ฉากไล่ฆ่า บนรถ จากสุดยอด 5 ภาพยนตร์ ระดับโลก

ฉากไล่ฆ่า บนรถ จากสุดยอด 5 ภาพยนตร์ ระดับโลก

คอหนัง หรือ Moviegoer ทั้งหลาย รู้ดีว่าไม่มีฉากใดที่เร้าใจ จิกหมอนแทบขาด ได้เท่าฉากไล่ล่า ฆ่ากันตายบนรถยนต์ ในหนังแนวแอ็คชั่น-ทริลเลอร์-ผจญภัย-เลือดสาด แน่นอน 

อาจจะฟังดูโหดไปหน่อย แต่ยอมรับเถอะค่ะ ว่าพวกเราคอหนังแอ็คชั่น สะใจเสมอ เมื่อได้เห็น…ลูกระเบิด เสียงลูกปืน และการได้เห็นวายร้ายพ่ายแพ้หรือเสียชีวิต

นอกจากฉากการไล่ล่ารถยนต์จะเป็นฉากที่มักทำเอาคอหนังได้นั่งลุ้นเหงื่อแตกแล้ว เรายังสามารถวัดคุณภาพของหนัง จากมุมกล้อง ความคมชัด การแคปเจอร์วิว และนักแสดง และการใช้สเปเชียลเอฟเฟคต่างๆ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายๆ ว่า Cinematic Quality จากฉากแอ็คชั่นนี้ได้อีกด้วย

การถ่ายฉากไล่ล่าบนถนน โดยมีรถยนต์เป็นองค์ประกอบหลัก ถือว่าเป็นหนึ่งในงานหินของผู้กำกับฯ และ คนตัดต่อเลยก็ว่าได้ กว่าจะมาเป็นซีนคูลๆ ให้เราได้รับชมกันนั้น มันยากเย็นแค่ไหน ขั้นตอนการถ่ายทำเป็นอย่างไร แล้วมีหนังเรื่องใดบ้างที่มีฉากไล่ล่าบนรถยนต์ ที่อลังการน่าประทับใจ 

วันนี้ Kaidee รวบรวมทุกอย่างมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ  

เบื้องหลังการถ่ายทำฉากไล่ล่าบนรถยนต์

แม้ว่าฉากซิ่งรถในหนัง จะกินเวลาหนังอย่างมากไม่เกิน 5 นาที แต่เบื้องหลังกว่าจะมาเป็นซีนอลังการสู่หน้าจอได้นั้น ใช้เวลาการถ่ายทำ และเตรียมงานกันนานเป็นเดือนเลยทีเดียว

ขอบคุณรูปจาก latimes

เพื่อความปลอดภัยของนักแสดง และประหยัดเวลาในการถ่ายทำ หนังส่วนใหญ่มักจะใช้นักแข่งรถมืออาชีพ (Professional Stunt Man) แทนการใช้นักแสดงตัวจริง นอกจากนี้การใช้นักแข่งรถมืออาชีพ ยังทำให้ได้ภาพเทคนิคเรสซิ่ง (Racing) ทั้งการดริฟต์รถ สไลด์ เร่งเครื่อง เข้าโค้ง หรือการกระโดดข้ามลูกระนาดขั้นเทพ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการตัดต่อมากมาย 

อย่างไรก็ตาม หนังบางเรื่องก็ใช้นักแสดงจริง เพื่อความเสมือนจริง ทั้งนี้ทางทีมงานจะใช้วิธีถ่ายทำในสตูดิโอ โดยการใช้รถยนต์จำลองกับ Green Screen สำหรับใส่วิวที่หลังในการถ่ายทำ  

ขอบคุณรูปจาก catdumb

การถ่ายทำฉากสำคัญเช่นนี้ มุมกล้องเป็นเรื่องสำคัญมาก การถ่ายทำจึงมักใช้กล้องจำนวนมาก เพื่อแคปเจอร์อารมณ์ของนักแสดง และการเคลื่อนไหวของรถยนต์ทุกมุมให้ได้มากที่สุด โดยการใช้เครนช่วยในการแขวนกล้องนั่นเอง

ขอบคุณรูปจาก premiumbeat

ส่วนฉากแอ็คชั่นมหึมา เช่น ฉากระเบิด หรือฉากยิงปืนนั้น มักจะใช้ CG (Computer Graphic) ในการสร้างมันขึ้นมา แต่ในบางครั้ง ทางทีมงานจะใช้รถโมเดลขนาด 1 ใน 3 ของรถขนาดจริง และสร้างระเบิดขนาดเล็กขึ้นมา เพื่อลดค่าใช้จ่ายและความปลอดภัย

ขอบคุณรูปจาก catdumb

เราพอรู้เรื่องเทคนิคการถ่ายทำฉากไล่ล่าทางรถยนต์กันแบบคร่าวๆ แล้ว มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีหนังเรื่องใดบ้าง ที่ได้สร้างสรรค์ฉากซิ่งรถ บู๊เลือดกระจายพวกนี้ จนกลายเป็นที่พูดถึงและถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ 

5 ภาพยนตร์ สุดยอด Car Chase Scene

-Baby Driver, (2017) –

ขอบคุณรูปจาก informandotentn24tv

ถ้าพูดถึงหนังซิ่งรถมัน ๆ สักเรื่อง แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ต้องคิดถึงเรื่อง ‘Fast and Furoius’ ซึ่งก็ไม่เถียงค่ะ เพราะเรื่อง Fast and Furious เขาเจ๋งจริงๆ ไม่งั้นเขาจะมีมาทั้งหมด 9 ภาค แถมดังถล่มทลายแทบทุกภาคได้ยังไง

แต่ถ้าใครชอบแนวเกรียน ๆ ฮา ๆ แต่ดันลุ้นแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้ละก็ ‘Baby Driver’ เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด อีกหนึ่งผลงานการกำกับฯ ของผู้กำกับยอดฝีมือ Edgar Wright ผู้สร้างหนังดังแนวโหด มัน ฮา มาแล้ว เช่น  Scott Pilgrim vs. the World (2010), The World’s End (2013), Ant-Man (2015) ภาคแรก และอีกมากมาย

ขอบคุณรูปจาก pitchfork

เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา เขาก็ได้กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งกับภาพยนตร์เรื่อง Baby Driver 

เรื่องราวของเด็กหนุ่ม เบบี้ (รับบทโดย Ansel Elgort) ที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถหนีตำรวจ ให้กับแก๊งอาชญากร ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เต็มใจทำงานสกปรกเช่นนี้ แต่เพราะหนี้สินก้อนโต ทำให้เขาต้องจำใจ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่ฉากดริฟต์รถยางแตกกับนางเอกสุดเซ็กซี่ เหมือนหนังซิ่งรถที่เราคุ้นเคย แต่ดนตรีประกอบภาพนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เรื่อง Baby Driver กลายเป็นหนัง Action Thriller ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครกล้าเหมือน

และเพียงแค่ 6 นาทีแรก ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็น 6 นาทีเปิดตัวหนังที่สมบูรณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการหนังเลยก็ว่าได้ 

เพราะนอกจากจะแนะนำนิสัยของตัวละครได้อย่างแยบยลในเวลาสั้น ๆ แล้ว ยังได้โชว์ฝีมือการดริฟต์รถหนีตำรวจที่คาดไม่ถึง จากรถยนต์หน้าตาเห่ยแต่เครื่องโหดอย่าง Subaru WRX เรียกได้ว่าทำเอาจิกหมอนแทบขาดเลยทีเดียว 

-Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw (2019) –

ขอบคุณรูปจาก racinecountyeye

ลิสต์นี้จะสมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าหากขาดเรื่อง Fast and Furious หนังซิ่งรถโหด ขวัญใจคนรักสปีด และแน่นอนว่าทุกภาคของ Fast and Furious จะต้องมีฉากดริฟต์รถ ซิ่งฝ่าไฟแดง ไม่กลัวใบสั่ง แบบเด็ด ๆ ให้ได้ลุ้นแบบหายใจไม่ทันกันอยู่แล้ว แต่หนึ่งในฉากซิ่งรถที่เป็นที่พูดถึงจากแฟนคลับมากที่สุดนั้น กลับมาจากภาคแยกแฟรนไชส์ Fast & Furious  เรื่อง  Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw นั่นเอง

ขอบคุณรูปจาก markhamfroggattandirwin

Fast & Furious: Hobbs & Shaw เป็นเรื่องราวของสองคู่ปรับที่เกลียดกันเข้าไส้  ลุค ฮอบส์ (รับบทโดย Dwayne ‘The Rock’ Johnson ) และ เด็คการ์ด ชอว์ (รับบทโดย Jason Statham) โดยโชคชะตากลั่นแกล้งให้ทั้งสองต้องหันมาร่วมมือกัน กับจัดวายร้ายที่ร้ายกาจยิ่งกว่า นอกจากฉากซิ่งรถสุดมัน ซิกเนอร์เจอร์ของ Fast แล้ว การปะทะวาจาอย่างดุเดือนของตัวละครทั้ง 2 ก็เป็นสิ่งที่แฟนๆ ตั้งหน้าตั้งตารอเป็นที่สุด 

https://www.youtube.com/watch?v=5B0MneZ-Bh0

ความพิเศษของฉากนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการซิ่งรถกันใจกลางเมืองลอนดอน ผ่านอุปสรรคทั้งการจราจร และการสัญจรไปมาของผู้คน ความมันสุดๆ อยู่ที่การใช้มอเตอร์ไซค์ แทนการใช้รถนั่นเอง

แต่ความลุ้นตีนจิก ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพิ่มความ Badass ให้กับฉากนี้เข้าไปอีก 10 เท่า เมื่อ ตัวละคร Brixton กระโดดลงมาจากมอเตอร์ไซค์ และไถ่ตัวไปพร้อมกับมันใต้ท้องรถบรรทุก เรียกได้ว่า ทำเอาคนดูลืมหายใจกันเลยทีเดียว 

ขอบคุณรูปจาก bikebound

มอเตอร์ไซค์สุดคูลตัวนี้คือ Triumph Speed Triple ซึ่งมีแรงม้ามากถึง 148 แรงม้า และเครื่องยนต์แรงถึง 1050 cc โมเดลของ Triumph ตัวนี้ ถูกผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1994 โดยมีสไตล์ที่เรียกว่า ‘Streetfighter’

-Fast & Furious 6 (2013)- 

ขอบคุณรูปจาก spoilmovieclub

ถ้าพูดถึงความ ‘เว่อร์’ ของฉากซิ่งรถแล้ว Fast and Furious ภาค 6 ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งไปแบบไม่ต้องสงสัย 

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้กำกับฯ Justin Lin ผู้กำกับฯ ภาค 3, 4 และ 5 และ Chris Morgan คนเขียนบท คนเก่งคนเดิม

หลังจากที่แก๊งขาซิ่ง แยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่เหมือนชีวิตของพวกเขาก็ไม่ยอมจะได้อยู่อย่างสงบง่ายๆ เมื่อ ลุค ฮอบส์ ตามตัวพวกเขาเจอ และขอให้พวกเขามาร่วมมือช่วยกันกำจัดวายร้ายด้วยกัน โดยผลตอบแทนคือ การให้อภัยโทษ และการอนุญาตให้ได้กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

คนไหนกำลังหาหนังที่มีฉากไล่ล่า “เว่อร์ เกินจริง แต่มัน เกินบรรยาย” เพื่อน ๆ มาถูกทางแล้วค่ะ เพราะฉากจบของ Fast and Furious 6 ซึ่งเป็นฉากที่ตัวร้าย Shaw กับสมาชิกแก๊งของเขาพยายามขับรถหลบหนีบนรันเวย์เครื่องบิน เพื่อขึ้นไปยังใต้ท้องเครื่องบินให้ทันเวลา แน่นอนว่าเหล่าแก๊งซิ่ง พระเอกของเราก็ได้ใช้สกิลที่มีทั้งหมด ทั้งเร่งเครื่อง ทั้งเหวี่ยง ทั้งดริฟต์ เพื่อขัดขวางการหลบหนีครั้งนี้ ฉากนี้ขอบอกเลยว่าเร้าใจมากๆ จบด้วยการระเบิดของเครื่องบิน โดยมีฮีโร่ของเราขับรถเท่ๆ ขนาบข้าง นั่นเอง

-Tenet (2020) –

ขอบคุณรูปจาก charlottesometimesgoestothemovies

คนไหนเป็นแฟนพันธุ์แท้ James Bond 007 หรือ The King’s Man เรื่อง ‘Tenet’ เป็นอีกเรื่องที่เพื่อนๆ ต้องถูกใจแน่นอน Tenet เป็นเรื่องราวของสายลับนิรนาม  (รับบทโดย จอห์น เดวิด วอชิงตัน)  ที่ได้บังเอิญเข้าร่วมองค์กรสายลับ ที่กุมความลับขั้นสุดยอด เพราะพวกเขาสามารถควบคุมกระแสเวลา และทำให้วัตถุกลับมาเป็นสภาพเดิมได้อีกครั้ง ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า เทเน็ท (Tenet) 

การเข้าร่วมองค์กรในครั้งนี้ เขากลับต้องแบกภาระอันหนักอึ้ง ในการช่วยโลกให้พ้นจากสงครามโลกครั้งที่ 3 ไปให้ได้

หนังแนวแอ็คชั่น บู๊ล้างผลาญ เพิ่มคุณภาพ และความสนุก ด้วยความรู้ทางฟิสิกส์ เรียกได้ว่า “แปลก แต่เป็นไปได้จริง”

แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าหนังสายลับ ฉากยิง และฉากปล่อยหมัด ทุกอย่างก็จัดเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หนังเรื่อง Tenet เขาก็มีฉาก ไล่ล่า กันบนถนนให้แฟนได้ลุ้นกับเขาเหมือนกัน

บอกก่อนเลยว่า ฉากซิ่งรถของเรื่องนี้ แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เพราะ Christopher Nolan ผู้กำกับฝีมือเทพ ได้นำองค์ประกอบสำคัญที่สุดของหนัง นั่นก็คือความสามารถในการย้อนเวลา มาเล่น ดังนั้นฉากนี้มีทั้งเทคนิค เร่งรถไปข้างหน้า ถอยหลัง ตีลังกา ระเบิด จนกระทั่งย้อนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง  

Christopher เผยเองกับปากเลยว่า เขาอยากให้ผู้ชมได้เห็นฉากซิ่งรถในมุมที่ต่างออกไป ไม่ซ้ำ จำเจเหมือนอย่างเคย เพื่อเพิ่มความลุ้นระทึก ให้คนดูได้หยุดหายใจกันเล่นๆ

 -Harry Potter and The Chamber of Secrets (2002) – 

ขอบคุณรูปจาก moviebabble

เราขอปิดท้ายกันด้วย ภาพที่ไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ อย่าง Harry Potter แม้ว่า Harry Potter ทั้ง 7 ภาค จะเป็นเรื่องราวการผจญภัยของ Harry พ่อมดน้อย กับเพื่อนของเขา Ron และ Hermione ในโลกเวทมนตร์ รวมไปถึงการต่อสู้กับวายร้าย Lord Voldemort ซึ่งก็ไม่ได้มีฉากดริฟต์รถมันๆ เหมือนเรื่องที่เรายกตัวอย่างมาให้ดูกันข้างบน

แต่เพื่อนๆ เชื่อไหมว่าฉากรถไอคอนิกที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพนั้น กลับมาจากหนังเด็ก Harry Potter: The Chamber of Secrets ค่ะ 

https://www.youtube.com/watch?v=I6mFICxz_KI

นอกจากฝีมือของ Chris Columbus ผู้กำกับมือทอง ที่สามารถเปลี่ยนตัวหนังสือ เป็นภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอแก้วได้อย่างสง่างามแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้ฉากนี้เป็นที่จดจำมานานกว่า 10 ปี ไม่เลือนหายไปจากความทรงจำของ ‘Potterhead’ อย่างเรา นั้นก็คือ ความรู้สึก Nostalgia ที่เราได้ฉากการดูฉากนี้นั่นเอง 

ความ Nostalgia ที่ว่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าตัวรถยนต์ ‘Ford Anglia 105E Deluxe’ คันสีฟ้าอ่อนคันนี้ ซึ่งเป็นรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็กสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานหลายทศวรรษ เราก็ยังคงเห็นมันตามท้องถนนอยู่เสมอ 

การที่รถยนต์เล็กๆ ใกล้จะพังคันนี้ ได้บินไปช่วย Harry หนีออกจากบ้าน และสามารถกลับไปเรียนที่โรงเรียนสอนเวทมนตร์ Hogwarts ได้สำเร็จอีกปี ก็ทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาวัยเด็ก และมิตรภาพระหว่างเพื่อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

สรุปท้ายบทความ

สำหรับใครที่เป็นคอหนังแอ็คชั่นกันอยู่แล้ว คงพอคุ้นหน้าคุ้นตากับตัวอย่างหนังทั้ง 5 เรื่องที่เรานำมาเป็นตัวอย่างกันในวันนี้ แน่นอนว่าฉากบู๊ เลือดสาดทั้งหลายนั้น มีสเปเชียลเอฟเฟกต์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ CG ช่วยเพื่อให้ภาพเกิดความสวยงาม และละเว้นเรื่องข้อบังคับทางกฎหมายในการขับรถ เพื่อคงความระทึก เร้าใจให้กับผู้ชม ดังนั้นการขับรถในชีวิตจริง เพื่อนๆ ต้องระวังกันนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเพื่อนๆ เอง

หากใครสนใจรถมือสอง ราคาดีๆ คุณภาพแจ่ม ลองแวะมาที่ Kaidee ก่อนได้นะคะ เผื่อใครอยากจะลองเท่ ขับรถคลาสสิกกับเขาดูบ้าง 

คุยครบรถ : Liberty Walk ตำนานสำนักแต่งรถ ที่ผู้ชายใฝ่ฝัน

คุยครบรถ : Liberty Walk ตำนานสำนักแต่งรถ ที่ผู้ชายใฝ่ฝัน

การแต่งรถเป็นอีกหนึ่งความคลั่งไคล้ของเหล่าหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบและมีจิตวิญญาณความซิ่งอยู่ในตัว ซึ่งในวันนี้เดี๋ยวเราจะมาทำความรู้จักกันกับชุดแต่งที่มีชื่อเสียงในระดับโลกอย่าง “Liberty Walk” ที่นำเข้าจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการมาโดย พี่โอ๊ต แห่ง Infinite Motorsport

WHERE IT ALL BEGIN…LIBERTY WALK

ชุดแต่งสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างชื่อเสียงและดังไกลระดับโลก งาน Sema Show 2013 ที่อเมริกา ที่จะรวมเอาเฉพาะรถยนต์ที่โดดเด่นมาไว้ในงานเอานั้น ซึ่งเจ้าสำนักที่ก่อตั้ง Liberty Walk ขึ้นมานั้นก็คือ คุณ “Wataru Kato” ที่ชื่นชอบในการแต่งรถบบ “Bosozoku” หรือที่รู้จักกันคือ การแต่งรถมอเตอร์ไซค์แบบชาวแก๊งค์ของวัยรุ่นญี่ปุ่น

ซึ่งนำเอาความเป็นแก๊งค์นี้มาดัดแปลงให้เข้ากับรถยนต์ โดยคันแรกที่เค้านำมาใส่ชุดแต่ง Liberty Walk อย่างเป็นทางการเลยก็คือ Ferrari 458 และ Nissan GT-R R35 ทำให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากและโด่งดังได้ในข้ามคืนในระดับโลก

[ ก่อนหน้าที่จะมาเป็น LIBERTY WALK ]

คุณ Wataru Kato นั้นเคยขายรถมือสองมาก่อน แถมยังมีรถแค่ 3 คันเท่านั้น!! แต่การที่ขายรถมือสองธรรมดา ๆ มันขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าไรนัก เขาจึงหันมามองสิ่งที่ถนัดมาที่สุดอย่างการแต่งรถ ซึ่งเมื่อทำออกมาแล้วกลับขายได้เป็นอย่างดี

– Infinite Motorsport –

“พี่โอ๊ต” หนุ่มสถาปนิกผู้ที่มีความหลงใหลในเรื่องของความเร็วและเป็นนักแข่งรถลงสนาม ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ว่าอยากจะเปิดอู่ไปพร้อม ๆ กับจิตวิญญาณสถาปนิก ก่อเกิดมาเป็น Infinite Motorsport ที่รวมหลากหลายธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ในการเปิดอู่มาก่อน แต่ด้วย Passion ที่แรงกล้า ส่งให้ที่นี่เปิดมาตั้งแต่ 2004 จนมาถึงปัจจุบัน

“จากความชื่นชอบเปลี่ยนมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ”

[ กำเนิด LIBERTY WALK THAILAND ]

จุดเริ่มต้นมาเกิดจากการกล้าได้กล้าเสียของพี่โอ๊ตและเพื่อน ๆ ที่มีความชอบในรถแต่งเหมือน ๆ กันจึงได้ลองส่ง E-mail ไปติดต่อทางต้นสำนักในการขอมาเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย ซึ่งทางประเทศญี่ปุ่นก็สนใจ จึงเกิดมาเป็น “Liberty Walk Thailand” โดยรถยนต์คันแรกของประเทศไทยที่สวมใส่ชุดแต่งแบบ Full Kit คือ Nissan GT-R R35 ของพี่นิวที่เป็นของหุ้นส่วนในธุรกิจ

ความโดดเด่นที่เหนือจากสำนักอื่น ๆ

เอกลักษณ์ที่เจ้าไหนก็ให้ไม่ได้ อย่าง Wide Body โป่งข้างแบบเย็บตรงบริเวณซุ้มล้อที่ยื่นออกมาเกินจากตัวรถ ที่มีความ Vintage ตามแบบฉบับ Bosozoku ที่คุณ Wataru Kato ชื่นชอบ แต่นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ใน Body Parts ของ Liberty Walk อีกด้วย อาทิ กระจังหน้า, กันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตหน้า-หลัง และสปอยเลอร์ ที่พอนำทุกอย่างมาหลอมรวมกันในรถหนึ่งคันแล้ว คุณจะรู้ได้ในทันทีว่านี่แหละ Liberty Walk 

หากใครที่กำลังมีความสนใจเพิ่มเติมในเรื่องของชุดแต่ง Liberty Walk หรือบริการอื่นภายใน Infinite Motorsport แล้วล่ะก็สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากการโทรสอบถามหรือติดต่อเข้าไปโดยตรงผ่านเพจ Facebook ได้เลย

  • Facebook Pages : Liberty Walk Thailand
  • เบอร์โทร : 083-065-1654

หากใครที่สนใจในเรื่องของชุดแต่งรถยนต์ เพิ่มความเฟี้ยวให้รถของคุณมีอะไรมากยิ่งขึ้น คุณมาได้ถูกที่เลย เพราะที่ Kaidee เป็นอีกหนึ่งที่ที่เป็นแหล่งรวมชุดแต่งมากมายที่เข้ากับรถและสไตล์ของคุณ!!

ของขวัญปีใหม่สำหรับสายแต่งรถ ที่ให้คุณโชคดีต้อนรับนิวเยียร์

ของขวัญปีใหม่สำหรับสายแต่งรถ ที่ให้คุณโชคดีต้อนรับนิวเยียร์

สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ นอกจากกระเช้าผลไม้ฝากญาติพี่น้อง ซองแดงใส่เงินที่หลายคนตั้งตารอแล้ว แต่สำหรับสายแต่งรถ ก็ต้องเป็นของประดับรถยนต์ต้อนรับปีใหม่ ให้รถของคุณพร้อมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสถานที่ที่คุณอาจไม่เคยไป!

โชคดีรับปีใหม่ สำหรับรถยนต์ของคุณ

เมื่อพูดถึง ปีใหม่ หลายคนคงมองเป็นธีมแสงสว่าง คล้ายคลึงกับธีมคริสมาสที่เฝ้ารอของขวัญและโชคดีจากซานต้าคลอส ดังนั้นก่อนจะไปถึงการสร้างโชคดีให้กับตัวคุณ เรามาสร้างโชคดีให้กับรถยนต์ของคุณกันก่อนดีกว่า เพราะเขาว่า “สิ่งดี ๆ เริ่มต้นที่การเดินทาง”

การเริ่มต้นสร้างโชคให้กับรถยนต์ของคุณ เริ่มต้นได้จากการพารถไปเจิมตามวัดที่มีเกจินักเจิมดัง ๆ หลายท่าน ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ หรือ พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม 

การเจิมรถเป็นความเชื่อที่คนไทยมักนิยมทำต่อ ๆ กันเมื่อจะซื้อรถ หรือต้องการความโชคดี ซึ่งจะนิยมให้เกจิหรือพระอาจารย์ดัง ๆ เป็นผู้เจิม เนื่องจากมีความเชื่อว่า หากให้พระที่เป็นผู้แสวงบุญเป็นคนทำพิธีให้ จะสร้างสิริมงคลให้แก่รถของเรา

นอกจากการเจิมรถแล้ว ยังมีวิธีเพิ่มความโชคดีให้กับรถ คือการเลือกของมงคลต่าง ๆ มาประดับไว้บนรถ เช่น เครื่องรางขับรถปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น หรือเป็นพระเครื่องหลายองค์ที่เด่นในเรื่องเหล่านี้ 

คงพอจะรู้ถึงวิธีสร้างโชคให้แก่รถยนต์ของคุณกันไปแล้ว มาถึงประเด็นสำคัญอย่าง การให้ของขวัญ ที่เรียกว่าโชคดีแก่ผู้อื่นกันบ้าง โดยสำหรับสายแต่งรถแล้ว คำว่าโชคดีไม่ได้หมายถึงเพียง โชคดีที่ทำให้ถูกหวย ร่ำรวยเงินทองเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงโชคดีในการเดินทางอีกด้วย

สำหรับของขวัญที่น่าสนใจให้สายแต่งรถประจำปีใหม่ 2564 นั้นจะมีอะไรบ้าง ลองมาดูเก็บเป็นไอเดียของขวัญสุดประทับใจให้แก่คนที่คุณรักกันดีกว่าค่ะ!

ของขวัญปีใหม่เหมาะกับสายแต่งรถ มีแล้วชีวิตดี

ใครที่มีคนรู้จักที่ชอบรถยนต์ หรือรักการแต่งรถเป็นพิเศษ ต้องไม่พลาดที่จะมอบของขวัญให้แก่คนพิเศษของคุณ เพราะการให้ของขวัญเป็นสิ่งที่ชอบ หรือเป็นสิ่งที่เข้ากันกับงานอดิเรกของคนคนนั้น เขาจะมีความประทับใจในของขวัญชิ้นนั้นแน่นอน ไม่ต้องเดาใจให้ยุ่งยากว่าจะชอบของขวัญไหม

มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสำหรับสายแต่งรถจะมีของขวัญชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง สามารถให้ได้ทั้งสายแต่งรถ และคนที่ต้องใช้รถทุกวัน เอาแบบของขวัญแบบเดียวกัน แต่ให้ได้หลายสาย เรียกว่า เป็นของขวัญที่ใคร ๆ ก็ชอบเลยค่ะ

Credit : Joom

1.เบาะกระชับพร้อมเบาะนวด

มาที่ชิ้นแรกเลย สำหรับสายสุขภาพที่ต้องใช้รถทุกวัน เบาะกระชับพร้อมเบาะนวดที่ออกแบบมาให้คนที่ต้องใช้รถบนท้องถนนนาน ๆ ในทุกวัน เพราะการขับรถหรืออยู่ในสรีระแบบเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้คุณเกิดอาการปวดเมื่อยหลังขึ้นมา

ดังนั้นการให้เบาะกระชับพร้อมเบาะนวด นอกจากจะเป็นการเพิ่มความสบายและความสุขให้คุณผ่อนคลายระหว่างเดินทางแล้ว ยังเป็นการมอบโชคดีและความห่วงใยด้านสุขภาพให้แข็งแรง ปราศจากการอาการปวดเมื่อยได้ดีอีกด้วยค่ะ

เบาะประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น เบาะส่วนหลัง และเบาะส่วนคอ โดยเบาะชนิดนี้สามารถกระชับและปรับระดับความแรงสำหรับนวดคอและหลังได้ถึง 3 ระดับ โดยวิธีใช้ก็แค่เสียบแจ็คก็ใช้งานได้เลยทันที แถมนอกจากใช้กับเบาะรถยนต์แล้ว ยังสามารถแยกไปใช้กับเบาะเก้าอี้ที่ออฟฟิศหรือที่บ้านก็ใช้งานทั้งสองแบบเลยล่ะค่ะ 

โดยราคาของเบาะประเภทนี้ก็ไม่สูงจนเกินไป อยู่ที่เรตประมาณ 1,500 – 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับงบและกำลังของผู้ซื้อเลยค่ะ ว่าจะเลือกราคาไหน ทั้งนี้ยังเป็นของขวัญที่แสดงถึงความห่วงใยได้ดี ในเรื่องของสุขภาพที่ฝ่ายผู้รับจะรู้ถึงความห่วงใยนั้นของคุณในทันทีเลยค่ะ

2.ที่ครอบพวงมาลัย

อีกของขวัญหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการถนอมรถยนต์ของคุณให้ดูใหม่ ดูน่าใช้ตลอดเวลา ต้องที่ครอบพวงมาลัย มีทั้งแบบหนังแบบผ้าให้เลือกซื้อ เพราะการใช้ที่ครอบพวงมาลัยจะช่วยให้พวงมาลัยของคุณให้ไม่ลอกง่าย ถ้าจอดตากแดดแล้วใส่ที่หุ้ม ทำให้เวลาจับพวงมาลัยอีกครั้ง ไม่ร้อนมากเท่าที่ควรจะเป็น

ทำไมพวงมาลัยลอก ถึงไม่เปลี่ยนพวงมาลัย สาเหตุที่หลายคนเลือกซื้อที่ครอบ เพราะราคาถูกกว่าการเปลี่ยนตัวพวงมาลัยยกเซตหลายต่อหลายบาท ทั้งยังสามารถเลือกสีตกแต่งให้เข้ากันกับสไตล์รถของคุณได้ด้วย

ถือเป็นสิ่งที่สำหรับสายแต่งรถหลายคน คงอยากได้มาเพื่อถนอมรถของคุณให้ดูสวยตลอดเวลา ดังนั้นนี่คือหนึ่งในของขวัญที่หลายคนควรให้กับสายแต่งรถ นอกจะนำมาใส่เพื่อความสวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งของที่มากด้วยประโยชน์อีกด้วย

Credit : KARMAKAMET Facebook

3.ถุงหอม

ของขวัญสำหรับสายแต่งรถ โดยเฉพาะกับผู้หญิง อย่างถุงหอมที่จะช่วยให้กลิ่นภายในรถของคุณสะอาดสดชื่น หอมนุ่มนวล คุณสามารถเลือกกลิ่นที่ผู้รับพึงพอใจได้ ด้วยกลิ่นเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้คนที่นำไปแขวนไว้ในรถผ่อนคลายแล้ว คนที่เป็นผู้โดยสารก็พากันรักกลิ่นเหล่านี้ไปด้วย

เนื่องจากรถเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยค่อนข้างนาน การสร้างกลิ่นและบรรยากาศให้น่าขับรถมากขึ้นก็จะทำให้การขับรถสนุกสนานและช่วยให้คุณมีสมาธิในการขับมากขึ้น นั่นคือหนึ่งในของขวัญที่ช่วยให้โชคดีในการขับขี่

Credit : Amotriz

4. ชุดแต่งรถยนต์

อีกหนึ่งทางเลือก ให้กับสายแต่งรถก็ต้องชุดแต่งรถยนต์สุดพิเศษนี่แหละ เพราะเป็นชุดแต่งที่มีหลากหลายสไตล์ให้เหมาะสมกับรถของผู้รับ โดยคุณสามารถเลือกชุดแต่งรถได้ทั้งจากศูนย์บริการรถยนต์ หรือแหล่งซื้อ-ขายภายนอก ราคาจะมีตั้งแต่หลักหมื่นยันหลักแสน 

หลายคนมักจะเลือกชุดแต่งรถยนต์เป็นของขวัญ เพราะเป็นสิ่งที่สายแต่งรถชอบและนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้รถของผู้รับดูดีและดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง เรียกได้ว่า หากคุณได้ให้ของขวัญนี้กับใคร ก็เป็นโชคดีของเขาเหล่านั้นเลยล่ะ

5.ชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์

สำหรับสายแกดเจ็ตต้องไม่พลาดชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ ที่จะทำให้ชีวิตของผู้รับสบายขึ้นอีกหลายเท่า เพราะปกติรถยนต์ในสมัยนี้สามารถชาร์จแบตผ่านในรถยนต์โดยการเสียบยูเอสบีได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นการมีชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ ที่เพียงแค่วางตัวโทรศัพท์ก็ชาร์จได้อย่างไร้สาย ไม่ต้องคอยเช็กว่าพกสายชาร์จมาไหม ให้เหนื่อยอีกต่อไป 

แถมชุดกล่องชาร์จโทรศัพท์ก็ราคาไม่สูงมาก มีตั้งแต่หลักร้อยถึงพัน ตามราคาแบรนด์เลย ซึ่งแน่นอนว่าการชาร์จแบตแบบนี้จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสายชาร์จพันกับตัวเกียร์ หรือสายชาร์จล้ำออกมาบริเวณที่นั่งคนขับให้รู้สึกรำคาญใจ

6. เครื่องราง

ถ้าอยากโชคดี ทั้งเรื่องโชคด้านการค้าขาย ทำงาน และการเดินทาง ก็ต้องพกเครื่องรางติดรถให้ผู้รับมีโชค เช่น พระเครื่ององค์เล็ก ๆ ตั้งไว้หน้ารถควบคู่กันไปกับเครื่องรางที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยของญี่ปุ่น หรือจะเป็นการนำแบงก์ยี่สิบใส่ซองแดงจำนวน 5 ซองให้แก่ผู้รับ โดยเน้นย้ำว่าให้ใส่ไว้ในรถ 

การทำแบบนี้เป็นความเชื่อว่าจะทำให้ผู้รับมีสิริมงคลและมีเงินเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ 

Credit : Thaicarlover

7. น้ำยาเช็ดกระจก

อีกหนึ่งอย่างที่คล้ายคลึงกับเครื่องราง แต่ไม่ใช่เครื่องรางคือการซื้อน้ำยาเช็ดกระจก เพราะมีความเชื่อที่ว่า หากกระจกของคุณใสจะทำให้การเงินไม่ฝืดเคือง ไหลลื่น ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน 

แต่ถ้ากระจกไม่สะอาด จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเงินขึ้นมาได้  ดังนั้นการซื้อน้ำยาเช็ดกระจกให้อีกฝ่ายก็เป็นเหมือนการมอบโชคแก่ผู้รับในทางอ้อม

Credit : Xiaomi

8. กล้องติดรถยนต์

ของขวัญที่หลายคนอยากได้ อย่างกล้องติดรถยนต์ ที่บางทีซื้อรถยนต์มา กล้องที่ติดมาให้ก็ไม่เวิร์กสักเท่าไร ดังนั้นการซื้อกล้องติดรถยนต์ดีๆ สักอัน 

จะทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความใส่ใจที่ใส่ลงไปในของขวัญชิ้นนี้ เพราะมันหมายถึงความปรารถนาดีที่ต้องการให้อีกฝ่ายเดินทางอย่างปลอดภัย มีกล้องติดรถยนต์เป็นเพื่อนในทุกเส้นทางของการเดินทางไปด้วยกัน นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายโชคดีแล้ว ยังเป็นการแสดงความห่วงใยด้วย

สายไหนต้องแต่งแบบไหนถึงจะดีนะ ?

อย่าลืมว่าสายแต่งรถหลายคน อาจจะมีการตกแต่งรถตัวเองกันไปบ้างแล้ว การเลือกของขวัญสักชิ้นควรเป็นของขวัญที่อีกฝ่าย ยังไม่เคยมี หรือไม่คิดว่าจะมีในการแต่งรถ แต่ถ้าคุณกำลังกังวลว่า ซื้อไปแล้ว เขาจะไม่ชอบหรือเปล่า แบบนี้ก็ลองซื้อสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะชอบ แม้ว่าจะมีอยู่แล้ว แต่การให้เพิ่มเป็นของใหม่ เขาก็น่าจะพึงพอใจมาก ๆ เช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะสายแต่งรถจ๋า แบบเอาให้ดูสปอร์ตดูซิ่ง แบบนี้การซื้อชุดแต่งรถยนต์ให้ก็เป็นความคิดที่ไม่แย่เลยใช่ไหมล่ะ ยิ่งเติมด้วยแกดเจ็ต จะทำให้รถของอีกฝ่ายดูมีอะไรที่ว้าวมากกว่าเดิมไปอีก

ส่วนสำหรับสายชิล สายนุ่มนวล สายหวาน ก็ควรซื้อถุงหอม เบาะกระชับสรีระพร้อมเบาะนวด หรือเครื่องรางเอาไว้ประดับรถให้เสริมความปลอดภัยพร้อมกับสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในการขับรถ ไม่ให้ผู้ขับขี่มีความเครียดสะสมในการขับรถมากเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน

สรุปท้ายบทความ

ใครที่กำลังมองหาของขวัญให้คนรักการแต่งรถ ก็ต้องไม่พลาดที่จะซื้อของตามลิสต์ข้างต้น เพราะแน่นอนว่าผู้รับจะค่อนข้างพึงพอใจและมีความสุขกับของขวัญปีใหม่เหล่านี้แน่นอน ด้วยฟีลและมู้ดของปีใหม่ที่พร้อมรับอะไรใหม่ ๆ 

นอกจากสิ่งของที่ส่งถึงกันไม่ว่าจะในราคาเท่าไรแล้ว ยังมีเรื่องของความรู้สึกและความใส่ใจในสิ่งของที่ซื้อให้ ที่จะทำให้การส่งความสุขและความห่วงใยนี้ เป็นหนึ่งเรื่องดี ๆ ต้อนรับปีใหม่ให้แก่ผู้รับได้เป็นอย่างดีทีเดียว

แอโรไดนามิกคืออะไร และสำคัญอย่างไร

แอโรไดนามิกคืออะไร และสำคัญอย่างไร

แอโรไดนามิกน่าจะเป็นคำที่หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินมาบ้าง และมีความคลับคล้ายคลากันมาไม่มากก็น้อย ว่าเป็นเรื่องของอากาศ แต่ว่าแอโรไดนามิกนี้มันสำคัญอย่างไรกันล่ะ ทำไมนักพัฒนาหรือผู้ผลิตรถยนต์ทุกเจ้าถึงเห็นความจำและเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการออกแบบให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดกัน

บทความนี้จะมาเป็นคำตอบและไขข้อกระจ่างในเรื่องของแอโรไดนามิกอย่างละเอียดให้ทุกคนได้เข้าใจกันเองว่า จริง ๆ แล้วมีประโยชน์มากมายที่อยู่ในเรื่องของอากาศ รวมไปถึงความน่ากลัวโหดร้ายหากรถยนต์ที่ผลิตออกมาและมีเรื่องของแอโรไดนามิกที่ไม่ดีจะส่งผลอย่างไร?

แอโรไดนามิก คือ?

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับคำว่าแอโรไดนามิกกันก่อน แอโรไดนามิก (Aero Dynamic) คือ หลักของอากาศพลศาสตร์ ถ้าบอกแบบนี้น่าจะงงกันไปใหญ่ หากอธิบายอย่างง่าย ๆ มันก็คือ เรื่องของการเคลื่อนที่ของอากาศนั่นเอง ซึ่งในตอนแรกเริ่มเดิมทีนั้น นักวิศวกรรมนั้นนำมันมาใช้ในการออกแบบเรื่องของอากาศยานและเครื่องบิน เพื่อทำให้เครื่องบินนั้นลอยได้อย่างคงที่และปลอดภัยได้มากที่สุดเวลาที่ลอยอยู่กลางอากาศ และต่อมาจึงได้ถูกนำมาพัฒนาต่อในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมักใช้กับรถแข่งซะส่วนใหญ่ โดยนักวิศวะเหล่านี้ใช้อุโมงค์ลมในการออกแบบการไหลของอากาศ

อุโมงค์ลม สำคัญอย่างไร?

อุโมงค์ลมเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบทางด้านกลศาสตร์ของไหลของอากาศที่มีความจำเป็นมากอีกหนึ่งอย่าง โดยนำมาทดสอบที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมในด้านอากาศพลศาสตร์ การใช้อุโมงค์ลมทดสอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ ตั้งแต่วัตถุที่มีรูปทรงง่าย ๆ จนถึงวัตถุที่มีรูปทรงยุ่งยาก

การออกแบบเพื่อนำมาใช้กับรถยนต์

หลักการในการออกแบบให้รถยนต์นั้นมีแอโรไดนามิกที่ดีนั้นจริง ๆ สำหรับนักวิศวะแล้วมีใช้อยู่ไม่กี่ข้อที่ทำให้ช่วยในเรื่องของแอโรไดนามิกได้ โดยที่ไม่ทำให้รถยนต์นั้นไม่ดูแปลกตาไปจากเดิม โดยสรุปมาให้แล้ว ดังนี้

1. รูปร่างเพรียว

การที่ออกแบบให้ตัวถังของรถยนต์นั้นมีความผอมบางและขนาดเล็กลงนั้น ส่งผลอย่างมากในเรื่องของแอโรไดนามิก ยิ่งรถมีความผอมมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อากาศสามารถไหลผ่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. ใช้กฎของแบร์นูลลี

กฎของแบร์นูลลีพูดเอาไวถึงเรื่องของการไหลของสสาร ซึ่งเป็นทฤษฎีที่นำมาใช้ในเรื่องนี้อย่างตรงตัว เพราะรถยนต์ที่มีตัวถังที่เป็นผิวเรียบนั้นจะทำให้อากาศไหลผ่านไปได้ง่ายและรวดเร็วกว่าที่ผิวขรุขระ

3. ความสูงของรถ

ความสูงก็มีผลในเรื่องของแรงต้านอากาศ ยิ่งรถยนต์สูงเท่าไหร่ ลมยิ่งไหลผ่านได้ยาก ดังนั้นการปรับความสูงให้มีความเหมาะสมกับชนิดของรถนั้น ๆ เป็นสิ่งนักวิศวะต้องออกแบบตามการใช้งาน 

4. แรงกดอากาศด้านหน้าหลัง

การออกแบบให้กระโปรงหน้า-หลังนั้นลาดลงนั่นก็เพื่อต้องการให้อากาศไหลผ่านมาจากข้างหน้าไหลผ่านไปสู่ข้างหลัง ที่ช่วยส่งให้อากาศช่วยกดตัวของรถยนต์ทั้งข้างหน้าและหลังในเวลาเดียวกัน

5. ออกแบบช่องลม

การออกแบบช่องลมในบริเวณของกระจังหน้า ที่จะช่วยให้กระแสลมผ่านจากหน้ารถไปสู่หลังรถได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบในส่วนนี้นั้นยังช่วยเป็นอย่างมากเพื่อให้รถไม่ส่ายไปส่ายมาในเวลาที่ใช้ความเร็วสูง

สำคัญอย่างไร

มาดูกันต่อเลยกับความสำคัญของแอโรไดนามิกกันเลยดีกว่า มาดูกันว่าจริง ๆ นักวิศวะไม่ได้แค่ออกแบบมาเพื่อเล่น ๆ แต่เป็นความใส่ใจในรายละเอียดและความปลอดภัยขั้นสูงให้แก่ผู้ขับขี่อย่างเรา ๆ มากเพียงใด

1. รถเกาะถนนมากขึ้น

เหตุผลแรก ๆ ที่สามารถบอกได้อย่างง่ายที่สุดเลยว่าแอโรไดนามิกนั้นสามารถช่วยให้รถยนต์นั้นเกาะถนนได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยอากาศที่ไหลจากด้านหน้าของรถไปสู่ข้างหลังของตัวรถนั้นจะมีแรงกดอากาศจากบนลงไปล่าง ทำให้รถนั้นยึดกับถนนได้ดีขึ้นแม้ว่ารถยนต์คันนั้นจะน้ำหนักเบาก็ตาม

2. ขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป็นอีกประโยชน์ของแอโรไดนามิกที่ช่วยทำให้รถยนต์ของคุณนั้นมีความเร็วและประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการทำให้ลดแรงต้านของอากาศนั่นเอง หากงงว่าแรงต้านอากาศคืออะไร ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ง่าย ๆ หากคุณลองเดินฝ่าลมพายุแรงและรู้สึกว่าตัวคุณกำลังถูกผลักอย่ารุนแรง นั่นแหละคือแรงต้านอากาศ การทำให้รถยนต์มีแอโรไดนามิกขึ้นมาก็เพื่อฝ่าแรงลมเหล่านี้และขับไปได้โดยไม่โดนลมพัดไปนั่นเอง

3. ลดเสียงรบกวนจากลม

น่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยเปิดกระจกขับรถเวลาที่อากาศหนาว ๆ ในไทยมาถึง และคุณเคยลองสังเกตกันไหมว่าเวลาเปิดกระจกแล้วขับรถไปด้วย นั่นทำให้รถยนต์ของคุณกำลังสูญเสียแอโรไดนามิกไป เสียงลมที่เข้ามาในรถนั้นจะดังเป็นอย่างมาก จนบางทีนั้นอาจจะคุยกับคนข้างไม่รู้เรื่องเลยก็เป็นได้ นี่แหละจึงเป็นอีกหนึ่งความสามารถของแอโรไดนามิกที่จะมาลดเสียงเหล่านี้นั่นเอง

4. ลดเสียงจากท่อไอเสีย

หลักการเดียวกันกับการลดเสียงรบกวนจากแรงลมในข้อเมื่อสักครู่เลย ด้วยความที่รถยนต์บางคันนั้น มีท่อไอเสียที่มีเสียงค่อนข้างดัง ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่ได้อยากได้ยินเสียงที่มันดังจนทะลุเข้ามาในห้องโดยสารนั่นเอง

5. ประหยัดน้ำมัน

เคยมีงานวิจัยงานหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่าการขับรถเปิดกระจกนั้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการขับรถปิดกระจกแล้วเปิดแอร์ นั่นก็เพราะว่าขณะที่เปิดกระจกนั่นรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อให้ปิดกระจกขับนั้นสูญเสียแอโรไดมิกไปนั่นเอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าแอโรไดนามิกช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างไร

ชุดแต่งที่ช่วยเรื่องของแอโรไดนามิก

ด้วยความที่แอโรไดนามิกนั้นมีความสำคัญอย่างมากกับรถยนต์ที่ต้องการใช้ความเร็วที่สูง ดังนั้นย่อเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีอุปกรณ์แต่ง (Aero Kits) ที่นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังคอยเสริมให้รถยนต์เหล่านั้นมีความสามารถในด้านของแอโรไดนามิกมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความสำคัญให้ได้ดีไปยิ่งขึ้น โดยมีชุดแต่งต่าง ๆ ดังนี้

1. Canard

มีลักษณะเหมือนครีบปลา ติดเอาไว้ด้านหน้าของตัวรถยนต์ โดยมีหน้าที่สร้างลมหมุนในขณะที่ขับขี่เพื่อสร้างแรงกดอากาศบริเวณของด้านหน้ารถยนต์

2. Side Skirt

อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันอากาศจากภายนอกไหลเข้ามาใต้ท้องรถ ซึ่งในปัจจุบันรถหลาย ๆ เจ้านั้น มีการติดตั้งชุดแต่งนี้มาให้ตั้งแต่ในโรงงานเลย

3. Spoiler

น่าจะเป็นชุดแต่งที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ติดตั้งเอาไว้บริเวณกระโปรงหลังเพื่อให้กระแสลมไหลม้วนอยู่ข้างหลัง ช่วยให้มีแรงกดในส่วนของท้ายรถ

4. Gurney Flap

เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บน Spoiler อีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาไว้ช่วยให้การทำงานของ Spoiler นั้นดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กระแสลมกดมาบริเวณท้ายรถได้มากขึ้น

5. Diffuser

หรือที่รู้จักกันว่า “ที่รีดอากาศท้ายรถ” ซึ่งอุปกรณ์นี้จะถูกติดตั้งไว้ที่บริเวณท้ายรถข้าง ๆ กับท่อไอเสีย ซึ่งมีหน้าที่ในการลดแรงต้านจากใต้ท้องรถได้ทั่วทั้งคัน

สรุปท้ายบทความ

แอโรไดนามิกนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับยานพาหนะแทบทุกชนิด รวมไปถึงรถยนต์ที่การออกแบบในแต่ละครั้ง นักวิศกรรมต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นั้นสนใจที่จะซื้อ

ทั้งนี้นอกจากรถยนต์เดิม ๆ ที่มาพร้อมชุดแต่งจากทางโรงงานที่จะช่วยให้ระบบแอโรไดนามิกนั้นดีขึ้นแล้ว ยังมีชุดแต่งอีกมากมายที่คอยเข้ามาเสริมให้ดียิ่งขึ้น ใครที่เป็นสายความเร็ว ความแรง ต้องสนใจอย่างแน่นอน

ใครที่อ่านบทความนี้แล้วเกิดสนใจในเรื่องชุดแต่งของรถยนต์ที่นอกจากจะทำให้รถของคุณนั้นดูเท่และโดดเด่นกว่าใคร ๆ บนท้องถนนแล้วล่ะก็ ลองเข้ามาดูที่ Kaidee Auto สิ ที่นี่รวมอุปกรณ์ในการแต่งรถและช่างยนต์ที่พร้อมดูแลคุณในทุกความต้องการ