เปลี่ยนไอเทมเชยๆ ให้ใส่ได้อีกครั้ง ไม่อายใคร

เปลี่ยนไอเทมเชยๆ ให้ใส่ได้อีกครั้ง ไม่อายใคร

มันเริ่มมาจากคำพูดเหล่านี้…

“ใส่มาอีกแล้ว” 

“มีเสื้อตัวเดียวเหรอ” 

“ทำไมใส่ตัวนี้บ่อยจัง”

คำพูดเหล่านี้ ทำให้เราหมดเวลาทุกเช้าไปกับการคุ้ยตู้เสื้อผ้า เพราะไม่รู้จะใส่อะไรดี แม้ว่าเสื้อผ้าจะเต็มตู้ แต่ทำไมดันรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะใส่ ถึงมีก็มีแต่เสื้อผ้าเชยๆ ที่ถ้าจะหยิบมาใส่ตอนนี้คงดูเปิ่นน่าดู ในขณะเดียวกัน ถ้าจะให้ซื้อใหม่ก็เสียดายสตางค์ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้อีก….ทำยังไงดี….

หนึ่งเหตุผล ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะใส่ แม้ในตู้เสื้อผ้าจะแทบไม่มีที่แขวนแล้วก็ตาม นั่นก็เพราะเสื้อผ้าที่เราซื้อมาส่วนใหญ่นั้น ล้วนแต่เป็นเสื้อผ้า ‘Fast Fashion’ (ฟาสต์แฟชั่น) หรือที่แปลเป็นภาษาไทยอย่างตรงตัวว่า เสื้อผ้าตามเทรนด์ที่มาไว และไปไว นั่นเอง

ฟาสต์แฟชั่น ไม่ได้มีผลเสียโดยตรงแค่กับกระเป๋าสตางค์ของเราเท่านั้นนะคะ แต่มันกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าๆ เอ้าท์เทรนด์ในตู้ของเพื่อนๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไอเทมฮ็อตฮิต ให้กลับมาใส่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องอายใคร 

แต่ก่อนที่เราจะไปดูเทคนิค การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเชยๆ กัน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า ‘ฟาสต์แฟชั่น’ มันคืออะไรกันแน่

Fast Fashion (แฟชั่นฉาบฉวย)

‘ฟาสต์แฟชั่น’ เป็นคำที่ใช้เรียก อุตสาหกรรมเสื้อผ้า ที่มีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการตามเทรนด์ที่ไม่สิ้นสุดของผู้บริโภค ซึ่งเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเป็นเสื้อผ้าที่ถูกผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปริมาณที่มาก (Mass Product) ทั้งนี้ก็เพื่อตอนสนองความต้องการตามเทรนด์ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือการผลิตเสื้อผ้าให้ทันเวลาความรู้สึก “ของมันต้องมี” ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนผันไปแทบทุกวัน 

นอกจากนี้เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นนั้นก็มีราคาไม่แพง จึงทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ไม่รู้สึกเสียดายที่จะซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่เรื่อยๆ ดังนั้น ผลที่ตามมา นอกจากที่เราจะมีเสื้อผ้าล้นตู้แล้ว เสื้อผ้าพวกนี้จะกลายเป็นขยะ กลับทำลายสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เพื่อนๆ พอจะคิดออกไหมคะ ว่ามีเสื้อผ้าหลุดเทรนด์ตัวไหนบ้างที่เพื่อนๆ มีอยู่ในตู้ และยังไม่มีโอกาสทิ้งมันไปสักที ….ติ๊กต๊อก…. ติ๊กต๊อก…. คิดออกไหมเอ่ย ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เราจะได้นึกไปพร้อมๆ กัน

1. กางเกงยีนขาม้า (Boot-Cut Jean)

แม้ว่ากางเกงยีนส์จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์แฟชั่นที่ไม่มีวันตาย แถมไม่ว่าเพื่อนๆ จะอายุเท่าไร ก็สามารถใส่ได้โดยไม่ดูแก่ หรือเด็กจนเกินไป แต่อย่าลืมนะคะว่ากางเกงยีนส์มีหลากหลายรูปแบบ และไม่ใช่ว่าทุกแบบจะเป็นอมตะเสมอไป หรือได้รับความนิยมตลอดกาล ยกตัวอย่างทรงกางเกงยีนส์ ที่ในปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นของมนุษย์ป้าไปเสียแล้ว อย่างเช่น ‘กางเกงยีนขาม้า’ ค่ะ

  • กลบความป้า ด้วยผ้าพันคอเกาะอก

ใครบอกว่าผ้าพันคอจะอยู่ได้แค่บนศีรษะ …. เราสามารถเอาผ้าพันคอมาพันเป็นเกาะอกได้ง่ายๆ เพียงแค่พับผ้าพันคอ 1 ทบ ให้ได้เป็นทรงสามเหลี่ยม แล้วเอามาพันรอบหน้าอก จากนั้นก็มัดให้เป็นปมแน่นๆ ข้างหลัง เท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้เกาะอกแนวๆ แล้วยิ่งถ้าใส่คู่กับกางเกงขาม้า รับรองว่าไม่ดูเชยแน่นอน แต่เพื่อนๆ จะได้ลุควินเทจ เหมือนหลุดออกมาจากหนังยุค 90 เลยทีเดียว

2. เสื้อลายสก็อต (Flannel)

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2017-2018 เทรนด์เสื้อคลุมลายสก็อตนี้ บอกได้เลยว่า ป๊อปปูล่า สุดๆ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิงก็เป็นอันต้องหยิบเสื้อคลุมลายสก็อตมาใส่กัน เพื่อกันลมหนาวกันทั้งนั้น แม้ว่าเสื้อลายสก็อตจะเป็นแฟชั่นยอดฮิต ฆ่าไม่ตายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ต้องยอมรับว่าถ้าเอามันมาใส่ในปี 2021 อาจจะดูเฉิ่ม เชย ให้ลุคฟาร์มเมอร์(Farmer) หรือคาวบอย (Cowboy) เกินไปหน่อย

  • เปลี่ยน ฟาร์มเมอร์ เป็น ลูกคุณหนู ด้วยเสื้อคอเต่า 
ขอบคุณรูปจาก i.pinimg

วิธีที่จะช่วยเพิ่มความคลาสซี่ (Classy) ให้กับการใส่เสื้อคลุมลายสก็อต ทำให้ออกมาดูดี มีราคา ไม่เหมือนฟาร์มเมอร์อย่างเคย คือการหยิบมันมาใส่คู่กับ เสื้อคอเต่า ค่ะ เนื่องจากเสื้อลายสก็อตนั้น มีลายค่อนข้างเยอะแล้ว เสื้อคอเต่าที่เพื่อนๆ ใส่อยู่ข้างในควรเป็นสีเรียบๆ อย่างสีดำ สีครีม หรือสีขาว นะคะ

หรือใครที่อยากดูอินเทรนด์ เหมือนนางแบบอินสตาแกรมขึ้นมาอีกหน่อย เพิ่ม Accessory อย่างเช่น สร้อยคอเส้นเล็กหลายๆ เส้น หรือแหวน สีโรสโกลด์ กับสีเงิน ก็ช่วยได้ค่ะ

3. คาร์ดิแกน (Cardigan)

เชื่อเลยว่าอีกหนึ่งไอเทมที่ทุกคนจะต้องมีไว้ติดตู้เสื้อผ้าที่บ้านไว้ คงจะหนีไม่พ้น เสื้อคลุม คาร์ดิแกน แน่นอน ยังจำกันได้ไหมคะ ว่าสมัยเรียนเราใส่ คาร์ดิแกน กับชุดนักศึกษา หรือชุดนักเรียนกันบ่อยมาก จนพอโตมาแทบจะไม่หยิบ คาร์ดิแกน ตัวเก่งของเราออกมาจากตู้อีกเลย  

  • ทำลายความจำเจ โดยการพาดไหล่

จริงๆ แล้ว มีอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คาร์ดิแกน สีพื้นๆ ของเพื่อนๆ ดูเก๋ และเด่นขึ้นมาในทันที วิธีนั้นคือการนำเอา คาร์ดิแกน มาพาดไหล่ โดยการเอาแขนเสื้อคาร์ดิแกนมาผูกเป็นป่มบริเวณหน้าอก แทนการสวมเป็นเสื้อกันหนาวแบบธรรมดานั่นเองค่ะ นอกจากจะเป็นการทำให้ชุดดูสมบูรณ์มากขึ้นโดยมีคาร์ดิแกน เป็นองค์ประกอบหลักแล้ว เพื่อนๆ ยังได้ลุคแบบสปอร์ตๆ สไตล์สาวนักกีนักกีฬาเทนนิสอีกด้วย

แนะนำให้ใส่ชุดนี้คู่กับรองเท้าผ้าใบทรงสปอร์ตสีขาว และถุงเท้าแบบยาวๆ หน่อย ซึ่ง

จะสามารถเพิ่มความสปอร์ตเข้าไปได้อีกเท่าตัว แน่นอนว่านักกีฬาลุคนี้ เป็นสาวนักกีฬาผู้ดี พกเงินแสน ฉีดน้ำหอมกลิ่น Light Blue จาก  Dolce & Gabbana นะจ๊ะ

4. ชุดเอี๊ยมยีนส์ (Denim Overalls)

ขอบคุณรูปจาก Discount2021

เชื่อว่าหลายคนมีความคิดที่ว่า ชุดเอี๊ยม นั้น เหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น ถ้าโตแล้วกลับมาใส่อีก คงดูเป็นเด็กโข่งน่าดู แต่เชื่อไหมคะ ว่าชุดเอี๊ยมมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัย ต้นศตวรรษที่ 18 เลยค่ะ 

ชุดเอี๊ยม หรือชุดหมีนี้ถูกใส่ครั้งแรกโดยกองทัพทหารชาวอังกฤษ และได้ถูกพัฒนาต่อมาเป็นเครื่องแบบสำหรับคนงาน นักขุดเหมืองในช่วงศตวรรษที่ 20 หลังจากนั้น ชุดเอี๊ยมนี้ก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วง 90s โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปินฮิปฮอป (HipHop) หรือ อาร์แอนบี (R&B) นั่นเอง

  • แก้หุ่นหมี ด้วยเข็มขัด

หลายคนไม่กล้าใส่ชุดเอี๊ยมเพราะกลัวว่าจะดูไม่สมวัย แต่การเพิ่มเข็มขัดเข้าไป ก็สามารถทำให้ชุดโดยรวมดูโตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเน้นสัดส่วนร่างกายให้ชัดเจนขึ้น ไม่ทำให้หุ่นของเพื่อนๆ ดูโคร่งจนเกินไป กลายเป็นสาวน้อยเอวบางได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้เข็มขัดนั่นเองค่ะ 

5. ลายม้าลาย (Zebra Print)

ขอบคุณรูปจาก Modesens

การใส่เสื้อผ้าลายม้าลาย ไม่ว่าจะเป็นกางเกง กระโปรง หรือเสื้อ สามารถไปได้ 2 ทางนะคะ 

ถ้าไม่ “เก๋” ก็ “แก่” ค่ะ

แม้ว่าลายม้าลายจะเป็นแฟชั่นที่เหล่าแบรนด์ดังๆ จับมาเล่นกันมากมายในปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่กับเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เป็นลายให้กระเป๋า รองเท้า แม้กระทั่งกับเคสโทรศัพท์ และแน่นอนว่าการที่อะไรก็ตามที่ดังชั่วข้ามคืน ก็สามารถดับชั่วข้ามคืนได้เช่นกัน

  • ลดความเด่นของลายม้าลาย ด้วยเสื้อสีขาว เพลนๆ 

อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่าเทรนด์เสื้อผ้าลายม้าลายนั้น ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงอย่างมากในปี 2019 – 2020 ที่ผ่านมา แต่เพื่อนๆ เชื่อไหมคะ ว่าตั้งแต่ขึ้นปี 2021 มา มีคนจำนวนน้อย ที่ยังหยิบเสื้อผ้าลายม้าลายมาใส่กันอยู่

สำหรับใครหลายๆ คน ลายม้าอาจจะดูโดดเด่นเกินไป แต่ถ้าเพื่อนๆ ใส่กางเกงลายม้าลายกับเสื้อยืดสีขาวเพลนๆ หรือเสื้อเชิ้ต ปลดกระดุมสัก 2 เม็ด รับรองว่าชุดของเพื่อนๆ จะดูเบาลง ได้ฟิลดูดี แบบไม่พยายาม แถมยังสามารถใส่ไปทำงานได้อย่างไม่โดนแซวว่า “แหม…วันนี้แต่งตัวจะไปไหน” อีกด้วยนะคะ 

สรุปท้ายบทความ

การที่มีเสื้อผ้าเต็มตู้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะใส่มันได้ทุกตัว เสื้อบางตัวที่เคยเป็นตัวเก่งของเรา อาจจะหลุดเทรนด์แฟชั่นไปนานแล้ว ทำให้เราไม่กล้าหยิบมันมาใส่อีกก็ได้  

การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้า โดยการเพิ่มนิด เพิ่มหน่อย อย่างการเพิ่มเข็มขัดเข้าไป หรือฉีกแบบแผนไปเลย อย่างการเปลี่ยนจากการสวมใส่ มาเป็นการผูกแทน เท่านี้ก็เหมือนเราได้ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่แล้วค่ะ ถ้าคนไหน สนใจอยากลองเอาเสื้อผ้ามือสองมา Adapt Adjust กันเล่นๆ เริ่มซื้อกันถูกๆ จาก Kaidee ก่อนได้นะคะ

คัมภีร์เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

คัมภีร์เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย

อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นทีละนิดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวมาเยือนเราอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีหลายคนวางแผนไปสัมผัสอากาศหนาวในพื้นที่ภาคเหนือหรืออีสาน 

วันนี้เรารวบรวมทริคในการเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของเมืองไทยแบบครบถ้วนและครอบคลุมทุกช่วงอุณหภูมิ เพื่อให้ทุกคนแต่งตัวเข้ากับอากาศได้เป๊ะ ๆ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปมาไว้ให้แล้ว 

ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าวิธีเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศประเทศเรานั้น ต้องเลือกอะไรและอย่างไรบ้าง 

เลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอุณหภูมิ

การเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะกับอากาศสามารถอ้างอิงได้จากระดับอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ได้ด้วย ส่วนระดับอุณหภูมิเท่าไรจะเหมาะกับเสื้อกันหนาวแบบไหน เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลย

-10 – 0 องศาเซลเซียส

ส่วนใหญ่แล้วอากาศติดลบบ้านเราก็จะไม่ได้ติดลบไปไกลถึงขั้นเลขสองตัว ส่วนมากจะอยู่บริเวณ -1 ต้น ๆ ซึ่งพบได้บริเวณยอดดอยสูง ๆ 

หากอยู่ในสภาพอากาศแบบนี้ ถ้ายิ่งมีลมก็ยิ่งควรสวมเสื้อผ้ากันหนาวไว้หลาย ๆ ชั้น ขนมาตั้งแต่เสื้อฮีทเทค เสื้อคอเต่า เสื้อโค้ตตัวหนา ลองจอน กางเกงหนา ๆ ผ้าพันคอ ถุงเท้าและรองเท้าบูทเลยก็ได้ หากลมแรงมากก็ใช้เป็นที่ปิดหูกันลม 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

เสื้อฮีทเทค (Heattech) 

คือเสื้อที่มีนวัตกรรมเก็บกักความร้อนจากร่างกายเพื่อให้เราอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมาะกับการใส่ไว้ชั้นใน ออกแบบให้ค่อนข้างบางแต่เป็นตัวช่วยที่ทำให้อุ่นได้ดีมาก 

ลองจอน (Long Johns)

เป็นชุดเสื้อและกางเกงสำหรับใส่ชั้นในเพื่อกันหนาว อาจเลือกใส่ทั้งสองชิ้นเลยหรือเลือกใส่เฉพาะท่อนล่างหรือท่อนบนอย่างเดียวแล้วแต่สะดวก ส่วนมากจะทำจากผ้าฝ้าย โพลีเอสเตอร์ผสม หรือบางรุ่นก็ทำแบบผสมกำมะหยี่และผ้าขนสัตว์

ความแตกต่างระหว่างลองจอนและเสื้อฮีทเทคคือลองจอนจะมีความหนากว่าเหมาะกับสภาพอากาศที่หนาวมาก ๆ

 0-5 องศาเซลเซียส 

อากาศที่อุณหภูมิประมาณ 0-5 องศาเซลเซียสจะพบเจอได้บนยอดดอยสูง ๆ และในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือเราจะเห็นแม่คะนิ้งเกาะตามต้นไม้ใบหญ้าในระดับอุณหภูมิประมาณนี้ 

แนะนำว่าควรสวมใส่เสื้อกันหนาวหนา ๆ อาจจะสวมทับกันหลายชั้นให้อุ่นขึ้น เช่น เสื้อไหมพรม เสื้อโค้ท ถุงเท้า รองเท้าบูท สามารถเพิ่มผ้าพันคอหนา ๆ สักผืน และถุงมือดี ๆ เข้าไปอีกเพื่อป้องกันให้ครบทุกส่วน หากใครขี้หนาวมาก ก็สวมลองจอนเพิ่มเข้าไป

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

โค้ทผ้าวูล (Wool) 

โค้ทผ้าวูลเป็นโค้ทผ้าที่ทักถอจากบรรดาขนสัตว์ทั้งหลาย เราจะเรียกผ้าที่ทอจากขนสัตว์รวม ๆ ว่าผ้าวูล ลักษณะของผ้าวูลจะมีความนุ่ม ละเอียด ไม่คัน และให้ความอบอุ่นได้ดี นิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์กันหนาว อาทิ โค้ทกันหนาว 

โค้ทผ้าวูลส่วนใหญ่ที่ขายกันทั่วไปมักจะเป็นผ้าวูลผสม เช่น ผสมกับโพลีเอสเตอร์ เพื่อให้ราคาถูกลง แต่ยังกันหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ้าวูลมีคุณสมบัติในการกันหนาวได้ตั้งแต่ 15 องศาเซลเซียสจนถึงติดลบเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความหนาบางของโค้ทด้วย 

5-10 องศาเซลเซียส

หากขึ้นไปยังพื้นที่บนดอยสูงหรือจังหวัดในแถบภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครพนม เลย สกลนคร ก็มีโอกาสจะได้เจอะเจออุณภูมิที่ลดต่ำลงประมาณนี้บางช่วงเวลา เช่น เช้ามืดหรือกลางดึก

อุณภูมิประมาณนี้ถือว่าเหมาะกับการสวมใส่เสื้อไหมพรมทั้งแบบสวมศีรษะ หรือติดกระดุมและสวมทับด้วยโค้ทและกางเกงหนา ๆ  พร้อมกับรองเท้าบูทและถุงเท้ากันหนาว สำหรับคนที่ขี้หนาวเป็นพิเศษ อาจจะสวมเพิ่มเป็นเสื้อฮีทเทคหรือลองจอนสักตัว 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

รองเท้าบูทกันหนาว

สำหรับคนที่ขี้หนาวมาก ๆ หรือไม่ชอบให้เท้าเย็น รองเท้าบูทสักคู่ก็ถือเป็นไอเทมที่สำคัญ มีหลากหลายรูปแบบและวัสดุให้เลือก ตั้งแต่ผ้ากำมะหยี่ หนัง PU และอีกมากมาย ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศของพื้นที่ที่จะไป 

หากเลือกซื้อบูทที่เนื้อหนากว่าสภาพอากาศจริง ใส่นาน ๆ อาจจะเหงื่อออก เหนอะหนะ ชวนให้เที่ยวไม่สนุก 

หรือถ้าใครอยากซื้อคู่เดียวแล้วใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบขึ้นเขาลงห้วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สามารถเลือกซื้อเป็นรองเท้าบูทเดินป่าที่ใช้ได้ในหลายสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอยู่เมืองหนาวหรือในทะเลทราย 

10-15 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิประมาณนี้อากาศทั่วไปสำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานช่วงหน้าหนาว อาจจะไม่ต้องสวมเสื้อกันหนาวหลาย ๆ ชั้นซ้อนกัน แค่สวมเสื้อกันหนาวสักตัวและกางเกงขายาว หรือจะเป็นเสื้อกันหนาวไหมพรมโดยไม่มีตัวนอกทับ 

แต่ถ้าเป็นคนค่อนข้างขี้หนาว สามารถเพิ่มถุงเท้าสักคู่ ผ้าพันคอสักผืน หรือปรับเสื้อข้างในให้เป็นเสื้อหนาวไหมพรมที่หนาขึ้นและสวมทับด้วยเสื้อตัวนอก

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

เสื้อกันหนาวไหมพรม 

เสื้อกันหนาวไหมพรมเป็นอีกไอเทมที่ต้องเห็นทุกหน้าหนาว มีหลากหลายรูปแบบทั้งแขนยาวแบบสวม เสื้อคอเต่า เสื้อกั๊ก เสื้อคาร์ดิแดน และโค้ทไหมพรม 

ไหมพรมที่นำมาทำเสื้อกันหนาวมีหลายประเภท แตกต่างกันไปตามคุณสมบัติ เสื้อกันหนาวไหมพรมแต่ละแบบจึงไม่ได้เหมาะกับอุณหภูมิและสภาพอากาศที่เท่ากันเสมอไป

เช่น หากต้องการเสื้อไหมพรมที่อุ่นมากอาจเลือกใช้เป็นไหมพรมวูล  ไหมอัลปาคา และไหมโมแฮร์ ที่มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่นเหมาะนำไปทำเสื้อกันหนาว หมวก และถุงมือ 

15-20 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิ 15 – 20 องศาเซลเซียสพบได้ทั่วใบช่วงฤดูหนาวของไทย เป็นอากาศที่กำลังเย็นสบาย เหมาะกับการสวมเสื้อผ้าที่หนากว่าปกติ เช่น สวมเป็นเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมบาง ๆ กับกางเกงขายาว หรือใส่เสื้อผ้าตามปกติและสวมทับด้วยคาร์ดิแกนไหมพรม 

ถ้าเป็นคนที่ขี้หนาวหน่อย ก็เพิ่มระดับความหนาขึ้นได้ตามความเหมาะสม เช่น สวมเสื้อคลุมตัวนอกทับอีกรอบ 

แนะนำเสื้อกันหนาวที่ใช่

คาร์ดิแกน

เสื้อคลุมไหมพรมสุดฮิตที่สามารถหยิบมาใส่ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไป คาร์ดิแกนคือเสื้อคลุมที่จะไม่มีปก เนื้อบาง และมีกระดุมผ่าหน้า มีทั้งแบบเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวและสั้น สามารถนำมาแมทช์กับการแต่งตัวของเราได้ง่ายและหลากหลาย

สรุป

แม้ว่าฤดูหนาวเมืองไทยจะไม่ได้ถึงขั้นหนาวมากเหมือนอยู่ต่างประเทศ แต่ในบางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ถือว่าอุณหภูมิต่ำมากในบางช่วง ดังนั้นจึงควรเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับอากาศของแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย

หากใครที่กำลังแพลนขึ้นไปยอดดอยสูง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อาจต้องเผชิญสภาพอากาศอุณหภูมิเลขตัวเดียวหรือถึงขั้นติดลบเลขต้น ๆ ในช่วงเช้าตรู่ เพราะฉะนั้นควรสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ผ้าพันคอ และถุงมือ หากใครขี้หนาวก็เลือกใส่ลองจอนหรือฮีทเทคเพิ่มได้ 

ถ้าอยู่ในสภาพอากาศ 10-15 องศา ซึ่งเป็นอากาศทั่วไปในบริเวณแถบภาคเหนือและอีสานช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ใส่เป็นสเวตเตอร์อุ่น ๆ กับกางเกงขายาว ส่วนอากาศประมาณ 15-20 องศาก็แค่หาเสื้อคลุมกันหนาวสักตัวมาสวมทับ

คนที่กำลังมองหาเสื้อกันหนาวจัดเต็มไว้ใส่ไปเผชิญอากาศหนาวบนดอยแบบฟิน ๆ หรือสวมใส่สบาย ๆ สู้อากาศเย็น ๆ ก็ลองเข้ามาดูกันที่ Kaidee.com ได้เลยค่ะ ที่นี่เรามีเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวให้เลือกซื้อหาเพียบแน่นอน