Feb 23, 2021 | บทความยานยนต์
เป็นไหมคะ? เวลาอยู่บนถนน ขับๆ ไปแล้วเจอรถบางคันขับยึกยัก จะเลี้ยวก็ไม่เลี้ยว จะแซงก็ไม่แซงสักที เชื่อว่าคำถามแรกที่หลายๆ คนคิดขึ้นมาในใจ “ผู้หญิงขับรถหรือเปล่า”
หลายต่อหลายครั้งที่ได้ยินประโยคดังกล่าว จนเรารู้สึกตั้งคำถามว่า “เพศสภาพ” ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับรถจริงเหรอ ในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศเดินหน้ามาไกลขนาดนี้ มาดูกันว่า “คำดูแคลน” และ “ถ้อยคำปรามาส” เหล่านี้ ในทางสถิติและจิตวิทยาต่างๆ จะลบล้างคำสบประมาทแบบนี้ได้หรือไม่?
ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย จริงหรือไม่?
ข้อมูลจากสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง (Insurance Institute for Highway Safety) ของอเมริกา เก็บข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปี พ.ศ. 2560 กว่าร้อยละ 70 เป็นผู้ชาย รวมไปถึงจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เสริมไปในทางที่ว่า “ผู้ชายไม่ได้ขับรถดีกว่าผู้หญิงสักเท่าไร” ทั้งอัตราการดื่มแอลกอฮอลล์ที่มากกว่าผู้หญิง รวมไปถึงสัญชาตญาณความเป็นแม่อันเด่นชัดของเพศหญิง ที่มีความ “ระมัดระวัง” และ “ละเอียดรอบคอบ” มากกว่าเพศชาย
จากข้อมูลที่เล่าไป จะเห็นได้ว่าย้อนแย้งกันอยู่พอสมควร…
คำถามที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงหรือไม่” ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง มีทั้งฝั่งที่ว่าผู้ชายขับดีกว่า และทีมที่แย้งขึ้นมาว่า ผู้หญิงต่างหากที่ขับดีกว่า เพื่อให้แฟร์กับทั้งสองฝ่าย เราลองไปดูทั้งสองมุมมองไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ!
เมื่อผู้หญิงขับรถ?
1. อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย
จากข้อมูลและประสบการณ์ส่วนตัว ต้องยอมรับกันว่าความรู้เรื่องยานยนต์ ทักษะบางอย่าง รวมไปถึงการตัดสินใจของผู้ชาย ค่อนข้างทำได้ดี และแม่นยำกว่าผู้หญิงพอสมควร
ทั้งนี้ตัวเลขทางสถิติบนท้องถนนของสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง กลับไม่สอดคล้องกับปัจจัยดังกล่าว อุบัติเหตุหลังพวงมาลัยมักเกิดขึ้นกับผู้ชาย และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว อัตราการเสียชีวิตของผู้ชายยังมากกว่าผู้หญิง
สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่า ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ย 5 ถึง 10 ปี กว่าร้อยละ 85 ของผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปีเป็นผู้หญิง – อ้างอิงจากการศึกษาของ New England Centenarian Study ที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน
2. รักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย
ผู้หญิงมีแนวโน้มรักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย มีข้อมูลยืนยันจาก
งานวิจัยหลายชิ้น รวมถึงข้อมูลจากชมรมนักศึกษาเมาไม่ขับ (Students Against Drunk Driving) ที่เปิดเผยว่า นักเรียนชายร้อยละ 12.5 ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนนักเรียนหญิงมีเพียงร้อยละ 7.8 เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเสริมว่า ผู้หญิงนิยมคาดเข็มขัดนิรภัยมากกว่าผู้ชาย ถือเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าเทคนิคยานยนต์ หรือทักษะใดๆ เอาความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นหลัก
3. มีความละเอียดรอบคอบมากกว่าผู้ชาย
ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตที่ต่ำและการรักษากฎจราจรที่เข้มงวดของผู้หญิงนั้น พื้นฐานทั้งหมดมาจากความละเอียดรอบคอบ โดยธรรมชาติของเพศแม่ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ความระแวดระวัง อาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่ชอบเสี่ยงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เคยมีการสำรวจในกลุ่มผู้ชายอายุ 16-29 ปี พบว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน และเหตุร้ายแรงเหล่านั้นมักเกิดกับคนขับที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
เมื่อผู้ชายขับรถ?
1. ความรวดเร็วในการตัดสินใจดีกว่าผู้หญิง
สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงหลายคนยอมรับตรงกัน คือผู้ชายตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าผู้หญิง ทั้งยังขับรถได้ดีมีประสิทธิในเส้นทางที่ยาก
ด้วยระบบสมองของผู้ชาย ที่มีส่วน “Parietal Lobe” มากกว่าผู้หญิง ทำให้การคำนวณระยะห่าง พื้นที่และขนาดต่างๆ ทำได้ยอดเยี่ยมฉับไว สอดคล้องกับสัญชาตญาณ “นักล่า” ผู้มีหัวใจรักความเร็ว ชอบความท้าทายและโปรดปรานการเดินทาง จึงไม่แปลกที่หนุ่มๆ จะเข้าใจแผนที่ได้ง่าย จอดรถได้คล่องแคล่วกว่าสาวๆ
2. นักแข่งรถที่ได้แชมป์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
ความที่สัญชาตญาณและระบบสมองของผู้ชายเป็นเช่นนั้น จะเห็นได้ว่าตามการแข่งขันประลองความเร็วรถ น้อยครั้งมากที่ผู้ชนะจะเป็นผู้หญิง รวมถึงวิศวกร สถาปนิก นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก ล้วนแล้วแต่เป็นเพศชายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ไอแซก นิวตัน ชาลส์ ดาร์วิน ฯลฯ
…ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติรังสรรค์สิ่งเหล่านั้นให้ผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง
3. มีประสบการณ์กับรถยนต์มากกว่าผู้หญิง
รถยนต์ (ใช้น้ำมัน) กำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกใบนี้โดย “คาร์ล เบ็นทซ์ (Karl Friedrich Benz)” ในปี 1886 และถูกพัฒนาระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น “ผู้ชาย” คือทีมพัฒนาที่วางรากฐานมาตั้งแต่ต้น
ส่งผลให้ความรู้เรื่องระบบเครื่องยนต์ ส่วนประกอบ กลไกรถของผู้ชายลึกซึ้งและแม่นยำกว่าสาวๆ ทั้งยังมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ชายมีแนวโน้มเริ่มขับรถตั้งแต่อายุยังน้อย และชอบขับรถมากกว่าผู้หญิง ความที่พื้นฐานความสนใจของพวกเขามาทางนี้ตั้งแต่แรก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะบังคับพวงมาลัยได้อย่างคล่องแคล่ว
ผู้หญิง VS ผู้ชายขับรถดีกว่า?
จากข้อมูลที่ให้ไปของทั้งสองฝั่ง จะเห็นได้ว่าทั้งหญิงและชายมีข้อดีข้อเด่นในการ
ขับรถแตกต่างกันไป ความที่ผู้หญิงเน้นความละเอียดรอบคอบเป็นหลัก ทำให้บางครั้งการตัดสินใจอาจจะไม่ทันท่วงที มีอาการลังเลให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดประโยคที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่”
ทว่าจากจากตัวเลขสถิติการเสียชีวิตและอุบัติเหตุที่ร้ายแรงบนท้องถนน ตกไปอยู่กับเพศชายมากกว่า สะท้อนได้ว่า ความมั่นใจหลังพวงมาลัยและการตัดสินใจที่รวดเร็ว อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป
สำหรับเราแล้วไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร เกิดมาพร้อมสัญชาตญาณอะไรไม่สำคัญ หากคุณปฏิบัติตามกฎจราจร มีมารยาทบนท้องถนน ไม่ประมาทจนทำให้ใครเดือดร้อน นั่นคือสิ่งสำคัญ จะชายหรือหญิงก็ไม่ต่างกัน เพราะทั้งฝ่ายมีข้อบกพร่องและข้อได้เปรียบกันคนละด้าน อยากให้เน้นเป็นเป็นรายบุคคลมากกว่า
ส่วนคำตอบที่ว่า ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงไหม…
ขอถามก่อนว่า ความหมายคำว่าแย่ของคุณเป็นแบบไหนกันคะ?
ถ้าในแง่ของความปลอดภัย เราว่าไม่นะ…
Nov 30, 2020 | บทความยานยนต์
การมีรถเป็นสิ่งของตนเองเป็นอีกหนึ่งความมั่นคงทางการเงิน และยังช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นอีกด้วย แต่หลาย ๆ คนที่คิดจะซื้อรถก็คงอาจไม่ได้เงินก้อนใหญ่มากพอที่จะซื้อรถในครั้งเดียว และอาจไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการ ผ่อนรถ คันแรกให้รู้กัน
ขั้นตอนการ ผ่อนรถ
เตรียมตัวก่อน ผ่อนรถ
ศึกษาข้อมูลรถ
สำหรับขั้นตอนแรกในการผ่อนรถสิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือ การศึกษาหาข้อมูลแบรนด์รถและรุ่นต่าง ๆ ว่าการใช้ชีวิตของเราเหมาะกับรถแบบไหน เครื่องยนต์ขนาดเท่าไร เชื้อเพลิงอะไร เช่น
- รถขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ขับรถในเมืองบ่อยเพราะการจราจรที่ติดขัด ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ อาจเลือกใช้รถยนต์ Eco Car อย่าง Nissan March, Honda Brio, Honda Jazz, Mazda 2 และ Toyota Vios ซึ่งเป็นรถที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดี
- รถขนาดกลางถึงใหญ่ เหมาะกับคนที่เดินทางไกลบ่อย ๆ มีครอบครัว หรือคนที่มีสิ่งของส่วนตัวเยอะ เพราะรถขนาดดังกล่าวมีพื้นที่ในการจัดเก็บหรือจุคนได้เยอะ เช่น Honda Mobilio, Nissan X-Trail, Toyota Fortuner หรือ Toyota Camry เป็นต้น
- รถไฟฟ้า หรือ EV เป็นรถอีกประเภทที่ไม่ใช้น้ำมันในการขับขี่ แต่ใช้ไฟฟ้าแทน ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันได้เช่นกัน แต่มีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับคนที่เงินทุนมากหน่อย รถประเภทนี้ที่เป็นที่รู้จักกันมากได้แก่ Tesla, BYD และ Nissan Leaf เป็นต้น
- รถสปอร์ตมีดีไซน์ที่แตกต่าง ไม่ค่อยเหมือนใคร แต่มีเครื่องยนต์ที่แรงและเร็ว เหมาะกับคนที่มีเงินทุนสูง รถประเภทนี้มีให้เลือกทั้งรถยุโรปและญี่ปุ่นเลยทีเดียว เช่น Lamborghini Aventador, Ferrari 488 Pista และ Audi R8 เป็นต้น
คำนวณความสามารถทางการเงิน
การผ่อนรถเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินที่เราต้องรับไหวดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องคำนวณถึงความสามารถทางการเงินของเราว่าสามารถจ่ายไหวหรือไม่ โดยการเช็กเงินดาวน์ว่าพร้อมที่จะดาวน์กี่เปอร์เซ็นหรือสามารถซื้อเต็มจำนวนได้ มีเงินสำหรับการผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับรถ เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าประกัน เป็นต้น นอกจากนี้เราจำเป็นที่ต้องคำนวณถึงค่าผ่อนรถแต่ละงวดว่าเป็นเงินเท่าไร โดยนำราคารถยนต์ที่ต้องการซื้อ เงินดาวน์ที่มี ดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อปี (เทียบราคาดอกเบี้ยในปีที่ซื้อรถยนต์) และระยะเวลาที่ต้องการผ่อนชำระ มาใช้ในการคำนวณ
หาโปรโมชั่น
หลังจากคำนวณความสามารถทางการเงินและเลือกรถที่ต้องการแล้ว เราควรที่จะหาโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบส่วนลดทางการตลาด ซึ่งส่วนมากแล้วจะเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 เดือน โดยติดต่อไปที่โชว์รูมต่าง ๆ เพื่อสอบถามรายละเอียดสัก 2-3 แห่ง เพราะแต่ละแห่งก็จะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแผนการขายของพนักงานแต่ละคน
ทดลองขับ
การทดลองขับเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถ เพราะเป็นการทดลองว่าตัวเราเหมาะสมกับรถคันนั้นหรือไม่ ถูกใจไหม และเป็นการเพิ่มการตัดสินใจในการซื้อรถให้มากยิ่งขึ้นก่อนจ่ายเงินอีกด้วย
ระหว่างการ ผ่อนรถ
ยื่นขอสินเชื่อ
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ขั้นตอนการยื่นขอสินเชื่อ ที่ผู้ผ่อนจำเป็นต้องยื่นเพื่อกู้ยืมเงิน โดยมีให้เลือกหลากหลาย และผู้ซื้อควรเลือกที่ที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเงิน หรือมีเงินดาวน์ที่มีอยู่ด้วย ซึ่งเอกสารที่จะต้องเตรียมเพื่อพิจารณาการขอสินเชื่อมีดังนี้
- สลิป/หนังสือรับรองเงินเดือน
- สมุดบัญชีธนาคาร หรือ หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
- สำเนาบัตรประชาชน 4 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้าน 4 ชุด
เมื่อ ผ่อนรถ ผ่านแล้วจะเป็นอย่างไร ?
เมื่อขั้นตอนทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นและการพิจารณาประสิทธิภาพ การผ่อนรถ นั้นผ่าน ก็จะมีการเซ็นสัญญากู้ยืมเงิน รับรถ และผ่อนรถตามที่ทำสัญญาไว้ต่อไป
รถยนต์ราคาเบาน่าเป็นเจ้าของ
หลังจากอ่านวิธีการซื้อรถกันไปแล้ว หลายคนคงมีคำถามว่าถ้ามีเงินไม่เยอะควรจะซื้อรถรุ่นไหนดี วันนี้เรารวบรวมรีวิวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ราคาไม่แรง ได้เพียงแค่คลิก 5 รถน่าใช้ไม่เกิน 7 แสน สำหรับสาวออฟฟิศปี 2020 ! เงินเดือนหมื่นห้า ซื้อรถอะไรได้บ้าง รวม 5 รถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตราคาไม่เกิน 5 หมื่น และบทความอีกมากมายใน Kaidee Blog
สรุปท้ายบทความ
เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้ความรู้แลไอเดียการผ่อนรถคันแรกไปบ้างไหม และถ้าใครที่อยากได้รถที่เหมาะกับคุณก็สามารถหาซื้อที่ Kaidee Auto ได้เช่นกันเพราะที่นี่มีรถมากมายให้ได้เลือก
Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์
ในการขับขี่รถประเภทต่าง ๆ นอกจากการมีใบขับขี่ที่แสดงความสามารถในการขับขี่อย่างถูกต้องและถูกกฎหมายจราจรแล้ว การขับขี่อย่างปลอดภัยยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการขับขี่รถอีกด้วย เพราะบนถนนที่มีรถเยอะแยะมากมายอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เราคาดไม่ถึงจนเกิดการบาดเจ็บและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ วันนี้เราจึงจะมาแชร์ 7 เคล็ดลับการ ขับรถอย่างปลอดภัย มาให้ทุกคนได้อ่านกัน
เทคนิค ขับรถอย่างปลอดภัย
จัดรถและเครื่องแต่งกายให้พร้อมก่อนขับรถ
ก่อนที่จะออกรถ ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของรถและตัวคุณเอง ถ้าหากปล่อยให้รถรกรุงรังโดยที่ไม่จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน เช่น ขวดน้ำกลิ้งมาโดนเบรก หรือรองเท้าลื่นจนเหยียบเบรกพลาด ก็เป็นได้
ขอบคุณรูปจาก: pikisuperstar
มีสติ สมาธิ และพักผ่อนให้เพียงพอ
สติเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย เพราะเสี้ยวนาทีที่เราไม่มีสติในการขับขี่ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อย่างไม่คาดคิด และไม่ควรที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะที่กำลังขับขี่เพราะจะทำให้ไม่มีสมาธิในการขับรถมากพอ และนอกจากนี้การพักผ่อนที่เพียงพอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมาในการเพิ่มสติและสมาธิในขณะที่เรากำลังขับรถเช่นเดียวกัน หรือถ้าหากว่าเกิดอาการง่วงนอนจริง ๆ ก็ควรเลือกที่จะหยุดพักผ่อนระหว่างทางก่อนจะเดินทางต่อไป
เว้นระยะห่างระหว่างรถ
การเว้นระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการขับขี่รถอย่างปลอดภัย เพื่อเผื่อพื้นที่ในการหยุดหรือแซงรถคันอื่น ๆ อย่างน้อย 1-2 คันรถ เพราะถ้าหากว่ารถอยู่ใกล้กันมากเกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้นไปอีก และที่สำคัญคือต้องสังเกตรถด้านหน้าว่ามีการเบรกหรือไม่ เพื่อให้เตรียมตัวทัน
ไม่แซงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน
การแซงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันเป็นการกระทำที่อันตรายจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง เพราะรถด้านหน้าหรือด้านหลังของคุณอาจกำลังจะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้นถ้าหากต้องการเปลี่ยนเลนหรือแซงรถ ก็ควรที่จะต้องให้สัญญาณผ่านไฟเลี้ยวเพื่อให้รถคันอื่นได้รับรู้และเตรียมตัวก่อน
ไม่ขับรถเร็ว
การขับรถเร็วถือได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากที่สุด เพราะทำให้ผู้ขับไม่สามารถเห็นสภาพแวดล้อมด้านนอกรถได้มากเพียงพอ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงหยุดหรือชะลอรถไม่ทัน และการขับรถเร็วก็ทำให้เพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุนั้น ๆ อีกด้วย
ขอบคุณรูปจาก: vectorpouch
ให้สัญญาณไฟ
การให้สัญญาณไฟเป็นการกระทำที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเปิดไฟรถเป็นการทำให้รถด้านหลังได้รับรู้ว่าคุณจะขับรถไปในทิศทางไหนและเตรียมตัวชะลอหรือหยุดรถได้ทัน โดยผู้ขับขี่ควรเปิดไฟให้สัญญาณก่อนอย่างน้อย 50 เมตรเมื่อต้องการ เลี้ยว หยุด หรือถอยรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
อย่าขับหรือจอดรถในที่เปลี่ยว
การขับหรือจอดรถในที่เปลี่ยวหรือมืด เป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดอันตรายได้มากยิ่งขึ้น เพราะความมืดทำให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นสภาพแวดล้อมย่ำแย่กว่าปกติ จนทำให้ระมัดระวังตัวได้ไม่มากพอ เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะจอขับหรือจอดรถในที่ที่มีแสงสว่าง แต่ถ้าหากมีความจำเป็นในการเข้าไปในที่เปลี่ยวและมืดก็จัดการล็อกรถและเก็บไม่เก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ภายในรถเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม
ใช้รถที่สมรรถภาพดี
รถเป็นยานพาหนะที่เราใช้ในการขับขี่ ถ้าหากว่าคุณมีรถที่มีสมรรถภาพที่ดี ก็สามารถช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้มายิ่งขึ้น โดยผู้ขับขี่จำเป็นที่จะต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำและรีบซ่อมแซมในส่วนที่บกพร่องให้ทำงานได้เหมือนเดิม หรือเลือกใช้รถที่มีฟังก์ชันพิเศษต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ เช่น ระบบเตือนสิ่งกีดขวาง ระบบหยุดรถอัตโนมัติ หรือระบบเบรก เป็นต้น
แต่ถ้าหากว่ารถคันนั้นมีสภาพรถที่แย่เกินกว่าจะที่สามารถซ่อมแซมได้แล้วผู้ขับขี่ก็ควรเปลี่ยนรถเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และที่ Kaidee Auto ก็มีรถสภาพดีราคาถูกให้เลือกซื้อได้ตามความชอบของแต่ละคน และทั้งหมดนี้คือ 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณขับขี่รถได้ปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ค่ะ
อ่านบทความอื่น ๆ ที่ Kaidee Blog