รีโนเวทบ้านเก่าในราคาประหยัด ต้องคุมงบอย่างไรบ้าง?

รีโนเวทบ้านเก่าในราคาประหยัด ต้องคุมงบอย่างไรบ้าง?

บ้านเมื่อวันเวลาผ่านไป บางทีอาจจะมีส่วนที่ต้องชำรุด ทรุดโทรมตามกาลเวลา เราก็ต้องหมั่นที่จะเช็ก ตรวจตรา และดูแลบ้านทุกครั้ง เพราะบ้านคือสถานที่ที่เราต้องพักพิง อยู่อาศัย ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน โดยบ้านนั้นก็เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ สร้างขึ้นมา แรก ๆ ก็แข็งแรงดี แต่นานวันไปอายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม ก็ต้องหมั่นบำรุงดูแลรักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้แข็งแรงขึ้น ถ้าเปรียบกับบ้าน คือ บ้านก็จะดูใหม่ขึ้น น่าอยู่ขึ้นนั้นเอง   

แต่ถ้าหากว่าบ้านนั้นเก่ามาก ๆ ตรงนั้นชำรุด ตรงนี้ต้องแก้ ก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกที่ซ่อมไม่เสร็จจริง ๆ สักที วิธีที่ดีที่สุดคือ การรีโนเวทบ้านให้กลับมาใหม่เหมือนตอนแรก เพิ่มเติมอาจจะดูทันสมัยกว่า เพื่อให้บ้านอยู่ไปนาน ๆ ให้ถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน และที่สำคัญเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรามากขึ้นด้วย 

อยากรีโนเวทบ้านแต่…กลัวงบเกิน

การรีโนเวทบ้านใหม่นั้น มีหลายส่วนที่ต้องจัดเตรียม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างการวางแผนให้รอบคอบและตามมาด้วยสิ่งอื่น ๆ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมได้ วันนี้มีคำแนะนำดี ๆ มาบอก ถ้าหากทำตามวิธีการต่อไปนี้ อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ ควบคุมงบประมาณได้ดีเลยนะ  

1. วางแผนให้ดีที่สุด

การวางแผน คือ การกำหนดแพลนทุกอย่าง สิ่งที่เราจะทำกับบ้าน มีส่วนไหนบ้าง จุดไหนบ้างที่ต้องรีโนเวท อยากแนะนำว่าให้กำหนดมาครั้งเดียวเลย และแพลนต่อว่าจะจ้างช่างจากที่ไหน ให้ช่างทำส่วนไหนบ้าง โดยการเขียนลงไว้ในสมุดโน๊ตก่อน เพราะว่าจำอย่างเดียวไม่ได้ อาจจะลืมได้  

2. กำหนดงบประมาณ 

ในส่วนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมงบประมาณของเราได้ เพื่อที่จะไม่ให้งบประมาณเกินจากที่เรากำหนดไว้ คือ การตั้งงบประมาณมาเลยและต้องมั่นใจว่าจะจัดสรรให้อยู่ในงบประมาณเท่านี้ได้ เช่น

  • จ้างช่างเท่าไร โดยจะต้องโทรไปตกลง คุยรายละเอียดของงานที่จะให้ช่างทำให้เรียบร้อย  
  • ซื้ออะไรบ้าง งบซื้อของเท่าไร จะได้รู้ว่าเราควรลด ควรเพิ่มสเปกของสินค้าชิ้นไหนบ้าง ควรเปลี่ยนหรือว่าควรตัดออกไหม  

3. เผื่อไว้สักหน่อย 

ข้อนี้ คือ การเผื่องบประมาณไว้อีกสักประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์จากงบที่ตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเวลารีโนเวทบ้านไปแล้ว เราอาจอยากจะเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่ตอนแรก เพื่อให้เข้ากันกับพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รีโนเวทไปแล้ว หรืออาจจะมีการซื้อของตกแต่งเพิ่ม เพื่อให้บ้านสวยงามและมีรูปแบบที่เข้ากันนั่นเอง 

4. เลือกซื้อของ 

หลังจากที่ได้ตั้งงบประมาณไปแล้ว เราก็ต้องหาซื้อของในการรีโนเวทบ้านเองด้วยนะ เพราะจะได้ดูเรื่องราคาของสินค้าได้ ชิ้นไหนแพงไปก็อาจจะดูของที่คล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่าก็เป็นตัวเลือกที่จะทำให้ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง 

5. ทำเองบางส่วนก็ดีไม่น้อย 

บางจุดหรือว่าบางที่ที่เราสามารถซ่อมเองได้ ติดตั้งเองได้ อยากแนะนำให้ลงมือทำเองเลยดีกว่า เพราะว่าจ้างช่างมาทำแต่ละส่วน ก็ต้องมีค่าแรง ค่าอะไรต่าง ๆ ที่ตามมาทีหลังก็เป็นได้ ถ้าเกิดว่าเรามั่นใจว่าตรงนี้ทำเองได้ ทำเลย แต่ถ้าตรงไหนไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างฝีมือดีกว่านะ 

6. ดำเนินการรีโนเวททุกอย่างตามแผน 

จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เขียนในสมุดไว้แล้ว ขั้นตอนนี้ก็สามารถดำเนินการทุกอย่างตามแผนที่เราเขียนไว้ในสมุดเช่นกัน เพื่อที่งานรีโนเวทจะได้เสร็จตามแผนและตามงบประมาณที่ตั้งไว้นั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้นอกเหนือจากแผนที่ตั้งไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับเราก็เป็นได้ แต่แผนที่เตรียมไว้ก็ต้องมีความละเอียดรอบคอบเช่นกัน

7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่าตัดสินใจเอง

แน่นอนว่าการรีโนเวทบ้านต้องระเอียดรอบคอบ บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะมั่นใจว่าจะทำเองได้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รู้วิธีการอย่างแท้จริง อาจจะตัดสินใจผิดพลาดในการทำ ผลที่ตามมา คือ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและทำให้ต้องเสียเวลาไปอีก ส่งผลให้การรีโนเวทนั้นเสร็จไม่ตามแผนที่ได้วางไว้ ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยดีกว่าที่จะมานั่งเดาเองหรือนั่งทำเอง อย่างเช่นงานที่เฉพาะมาก ๆ อย่าง ทางเดินน้ำ วงจรไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายนั่นเอง 

สรุปท้ายบทความ 

สิ่งสำคัญในการซ่อมแซมหรือรีโนเวทบ้านใหม่ที่จะทำให้งบไม่บานปลาย คือ ต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมที่สุด อีกทั้งการตั้งงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ควบคุมงบประมาณและกำหนดกรอบอย่างชัดเจนอย่างเช่น การเลือกซื้อของสำหรับรีโนเวท การจ้างผู้รับเหมา เป็นต้น 

ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการดูของตกแต่งบ้านสามารถมาหาได้ที่ Kaidee ได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลย แต่ถ้าหากใครที่อยากได้บ้านใหม่ก็สามารถหาได้ที่ Kaidee Property เช่นกัน  

แชร์เทคนิคตรวจรับบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

แชร์เทคนิคตรวจรับบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง?

หลาย ๆ ท่านซื้อมาบ้าน ก็อยากอยู่บ้านที่ไม่มีปัญหาจุกจิกที่ต้องมาค่อยซ่อมตลอด อยากเสียเงินแค่ครั้งเดียว ก็อยู่ยาว ๆ เลย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก่อนโอนบ้าน นั่นคือ การตรวจบ้านให้ละเอียดถี่ถ้วน

เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ วันนี้จะแชร์เทคนิคการไปตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ต้องดูอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากันทีหลัง

ก่อนตรวจ เตรียมอะไรบ้าง?

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม 

  • ตรวจสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดี
  • ดูข้อมูลหรือรายละเอียดในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์มีอะไรบ้าง มีติดตั้งอะไรตรงไหน
  • ควรนัดเจ้าหน้าที่โครงการในเวลาที่มีแสงเพียงพอ เพราะว่า เราจะได้เห็นทุกซอก ทุกมุมของตัวบ้าน

อุปกรณ์ต้องพร้อม  

  • สมุดจดบันทึก เพราะว่า เอาไว้จดเวลาเจอจุดที่เราต้องให้โครงการแก้ไข
  • เทปกาวแบบลอกออกง่าย หรือจะเป็นกระดาษจุดสีเล็ก ๆ แบบลอกออกง่าย ไม่ติดแน่น เพราะว่า เอาไว้มาร์กจุดที่จะให้ช่างไปแก้ไขได้นั่นเอง
  • เครื่องมือต่าง ๆ ในการใช้ตรวจพื้นที่บ้าน ตรวจความแข็งแรงทนทานของบ้าน เช่น ตลับเมตร ไขขวง ค้อน แต่อาจจะขอยืมจากโครงการได้นะครับ

จุดที่ต้องเช็ค มีอะไรบ้าง?

ภายนอก

  • บริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้เช็คบริเวณที่จอดรถว่ามีพื้นยุบตัวหรือเปล่า กระเบื้องแตกหรือยุบหรือเปล่า 
  • รั้วและประตูรั้ว มีตรงไหนชำรุดหรือเลื่อนปกติดีไหม วัสดุทนทานหรือไม่
  • ประตู หน้าต่างภายนอก เวลาปิดสนิท แล้วให้ใช้น้ำจากสายยางฉีดจากด้านบนให้น้ำไหลลงมาเปรียบเสมือนฝน ให้ดูว่ามีจุดที่รั่วซึมหรือเปล่า
  • โครงสร้างนอกบ้านมีรอยรั้วหรือเปล่า? ให้เดินตรวจให้ละเอียด เพราะถ้ามีรอยร้าวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการแก้ไขด่วน เพราะในอนาคตจะเกิดปัญญาน้ำซึมหรือโครงสร้างบ้านอาจจะไม่แข็งแรงก็ได้นะ 

ภายใน 

  • ผนังภายในเช่นกัน ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวหรือไม่
  • ประตู หน้าต่าง ที่โดนฉีดน้ำแล้ว มีน้ำรั่วซึมหรือไม่
  • ฝ้าเพดาน มีการรั่วซึมของน้ำที่ทดลองฉีดมาหรือไม่ ฝ้ามีผิดรูปหรือไม่
  • กระเบื้อง ทดสอบโดยการเคาะกระเบื้องทุกแผ่น ถ้ามีกระเบื้องที่ปูนกาวไม่เต็มแผ่น เสียงจะแตกต่างจากกระเบื้องอื่น ๆ
  • บันได แข็งแรงหรือไม่ ให้เหยียบดูหลาย ๆ รอบ มีการยุบตัวหรือไม่ แต่ละขั้นมีขนาดเท่ากันหรือไม่ 

ระบบน้ำ 

  • ให้ดูการรั่วซึมของการใช้น้ำ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ซิงค์ล้างจาน ให้ลองใช้อะไรก็ได้อุดการไหลทิ้งของน้ำแล้วปล่อยให้น้ำขัง แล้วดูว่าน้ำรั่วซึมไปจุดไหนหรือไม่
  • การกดน้ำเสียที่ชักโครก ให้ดูการการระบายน้ำปกติหรือไม่ มีน้ำรั่วซึมหลังจากการกดชักโครกหรือไม่ 

ระบบไฟฟ้า

  • ดูการทำงานของไฟฟ้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น สวิตซ์ไฟ เครื่องสับเบรกเกอร์ การเดินสายไฟ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย 

เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับการตรวจรับบ้านด้วยตัวเอง ขอแนะนำอีกอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะให้ได้ที่บ้านที่สมบูรณ์และมีคุณภาพที่สุด ถ้าจะตรวจรับบ้าน อยากให้ชวนเพื่อนหรือแฟนไปด้วยนะ จะได้ช่วยกันดูได้ หรือใครไม่มั่นใจในการตรวจเองก็สามารถจ้างคนที่สามารถตรวจงานรับบ้านแทนเราก็ได้ แต่ก็ควรไปดูด้วยตาเราด้วยนะครับ  

แต่ก่อนตรวจรับบ้านก็ต้องมีบ้านให้ตรวจก่อน ลองมาหาบ้านก่อนได้ที่ Kaidee Property มีบ้านหลากหลายแบบให้เพื่อน ๆ ได้เลือกสรรเลย