9 ที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ สายนอนเช้า ห้ามพลาด

9 ที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ สายนอนเช้า ห้ามพลาด

หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า“‘กรุงเทพ’ มหานคร ที่ไม่เคยหลับใหล” ถึงเเม้ว่าความวุ่นวายในกรุงเทพทั้งในด้านธุรกิจ และการบันเทิงนั้น อาจจะยังสู้เมืองที่มีชื่อเสียงระดับสากลอย่าง มหานครนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส หรือลาสเวกัส ไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากรุงเทพเป็นหนึ่งในเมืองหลวงอีกเมืองหนึ่งของโลกที่ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน ก็ไม่เคยหลับใหล 

ทั้งนี้เป็นเพราะว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่อัดแน่นไปด้วยประชากรจำนวนมากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มีทั้งออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงมากมายกระจัดกระจายอยู่เเทบจะทุกมุมถนน จึงไม่แปลกที่กรุงเทพจะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีโอกาสมาเที่ยว ยิ่งถ้าให้พูดถึงสถานที่เที่ยวกลางคืน เรียกได้ว่ากรุงเทพมีครบทุกรส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แน่นอน

วันนี้ Kaidee เอา 9 สถานที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพ ที่นอกจากจะมีวิวดี ราคาสบายกระเป๋าเเล้ว ยังให้ความสนุกสนานที่ unique ไม่เเพ้ชาติใดในโลกมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ถึงเเม้ว่าจริงอยู่ที่ “ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา” ทุกที่ที่เรานำเสนอในวันนี้ต่างก็มีเวลาปิดร้านเเต่รับรองว่าทั้ง 9 ที่นี้ เปิดเลยเที่ยงคืนเเน่นอน ให้คุณได้เช็คอินตีสอง คูลๆ โชว์คนอื่นได้สบาย 

เราขออนุญาตเริ่มด้วยที่เที่ยวกลางคืนย่านขวัญใจวัยรุ่น เเละชาวต่างชาติ อย่างข้าวสารกันก่อนเลย

ที่เที่ยวกลางคืนถนนข้าวสาร

1. Molly Bar (มอลลี่ บาร์)

molly bar
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก buddygroupthailand 

ถ้าพูดถึงผับบาร์มีชื่อเสียงในย่านข้าวสาร หลายๆ คนคงนึกถึงบริคบาร์ (Brick Bar) เเน่นอน แต่ถ้าจะให้ไปบริคบาร์ หรือ “เที่ยวบริค” ที่วัยรุ่นพูดกัน ทุกอาทิตย์คงจะเบื่อเเย่ วันนี้เรามีอีกร้านที่ถือว่าเป็นตำนานที่เที่ยวย่านข้าวสารเลยก็ว่าได้ นั้นก็คือร้าน “มอลลี่บาร์” นั้นเอง มอลลี่บาร์เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว Go-To ยอดนิยมของคนทุกวัย ตั้งเเต่วัยรุ่นยันวัยทำงาน เนื่องจากร้านมีขนาดกว้างขวาง เเละเปิดเพลงหลากหลายสไตล์ เเถมมีทั้งโซน In-door และ Out-door ให้เลือกนั่งอีกต่างหาก ถ้าเพื่อนๆกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะนั่งโซนไหนดี เราขอแนะนำให้นั่งโซน Out-door ค่ะ เพราะจะมาเที่ยวข้าวสารทั้งที เพื่อนๆควรจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ เเละความบันเทิงบนถนนข้าวสารที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้มองผู้คนเดินไปมา ได้ตากลมเย็นๆ  และได้ฟังเสียงเพลงที่ลอยมาตามทางถนนข้าวสารแห่งนี้ให้คุ้มค่า ไม่ใช่เหรอคะ 

นอกจากนี้ร้านมอลลี่ยังมีการตกแต่งแนว Retro ที่จะพาคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนวันวานกลับไปยุค 80 กันเลยทีเดียว ร้านมอลลี่บาร์ยังเอาใจคนชอบดนตรีสดด้วยการจัดอีเว้นท์เเละการเชิญศิลปินฮอตๆ มาร้องเพลงถึงที่เกือบทุกวันด้วยค่ะ

พิกัดร้าน: ซอย รามบุตรี ย่านถนนข้าวสาร

เปิดตั้งเเต่: 16:00-03:00 น. 

2. Mulligans Irish Bar (มัลลิแกนส์ ไอริช บาร์)

Mulligans Irish Bars
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Facebook/ Mulligans Irish Bar

ถ้าใครกำลังหาที่เที่ยวกลางคืนที่มีกิจกรรมอื่นๆ นอกจากการนั่งฟังดนตรีสด เราแนะนำร้าน มัลลิเเกนส์ ไอริช บาร์ ค่ะ บาร์นี้เป็นบาร์ที่กว้างที่สุดแห่งหนึ่งในย่านข้าวสารเลยก็ว่าได้ ภายในร้านมีโซนกินข้าวอยู่หลายโซน ได้แก่ โซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ยาวถึง 10 เมตร โซนโต๊ะสำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ที่ดีไซน์มาจากไม้โอ๊ก เป็นต้น 

จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่โซนกิจกรรมนั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น โต๊ะพูล จุดปาเกมลูกดอก และตู้เกม ทั้งนี้ทางร้านมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สังสรรค์กับเพื่อนฝูงยาวๆตลอดทั้งคืน รับรองว่าไม่มีทางเบื่อ ได้นั่งยาวไปจนถึงร้านปิดแน่นอน ที่สำคัญร้านนี้ยังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เเละไม่มีวันหยุดด้วยนะคะ

ถ้าพูดถึงอาหารของร้าน รับรองว่ามีน้ำลายไหลกันเเน่ๆ ถ้าเพื่อนๆเป็นคนที่ชอบอาหารยุโรป โดยเฉพาะอาหารไอริชนั้น รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ทางร้านมีเมนูขึ้นชื่ออย่าง สปาเก็ตตี้เส้นดำ ที่เสิร์ฟพร้อมกับปลาดอลลี่ราดซอสไวน์ขาว ซึ่งรสชาติหอมหวานของซอสไวน์ขาวนั้นก็เข้าถึงเนื้อสปาเกตตี้อย่างเข้มข้นเลยทีเดียว อีกเมนูเด็ดต้องยกให้ เบียร์ดำ Guinness ที่ทางร้านนำเข้าโดยตรงจาก ไอร์แลนด์ ถึงเเม้จะเป็นเบียร์นอกเเต่ราคาก็สบายกระเป๋า

พิกัดร้าน: ถนนข้าวสาร ชั้น2 ของโรงแรม Buddy lodge

เปิดตั้งเเต่: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ที่เที่ยวกลางคืนถนนเยาวราช

ถ้าพูดถึงถนนครึกครื้นยามค่ำคืนเเล้วไม่พูดถึงถนนเยาวราชก็คงไม่ได้ เเม้ว่าถนนเยาวราชจะยาว เเละมีซอยซับซ้อนให้ปวดหัว ปวดขา เเค่ไหน เยาวราชยังเป็นถนนที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนไทย คนจีน เเละชาวต่างชาติ ทั้งสองฝั่งข้างทางของถนนมีของกินหลากหลายเชื้อชาติตลอดทาง รับรองว่าคนเดินได้เดินเพลินลืมเหนื่อยเเน่นอน

3. ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน

ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก food.mthai

ร้านเเรกที่เราอยากแนะนำเหมาะสำหรับสายเส้นเป็นพิเศษ นั้นคือร้าน ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋นน้ำแดงหม้อดิน ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่เจ้าเดิมของเยาวราชที่เปิดมามากกว่า 50 ปี เเน่นอนว่าจากชื่อร้าน ของขึ้นชื่อก็ต้องเป็นเอ็นตุ๋นใช่ไหมล่ะคะ ด้วยรสชาติเข้มข้นของน้ำแดงที่คุณจะได้ลิ้มรสในเนื้อหมูตุ๋นทุกๆคำ รวมไปถึงกลิ่นน้ำยาที่ไม่เเรงจนเกินไป ทำให้ก๋วยเตี๋ยวถ้วยนี้ มีรสชาติที่ถูกปากคนทุกวัย

การได้นั่งกินอาหารอร่อยๆ ไปพร้อมกับชมเเสงไฟของถนนเยาวราชนั้น ก็ถือว่าเป็นการเที่ยวกลางคืนอีกแบบที่ได้ทั้งความสนุก แถมยังอิ่มท้องไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นเราจึงขอยกให้ร้านหมูตุ๋นเอ็นตุ๋นเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่น่าสนใจ แถมคุณยังไม่ต้องทรมานกับแฮงโอเวอร์ในวันพรุ่งนี้เช้าด้วยนะคะ

พิกัดร้าน: หน้าร้าน ฉ.เอียะฮวด ถนน เยาวราช

เปิดตั้งเเต่: 21:00 – 02.00 น.

ที่เที่ยวกลางคืนย่านอโศก 

สายไม่นอนทั้งหลายคงพอทราบกันดีอยู่แล้วว่า เเหล่งรวมความบันเทิงยามค่ำคืนฮอตที่สุดในกรุงเทพ ต้องยกให้ “อโศก” เเม้ว่าย่านนี้จะขึ้นชื่อเรื่องรถติด ให้ตายยังไงอโศกก็ยังเป็นย่านที่ใครหลายๆ คนฝันที่จะมีบ้านสักหลังหรือคอนโดสักห้องใจกลางย่านอยู่ดี เพราะนอกจากย่านอโศกจะเป็นศูนย์ร่วมบริษัทใหญ่ๆทั้งหลายเเล้ว ร้านอาหาร คาเฟ่ เเหล่งแฮงเอาท์ และสถานที่ช้อปปิ้งก็มีมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นอโศกยังเป็น Hub รวมเเหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เที่ยวกลางคืนอีกด้วย ซึ่งก็มีตั้งเเต่ราคาย่อมเยาว์ไปจนถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว

4. มูชั่ว บาร์ (Mutual Bar).

ถ้าใครที่ชื่นชอบบรรยากาศของสถานที่เที่ยวกลางคืนแบบไพรเวท มูชั่วบาร์ ตอบโจทย์นั้นเเน่นอน มูชั่วบาร์เป็นบาร์ลับๆ ในซอยสุขุมวิท 24 ฝั่งตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ตัวบาร์ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารพาณิชย์ การตกแต่งของร้านจะเน้นการใช้กระจกบานใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้บรรยากาศในร้านดูหรูหรา เสมือนนั่งจิบเบียร์อยู่บนรูฟท็อป

ทางร้านใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก เพื่อคงคอนเซ็ปท์เรียบหรูแบบผู้ดีมีสตางค์ เเถมยังเปิดเพลงเเจ๊สเบาๆทั้งคืนเพื่อช่วยเพิ่มความคลาสสิกอีกด้วย จุดเด่นของบาร์เเห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเเค่บรรยากาศเพียงอย่างเดียวนะคะ จุดเริ่มต้นของร้านก็น่าประทับใจไม่น้อยเลยค่ะ เหตุผลที่เจ้าของบาร์ตั้งชื่อบาร์ว่า Mutual Bar (มูชั่ว บาร์) นั้น เกิดจากการรวมตัวของเพื่อนสนิททั้ง 7 คนที่ต่างก็เติบโตไปมีอาชีพต่างกัน ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ นักธุรกิจ เเละนักดนตรี และเเม้เวลาจะผ่านไปนานเเค่ไหน เพื่อนทั้ง 7 คน ก็ยังคงมีความชอบที่เหมือนกัน นั้นก็คือการได้นั่งผ่อนคลายชมบรรยากาศกรุงเทพยามค่ำคืน เเละนั้นเองจึงเป็นที่มาของคำว่า “Mutual” ซึ่งเเปลเป็นไทยว่า “สัมพันธ์กัน” นั้นเองค่ะ

พิกัดร้าน: อยู่ในซอย สุขุมวิท 24 บนอาคารพาณิชชั้น 5

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น.

5. วานิลลา สกาย รูฟท็อป บาร์ (Vanilla Sky Rooftop Bar)

ในซอยเดียวกันกับร้านมูชั่ว บาร์ ยังมีอีกบาร์หนึ่งที่น่าสนใจ แถมที่สำคัญบาร์นี้เป็นบาร์รูฟท็อปจริงๆด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครชอบบรรยากาศปาร์ตี้รูฟท็อป จิบค็อกเทลเพลินๆ ไปพร้อมกับดื่มด่ำวิวกรุงเทพ วานิลลา สกาย รูฟท็อฟ บาร์ เป็นอีกที่ ที่คนเน้นบรรยากาศไม่ควรพลาด 

ด้วยที่ตั้งของบาร์ที่อยู่บนตึกสูง จึงทำให้ได้เห็นวิวกรุงเทพไปแบบเต็มๆ เรียกได้ว่า 360 องศากันเลยทีเดียว สายดีเจทั้งหลายไม่ผิดหวังเเน่นอน เพราะที่นี่มีดีเจมามิกซ์เพลงทุกแนวตลอดทั้งคืน ส่วนเครื่องดื่มนั้นจะเน้นเเนวค็อกเทลเป็นหลัก ราคาไม่น่าตกใจนะคะ เพราะที่นี่มี happy hour ด้วยเครื่องดื่ม Buy 1 Get 1 Free ตั้งเเต่หนึ่งทุ่มยาวไปจนถึงสามทุ่มกันเลยทีเดียว เเละที่สำคัญการเดินทางมาที่ร้านก็เเสนจะง่าย เพียงเเค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานนี พร้อมพงษ์ ทางออกที่ 4 เเล้วเดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 เดินเข้ามาในซอยให้หาตึก Compass Sky View ตัวบาร์นั้นจะอยู่ที่ชั้น rooftop ของตึกค่ะ ถ้าใครกำลังหาที่เที่ยวกลางคืนที่ไม่ฮาร์ดคอร์และเน้นบรรยากาศ วานิลลา สกาย รูฟท็อป คือคำตอบค่ะ

พิกัดร้าน: อยู่ในซอย สุขุมวิท 24 บนอาคาร Compass Sky View ชั้น rooftop

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น

ที่เที่ยวกลางคืนย่านเอกมัย

มาต่อกันที่ย่านสุดท้าย แต่ความฮอตฮิตไม่ท้ายสุด เอกมัยเป็นอีกย่านที่มีที่เที่ยวกลางคืนมากมาย ตั้งเเต่ บาร์เล็กๆ  ไปจนถึงผับ 2-3 ชั้น ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ไม่รู้ว่าจะไปชมไนท์ไลฟ์ของกรุงเทพที่ไหนดี เราขอเเนะนำให้เริ่มจากย่านเอกมัยก่อนเลย เพราะเเค่เดินไปเรื่อยๆ ตามท้องถนนคุณก็จะเจอผับ บาร์มากมาย เรียกได้ว่าตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว 

6. KIKI Korean Bar

มาเอาใจแฟนๆ K-Pop กันด้วยบาร์สไตล์เกาหลีกันบ้าง บาร์เเห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 ชั้น 2 ของโครงการเวิ้งโบราณ การเดินทางอาจจะยากสักหน่อย เนื่องจากร้านตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ ย่านที่ขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดในกรุงเทพ เเต่บรรยากาศ และอาหารของร้านจะไม่ทำให้คุณรู้สึกเสียดายค่าน้ำมันเเน่นอน 

ร้าน KIKI (ㅋㅋ) อ่านว่า คึคึ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะในภาษาเกาหลี เพราะเจ้าของร้านอยากให้ทุกคนมีเเต่เสียงหัวเราะ ตั้งเเต่ก้าวเเรกที่เข้าร้าน ยันเดินออกจากร้าน จุดเด่นของร้านนี้อยู่ตรงดีไซน์ค่ะ สไตล์ร้านนั้นเลียนเเบบเต็นท์แดงขายอาหารกลางคืนของประเทศเกาหลีนั้นเอง ร้านยังใช้ไฟนีออนสีแดงเพื่อเพิ่มความโดดเด่นเข้าไปอีก เรียกได้ว่าให้บาร์นี้ให้บรรยากาศเหมือนคุณได้ไปนั่งชิลกับเพื่อนหลังเลิกงานใจกลางกรุงโซลเลยทีเดียว 

พิกัดร้าน: อยู่ในเอกมัย ซอย 10 ชั้น 2 โครงการเวิ้งโบราณ

เปิดตั้งเเต่: 17:00-02:00 น

7. Tuba (ทูบา)

ทูบาเป็นร้านกึ่งร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่มีลูกเล่นการตกเเต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา โคมไฟ งานศิลปะ เเละอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญหากลูกค้าท่านไหนสนใจเฟอร์นิเจอร์หรืองานศิลปะในร้าน ก็สามารถติดต่อขอซื้อกับทางร้านได้เลยทันทีเลยค่ะ

อาหารของร้านจะเน้นเป็นเเนวอิตาเลียนฟิวชั่น โดยการผสมผสานระหว่างอาหารแนวตะวันตกกับรสชาติจัดจ้านจุดเด่นของอาหารไทย เรื่องรสชาติไม่เป็นสองรองใครเเน่นอน เมนูเเนะนำนั้นคือ พิซซ่าขอบบางกรอบๆ สไตล์อิตาเลี่ยน ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งค็อกเทล เบียร์ วิสกี้ หรือสายคออ่อนน้ำอัดลมก็มีขายค่ะ ที่ร้านยังมีโต๊ะพลูให้ลูกค้าได้เล่นกับเพื่อนแก้เบื่อระหว่างจิบค็อกเทลอีกด้วย 

พิกัดร้าน: อยู่ในเอกมัย ซอย 21 ซอย เเจ่มจันทร์ 

เปิดตั้งเเต่: 11:00-02:00 น

8. AINU Bar (ไอนุ บาร์)

AINU bar
ขอบคุณรูปสวยๆ จาก Facebook/AINUBar

หลังเลิกงานหิวๆ อยากกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติดังเดิมและจิบไวน์เบาๆ ผ่อนคลายกับวันที่เเสนยาวนาน เราขอเเนะนำร้าน ไอนุ บาร์ ซึ่งเป็นบาร์ย่านทองหล่ออีกที่ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากลูกค้าทุกเพศทุกวัย 

ทางร้านจะเน้นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ “อิซากายะ” ซึ่งเป็นสไตล์การเสิร์ฟอาหารเป็นจานเล็กๆ นอกจากอาหารญี่ปุ่นที่เป็นจุดขายเเล้ว ทางร้านยังมีเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น เหล้าสาเก ไวน์พลัม เบียร์ไทย เบียร์นำเข้า ค็อกเทล และเเชมเปญ ไม่ว่าเพื่อนๆจะชอบเเบบไหนทางร้านมีตัวเลือกให้เเน่นอน 

หลายคนคงสงสัยว่าชื่อร้านแปลว่าอะไร “ไอนุ” เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “アイヌ” ซึ่งเป็นคำที่คนญี่ปุ่นเรียกคนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโดนั้นเอง เเค่ชื่อร้านก็รู้เลยใช่ไหมคะว่าอาหารและบรรยากาศของร้านนั้นจะดั้งเดิมขนาดไหน

พิกัดร้าน: อยู่ระหว่างทองหล่อซอย 5 และ ซอย 7 จากปากซอยเข้าไปประมาณ 800 เมตร ก็จะเจอร้านค่ะ

เปิดตั้งเเต่: 17:30-01:00 น

9. Mocking Tales.

เราขอปิดท้ายด้วยร้าน Mocking Tales ด้วยคอนเซ็ปท์ของร้านที่เน้นความลึกลับบวกกับการตกแต่งที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าได้หลุดเข้าใปอยู่ในหนังสือเทพนิยายเเฟนตาซี เราจึงอดไม่ได้ที่จะขอเก็บร้านที่ยูนิคที่สุดเอาไว้ท้ายสุด ดีไซน์ของร้านนี้จะเลียนแบบบรรยากาศของปราสาทโกธิค ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รวมไปถึงของตกแต่งภายในร้าน ทำให้ลูกค้าของร้านต่างเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือนได้มานั่งกินข้าวในห้องอาหารฮอกวอตส์เลยค่ะ

จุดเด่นของร้านนี้ก็หนี้ไม่พ้นเมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารนั้น ต่างก็มีชื่อเมนูที่แปลกแต่ลึกลับซึ่งเข้ากับคอนเซ็ปท์ของร้านเป็นอย่างดี เช่น เมนู Castle of Dawn & Twilight ซึ่งเป็น เอเเคลร์สอดไส้ช็อกโกแลต เรียงกันเป็นรูปคล้ายปราสาทลึกลับ เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมหวานๆ  และเพิ่มความอลังการด้วยควันจาก Dry Ice 

ถึงเเม้ว่าร้านจะดูเป็นร้านอาหารมากกว่าบาร์ แต่ทางร้านก็เปิดยาวไปจนถึงตีหนึ่ง นับได้ว่าเป็นที่เที่ยวอีกที่ที่แปลกใหม่ มีคลาส ยกระดับขึ้นมาอีกหน่อย 

สรุปท้ายบทความ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สถานที่เที่ยวกลางคืนในกรุงเทพทั้ง 9 ที่ ใน 4 ย่านดังของกรุงเทพที่เรานำมาเสนอให้เพื่อนๆ กันวันนี้ หวังว่าเพื่อนๆ จะถูกใจ หรืออย่างน้อยได้ไอเดียที่เที่ยวหลังเลิกงานกันไปไม่มากก็น้อยนะคะ เรื่องการการเดินทางไปแต่ที่ก็ไม่น่าเป็นห่วงค่ะ เนื่องจากมีรถไฟฟ้าผ่านถึงที่แทบทุกที่เลย 

ถ้าเพื่อนๆ  คนไหน กำลังมองหาคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ที่โอบล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงที่เที่ยวกลางคืนเด็ดๆทั้งหลายอย่างวันนี้ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมคอนโดมิเนียมที่ Kaidee  เรามีคอนโดมิเนียมหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคาให้เลือกชมมากมายเลยค่ะ

8 ที่เที่ยว! เที่ยวไทยให้เหมือนไปต่างประเทศครบทุกถดู

8 ที่เที่ยว! เที่ยวไทยให้เหมือนไปต่างประเทศครบทุกถดู

และแล้วก็ถึงช่วงนับถอยหลังเข้าสู่เวลาแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีอย่างเทศกาลปีใหม่แบบนี้มาบ้าง และแน่นอนว่าคำตอบย่อมหลากหลาย 

บางคนอาจกลับไปเยี่ยมครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายที่บ้านเกิด บ้างก็นอนอยู่บ้านชาร์จแบตชิล ๆ หรือจัดทริปเที่ยวยาว ๆ หาช่วงสถานการณ์ COVID-19 ระบาด

ถึงปีนี้อาจจะพลาดโอกาสแต่ในเมื่อช่วงนี้จังหวะยังไม่อำนวยให้ออกไปท่องโลกกว้าง ก็ไม่ต้องเศร้า เพราะเราจัดคัมภีร์เที่ยวไทยอย่างไรให้เหมือนไปรอบโลกแบบครบสี่ฤดูมาฝาก เก็บข้อมูลไว้แล้วเตรียมแพลนล่วงหน้าไปด้วยกันนะ!

ฤดูร้อน

เกาะพยาม

มัลดีฟเมืองไทย หาดทรายขาว ทะเลใส ที่ไม่ควรพลาด!

หนึ่งในมัลดีฟเมืองไทยระดับตำนานต้องยกให้ ‘เกาะพยาม’ จ.ระนองเลย ความสวยงามของที่นี่อยู่ตรงหาดทรายเนียนและน้ำทะเลใส ถ้าอยากได้ฟีลมัลดีฟเข้าไปอีก ก็แนะนำให้พักที่ ‘The Blue Sky Resort’

รีสอร์ตบนเกาะพยามที่ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่มัลดีฟด้วยบรรยากาศบ้านพักกระท่อมกลางน้ำ ให้คุณได้ดื่มด่ำกับน้ำทะเลสีเขียวคราม ความร่มรื่นของป่าโกงกาง และหาดทรายขาว

ใครที่อยากฉลองปีใหม่แบบส่วนตัวพลางซึมซับบรรยากาศความสดใสประหนึ่งอยู่มัลดีฟช่วงฤดูร้อน ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ รับรองว่าถูกใจไม่มีผิดหวังแน่นอน

พิกัด: 22 หมู่ 1 เกาะพยาม อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 

เบอร์โทรศัพท์:  080 611 4614

I LOVE FLOWER FARM

เยือนทุ่งดอกไม้หลากสีรับปีใหม่ให้เหมือนไปฮอกไกโดหน้าร้อน

ปีนี้อาจจะมีหลายคนพลาดทริปชมทุ่งดอกไม้เมืองฮอกไกโดช่วงหน้าร้อน แต่ไม่เป็นไร ปีใหม่นี้ไปสัมผัสบรรยากาศทุ่งดอกไม้หลากสีที่สดใสกันได้ที่ ‘I LOVE FLOWER FARM’ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีทุ่งดอกซีโลเลียหลากสี ปลูกไล่โทนตั้งแต่ ส้ม แดง ชมพู นอกจากดอกซีโลเลียแล้ว ยังมีทุ่งดอกมาร์กาเร็ตทุ่งดังทุ่งเดิม ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยไม่แพ้ทุ่งดอกไม้หน้าร้อนเมืองฮอกไกโดเลย 

สำหรับการเข้าชมนั้น ต้องจองล่วงหน้าเนื่องจากมีผู้เข้าชมจำนวนมาก แอบกระซิบว่าควรจองแต่เนิ่น ๆ เพราะที่นี่ฮอตมาก ส่วนค่าเข้าชมจะคิดคนละ 90 บาท ซึ่งรวมค่าน้ำและของว่าง ค่าที่จอดรถ และค่ารถรับส่งจากที่จอดรถ

พิกัด: 33 ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 

เบอร์โทรศัพท์: 093 741 8884

ฤดูใบไม้ผลิ

ภูลมโล

หลงลมในหุบเขาซากุระเมืองไทย

ฉลองปีใหม่ด้วยทริปสีหวานรับลมหนาวที่ ‘ภูลมโล’ พื้นที่ยอดเขาภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย 

ไฮไลต์เด็ดคือดอกพญาเสือโคร่งหรือที่คนชอบเรียกกันว่า ซากุระเมืองไทยที่จะบานสะพรั่งให้ยลโฉมความงดงามแบบเต็มตาเต็มใจในช่วงเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 

ขอบอกว่าความสวยไม่แพ้กับซากุระเมืองญี่ปุ่นเลยทีเดียว เหมาะแก่การไปเก็บบรรยากาศดอกไม้สีชมพูหวานต้อนรับปีใหม่ ชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่หลายคนอาจจะพลาดโอกาสได้ไปเยือนแดนซากุระในปีนี้

พิกัด: อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย 

เบอร์โทรศัพท์: 081 596 5977

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่

ชมดอกซากุระเมืองไทยในสายหมอก

อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิ ขอยกให้ ‘โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ’ ดอยผ้าห่มปก โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่สำหรับให้มากางเต็นท์ดื่มด่ำธรรมชาติกันแบบเต็มอิ่ม 

ไฮไลต์ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ช่วงปีใหม่ก็คือเหล่าต้นพญาเสือโคร่งที่จะพร้อมใจออกดอกมาให้ชื่นชมความสวยงามประหนึ่งเดินอยู่ในสวนซากุระฤดูใบไม้ผลิ และช่วงเช้ายังสามารถเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ยอดดอยผ้าห่มปกเป็นของแถมได้อีกด้วย 

เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปฉลองปีใหม่หน้าหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงตลอดเดือนมกราคม ใครคิดจะแวะไปรับลมหนาวภาคเหนือในช่วงนั้น ไม่ควรพลาด!

พิกัด: หน่วยพิทักษ์ อช.ดอยผ้าห่มปกที่ 4 โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ม.15 ต.แม่สาว อ.แม่อาย  จ.เชียงใหม่ 

ฤดูใบไม้ร่วง

โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

เดินเล่นท่ามกลางใบไม้ผลัดสี

เข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีฟีลต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวของเมืองไทยกันได้ที่ ‘ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์’ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นอีกที่เที่ยวที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบความโรแมนติก

ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศอ่างเก็บน้ำเคล้าไอหมอกและป่าสน รวมทั้งไฮไลต์เด็ดที่เราอยากแนะนำนั่นก็คือใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีในช่วงเดือนธันวาคม-ต้นกุมภาพันธ์ เรียกว่าเหมาะแก่การมาเที่ยวชมในช่วงปีใหม่เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับใครที่มาเที่ยวที่นี่ ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้จองบ้านพักโครงการหรือจะเช่าที่กางเต็นท์ก็ฟินไม่แพ้กัน ลักษณะตัวบ้านพักจะเป็นบ้านไม้เข้ากับบรรยากาศป่าสน อยู่สบาย ถ่ายรูปสวยแน่นอน

พิกัด: ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ 

เบอร์โทรศัพท์: 053 215 981

ดอยแม่โถ

ดอยแม่โถ 360 องศา

เดินเล่นในทุ่งหญ้าสะวันนาสีทอง

ดอยแม่โถถือเป็นดอยที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ด้วยบรรยากาศระดับอินเตอร์ เหมือนได้ไปเดินเล่นอยู่ท่ามกลางหุบเขาในยุโรปก็ไม่ปาน ตั้งอยู่ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 

แลนมาร์กที่ใครมาก็ต้องแชะภาพคือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาชนิดที่เห็นวิวได้รอบแบบ 360 องศา แถมยังได้มีตแอนด์กรี๊ดฝูงควายเจ้าถิ่นที่จะมากินหญ้าอีกด้วย

ถ้าไปดอยแม่โถในช่วงปลายปีเก่าเข้าปีใหม่แบบนี้ จะได้ซึมซับบรรยากาศทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง จากหุบเขาเขียวขจีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองและน้ำตาลสลับกัน ประหนึ่งเดินเที่ยวเนินเขาช่วงฤดูใบไม้ร่วง

สำหรับการเดินทาง เราสามารถขับรถส่วนตัวมาจอดที่จุดบริการขนส่งนักท่องเที่ยวขึ้นดอยแม่โถ และใช้บริการจ้างรถชาวบ้านขึ้นไป เนื่องจากเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย จึงไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปเองแล้ว 

พิกัด: ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ ต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

เบอร์โทรศัพท์: 088 434 4902

Day & Night Cafe
Credit: DAY & NIGHT PHUKET 

ฤดูหนาว

Day & Night Of Phuket 

ดื่มด่ำบรรยากาศคริสต์มาส ณ คฤหาสน์หรู   

ในช่วงใกล้ปีใหม่แบบนี้ หลายคนน่าจะโหยหาบรรยากาศการเฉลิมฉลอง สีสัน และแสงไฟที่เราชื่นชอบอย่างเทศกาลคริสต์มาส เดี๋ยวนี้มีหลายคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสได้สวยงามเหมือนแถบประเทศต้นกำเนิดเทศกาล

‘Day & Night Of Phuket’ คาเฟ่และร้านอาหารกึ่งบาร์ในตัวเมืองภูเก็ตที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืนก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ได้ชื่อว่าจัดธีมคริสต์มาสได้อลังการมาก ๆ เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดไปอยู่แถบยุโรป อยากหยิบเฟอร์ขึ้นมาพาดไหล่รับลมหนาวทันทีทันใดเลยทีเดียว 

ด้วยความที่ตัวร้านตกแต่งสไตล์คฤหาสน์ยุโรปอยู่แล้ว จึงยิ่งเข้ากับต้นคริสต์มาสเกล็ดหิมะที่นำมาจัดตั้งไว้ตรงทางเข้าร้าน รวมทั้งบันไดและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้จะมีให้ชมกันจนถึงปลายเดือนมกราคมเลย

ร้านนี้ในช่วงเช้าจะเปิดเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนกลางคืนจะเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ มีดนตรีสดให้ฟังชิล ๆ จะมาถ่ายรูปตอนกลางวันก็สวย แต่แอบกระซิบว่าให้ลองไปนั่งชิลทานข้าว จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสดเคล้ากับบรรยากาศคริสต์มาสช่วงกลางคืนดู รับรองว่าต้องติดใจจนอยากกลับไปอีก

พูดถึงเรื่องบรรยากาศเยอะแล้ว ต้องพูดเรื่องอาหารหน่อย ที่นี่มีอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือกทั้งอาหารไทยแบบฟิวชัน อาหารไทยกลิ่นอายคนใต้ และอาหารไทยโบราณที่อาจจะไม่ค่อยเคยได้ยินชื่อแล้ว ตลอดจนอาหารยุโรป ของหวาน และกาแฟ ก็มีให้เลือกทานครบเครื่อง

เมนูแนะนำที่อยากให้ลองก็คือ ‘หมูซูวีฮ้อง’ เป็นการนำเนื้อหมูไปหมักด้วยเครื่องเทศหลากหลายชนิดตามแบบฉบับสูตรคนใต้และนำมาซูวีจนนุ่มฉ่ำละลายในปาก และ ‘แสร้งว่ากุ้ง’ เป็นยำกุ้งสูตรโบราณแบบชาววัง รสชาติกลมกล่อมสดชื่นที่เข้ากับกุ้งเนื้อฉ่ำเด้งสู้ฟัน  

พิกัด: ต.ตลาดใหญ่, อ.เมืองภูเก็ต, จ.ภูเก็ต 

เปิด-ปิด: 9.00 – 24.00 น. (เปิดทุกวัน)

เบอร์โทรศัพท์: 076 219 788

Credit: B-story Garden Cafe & Restaurant

B-story Garden Cafe & Restaurants

ท่องเทศกาลคริสต์มาสใจกลางกรุงเทพฯ 

เอาใจคนที่อยู่กรุงเทพฯ และไม่ชอบไปไหนไกลช่วงปีใหม่ด้วยคาเฟ่และร้านอาหารที่จัดธีมคริสต์มาสในบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสที่เหมือนยกเอาถนนยุโรปมาไว้ 

‘B-story Garden Cafe & Restaurants’  ตั้งอยู่ในซ.ประดิษฐ์มนูธรรม 25 เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตัวร้านแบ่งเป็นสองชั้น ตกแต่งในสไตล์วินเทจผสมผสานความเป็นยุโรปคลาสสิก ยิ่งเพิ่มธีมคริสต์มาสเข้าไปยิ่งเพอร์เฟกต์

อาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทย ยุโรปและอาหารไทยแบบฟิวชัน รวมทั้งของหวานและน้ำดื่ม เมนูเด็ดที่แนะนำได้แก่ ‘สปาเกตตีต้มยำกุ้งแม่น้ำ’ สปาเกตตีเส้นดำราดซอสต้มยำรสชาติจัดจ้านทานคู่กับกุ้งแม่น้ำตัวโต โปะด้วยไข่กุ้ง และ ‘B-healthy Smoothie’ สมูตตี้สูตรเฮลตี้ ผสมผสานระหว่างเคลและน้ำผึ้ง กลมกล่อมลงตัว 

พิกัด: B-Story Garden 33 25 ซ.ประดิษฐ์มนูธรรม, เขตลาดพร้าว, กรุงเทพมหานคร 

เบอร์โทรศัพท์: 083 751 1137

สรุป

บอกเลยว่าเมืองไทยมีที่เที่ยวหลากหลายบรรยากาศให้เลือกไปมาก ๆ สำหรับใครที่คิดถึงทริปเที่ยวประเทศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ต้องถูกใจเพราะเราคัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยที่ได้ฟีลเหมือนไปต่างประเทศครบถ้วนทุกฤดูตั้งแต่ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว

ใครคิดถึงดอกซากุระ ใบไม้ผลัดสี ทุ่งหญ้าสีเหลืองนวล หรือกลิ่นอายเทศกาลคริสต์มาสในยุโรป ก็มีมาให้หมด สำหรับใครที่ยังไม่ได้เตรียมแพลนเที่ยวช่วงปีใหม่ ก็สามารถแวะมาเก็บข้อมูลกันได้ 

และถ้าใครกำลังมองหารถเช่าหรือรถยนต์สักคันไว้ขับไปเที่ยวให้สนุกสดเหวี่ยง ก็ลองเข้ามาเลือกกันได้ที่ Kaidee Auto เลยค่ะ ได้รถดี ๆ ไปทริป ดี ๆ รับรองว่าฟิน!