังสี UV อีกทั้งยังช่วยลดอุณภูมิภายในห้องโดยสารได้ถึง 99% และมีอายุใช้งานที่ยาวนานได้ 5-7 ปี เลยทีเดียว
3. ฟิล์มลดความร้อนแบบเคลือบอนุภาคโลหะ (Metal Sputtering Window Films)
เป็นฟิล์มกรองแสงที่มีความคล้ายคลึงกับ “ฟิล์มลดความร้อนแบบไอโลหะ” เพราะฟิล์มชนิดนี้เคลือบสารไอโลหะ เหมือน ๆ กัน แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาพิเศษกว่า คือ การเคลือบสารไอโลหะด้วยวิธี Sputtering เป็นการทำให้อนุภาคไอโลหะนั้นบางลง ฟิล์มที่ได้จะมีความสามารถเหมือนเดิม แต่ฟิล์มภายนอกแวววาวจะใสขึ้น มีความเรียบเนียนขึ้น และเพิ่มอายุการใช้งานเกินกว่า 10 ปี
4. ฟิล์มกรองแสงนาโน (Nano-IR Window Films)
ฟิล์มชนิดนี้เป็นการนำอนุภาคนาโนมาเคลือบทำให้ฟิล์มมีความใส ทำให้ไม่บดบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็นของทั้งผู้ขับขี่และผู้อื่นภายนอกรถยนต์อีกด้วย ซึ่งฟิล์มชนิดนี้สามารถกันแสงแดด รวมไปถึงรังสี UV ได้สูงที่ถึง 100% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า 10 ปี อีกด้วย
5. ฟิล์มนิรภัย (Safety Window Films)
เป็นฟิล์มที่มีความหนากว่าฟิล์มปกติทั่วไป โดยนำแผ่น Polyester มาเคลือบไว้ ให้มีความเหนียวแน่น เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากเศษหินที่อาจกระเด็นมาโดนหรือจากการทุบกระจกในการโจรกรรมได้ระดับหนึ่ง ฟิล์มชนิดนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานได้เกินกว่า 10 ปี
5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อฟิล์ม
ก่อนที่เราจะเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงในแต่ละครั้ง มีสิ่งที่ควรเริ่มศึกษาก่อนที่จะลงทุนในอะไรก็ตามทุกๆครั้ง เพื่อที่จะได้ทราบว่าเงินที่เราลงทุนไปคุ้มค่าหรือไม่ กับความต้องการในการใช้งาน ให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ จะมีอะไรบ้างมาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
1. ความเข้มของฟิล์ม
ฟิล์มติดรถนั้นก็มีความเข้มที่หลากหลาย ซึ่งความเข้มนี้จะแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ของแสงที่สามารถทะลุผ่านเนื้อฟิล์มว่ามากหรือน้อยเท่าไร ซึ่งแบ่งออกได้ ดังนี้
- ความเข้ม 40% แสงสามารถส่องผ่านได้ 35-50%
- ความเข้ม 60% แสงสามารถส่องผ่านได้ 15-25%
- ความเข้ม 80% แสงสามารถส่องผ่านได้ 5-10%
2. กฏหมายข้อบังคับเรื่องฟิล์มกันแดด
ก่อนที่จะติดตั้งฟิล์มลงกระจกรถยนต์นั้น ควรที่จะศึกษาข้อมูลในเรื่องของข้อกำหนดต่างๆว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกนั้น กำหนดไว้ว่า
- ฟิล์มกรองแสง ให้ติดได้เต็มบานหน้าต่าง แต่ทั้งนี้ เมื่อวัดการผ่านของแสงแล้ว แสงต้องผ่านทั้งวัสดุโปร่งแสงและฟิล์มกรองแสงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ห้ามมิให้ติดฟิล์มกรองแสงที่บานหน้าต่างที่กำหนดให้เป็นกระจกนิรภัยประเภทเทมเปอร์ และใช้สำหรับเป็นทางออกฉุกเฉิน
- วัสดุเพื่อบังหรือกรองแสงแดดแบบปรับตำแหน่งได้ ให้ติดกับบานหน้าต่างได้ แต่ต้อง ไม่บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ขับรถ
3. วัตถุประสงค์ในการใช้งาน
เหตุผลในการใช้ฟิล์มประเภทใดก็ตาม ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่นั้นติดฟิล์มเพื่ออะไร หากติดเพื่อความสวยงามอาจจะติดแบบธรรมดา แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเลยคือเรื่องของพฤติกรรมการใช้รถยนต์
4. ราคาของแต่ละยี่ห้อ
การศึกษายี่ห้อก่อนการตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกเลย ไม่ว่าจะเป็นการหารีวิวจากผู้ใช้งานจริง หรือจะหาข้อมูลจากเว็ปไซต์ตัวแทนจำหน่ายเองก็ตาม ที่ทำให้ได้ทราบถึงข้อมูลเบื้องลึกของ ประเภทของฟิล์ม สี และความแตกต่างในแต่ละรุ่น (ราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามประเภทของรถ รุ่น และฟิล์มกรองแสง)
5. การรับประกันฟิล์ม
ฟิล์มยี่ห้อที่ดีนั้นควรจะมีรับประกันฟิล์มลอก ฟิล์มเสื่อมสภาพ หรือไม่ตรงตามความต้องการ ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ร้านรับติดฟิล์มส่วนใหญ่นั้นจะรับประกันฟิล์มที่ติดไปให้สูงสุดถึง 7 ปี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรที่จะสอบถามรายละเอียด รวมไปถึงข้อกำหนดในการประกัน เผื่อว่าฟิล์มที่ติดไปนั้นเสื่อมสภาพก่อนอายุการใช้งานจริงโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ได้ตั้งใจ จะได้สามารถเปลี่ยนได้อย่างทันท่วงที
สรุปท้ายบทความ
ฟิล์มติดรถยนต์นั้นเป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่รถยนต์ทุกคันควรจะติด นอกจากจะช่วยป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากแสงแดดและรังสี UV ที่อาจก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆแล้ว ยังป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ต่างๆ เครื่องหนัง เบาะ เกิดความเสียหายและเสื่อมสภาพไปก่อนอายุการใช้งาน
ดังนั้นการติดฟิล์มเพื่อป้องกันจึงเป็นตัวช่วยในเรื่องเหล่านี้ให้หมดไป ซึ่งบทความนี้ได้บอกไว้แล้วถึง 5 สิ่งที่ควรรู้ ผู้ขับขี่ควรศึกษาความต้องการและวัตถุประสงค์ในการใช้งานเสียก่อน ศึกษาเอาไว้ก่อนที่จะนำรถยนต์สุดที่รักไปติดฟิล์ม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หากรถยนต์ที่มีอยู่นั้นร้อนเสียเหลือเกิน อยู่บนรถนานๆได้ไม่ไหว ที่อาจทำให้แอร์ไม่เย็น ใครที่ยังไม่ติดฟิล์มกรองแสงที่จะช่วยให้รถนั้นเย็นลง และกำลังมองหาที่ติดฟิล์มคุณภาพ บริการดี แล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูได้ที่ Kaidee Auto