ปักหมุดร้านเด็ดตลอดเส้นบีทีเอสสีลม
เบื่อร้านอาหารตามสั่งแถวบ้านหรือร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยแล้ว อยากเปลี่ยนรสชาติเจออาหารรสเด็ดบ้าง ต้องลองจัดทริปตะลอนกินดูเลย เริ่มจากง่ายๆตามเส้นบีทีเอสสายสีลมดู ของดีร้านเด็ดเพียบแค่ไหน ไปดูกัน
BTS สายสีลม

บีทีเอสสายสีลมเรียกว่าเป็นสายที่แน่นไปด้วยออฟฟิศต่างๆมากมาย ในช่วงเวลาเช้าๆตั้งแต่แปดโมงถึงประมาณเก้าโมงครึ่ง และช่วงเย็นตั้งแต่ห้าโมงครึ่งถึงประมาณหกโมงครึ่ง สถานีส่วนมากก็จะแน่นไปด้วยหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่รีบเดินทางเข้างานหรือเลิกงานรีบกลับบ้านกัน
แต่หากลองเปลี่ยนช่วงเวลาเดินทางแล้วลองดูตามทางที่บีทีเอสวิ่งผ่านนั้น จะเห็นได้เลยว่าตลอดทางนั้นมีร้านอาหารดีๆเต็มไปหมด บางร้านอาจถูกเรียกว่าร้านลับ แต่แท้จริงเขาก็เปิดมานานแล้ว เพียงแค่เราไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง
ร้านเด็ดเมนูดังตลอด BTS สายสีลม
ตามเส้นบีทีเอสสายสีลมนั้นมีร้านอาหารหลายร้อยร้านที่เปิดให้เราได้เข้าไปลองลิ้มชิมรสกัน และหากใครทำงานอยู่ในแนวเส้นบีทีเอสนี้ก็จะมีร้านประจำที่เวลาพักเที่ยงจะต้องรีบไปนั่งจองที่ก่อน หรือต้องรีบไปซื้อก่อนที่จะต้องมายืนรอต่อคิวอย่างแน่นอน
1. ข้าวต้มแห้งริมถนน
สถานี : สนามกีฬาแห่งชาติ
เมนูเด็ด : ข้าวต้มแห้งหมูกรอบ/ข้าวต้มยำน้ำข้นปลากระพง
เวลาเปิด-ปิด : 17:00 – 23:45 น.

ข้าวต้มแห้งริมถนนตั้งอยู่บริเวณถนนบรรทัดทอง เยื้องกับจุฬาซอย 18 คอนเฟิร์มว่าริมถนนจริงๆ อาจไกลจากบีทีเอสสนามกีฬาอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ยังสามารถเดินไปได้ ใช้เวลาประมาณสิบนาที
ร้านนี้เปิดมานานกว่า 20 ปี หลักๆแล้วเมนูในร้านจะเป็นข้าวต้มโดยสามารถสั่งเป็นแห้งหรือน้ำได้ แต่ถ้าสั่งแห้งก็จะได้น้ำซุปแยกใส่ถ้วยมาให้อยู่ดีนะ ส่วนใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านเขาก็มีข้าวต้มต้มยำทั้งแห้งและน้ำก็มีเช่นกัน เครื่องที่ใส่กับข้าวต้มก็จะมีทั้งหมูแบบต่างๆ ปลากระพง ปลาเก๋า ปลาหมึก หอย หรือกุ้งก็มีทั้งแชบ๊วยและกุ้งแม่น้ำอีกด้วย

เมนูเด็ดที่ไปแล้วต้องลองหากเอาตามเมนูที่ร้านก็มีนับสิบ แต่ถ้าแนะนำจริงๆก็ต้องเป็นข้าวต้มแห้งหมูกรอบและข้าวต้มต้มยำน้ำข้นปลากระพง หลายๆคนอยากกินข้าวต้มแต่ใจก็รักในหมูกรอบ ถ้าจะเอามากินด้วยกันแบบทั่วไปหมูกรอบก็คงนิ่มยุ่ยไม่ฟิน แต่ร้านนี้เราจะได้กินข้าวต้มพร้อมหมูกรอบที่ยังมีความกรุบกรอบให้อารมณ์หมูกรอบที่แท้จริงอยู่ ส่วนข้าวต้มต้มยำน้ำข้นปลากระพงนั้น เหมาะกับคนรักต้มยำ ซึ่งแม้จะเป็นต้มยำแต่ยังคงความกลมกล่อมที่ไม่ได้เผ็ดจนเหงื่อแตกซี๊ดปากนะ
2.โคตรยำ
สถานี : สยาม
เมนูเด็ด : ยำกุ้ง 2 โคตร/ยำหมูยอไข่แดงเค็ม
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 21:30 น.

ร้านยำเจ้าดังจากห้วยขวางเพิ่มสาขามาที่สยาม โดยตั้งอยู่ติดกับถนนอังรีดูนังต์ ทำให้ชาวสยามที่อยากกินยำแบบซี๊ดๆก็ไม่ต้องเดินทางไกล มากินได้แต่แนะนำให้รีบมานะ ช่วงเย็นคิวค่อนข้างเยอะ
เมนูยำต่างๆในร้านมีครบตามเบสิคร้านยำ เช่น ยำหมูยอ ยำไส้กรอก ยำแซลมอน ยำปูม้า รสชาติก็สามารถเลือกได้ว่าเอาสูตรยำ สูตรนัว หรือสูตรหลวงพระบาง แต่ถ้าแนะนำก็ต้องเป็นสูตรนัวแบบใส่ปลาร้าเพราะรสชาติจะแซ่บสุดๆ

เมนูเด็ดของร้านโคตรยำสยามนี้จะเป็นยำกุ้งสองโคตรและยำหมูยอไข่แดงเค็ม สำหรับใครที่ชอบกินกุ้งแต่ไม่อยากเลือกว่ากุ้งสดหรือกุ้งสุก ในเมนูนี้ คุณก็จะได้ทั้งสองอย่างมาแบบจุใจเลย ส่วนยำหมูยอไข่แดงเค็มนี้ เป็นเมนูเบสิคที่โคตรยำสยามทำออกมาได้กลมกล่อมกินเพลินไม่มีเบื่อ มาทีไรก็ต้องสั่งจริงๆ

เรื่องความสะอาดบวกกับการจัดการคิวของร้านทำออกมาได้ค่อนข้างดี พนักงานน่ารัก พร้อมสอบถามรสชาติตลอด หากต้องการเพิ่มรสแบบไหนหรือมีอะไรแนะนำก็สามารถบอกกับพนักงานได้เลย
3.Yellow Rice
สถานี : ศาลาแดง
เมนูเด็ด : ไก่ย่างทิกก้ามาซาล่าและเมนูที่ใช้ข้าวเหลือง
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 20:00 น.

ร้าน “ข้าวเหลือง” หรือ Yellow Rice นี้เป็นร้านอาหารอินเดียที่มีเมนูหลากหลาย และมีการปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยด้วยนะ หรือใครที่กินได้เฉพาะอาหารฮาลาลร้านนี้ก็มีเช่นกัน เรียกว่าหนึ่งร้านร้อยเมนูเลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นอาหารคาวหรือหวานร้านนี้ก็มีให้ครบ
ใครที่ชอบข้าวก็มีทั้งข้าวสวยหรือข้าวเหลืองให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นข้าวแกงกะหรี่ แกงมัสมั่นไก่ แกงเขียวหวานหรือข้าวหมกต่างๆทั้งหมกไก่ หมกแพะ หมกปลาอินทรีย์ ส่วนเมนูเส้นก็จะมีทั้งสปาเก็ตตี้ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย เป็นต้น

โดยเฉพาะเมนูเด็ดของร้านอย่างเมนูไก่ย่างทิกก้า มาซาล่า และเมนูที่ใช้ข้าวเหลือง ซึ่งถือว่าเด็ดทุกเมนูจริงๆไม่ว่าจะข้าวแกงมัสมั่นไก่ แกงกะหรี่หรือแกงเขียวหวาน ข้าวเหลืองหรือที่เรียกว่าข้าวบรียานั้นจะเป็นข้าวที่มีหญ้าฝรั่น เครื่องเทศชั้นดีผสมไปตอนหุง พร้อมแต่งสีเติมกลิ่น เพิ่มรสชาติต่างๆ จนทำให้ข้าวเหลืองนี้เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของร้านนี้เลยก็ว่าได้ ใครอยากลองอาหารสไตล์อินเดียที่กินง่าย รสชาติถึง แวะมาลองที่นี่เลย
4.The Japan Restaurant
สถานี : ช่องนนทรี
เมนูเด็ด : Unadon และ Hiyashi Ramen
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 21:00 น.

ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง อยู่ในอาคารสาธรธานีตึก 2 ใกล้กับบีทีเอสช่องนนทรี ไม่ว่าจะเป็นซาชิมิ นิกิริ เบนโตะ ราเมนหรืออูด้งก็มีใหเลือกครบ และที่พิเศษยิ่งกว่าคือทางร้านมีเมนูอาหารเจสำหรับคนชอบอาหารญี่ปุ่นแต่ไม่กินเนื้อสัตว์
เมนูเด็ดที่เป็นเมนูยอดฮิตของร้านก็ต้องแนะนำเป็น Unadon หรือข้าวหน้าปลาไหล ที่มาเป็นเซ็ตพร้อมซุปร้อนๆ หรือหากใครอยากกินเบาๆก็แนะนำเป็น Hiyashi Ramen หรือราเมนเย็น เส้นนุ่มให้ความอร่อยแบบเรียบง่าย กลมกล่อม กินสบายแบบไม่แน่นท้อง

เมนูอื่นๆก็อร่อยไม่แพ้กันนะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูเซ็ตอย่าง Makunochi Set ที่เป็นเบนโตะเซ็ต สำหรับหลายคนที่อยากกินแบบอิ่มๆพร้อมเมนูที่หลากหลายหรือ Sashimi สดๆที่มีทั้ง A la carte และแบบเซ็ตสำหรับคนรักปลาดิบ ครบทุกรูปแบบเมนูจริงๆ
5.ศาลาเตี๋ยวเรือ
สถานี : ช่องนนทรี
เมนูเด็ด : บะหมี่น้ำตกหมูสด+หมูเปื่อย+ตับ+ลูกชิ้น / บะหมี่แห้งหมูหวาน
เวลาเปิด-ปิด : 17:30 – 22:00 น.

เรียกว่าเป็นหนึ่งในร้านลับแถวสาทรก็ว่าได้ ศาลาเตี๋ยวเรือนี้ตั้งอยู่บริเวณถนนนราธิวาสฯ ลงบีทีเอสสถานีช่องนนทรีแล้วเดินมาไม่ไกล ร้านจะอยู่ใกล้กับโรงแรม Marriott’s Bangkok Empire place ดูภายนอกอาจดูทั่วไปแต่ก๋วยเตี๋ยวและเมนูต่างๆในร้านนี้รสชาติดีอย่าบอกใครเชียว
เมนูเด็ดๆจากร้านนี้ก็เป็นเมนูเส้นที่มีเครื่องเป็นหมูสด หมูเปื่อย ตับและลูกชิ้นที่กินได้อย่างครบเครื่องเรื่องหมู หรือใครที่ชอบเนื้อก็มีเนื้อเปื่อย เนื้อสดให้เลือกนะ หรือจะเป็นบะหมี่แห้งหมูหวานที่มีทั้งแบบปกติและแบบต้มยำ เป็นเมนูที่อร่อยกลมกล่อมระหว่างความนุ่มของบะหมี่และหมูหวานเลยล่ะ

เมนูทานเล่นในร้านก็อร่อยไม่แพ้กัน เช่น หมูสะเต๊ะที่ทางร้านใช้สันคอหมูหมัก ทำให้มีความนุ่มอร่อย หรือเป็น “ย้ำเกี๊ยว” ที่เป็นเหมือนต้มยำแห้งใส่เกี๊ยวและมีเครื่องเป็นหมูสับและลูกชิ้นต่างๆ
6.บ้านส้มตำ
สถานี : สุรศักดิ์
เมนูเด็ด : ไก่ย่างมะแขว่น/ตำข้าวสาลีดอย
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 22:00 น.

บ้านส้มตำเป็นร้านอาหารไทยที่มีสาขามากถึง 10 สาขา สาขาที่ยกมานี้เป็นสาขาสาทรอยู่ใกล้กับบีทีเอสสุรศักดิ์ หากเดินจากบีทีเอสสุรศักดิ์ก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาที โดย เมนูในร้านที่มีให้เลือกนั้นเรียกว่ามีครบในสายอาหารไทยและจะเป็นให้เป็นหมวดๆ ทั้งส้มตำ ลาบ น้ำตก หรือเมนูเดี่ยวๆก็จะแบ่งเป็นเมนูทอด ย่าง ต้มแกง คั่วผัด และของหวาน
ในหมวดส้มตำที่เป็นหมวดหลักเริ่มต้นของร้านก็มีเมนูใหม่ที่เป็นเมนูเด็ดอย่างตำข้าวสาลีดอย ที่ใช้ทั้งข้าวโพดข้าวเหนียว ที่เวลากินจะมีความหนึบหนับอยู่บ้างบวกกับรสชาติของส้มตำทำให้เมนูนี้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ส่วนใครที่ชอบทานยำร้านนี้ก็มีเมนูยำให้เลือกนะ ไม่ว่าจะเป็นยำแบบรักสุขภาพอย่างยำผลไม้ ยำแอปเปิ้ล ยำผักบุ้งทอด หรือใครชอบแบบมีโปรตีนหน่อยก็เป็นยำคอหมูย่าง ยำเนื้อย่าง

หลายคนเห็นร้านแบบนี้มักจะคิดว่าราคาสูงแต่จริงๆแล้วราคาถือว่าปกติสำหรับร้านอาหารไทย ไม่แพงจนเกินไป กินแบบสบายใจได้
7.เจ๊พร หลังเลิดสิน
สถานี : สะพานตากสิน
เมนูเด็ด : บะหมี่สะโพกเป็ดตุ๋น/ บะหมี่ขาหมู
เวลาเปิด-ปิด : 07:00 – 16:00 น.

หนึ่งในร้านดังย่านบางรัก ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวขาหมู ข้าวขาหมู และข้าวสะโพกเป็ดตุ๋น เรียกว่าใครอยากกินเป็ดหรือขาหมูแบบหนำใจ ต้องมาที่เจ๊พรเลย

เมนูเด็ดที่ใครมาก็ต้องกินจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นและก๋วยเตี๋ยวขาหมู เลือกเส้นที่เราชอบแล้วเลือกว่าจะกินเป็ดตุ๋นหรือขาหมู ซึ่งต้องบอกเลยว่าชามใหญ่ในราคาเล็กๆ หนึ่งร้อยมีทอนแถมอิ่มแบบสุดๆ หากใครไม่ชอบเส้นอยากกินข้าว เขาก็มีทั้งข้าวขาหมู ขาวสะโพกเป็ดตุ๋น หรือจะกินแบบเกาเหลาก็ได้นะ
8.ประจักษ์เป็ดย่าง
สถานี : สะพานตากสิน
เมนูเด็ด : เป็ดย่าง/ บะหมี่เป็ดปูหมูแดง
เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 20:00 น.
อีกหนึ่งร้านในย่านบางรักที่ประจักษ์สมชื่อนั่นคือประจักษ์เป็ดย่าง ร้านนี้เปิดมานานกว่าร้อยปี ส่งต่อความอร่อยมาแบบรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเขาไม่ได้มีแต่เป็ดย่างนะ หมูแดงหมูกรอบก็มี
หากได้มาลองชิมร้านนี้ แนะนำให้ลองเป็ดย่างที่เป็นเมนูเด็ด เป็ดย่างเฉยๆเนี่ยแหละที่เด็ดอร่อย หรือถ้าอยากกินพร้อมข้าวก็สั่งข้าวหน้าเป็ดเดี่ยวๆหรือมิกซ์กับเครื่องอื่นๆก็ได้ เช่น ข้าวหน้าเป็ดหมูแดง ข้าวหน้าเป็ดหมูกรอบ หรืออยากลองหมูแดงกับหมูกรอบพร้อมกันไม่เอาเป็ดก็สั่งได้
หากใครอยากซื้อเป็ดย่างเป็นตัว ทางร้านก็มีขายทั้งเป็นครึ่งตัวและเต็มตัว ส่วนหมูแดง หมูกรอบและขาหมูยัดไส้ ก็มีขายแบ่งเป็นขีดและเป็นโล สั่งกลับไปกินกับข้าวสวยที่บ้านแบบฟินๆก็ได้นะ
9.เฝอหม้อไฟ สุกี้สไตล์เวียดนาม
สถานี : วงเวียนใหญ่
เมนูเด็ด : เส้นเฝอ สันคอสไลด์
เวลาเปิด-ปิด : 15:00 – 21:00 น.

เฝอหม้อไฟร้านเด็ดย่านวงเวียนใหญ่ที่ไปทีไรคนเยอะทุกที จริงๆแล้วเฝอหม้อไฟมันก็คล้ายกันกับสุกี้หรือชาบู แต่เป็นการสั่งแยกไม่ใช่แบบบุฟเฟต์ ดังนั้นน่าจะเหมาะสำหรับคนที่กินน้อยแต่อยากกินชาบูสุกี้
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยๆนั้นคือสันคอหมูสไลด์ หมูทรงเครื่อง เส้นเฝอ กินพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด “ซอสสีดำ” ผสมกับ “ซอสสีแดง” (ทางร้านแจ้งไว้ว่าเส้นเฝออย่าลวกนานเดี๋ยวเส้นจะอืด เหนียวกองก้นหม้อแล้วจะไหม้นะจ๊ะ) จะให้รสกลมกล่อมแบบไม่เผ็ดเกินไปหรือเค็มเกินไป หรืออย่างปลากระพงลวกก็ให้รสชาติความหวานจากเนื้อปลาพร้อมความแซ่บจากน้ำจิ้ม นอกจากนี้สายเนื้อก็มาฟินที่นี่ได้ เพราะมีทั้งเนื้อโคขุน เนื้อริบอาย น่องลายและใบพายสไลด์ กินพร้อมเครื่องดื่มสุดซ่าก็จะยิ่งฟินยิ่งขึ้นไปอีก
10.ฮ้อเจี๊ยะ ติ่มซำนึ่งสด
สถานี : บางหว้า
เมนูเด็ด : ฟองเต้าหู้กุ้งทอด/ฮะเก๋า/ซาลาเปาไส้ไหล
เวลาเปิด-ปิด : 8:00 – 17:00 น.

ใครชอบอาหารจีนที่อิ่มได้แบบสบายท้องก็ต้องเป็นติ่มซำที่ร้านฮ้อเจี๊ยะเลย เมนูติ่มซำนึ่งสดของทางร้านมีเกือบ 40 เมนู ราคาถูกมาก เพียงเข่งละ 20 บาทเท่านั้น ติ่มซำหลักๆอย่างขนมจีบกุ้งหรือฮะเก๋าก็มีรสชาติดี ซึ่งทางร้านจะใช้กุ้งที่สดและมีคุณภาพอยู่เสมอ นอกจากนี้ซาลาเปาไส้ครีมก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมให้ไส้มาแบบจัดเต็มบิดเดียวไส้ก็ทะลักออกมาแล้ว

ส่วนเมนูอื่นๆอย่างกระเพาะปลาน้ำแดงเนื้อปูก็มีความเข้มข้น เนื้อปูก็เน้นเต็มคำ หากใครอยากกินเป็นข้าวก็มีเมนูข้าวต้มพร้อมเครื่องให้เลือกมากมาย ทั้งซี่โครงหมู หมูสับ กุ้ง ปลากระพง เป็นต้น โดยรวมแล้วถือว่าอร่อยคุ้มราคาสุดๆเพราะเมนูส่วนมากไม่ถึงร้อยทั้งนั้น กินมื้อนึงอิ่มจุใจแถมสบายกระเป๋าอีก
สรุป
บีทีเอสสายสีลมนั้นเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสายหลักของร้านอาหารรสชาติเด็ดหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะไทย จีน ญี่ปุ่น หรือสตรีทฟู๊ดก็มีให้ได้ฝากท้อง หากใครมีเวลาวันหยุดลองมาสำรวจร้านอาหารตามสถานีในเส้นสีสลมนี้กันดู แล้วจะได้เปิดโลกใหม่ของร้านอาหาร แต่ที่สำคัญคือออกไปข้างนอกเมื่อไหร่อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยด้วยนะทุกคน