5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อจักรยานเสือหมอบ
“จักรยาน” เป็นหนึ่งในยานพาหนะยอดฮิตสำหรับคนไทยในช่วงนี้ที่สังเกตได้ว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองแล้วต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายของถนนในเวลาเร่งด่วน เบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟฟ้า หรือรถยนต์จำนวนมากที่จอดติดกันแทบจะไม่ขยับในทุกเช้า การเลือกใช้จักรยานก็สามารถพาคุณทะลุตรอกซอกซอยเล็กๆ ไปถึงที่หมายได้รวดเร็วกว่าการนั่งรถเสียอีก
การปั่นจักรยานที่นอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ยังทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย เนื่องจากการปั่นจักรยานจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ที่เรียกได้ว่าในทุกๆ วันเราจะมีเวลาออกกำลังกาย และเดินทางไปพร้อมๆ กัน
ซึ่งการเลือกซื้อจักรยานให้ตอบโจทย์การใช้งานตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ บางคนอาจซื้อไว้ปั่นแค่ตอนไปจ่ายตลาด แต่สำหรับบางคนอาจต้องการซื้อไว้เพื่อปั่นออกกำลังกายและใช้ควบคู่กับชีวิตประจำวัน ซึ่งมีจักรยานอยู่ประเภทหนึ่งที่ครอบคลุมการใช้งานได้อย่างหลากหลาย นั่นก็คือ “จักรยานเสือหมอบ”
วันนี้ Kaidee จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับจักรยานเสือหมอบ เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อว่าจักรยานเสือหมอบตอบโจทย์การใช้งานของเราหรือไม่ ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย
จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) คือ
จักรยานเสือหมอบ (Road Bike) เป็นจักรยานที่เหมาะกับการปั่นเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ ระยะทางไกล ท่องเที่ยว และทำความเร็ว โดยดีไซน์หลักของจักรยานเสือหมอบจะถูกออกแบบมาเพื่อให้ขี่ได้เร็วบนถนนพื้นผิวเรียบ และใช้แข่งขันทำความเร็ว ซึ่งท่าขี่จะก้มตัวเพื่อให้ลู่ลมและมีแฮนด์โค้งลงตามชื่อลักษณะ “หมอบ” หรือเรียกว่า “Drop Handlebar” และจะเลือกใช้ยางหน้าแคบเพื่อลดแรงเสียดทาน วัสดุตัวเฟรมส่วนใหญ่ทำด้วย Fiber Carbon หรือ Light Weight Aluminium เพื่อให้มีน้ำหนักเบาเพื่อทำความเร็วโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบดูรายการกีฬาก็จะพบเห็นจักรยานประเภทนี้ได้บ่อยในรายการแข่งขันที่โด่งดังที่สุดอย่าง Tour De France
ด้วยลักษณะการออกแบบของจักรยานเสือหมอบนั้นจึงไม่เหมาะกับเส้นทางวิบากเป็นอย่างมาก เพราะการออกแบบที่ไม่มีระบบกันสะเทือนและใช้ยางหน้าแคบ โดยปกติแล้วจะใช้หน้ายางขนาด 20, 23, 25 ม.ม. ซึ่งการสัมผัสของตัวยางกับพื้นผิวถนนจริงประมาณไม่เกิน 10 ม.ม. หรือ 1 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ประกอบกับการใช้วงล้อขนาด 700c เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 ม.ม. จึงเป็นรถที่ทำความเร็วได้เหนือกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ
จักรยานเสือหมอบมีกี่ประเภท ?
โดยจักรยานเสือหมอบยังสามารถแยกออกได้ 4 ประเภทด้วยกัน เพื่อแบ่งออกตามความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งบางคนอาจจะชอบทำความเร็วแต่ก็ต้องการลุยเส้นในทางวิบาก หรือบางคนไม่ชอบลุย ชอบที่จะทำความเร็วบนถนนทางเรียบเพียงอย่างเดียว เราลองมาดูกันว่าจักรยานเสือหมอบประเภทไหนบ้างที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเอง
Racing Bikes
เป็นจักรยานเสือหมอบประเภทที่มีน้ำหนักเบาและลู่ลม ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเน้นทำความเร็วในทางราบ และขึ้นเขา นิยมขี่กันเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ โดยตัวถังทั่วไปทำมาจาก Fiber Carbon หรือ Light Weight Aluminium รูปร่างบางมีน้ำหนักน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ตำแหน่งการปั่นที่เป็นมุมชันเพื่อทำให้ผู้ปั่นเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างคล่องตัว
Endurance Bikes
คุณสมบัติของ Endurance Bikes มีความคล้ายจักรยานเสือหมอบประเภท Racing Bikes เกือบทั้งหมด ต่างกันที่องศาของท่าปั่นที่ทำออกมาให้ปั่นได้สบายมากกว่าเดิม โดยปรับการออกแบบของแฮนด์ให้มีลักษณะที่ยกสูงขึ้น ทำให้เวลาตอนปั่นไม่ต้องก้มตัวลงมากเพื่อลดอาการตึงที่หลังและคอ ส่วนมากจะมีขนาดยางที่กว้างและนุ่ม รวมถึงยังให้ความรู้สึกในการปั่นที่สบายกว่า
Cyclocross Bikes
เป็นจักรยานที่ออกแบบเพื่อให้ลุยได้มากกว่าเดิม สามารถปั่นได้บนทางหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น พื้นเรียบ พื้นขรุขระ กรวด และหญ้า ด้วยลักษณะยางที่หน้ากว้าง หนากว่า มีดอกยาง เพื่อให้ลุยได้มากกว่า ตัววัสดุของเฟรมจะมีความแข็งแรงเพื่อรับแรงกระแทกจากพื้นผิวทางหลายแบบ นิยมเรียกได้หลายชื่อว่า Cross Bikes หรือ CX Bikes ก็ได้เช่นเดียวกัน
Touring Bikes
Touring Bikes จะนิยมมากในหมู่นักปั่นที่ชอบเดินทางไกล เนื่องจากถูกออกแบบตัวเฟรมให้มีความทนทานสูง สามารถบรรทุกสิ่งของ กระเป๋า สัมภาระ ได้จากชั้นวางด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างก็ได้ ช่วงฐานของล้อมีขนาดยาวกว่าปกติ ให้จุดศูนย์ถ่วงที่อยู่ระหว่างกลางเพื่อง่ายต่อการควบคุมรถ รวมถึงยังมีดิสก์เบรกเพื่อง่ายต่อการหยุดรถกะทันหันในขณะที่บรรทุกของหนักๆ
จุดประสงค์ในการใช้งาน
เมื่อทราบถึงประเภทของจักรยานเสือหมอบแล้ว ต่อมาคือเราต้องรู้จุดประสงค์ในการใช้งานของตัวเองว่าจะปั่นไปทำงาน หรือเน้นใช้งานไปที่การปั่นออกกำลังกายเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องมาคิดต่ออีกว่าถ้าหากเราต้องการซื้อมาเพื่อปั่นไปทำงาน ลักษณะพื้นผิวของถนนระหว่างทางจากบ้านไปที่ทำงานเป็นรูปแบบใด เป็นทางเรียบหรือว่าขรุขระ เช่นเดียวกันถ้าหากเราซื้อมาเพื่อปั่นออกกำลังกายก็ต้องดูเส้นทางที่เราปั่นบ่อยๆ เป็นแบบไหน หากเน้นปั่นในสวนที่ถนนมีความเรียบก็อาจจะเลือกใช้เป็นจักรยานเสือหมอบที่เหมาะสำหรับทำความเร็ว เป็นต้น
เลือกขนาดจักรยานให้เหมาะสมกับรูปร่างผู้ขี่
สิ่งสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจซื้อจักรยานเสือหมอบนั้นก็คือ การเลือกขนาดของจักรยานให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ขี่ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการปรับแต่งและเลือกอะไหล่จักรยานเลยทีเดียว ซึ่งการเลือกขนาดจักรยานที่เหมาะสมจะช่วยให้การปั่นมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ยิ่งถ้าหากว่าเราต้องการจะใช้จักรยานเพื่อลงการแข่งขันก็จะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งทีมแข่งจักรยานที่มีชื่อเสียงส่วนมากจะมีทีมงานคอยวัดสัดส่วนของตัวนักแข่ง เช่น ส่วนสูง, ช่วงความยาวของขา, ความยาวของลำตัว เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลไปประกอบในการสร้างจักรยานและชิ้นส่วนให้นักกีฬาคนนั้นใช้งานได้เหมาะสมกับสรีระร่างกายให้สมดุลมากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ใช้งานสูง 179 เซนติเมตร ช่วงขาจากพื้นถึงเป้ากางเกงยาว 81 เซนติเมตร ผลลัพธ์ที่ได้คือ ควรใช้จักรยานขนาด 55 และขาจานหน้าต้องใช้ความยาว 172.5 mm จึงจะเหมาะสมและเข้ากับร่างกายมากที่สุด
งบประมาณในการซื้อ
งบประมาณหรือเงินก็คืออีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานเสือหมอบ เพราะถ้าหากมีงบประมาณที่พร้อมจ่ายอย่างชัดเจนก็จะทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ามีงบในการซื้ออย่างจำกัดลองศึกษาดูรุ่นราคาที่จับต้องได้ หรือเข้าไปที่ร้านขายจักรยานและสอบถามพนักงานเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกซื้อ เพื่อที่เราจะได้รุ่นจักรยานที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและตอบโจทย์ในเรื่องของราคาได้อีกด้วย
สรุป
การเลือกซื้อจักรยานเสือหมอบมาไว้ใช้งานสักหนึ่งคันจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากมีการเตรียมข้อมูลและศึกษามาเป็นอย่างดีก็จะทำให้มีตัวเลือกที่ชัดเจน การเลือกซื้อก็จะมีปัจจัยหลายๆ อย่างมาเกี่ยวข้องประกอบการตัดสินใจที่ดีก็จะทำให้เราได้จักรยานเสือหมอบที่เหมาะสมกับตัวเองและถูกใจเรามากที่สุด
เมื่ออ่านจบแล้วใครที่กำลังมองหาจักรยานมือสองหรือว่าอะไหล่สำหรับตกแต่ง สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ของดีราคาถูกกันได้เลย












