Nov 30, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
‘ออฟฟิศซินโดรม’ คงเป็นชื่อที่หลาย ๆ คนคุ้นชื่อ เพราะเป็นอาการยอดฮิตของชาวออฟฟิศในปัจจุบัน เป็นกลุ่มอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) ที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ซ้ำ ๆ กันเป็นระยะเวลานาน มักจะพบในกลุ่มคนวัยทำงานอายุประมาณ 23-50 ปี ซึ่งสาเหตุ อาการ วิธีแก้ไข และการป้องกัน มีดังนี้
สาเหตุของอาการออฟฟิศซินโดรม
เนื่องจากออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมต่อสรีระร่างกายของมนุษย์ ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นประสาท บอบช้ำได้ ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุได้เป็นหลายปัจจัยย่อย ๆ ได้แก่
- พฤติกรรมการการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง เช่น การนั่งไขว่ห้าง การยืนหลังค่อม สะพายกระเป๋าข้างเดียว หรือการนั่งไม่เต็มก้น ซึ่งจะทำให้สรีระของเราถูกบิดหรือคลาดเคลื่อน
- อุปกรณ์การทำงานหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น การใช้โต๊ะและเก้าอี้ ที่อยู่สูงหรือต่ำเกินไป จนก่อให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม
- ปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด หรือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น
อาการของ ออฟฟิศซินโดรม
สำหรับอาการของออฟฟิศซินโดรมสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ อาการทางกล้ามเนื้อ ทางเดินหายใจ และระบบประสาท ซึ่งสามารถสังเกตได้เบื้องต้นดังนี้
อาการทางระบบกล้ามเนื้อ
เป็นอาการของออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อยมากที่สุด โดยมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายไม่ว่าจะเป็น คอ บ่า ไหล่ ขา เอว หรือหลัง มักจะปวดเมื่อยเป็นบริเวณกว้างจนไม่สามารถหาตำแหน่งที่ชัดเจนได้ หรืออาจมีอาการปวดร้าวตามร่างกายอีกด้วย
อาการทางระบบประสาท
เป็นอาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อยรองลงมาจากอาการทางระบบกล้ามเนื้อ ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมจะมีอาการเกี่ยวกับระบบประสาท ทั้งตา แขน ขา คอ หรือหลัง ซึ่งสำหรับระบบประสาทตาอาจมีการแสดงอาการผ่านการปวดเมื่อยตา ตาล้า หรือปวดหัวได้ ส่วนอวัยวะอื่น ๆ นั้นอาจมีอาการอ่อนล้า หรือชาได้เลยทีเดียว
อาการทางระบบทางเดินหายใจ
อาการทางเดินหายใจ เป็นอาการที่มีสาเหตุส่วนมากมาจากการนั่งทำงาน ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทหรือมีสารเคมีจากหมึกพิมพ์ จึงส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ตั้งแต่การหายใจไม่สะดวกจนไปถึงการที่มลพิษเหล่านั้นเข้าไปทำลายระบบอื่น ๆ ในร่างกายได้
ขอบคุณรูปจาก: macrovector
การป้องกันอาการ ออฟฟิศซินโดรม
ออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่มีการอาการปวดตามร่างกาย จนก่อให้เกิดความทรมานและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เราจะต้องมีวิธีการป้องกัน ที่ช่วยให้ไม่เกิดอาการเหล่านี้ก่อนที่จะสายเกินไปทั้ง การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ การปรับเปลี่ยนบุคลิก ของตนเอง การยกของ อย่างระมัดระวัง การจัดท่าทาง การนั่งและนอน หลีกเลี่ยงการใส่ส้นสูง เพื่อลดการปวดเมื่อยบริเวณเท้า และ ไม่ฝืน ร่างกายให้หักโหมเกินไป ซึ่งถ้าหากว่าเรามีการป้องกันด้วยวิธีเหล่านี้ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย และลดโอกาสในเกิดอาการออฟฟิศซินโดรมที่สร้างความเจ็บปวดได้นั่นเอง
การรักษาอาการ ออฟฟิศซินโดรม
เนื่องจากออฟฟิศซินโดรมนั้น เป็นกลุ่มอาการที่ไม่ใช่แค่อาการปวดปกติทั่วไป แต่เป็นอาการที่ส่งผลต่อร่างกายระบบอื่น ๆ และมีความรุนแรงมากกว่าอาการปวดเมื่อยทั่วไป ดังนั้นวิธีการรักษาออฟฟิศซินโดรมนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำการดูแลรักษาไม่ว่าจะเป็น
การยืดกล้ามเนื้อ อย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การทำกายภาพบำบัด ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย การนวดแผนไทย เพราะการนวดแผนไทยนั้นเป็นการกดจุดเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้สบายยิ่งขึ้น การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็ก เพื่อกระตุ้นเส้นประสาท เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อบริเวณที่เกิดอาการปวด การผ่าตัด เพื่อแก้ไขสาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรม การฝังเข็ม ไปที่บริเวณกล้ามเนื้อที่มีอาการปวด เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระตุกและคลายตัว การครอบแก้ว เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและช่วยให้กล้ามเนื้อเกิดการไหลเวียนเลือด การรับประทานยา คล้ายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวด ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด
นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมมีอาการปวดน้อยลงได้ โดย การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ ท่าทางจัดลักษณะท่าทาง การนั่ง ให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสม ตามสรีระของร่างกายเรา การใช้หมอนหรือที่นอน ที่รับต่อสรีระของร่างกาย ก็จะช่วยลดอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้แล้ว
ซึ่งการปรับเปลี่ยนหมอนหรือที่นอนที่เหมาะกับสรีระและท่าทางการนอนของเรานั้นก็เป็นสิ่งง่าย ๆ อันดับต้น ๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่หาเครื่องนอนดี ๆ ใน Kaidee ก็ช่วยลดอาการออฟฟิศซินโดรมได้แล้ว !
Nov 18, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
จากผลสำรวจเชิงสถิติของโรงพยาบาลสมิติเวชประจำปี พ.ศ.2562 พบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ถึง 80% เป็นเรื่องที่น่าตกใจเพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่กลายเป็นโรคนี้กันเกือบหมด แถมยังปวดหลังทรมานชนิดว่าพอนั่งทำงานปุ๊ป อาการก็เริ่มถามหาทันที
หลายคนคงมองหาตัวช่วยแก้ปวดด้วยการนวด แต่จะไปนวดร้านไหนดี ที่ไม่แพงมากเกินไป เหมาะสมกับฐานะพนักงานกินเงินเดือนตัวเล็ก ๆ วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จัก 10 ร้านขุมทรัพย์(ไม่)ลับที่จะนวดให้คุณทำงานสบายตัวไปตลอดทั้งสัปดาห์
1.อรุณี สปา Arunee Spa
ร้านนวดสำหรับคนทำงานย่านรัชดา ร้านก็หาไม่ยากเลย เพราะตั้งอยู่ตรงข้ามศาลอาญา รัชดาภิเษก เป็นร้านนวดที่ราคาเป็นมิตร นวดไทยเริ่มที่ราคา ชั่วโมงละ 300 บาท 2 ชั่วโมง 500 บาทเท่านั้น! จุดเด่นของร้านนี้คือ การนวดอโรม่าพร้อมขัดผิวเป็นแพคเกจในราคาพันกว่า ๆ แถมบรรยากาศร้านยังดี บ่งบอกความเป็นไทยอย่างชัดเจนอีกด้วยค่ะ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 300 บาท
2.มนตราเฮลท์แอนด์สปา Montra Health & Spa at Central World
สำหรับคนที่อาศัยอยู่ใจกลางกรุง ร้านนวดติดบีทีเอสเป็นสิ่งที่มักจะค้นหาเป็นอย่างแรก ร้านนวดร้านนี้น่าจะตอบโจทย์ผู้ที่เดินทางตามแนวเส้นบีทีเอสแน่นอน เพราะตัวร้านตั้งอยู่ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 ราคานวดก็จะแพงขึ้นมาอีกนิด ประมาณชั่วโมงละ 500 บาท สำหรับการนวดแผนไทย คอบ่าไหล่ และนวดเท้า
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 500 บาท
3.ไทเกอร์ มาสสาจ Tiger Massage
ร้านนวดย่านทองหล่อ ที่มีหลายแพคเกจให้คุณได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นการนวดแผนไทยผสานกันน้ำมันอโรม่า หรือ การขัดผิวเพื่อลดเลือนจุดด่างดำ ด้วยสครับออร์แกนิคผสานกับนมฮอกไกโดอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ ราคาจะอยู่ช่วงประมาณ 899 – 999 บาท สำหรับการนวด หากคุณสนใจในการขัดผิว ราคาจะอยู่ที่ประมาณพันต้น ๆ ค่ะ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 899 บาท
4.โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน ฯ WAT PHO THAI TRADITIONAL MASSAGE SCHOOL
ต้องการสัมผัสการนวดแบบต้นตำรับ พลาดไม่ได้กับการสัมผัสประสบการณ์การนวดที่โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัตโพธิ์แห่งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่ที่เหล่าหมอนวดแผนไทยมาร่ำเรียนวิชาแล้ว ยังเป็นร้านที่รับรองได้ว่า นวดคลายเส้นได้ดีมากๆ ปกติแล้วมักจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเต็มไปหมด หากอยากลองนวดแบบตื่นขึ้นมาอีกที รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดที่จะไปลองนะคะ ! ราคาประมาณ ชั่วโมงละ 350 บาทเท่านั้น
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 350 บาท
5.มาดี มาสสาจ Madi Massage Cafe
ร้านนวดที่ไม่เหมือนร้านนวด เพราะร้านนี้มีการตกแต่งร้านสไตล์ Loft ทั้งยังมีการเปิดคาเฟ่บริเวณหน้าร้านอีกด้วย ทำให้คนแวะเวียนมาทั้งถ่ายรูปภายในร้านและใช้บริการนวดไปพร้อม ๆ กันหลายคนเลยค่ะ สถานที่ตั้งของร้าน อยู่ที่ ราม2 ค่ะ ราคาไม่แรงเลย เริ่มต้นที่ประมาณ 250 บาทค่ะ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 250 บาท
6.สปา เซ็นวารี Spa Cenvaree
มาถึงร้านนวดร้านดัง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความหรูหราและบริการสุดประทับใจ กับสปา เซ็นวารีตั้งอยู่ที่เซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-23.00 น. เลยทีเดียว แน่นอนว่าตอนนี้มีโปรโมชั่นสุดพิเศษอยู่ สำหรับการจองล่วงหน้าลดเลย 15% ทุกรายการ และยังสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ได้อีก
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 1,000 บาท
7.บ้านสบายสปา Baan Sabai Spa
ต่อกันที่ร้านนวด บริเวณซอยสุขุมวิท 26 ที่ให้บริการทุกระดับประทับใจอีกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าชาวต่างชาติหรือชาวไทยก็ให้ความสนใจในร้านนวดร้านนี้ จุดเด่นในการนวดคือการนวดประคบสมุนไพรและการนวดอโรม่า ทั้งยังมีบริการนวดหน้าและนวดมืออีกด้วย สำหรับการนวดต่อชั่วโมงเริ่มต้นที่ 500 บาทเป็นต้นไป
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 500 บาท
8.คือหัตถาสปาและนวดไทยสบาย KHUE HATTHA SPA AND THAI MASSAGE SABAI
ใครที่อาศัยอยู่ใกล้โชคชัย 4 หรือ แถวเสนานิคม ห้ามพลาดร้านนี้โดยเด็ดขาด! แค่ชื่อร้านก็อลังการแล้ว ฝีมือการนวดก็เยี่ยมยอดไม่แพ้กันแน่นอน และอัธยาศัยของหมอจัดว่าดีสุดๆไปเลยค่ะ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย เริ่มต้นที่ 350 บาทค่ะ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 350 บาท
9.เลอเล็กเย็นอากาศ Le Lek Massage Yen Akat
สำหรับใครที่อยู่แถวสาธรที่ต้องการหาร้านนวดดีๆ สักร้านไม่ไกลที่ทำงาน ร้านเลอเล็กบริเวณถนนเย็นอากาศก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เลวเลยล่ะค่ะ ราคาย่อมเยาเหมาะกับพนักงานออฟฟิศอย่างเรา ๆ นวดแผนไทยที่ 250 บาทต่อช่วงโมงเท่านั้น และสำหรับใครที่เป็นสายนวดอโรม่าก็ต้องไม่พลาดกับการนวดด้วยน้ำมันมะพร้าว ชั่วโมงละ 850 บาท
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 250 บาท
10. นวดโดยผู้พิการทางสายตา Perception Blind Massage
ร้านนี้จัดว่าเป็นร้านนวดที่พิเศษมาก ๆ เพราะให้บริการนวดโดยหมอนวดที่เป็นผู้พิการทางสายตา เป็นการส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้พิการ ราคานวดต่อชั่วโมงก็ไม่แรง เพียง 300 บาทต่อชั่วโมง สถานที่ตั้งของร้านก็มีอยู่สองสาขาคือ สาขาสาธรและสาขาสีลม หากใครต้องการสัมผัสการนวดสุดพิเศษพร้อมอุดหนุนบริการของผู้พิการต้องห้ามพลาดร้านนี้เลยค่ะ
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 300 บาท
โรคออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคที่ไม่ควรปล่อยผ่าน อาการเบื้องต้นจะเริ่มจากการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และลามไปปวดบริเวณเบ้าตา วิธีแก้เบื้องต้น คือการไปนวดเพื่อคลายเส้น แต่หลายคนมักไม่มีเวลาไปนวดที่ร้าน การซื้อเก้าอี้นวดที่ Kaidee สักตัวถือเป็นการซื้อทั้งเวลาและความสะดวกสบายให้แก่คุณ เพียงแค่กลับบ้านมาก็สามารถนอนปล่อยตัวบนเก้าอี้นวดได้ทันที