May 13, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ข้อแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร เพราะเราบอกตำหนิของสินค้าไว้ให้หมดแล้ว”
หนึ่งในสิ่งที่แตกต่างจากร้านฟิกเกอร์อื่นๆ แถมยังเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของร้าน Masaru Japan Store คือความเป็นร้านฟิกเกอร์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด แก้จุดที่เป็น pain point ของร้านขายฟิกเกอร์หลายแห่งได้เป็นอย่างดี
แม้ Masaru Japan Store จะได้ชื่อว่าเป็นร้านขายของมือสอง ที่ประกอบไปด้วยของชิ้นเล็กชิ้นน้อยตั้งแต่ของใช้ในบ้าน สู่ฟิกเกอร์มากมายสุดอลังการ แต่โดยส่วนใหญ่ของที่ขายอย่างฟิกเกอร์กลับเป็นมือหนึ่งถึง 80%
หลายคนคงเริ่มมีคำถามในใจแล้ว ว่าเอ๊ะ เป็นมือหนึ่งแต่คุมราคาได้ดีขนาดนี้ มีสาเหตุอะไรเบื้องหลังที่น่าเป็นห่วง อย่างการรับงานจีนงานไม่แท้หรือเปล่า
บอกเลยค่ะ ว่าที่ร้านนี้ ไม่มีคำว่า งานแท้เกรด A หรืองานจีนแน่นอน เพราะทางคุณแจ็กได้บอกกับทางเราเองเลยว่า เขามีดีลที่น่าเชื่อถืออยู่ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาฟิกเกอร์ของร้านนี้ ไม่พุ่งสูงลิบลิ่วจนน่ากลัวอย่างที่หลายคนมักเอฟกันในตลาดออนไลน์ต่าง ๆ
จุดเริ่มต้นของร้าน Masaru Japan Store
ส่วนแนวคิดจุดเริ่มต้นของร้านจะเกิดจากอะไร ทำไมคุณแจ็ก อนันต์ ตระกูลดี ถึงได้เลือกเส้นทางร้านฟิกเกอร์เช่นนี้ เราไปดูที่วิดีโอด้านล่างนี้กันเลยค่ะ!
https://youtu.be/6ANAO90rbvo
ทำไมอนิเมะกับฟิกเกอร์ถึงกลับมาเป็นกระแส ?
มาถึงตรงนี้แล้วใครหลายคนคงเริ่มสงสัยแล้วสินะคะ ว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโควิด-19 แบบนี้ทำไมตลาดฟิกเกอร์กลับขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เรียกได้ว่าเข้าสู่จุดพีคมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาเสียอีก
เราคงต้องเริ่มเท้าความไปก่อนถึงเรื่องของกระแสของอนิเมญี่ปุ่นที่กลับมาอีกครั้งในช่วง Work From Home เมื่อปีที่ผ่านมา คิดว่าหลายคนคงจะรู้จักเรื่อง “Kimestsu no Yaiba” หรือ “Demon Slayer” ที่มีชื่อในไทยว่า “ดาบพิฆาตอสูร” สุดโด่งดัง เรียกว่าทั้งรายได้จากอนิเมะกับรายได้เดอะมูฟวี่ ที่เข้าโรงในประเทศไทยนานกว่า 3 เดือน ทุบสถิติหนังญี่ปุ่นที่ทำรายได้ในไทยทะลุ 120 ล้านบาท
Cr. https://www.zerochan.net/2939156
จัดว่าเป็นหนึ่งในตัวจุดกระแสอนิเมะญี่ปุ่นกลับมาบูมอีกครั้งในประเทศไทย ทั้งนี้ยังมีเรื่องต่าง ๆ อย่าง Haikyuu คู่ตบฟ้าประทาน ที่ตัวมังงะเพิ่งจบไปในช่วงปปี 2020 พร้อมกับอนิเมะซีซัน ที่เรียกว่าเข้ามาเสริมกระแสอนิเมะให้ดังไปกว่าเดิม
ไหนจะอนิเมะเรื่องดังที่เข้าสู่ซีซันสุดท้ายอย่าง Attack on Titan ผ่าพิภพไททัน ที่เรียกว่าเดินไปถามวัยรุ่นหลายคน คงร้องคำว่า sasageyo ออกมากันได้หมด! ทั้งหมดนี้ต่างทะยอยพากันควงแขนเข้า Netflix จนคนที่ WFH หันมาดูกันจนมีเรื่องขึ้นเทรด์และกรุ๊ปให้เห็นละลานตาไปหมด
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสำหรับการกลับมาบูมของอนิเมะและกระแสการเอฟสินค้าอย่างฟิกเกอร์ จนเรียกได้ว่าราคาขายต่อนำราคาพรีออกเดอร์ไปถึง 2-3 เท่า กลายเป็นว่าคนรีบชิงพรีออเดอร์ก่อนสินค้าจะออกมาวางขายเสียอีก เพราะมีคนกล่าวว่า พอวางขายปุ๊ป ก็ Sold Out แทบจะทันที
สินค้าขายดีของร้าน Masaru Japan Store
เช่นเดียวกันกับที่ร้าน Masaru Japan Store นี้ที่ตัวโนนองเองก็สงสัย ว่าฟิกเกอร์ ตัวไหนกันที่เด่นดังเป็นตัวท็อปฮิตของร้าน
Cr. https://www.favorgk.com/products/1-6-scale-levi-ackerman-attack-on-titan-resin-statue-lc-studios-pre-order
Cr.https://th.aliexpress.com/item/4001133215057.html
ทางคุณแจ็กก็ได้ตอบมาเลยว่า “เรื่องไททันกับเรื่องไฮคิว” ลงที่ร้านกี่ครั้งก็ไม่เคยเหลือ!!!! โนนองเองก็เพิ่งถึงบางอ้อ เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่ร้านก็ไม่เห็นฟิกเกอร์ทั้งสองเรื่องเลย!!!
อื้อหือ ยอดฮิตจนอดอยากเห็นฟิกเกอร์เหล่านี้เลยล่ะค่ะ แต่น่าเสียดายโนนองไม่มีแต้มบุญ เพราะมาก่อนที่คุณแจ็กจะนำสินค้าที่เพิ่งสั่งล็อตใหม่จากญี่ปุ่นเข้าร้าน พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว คงเห็นความฮิตสุดปังของกระแสฟิกเกอร์แล้วใช่ไหมล่ะคะ ลงปุ๊ปหมดปั๊ปได้ขนาดนี้
จุดเด่นที่บอกเลยว่าต้องมาซื้อฟิกเกอร์ที่นี่
ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีเรื่องจุดเด่นของร้าน Masaru Japan Store คือนอกจากฟิกเกอร์จะเยอะมาก ๆๆๆๆๆๆ แล้ว การเช็กสินค้าก็ทำได้ด้วย หากเป็นสินค้ามือหนึ่งก็สามารถเปิดเช็ก ภายหลังการจ่ายเงินได้เลย ส่วนสินค้ามือสองก็ขอเปิดเช็กก่อนจ่ายเงินได้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงตำหนิที่แปะไว้หน้ากล่อง
เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่หาได้ยากสำหรับร้านฟิกเกอร์ในประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่แล้วการซื้อฟิกเกอร์มักไม่มีการให้เช็กสินค้าก่อนหรือหลังซื้อ ยิ่งเป็นของมือสองแล้วจะหาใครมาบอกจุดด้อยหรือตำหนิของฟิกเกอร์ก็เรียกว่าหาได้ยากมาก ๆ
สรุปท้ายบทความ
ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในร้านฟิกเกอร์ยอดฮิตร้านหนึ่งของประเทศไทย ทั้งใส่ใจลูกค้าและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกับยกร้านขายที่ประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในประเทศไทย เรียกว่าเป็นการใส่ใจลูกค้าแบบ Omotenashi ที่เรียกว่าบริการทุกระดับประทับใจของญี่ปุ่นเลยล่ะ!
ใครจะหาร้านซื้อฟิกเกอร์ก็อย่าลืมมาหาได้ที่ Masaru Japan Store
เวลาทำการ :
เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30 – 20.00 น.
การเดินทาง :
ลง BTS พระโขนงมาเข้าซอยสุขุมวิท 69 มาเพียง 500 เมตรก็จะเจอกับร้าน Masaru!
ทั้งนี้ทางร้านก็มีหน้าเว็บไซต์ให้ไปดูฟิกเกอร์และสั่งออนไลน์ได้อีกด้วยที่
https://www.masarustore.com/
สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางทำกำไรและการขายฟิกเกอร์ของสะสมเพื่อเอาเงินไปถอยตัวใหม่ล่ะก็ พลาดไม่ได้แล้วที่ Kaidee ที่เต็มไปด้วยแหล่งขาย-ของมือสองมากมาย ที่มีผู้ซื้อผู้ขายเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย จะรอช้าทำไม เข้ามาขายเลย! (แต่ถ้าอยากซื้อฟิกเกอร์อื่น ๆ เราก็มีนะ จิ้มปุ่มด้านล่างเลยสิ)
Mar 2, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ฟิกเกอร์และโมเดล ของเล่น-ของสะสมอย่างหนึ่งที่ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต ซึ่งสำหรับบางคนแล้วอาจเป็นของเล่นธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันมีมูลค่าทั้งทางใจและทางราคามากเลยล่ะ
“ฟิกเกอร์” “โมเดล” ของเล่นที่มีดีมากกว่าการตั้งโชว์
ไม่ว่าจะเป็นฟิกเกอร์หรือโมเดล ทั้งสองอย่างก็เป็นที่นิยมละมีกลุ่มเฉพาะที่เล่นกัน แต่สำหรับมือใหม่หลายคนอาจยังคงมีคำถามว่าฟิกเกอร์เป็นแบบไหน แล้วโมเดลเหมือนกับฟิกเกอร์ไหม ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองมีความแตกต่างกัน
ฟิกเกอร์
ฟิกเกอร์หรือ Figure Model ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นจำลองตัวละครจากเกม อนิเมชัน หรือภาพยนตร์ต่างๆ ซึ่งฟิกเกอร์นั้นจะไม่สามารถขยับชิ้นส่วนให้เป็นท่าทางต่างๆได้
แต่จะมีฟิกเกอร์แบบหนึ่งที่สามารถขยับชิ้นส่วนเพื่อเปลี่ยนท่าทางได้ แบบนั้นจะเรียกว่า Action Figure ซึ่งตัวแรกๆที่ออกมานั่นคือฟิกเกอร์ G.I.Joe ที่มีรูปร่างคล้ายกับคน
นอกจากนี้ยังมีฟิกเกอร์อีกแบบที่เรียกกันติดปากว่า ฟิกมา (Figma) ซึ่งตามจริงแล้วคำว่า Figma นี้เป็นไลน์สินค้าอย่างหนึ่งของบริษัท Good Smile Company และตัว Figma นี้จะสามารถขยับชิ้นส่วนได้และยังสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนได้
โมเดล
โมเดลเป็นการจำลองคน สัตว์ สิ่งของไม่ว่าจะมาจากการ์ตูน อนิเมชันหรือภาพยนตร์ก็ได้ แต่เจ้าโมเดลจะไม่สามารถขยับชิ้นส่วนต่างๆได้นะ
Nendoroid
เป็นฟิกเกอร์แบบใหม่ที่เริ่มกลายเป็นที่นิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตามจริงแล้ว Nendoroid ก็เป็นหนึ่งในไลน์ของสินค้าใน Good Smile Company เช่นเดียวกับ Figma ขนาดส่วนมากจะอยู่ที่ความสูง 10 เซนติเมตร แต่ความน่ารักของไลน์นี้เรียกว่าเต็มร้อยจริงๆ
โมเดล-ฟิกเกอร์กระแสแรงน่าเก็บ
ในช่วงที่ผ่านมาฟิกเกอร์และโมเดลใหม่ๆก็มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากก็จะมาจากการ์ตูนและอนิเมชันที่โด่งดัง จนมีของเล่นของสะสมต่างๆออกมามากมาย
1.GEM SERIES : Palm Size Nezuko Kamado
ฟิกเกอร์เนะสึโกะสุดน่ารักจากอนิเมชันเรื่องดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) ตัวนี้เป็นไซส์ขนาดเท่าฝ่ามือ สูงประมาณ 2 นิ้ว
2.Pikachu Cosplay Demon Slayer 001 Nezuko & Tanjirou
ขอบคุณภาพจาก Amazon.ca
สาวกโปเกมอนและดาบพิฆาตอสูรต้องหลงรักความน่ารักของฟิกเกอร์เซ็ตนี้ ปิกาจูมาคอสเพลย์เป็นเนะสึโกะและทันจิโร วัสดุจะเป็น PU และเรซิ่น
3.Kimetsu no Yaiba – Zenitsu by Magic Cube Studio
ยังคงอยู่ในอนิเมชันเรื่องดาบพิฆาตอสูรในเซ็ตจาก Magic Cube Studio ที่ถูกใจแฟนๆทั้งหลาย ด้วยความละเอียดและสวยงามของแต่ละตัว เช่น คุณหมอ Tamayo ที่ฉากหลังมีไฟ LED ให้อารมณ์ความอ่อนหวานอ่อนช้อยสุดๆ
4.Boa Hancock – Magic Cube Studio
หนึ่งในโมเดลตัวละครยอดนิยมโบอา แฮนค็อกจากเรื่องวันพีซ ในตัวนี้จะมาในสเกลแบบ Standard พร้อมท่าทางที่สวยงามและรายละเอียดที่ทำออกมาได้ดี
5.SD Sangoku Soketsuden Zhang Fei God GUNDAM
โมเดลกันดั้มจาก Bandai ที่เราต้องมาประกอบชิ้นส่วนเอง โดยตัวนี้จะมีอาวุธเป็นหอกสีแดงที่เรียกว่า Dabo มาด้วย ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นทำมาได้อย่างละเอียด โดยในไลน์ที่ออกมานี้ยังมีตัวอื่นรวมกันเป็น 3 ตัว ที่มีอาวุธเป็นใบมีดสีเขียวและอีกตัวเป็น Gunblade สีดำแดง
6.Nendoroid Naruto Uzumaki
Nendoroid นารูโตะยอดนิยมที่ทำล๊อตใหม่ออกมาอีกครั้งในปี 2021 นี้ ซึ่งรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนให้กลายเป็นท่าต่างๆได้มากถึง 3 แบบ น่ารักสุดๆ
7.Pop Up Parade Yami Yugi
Pop Up Parade ไลน์ใหม่จาก Good Smile Company โดยเริ่มต้นกับฟิกเกอร์ใหม่จากอนิเมะ Yu-Gi-Oh ในตัวละคร Yami Yugi สุดเท่ห์ ซึ่งมาในขนาดความสูงประมาณ 17 เซนติเมตร
8.Taito Satoru Gojo Jujutsu Kaisen
ฟิกเกอร์จากอนิเมชันเรื่อง มหาเวทย์ผนึกมาร (Jujustsu Kaisen) ในตัวละครซาโตรุ โกโจ ตัวรองสุดเท่ห์ในเรื่องที่สาวๆต่างกรี๊ดกัน ตัวนี้มีความสูงประมาณเกือบ 8 นิ้วและใช้วัสดุจาก PVC
แหล่งซื้อฟิกเกอร์และโมเดล
หากสมัยก่อนเราคงนึกถึงสะพานเหล็กเป็นอันดับต้นๆเวลาซื้อโมเดล ฟิกเกอร์และเกมต่างๆ แต่ปัจจุบันที่สะพานเหล็กได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นคลองโอ่งอ่างแล้ว เราจะไปช้อปได้ที่ไหนล่ะ มาดูตามนี้กันเลย
1.เมก้าพลาซ่า
แหล่งรวมเกม กล้องและของเล่นมากมาย หลายร้านที่เคยอยู่ที่สะพานเหล็กต่างก็ย้ายมาอยู่ในตึกเมก้านี้กันหมด ซึ่งฟิกเกอร์และโมเดลนั้นจะมีตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป การเดินทางนั้นสามารถเดินทางด้วย MRT ลงสถานีสามยอดและเดินต่อไม่ถึง 5 นาทีก็จะถึง ส่วนรถเมล์ก็จะมีตั้งแต่สาย 1, 25, 507, 508 ลงด้านหน้าตึกได้เลย
2.Always One Plaza
ใครที่อยากเริ่มต้นดูจากห้างเล็กๆก่อน ให้มาที่นี่เลย Always One Plaza ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมก้าพลาซ่า ในตึกมีร้านขายโมเดล ฟิกเกอร์มากมาย รวมถึงเกมหรือการ์ดเกมต่างๆก็มีนะ
3.เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ
ตามเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆก็มีร้านค้าไปเปิดอยู่มากมาย ยิ่งถ้าเป็นตัวใหม่ที่ต้องพรีออเดอร์ เราก็สามารถพรีได้ผ่านออนไลน์แบบง่ายๆได้เลย แต่ใต้ความสะดวกนี้ก็ต้องระวังการถูกหลอกจากคนโกงด้วยล่ะ ถ้าไม่อยากเจอคนโกง ก็ต้องลงมาดูที่ Kaidee ได้เลย
สรุป
โมเดล ฟิกเกอร์ของเล่นที่มีราคานี้ ยังคงมีรุ่นสวยๆแบบใหม่ๆออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งแม้ว่าตามปกติจะมีกลุ่มลูกค้าที่คอยติดตามซื้อสะสมอยู่แล้ว แต่หากเราดูการ์ตูนหรืออนิเมชันเรื่องไหนแล้วชอบมากๆอินสุดๆ เราอาจได้เจอโมเดลหรือฟิกเกอร์สุดน่ารักที่จะตกเราให้ติดกับ ต้องซื้อมาตั้งไว้ที่บ้านแน่ๆ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสายเก็บโมเดลฟิกเกอร์โดยตรงก็สามารถมีไว้ครอบครองได้
ส่วนใครยังมองหาโมเดลฟิกเกอร์สวยๆไว้ครอบครองอยู่ล่ะก็มาดูที่ Kaidee ได้เลยนะ เรามีทั้งหมวดของเล่นและของสะสมให้คุณได้เลือกลงขายหรือหาซื้อได้อย่างสะดวกสุดๆ
Dec 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สวัสดีครับผมชื่อ “มิน” เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมนั้นมานั่งดื่มกาแฟชิล ๆ ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ แล้วตอนที่ผมกำลังเดินไปที่ร้านกาแฟ ทันใดนั้นผมก็ได้เห็นป้ายประกาศของงาน Winter Book Fest เทศกาลหนังสือฤดูหนาว และแน่นอนด้วยความรักใคร่เป็นอย่างยิ่งในหนังสือของตัวผมเองที่มีมากอย่างเอ่อล้นออกมา (หลอก ๆ) มันกระทบเข้ามาในใจว่าต้องไป (จริง ๆ แล้วคือมินว่างอยู่นั่นแหละ)
ป้ายงานก็คือดูดีและมินิมอลมาก
ผมจึงไม่รอช้ามุ่งตรงไปทันทีที่ร้านกาแฟ เพื่อเติมพลังและดื่มกาแฟให้เรียบร้อยเสียก่อน และจึงเดินกลับไปดูที่ป้ายของงานอีกครั้ง จะได้รู้ว่างานนั้นจัดอยู่ที่ชั้นไหนกันแน่ ซึ่งงานนั้นจัดอยู่ที่ สามย่าน มิตรทาวน์ ชั้น 5 ตั้งแต่วันที่ 10-20 ธันวาคม 2563
งาน Winter Book Fest
ในตอนแรกเลยผมคิดว่างาน Winter Book Fest เนี่ย คงไม่ต่างเท่าไรกับงานขายหนังสือหรือร้านหนังสือทั่ว ๆ ไปตามห้างสรรพสินค้า แต่ในทันทีที่ผมเดินขึ้นไปที่งาน สิ่งแรกที่เห็นเลยก็คืองานศิลปะ (ซึ่งผมไม่รู้ว่างานแบบนี้มันเรียกว่างานอะไร) เต็มไปหมด แม้ว่าผมจะไม่อ่านหนังสือแต่เรื่องศิลปะนี่อดใจไม่ไหวจริง ๆ และแต่ละผลงานคือสวยมาก อดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อย
ใครมางานนี้ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้นะ แนะนำสุด ๆ
หลังจากนั้นเมื่อเดินมาที่หน้างานก็จะพบว่า ต้องตรวจอุณหภูมิก่อนเข้า เพราะช่วงนี้แหละ โควิด-19 ที่ทำให้เรานั้นต้องระวังกันมากขึ้นไปอีก แถมช่วงนี้ยังเหมือนจะกลับมาระบาดอีกครั้งด้วย ทุกคนต้องระวังกันนะ
และอย่างที่ผมบอกไปปกติตัวผมเองนั้นไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเป็นทุนเดิม อ่านหนังสือมากที่สุดก็คงไม่พ้น หนังสือการ์ตูน หนังสือเรื่องสั้น นั่นคือเต็มที่ที่สุดแล้วจริง ๆ ที่จะเลือกซื้อ ด้วยความที่ผมไม่มีไอเดียในเรื่องของหนังสือเลย สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นก็คือ “ถาม” ใช่!! ความคิดของผมนั้นคือการเดินไปถามคนที่มาซื้อหนังสือในงานกันนี่แหละว่าเค้าซื้ออะไรกัน??
สอบถามเหล่าคนรักหนังสือในงาน
มุ่งหน้าไปเลยครับ!!
ไม่รีรอที่หาใครสักคนมาเป็นคนที่ผมจะขอคำปรึกษา ผมจึงพุ่งตรงไปหาคนให้สัมภาษณ์ซะเลย!! และไม่รู้ว่าด้วยท่าทางที่ดูจริงจังของผมรึเปล่า? เลยทำให้คนในงานต่างกลัวและก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สักเท่าไร แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ ยังคงหาต่อไป จนกระทั่งสุดท้ายผมก็ได้เจอ
พี่บอล
หนังสือนิยายชุด “สามเกลอ” เป็นหนึ่งในร้อยของหนังสือที่คนไทยควรอ่าน
ในที่สุดผมก็ได้คนสัมภาษณ์คนแรกเสียที เดินวนไปวนมาตั้งนาน พี่บอลได้บอกไว้ว่า วันนี้มาดูหนังสือจากสำนักพิมพ์ “แสงดาว” และได้ซื้อชุดหนังสือ “ปริศนาเจ้าสาวของอานนท์” ที่มีทั้งหมด 3 เล่มในชุดนั้น ซึ่งเป็นวรรณกรรมคลาสสิคสุดอมตะ เนื้อหานั้นเกี่ยวกับเรื่องของความรักของชายที่ชื่ออานนท์ นอกจากนี้พี่บอลได้บอกเอาไว้อีกว่า มีอีกหนึ่งหนังสือที่สนใจ นั่นก็คือเรื่อง สามเกลอ เป็นหนึ่งใน 100 หนังสือที่คนไทยควรต้องอ่าน ด้วยความสนุก ตลก และมีเนื้อหาที่เพ้อเจ้อในแบบที่คนไทยที่อ่านน่าจะหลงรักได้ง่าย ๆ
มีหลายเล่มมาก กลัวแล้ว!!
ผมเลยตามไปดูที่บูธหนังสือของค่ายแสงดาวในทันที แล้วก็เจอ!! ด้วยความวินเทจของหนังสือ มันเลยดูเข้ากับการออกแบบหน้าปกที่เหมือนทำให้เรานั้นย้อนไปอ่านหนังสือขายหัวเราะในวัยเด็กได้อีกครั้ง ใครที่ชอบหนังสือตลก ๆ ผ่อนคลายความเครียดไม่ควรพลาด!!
น้องจุฬา (คนหนึ่ง)
คนเราควรศึกษาเรื่อง สามัญสำนึก ในจิตใจบ้าง
น่าเสียดายที่น้องไม่ยอมให้ถ่ายรูปตัวน้องมาลง แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยน้องได้บอกเราไว้เรียบร้อยแล้วว่า น้องมางาน Winter Book Fest เพื่อบูธหนังสือจากสำนักพิมพ์ P.S. เพื่อรอการขายของหนังสือ ”I’ve never met a SUNSET I didn’t like.” (ไม่มีใครเป็นเจ้าของดวงอาทิตย์) แต่ทางสำนักพิมพ์นั้นผลิตออกมาไม่ทัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาบเป็นอย่างมาก แต่น้องยังได้หนังสือมาอีกเล่มและเป็นหนังสือที่แนะนำอีกด้วยนั่นก็คือ Common Sense เป็นหนังสือเรื่องของสามัญสำนึกของใจคนอีกด้วย
กลุ่มน้อง ๆ หอวัง
มีการ์ตูนสนุก ๆ อยู่มากมายให้เลือกอ่าน
วันนี้ที่น้อง ๆ เด็กหอวังกลุ่มนี้มาในงานเพื่อหาซื้อหนังสือการ์ตูนออกใหม่จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ รวมไปถึงหาซื้อการ์ตูนวาย (เป็นประเภทหนึ่งของการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักระหว่างชายและชายด้วยกัน) และหนังสือวรรณกรรมแปลของสำนักพิมพ์ Book Scape ซึ่งน้องก็ได้แนะนำหนังสือเรื่อง A Monster Call ที่ครั้งหนึ่งเคยทำเป็นภาพยนต์เมื่อปี พ.ศ. 2559 ออกมาด้วย ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว
เด็กจุฬา (ผู้ชาย)
หนังสือออกใหม่ จะหาตามร้านหนังสือทั่วไป มันลำบาก
มาถึงหนุ่มคนสุดท้ายที่ผมเข้าไปถามแล้ว น้องคนนี้ดูเป็นสายการ์ตูนเหมือนกับผมเป็นอย่างมาก และเมื่อได้ถามเท่านั้นแหละ ก็เป็นเหมือนกับที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด!! วันนี้น้องมาเลือกซื้อหนังสือการ์ตูนและไลท์โนเวล ซึ่งน้องได้แนะนำกับผมมาเรื่องหนึ่ง คือ นิยายเรื่อง Anohana พอได้ยินชื่อเท่านั้นแหละ ผมถึงกับยิ้มออกมา เพราะรู้ได้ในทันทีว่าเราทั้งคู่มีความชอบที่ใกล้เคียงกัน
กรี๊ดดดดดดดด~
Anohana (ดอกไม้ มิตรภาพ และความทรงจำ) เป็นการ์ตูนที่ผมชอบมาก ด้วยเนื่อเรื่องที่เล่าถึงความซาบซึ้งของคำว่า “เพื่อน” แต่ว่าฉบับนิยายนั้นจะแตกต่างกับเวอร์ชั่นการ์ตูนมากน้อยแค่ไหน ต้องไปพิสูจน์กันเอาเองนะ
พาทัวร์งานที่นอกเหนือจากหนังสือ
หลังจากที่ได้ถามและให้พี่ ๆ น้อง ๆ แนะนำหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็เป็นตาของผมเองแล้วที่จะเดินดูอะไรต่าง ๆ ภายในงานด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากหนังสือมากมายที่พากันมาลดราคากันอย่างหนักหน่วงแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำ
นั่งร้านกลางงาน
สูงจนขาสั่นไปหมด แง
เป็นสิ่งแรกที่พอเดินเข้าไปในงาน จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลย คือ “นั่งร้าน” ที่ทางงานนั้นจัดมาให้ ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางของฮอลล์ เพื่อให้ทุกคนได้ขึ้นไปวิวของงานได้ 360 องศา และยังเป็นซิกเนเจอร์ของงานอีกด้วย ที่ใครได้มางาน Winter Book Fest จะต้องขึ้นมาถ่ายกันสักภาพก่อนที่จะกลับบ้าน อย่าลืมไปถ่ายกันด้วยล่ะ
ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ
นี่แหละวิถี slow life ที่ต้องการ
หนึ่งไฮไลท์จากร้าน Fathom Book Space ที่จัดมาเพื่อเหล่าคนที่ชอบหนังสือและกาแฟไปพร้อม ๆ ได้นั่งดูการดริฟกาแฟแบบสด ๆ ต่อหน้า (มีชนิดกาแฟให้เลือกลองกันด้วยนะ) ลองซื้อหนังสือสักเล่มมานั่งและพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือที่สนใจได้ ใครที่เป็นสายชิลหรือสายอินดี้ร้านนี้ต้องห้ามพลาด
เล่นบอร์ดเกม
เล่นกันดูน่าสนุกเชียว อยากเล่นบ้าง
อีกหนึ่งความน่าสนใจ ที่เดินผ่านแล้วต้อง เอ๊ะ!! เพราะว่าเขากำลังนั่งเล่นบอร์ดเกมกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งที่บูธ Siam Board Game มีบอร์ดเกมให้เลือกซื้อมากมาย และที่สำคัญคือ เกมทุกเกมแปลไทยมาให้แล้ว ศึกษาการเล่นได้ง่าย ๆ แถมมีตัวอย่างให้ทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย ชวนเพื่อน ๆ ไปงานด้วยกันแล้วไปนั่งเล่นบอร์ดเกม ก็ได้ฟิลลิ่งอีกแบบดีเหมือนกัน
ห่อของขวัญ ฟรี!!
ห่อเอง น่ารักไหม??
ถ้าซื้อหนังสือในงานเพื่อมาเป็นของขวัญปีใหม่นี้ให้ใครสักคน ต้องมาที่มุมนี้เลย เพราะทางงานจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษห่อของขวัญ เชือกรัด ริบบินต่าง ๆ ครบ เดินเข้ามาพร้อมหนังสือแล้ว D.I.Y. (Do it yourself) ตามสไตล์ของตัวเองได้ในทันที
ฟังเพลงชิล ๆ และฟังบรรยายภายในงาน
เขินนักร้อง >///<
ในแต่ละวันของงานนั้นจะมีศิลปินนักร้องและวิทยากรมากหน้าหลายตาที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาพูดแลกเปลี่ยนความคิดภายในงาน ซึ่งในแต่ละวันนั้นก็จะมีหัวข้อและแนวเพลงที่แตกต่างกันไป ใครที่จะไปงานเพื่อฟังเพลงฟิน ๆ เพลิน ๆ กับศิลปินที่ชื่นชอบสามารถคลิกเข้าไปดูตารางได้ที่
Facebook : Winter Book Fest
ซื้อฟิกเกอร์และของเล่น
ใครสายการ์ตูน อนิเมะ ต้องถูกใจสิ่งนี้!! หัวของ RX-78 ใหญ่จัด ๆ
นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีสินค้าการ์ตูนลิขสิทธิ์มากมายที่นำเข้ามาขายภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Gundam, One Piece และอื่น ๆ พร้อมร่วมสนุกจับฉลากเมื่อซื้อของครบตามเงื่อนไข เพื่อลุ้นของรางวัลสุดพิเศษอีกด้วยนะ (วัดความเกลือได้ง่าย ๆ)
5 สายที่มางานนี้แล้วต้องโดนสิ่งนี้!!
กลับมาที่เรื่องของหนังสือกันบ้างดีกว่า หลังจากที่ผมได้ลองเดินดูงานทั่ว ๆ ได้ 2-3 รอบ ก็ได้เจอสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างเลย ทั้งสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่ในงานหนังสือได้ หรือของแปลก ๆ ก็มีให้เห็นเช่นเดียวกัน จะมีอะไรบ้าง? และเหมาะกับคนสายไหน? มาดูกันไปพร้อม ๆ กันดีกว่า
1. สายขี้เกียจอ่านหนังสือ
พี่ ๆ ที่บูธคือน่ารัก ยอมให้ถ่ายรูปด้วย
สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านหนังสือเหมือนกันกับผม บอกเลยว่าต้องไม่พลาดแอปนี้ “Storytel” เป็นแอปหนังสือเสียง อาจจะฟังดูงง ๆ มันคือการที่เหมือนเรานั้นเลือกหนังสือสักเล่นที่สนใจ โดยที่จะมีคนมาอ่านหนังสือเหล่านั้นให้คุณฟัง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเองเลย ซึ่งในงานนี้เค้าแจกโค้ดให้ลองใช้ได้ฟรีถึง 30 วันเลยทีเดียว ไปงานแล้วต้องลองมาใช้ให้คุ้ม
2. สายประหยัด
แค่คำว่า Buffet ก็ต้องกระโดดเข้าใส่
สำหรับคนที่มีงบไม่มากเท่าไรนัก แต่อยากได้หนังสือในปริมาณที่มาก ๆ เน้นความคุ้มค่าไว้ก่อน ต้องเข้ามาที่บูธสำนักพิมพ์ Salmon เลย เพราะเขาจัดมุมสำหรับสาย Buffet ทั้งหลาย ที่สามารถซื้อหนังสือได้ไม่อั้น ขอแค่ให้ใส่ในถุงที่ทางสำนักพิมพ์จัดไว้ให้ได้ก็พอ (ผมเห็นว่าเค้าใส่กันได้เป็นสิบ ๆ เล่มอยู่นะ) บอกเลยว่าคุ้มจัด ๆ
3. สายอาร์ต
สติ๊กเกอร์ยันต์อาร์ต ๆ ที่ไม่มีความหมาย…
Happening Shop เป็นอีกหนึ่งบูธที่ใครมาต้องเข้ามาดู เพราะทั้งร้านนั้นขายแต่ของอาร์ต ๆ น่ารักกุ๊กกิ๊ก ไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด สติ๊กเกอร์ แมสเก๋ ๆ รวมไปถึงหนังสือที่เกียวกับงานศิลปะ ที่มาให้ศึกษาอย่างอัดแน่น ใครที่กำลังทำงานสายนี้อยู่ มาหาซื้อหนังสือเพื่อเติมไอเดียบูธนี้จะทำคุณเสียเงิน และได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านไปอย่างแน่นอน
4. สายเข้าครัว
ความเป็นเชฟนี่พุ่งพล่าน
อนาคตมาสเตอร์เชฟอยู่ไม่ไกล เพียงเข้าไปบูธสำนักพิมพ์ a book ก็มีหนังสือสูตรอาหารให้ลองได้ฝึกปรือฝีมือและโชว์ลวดลายการทำอาหารได้ง่าย ๆ น่าจะถูกอกถูกใจพ่อบ้าน แม่บ้าน รวมไปถึงใครก็ตามที่สนใจ เข้ามาในบูธแล้วจะหลงรักโซนนี้แบบหัวปักหัวปำ
5. สายเติม Passion
หน้าปกน่าเก็บสะสมอะ
ใครที่กำลังมองหา Passion ในการทำสิ่งต่าง ๆ และถ้ายิ่งคุณเป็นแฟนเพลงของพี่แสตมป์ อภิวัชร์อยู่แล้ว หนังสือ My Playlist นั้นตอบโจทย์อย่างมาก เป็นหนังสือที่จะตีความเพลงของพี่แสตมป์ออกมาในรูปแบบใหม่ พร้อมให้ความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิมในเรื่องของความรัก และมาพร้อมเพลงประกอบการอ่านหนังสือเล่นนี้ถึง 5 เพลงเต็ม ๆ เมื่ออ่านจบเล่มแล้ว คุณจะได้ Passion กลับมา
สุดท้ายนี้
เป็นอีกหนึ่งงานที่มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือภายในงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายในงาน ผมได้เจอผู้คนมากมายที่พร้อมจะคุยกันในเรื่องหนังสือ ไม่จำเป็นเลยว่าคุณจะรักการอ่านหนังสือหรือไม่ เพียงแค่อยู่ในงานก็มีคนพร้อมจะแนะนำหนังสือดี ๆ ที่เหมาะกับตัวคุณให้
และแล้วก็โดนตกเล่มนี้มา
และแน่นอนว่าผมโดนพี่พนักงานในร้านแนะนำมา จนผมต้องหลวมตัวซื้อมาหนึ่งเล่ม เป็นเล่มที่ใหญ่เสียด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่ถูกใจสายถ่ายภาพอย่างผมเป็นอย่างมาก แต่ไม่ค่อยถูกใจกระเป๋าเงินเท่าไรนัก แต่เชื่อเถอะ ขนาดผมที่ไม่อ่านหนังสือ ยังได้หนังสือกลับบ้านเลย ไปเถอะอยากให้ไป!!
แต่ถ้าคุณมางาน Winter Book Fest ไม่ได้หรือว่าอยู่ต่างจังหวัดที่ดูแล้วจะเดินทางลำบาก แต่อยากได้หนังสือดี ๆ เนื้อหาโดนใจสักแล้วล่ะก็ ลงเข้ามาดูได้ที่ Kaidee มีหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งนิยาย วรรณกรรม เรื่องสั้น มีให้ครบ ไม่ต้องออกจากบ้านเลย