8 โทนสี เพื่อการทาสีบ้านที่ใช่ สำหรับทุกมุมโปรดในบ้านของคุณ

8 โทนสี เพื่อการทาสีบ้านที่ใช่ สำหรับทุกมุมโปรดในบ้านของคุณ

นอกจากเรื่องโครงสร้างและองค์ประกอบของแต่ละห้องภายในบ้านแล้ว การทาสีบ้านก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะโทนของสีที่แตกต่างกันช่วยส่งผ่านอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างออกไปสู่ผู้อาศัยได้อย่างน่าอัศจรรย์

ทาสีบ้านด้วยสีที่ใช่ ให้ลงตัวกับทุกมุมโปรด

ใครก็มีสีที่ตัวเองโปรดปรานไม่เหมือนกัน อีกทั้งห้องหนึ่งๆ ก็สามารถเลือกสรรโทนสีที่เหมาะสมได้เป็นร้อยๆ โทน ดังนั้น เพื่อความประหยัดเวลาและทรัพยากรของผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ Kaidee Property จึงนำโทนสีที่เหมาะกับแต่ละห้องหับภายในบ้านมาฝาก พร้อมทั้งบอกสรรพคุณทางจิตวิทยาที่สีโทนต่างๆ มีต่อผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

เรียกได้ว่า อ่านจบใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่ได้แนวทางดีๆ ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยกันอย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาได้เลยครับ

สีชมพูอ่อน หรือสีชมพูกุหลาบ

สีชมพูอ่อน หรือที่เรียกกันติดปากว่า สีดอกกุหลาบนั้นเป็นสีที่มีเอกลักษณ์ในตัวเองเป็นอย่างมาก บ้างว่าสีชมพูเป็นตัวแทนของความเป็นสตรี แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงค่านิยมเก่าก่อน ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่ายุคสมัยไหน สีชมพูช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึกของความผ่อนคลายและความสบายใจได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ สีชมพูกุหลาบจึงสามารถอยู่ได้ภายในหลากหลายพื้นที่ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก หากต้องการให้แขกรู้สึกผ่อนคลายกับการได้เข้ามาในบ้าน มุมอ่านหนังสือ ซึ่งสีชมพูเป็นสีที่ช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลายได้ดีเยี่ยม หรือจะเป็นห้องนอนที่เป็นเสมือนพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้เป็นตัวเองมากที่สุด แอบกระซิบว่าสีชมพูช่วยเพิ่มอารมณ์ (ความรู้สึก) ทางเพศด้วย เอาไว้ในห้องนอนก็คงจะมีข้อดีไปอีกแบบ

โทนสีชมพู การทาสีบ้านชมพู
สีชมพูช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลาย และสบายใจ

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ที่ต้องการความสงบ

สีเขียวอ่อน

สีเขียวเป็นสีที่เรียบเฉย ปราศจากความหวือหวา หากใครที่ชอบความตื่นเต้นคงจะรู้สึกเบื่อนิดๆ แต่สำหรับใครที่กำลังถวิลหาความเป็นสุนทรียะภายในพื้นที่บ้าน สีเขียวอาจเป็นคำตอบสุดท้ายในตัวเลือกสีทาบ้านของคุณ เพราะสีเขียวเป็นสีที่มอบความรู้สึกแห่งการฟื้นฟู ไม่ว่าจะจากวันทำงานอันแสนน่าเบื่อ หรือจากการออกกำลังกายหนักๆ มา อีกทั้งสีเขียวยังช่วยเพิ่มความสบายใจ ลดความพะวงกังวลต่างๆ เพราะเป็นสีแห่งความปลอดภัยนั่นเอง

โทนสีทาบ้านสีเขียว การทาบ้านสีเขียว ห้องเด็กเล็ก
สีเขียวอ่อนช่วยสร้างความสงบให้กับเด็กเล็กเป็นพิเศษ

สีเขียวจึงเหมาะกับแทบทุกประเภทของห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ มุมพักผ่อนเล็กๆ เรียกได้ว่าจะเป็นสีเขียวเดี่ยวๆ หรือผสมกับสีโทนใกล้เคียงกันก็ได้ทั้งนั้น แต่ในที่นี้ เราแนะนำให้ใช้สีเขียวอ่อนกับ “ห้องนอนเด็กเล็ก” มากที่สุด เพราะเป็นสีที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่เจ้าตัวน้อย และยังทำให้หนูๆ รู้สึกปลอดภัย ไร้ความกังวล ส่งผลให้ร้องไห้น้อยลงอีกด้วย

ห้องที่เหมาะสมกับสีนี้: ห้องนอนเด็กเล็ก พื้นที่เพื่อการผ่อนคลาย

สีเหลือง

หากเปรียบเป็นคน สีเหลืองก็คงเปรียบเสมือนคนที่มีความมั่นใจสูง มองโลกในแง่ดีเสมอ ชอบสร้างสรรค์ผลงานจากไอเดียสุดบรรเจิดของตัวเอง และเป็นคนที่ให้พลังงานบวกกับคนรอบข้างในทุกการมีปฏิสัมพันธ์ นอกจากนี้ สีเหลืองยังเป็นมิตรกับทุกคนอีกด้วย

โทนสีเหลือง การทาสีบ้าน ห้องทำงาน
สีเหลืองช่วยสร้างความกระตือรือร้น และความคิดสร้างสรรค์

เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลให้สีเหลืองเหมาะกับพื้นที่แห่งการผลิตไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ หรือพื้นที่ที่ต้องการความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น อีกทั้งสีเหลืองยังช่วยเตรียมเราให้พร้อมต่อการเริ่มวันใหม่ในห้องครัวอีกด้วย เพราะเป็นสีที่ช่วยสร้างความกระตือรือร้น และสร้างพลังให้กับคนที่มองเห็นได้เป็นอย่างดี

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น บริเวณคิดไอเดีย และห้องครัว

สีน้ำเงินเข้ม

สีน้ำเงินเปรียบเสมือนมหาสมุทรในยามค่ำคืน สงบเงียบ ติงไหวเพียงปลายคลื่น เยือกเย็นแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เป็นอีกสีหนึ่งที่ทำให้คนที่ได้มองรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และเป็นตัวเองมากขึ้น

โทนสีทาบ้านสีน้ำเงิน โทนสีทาบ้าน
สีน้ำเงินช่วยคลายความกังวล เหมาะสมต่อการพักผ่อนระหว่างวัน

สีน้ำเงินจึงเหมาะกับห้องนอนเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายทุกความกังวล และพร้อมพักผ่อนในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนหมดวัน อีกทั้งยังเป็นสีที่ไม่สว่างมากจนเกินไป ทำให้เราไม่รู้สึกตื่นตัว หรือถูกรบกวน แต่ถ้าหากกลัวห้องสีมืดทึบจนเกินไป อาจใช้สีน้ำเงินเข้มสลับกับโทนสีน้ำเงินที่อ่อนลง หรือสลับใช้กับสีโทนอื่นไปเลย อย่างเช่นสีขาว สีเทาควัน หรือสีส้มสักเล็กน้อย เป็นต้น

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องนอน หรือมุมผ่อนคลายระหว่างวัน

สีส้มเนื้อไม้

ฟังชื่อสีแล้ว อาจจะสงสัยว่า สีส้มเนื้อไม้หน้าตาเป็นเช่นไร ผมใส่รูปภาพไว้ด้านล่างนี้แล้ว (หลายคนอาจเรียกว่าสีน้ำตาลอ่อน หรือสีชาไทย) สีส้มเนื้อไม้นี้ (โอเคๆ สีชาไทยก็ได้ครับ) มีความแข็งกระด้างในตัวเอง เป็นสีที่แสดงถึงความกระตือรือร้น รุนแรง และมีพลังเป็นอย่างมาก เป็นสีที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีความสุขในเวลาเดียวกัน

โทนสีทาบ้าน สีส้ม ห้องออกกำลังกาย
สีส้มสร้างความตื่นเต้น ตื่นตัว และเสริมสร้างพลังงานให้กับเรา

เพราะฉะนั้น สีนี้จึงเหมาะกับห้องที่ต้องใช้แรง (ใจเย็นครับ) อย่างเช่นพื้นที่ออกกำลังกาย หรือพื้นที่เล่นของเด็ก เพราะช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตัว ตื่นเต้น พร้อมทำกิจกรรม นอกจากนี้เรายังสามารถนำมาใช้กับห้องทำงานที่ต้องการความรู้สึกของความพร้อมตลอดเวลาอีกด้วย แต่เรามีอีกสีหนึ่งที่เหมาะกับห้องทำงานมากกว่า ซึ่งจะพูดในส่วนต่อไป

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: พื้นที่ออกกำลังกาย และพื้นที่เล่นของเด็ก

สีม่วงดอกไลแล็ก

เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สีม่วงอ่อน สาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบต่างประเทศแนะนำสีม่วงเฉดนี้ก็เพราะว่า สีม่วงโทนปกติอาจจะให้ความรู้สึกที่หนักจนเกินไป จนอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่ปลอดโปร่งได้ แต่สีม่วงอ่อนนี้เก็บงำความรู้สึกของความน่าค้นหาเอาไว้ เป็นสีที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์

ห้องรับแขก สีม่วงออน โทนสีทาบ้าน การทาสีบ้าน
สีม่วงช่วยเพิ่มระดับความหรูหรา แต่คงความเป็นมิตรเอาไว้กับผู้พบเห็น

สีม่วงดอกไลแล็กจึงเหมาะกับห้องที่ต้องใช้ความคิดเชิงศิลปะเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องวาดรูป ห้องทำงานศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น ปั้น ตอก ประกอบ วาด อีกทั้งยังเป็นสีที่เพิ่มความระดับความหรูหรา มีระดับให้กับผู้ที่ได้มอง จึงเหมาะกับจะเอามาเป็นสีคู่กับโทนสีอื่นในห้องรับแขกด้วย

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และห้องรับแขก

สีขาวและสีเบจ

สองสีนี้ให้ความรู้สึกของความบริสุทธิ์ สะอาด เป็นสีที่แสดงให้ถึงสุขอนามัย และความปราศจากสิ่งชั่วร้ายเจือปน อีกทั้งเป็นสีที่สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น เนื่องจากตัวสีสื่อถึงความเปิดเผย ไม่มีอะไรปกปิด ไม่มีอะไรเป็นความลับ

เพียงแต่ย่อหน้าแรก ผู้อ่านก็คงพอทราบแล้วว่าสีสองสีนี้เหมาะกับห้องอะไร นั่นก็คือห้องน้ำนั่นเอง เพราะสีขาวและสีเบจจะทำให้ห้องน้ำดูสะอาด น่าใช้งาน โปร่งโล่งไม่ปกทึบอย่างที่ห้องน้ำควรจะเป็น แต่หากใครกลัวว่าสองสีนี้จะทำให้ห้องน้ำของคุณดูน่าเบื่อไปสักหน่อย ก็ไม่ต้องกลัวที่จะเพิ่มสีโทนอื่นอาทิ สีเขียวอ่อน สีน้ำเงิน หรือแม้กระทั่งสีส้มอ่อน ก็จะช่วยให้ห้องน้ำของคุณ “Playful” ขึ้นมาได้

สีขาวอ่อน โทนสีทาบ้าน การทาสีบ้าน ห้องน้ำ
สีขาวตัดสลับกับสีน้ำเงินอ่อนช่วยสร้างความสมดุลให้กับห้องน้ำ

ขอเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งกับสองสีนี้ เนื่องจากว่าทั้งสองสีเป็นสีพื้นฐานมากๆ สำหรับการออกแบบ เพราะฉะนั้นสีขาวและสีเบจสามารถเป็นได้ทั้งสีเอก และสีรองในการออกแบบและตกแต่งแทบจะทุกมุมของบ้าน ลองผสมผสานการใช้งานกันดูตามอัธยาศัยครับ

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องน้ำ (และยังสามารถใช้เป็นสีผสมในทุกห้อง)

สีแดง

สีแดงทุกเฉด ไม่ว่าจะเป็นสีแดงเข้ม สีแดงอ่อน หรือสีแดงเลือดหมู ให้ความรู้สึกของความมีชีวิตชีวา เป็นสีที่กระตุ้นอารมณ์และพลังงานในร่างกายเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายตื่นเต้น และตื่นตัวทุกครั้งที่ได้เห็น แต่หารู้ไม่ว่า สีแดงนั้น มีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่แสนวิเศษ นั่นคือ เป็นสีที่ช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารได้อีกด้วย

สีแดง โทนสีทาบ้าน ห้องครัว
สีแดงช่วยสร้างความอยากอาหาร และกระตุ้นพลังงาน

จึงไม่ต้องบอกเลยว่า สีแดงนั้นเหมาะจะอยู่ในห้องอะไร ซึ่งคำตอบก็คือห้องครัวนั่นเอง เพราะเป็นห้องที่คุณต้องพบเจอทุกวันต่อจากห้องนอน และห้องน้ำ (ที่มอบความรู้สึกผ่อนคลาย สงบสบาย) การได้ลงมาเจอกับห้องครัวที่ตกแต่งด้วยสีแดงจะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัว พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ อีกทั้งยังทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้นด้วย เช่นเคย หากกลัวว่าการตกแต่งห้องครัวด้วยสีแดงจะดูรุนแรงเกินไป อาจลองผสมสีโทนอ่อนเข้ามาเป็นสีรองสักเล็กน้อยเช่น สีเขียวใบไม้ สีขาว เครื่องตกแต่งหินอ่อน หรือสีโทนร้อนที่อ่อนกว่าอย่างสีส้มแทน

นอกจากนี้สีแดงยังเหมาะกับห้องออกกำลังกายเช่นกัน เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ช่วยสร้างความตื่นตัว ความรู้สึกของการอยากเคลื่อนไหวร่างกายนั่นเอง

ห้องที่เหมาะกับสีนี้: ห้องครัว และห้องออกกำลังกาย

ทาสีบ้านให้เหมาะสม เพื่ออารมณ์ที่ใช่ของคุณ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นการแนะนำโดยผ่านการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญการออกแบบ ซึ่งก็บอกตามตรงว่า แต่ละสำนักก็มีแนวทางเป็นของตัวเอง เราอาจจะเห็นได้ว่า ในมุมมองของนักออกแบบแต่ละคนนั้น ห้องครัวจะเป็นสีอะไรก็ได้ ตามแต่พวกเขาต้องการ ทาง Kaidee Property จึงเพียงแต่นำหลักการออกแบบของพวกเขา มาอิงเข้ากับหลักการจิตวิทยาของสีเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้คุณผู้อ่านได้ความรู้เกี่ยวกับสีทาบ้าน และคุณสมบัติทางอารมณ์ที่สีแต่ละโทนเหล่านี้ส่งไปถึงผู้อยู่อาศัย และต่อจากนี้ ใครต้องการกำหนดอารมณ์ใดๆ ให้กับห้อง หรือมุมโปรดของคุณก็ทำตามใจชอบได้เลยครับ

เลือกสีทาบ้านภายในอย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกสีทาบ้านภายในอย่างไรให้ปลอดภัย

ทุกครั้งที่เราพูดถึงการสร้างบ้านหรือรีโนเวทบ้าน “สีทาบ้านภายใน” มักเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเลือกอยู่ไม่น้อย เพราะมีตัวเลือกค่อนข้างละลานตา ทั้งยี่ห้อ สูตรนวัตกรรมที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น และเฉดสีที่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องความชื่นชอบส่วนบุคคลมากๆ ซึ่งหากต้องตัดสินใจกันหลายคนก็มีแนวโน้มว่าการเลือกสีทาบ้านภายในคงไม่จบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เรายังพอมีไกด์ไลน์อยู่บ้าง เพื่อใช้พิจารณาว่าจะเลือกสีทาภายในบ้านอย่างไรดี ถึงจะปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ได้ความสวยงาม และดูแลรักษาง่ายไปพร้อมๆ กัน

รู้จักส่วนผสมของสีทาบ้านภายใน  

สเต็ปแรกของการเลือกสีทาบ้านภายในให้ปลอดภัย เราต้องรู้ก่อนว่าภายในถังสีนั้นมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง และมีจุดไหนที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยสีทาบ้านทั่วไปจะประกอบด้วย

ผงสี (Pigment)

คือส่วนผสมที่ทำให้เกิดสีสันต่างๆ  ทำหน้าที่เป็นตัวปกคลุมและปิดบังพื้นผิวให้สวยงาม เรียบร้อย โดยผงสีที่นำมาใช้กันมีทั้งแบบที่เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้นมา และสารอนินทรีย์ซึ่งส่วนมากเป็นสารประกอบออกไซด์ของโลหะต่างๆ 

สารยึดเกาะหรือสารนำสี (Binder Agent)

คือตัวเชื่อมประสานทำหน้าที่คล้ายกาวเพื่อยึดเหนี่ยวผงสีให้ยึดเกาะกับพื้นผิวที่ถูกทาสีได้ โดยคุณสมบัติที่ดีของสารยึดเกาะจะต้องแห้งเร็ว ไม่เปราะแตกง่ายเมื่อสีแห้ง มีความยืดหยุ่น สามารถทนทานต่อความเป็นกรด แสงแดด และความชื้นได้ 

ตัวทำละลาย (Solvent) 

ทำหน้าที่ปรับความหนืดของสีเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิตและใช้งาน โดยสีทาบ้านภายในส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำอะครีลิค (Emulsion) จึงใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าตัวทำละลายที่เป็นทินเนอร์ซึ่งจะใช้กับสีน้ำมัน (Emanel)

สารเติมแต่ง (Additive)

คุณสมบัติของสีทาบ้านภายในแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะแตกต่างกัน ราคาถูกแพงไม่เท่ากันก็มาจากสารเติมแต่งที่เพิ่มเข้าไปในส่วนผสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณสมบัติการใช้งานที่มากขึ้น เช่น เพิ่มการกระจายตัวของสี เพิ่มแรงยึดเกาะพื้นผิวให้ทนนาน เพิ่มความมันเงา ช่วยป้องกันแสงแดด ป้องกันความชื้นและเชื้อรา เป็นต้น

จากส่วนประกอบของสีทาบ้านดังกล่าว จะเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับสารเคมีจำนวนไม่น้อย แม้ผู้ผลิตจะพยายามพัฒนานวัตกรรมให้สีทาบ้านมีความปลอดภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ในฐานะผู้บริโภคก็จำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อแน่ใจว่าถังสีที่เราเลือกนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุดแล้วจริงๆ 

หัวใจของสีทาบ้านภายในที่เราควรมองหา

เนื่องจากสีทาบ้านภายในเป็นส่วนที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยเกือบทั้งวัน และบางครั้งก็ต้องสัมผัสเพื่อเช็ดทำความสะอาด ดังนั้นหัวใจสำคัญของการมองหาสีทาบ้านภายในยี่ห้อไหนดี จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยโดยเราสามารถสังเกตจากผลิตภัณฑ์สีทาบ้านภายในได้ดังนี้ 

ปราศจากสารปรอทและตะกั่ว 

สารปรอทและตะกั่วเป็นเรื่องที่พูดถึงยาวนานในวงการสีทาบ้าน เนื่องจากเป็นสารที่อยู่ในส่วนผสมต่างๆ ของสีทาบ้านซึ่งพบว่ามีการตกค้างอยู่ในบ้านเรือนและก่ออันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคารโดยเฉพาะเด็กๆ

หลายสิบปีก่อนจึงมีการรณรงค์ทั่วโลกให้ยกเลิกใช้สารปรอทและตะกั่วในสีทาบ้านซึ่งมีหลายประเทศเข้าร่วมอย่างจริงจัง ส่วนในประเทศไทยนั้นยังไม่มีประกาศห้ามใช้สารทั้งสองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้วิธีกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับผลิตภัณฑ์สีประเภทต่างๆ ให้มีปริมาณปรอทเป็นส่วนประกอบไม่เกินร้อยละ 0.05 ตะกั่วไม่เกินร้อยละ 0.06 

ทางที่ดีที่สุดจึงควรอ่านฉลากข้างถังสีก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าปราศจากสารปรอท ตะกั่ว และโลหะหนักอื่นๆ หรือหากยังมีส่วนผสมสารดังกล่าวก็ควรอยู่ในมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดจึงจะเลือกซื้อได้เท่านั้น 

ลดการใช้สารระเหยอินทรีย์ (Low VOCs) 

VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds เป็นกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้ง่าย กระจายตัวอยู่ในอากาศทั่วไป จัดเป็นอากาศพิษ (Toxic Air) ที่เราสามารถเจอะเจอได้ในชีวิตประจำวันจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำยาฟอกสี น้ำยาซักแห้ง สารกำจัดศัตรูพืช รวมถึงสีทาบ้าน 

โดยเข้าสู่ร่างกายจากการหายใจสูดดมและสัมผัสทางผิวหนัง ซึ่งหากได้รับสารชนิดนี้มากๆ จะทำให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบสืบพันธ์ุ  อีกทั้งถ้าสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย

ทราบดังนี้แล้ว ก็อย่าลืมเจาะจงเลือกสีทาบ้านภายในประเภท Low VOCs โดยสังเกตเบื้องต้นได้จากกลิ่นของสี ต้องมีกลิ่นอ่อนหรือไม่มีกลิ่นเลย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของสุขภาพสมาชิกครอบครัวได้เปราะหนึ่ง  

เช็ดทำความสะอาดง่าย

อีกหนึ่งหัวใจของการเลือกสีทาบ้านภายในปลอดภัยคือการทำความสะอาด เพราะเราต้องใช้พื้นที่ภายในบ้านทำกิจกรรมอยู่บ่อยๆ โอกาสที่จะทำให้ผนังเลอะเปรอะเปื้อนก็เป็นไปได้เสมอ ยิ่งกับบ้านที่มีเด็กวัยกำลังซนอาศัยอยู่ด้วย ก็อาจมีรอยขีดเขียนภาพในจินตนาการให้ผู้ใหญ่ที่รักความเรียบร้อยได้ตามลบกันบ่อยๆ 

ดังนั้นการเลือกสีทาบ้านภายในที่มีคุณสมบัติรองรับการเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและบ่อยครั้ง โดยที่สีไม่หลุดลอกหรือซีดจางก็จะช่วยทำให้บ้านมีความน่าอยู่เสมอ มองไปทางไหนก็สะอาดสะอ้าน สีผนังยังคงสวยงามสบายตา ส่งผลให้อยู่แล้วสบายใจเช่นกัน

นวัตกรรมเพื่อสุขอนามัย

ผู้ผลิตสีทาบ้านแต่ละแบรนด์ ต่างพัฒนานวัตกรรมสีสมัยใหม่อยู่เสมอ ทั้งในส่วนที่ช่วยยืดอายุการใช้งานสีให้อยู่คงทนคู่กับสิ่งปลูกสร้างยาวนานขึ้น และส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของผู้ใช้ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นปัจจัยพิจารณาสุดท้ายในการมองหาสีทาบ้านภายในปลอดภัย

เพราะนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติป้องกันเชื้อรา แอนตี้แบคทีเรีย ฟอกอากาศ หรือแม้แต่การกำจัดเชื้อไวรัส ล้วนเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ทำให้สีทาบ้านภายในเป็นมิตรกับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น โดยตอบสนองได้ทั้งเรื่องสุขภาพ ความสะอาด ความสวยงาม และสำคัญสุดคือความคุ้มค่า ที่เราลงทุนซื้อสีทาบ้านภายในเพียงครั้งเดียว ก็ได้บ้านสวยครบจบด้วยสุขภาพดีกันถ้วนหน้า

สรุปสีทาบ้านภายใน เลือกเป็นก็ได้ประโยชน์ 

สีทาบ้านภายในเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างบ้านและรีโนเวทบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้อยู่อาศัยโดยตรง ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเลือกสีด้วยตนเอง จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งส่วนประกอบของสี สูตรหรือสารเคมีที่ต้องระมัดระวัง รวมไปถึงความสามารถในการเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย 

หากเราเลือกได้ครบทั้งหมดนี้ก็อุ่นใจได้เลยว่า สมาชิกทุกคนในบ้านจะมีความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน และใช้ชีวิตได้อย่างสบายกายสบายใจ