May 11, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
บรรยากาศบ้านริมน้ำและวิถีชีวิตริมแม่น้ำแม่กลองที่มองจากท่าน้ำของ Somdul Agroforestry Home
พูดถึงวิถีชีวิตริมน้ำหรือบรรยากาศความร่มรื่นของบ้านริมน้ำ เชื่อว่าหนึ่งในโลเคชันที่หลายๆ คนนึกถึงน่าจะมี “แม่น้ำแม่กลองแห่งจังหวัดสมุทรสงคราม” อย่างแน่นอน เพราะตลอดสองฝั่งแม่น้ำสายนี้เต็มไปด้วยบ้านริมน้ำน้อยใหญ่ บ้านเก่าดั้งเดิมสลับบ้านโมเดิร์นสร้างใหม่ ผสมผสานการใช้สอยทั้งที่เป็นบ้านพักอาศัยและพื้นที่ธุรกิจอย่างคาเฟ่และโฮมสเตย์ จนกลายเป็นเสน่ห์ของเมืองสามน้ำที่หลายคนปักหมุดจะไปเยือน
Somdul Agroforestry Home เป็นหนึ่งในบ้านริมน้ำที่สามารถดื่มด่ำความงามของแม่น้ำแม่กลองตลอดทั้งวัน ซึ่งวันนี้เราได้รับเกียรติจากหนึ่งในคีย์หลักของกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ช่วยกันสร้างสรรค์พื้นที่แห่งนี้ “เอี่ยม – อติคุณ ทองแตง” มาเป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวของศูนย์เรียนรู้ด้านวนเกษตรและคาเฟ่นั่งสบายแห่งนี้
บ้านริมน้ำตากอากาศสู่วนเกษตรแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
ก่อนที่จะเป็น Somdul Agroforestry Home ที่เปิดต้อนรับทุกคนในวันนี้ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นบ้านริมน้ำตากอากาศของครอบครัวทองแตง ซึ่งคุณพ่อของเอี่ยมซื้อไว้ตั้งแต่เอี่ยมยังไม่เข้าโรงเรียนประถมด้วยซ้ำ
อาณาเขตของบ้านริมน้ำมีพื้นที่กว่า 15 ไร่ บริเวณทางเข้าที่ติดถนนหลักสายเดียวกับที่ใช้มาตลาดน้ำอัมพวาเต็มไปด้วยต้นสักสูงชะลูดซึ่งถูกไว้ตั้งแต่สมัยเจ้าของเก่า ผสมผสานกับร่องสวนมะพร้าวและส้มโอ อันเป็นภาพชินตาหากใครมาเที่ยวสมุทรสงครามบ่อยๆ ส่วนพื้นที่ด้านในที่ติดกับแม่น้ำแม่กลองถูกจัดสรรให้เป็นโซนพักอาศัย
เอี่ยม-อติคุณ ทองแตง กับเจ้าบาน๊อฟฟี่ สุนัขขี้อ้อนที่พร้อมต้อนรับทุกคนสู่ Somdul Agroforestry Home
เอี่ยมเล่าจุดเริ่มต้นของการปรับบ้านริมน้ำที่เคยพักอาศัยมาเป็น Somdul Agroforestry Home ว่า
“ที่จริงส่วนที่เป็นคาเฟ่ เราไม่มีแพลนที่จะทำตั้งแต่แรก เราต้องการทำเกษตรมากกว่า เพราะกลุ่มเพื่อนที่ร่วมกันทำที่นี่ต่างเป็นนักอนุรักษ์ เป็นอาสาไปช่วยงานด้านการอนุรักษ์ตั้งแต่มหาวิทยาลัย เวลาเราไปอยู่ในป่า เราสัมผัสถึงอุณหภูมิที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เราเห็นสิงสาราสัตว์ เห็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เห็นการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติ เลยเป็นแพชชันของกลุ่มว่า เราอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม”
อาคารหลังคาทรงจั่วดูกลมกลืนไปกับบริบทของวนเกษตร
ซึ่งแม้เอี่ยมจะเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ แต่ด้วยความสนใจทำให้เขาและเพื่อนๆ ต่อยอดความรู้เกษตรกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งอบรมศาสตร์พระราชากับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เรียนรู้เกษตรจากปราชญ์ชาวบ้าน และเข้าไปศึกษาดูงานอีกหลายที่ จนจบลงด้วยการตัดสินใจทำ “วนเกษตร” ซึ่งได้แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากบ้านสวนออนซอนของพ่อเลี่ยม บุตรจันทรา
“คอนเซ็ปต์ของ Somdul Agroforestry Home ประกอบด้วย 3 เรื่องหลัก คือ ธรรมชาติ สุขภาพ และการพึ่งพาตนเอง เราให้ความสำคัญกับธรรมชาติเป็นอันดับหนึ่ง ทุกอย่างที่ทำต้องไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ของที่เรากินเราใช้ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งหากเราทำได้สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของสุขภาพ เพราะเราไม่เอาเคมีเข้าสู่ร่างกาย”
วนเกษตร คือ ระบบเกษตรกรรมที่ทำในพื้นที่ป่าและการสร้างระบบเกษตร ให้มีลักษณะเลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ เช่น ปลูกพืชแซมในพื้นที่ป่าธรรมชาติ นำสัตว์ไปเลี้ยงในป่า เก็บผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันที่ Somdul Agroforestry Home ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมภายในสวนของตัวเอง
ดีไซน์วนเกษตรให้เหมาะกับชาวสวนบ้านริมน้ำ
เอี่ยมบอกกับเราว่า หลักการทำกสิกรรมยั่งยืนหรือการทำวนเกษตรนั้น จะต้องไม่ปรับเปลี่ยนอะไรที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ รวมไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำมาแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นการดีไซน์พื้นที่วนเกษตรของ Somdul Agroforestry Home จึงยังคงอยู่ในบริบทของชาวสวนบ้านริมน้ำที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้
“เราไปเรียนมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายต้องกลับมาดูพื้นที่ของเราว่ามีอะไรบ้าง แล้วจึงต่อ ยอดทางนั้น อย่างของเรามีร่องสวนซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ดีมากอยู่แล้วในการบริหารจัดการพืชสวนให้เขามีระบบน้ำที่สมบูรณ์ ทำให้พืชอยู่ได้ด้วยตัวเองและสร้างผลผลิตได้ดีตรงนี้เราก็เก็บไว้และพัฒนาให้ดีขึ้น หรืออย่างป่าสักด้านหน้าหรือต้นไม้ใหญ่ที่เรามี เราไม่ทำอะไรเลย แต่ใช้การปลูกเพิ่มเพื่อให้มันเกิดระบบนิเวศน์แบบป่า ตรงไหนว่างเราก็เอาไม้ใช้ประโยชน์อย่างไม้เนื้อแข็งมาลง เน้นปลูกครบไม้ 5 ระดับ สูง กลาง เตี้ย เรี่ย และไม้หัวใต้ดิน ตามหลักป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง”
ทางเข้าล้อมด้วยต้นสักอายุมากกว่า 30 ปี แทรกด้วยร่องสวนตามวิถีชีวิตดั้งเดิม
เอี่ยมยังโชว์ให้เราเห็นถึงการผสมผสานของต้นไม้ระดับต่างๆ ที่สามารถปลูกในสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าแล้วสามารถเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นต้นโกโก้ กาแฟ พืชสมุนไพร อย่างพิลังกาสา ชะวง เอื้องหมายนา โปร่งฟ้า อ่อมแซ่บ ผักสวนครัวต่างๆ ฯลฯ ตลอดจนการอยู่ร่วมกันกับผึ้งชันโรงที่ช่วยให้ระบบนิเวศเล็กๆ ของอดีตบ้านริมน้ำแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การทำวนเกษตรในบริบทของบ้านริมน้ำ เอี่ยมบอกว่าค่อนข้างยาก เพราะสภาพแวดล้อมแทบไม่ตรงกับในตำราที่ร่ำเรียนมาเลย อีกทั้งยังต้องอาศัยเวลาทำความรู้จักพื้นที่ของตัวเอง พร้อมกับเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
“อย่างของกสิกรรมธรรมชาติเขาพูดเรื่องโคกหนองนา แต่พื้นที่ของเราเป็นที่ดินติดน้ำ เป็นร่องสวน เราจะขุดหนองทำไมในเมื่อมีน้ำอยู่รอบๆ เต็มไปหมด แต่ถึงเราไม่ต้องห่วงเรื่องไม่มีน้ำก็ต้องระวังเรื่องน้ำเค็ม เพราะช่วงหลังๆ มาน้ำทะเลหนุนมาถึงแถวนี้เลย ซึ่งเราต้องทำเขื่อนกักน้ำ หรือดึงน้ำขึ้นมาเก็บใส่ถังไว้ใช้ยามที่น้ำเค็ม แล้วก็ใช้เครื่องวัดความเค็มเข้ามาช่วย ไม่ต้องชิมน้ำเหมือนสมัยก่อน”
ดังนั้นการทำเกษตรจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของพื้นที่ รู้จักเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสม รวมไปถึงประยุกต์ความรู้ยิบย่อยเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บ้านของผึ้งชันโรงมีอยู่ทั่วเขตบ้านริมน้ำ ซึ่งเอี่ยมเล่าว่าผึ้งนั้นเซ็นซิทีฟต่อยาฆ่าแมลงมาก หากสวนหรือฟาร์มไหนมีผึ้งอยู่อาศัยแล้วล่ะก็ สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดการทำเกษตรแบบไร้สารเคมีได้เลย
เปลี่ยนบ้านริมน้ำให้กลายเป็นคาเฟ่สไตล์ Farm-to-Table
“พอเริ่มทำวนเกษตรได้พักหนึ่งก็ถึงจุดที่ว่าเราอยากทำให้มันเป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย ให้คนอื่นได้เข้ามาเห็นเหมือนที่เราเคยไปดูจากหลายๆ ศูนย์ โดย Somdul Agroforestry Home ทำหน้าที่เป็นบันไดเชื่อมต่อระหว่างคนเมืองที่เหมือนกับเราทั้งหกคนอยู่ในเมืองทั้งหมดเลยแล้ว กับคนที่สนใจอยากทำเกษตรที่ยังอาจไม่เข้าใจ หรือไม่มี Know-How หรือไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ มาแลกเปลี่ยนกัน ให้คำแนะนำที่เรารู้ หรือแนะนำต่อเพื่อให้เขาได้คำตอบจากผู้รู้จริงๆ”
ดังนั้น เพื่อดึงดูดให้คนสนใจเข้ามาจึงมีการปรับปรุงบริเวณบ้านริมน้ำให้เป็นคาเฟ่สวย โดยสร้างอาคารหลังคาทรงจั่วสูงเพิ่มขึ้น 1 หลังเป็นผลงานออกแบบจากสถาบันอาศรมศิลป์ และต่อเติมบ้านริมน้ำหลังเดิมให้ทันสมัยและรองรับการใช้งานได้มากขึ้น
มุมนั่งสบายท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ของคาเฟ่สไตล์บ้านริมน้ำ
บรรยากาศคาเฟ่ของ Somdul Agroforestry Home เป็นไปอย่างเรียบง่าย ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน รวมไปถึงอิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์ Farm-to-Table ที่พวกเขาตั้งใจปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก
“เดิมทีหน้าบ้านริมน้ำจะเป็นสระว่ายน้ำและก็ถูกทิ้งร้างเป็นบ่อบัวอยู่พักใหญ่ ตอนรีโนเวทเราคิดหนักมากว่าจะเก็บบ่อไว้หรือทำอย่างไรดี สุดท้ายเราตัดสินใจทำบ่อให้แตกเผื่อต้นไม้จะไชรากต่อได้ และถมดินลงไปเพื่อทำเป็นแปลงผักสาธิตให้คนที่มาได้เรียนรู้ รวมถึงเอามาปรุงเป็นอาหารเสิร์ฟในร้านด้วย”
เอี่ยมยังการันตีความสดใหม่ของอาหาร Farm-to-Table ด้วยเมนูที่ต่อยอดจากสิ่งที่มีในวนเกษตรของเขาบวกกับความสามารถที่ทำได้ดีจนสร้างสรรค์เป็นเมนูซิกเนเจอร์จากวัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากน้ำผึ้งชันโรงกับ “Stingless Bee Honey and Cold Brew” ไข่สดจากแม่ไก่ที่เลี้ยงอยู่ในป่าสัก มะพร้าวน้ำหอมจากโซนร่องสวน รวมไปถึงไอศกรีมกะทิที่คั้นสดจากมะพร้าวแกงที่เพิ่งตัดภายใน 1 วัน
“เราได้มะพร้าวเป็นลูกตอนเช้าแล้วเอามาปั้นคั้นแล้วทำเป็นไอศกรีมตอนเย็น เพราะฉะนั้นไอศกรีมจะเสร็จภายใน 1 วัน จึงสดมาก มันเลยเป็นสิ่งที่เราภูมิใจนำเสนอ ถ้าถามว่ามีร้านไหนขายไอศกรีมสดเท่าเรานี่อาจจะมีนะ แต่ถ้าชนะเรานี่หาได้ยาก เพราะถ้าไม่มีสวนเองทำไม่ได้อยู่แล้ว ซื้อที่ตลาดยังไงของก็พักค้างคืนมาวันหนึ่งแล้ว เรียกว่าเป็นไอศกรีมมะพร้าวออแกนิคมากและเรายังพัฒนาสูตรโดยหาเบลนด์กาแฟมาทำเป็น Affogato ซึ่งการทำกาแฟของสมดุลก็เป็นเรื่องที่ลงลึก เพราะตรงกับคอนเซ็ปต์วนเกษตร และเรายังหลงใหลเสน่ห์ของกาแฟที่มีทั้งกลิ่นและรสชาติให้ลิ้มลองไม่แพ้ไวน์เลยทีเดียว”
เปลี่ยนสระว่ายน้ำประจำบ้านริมน้ำให้กลายเป็นแปลงผักสวนครัว
Somdul Agroforestry Home บ้านริมน้ำ วนเกษตร และคาเฟ่สุดชิล
เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบ ทั้งบรรยากาศสุดชิลของคาเฟ่บ้านริมน้ำและความรู้ด้านวนเกษตร ซึ่ง Somdul Agroforestry Home ยังคงพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างเครือข่ายเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ ผ่านเวิร์คช้อปต่างๆ เช่น การเลี้ยงผึ้งชันโรง ปลูกผักสลัด เวิร์คช้อปกาแฟ ไปจนถึงการฟื้นฟูนกนักล่า (นกแสก) เพื่อหวังในการลดประชากรหนูโดยไม่ต้องใช้ยาเบื่อ เป็นต้น
โดยเอี่ยมบอกกับเราว่าพื้นที่แห่งนี้เปิดต้อนรับทุกคน แม้ความตั้งใจแรกจะเข้ามาเพราะเห็นภาพคาเฟ่สวยๆ แต่ถ้าเข้ามาแล้วเขาได้สัมผัสกับความร่มรื่น รู้สึกว่ามีต้นไม้เยอะๆ แบบนี้ดี หรือเด็กๆ มาแล้วได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ได้เข้าไปเก็บไข่และรู้ถึงการอยู่ร่วมกัน หรือมีคนสนใจมาแลกเปลี่ยนจนสร้างแรงบันใจให้เขาเหล่านั้นไปพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบ้านของตัวเอง ก็เท่ากับเป็นผลกำไรความสุขของศูนย์เรียนรู้อย่าง “Somdul Agroforestry Home” ที่จะสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ด้วยความเกื้อกูลและยั่งยืน
สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของบ้านริมน้ำบรรยากาศดีสไตล์ Somdul Agroforestry Home หรือบ้านพร้อมที่ดินขนาดใหญ่เหมาะสำหรับทำวนเกษตร สามารถค้นหาเพิ่มเติมกับ Kaidee Property กันได้เลย เรามีหลากหลายทำเลให้เลือกจนพอใจ
Somdul Agroforestry Home
ที่อยู่ : 9 หมู่ 2 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร : 09 8362 9894
Facebook: www.facebook.com/somdulhome/
Feb 18, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ผ่านตรุษจีนมาหมาด ๆ จะไม่ไปเที่ยวจิบน้ำชาเที่ยวคาเฟ่จีนก็ดูจะตกเทรนด์ไม่น้อย วันนี้เราจะพาไปส่องคาเฟ่จีนสุดหว่องในซอยเจริญกรุง 20 ที่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่อาทิตย์ก็ได้เสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากนักจิบชาและสายถ่ายรูป
ชั้นแรกเป็นคาเฟ่
ตัวตึกมีสามชั้น
ชั้นที่สองและสามเปิดให้เข้าพักและเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายรูป
พาส่องคาเฟ่สุดหว่อง
ต้องออกตัวก่อนว่าทีแรกผู้เขียนมากับเพื่อนตั้งใจจะใช้เวลาช่วงเสาร์บ่าย ๆ ในการจิบชาพักผ่อน แต่คาเฟ่มันก็เก๋ซะเหลือเกินจนเราอดใจไม่ไหว ต้องขอทำคอนเท้นต์ซะหน่อย แล้วก็ช่างเป็นโชคของเราที่ทั้งเจ้าของร้านและคุณสถาปนิกต่างก็อยู่ร้านพอดี จึงทำให้ได้รู้ประวัติพร้อมการตกแต่ง คอนเซ็ปต์แบบเจาะลึกอย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนได้รู้มาก่อน!
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
เมื่อมาถึงหน้าร้านจะเห็นได้ว่า ทั้งตึกนั้นถูกรีโนเวทเป็นบ้านสไตล์จีน ทั้งสีสัน ลายไม้ แม้แต่ตัวประตูเองก็ทำเป็นบานวงกลม ซึ่งจะสังเกตได้ว่าตัวบ้านตั้งอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่เป็นตึกแถวและย่านชุมชนคนจีน
จะมาถ่ายรูปตอนกลางคืนก็ได้ฟีลไปอีกแบบ
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
อะไรทำให้กลับมารีโนเวทและทำให้บ้านกลับมามีชีวิต?
คุณช้างเล่าว่าด้วยความที่คุณพ่อของเขารักและเติบโตที่บ้านนี้ เขาเลยตัดสินใจรีโนเวทให้บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ซึ่งแต่ก่อนนั้นครอบครัวของคุณช้างอยู่อาศัยในบ้านนี้มาตั้งแต่รุ่นอากงที่มาจากซัวเถา จนถึงปัจจุบันนับได้ 3 รุ่นแล้ว ทั้งคุณพ่อและคุณช้างเองก็เกิดและเติบโตที่นี่ จนมาวันหนึ่งครอบครัวขยับขยายเลยต้องย้ายออกไปและปิดบ้านหลังนี้ไว้ถึง 5 ปี ก่อนจะริเริ่มไอเดียรีโนเวทบ้าน
ที่มาของชื่อ “ไฉ่ย้ง”และตัวอักษรจีน 财荣 บนโลโก้?
คุณช้างบอกว่าโลโก้มาจากอักษรมงคลสองตัว คือ“ไฉ่”(财) มาจากคำว่า ฮกไช้ ที่แปลว่าร่ำรวย ส่วน “ย้ง” (荣)แปลว่า รุ่งเรือง นำมารวมกันกับโลโก้สีแดงจะให้ความหมายที่ดี
ทีนี้บางคนอาจสงสัยว่าทำไมคุณช้างไม่เปิดเป็น Hostel เต็มรูปแบบเพราะอาจจะฮิตและติดลมบนได้ง่าย ๆ เลย
คุณช้างให้คำตอบไว้ว่า
ถ้าทำโฮสเทลอาจจะรับคนได้แค่ 50-60 คน แล้วบ้านอาจจะทรุดโทรมลงตามกาลเวลาอีก ผมรักบ้านหลังนี้ อยากทำอะไรที่ยั่งยืนกว่า
จนคุณช้างได้มาเจอรุ่นน้องสถาปนิก “คุณธี” ทั้งสองคนจึงร่วมกันออกแบบเลือกวัสดุและทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างจีนเซี่ยงไฮ้และจีนฮ่องกงสไตล์หว่องในบ้านหลังนี้ได้อย่างลงตัวโดยที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็น “บ้าน” เอาไว้
ตอนเราทำเราเสนอไปสองโทน หนึ่ง “จีน” คือจะมีความเอิร์ธโทน พื้นขาว ผนังขาว ใช้ไม้ดำและหิน ส่วนอีกโทน เราอยากใส่อะไรที่มันเป็นสีสันลงไป คุณธีกล่าว
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
เราโตมากับหนังหว่องกาไว เลยเป็นที่มาของการจัดแสง และโทนสีแบบนี้ที่ผสมระหว่างเซี่ยงไฮ้กับฮ่องกง
คุณธี ผู้เป็นสถาปนิกดูแลการออกแบบไฉ่ย้งกล่าว
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
แต่เราไม่อยากให้มันจีนจนเลี่ยนเกินไปเลยเลือกแค่สีเด่น ๆ นอกนั้น เช่น เพลงที่เลือก ของที่ใช้ตกแต่ง จะไม่จีนจ๋า
ซึ่งประโยคนี้ก็ตอบคำถามเราได้ดีเลยว่าทำไมเป็นคาเฟ่จีนแต่กลับได้ยินเพลงบรรเลงอย่าง Cinema Paradiso คลอบรรยากาศเบา ๆ นอกจากนี้คุณช้างยังตัดสินใจให้ร้านทำกาแฟแบบไม่มี Espresso Machine และใช้กรรมวิธี Cold Brew แทน เพื่อที่จะได้ไม่มีเสียงของเครื่องชงกาแฟมารบกวนช่วงเวลาการพักผ่อน
ในเรื่องของตกแต่งเราสังเกตเห็นได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียด อย่างเช่นกระเบื้อง ทางคุณช้างได้เลือกเป็นกระเบื้อง Versace สีเขียวแบบเข้ากันกับ Theme บ้าน
สำรวจข้างล่างแล้วก็ขึ้นไปดูชั้นบนกันบ้าง ผนังปูนตอนเดินขึ้นไปสังเกตว่าจะเป็นการฉาบแบบไม่เรียบ สไตล์ Loft ทางคุณช้างเล่าว่าต้องใช้ช่างเพียงคนเดียวในการทำเพราะถ้าใช้หลายคน การปาดปูน และ Texture จะออกมาต่างกันและไม่สม่ำเสมอ
ภาพผนังปูนสไตล์ Loft
ภาพหน้าต่างไม้ฉลุที่คุณช้างสั่งทำด้วยการเลเซอร์คัต
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
เดินมาถึงชั้นบนกันแล้วจะเห็นว่าการจัดแสงสีจะเป็นสีแดง และมีโคมไฟตกแต่งยาวมาจากชั้นบนสุด
ชั้นสองและชั้นสามเปิดให้เข้าพักโดยคงคอนเซ็ปต์บ้านเอาไว้ คุณช้างบอกว่าอยากให้คนเข้าพักรู้สึกเหมือนมาพักบ้านอากงอาม่า โดยคอนเซ็ปต์ “บ้าน” นี่เองที่ทำให้ตั้งใจเลือกเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นด้วยตัวเอง อย่างเช่นเตียงจะเป็นเตียงไม้สักทั้งหลัง
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
หากใครตาดีจะสังเกตเห็นว่าภาพตกแต่งบนหัวเตียงนั้นแบ่งออกเป็นมังกรและหงส์ ส่วนห้องเตียงแยกนั้นกลับเป็น มังกรทั้งสองด้าน
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
ในจุดนี้ได้คุณช้างตอบปนขำว่า “เตียงคู่ก็เลยต้องเป็นมังกรคู่หงส์ แต่พอเตียงแยกก็อาจจะเป็นเพื่อนมาพักด้วยกัน เลยให้เป็นมังกรคู่มังกร”
พอถามว่าทำไมถึงใส่ใจในทุกรายละเอียด คุณช้างตอบอย่างอบอุ่นใจว่า
ผมใช้เวลาทำบ้านนี้ 2 ปี ไม่มองจุดคืนทุน
เพราะมันคือความสุข
มันประเมินค่าไม่ได้
ผมถือว่าได้ซ่อมบ้าน
ชิมชนมดื่มชา
เดินชมบรรยากาศกันพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาชิมขนมดื่มชา โดยขนมของร้านนี้จะมีให้เลือก 7 เมนู คือ
1.พายมะพร้าว
2.ส้มเชื่อม
3.บ๊วย
4.ถั่วตัด
5.อ้ายหยู้น้ำลำไย
6.ชุดขนมเปี๊ยะไส้ถั่วและมันหวาน
7.ชุดขนมเปี๊ยะไส้ฟักและสังขยา
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
ตัว Signature จะเป็น “อ้ายหยู้น้ำลำไย”
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
นอกจากนี้ทางร้านยังมีชาให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้ง ชาเขียว ชาขาว และอู่หลงนับ 10 ชนิด เช่น ทิกวนอิม และต้าหงเผา ส่วนใครที่กลัวนอนไม่หลับจากคาเฟอีน ทางร้านยังมีชากุหลาบ Organic ที่ปีหนึ่งสามารถเก็บได้ครั้งเดียวไว้บริการอีกด้วย
ขอขอบคุณรูปภาพจากเพจ ไฉ่ย้ง
สรุปท้ายบทความ
“ไฉ่ย้ง” ร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่น และถูกทำให้เป็นที่จดจำมากขึ้นในรุ่นที่สาม นับว่าเป็นการรีโนเวทที่ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม อ่านรีวิวคาเฟ่ไปพอหอมปากหอมคอกันแล้ว แวะเข้ามาชมชุดชงชาทั้งแบบจีนและญี่ปุ่นได้ที่ Kaidee
Oct 8, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ช่วงหลังมาเทรนด์คาเฟ่ฮอปปิง (Cafe Hopping) ได้รับความนิยมขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากเฟสบุคและอินสตาแกรมของเพื่อนเราช่วงวันหยุด ต้องมีใครสักคนในไทม์ไลน์เช็กอินร้านกาแฟเก๋ๆ ซึ่งร้านที่คัดมาแนะนำวันนี้เอาใจสายกาแฟเป็นหลัก เน้นแนว Special Coffee มั่นใจได้เลยว่า มาทั้งทีต้องได้กินกาแฟดี! และมีรูปสวยแน่นอน
1.นานาคอฟฟี่โรสเตอร์ Nana Coffee Roaster@Niche 3
Credit : www.facebook.com/nanacoffeeroasters/
ใครที่มีใจหลงใหลในกาแฟ เชื่อได้ว่าต้องมีนานาคอฟฟี่อยู่ในลิสต์ร้านโปรดแน่นอน การันตีด้วยบาริสต้าดีกรีแชมป์ระดับประเทศ ที่จะรังสรรค์กาแฟแก้วพิเศษให้คุณ ผ่านการชงแบบไซฟอน ดริป ไนโตร ฯลฯ เรียกว่าจบครบทุกความต้องการ ส่วนบรรยากาศในร้านก็ดีงามไม่แพ้กัน ตกแต่งแนวลอฟต์ฟีลอบอุ่น ด้วยคอนเซปต์ “Party Space and Design”
นอกจากนี้อีกสิ่งที่ประทับใจ คือความเป็นกันเองและรักในที่สิ่งที่ทำของเจ้าของ ระหว่างที่เรากำลังดื่มด่ำกับกาแฟ คุณจะได้ยินเสียงของพี่กุ้งเจ้าของร้าน เดินแจกรอยยิ้มและถามไถ่ถึงคุณภาพของกาแฟอยู่เสมอ
ที่อยู่ : โครงการ Niche 3 ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม (ใกล้กับซอยประดิษฐ์มนูญธรรม 3) วังทองหลาง กรุงเทพ
เวลาเปิด-ปิด : 07.00-20.00 น. ทุกวัน
เมนูเด็ด : Signature Kanda กาแฟดำสกัดเย็นผสมชาผลไม้ ราคา 250 บาท // มีเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/nanacoffeeroasters/
2.แฟคทอรี่คอฟฟี่ Factory Coffee
ในชีวิตจะมีโอกาสสักกี่ครั้ง ที่บาริสตาระดับโลกจะยกกาแฟมาเสิร์ฟคุณตรงหน้า แฟคทอรี่คอฟฟี่ทำให้ฝันของหลายคนเป็นจริงได้ เพราะที่นี่รวมเอาบาริสตามือฉมังไว้มากที่สุดในกรุงเทพ ทั้งยังสนับสนุนเกษตรกรไทยจากเชียงราย ด้วยการใช้เมล็ดกาแฟพญาไท เอกเพรสโซที่ปลูกในอำเภอแม่สายเป็นเมนหลัก
เสริมทัพด้วยเมล็ดกาแฟจากโคลัมเบียและเอธิโอเปีย ทั้งยังใช้กาแฟตัวอื่นๆ จากโรงคั่วต่างประเทศ ซึ่งแต่ละเดือนจะพากันสลับสับเปลี่ยนมาให้ลองชิมอยู่เรื่อยๆ ขณะที่ตัวร้านเองตกแต่งได้มีเอกลักษณ์ มาในตีมโรงงานกาแฟ ออกแนวดิบๆ แต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
ที่อยู่ : 49 พญาไท ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ
เวลาเปิด-ปิด : 08.30-18.00 น. ทุกวัน
เมนูเด็ด : แบล็กโกโก้เย็น (Black Cocoa Yen) ราคา 200 บาท, โฮโนลูลู (Honolulu) 120 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/factorybkk/
3.เรดไดมอนด์คอฟฟี่ Red Diamond Coffee
Credit : www.facebook.com/Reddiamondthailand
เมื่อบริษัทเครื่องทำกาแฟรายใหญ่ของไทย “Intercof” ก้าวเข้าสู่วงการร้านกาแฟทั้งที แน่นอนว่าเรดไดมอนด์ย่อมเป็นคาเฟ่ที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ที่นี่โด่งดังเรื่อง Special Coffee มาหลายปี มีจุดเด่นเป็นเครื่องชงกาแฟแบบ Steampunk เพียงร้านเดียวในกรุงเทพ! ซึ่งรวมเอาสไตล์การชงแบบไซฟอนและเฟรชเพรสไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยเมล็ดกาแฟคุณภาพกว่า 60 ชนิดทั่วทุกมุมโลก โดยแต่ละเดือนชนิดกาแฟจะไม่เหมือนกัน บางวันมีกาแฟพิเศษที่แต่ละวันมีเพียงสิบแก้ว ทั้งนี้ถ้าใครอยากได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ ลองแวะไปพูดคุยกับบาริสตาดูได้ (สาขาเยอะมาก)
ที่อยู่ : 733 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วน) วังทองหลาง กรุงเทพ
เวลาเปิด-ปิด : 07.00-18.00 น. ทุกวัน
เมนูเด็ด : แนะนำกาแฟจากเมล็ด Godfather เป็น Signature Blend ของที่นี่ เริ่มต้นที่ 150 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/Reddiamondthailand
4.รูตส์คอฟฟี่ Roots Coffee
Credit : www.facebook.com/RootsBkk
“กาแฟที่ดีคือการให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการผลิต” เป็นความตั้งใจหลักของคุณวรัตต์เจ้าของร้าน ดีกรีแชมป์บาริสตาระดับประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยไปแข่งขันระดับโลกมาแล้ว แรกเริ่มรูตส์มีชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟอันดับต้นๆ ของไทย ใครที่คลุกคลีในวงการนี้น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
ไม่แปลกใจที่เมล็ดกาแฟของร้านนี้จะเฉิดฉาย มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างเอธิโอเปีย บราซิล ปานามา รวมถึงใช้เมล็ดกาแฟจากอ.ปางขอนของเชียงราย ช่วงหลังมานี้ทางร้านพยายามใช้กาแฟของไทยมากขึ้น เพราะอยากสนับสนุนชาวบ้านและอยากผลักดันวงการกาแฟไทยให้พัฒนาไปอีกระดับ ด้วยการมีแคมเปญน่ารักๆ คือทุกแก้วที่ลูกค้าใช้เมล็ดกาแฟไทย รายได้ส่วนหนึ่งจะถูกส่งตรงถึงเกษตรกร
ที่อยู่ :โครงการ The COMMONS, ทองหล่อ 17 (อีกสองสาขามีที่ศาลาแดงและสาธร)
เวลาเปิด-ปิด : 08.00-19.30 น. ทุกวัน
เมนูเด็ด : กาแฟออริจอนัลรูตส์ (The Original Roots Coffee) ราคา 180 บาท, เชคเชอร์รีโคล่าโฟลต (Shake Cherry – Cola Float) ราคา 180 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/RootsBkk/
5.มาเทอโรสเตอร์ Mother Roaster
Credit : /www.facebook.com/motherroaster
เจ้าของร้านและบาริสตามือหนึ่งของมาเทอโรสเตอร์คือคุณยายพิมวัย 70 ปี ฉะนั้นชื่อร้าน Mother ไม่ได้มาแบบลอยๆ แต่อย่างใด ทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้ามาในนี้ กลิ่นกาแฟที่คละคลุ้งจะลอยโอบล้อมต้อนรับผู้มาเยือนเป็นอย่างดี ทุกๆ เช้าเมล็ดกาแฟอาราบีกากว่า 40 ชนิดทั้งไทยและเทศ จะผ่านการคั่วในกระทะเหล็กด้วยแรงแขนของคุณยายพิม เป็นซิกเนเจอร์แสนเก๋
แสดงถึงความตั้งใจและใส่หัวใจลงไปในกาแฟทุกถ้วยได้เป็นอย่างดี ความที่คุณยายชอบกินกาแฟทุกเช้ามาตั้งแต่สาวๆ เลยเริ่มศึกษามาเรื่อยๆ ก่อนตั้งใจเปิดร้านนี้ขึ้นมาเพื่อคลายเหงา ต้องการให้มีพื้นที่ของคนสูงอายุออกมาพบปะพูดคุยกัน ที่สำคัญคุณยายยังคิดกาแฟเองทุกสูตร เฟี้ยวมากๆ
ที่อยู่ : ตลาดน้อย ตรอกศาลเจ้าโรงเกือก (ซอยเจริญกรุง 22) กรุงเทพ
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์
เมนูเด็ด : ลาเต้เย็น (Iced Latte on The Rok) 80 บาท, กาแฟนม (Single Snow White) 90 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/motherroaster/
สังเกตได้ว่าร้านกาแฟที่แนะนำไป เริ่มต้นจากความรักของเจ้าของร้านเป็นที่ตั้งแทบทั้งนั้น หากคุณเป็น
คนหนึ่งที่หลงใหลในกาแฟ ลองให้ Kaidee เป็นจุดเริ่มต้นความรักของคุณ ด้วยการมองหาอุปกรณ์
ทำกาแฟง่ายๆ หรือเมล็ดกาแฟที่ดี เพียงแค่นี้กาแฟของคุณก็กลายเป็น Special Coffee ในแบบตัวเอง