How To ทำบุญบ้าน อย่างไรให้เฮง !

How To ทำบุญบ้าน อย่างไรให้เฮง !

การทำบุญบ้าน นอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับบ้านหรือที่อยู่อาศัยของเรา ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพพระรัตนตรัย และสร้างสัมพันธ์อันดีต่อเทวดาเจ้าที่ที่ปกป้องคุ้มครองบ้านอีกด้วย ซึ่งการทำบุญบ้านอย่างถูกวิธีก็จะยิ่งส่งเสริมให้ที่อยู่อาศัยของเราเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น และการ ทำบุญบ้าน ก็ไม่ได้มีความยากอย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง

ฤกษ์ ทำบุญบ้าน

การทำบุญบ้านให้มีประสิทธิภาพนั้น การหาฤกษ์งามยามดีก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำบุญบ้านของเรามีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น แบ่งเป็นวันและเวลาดังนี้

  • วัน ในบางตำราเชื่อว่าการทำบุญบ้านไม่ควรที่จะทำในวันเสาร์ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวันแห่งโทษทุกข์ หรือในประเทศจีนเชื่อว่าการทำบุญบ้านที่ดีต้องตรงกับวันธงไชยเพราะจะช่วยส่งเสริมความสุขให้คนในบ้าน แต่ในทางปฏิบัติแล้ววันดีสำหรับการทำบุญบ้านนั้น อาจเป็นวันที่เจ้าบ้านมีความสะดวกหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน
  • เวลา ช่วงเวลาที่ดีในการทำบุญบ้านมีให้เลือกทั้งหมด 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงถวายภัตตาหารเช้าเริ่มพิธีประมาณ 7.30 น. และช่วงถวายภัตตาหารเพล เริ่มพิธีประมาณ 10.30 น. หรือตามศาสนกิจของพระสงฆ์ที่ได้เชิญมาด้วย
สวดมนต์ทำบุญบ้าน

พระที่นิมนต์ ทำบุญบ้าน

การทำบุญบ้านตามประเพณีไทยมักจะนิมนต์พระสงฆ์เป็นเลขคี่ คือ 5 7 และ 9 รูป ถ้าหากว่าผู้จัดมีกำลังทรัพย์และพื้นที่ในการจัดงานที่มากพอแนะนำว่าควรนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ซึ่งเป็นเลขมงคลจะเหมาะสมที่สุด โดยผู้จัดงานต้องแจ้ง ประเภทงาน วันจัดงาน สถานที่ จำนวน และการเดินทางมายังสถานที่จัดงาน เพื่อความสะดวกแก่พระสงฆ์นั่นเอง

บทสวด ทำบุญบ้าน

สำหรับบทสวดมนต์ที่ต้องใช้พิธีการทำบุญบ้านมีหลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บทบูชาพระรัตนตรัย บทอาราธนาศีล 5 บทสมาทานศีล และ บทอาราธนาพระปริตร ตามลำดับ

การจัดสถานที่ ทำบุญบ้าน

ในการทำบุญบ้าน เราจำเป็นต้องจัดสถานที่ในการทำบุญบ้านให้สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย มีพื้นที่ในการจัดโต๊ะหมู่บูชาและพื้นที่สำหรับพระสงฆ์ทำพิธี รวมถึงไม่ควรแขวนรูปภาพไว้เหนือศีรษะพระสงฆ์

การเตรียมอุปกรณ์ทำบุญบ้าน

ก่อนที่พิธีจะเริ่ม การจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญในการทำบุญบ้านเป็นสิ่งที่ต้องจัดวางให้ถูกต้อง ถูกตำแหน่ง ซึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ประกอบไปด้วย

  • โต๊ะหมู่บูชาพระ เพื่อเคารพพระรัตนตรัยและมีพระพุทธรูปเป็นพระประธาน การตั้งโต๊ะหมู่บูชานั้นไม่ได้มีทิศทางการตั้งที่แน่นอนตายตัว แต่ควรจะวางไว้ตำแหน่งขวามือของพระสงฆ์รูปที่ 1 และไม่ควรอยู่ในมุมอับ เช่น ใต้บันได หรือหน้าห้องน้ำ
  • อาสนะ มักจะหยิบยืมใช้จากทางวัด โดยควรจัดวางอาสนะให้ไม่ชิดหรือห่างจนเกินไป ต้องคำนึงข้าวของเครื่องใช้ของพระสงฆ์ด้วย
  • ของถวายสังฆทาน ทั้งปัจจัยต่าง ๆ เครื่องอุปโภคบริโภค หรือผ้าไตรก็สามารถถวายได้เช่นกัน
  • อุปกรณ์การเจิมและการพรมน้ำมนต์ นั่นก็คือน้ำขี้ผึ้ง ดินสอพอง หรือแป้งเจิมสำหรับติดแผ่นทองภายในบ้าน
  • อาหาร แบ่งเป็นทั้งหมด 3 ชุดด้วยกัน ได้แก่ สำหรับพระพุทธ พระสงฆ์ และเจ้าที่เจ้าทาง (หรือศาลพระภูมิ) ซึ่งแต่ละชุดก็ประกอบไปด้วย ข้าว อาหารคาวผลไม้ ของหวาน และน้ำดื่ม ซึ่งอาหารส่วนมากมักจะนิยมถวายด้วยอาหารมงคล เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และขนมถ้วยฟู เป็นต้น

และนอกจากอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้แล้ว ทางผู้จัดงานก็ยังต้องเตรียมอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับพิธีจัดงานทำบุญบ้านให้ครบครัน ได้แก่

  • ธูป เทียน
  • เหรียญทุกประเภท ทั้งหมด 108 บาท
  • ถุงเงิน ถุงทอง อย่างละ 2 ถุง
  • ธนบัตรทุกประเภท ทั้งหมด 1,900 บาท
  • ข้าวตอก ถั่ว งา
  • ดอกกุหลาบสีแดง สีเหลือง ดอกดาวเรือง ดอกรัก (เฉพาะกลีบ)
  • ดอกบานไม่รู้โรย
  • เครื่องครัว
  • พระพุทธรูปภายในบ้าน
  • แหวน สร้อย เครื่องประดับ และของมีค่าต่าง ๆ
  • ตะกร้าและถังน้ำ 2 ใบ (ใบใหม่)
พระเจิมทำบุญบ้าน

ขั้นตอนปฏิบัติของพิธีทำบุญบ้าน

  1. นิมนต์พระสงฆ์เข้ามายังสถานที่จัดงาน ถวายน้ำ สนทนาธรรม และเริ่มพิธีเมื่อถึงฤกษ์
  2. ผู้จัดงานจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา โดยเริ่มจากเทียนด้านขวา ด้านซ้าย และธูปตามลำดับ
  3. ผู้จัดงานกราบพระพุทธ และเริ่มสวดบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล 5 สมาทานศีล และอาราธนาพระปริตร ตามลำดับ
  4. ผู้จัดงานจุดเทียนสำหรับน้ำมนต์ เมื่อพระสงฆ์สวดถึงท่อน “อเสวนา จ พาลานัง” ถวายข้าวพระพุทธ โดยวางภัตตาหารบนโต๊ะหรือผ้าขาวด้านหน้าโต๊ะหมู่บูชา (สูงกว่าอาสนะพระสงฆ์)
  5. ผู้จัดงานและแขกช่วยกันประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
  6. เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จ นำจตุปัจจัย ดอกไม้ ธูป เทียน ดอกไม้ และสังฆทานมาวางที่หน้าพระสงฆ์ทุกรูป ปลายดอกไม้ชี้ไปด้านขวามือของพระสงฆ์ และผู้จัดงานยกถวาย หลังจากที่กล่าวคำถวายสังฆทาน
  7. ลาข้าวพระพุทธ และถวายสังฆทาน
  8. พระสงฆ์สวดอนุโมทนา ผู้จัดงานและแขกกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศล
  9. พระสงฆ์พรมน้ำมนต์ พร้อมสวดชยันโตฯ
  10. นำจตุปัจจัยขึ้นรถ เพื่อส่งพระกลับวัด
  11. เสร็จพิธีทำบุญบ้าน

ทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีและขั้นตอนในการทำบุญบ้านของประเทศไทย ง่าย ๆ แค่ทำตามนี้ก็ช่วยทำให้ชีวิตเฮงขึ้นได้ด้วย หวังว่าผู้อ่านจะเอาข้อมูลที่เรานำมาฝากไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ส่วนใครที่ยังหาบ้านสวย ๆ ยังไม่ได้ ลองเข้ามาหาที่ Kaidee Property ดู เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมบ้านหลายหลากสไตล์ให้คุณได้เลือก

อ่านบทความ มาดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ 2564 กัน !!

บ่อปลาคราฟ ที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเป็นอย่างไร ?

บ่อปลาคราฟ ที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเป็นอย่างไร ?

ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน การสร้างบ้านที่ถูกต้องและถูกหลักฮวงจุ้ยจะช่วยให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น และตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การสร้างบ้านหรือสวนในบ้านจำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และไม้ โดยธาตุที่จะพูดถึงในวันนี้คือ ธาตุน้ำ ซึ่งเป็นธาตุที่ช่วยส่งเสริมให้บ้านร่มเย็น เพราะธาตุน้ำหมายถึง พลังแห่งความโชคดี การเงิน และความเจริญรุ่งเรือง โดยธาตุน้ำสามารถแบ่งออกเป็น บ่อปลา น้ำพุ และน้ำตกได้ แต่ธาตุน้ำที่คนไทยนิยมเพิ่มลงไปในการออกแบบบ้านก็คงจะหนีไม่พ้น บ่อปลาคราฟ

ปลาคราฟ เป็นปลามงคลตามหลักความเชื่อของชาวเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเชื่อว่า ปลาคราฟเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิตและอดทนตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้บ้านไหนที่แขวนรูปหรือเลี้ยงปลาคราฟภายในบ้าน จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเจริญรุ่งเรืองนั่นเอง

ปลาคราฟ
ขออบคุณรูปจาก: Hartz

ทิศทางของ บ่อปลาคราฟ

สำหรับการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย การจัดวางสิ่งของให้ถูกที่ถูกทิศทางก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีสิริมงคลมากขึ้นได้ รวมถึงบ่อปลาคราฟที่มีในบ้านก็เช่นกัน และเมื่อนำหลักปากัว หรือยันต์ 8 เหลี่ยม มาผสมผสานกับ หลักธาตุทั้ง 5 จึงได้วิธีการจัดวางบ่อปลาคราฟให้ถูกทิศทาง ดังนี้

ตำแหน่งของ บ่อปลาคราฟ ที่ถูกต้อง

  • ทิศเหนือ การวางบ่อปลาคราฟไว้ทางทิศเหนือซึ่งเป็นทิศประจำธาตุน้ำ จะช่วยทำให้ส่งเสริมธาตุน้ำให้มีพลัง จนเกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  • ทิศตะวันออก สำหรับทิศตะวันออก เป็นทิศแห่งธาตุไม้ ซึ่งช่วยธาตุน้ำถือเป็นสิ่งที่ทำให้ต้นไม้เติบโต ดังนั้นเมื่อมีการวางบ่อปลาคราฟในทิศตะวันออก จะช่วยให้เสริมสร้างรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้น
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามหลักปากัว ทิศตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นทิศของธาตุไม้อ่อน ๆ ที่เมื่อนำน้ำพุหรือบ่อปลาคราฟวางในตำแหน่งนั้นก็จะช่วยให้ชีวิตมีเงินทองไหลและความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ข้อห้ามของการจัดวางตำแหน่ง บ่อปลาคราฟ

  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟในทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศแห่งไฟ เพราะจะทำให้น้ำไปดับไฟของความเจริญรุ่งเรือง
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟไว้ทางหลังบ้าน เพราะจะไม่ส่งเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้น
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟในห้องนอน เพราะจะทำให้ชีวิตมีปัญหาและอุปสรรค
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟในห้องครัวและห้องน้ำ
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟในทางขวามือของประตูบ้าน เมื่อมองจากในบ้าน เพราะจะทำให้ครอบครัวเกิดการทะเลาะกัน
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟใต้บันได เพราะจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยและโชคร้าย
  • ห้ามวางบ่อปลาคราฟที่มีน้ำไหลช้าหรือหยุดนิ่ง 

ลักษณะของ บ่อปลาคราฟ

รูปทรง

ข้อสำคัญที่ต้องระวังในการออกแบบรูปทรงบ่อปลาคราฟคือ ไม่ควรที่จะมีมุมเหลี่ยม เช่น สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เพราะเปรียบเสมือนของแหลมคมที่จะทำร้ายคนในบ้าน แต่ก็มีรูปทรงบ่อปลาคราฟบางแบบที่ช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองได้ดังนี้

  • บ่อปลาคราฟครึ่งวงกลม เป็นรูปแบบบ่อปลาคราฟที่จะทำให้บ้านมีโชคลาภและความมั่งคั่ง โดยต้องมีการทำความสะอาดบ่อปลาคราฟให้ใสสะอาด และกระแสน้ำวนหมุนเข้าบ้านเหมือนเงินทองที่ไหลเข้ามา
  • บ่อปลาคราฟตัว U การสร้างบ่อปลาคราฟตัว U มีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยวหันปลายทั้ง 2 ฝั่งออกนอกบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีการงานและการเงินที่เจริญรุ่งเรือง
  • บ่อปลาคราฟวงกลม รูปทรงของบ่อปลาคราฟที่ได้รับความนิยมมาก เพราะไม่มีมุมหรือเหลี่ยมใด ๆ ที่ทำให้เกิดผลด้านร้ายนั่นเอง และยังช่วยให้ครอบครัวมีความสุขอีกด้วย

ความลึก

การขุดบ่อปลาคราฟจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความลึกของบ่อปลาคราฟ เพราะมีความหมายเกี่ยวกับเงินทองที่เข้ามาในบ้าน ถ้าหากว่าบ่อมีความตื้นเขินจะทำให้การเงินภายในบ้านไม่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นจึงควรขุดบ่อปลาคราฟที่มีความลึกพอสมควรเพื่อส่งเสริมการเงินให้เป็นไปในทางที่ดีนั่นเอง

น้ำในบ่อปลาคราฟ

น้ำในบ่อปลาคราฟ ต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำเพราะเชื่อกันว่าถ้าหากน้ำมีความสกปรก จะทำให้ผู้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ และกระแสน้ำในบ่อปลาคราฟควรมีความคดเคี้ยวและไหลเข้าภายในบ้าน ไม่ควรเป็นเส้นตรงหรือไหลออกนอกบ้าน

ปลาคราฟในบ่อ

จำนวนปลาคราฟในบ่อควรที่เป็นมงคลคือ 9 ตัว โดยประกอบไปด้วยสีทองหรือแดง 8 ตัว และสีดำ 1 ตัว ทำให้ส่งเสริมเงินทองและป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามา

ปลาคราฟ2
ขอบคุณจาก: The Spruce Pets

การตกแต่งบ่อปลาคราฟ

นอกจากตัวบ่อปลาคราฟแล้ว การตกแต่งบ่อปลาคราฟให้สวยงามและถูกหลักฮวงจุ้ยก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยมีหลักการดังนี้

  • หิน การนำหินมาตกแต่งบ่อปลาคราฟ เป็นการนำความรุ่งเรืองด้านหน้าที่การงานและการเงินมาให้ชีวิต แต่หินที่นำมาตกแต่งไม่ควรเป็นหินก้อนใหญ่ มีเหลี่ยม หรือเป็นรูซึ่งหมายถึงการมีอุปสรรค
  • รูปปั้นมังกร ตามความเชื่อของชาวจีน มังกรถือเป็นสัตว์มงคลอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว ดังนั้นการนำรูปปั้นมังกรมาตกแต่งบ่อปลาคราฟ คล้ายกับมังกรกำลังกินน้ำ ก็จะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกัน
  • ดอกไม้ นอกจากสีสันที่สดใสของดอกไม้ต่าง ๆ ที่จะทำให้ชีวิตมีชีวิตชีวามากขึ้น การตกแต่งบ่อปลาคราฟยังช่วยปรับความสมดุลของหยินหยางให้สมดุลมากยิ่งขึ้น ซึ่งสีฟ้า ม่วง น้ำเงิน และขาว เป็นสีหยิน ส่วนสีแดง เหลือง และส้ม เป็นสีหยาง

ข้อควรระวังเมื่อสร้างบ่อปลาคราฟ

นอกจากข้อควรทำที่ได้กล่าวมากข้างต้นแล้ว การออกแบบบ่อปลาคราฟที่ถูกหลักฮวงจุ้ยนั้นยังมีข้อควรระวังที่จะส่งผลต่อชีวิตได้ดังนี้

  • ไม่ควรมีบ่อปลาคราฟ 2 บ่อ เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับบ่อน้ำตา ทำให้อาจส่งผลต่อชีวิตให้มีน้ำตากับเรื่องต่าง ๆ
  • น้ำในบ่อปลาคราฟห้ามเน่าเสีย นอกจากจะเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในบ่อปลาคราฟแล้ว ยังเชื่อกันว่าการที่น้ำในบ่อเกิดเสีย จะส่งผลให้คนในบ้านเกิดเจ็บป่วยได้

สรุปท้ายบทความ

การออกแบบ บ่อปลาคราฟตามหลักฮวงจุ้ยเป็นการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตที่ผู้อาศัยจำเป็นต้องคำนึงถึงเมื่อมีการสร้างบ้านหรือ ซื้อบ้าน ใหม่ และรับรองว่าถ้าหากทำตามหลักการข้างต้นแล้วจะช่วยให้คนภายในบ้านเกิดความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด

อ่านบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอสังหาฯ

“พูดจาภาษาดอกไม้” ความหมาย ความงามของดอกไม้ ในแง่มุมต่างๆ

“พูดจาภาษาดอกไม้” ความหมาย ความงามของดอกไม้ ในแง่มุมต่างๆ

หากเอ่ยถึง “ดอกไม้” สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคืออะไรกันคะ?

ความสวยงามที่แสนลงตัวของรูปลักษณ์ภายนอก สีสันของกลีบดอกไม้ ตัดกันกับสีของใบและถูกประคองไว้ด้วยความแข็งแรงด้วยก้าน

“ดอกไม้กับความงาม” จึงเป็นของคู่กันเสมอมานับแต่ไหนแต่ไร
แต่ใครจะรู้ว่าความงดงามที่เรามองเห็นเพียงผิวเผินเพียงด้วยตาเปล่านั้น มี “ความหมาย” และ “ตัวแทน”อะไรซ่อนอยู่มากมาย

บางช่วงบางเวลา ดอกไม้ยังถูกใช้แทนคำตอบ “ใช่” หรือ “ไม่” เมื่อผู้ส่งสารไม่อยากตอบคำถามที่ชวนอึดอัดเหล่านั้นด้วยภาษาพูด โดยใช้การมอบดอกไม้ด้วยมือขวาแทนคำว่า “ใช่” และถ้าคำตอบคือ “ไม่” ให้เรามอบดอกไม้ให้คนๆ นั้นด้วยมือซ้าย

ดอกไม้ ความหมาย

ย้อนดูยุครุ่งเรืองของ “ภาษาดอกไม้”

แทบทุกความรู้สึกของมนุษย์สามารถใช้ดอกไม้แทนอารมณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเหงา เศร้า คิดถึงหรืออยากบอกว่าเรา “รัก” ใครสักคน นอกจากจะให้ความรื่นรมย์ในทุกครั้งมองแล้ว ดอกไม้ยังเสมือนว่ามีหน้าที่เป็นตัวกลางนำสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับ จนมีชื่อแบบไพเราะเสนาะหูว่า “ภาษาดอกไม้”

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของภาษาดอกไม้เกิดขึ้นในอียิปต์โบราณ

ดอกไม้ อียิปต์

ดอกไม้ใช้เป็นสื่อกลางแทนคำพูดมายาวนานหลายศตวรรษ นับเป็นหนึ่งในภาษาสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ทั้งเอเชียและยุโรป แต่เกิดขึ้นครั้งแรกแบบแน่ชัดและเป็นข้อเท็จจริงเมื่อไรนั้น ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด

บ้างก็ว่าจุดเริ่มต้นของ “ภาษาดอกไม้” กำเนิดขึ้นในอียิปต์โบราณ สันนิษฐานจากข้าวของเครื่องใช้ที่พบในสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน (Tutankhamun’s tomb) ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด เซรามิก เครื่องประดับ สร้อยคอ มักมีลวดลายดอกไม้ อย่าง ดอกทานตะวัน ดอกบัว และดอกป๊อปปี้ ฯลฯ หลายชนิดเป็นส่วนประกอบ

แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแบบคาดเดา…

ภาษาดอกไม้ใน “ยุควิกตอเรียน (Victorian Era)”

แม้จุดเริ่มต้นจะไม่แน่ชัด ทว่าชัดเจนในความรุ่งเรือง

“ภาษาดอกไม้” เฟื่องฟูและเบ่งบานเป็นอย่างมากในสมัยวิกตอเรียน (Victorian Era – ค.ศ. 1837–1901) ซึ่งเป็นยุคที่สหราชอาณาจักรรุ่งเรืองถึงขีดสุดเกือบทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ (ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) – แนวคิดเรื่องวิวัฒนาการ) ฯลฯ

แน่นอนว่านับเป็นยุคทองของงานศิลปะด้วยเช่นกัน

ดอกไม้ ยุควิกตอเรียน

ความที่ราชินีวิกตอเรีย (Queen Victoria) ในยุคนั้น หลงใหลดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ สิ่งรอบตัวท่านจึงเต็มไปด้วยดอกไม้รายล้อมไปซะหมด ทำให้ผู้หญิงในสมัยได้รับอิทธิพลเรื่องดอกไม้ไปเต็มๆ นอกจากจะเป็นควีนที่ปกครองอาณาจักรแล้ว พระองค์ยังเป็นไอคอนแฟชั่นของสาวๆ ในยุควิกตอเรียนอีกด้วย

ความรุ่งเรืองของดอกไม้ในสมัยนั้น ได้รับความนิยมถึงขนาดที่ว่า มีหนังสือแปลความหมายของภาษาดอกไม้ (Floral Dictionary) ตีพิมพ์แบบเป็นจริงเป็นจัง เพื่อป้องกันการรับสารที่ผิดพลาดหรือแปลไม่ตรงกัน

ความหมายที่ซ่อนอยู่ของดอกไม้ในงานศิลปะ

ส่วนในแง่ของงานศิลปะนั้น ภาษาดอกไม้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายไม่แพ้กัน มักปรากฏเป็นถ้อยคำอยู่ตามบทกวีหรืออวดโฉมอยู่ในภาพวาด นิยมใช้แทนความรู้สึกที่ผู้ส่งไม่อยากเอ่ยด้วยวาจา

ดอกไม้แต่ละชนิดก็ให้ความหมายแตกต่างกันไปตามรูปโฉม ลองดูว่าความนัยที่ซ่อนอยู่ในนั้นคืออะไร เผื่อใครจะลองใช้ “ภาษาดอกไม้” สื่อสารไปยังคนพิเศษของเรารับรู้ถึงความรู้สึก

1. ลิลลี่ – Lily

ลิลลี่

ด้วยความงามของลิลลี่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้สื่อสารได้หลายมิติ เริ่มจากสมัยอียิปต์โบราณ ดอกไม้ชนิดนี้เป็นตัวแทนของ “ผู้หญิงอุดมคติ” ส่วนยุคโรมันมองว่า ลิลลี่คือตัวแทนของ “ความรัก” ประมาณว่าหากผู้หญิงคนไหนได้ดอกลิลลี่ แปลว่าส่งมาจากคนรักของเธอ

นอกจากนี้ลิลลี่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ความบริสุทธิ์” มักใช้ประดับประดาในงานแต่ง สอดคล้องกับความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ที่เชื่อว่าลิลลี่เป็นตัวแทนของพระแม่มารี (Blessed Virgin Mary) นอกจากนี้ยังนิยมใช้ในงานศพและงานไว้อาลัยตามอนุสรณ์สถานต่างๆ โดยใช้ในแง่ของ “ความสงบ” เป็นตัวแทนของความโศกเศร้า

2. กุหลาบแดง – Red Rose

กุหลาบแดง

เนื้อเพลงที่ว่า “ปลูกกุหลาบแดงไว้เพื่อเธอ 9,999 ดอก บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่ บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น”

นั่นไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใดนะคะ แต่ไหนแต่ไร กุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์ของ “ความรักที่โรแมนติก” เสมอมา เป็นรักตัวแทนรักยืนยง รักมันคง รักที่เต็มไปด้วยเสน่หา สังเกตได้ว่าทั้งงานเขียน งานเพลงและงานศิลปะต่างๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องความรัก มักมีกุหลาบแดงเป็นส่วนหนึ่งของงาน

3. ลาเวนเดอร์ – Lavender

ลาเวนเดอร์

เรามักเห็นลาเวนเดอร์สวยๆ ประดับอยู่ตามงานมงคลหรือพีธีการเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วยความที่ดอกไม้ชนิดนี้ให้ความรู้สึกสะอาดตา สัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์และไร้เดียงสาในทุกครั้งที่มอง

ที่สำคัญลาเวนเดอร์ยังเป็นตัวแทนแห่ง “ความเงียบสงบ” สังเกตได้จากน้ำมันหอมระเหยกลิ่นโปรดของหลายๆ คน คือดอกไม้ชนิดนี้ เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่สร้างความผ่อนคลายได้ยอดเยี่ยม ทั้งยังเป็นดอกไม้แห่ง “ความจงรักภักดี” ของผู้ที่ทุ่มเทเรื่องความรักอย่างจริงใจและจริงจัง

4. เดซี่ – Daisy

เดซี่

ดอกไม้โปรดของหลายๆ คนชนิดนี้ เป็นสัญลักษณ์ของ “ความไร้เดียงสา” มักใช้กับทารกวัยเบบี้ หรือใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นใหม่กับอะไรก็ได้บนโลก ใช้แทนความหวัง และบอกว่าเราให้ “กำลังใจ” เธอกับทุกเรื่องนะ

ถ้าใครเบื่อกับการส่งกุหลาบแดงแสดงถึงความรักโรแมนติกแล้ว ลองเปลี่ยนมาส่งเดซี่ ที่แสดงถึง “รักแท้” ก็มีความหมายที่ลึกซึ้งไม่แพ้กัน (ดอกเดซี่ยังแทนความห่วงใยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวได้ด้วย)

5. บัว – Lotus

บัว

มักปรากฏอยู่ในงานศิลปะเอเชียเป็นส่วนใหญ่ นิยมใช้เป็นสัญลักษณ์ของ “การเกิดและการเริ่มต้นใหม่” ด้วยการอิงตามลักษณะการบานและหุบของดอกบัว (บานเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น หุบเมื่อพระอาทิตย์ตก)

6. มะลิขาว – White Jasmine

มะลิ

จะเห็นได้ว่า ตามบทกวีและงานศิลปะ “ดอกมะลิสีขาว” ถูกเลือกมาใช้สื่อสารมากสุดในตระกูลดอกมะลิด้วยกัน โดยมีความหมายแทนความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาและความเคารพ ตามสีของดอกมะลิ นอกจากนี้ทางฮินดูยังเชื่อว่า ดอกมะลิเป็นตัวแทนของ “ความรัก” อีกด้วย

7. ทานตะวัน – Sunflower

ทานตะวัน

หลายคนมองว่าดอกไม้นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสดใส เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและการมองโลกในแง่ดี ทว่าก็มีบางคนกล่าวเอาไว้ว่า ทานตะวันเป็นตัวแทนของ “หลงใหล” เพราะไม่ว่าแสงอาทิตย์จะอยู่ทางไหน ทานตะวันก็จะหันตามไปเสมอ (หรือถ้าพูดในสมัยนี้ก็คือ “คลั่งรัก”)

8. กล้วยไม้ – Orchid

กล้วยไม้

คำว่า Orchid มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก “Orchis” ซึ่งหมายถึงอัณฑะ เพราะในสมัยก่อนชาวกรีกเชื่อว่า ดอกกล้วยไม้ช่วยให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ได้และทำให้ผู้ชายมีกำลังวังชาแข็งแรงพร้อมมีบุตร ทั้งยังเชื่ออีกว่ากล้วยไม้กำหนดเพศในครรภ์ได้ (อยากให้บ้านไหนมีลูกก็เอากล้วยไม้ไปให้)

กล้วยไม้จึงกลายเป็นดอกไม้แห่ง “ความรัก” และ “ความอุดมสมบูรณ์”

คล้ายๆ กับคนจีนที่เชื่อว่ากล้วยไม้เป็นตัวแทนเรื่องความแข็งแรงและสุขภาพดี พวกเขานิยมนำน้ำมันหอมระเหยของกล้วยไม้มาใช้กับหนุ่มสาวที่ต้องการมีลูก สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ในโลกตะวันตก

เอ่ยคำลาด้วยการ “พูดจาภาษาดอกไม้”

ทุกอย่างบนโลกหากเรามองอย่างลึกซึ้ง ในแง่มุมที่หลากหลาย จะพบว่ามีเรื่องราวหรือนัยยะอะไรซ่อนอยู่มากมาย ความงามจากรูปลักษณ์แบบผิวเผินของดอกไม้ หากเราใช้แค่ตามองก็จะพบแค่ความสวยงาม หากเราใช้หัวใจ เราจะเห็นถึงข้อความและความหมายของผู้ส่งที่มีให้เราอย่างเต็มหัวใจ

ไหนๆ ก็ทราบความนัยของดอกไม้แต่ละชนิดไปพอหอมคอ มาบ่มเพาะความรู้สึกของคุณให้มีมูลค่ามากขึ้น ด้วยการเลือกดอกไม้ที่ถูกใจสักชนิดที่ kaidee แล้วลงมือปลูกด้วยตัวเองไปเลย รับรองว่าทั้งความสวยของดอกไม้ ความหมายที่คุณอยากบอกและความตั้งใจทุ่มเทแบบเต็มร้อย คนรับจะต้องเปี่ยมล้นและรับรู้ถึงความพิเศษเหล่านั้นของคุณแน่นอน

7 ไม้ดอกยอดฮิต เลี้ยงง่าย ออกดอกตลอดปี!

7 ไม้ดอกยอดฮิต เลี้ยงง่าย ออกดอกตลอดปี!

ไม้ดอกปลูกง่าย

รู้สึกเหมือนกันไหมคะว่าเวลามีดอกไม้สักต้นอยู่ในบริเวณบ้านช่วยให้บรรยากาศสดชื่นได้ในพริบตา! ลองนึกถึงโมเมนต์ตื่นมาจิบกาแฟยามเช้า ชมดอกไม้ในสวนหน้าบ้านดูสิคะ แค่นี้ก็แฮปปี้แล้วใช่ไหมล่ะ วันนี้เราเลยขอเอาใจคุณ ๆ และสวนหน้าบ้านแสนน่ารักด้วยการรวบรวม 7 ไม้ดอกยอดนิยมที่เลี้ยงง่าย แถมออกดอกตลอดทั้งปีมาฝาก! ตามไปดูกันดีกว่าว่ามีดอกอะไรบ้าง

ทองอุไร

ทองอุไรเป็นไม้ดอกที่พบได้ทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะในบริเวณบ้าน หน้ารั้วบ้าน หรือแม้แต่ริมถนนที่ไม่มีใครคอยดูแล ถือว่าการันตีความโตง่ายอยู่ง่ายของเจ้าไม้ดอกพันธ์ุนี้ได้เลย! เรื่องทนแดด ทนลม ไม่ต้องพูดถึง แข็งแกร่งไม่มีใครเกิน! แถมยังเป็นหนึ่งในไม้ดอกมงคลด้วย เชื่อกันว่าปลูกแล้วช่วยเสริมบารมี ให้มีเกียรติยศสูงส่ง ใครชอบปลูกไม้มงคล ลองหามาปลูกที่บ้านดูสักต้นสองต้น ได้ทั้งความสวยงามและความมงคลแน่นอน

ต้นทองอุไรควรปลูกบริเวณที่มีดินร่วนเนื่องจากเจ้าไม้ดอกชนิดนี้ไม่ชอบน้ำขัง  แค่ใส่ปุ๋ย ดูแลบ้าง ก็จะได้เห็นดอกสีเหลืองสดบานสะพรั่งตลอดปี และที่สำคัญทองอุไรชอบแดดมาก เพราะฉะนั้นควรปลูกในที่ที่แสงแดดส่องถึง  

เฟื่องฟ้า

ไม้ดอกที่ดูธรรมดาหาได้ทั่วไปแต่ซ่อนความอัศจรรย์ใจไว้เพียบ! เฟื่องฟ้าเป็นไม้ดอกประเภทไม้เลื้อยที่มีหลากหลายสี อาทิ ขาว ชมพู เหลือง และส้ม จะปลูกเป็นซุ้มเฟื่องฟ้าก็เก๋ เป็นรั้วก็เลิศ หรือตัดแต่งเป็นพุ่มก็ดีงาม นอกจากความสวยแล้ว เฟื่องฟ้ายังมีประโยชน์เพียบ เช่น นำมาทำอาหารได้ เมนูเฟื่องฟ้าชุบแป้งทอดนี่เด็ดไม่แพ้จานไหนเลยนะจะบอกให้

เฟื่องฟ้าเติบโตได้ดีในดินที่ระบายน้ำดีอย่างดินปนทราย ไม้ดอกชนิดนี้ชอบอาบแดดตลอดวันและไม่ชอบที่ที่มีความชื้นสูง ถือว่าเหมาะกับอากาศบ้านเราเพราะทนแล้งเก่งมาก ดูแลง่ายจริงอะไรจริง

ดอกพุด

ดอกไม้สีขาวละมุนกลิ่นหอมรัญจวนใจไม่แพ้ใครมีหลากหลายสายพันธุ์ที่คนนิยมปลูก เช่น ดอกพุดซ้อน ดอกพุดศุภโชค ทั้งสองพันธุ์จะออกดอกตลอดทั้งปี เรียกว่าเดือนไหนก็ได้ยลโฉมดอกขาว ๆ หอม ๆ แถมยังมีสรรพคุณมากมายหลายด้าน อาทิ นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยได้ ถ้าเป็นพันธุ์ดอกพุดซ้อน ตัวรากและผลจะมีฤทธิ์ขับร้อน บรรเทาอาการร้อนในและพิษไข้ ถามหาความมงคล บอกเลยว่าไม่มีพลาด! คนไทยเชื่อว่าบ้านไหนปลูกดอกพุด จะทำให้บ้านเจริญ มั่นคง สมบูรณ์แข็งแรง

การปลูกและดูแลดอกพุดนั้นสุดแสนจะง่ายเพราะเป็นไม้ดอกที่มีทนทานต่อสภาพแวดล้อมมาก ชอบดินร่วนซุย หลงใหลแสงแดดและความชื้นเป็นที่สุด 

พยับหมอก

ไม้ดอกชื่อแปลกหูหน้าตาสะสวยที่ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องความอึดทึกทน ไม่ต้องรดน้ำตลอดก็ออกดอกให้ยลโฉมได้ทั้งปี กลีบดอกสีฟ้าอ่อนโดดเด่น ดูแล้วเย็นสบายตา มองไม่เบื่อ มีปลูกไว้ในบ้านตัดกับดอกไม้สีสันสดใสก็ดูเหมาะเจาะลงตัวดีนะคะ 

อย่างที่บอกไปว่าพยับหมอกเป็นพืชที่ทนแล้งดีมาก ขึ้นได้ในดินทุกประเภท ไม่ต้องดูแลเอาใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ ปล่อยให้โตตามธรรมชาติ ชอบน้ำปานกลางแต่ไม่ชอบน้ำขัง เหมาะกับสายที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเท่าไร 

ดอกแก้ว

อีกหนึ่งไม้ดอกสีขาวละมุนส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลอดปี จะปลูกในกระถางสวย ๆ หรือปลูกเป็นแนวรั้วก็งามทั้งนั้น ตามความเชื่อของคนโบราณ บ้านไหนปลูกดอกแก้วไว้ในบ้านจะทำให้คนในบ้านมีจิตใจดี เป็นผู้สูงส่ง เนื่องจากคำว่าแก้วในวัฒนธรรมไทยสื่อถึงความบริสุทธิ์และสิ่งของที่มีค่าสูงส่ง

ดอกแก้วเป็นไม้ดอกที่ต้องการแดดจัดและชอบน้ำปานกลาง เติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและดินทราย ดูแลใส่ใจกันแบบพอดี ๆ ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีประมาณ 4-6 ครั้งต่อปี แค่นี้ก็ได้ยลโฉมดอกแก้วขาวนวลตลอดทั้งปีแล้ว 

คุณนายตื่นสาย

ถ้าอยากให้สวนหน้าบ้านสดใสเต็มไปด้วยดอกไม้หลายสี ‘คุณนายตื่นสาย’ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ! คุณนายตื่นสายเป็นไม้ดอกประเภทไม้เลื้อยหลากสี เช่น สีแดง เหลือง ชมพู ส้ม ขาว  นอกจากคุณนายตื่นสายจะสร้างความสดใสให้กับสวนสวยของเราแล้ว ยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งสกัดเป็นสีย้อมผ้า ตากแห้งทำเป็นชา และอื่น ๆ อีกเพียบ

คุณนายตื่นสายชอบแสงแดดเอามาก ๆ ทนแล้งได้ดียิ่งกว่าสีทนได้ เหมาะนำมาปลูกในที่ที่มีแดดตลอด ปลาบปลื้มดินทราย ไม่ชอบความเฉอะแฉะ จึงควรปลูกในดินที่ระบายน้ำดี 

กระดุมทอง

ไม้ดอกชนิดสุดท้าย เจ้าของความสวยไม่น้อยหน้าใครที่เราหยิบยกมาวันนี้คือ ‘กระดุมทอง’ เป็นไม้เลื้อยที่มีดอกเล็ก ๆ สีเหลืองสดใสหน้าตาน่ารัก เห็นดอกเล็กดอกน้อยแบบนี้ บอกเลยว่าสรรพคุณเหลือล้น! ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นำมาทำเป็นชาชงดื่มได้

กระดุมทองเป็นไม้ดอกที่ทนแล้งได้ดี ชอบอยู่ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน โตได้ดีในทุกสภาพดิน แต่จะค่อนข้างปลาบปลื้มดินชุ่ม ๆ บอกเลยว่าปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ใครอยากได้ดอกไม้สวย ๆ ที่ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ เก็บกระดุมทองไว้เป็นช้อยส์อันดับต้น ๆ ได้เลยค่ะ 

ดอกไม้แต่ละพันธุ์ย่อมมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเจ้าดอกไม้เหล่านี้ช่วยให้สวนของเราดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เหมือนร่ายมนต์เลย ยิ่งพ่วงคุณสมบัติดูแลง่ายแถมออกดอกได้ตลอดปี ยิ่งน่าเลิฟ! ใครถูกตาต้องใจไม้ดอกชนิดไหน อยากชวนไปอยู่ในสวนหน้าบ้าน ก็ลองแวะมาเลือกซื้อเลือกหากันได้ที่ Kaidee นะคะ ได้ดอกอะไรไปเป็นสมาชิกใหม่ที่บ้าน ส่งรูปมาอวดกันบ้างน้า

รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า

รวมต้นไม้มงคลเสริมดวงเรียกทรัพย์ เฮงส่งท้ายปีนี้ ต้อนรับปีหน้า

ต้นไม้มงคล ต้นไผ่กวนอิม

ต้นไม้มงคลยังคงกระแสดีไม่มีแผ่วมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน คงเพราะแค่ได้ยินว่าต้นไหนพันธุ์อะไรจัดอยู่ในหมวดหมู่ต้นไม้มงคล ก็เพิ่มระดับความน่าปลูกสำหรับสายมูได้แล้ว

หากจะเจาะลึกอีกนิด ต้นไม้มงคลนั้นสามารถแบ่งออกตามด้านที่ช่วยเสริมสิริมงคล เช่น ความรัก การงาน สุขภาพ และโชคลาภเงินทอง 

วันนี้เรารวบรวม 10 ต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมดวงเรียกทรัพย์ให้มั่งมีเงินทองโดยเฉพาะมาฝาก เลื่อนลงไปดูกันดีกว่าว่ามีต้นไหนบ้าง

ไผ่กวนอิม

ต้นไม้ที่ขาดไม่ได้ในวงการฮวงจุ้ย ไผ่กวนอิมจัดอยู่ในประเภทไม้พุ่มเลี้ยงง่าย คนโบราณเชื่อว่าปลูกไผ่กวนอิมแล้วจะช่วยส่งเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่งด้านเงินทอง และนำพลังด้านบวกมาสู่ครอบครัว ปกติจะนิยมปลูกต้นไผ่กวนอิมทางทิศตะวันออกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้พักอาศัย

วิธีดูแล

การปลูกต้นไผ่กวนอิมทำได้ทั้งในดินและน้ำ ขั้นตอนการปลูกในดินอย่างแรกคือเตรียมดิน แนะนำว่าควรเป็นดินแห้ง ๆ มาผสมกับดินที่มีความร่วนชื้นให้ได้ดินที่เหมาะแก่การปลูกไผ่กวนอิม 

เนื่องจากไผ่กวนอิมเป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำมาก จึงต้องหมั่นรดน้ำเมื่อเห็นว่าดินเริ่มแห้ง หลังใส่ปุ๋ยครั้งแรกก็เว้นไป 3 – 4 เดือนค่อยใส่ ให้โดนแสงแดดพอประมาณเพื่อไม่ให้ใบโตเร็วเกินไป

ส่วนการปลูกในน้ำคือเติมน้ำสะอาดลงในกระถาง หากเป็นน้ำที่มีคลอรีน แนะนำให้กรองให้สะอาดก่อนเพราะคลอรีนอาจจะทำให้ใบไผ่ไหม้ได้ จากนั้นก็ใช้ก้อนกรวดยึดให้ต้นไผ่ตั้งตรงอยู่ในน้ำ ต้องคอยเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 7 – 10 วัน รวมทั้งหมั่นทำความสะอาดภาชนะและก้อนกรวดที่ใส่ด้วย

โป๊ยเซียน

ไม้ประดับที่จัดเป็นหนึ่งในต้นไม้มงคลยอดฮิตในแขนงการเสริมดวงเรียกทรัพย์ ดอกมีหลากหลายสีสัน อาทิ แดง เหลือง ชมพู ขาว เรียกว่าได้ทั้งความมงคลและความสวยงามในต้นเดียวเลย

เชื่อว่าปลูกดอกโป๊ยเซียนแล้วจะนำพาบารมี อำนาจวาสนาและโชคลาภเข้ามาในชีวิต  หากบ้านไหนปลูกต้นโป๊ยเซียนแล้วออกดอกเกิน 8 ดอก จะทำให้เจ้าบ้านและคนในครอบครัวมีเงินทองไหลมาเทมา

วิธีดูแล

โป๊ยเซียนเป็นดอกไม้ที่เลี้ยงง่ายและทนทาน เจ้าไม้ประดับชนิดนี้ชื่นชอบแสงแดดเอามาก ๆ จึงควรปลูกไว้ในที่ที่โดนแดดและดินร่วนซุย ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันเนื่องจากโป๊ยเซียนสามารถเก็บกักน้ำได้ค่อนข้างมาก 

เศรษฐีพันล้าน

ฟังจากชื่อก็รู้ว่ามงคลด้านไหน! ไม้ประดับล้มลุกชนิดนี้เลี้ยงง่าย เชื่อกันว่าถ้าครอบครัวไหนมีต้นเศรษฐีพันล้าน จะยิ่งมีโชคลาภเงินทองหลั่งไหลมาเทมา ทำมาค้าขายอะไรก็มือขึ้นไปหมด บอกเลยว่าคนทำธุรกิจไม่ควรพลาด

วิธีดูแล

ต้นเศรษฐีพันล้านเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท สามารถเก็บกักน้ำได้ค่อนข้างดี แค่รดน้ำพอประมาณ และให้โดนแดดตลอดทั้งวัน

มะม่วง

ไม้ผลที่คุ้นหูคุ้นตากันดีอย่างมะม่วงก็เป็นต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมโชคลาภเช่นกัน คนสมัยก่อนเชื่อว่ามะม่วงช่วยให้คนในบ้านมีฐานะร่ำรวยขึ้น แถมยังช่วยปัดรังควานสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาด้วย ทิศที่แนะนำว่าปลูกแล้วจะยิ่งส่งเสริมเรื่องฐานะเงินทองให้ร่ำรวยยิ่งขึ้นคือทิศใต้ 

วิธีดูแล

การปลูกมะม่วงในบ้านอาจจะต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง มะม่วงจะเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย  และการให้น้ำอย่างเพียงพอ ในช่วงปลูกแรก ๆ ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าต้นมะม่วงจะตั้งต้นได้ ปุ๋ยที่ใช้บำรุงควรเป็นปุ่ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ใส่ปีละสองครั้งก่อนเพียงพอแล้ว 

กระบองเพชร

รู้หรือไม่ว่ากระบองเพชร พรรณไม้ยอดฮิตขวัญใจคนสมัยนี้จัดเป็นต้นไม้มงคลได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนอาจจะเคยมีคนบางกลุ่มที่มองว่าพืชหนามดูไม่มงคล แต่สมัยนี้ก็มีความเชื่อใหม่ว่าเจ้ากระบองเพชรช่วยเสริมโชคลาภ ให้เงินทองงอกงาม หน้าที่การงานก้าวหน้า

วิธีดูแล

กระบองเพชรเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ดูแลง่าย รดน้ำอาทิตย์ละครั้งแบบชุ่ม ๆ ก็เพียงพอ หรือรดเมื่อเห็นว่าดินเริ่มแห้งประมาณ 1-2 วันต่อครั้ง และให้เจ้ากระบองเพชรได้ออกไปรับแสงอย่างเพียงพอ 

กุหลาบหิน

ไม้อวบน้ำหน้าตาน่ารักที่นอกจากบางคนจะนิยมปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ยังเสริมโชคลาภด้านเงินทองได้ ว่ากันว่าใครปลูกแล้วจะได้เป็นเศรษฐี มีเงินทองเข้ามาไม่ขาดมือ

วิธีดูแล

กุหลาบหินมีหลากหลายสายพันธุ์มาก บางพันธุ์ชอบแดดจัด ในขณะที่บางพันธุ์ชอบแดดปานกลาง เราจึงต้องดูแลให้เหมาะสมกับพันธุ์ที่เลี้ยงด้วย แต่โดยรวมกุหลาบหินจะไม่ชอบพื้นที่ที่อับชื้น ควรปลูกไว้บริเวณที่ลมพัดอากาศถ่ายเทสะดวก 

ดินที่เหมาะสมในการปลูกกุหลาบหินคือดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี และเก็บความชื้นไว้ได้บ้าง เราสามารถเตรียมดินสำหรับปลูกกุหลาบหินเองได้ด้วยการผสมดินร่อนกับทรายและใส่ปุ๋ยชีวภาพกับเศษขุยมะพร้าว

การรดน้ำให้รดอาทิตย์ละสองครั้ง ห้ามรดน้ำตอนอยู่กลางแดดจัด ๆ เพราะจะทำให้ต้นกุหลาบหินไหม้ 

เงินไหลมา

อีกหนึ่งไม้มงคลที่แค่ฟังชื่อก็อยากมีไว้ครอบครอง เงินไหลมาเป็นพรรณไม้เลื้อยที่คนโบราณเชื่อว่านำมาปลูกในบริเวณบ้านแล้วจะทำให้มีเงินทองเข้ามาไม่ขาดสาย ทำมาค้าขายขึ้น ควรปลูกในทิศตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเสริมสิริมงคล

วิธีดูแล

เงินไหลมาเป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ทั้งในและนอกอาคาร เจ้าเงินไหลมาจะชอบแดดรำไร แม้ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ปลูกในอาคารได้ แต่ก็ควรเป็นพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ชอบดินร่วนซุยและชอบน้ำมาก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ใบแห้ง และให้ปุ๋ยบำรุง 1 – 2 เดือนต่อครั้ง 

สาลิกาลิ้นทอง

บางคนอาจจะพอได้ยินชื่อนี้มาบ้าง สาลิกาลิ้นทองไม่ใช่แค่ชื่อเครื่องรางที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์มหานิยม พูดอะไรก็ดี มีแต่คนชื่นชมอย่างเดียว แต่ยังเป็นชื่อไม้ประดับมงคลที่สายมูนิยมนำไปปลูกบริเวณบ้านหรือร้านค้า 

เนื่องจากมีความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณว่าต้นสาลิกาลิ้นทองช่วยเสริมโชคลาภด้านการเจรจา ช่วยในการลงทุน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

วิธีดูแล

เราสามารถปลูกสาลิกาลิ้นทองได้ในดินทุกประเภท เจ้าไม้ประดับชนิดนี้ชื่นชอบแสงแดดรำไร ต้องการน้ำไม่มากนัก รดอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว 

วาสนา 

ต้นไม้ประดับชนิดนี้ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีใบสวยงาม เหมาะแก่การปลูกประดับบ้าน เชื่อกันว่าถ้านำมาปลูกในบ้านให้ออกดอกออกใบสวยงาม จะช่วยให้เรามีอำนาจวาสนา ไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง ยศตำแหน่ง และเกียรติยศ

วิธีดูแล

สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงดินเลยหรือปลูกในกระถาง ถ้าปลูกในกระถาง แนะนำให้เปลี่ยนกระถางทุก 1 – 2 ปีหรือเมื่อรากแน่นเกินไป ควรปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเสริมดวง

ต้นวาสนาเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย ชื่นชอบน้ำปานกลางเพราะถือเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ต้องการแสงแดดรำไร

ใบนาค

ไม้ประดับยืนต้นใบหลากสีขนาดเล็ก เชื่อกันว่าใครนำมาปลูกในบ้านจะทำให้มีโชคลาภด้านเงินทอง เงินจะไหลมาเทมา คนสมัยก่อนจะนิยมนำใบนาคมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ทำน้ำพระพุทธมนต์ขึ้นบ้านใหม่ 

วิธีดูแล

ควรปลูกในดินร่วนซุย ความชื้นสูง ต้องการแสงแดดรำไรและน้ำปานกลาง แนะนำว่าควรใส่ปุ๋ยคอกบำรุงปีละ 4 – 5 ครั้งเพื่อให้ต้นใบนาคเติบโตไวทันใจ 

สรุป

ต้นไม้มงคลที่คนนิยมนำมาปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเสริมดวงด้านโชคลาภเงินทองมีมากมายหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับตั้งแต่ขนาดเล็กกะทัดรัดไปจนถึงไม้ยืนต้นออกดอกออกผลเลย แต่ละต้นก็มีวิธีการปลูกและดูแลต่างกันไป 

ดังนั้นเราแนะนำให้ทุกคนที่สนใจจะหาต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ไปปลูกสักต้น ลองคิดดูว่าตัวเองมองหาต้นไม้แบบไหน การดูแลต้องมากน้อยอย่างไร 

ใครที่สนใจอยากลองหาซื้อต้นไม้มงคลตามลิสต์ที่เรารวบรวมมาให้วันนี้ ไม่ต้องไปไหนไกลค่ะ แวะเข้ามาที่ Kaidee และค้นหาต้นไม้ที่ถูกใจคุณได้เลย