ห้อยพระองค์ไหนแคล้วคลาดปลอดภัย ร่ำรวยเงินทอง

ห้อยพระองค์ไหนแคล้วคลาดปลอดภัย ร่ำรวยเงินทอง

หลังจากที่ได้สัมภาษณ์เซียนพระทั้งสามจากบทความ “เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน” ทำให้ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเครื่องในปัจจุบันกันมากขึ้น และเราได้ข้อมูลพระเครื่องเสริมดวงชะตาทั้งด้านโชคลาภ สิริมงคลและแคล้วคลาดปลอดภัย 

ห้อยพระอย่างไรถึงจะเฮง 

แต่เดิมนั้นพระที่คนนิยมบูชาคือพระพิมพ์ แต่ในสมัยก่อนนั้นไม่ได้นำมาห้อย แต่สร้างขึ้นเพื่อบูชาและเป็นการทำบุญกุศล จนต่อมาก็เริ่มมีการทำพระเครื่องหลากหลายรูปแบบมากขึ้น รวมกับศรัทธาความเชื่อที่มีมากขึ้นทำให้คนเริ่มนำพระมาห้อยเพื่อเป็นสิริมงคล 

การห้อยพระให้เฮงนั้น ต้องเริ่มจากความศรัทธาที่แท้จริงในพระองค์นั้นๆก่อน แล้วจึงตั้งจิตตั้งใจทำสิ่งดี แต่อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องนี้คือความเชื่อที่อาจไม่มีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่จะได้รับผลที่ดีจากความเชื่อตรงนี้ 

พระเสริมโชคลาภ

เรื่องเงินเรื่องใหญ่ นอกจากจะต้องทำมาหากินแล้วการมีพระไว้บูชาด้านโชคลาภก็สำคัญเช่นกัน หากใครยังไม่รู้จะเริ่มจากองค์ไหนลองดูตามนี้เลย  

1.เหรียญหลวงปู่ทิม 

เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นแรก บล็อกแรก (สุเทพ เจนจิรวัฒนา) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

วัตถุมงคลที่ถูกสร้างและปลุกเสกจากหลวงปู่ทิมอิสสริโก วัดละหารไร่ ล้วนเป็นที่นิยมและขึ้นชื่อว่ามีพระพุทธคุณที่ช่วยเสริมสิริมงคล โดยเฉพาะเรื่องการค้าขาย ธุรกิจรุ่งเรือง และยังช่วยเรื่องปลอดภัยแคล้วคลาดอีกด้วย 

เคล็ดลับการบูชาคือ ตั้งนะโม 3 จบตามด้วย อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อนัดตา พุทโธ พุทโธ 3 จบ 

2.เหรียญหลวงพ่อรวย วัดตะโก

เหรียญหลวงพ่อรวย รุ่นรวยรับทรัพย์ มังกรคู่ ที่มา: Kaidee.com

หลายคนคงพอรู้จักกับหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก ผู้ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง และก็มีข่าวออกมาหลังจากที่ท่านมรณภาพไป ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ดังนั้นจากที่ท่านเป็นที่รู้จักอยู่แล้วพอเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งรู้จักกว้างขวางมากขึ้น โดยพระเครื่องที่ผู้คนนิยมเล่นกันคือรุ่นที่ออกมาก่อนปี พ.ศ. 2560 หรือ พ.ศ. 2559 เป็นต้นไปหรือก็คือช่วงที่ท่านยังอยู่นั่นเอง แต่หากศรัทธาด้วยใจจริงจะรุ่นไหนก็ไม่สำคัญ เป็นสิริมงคลเสริมความร่ำรวยได้เหมือนกัน 

คาถาในการบูชาหลวงพ่อรวยคือ ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย สัมพุทธชิตา จะสัจจานิ เก รัตน์สะ พระพุทธชิตา สัพพะโส คุณะวิภา สัมปัจโต นะรุตตะโม มหาลาภัง สัพพะสิทธิ ภะวันตุเม 

3.พระปิดตาสังกัจจายน์

ตามจริงพระปิดตามีหลายรุ่นหลายองค์มากๆ แต่หากนึกถึงการห้อยบูชาเพื่อความร่ำรวยนั้นก็ต้องเป็นพระปิดตาสังกัจจายน์ ซึ่งพระสังกัจจายน์นั้นก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย อุมดสมบูรณ์เงินทองและสติปัญญาอยู่แล้ว พอมาเป็นพระปิดตา สังกัจจายน์ที่ผ่านการปลุกเสกจากวัดต่างๆ ก็ยิ่งได้รับความนิยมขึ้นไปอีก 

การบูชานั้นบางคนก็สวดคาถาที่ใช้บูชาพระสังกัจจายน์ นั่นคือ กัจจายะนะ มะหาเถโร เทวะตานะระ ปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุ เม ลาเภนะ อุตะโมโหติ โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง สัพพะลาภา สะทาฌสตถิ ภะวันตุ เม 

4.เหรียญพญาเต่าเรือน (เต่า 3 รวย)

เหรียญหลวงพ่อหลิว พิมพ์เต่าใหญ่ รุ่นปลดหนี้ วัดไร่แตงทอง นครปฐม (ประเสริฐ พินิจนรชัย) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

อีกเหรียญชื่อดังที่ส่งเสริมทั้งความร่ำรวยและความปลอดภัย เหรียญพญาเต่าเรือนจากหลวงปู่หลิว ปณณโก วัดไร่แตงทอง ไม่ว่าจะค้าขายทำธุรกิจอะไรก็มีติดไว้บูชาได้ เพราะเรื่องการให้โชคลาภนั้นเรียกว่าเป็นที่ประจักษ์ของคนในวงการพระเลยก็ว่าได้

การบูชาพญาเต่าเรือนคือ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย นะมะพะทะ นาสังสีโม สังสีโมนา สีโมนาสัง โมนาสังสี นะอุทะกะ เมมะอะอุอะ 

หากต้องการบูชาเพื่อขอลาภจะเป็นคาถา “จอขอลาภ หลวงปู่หลิว จะมะหาเถรา สุวรรณณะมะมา ระชะมามา เพชรชะมามา อาหาระมามา ชาทะนียะมามา โภชะนียะมามา สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพพะบูชา ภะวันตุเม นะชาลิติ อาคัจฉัยยะ อาคัจฉาหิ”

คุ้มครอง แคล้วคลาด 

หนึ่งในเรื่องยอดนิยมที่คนใส่พระมักคาดหวังนั่นคือเรื่องการคุ้มครอง แคล้วคลาด เพื่อความสิริมงคล ซึ่งพระเครื่องก็มีหลากหลายองค์ที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้  

1.หลวงปู่ทวด

หลวงปู่ทวดรุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่าน วัดช้างไห้ ปัตตานี (วรวุฒิ บุตรเขียว) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

เชื่อว่าหลายๆคนที่แม้จะไม่ได้อยู่ในวงการพระเครื่องก็อาจเคยได้ยินชื่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระเกจิอาจารย์ในสมัยอยุธยา ที่ในปัจจุบันชื่อของท่านก็ยังคงอยู่และถูกสักการะบูชาอยู่เรื่อยมา 

ซึ่งพระเครื่องหลวงปู่ทวดนั้นมีหลายวัด หลาดพิมพ์ หลายรุ่น แต่พระพุทธคุณที่เราต่างทราบกันนั่นคือการคุ้มครองให้ปลอดภัย จะเดินทางไปที่ใด ไกลแค่ไหน มีห้อยติดตัวไว้ก็จะสบายใจ

ยามคับขันหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดใดก็ตาม หากต้องการคุ้มครอง อยู่รอด ปลอดภัย ในท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วย นะโม โพธิ สัตโต อคันติมายะ อิจิภควา 3 จบ 

2.พระปิดตา

พระปิดตามหาอุตม์ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ชินตะกั่ว พิมพ์นะหัวเข่า กทม. (พร พิษณุ) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

พระปิดตามีมากมายหลายประเภทในตลาดพระเครื่อง ซึ่งประเภทที่มีพุทธคุณด้านแคล้วคลาดปลอดภัยคือพระปิดตานั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้า ซึ่งในประเภทนี้ก็จะมีหลากหลายรุ่นจากหลากหลายวัดเช่นกัน แต่เราสามารถเลือกตามความสบายใจและความศรัทธาของเราได้เลย  

คาถาบูชาพระปิดตารุ่นนั่งขัดสมาธิยกหัตถ์ปิดทวารทั้งเก้าคือ ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม โลกุตตะโร จะ มหาเถโร อะหัง วันทามิตัง สะทา ควัมปติ จะ มหาเถโร มหาโภโค มหาลาโภ เชยยะสิทธิเม

3.เหรียญหลวงพ่อหลิว

เหรียญหลวงพ่อหลิว พิมพ์เต่าใหญ่ รุ่นแรก วัดสนามแย้ กาญจนบุรี (ทวี ชัยสิทธิ์) ที่มา: พจนานุกรมภาพพระเครื่อง ฉบับที่ 4

เหรียญหลวงพ่อหลิว วัดสนามแย้ จังหวัดกาญจนบุรี ช่วยเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย จากที่เคยมีข่าวว่ามีคนประสบอุบัติเหตุแต่รอดชีวิตมาได้ ซึ่งผู้นั้นมีพกเหรียญพญาเต่าเรือนไว้ จึงทำให้เกิดกระแสความนิยมและผู้คนเข้าแห่ไปเช่ากัน 

สรุป

พระเครื่องก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความศรัทธา เลื่อมใสในพระองค์ใดองค์หนึ่งและรวมไปถึงพระพุทธศาสนาอีกด้วย ซึ่งความเชื่อเรื่องห้อยพระองค์นี้จะช่วยเรื่องนี้นั้นหรือพระองค์นั้นช่วยเรื่องนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งการมีพระติดตัวไว้ เวลาไปไหนก็จะสร้างความสบายใจที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ รวมถึงบทสวด คาถาบูชาต่างๆด้วย 

และหากต้องการเช่าพระสักองค์หรือมองหาตลาดพระเครื่องแบบออนไลน์อยู่ล่ะก็ Kaidee ของเรามีหมวดพระเครื่องที่รวบรวมพระเครื่องมากมายให้ทุกคนได้เลือกเช่าเลือกชม และนอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่อื่นๆรวมกันมากถึง 32 หมวดอีกด้วย ลองไปดูกันได้เลย

ส่วนผู้ขายท่านไหน ที่มีสินค้าจำนวนมากในหมวด พระเครื่อง แล้วอยากนำมาขายหรือแบ่งเช่าให้กับคนที่สนใจ สามารถซื้อแพ็กเกจลงประกาศสินค้ากับทาง Kaidee ในราคาพิเศษได้ โดยติดต่อ ฝ่ายบริการที่เบอร์ 02-119-5000 หรือกรอกรายละเอียดที่นี่ได้เลย

พาชมงานประกวดพระเครื่องฯ ณ พันธุ์ทิพย์บางกะปิ พร้อมบทสัมภาษณ์ “เต้ย บางกะปิ”

พาชมงานประกวดพระเครื่องฯ ณ พันธุ์ทิพย์บางกะปิ พร้อมบทสัมภาษณ์ “เต้ย บางกะปิ”

แม้ในช่วงที่ผ่านมาวงการพระเครื่องจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทำให้ทุกคนในวงการต้องปรับตัวให้ทันเพื่ออยู่รอดในสถานการณ์ที่เรียกว่ายุคใหม่ก็ว่าได้  ทั้งการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้นของกลุ่มพ่อค้าและเซียนพระ 

แต่ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเพียงใด วัฒนธรรมและกิจกรรมของวงการพระเครื่องอย่างการประกวดพระก็ยังคงไม่หายไปไหน และยังมีจัดขึ้นอยู่ เช่นงานประกวดพระเครื่องที่พันธุ์ทิพย์บางกะปิในวันที่ 21 และ 22 มีนาคมที่ผ่านมานี้

งานประกวดพระเครื่องในพันธุ์ทิพย์บางกะปิ

เรียกว่าถ้าไม่มีมาตรฐานการประกวดที่ดี ก็จะไม่สามารถจัดงานมาได้นานถึงปัจจุบันที่เป็นครั้งที่ 10 นี้ ซึ่งงานประกวดพระที่พันธุ์ทิพย์บางกะปิจะจัดขึ้นประมาณปีละ 1 – 2 ครั้ง โดยมีชมรมพระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิเป็นผู้ดำเนินงานการประกวด 

การประกวดพระนั้นนอกจากจะเป็นการนำพระเครื่องหรือของขลังที่มีความสวยงามและมีความเก่าแก่มาแข่งขันกันแล้ว ยังเป็นการนัดพบเจอกันของเซียนพระต่างๆอีกด้วย โดยในงานนี้มีรายการประกวดกว่าสามร้อยรายการ พร้อมกรรมการที่มาร่วมตรวจสอบจากทั่วสารทิศ 

ลบความเชื่อเดิมๆ “อย่าเอาพระไปประกวด เดี๋ยวโดนโกง”

งานมหกรรมงานประกวดฯ ณ พันธุ์ทิพย์บางกะปินี้ อิงตามมาตรฐานสากลของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย ขั้นตอนต่างๆจะมีมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้นส่งพระ ผู้ส่งประกวดจะได้รับตั๋วเป็นหลักฐานการส่งพระ และกำหนดการต่างๆจะแจ้งไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นหายห่วงกับความเชื่อเดิมๆที่อาจเคยได้ยินมา  

งานประกวดพระ ไม่ได้มีแค่พระเครื่องเพียงอย่างเดียว

หลายคนอาจนึกว่าการประกวดพระเครื่องมีแค่พระเครื่องอย่างเดียว แต่ตามจริงแล้วในหลายๆงานประกวดนั้นมีวัตถุมงคล พระเหรียญ รวมถึงของขลังต่างๆ ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเช่นเดียวกับพระเครื่อง

หลักการประเมินและให้คะแนน

เริ่มจากการแยกพระแท้-ปลอม ซึ่งกรรมการจะใช้เวลาพิจารณาขั้นตอนนี้ในเวลาสั้นๆ ด้วยประสบการณ์ที่มากมาย แต่จะใช้เวลานานในการตรวจสอบความสวยงามและสมบูรณ์ เรียกว่าการพิจารณานี้ตามหลักมาตรฐานสากลนิยมของชมรมพระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิ

เริ่มพิจารณาจากรุ่นต่างๆ”

พี่เหน่ง เอนก หนึ่งในกรรมการสายหลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ผู้ตัดสินจะทราบข้อมูลเรื่องรุ่นต่างๆของพระองค์นั้นและทราบข้อมูลว่าในวงการ ณ ปัจจุบันนิยมเล่นรุ่นไหน เนื้อแบบใด จากนั้นจึงจะเริ่มพิจารณารายละเอียดในส่วนต่างๆว่าสภาพเป็นอย่างไร โดยจะไม่ได้มีเพียงกรรมการท่านเดียวในการตัดสิน แต่จะมีอีกหลายท่านที่มาช่วยพิจารณาและแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ซึ่งตัวผู้ตัดสินเองก็จะต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมตลอดเวลา เพราะข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับพระเครื่องนั้นแทบจะไม่มีวันหมดสิ้น

“พระต้องแท้-สวย-คงสภาพเดิม” 

“สน.พระเครื่อง” รองประธานชมรมพระเครื่องหลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน และหัวหน้ากรรมการตัดสินโต๊ะหลวงพ่อเพี้ยนกล่าวว่า ความสมบูรณ์ของผิว สภาพความดั้งเดิม รวมถึงตัวเลขต่างๆที่ตอกลงไปบนพระต้องยังมีความชัดเจน ไม่ผ่านการซ่อมต่อเติมใดๆ ซึ่งนี่เป็นคุณสมบัติสำคัญของพระเครื่องที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัล

ผู้ชนะการประกวด

ในมหกรรมการประกวดฯ นี้ผู้ชนะแต่ละรายการจะได้รับ วัวธนู “มหาปราบ โภคทรัพย์” หลวงพ่อกลิ่น ธมมธีโป พุทธมุณีเทวาสถิตย์ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (เนื้อชนวนตะปูสังฆวานร) ส่วนรางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุด จะได้รับรางวัลเงินสดมูลค่า 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ และรางวัลรองชนะเลิศจะได้รางวัลเงินสดมูลค่า 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ Kaidee ก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนในงานนี้และยังมอบรางวัลเพิ่มเติมแก่ผู้ชนะทั้งสองเป็นไข่ขายดีจำนวน 4,000 ใบ และ 3,000 ใบ

รางวัลชนะเลิศ 

อาร์ต Amulet เซียนพระและเจ้าของร้าน อาร์ต Amulet Studio ที่ศูนย์พระเครื่องสายใต้ใหม่ ผู้ผ่านเวทีการประกวดมากว่าหนึ่งร้อยเวที โดยงานประกวดที่พันธุ์ทิพย์บางกะปินี้ได้รับรางวัลมาโดยตลอด 10 ครั้ง ซึ่งปกติจะเดินสายร่วมงานประกวดเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างในงานนี้ส่งประกวดกว่าหนึ่งร้อยรายการ และองค์ที่ชนะส่วนมากจะเป็นพระกรุ เนื้อชินเขียว ซึ่งกว่าจะมีพระแชมป์ขนาดนี้ผ่านพระปลอมมาเยอะ และศึกษาข้อมูลต่างๆมามากมาย

รางวัลรองชนะเลิศ 

ตี๋ สุวรรณภูมิ เซียนพระและประธานชมรมพระเครื่องสุวรรณภูมิ อยู่ในวงการแล้วกว่า 30 ปี เรียกว่ามีแต่พระแชมป์ๆอยู่ในกรุ ครั้งนี้ส่งประกวดพระกว่า 80 องค์ ติดรางวัลที่หนึ่งกว่า 70 องค์ เช่น หลวงพ่อโต ก้นจาน ปี 2496 ที่เก็บสะสมไว้กว่า 7 ปีและจะยังนำไปประกวดต่อเรื่อยๆ เพื่อเป็นเกียรติยศต่อชมรมและครอบครัวต่อไป

เต้ย บางกะปิ

เซียนพระชื่อดังที่เป็นที่รู้จักในวงการพระเครื่อง ผู้เป็นทั้งประธานชมรมพระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิ ผู้บริหารศูนย์พระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิ อีกทั้งยังเป็นประธานดำเนินงานมหกรรมการประกวดพระเครื่องฯในครั้งนี้อีกด้วย 

28 ปี ในวงการพระเครื่อง

ตั้งแต่อายุประมาณ 12-13 ปี คุณเต้ยก็เริ่มสนใจ ศึกษาและเข้าสู่วงการพระเครื่องมาตั้งแต่นั้น ตลอด 28 ปี ก็ได้เห็นและสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆในวงการพระเครื่องมามากมาย โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก 

ในช่วงเดือนมีนาคมปี 2020 หลังจากที่มีประกาศให้ปิดศูนย์การค้าต่างๆ ทำให้งานประกวด ศูนย์พระเครื่องพันธุ์ทิพย์รวมถึงวงการพระเครื่องต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ ซึ่งตอนนั้นคุณเต้ยเองได้กล่าวว่าได้รับผลกระทบไปมากถึงหลักล้านเลยทีเดียว แต่แม้ว่าผลกระทบในช่วงนั้นจะค่อนข้างหนัก แต่ยังคงไม่ทิ้งพนักงานและศูนย์พระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิไป ยังช่วยเหลือและดูแลกันอย่างปกติจนถึงปัจจุบัน 

“เงินแท้ พระก็ต้องแท้” 

วงการพระเครื่องถ้าจะอยู่ได้อย่างมีความสุขและอยู่ได้นาน สิ่งสำคัญคือความซื่อสัตย์ เมื่อไรที่ดูพระเป็น เล่นพระได้แล้ว ต้องยึดถือความซื่อสัตย์เสมอ เงินที่เราใช้เช่าพระก็คือเงินแท้ ดังนั้นพระที่เราปล่อยเช่าก็ต้องแท้ด้วยเช่นกัน 

หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ พระเครื่องในดวงใจเต้ย บางกะปิ

พระเครื่องที่คุณเต้ยชื่นชอบและศึกษาอย่างละเอียดคือ หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ หลังหนังสือ ปี 2505 จากที่หลายคนคงรู้กันว่าหลวงปู่ทวดนั้นเป็นพระเครื่องที่พุทธคุณครอบจักรวาล ทั้งเมตตามหานิยม ปลอดภัยแคล้วคลาด ให้โชคลาภ ร่ำรวย เพียงสิ่งเดียวที่ไม่รวมด้วยนั่นคือโชคด้านการพนัน 

Kaidee X ชมรมพระเครื่องพันธุ์ทิพย์บางกะปิ

ในงานมหกรรมการประกวดพระเครื่องครั้งนี้ฯ Kaidee ได้ร่วมมือกับชมรมพระเครื่อง พันธุ์ทิพย์บางกะปิและสนับสนุนกิจกรรมนี้ด้วย ซึ่งภายในงานมีการจัดตั้งบูธให้กับผู้ที่สนใจอยากเพิ่มช่องทางการค้าขายแบบออนไลน์ในแพลตฟอร์มของ Kaidee โดยเรามีการช่วยเหลือด้านการลงทะเบียน ถ่ายภาพทั้งโปรไฟล์และพระเครื่อง พร้อมแจก Kaidee Egg เพื่อใช้ในการลงขายอีก 200 ไข่ฟรี ขั้นตอนทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 

โดยทาง Kaidee มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ ผลักดันและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการพระเครื่องให้มีการก้าวเข้าสู่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มของเราให้เหมาะสมกับตลาดพระเครื่องอีกด้วย 

สรุป

ในช่วงปัจจุบันที่สถานการณ์กำลังดีขึ้นเรื่อยๆของวงการพระเครื่อง การเปลี่ยนแปลงที่เข้าสู่ออนไลน์มากขึ้นของกลุ่มพ่อค้าและเซียนพระ ก็ทำให้แพลตฟอร์มต่างๆมีวงการพระเครื่องเข้าไปอยู่มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Kaidee นั่นเอง 

หากใครอยากเพิ่มช่องทางการทำมาหากิน หรืออยากซื้อขายพระเครื่องในช่องทางออนไลน์ อย่าลืมนึกถึง Kaidee ที่มีหมวดหมู่พระเครื่องและหมวดหมู่อื่นๆรวมกว่า 32 หมวด อย่ารอช้า ลองเปิดดูกันเลย !

เปิดอาคารสยามแอนติก พร้อมบทสัมภาษณ์จากพจน์ ท่าพระจันทร์

เปิดอาคารสยามแอนติก พร้อมบทสัมภาษณ์จากพจน์ ท่าพระจันทร์

อาคารสยามแอนติกที่เปิดมากว่า 20 ปี มีวัตถุโบราณมากมาย ทั้งพระเครื่อง พระเหรียญ เครื่องลายคราม และเครื่องทองเหลืองต่างๆ คนในวงการพระเครื่องต่างรู้จัก ซึ่งเจ้าของอาคารนี้ก็คือเซียนพระชื่อดัง คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ นั่นเอง 

สยามแอนติกศูนย์รวมผู้สนใจพระเครื่อง

ในทุกวันอาทิตย์ จันทร์ และพุธ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น จะมีคนมากมายหลายร้อยมาต่อคิวเข้ามากัน นั่นเป็นเพราะว่าในสามวันนี้คุณพจน์จะเข้ามาดูพระให้นั่นเอง ใครที่มีพระอยู่ที่บ้านแล้วอยากรู้ข้อมูลหรือมูลค่าของพระองค์นั้นก็สามารถเข้ามาให้คุณพจน์ดูได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากอยากปล่อยขายก็ได้อีกด้วย (อาคารปิดเฉพาะวันเสาร์)

แต่ในยุคที่มีโควิดระบาดนั้น ในอาคารนี้ก็มีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์และเครื่องวัดอุณหภูมิ พร้อมมีบัตรคิวให้เข้ามาภายในอาคารได้ทีละ 10 คน ที่เหลือจะต้องรอด้านนอกอาคารแบบเว้นระยะห่าง 

พระเครื่อง พระเหรียญและวัตถุโบราณต่างๆ

ภายในอาคารมีวัตถุโบราณถูกตั้งไว้เรียงรายมากมายหลากหลายประเภททั้งพระเครื่อง พระบูชา เครื่องราง เครื่องไม้ เครื่องถ้วย เครื่องกระเบื้องลายคราม รวมถึงรูปปั้นของจีนแบบต่างๆที่มีอายุหลายสิบปี บางชิ้นก็มีอายุกว่าร้อยปีขึ้นไป ซึ่งของเหล่านี้จะตั้งโชว์เท่านั้น ไม่ได้ปล่อยขาย เป็นเหมือนของสะสมที่คุณพจน์เองสนใจ 

พจน์ ท่าพระจันทร์

เซียนพระผู้อยู่ในวงการนี้มาหลายสิบปี และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงของวงการพระเครื่องก็ว่าได้ สมัยก่อนเริ่มต้นจากการร่วมมือกับคุณวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ทำโครงการรถแลกพระ และเริ่มตรวจเช็คพระฟรีต่อจากนั้นมาเรื่อยๆ

“สำหรับผู้เริ่มต้นในวงการพระที่อาจยังไม่มีความรู้ เราก็จะชี้แจงให้เขาเข้าใจ ให้เขาเช่าได้อย่างเข้าใจและชัดเจน” 

กล่าวได้ว่าคุณพจน์เป็นหนึ่งในคนแรกๆของประเทศไทยที่เปิดทำการตรวจเช็คพระฟรี ซึ่งในหนึ่งวันมีพระมากกว่าหมื่นองค์ที่ผ่านตา ผ่านการประเมินของคุณพจน์ไป โดยเป้าหมายนั้นก็เพื่อช่วยเหลือและให้ความรู้ บางคนที่มืดแปดด้านไม่รู้จะเริ่มอย่างไรก็สามารถนำพระเข้ามาตรวจได้ เพราะพระบางองค์มีมูลค่าสูงหลักล้านแต่ผู้เก็บนั้นไม่ทราบและไม่ได้ให้คุณค่าใดๆ 

“การสร้างพระเป็นจุดการพิจารณาพระแท้-ไม่แท้ได้”

ทุกวันนี้ในตลาดพระย่อมมีพระแท้และไม่แท้ ซึ่งหากมองผิวเผินอาจแยกไม่ออก แต่ตามจริงมีจุดพิจารณาอยู่ ส่วนหนึ่งนั่นคือการรู้จักวิธีการทำพระเครื่องที่ดี หากรู้จักดี เราจะสามารถแยกออกได้ว่าพระองค์ไหนเป็นองค์เลียนแบบด้วยวิธีทำที่แตกต่างไป และถ้าเป็นพระแท้ก็แน่นอนว่าจะผ่านการปลุกเสกมาด้วย 

“เราไม่เคยคาดคิดว่าเราจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้”

คุณพจน์ได้กล่าวว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านการพยายามหลากหลายอย่าง และไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในปัจจุบันเราต้องคอยศึกษาเพิ่มเติมตลอดเวลา ให้มีความรู้ความเข้าใจและมีมาตรฐานเสมอ เพราะวงการพระเครื่องก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งในอนาคตก็ยังคงมีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองและจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการพระเครื่องให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สรุป

สำหรับใครที่สนใจอยากนำพระให้คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ ตรวจเช็คและประเมินดู ก็สามารถมาที่อาคารสยามแอนติกที่ตั้งอยู่ริมถนนลาดพร้าวระหว่างซอยลาดพร้าว 118 และ 120 ในทุกวันอาทิตย์ จันทร์ และพุธได้เลย 

และหากใครมองหาแพลตฟอร์มออนไลน์ในการส่งต่อ ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง ก็สามารถเข้ามาที่ Kaidee ได้เลย

เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน

เผยเคล็ดลับพระเครื่องจาก 3 เซียน

แม้ว่าช่วงโควิดที่ส่งผลกระทบอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา วงการพระเครื่องที่ต้องปิดสนามและตลาดพระไปหลายเดือนก็ยังคงอยู่ได้ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่างที่เกิดขึ้นในวงการ และในปี 2021 ที่ตลาดเริ่มกลับมาเปิดเป็นปกติ เราจึงได้เชิญ 3 เซียนพระ 3 สไตล์มาอัปเดตกันว่าวงการพระในปัจจุบันเป็นอย่างไร พร้อมเปิดมุมมองและประสบการณ์การณ์ส่วนตัวของแต่ละท่านแบบ Exclusive ในวิดีโอคอนเทนท์ด้านบนนี้เลย

วงการพระเครื่องในปัจจุบัน

“อดีตการสื่อสารยังไม่กว้าง ไม่เร็วเท่าปัจจุบัน ทั้งเรื่องความรู้เกี่ยวกับพระองค์ต่างๆ ต้องไปตามศึกษาจากผู้ใหญ่แต่ละท่านรวมถึงหนังสือแต่ละเล่ม แต่ปัจจุบันอยากทราบข้อมูลอะไรก็สามารถเสิร์ชหาได้อย่างสะดวก” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2564) 

“แตกต่างจากแต่ก่อนมาก แต่ก่อนจะหาพระเยอะๆได้แค่ตามงานประกวดหรือตลาดนัดที่ไม่ได้มีบ่อย แต่ปัจจุบันที่มีออนไลน์มา ก็มีเว็บไซต์และช่องทางต่างๆมากขึ้น เรียกว่าปรับจาก Offline เป็น Online กันมากขึ้น” (เต้ย บัณฑิตพระเครื่อง. 2564)  

ผลกระทบช่วงโควิด

“ต้องบอกว่าช่วงโควิดมันสะท้อนกลับมาหาเซียนพระหรืออาชีพของผมโดยตรง ซึ่งผลกระทบตามจริงมี แต่ด้วยสื่อและช่องทางออนไลน์ต่างๆช่วยลดผลกระทบได้มาก และกล่าวได้ว่าวงการพระเครื่องนี้มีความแข็งแรงในตลาดค่อนข้างสูง” (พนจ์ ท่าพระจันทร์. 2564)

พระแท้-ปลอม

“ถ้าเราจะดูพระสักองค์ เราต้องรู้ พ.ศ. และต้องดูข้างของพระ ซึ่งถ้า พ.ศ. ของพระองค์นั้นกับข้างของพระไม่ตรงกัน เราสามารถประเมินได้เลยว่าพระนี้ถูกทำขึ้นมาใหม่ ไม่ตรงกับยุค ซึ่งนั่นคือไม่แท้นั่นเอง” (เต้ย แอบเมียซื้อพระ. 2564)

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาพระเครื่อง

“ต้องบอกว่าความเชื่อและสื่อเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข่าวรถคว่ำแล้วรอดชีวิต อย่างล่าสุดหลวงปู่หลิววัดไร่แตงทอง ท่านจะมีเต่ารุ่นหนึ่งคือ เต่าสามรวย ผู้หญิงคนหนึ่งขับรถยนต์แล้วตกคู แช่อยู่ในน้ำ 7 ชั่วโมง เช้ามาปรากฎรอด คนจึงสนใจกันว่าเธอห้อยพระอะไร สรุปห้อยเต่าสามรวย ตลาดเลยแห่กันไปสนใจ ทำให้ส่งผลกับราคา” (เต้ย แอบเมียซื้อพระ. 2564)

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแยกแท้กับไม่แท้ นี่คือปัจจัยที่สำคัญในการทำให้พระมีราคา” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2563)

พระองค์ไหนที่คิดว่ากำลังเป็นที่นิยม

“ขอยกเป็นตาไข่ วัดเจดีย์ เพราะมีข่าวว่าคนถูกหวยเพราะไปบูชามา และอีกองค์เป็นหลวงปู่บุญ เพราะมีข่าวว่ามีเจ้าสัวบูชา คนเลยบูชาตามเพราะอยากร่ำรวย มีเงินมีทองตาม” (เต้ย บัณฑิตพระเครื่อง. 2564) 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่วงการพระ

“เมื่อไรที่คุณเริ่มชอบหรืออยากยึดอาชีพนี้ สองอย่างที่คุณต้องยึดเลยคือต้องใฝ่หาความรู้และยึดมั่นในเรื่องการซื้อขายแบบแท้เป็นแท้ ไม่แท้เป็นไม่แท้ ดูเป็นก็ต้องซื้อเป็น ขายเป็น” (พจน์ ท่าพระจันทร์. 2564)

สรุป

ในวงการพระเครื่องปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างแต่วงการนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ และที่สำคัญยังมีหน้าใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการ เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆเข้ามาอยู่เรื่อยๆ 

ส่วนหน้าเก่าอย่างเซียนพระชื่อดังทั้งหลายต่างก็ช่วยเหลือสนับสนุนกัน รุ่นใหม่เคารพรุ่นเก่า รุ่นเก่าคอยดูแลแนะนำรุ่นใหม่ ทำให้วงการนี้อยู่กันคล้ายกับครอบครัวใหญ่ คอยอนุรักษ์ให้พระเครื่องยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป 

ส่วนถ้าใครมองหาช่องทางออนไลน์ในการวางขายหรือเช่าซื้อ ทางเราต้องขอแนะนำที่ Kaidee ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คุณได้เข้าไปค้นหาพระเครื่องที่สนใจหรือวางขายพระเครื่องของคุณได้อย่างสะดวก

ขอขอบคุณ

คุณพจน์ ท่าพระจันทร์ https://www.facebook.com/poj789/

คุณเต้ย รายการแอบเมียซื้อพระ https://www.facebook.com/aebmia

คุณเต้ย บัณฑิตพระเครื่อง https://www.facebook.com/Teuymasoga/

ทำบุญ หรือ ทำบาป ศึกษานิดนึง ระวังตกนรกไม่รู้ตัว

ทำบุญ หรือ ทำบาป ศึกษานิดนึง ระวังตกนรกไม่รู้ตัว

หลายคนเชื่อว่า การทำบุญให้ได้บุญมากนั้น ต้องทำอย่างจริงจัง เช่น ไปตักบาตรที่วัดใหญ่ ไหว้หลวงพ่อชื่อดัง บริจาคเงินจำนวนมาก ถวายสังฆทานอย่างยิ่งใหญ่ หรือต้องบวชเณร หรือบวชชีพราหมณ์ เท่านั้น จริงๆ แล้วเรื่องเหล่านี้ แม้แต่เด็กอนุบาลก็ทราบดีค่ะ ว่าเป็นความเชื่อที่ผิด 

การทำบุญให้ได้บุญนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ไม่จำเป็นต้องเข้าวัดอย่างเดียว แค่คิดดี-ทำดีอยู่เสมอ รักษาศีลให้ได้อย่างน้อย 5 ข้อในทุกวัน หรือแค่กินมังสวิรัติเป็นครั้งคราว ก็ถือว่าเป็นการทำบุญแล้วค่ะ 

ในทางพระพุทธศาสนา “บุญ” นั้นไม่สามารถล้าง “บาป” ได้ นั้นจึงหมายความว่าเมื่อได้ทำบาปแล้ว บาปนั้นจะติดตัวเราไป และไม่สามารถจืดจางได้ด้วยการทำบุญชดเชย ความคิดที่ว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวไว้ไปทำบุญเอา” นั่นจึงเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง การทำบาปนั้น ก็เปรียบได้เหมือนการกระทำทั่วไป เมื่อทำไปแล้ว จะไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขได้ ดังนั้นทุกการกระทำในชีวิต ควรจะได้รับการไตร่ตรองก่อนเสมอ รวมไปถึงการทำบุญด้วย วันนี้เราได้รวบรวมการทำบุญแบบผิดวิธีมาฝาก เพื่อให้เพื่อนๆ ได้มั่นใจว่า วันมาฆบูชาปีนี้ เราจะได้ทำบุญกันอย่างถูกต้อง ไม่เดือนร้อนฝ่ายใด แถมยังได้บุญแบบเต็มๆ อีกด้วย

ทำบุญแบบผิดวิธี

“การทำความดี” คือการกระทำที่ก่อให้เกิดความพอใจ และผลประโยชน์สุขต่อตัวเองและผู้อื่น เป็นการกระทำที่ต้องไม่เบียดเบียนผู้ใด และที่สำคัญต้องไม่ก่อให้เกิดโทษ

ในปัจจุบันมีความเข้าใจผิดๆ ว่า การทำความดี เพียงแค่เจตนาดีก็พอแล้ว ผลลัพธ์ไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริง การทำความดี ต้องคำนึงถึงสถานที่ บุคคล และเวลาด้วย เพราะการทำความดีไม่ถูกที่ ไม่ตรงกับบุคคล หรือผิดเวลานั้น จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ตามที่ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า “เป็นทางวิบัติเสื่อมเสีย ทำให้ไม่เจริญทั้งแก่ตนเองและบุคคลอื่น”

ถ้าเพื่อนๆ กลัวว่า จะเผลอทำบุญแบบผิดๆ อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ วันนี้เรามีวิธีการทำบุญที่ไม่ถูกต้อง แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมาก มาฝากเพื่อนๆ กัน มาดูกันเลยค่ะ 

ปล่อยชีวิตสัตว์

  • ปล่อยนก และปล่อยปลา 

“ปล่อยนก ปล่อยปลา” เป็นสำนวนไทยที่สื่อความหมายได้ว่า การปล่อยให้มีอิสระ ให้หลุดพ้นจากเรื่องค้างคาใจ สังคมพุทธศาสนาจึงได้นำสำนวนนี้ มาใช้เป็นอีกหนึ่งในวิธีการทำบุญ เพื่อให้สัตว์ที่โดนกังขัง และใช้ชีวิตผิดจากธรรมชาติได้หลุดพ้น และได้เป็นอิสระ

แม้ว่าความตั้งใจในการปล่อยนก ปล่อยปลาจะบริสุทธิ์ หวังให้ชีวิตอิสระแก่สัตว์เหล่านี้ แต่หารู้ไม่ว่าผลลัพธ์จากการทำบุญนี้ กลับเป็นปัญหามากกว่าเป็นการ ให้ 

เพราะก่อนที่คุณจะได้ปล่อยพวกเขา สัตว์เหล่านั้นถูกจับมาให้คุณปล่อยนับครั้งไม่ถ้วน ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน พลัดพรากจากครอบครัว หรือถึงขั้นถึงแก่ความตาย

ประเภทของสัตว์ที่นิยมปล่อยเป็นอันดับหนึ่งนั่นคือ ปลาไหล แต่หารู้ไหมว่าปลาไหลนั้น ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในน้ำลึก เพราะโดยธรรมชาติของปลาไหลต้องอยู่ในน้ำตื้น แฉะ และมีโคลนให้มุดนั่นเอง

  • ปล่อยเต่า

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนนะคะ ว่าไม่ใช่เต่าทุกประเภทจะว่ายน้ำได้ เช่น

เต่าบก จะมีกระดองที่หนักมาก ที่สำคัญมันว่ายน้ำไม่เป็น ดังนั้น เมื่อถูกปล่อยลงน้ำ จะมีโอกาสสูงที่จะจมน้ำตาย

เต่าน้ำจืด จะมีกระดองที่แบน และน้ำหนักที่เบากว่าเต่าบก เต่าน้ำจืดสามารถว่ายน้ำได้ แต่มันต้องการพื้นดินสำหรับพักหายใจ

เต่าทะเล คล้ายกับเต่าน้ำจืด มันมีกระดองที่แบน และน้ำหนักที่เบา และนอกจากนี้เท้าทั้ง 4 ยังมีลักษณะเป็นครีบเพื่อช่วยในการว่ายน้ำอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเต่าทะเลใช้ชีวิตอยู่ในน้ำเป็นปกติ

ดังนั้น ก่อนทำการปล่อยเต่า ควรศึกษาในแน่ใจก่อนว่า เต่าในมือเพื่อนๆ นั้น สามารถว่ายน้ำได้หรือไม่ เพื่อเป็นการปกป้องทั้งชีวิตของเต่าเอง และเจตนาที่บริสุทธิ์ของเพื่อนๆ เองด้วยค่ะ 

การถวายสังฆทาน

ทางสังคมพระพุทธศาสนา มีความเชื่อกันว่า การถวายสังฆทาน เป็นการทำบุญที่ได้ อานิสงส์อย่างมาก เนื่องจากการถวายสังฆทานเป็นการถวายของที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ อาหารแห้ง ให้แก่พระสงฆ์โดยไม่ระบุว่าต้องการถวายให้รูปใด ดังที่พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสเอาไว้ว่า “การถวายสังฆทานแก่คณะพระสงฆ์ มีอานิสงส์มากกว่าการถวายทานเฉพาะเจาะจงแก่พระพุทธเจ้า” นั่นเอง

การถวายสังฆทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และหากมีกำลังมาก ควรถวายให้ครบปัจจัยทั้ง 4 ก็คือ อาหารคาว ของหวาน เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค น้ำดื่ม และที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม มีบ่อยครั้งที่ญาติโยมได้ซื้อชุดสังฆทานจากร้านค้าราคาถูก จึงขายบรรจุภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยของไม่มีประโยชน์ และไม่มีคุณภาพ เช่น ของหมดอายุ เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วของเหล่านั้นจะกลายเป็นขยะ ถูกทิ้งไว้ในวัดเสียมากกว่า ดังนั้นการทำสังฆทานในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างบาปมากกว่าการทำบุญ 

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระภิกษุจากวัดสร้อยทอง ได้กล่าวถึงผลกระทบจากกรณีการถวายสังฆทานที่เต็มไปด้วยของไม่มีคุณภาพ ว่า “เคยมีกรณีพระหลวงตาฉันน้ำในสังฆทานแล้วมรณภาพ ก็เป็นการทำผิดที่ไม่ดี เป็นการทำผิดที่ไม่ได้ตั้งใจ”

ใส่บาตรด้วยเงิน

“การใส่บาตรด้วยเงินนั้นได้ บุญ หรือ บาป กันแน่ ?” นี่ก็เป็นคำถามที่ถูกถกเถียงกันมานาน เนื่องจากการตักบาตรทำบุญ เป็นวิธีที่ง่าย และสามารถทำได้ทุกวัน ญาติโยมทั้งหลายจึงมักเลือกที่จะสั่งสมบุญบารมีโดยวิธีนี้

แต่เนื่องจาก การทำบุญในรูปแบบของการใส่บาตรทำได้ทุกวัน หลายคนจึงเลือกใส่บาตรด้วยเงิน แทนข้าวสารอาหารแห้ง โดยให้เหตุผลว่า (1) การที่ใส่บาตรด้วยเงิน มีประโยชน์กว่าการใส่ด้วยอาหาร เพราะสามารถนำเงินไปซื้อของใช้จำเป็นอื่นๆ ได้ (2) สะดวกกว่าการไปซื้ออาหาร ทำให้สามารถทำบุญได้ทุกวัน  

แต่ความจริงแล้ว การใส่บาตรด้วยเงินสดเป็นการทำบุญที่ผิด เพราะเงินไม่ใช่หนึ่งใน “จตุปัจจัย” หรือปัจจัยทั้ง 4 ของภิกษุ (เครื่องนุ่งห่ม, อาหาร, ที่นอนที่นั่ง, ยารักษาโรค) ดังนั้นการนำเงินไปใส่บาตรตรงๆ นั้นจึงเป็นการกระทำที่ส่งเสริมการละเมิดวินัยสงฆ์ และเป็นแรงจูงใจให้พระอาบัติ   

การบริจาคเงินให้คนขอทาน

หลายคนเชื่อว่า การให้เงินแก่คนขอทานตามท้องถนน เป็นการให้ทานที่ทำง่าย และเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้รับโดยตรง ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้องค่ะ เว้นแต่ว่าขอทานสมัยนี้ มีส่วนน้อยที่ที่เลือกอาชีพนี้เพราะความลำบากจริงๆ บางคนถูกครอบครัวบังคับ บางคนถูกกลุ่มค้ามนุษย์พามา และเคสที่ร้ายแรงที่สุด คือการโดนตัดแขน ตัดขา เพื่อเพิ่มความน่าสงสารจากคนที่เดินผ่านไปมานั่นเอง 

ดังนั้น การที่เราให้ทานกับคนขอทานที่ตกเป็นเหยื่อจากเคสเหล่านี้ จึงถือว่าเป็นการสนับสนุนมากกว่าเป็นการให้ทาน แน่นอนว่าเราแยกไม่ออกหรอกค่ะ ว่าคนไหนลำบากจริง หรือคนไหนทำตัวลำบากกันแน่ ดังนั้น จึงเกิดคำถามตามมาว่า การให้ทานแก่คนขอทาน เป็นการทำบุญ หรือเป็นการส่งเสริมกลุ่มมิจฉาชีพกันแน่

คิดง่ายๆ นะคะ ถ้าเราได้ทำทานไปแล้ว แต่ดันเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา มีความกังวลว่าเรากำลังให้เงินแก่กลุ่มมิจฉาชีพโดยตรงหรือเปล่า การให้ทานในครั้งนี้ จะไม่ถือว่าเป็นการทำบุญ หรือการทำบุญแต่ไม่ได้บุญนั่นเองค่ะ

สรุปท้ายบทความ

ทุกวันนี้ การเป็นคนดีอยู่ยาก สังคมบังคับให้เราใช้ทางลัด เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ ชื่อเสียง เพื่อนฝูง และเงินทอง เพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีความสุข 

แต่สังคมจะอยู่ไม่ได้เลย หากปราศจากคนดี ทุกคนจะแก่งแย่งชิงดี ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทำให้สังคมเกิดความวิปริต ดังนั้นทุกคนควรหมั่นทำความดีสม่ำเสมอ แต่อย่างที่เราได้บอกกันไปว่าการทำความดี ต้องมั่นใจด้วยว่าไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น 

และถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากได้ของทำบุญที่มั่นใจได้ว่า จะทำให้ได้บุญอย่างแท้จริง ไม่เป็นการสร้างบาป เราขอแนะนำให้เข้ามาเยี่ยมชมที่เว็บ Kaidee ก่อนได้นะคะ เรามีทั้งชุดสังฆทาน หนังสือพระพุทธศาสนา พระเครื่อง และอีกมากมาย คลิกเลย