May 6, 2021 | สัตว์เลี้ยง
นอกจากปัจจัยพื้นฐาน ด้านการกินการนอนของเหมียวๆ ที่เหล่าทาสอย่างเรา พร้อมเปย์ถวายหัวกันอย่างถ้วนทั่วแล้ว อีกหนึ่งออปชันเสริมที่หลายคนให้ความสนใจกันอย่างมาก นั่นก็คือ “ของเล่นแมว” ไอเทมยอดฮิต ที่แต่ละบ้านน่าจะมีติดไว้มากกว่าหนึ่งชิ้น เพื่อให้นายท่านของเราได้มีความสุขกันอย่างเต็มที่
แท้ที่จริงแล้ว “ของเล่นแมว” ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงของเล่นที่ให้ความเพลิดเพลิน กับเจ้าสี่ขาตัวจิ๋วเท่านั้น แต่เรื่องราวและประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในนั้นมีอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะมองข้ามและคาดไม่ถึง ไหนๆ จะเสียเงินทั้งที เราต้องเสียอย่างคุ้มค่าที่สุด
มาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวถูกอกถูกใจกับของเล่นแมวที่เราซื้อ
ของเล่นแมวมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
ของเล่นแมวที่เห็นในท้องตลาดส่วนใหญ่ มักเป็นของเล่นที่คอยเสริมบทบาทความเป็นนักล่าของแมว อย่างที่ทราบกันดีว่า สัญชาตญาณดังกล่าวเป็นสิ่งเด่นชัด ซึ่งติดตัวพวกเขามาตั้งแต่กำเนิด โดยเฉพาะอาการที่คอยจ้องตะครุบเหยื่อตลอดเวลา ยิ่งถ้าเป็นเหยื่อที่มีวี่แววจะพ่ายแพ้ด้วยแล้ว ยิ่งแสนถูกใจเป็นนัก
นอกจากนี้มีงานวิจัยแนะนำไว้ว่า ชาวทาสทั้งหลายควรให้แมวเล่นของเล่นก่อนเวลาเขากินข้าว เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันของเหมียวๆ ซึ่งมักจะออกล่า เลียขน กินแล้วถึงนอนนั่นเอง
1. สร้างทักษะการเคลื่อนไหวด้วยของเล่นแมว
ของเล่นแมวที่ดี ไม่ได้สร้างแต่ความสนุกให้เจ้าเหมียวของเราร่าเริงเท่านั้น หนึ่งในประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ คือการสร้างทักษะการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การวิ่งไล่บอล การปีนป่ายกระโดดขึ้นลงคอนโดแมว การเล่นไม้ตกแมว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยให้เขารู้จักจังหวะการขยับอันแม่นยำ ฝึกการเป็นนักล่าที่ดีเยี่ยม
ยิ่งถ้าเราฝึกให้เขาเล่นของเล่นแมวที่ดีตั้งแต่เด็ก กล้ามเนื้อของพวกเขาจะแข็งแรงได้รวดเร็ว มีพัฒนาการที่ดี คล้ายกิจกรรมคาร์ดิโอของทาสอย่างเรานั่นแหละค่ะ ยิ่งได้เล่นร่วมกับแมวตัวอื่นๆ ด้วย ก็เป็นข้อดี ถือเป็นการละลายพฤติกรรม ฝึกเข้าสังคมสี่ขา ลดความก้าวร้าวของแมวเราไปในตัว
2. ของเล่นแมวช่วยสร้างอาณาเขต
แมวเป็นสัตว์หวงอาณาเขตเอามากๆ สังเกตได้ว่าพอมีแมวแปลกหน้าเข้าบ้าน หรือเกิดอาการเครียดจากปัจจัยอื่นๆ พวกเขาจะตอบโต้สิ่งเหล่านั้นโดยการใช้กลิ่น เพื่อแสดงออกถึงพื้นที่ส่วนตัวและแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เพียงแค่การสเปรย์ (Spray) ฉี่ที่แมวเลือกใช้ ใต้อุ้งเท้าของพวกเขายังเป็นจุดปล่อยกลิ่นได้ดี
ฉะนั้นบรรดาของเล่นแมวทั้งหมด จึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างเขตไปโดยปริยาย โดยเฉพาะที่ฝนเล็บ ถือเป็นของเล่นที่แมวเลือกปล่อยกลิ่นได้ดี นอกจากจะช่วยให้เล็บที่ตายหลุดออกไปแล้ว ทั้งยังช่วยยืดกล้ามเนื้อแมวบริเวณกล้ามเนื้อขาและลำตัวได้อีกด้วย
3. ของเล่นแมวช่วยคลายเครียด
เชื่อว่าข้อนี้เป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสุด การได้เห็นแมวหน้ามึนของเรามีความสุขกับบรรดาของเล่นแมวที่ทาสซื้อถวาย นับเป็นความอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง เรียกว่าอมยิ้มทุกครั้งเวลาเห็นเขาวิ่งไปมากับของเล่นเหล่านั้น (ไม่รวมของเล่นแมวที่ซื้อแล้วโดนพวกเขาเมินเฉย)
มีงานวิจัยแห่งหนึ่งสรุปไว้ว่า คอนโดแมวเป็นตัวช่วยคลายเครียดสำหรับเจ้าเหมียวได้เป็นอย่างดี การที่เขาได้ปีนป่ายขึ้นไปนั่งอยู่ตามที่สูงๆ และมองลงมาในมุม Bird eyes view นั้น เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณนักล่าของน้องแมวอย่างหนึ่ง
4. ของเล่นแมวช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ
ของเล่นแมวบางชนิดทำมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับมนุษย์ ยิ่งช่วงแรกๆ ของการทำความรู้จักกัน “ไม้ตกแมว” ถือเป็นอุปกรณ์ที่ดีในการสร้างปฏิสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ได้ทั้งความสนุกและมิตรภาพดีๆ น้องเหมียวจะไว้วางใจเราได้เร็วขึ้น
เลือกของเล่นแมวอย่างไรให้ถูกใจน้อง?
เพลินกับอรรถประโยชน์ของเล่นแมวกันไปแล้ว ทีนี้มาดูวิธีการเลือกของเล่นให้เหมาะกับแมวของเรากันบ้าง ทั้งนี้นิสัยและรายละเอียดของนายท่านแต่ละตัวก็แตกต่างกัน ไป แนะนำให้เริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมดูก่อน ว่าพวกเขามีความสุขกับกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ แล้วเลือกของเล่นให้ตรงกับความชอบ
1. ของเล่นแมวที่ช่วยเสริมสร้างบทบาทนักล่า
อย่างที่เอ่ยไปว่า แมวนั้นเปี่ยมล้นด้วยสัญชาตญาณนักล่า ฉะนั้นของเล่นแมวที่จะถูกใจเจ้าขนปุยเหล่านี้ คือการให้พวกเขารับบท “ผู้ล่า” ซึ่งอยู่เหนือทุกอย่าง ได้ออกแรงวิ่งไล่ล่าเหยื่อที่เป็นฝ่ายหนี พวกเขาจะเอ็นจอยกับของเหล่านี้ได้ง่าย
อย่าเลือกเหยื่อที่เผชิญหน้ากับพวกเขา แมวมักไม่ชอบเหยื่อแข็งแกร่งกว่า ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นสร้างความเครียดให้ท่านๆ แทน
2. ของเล่นแมวที่มีโอกาสสำเร็จครึ่งต่อครึ่ง
อัตราความสำเร็จกับความพ่ายแพ้มีผลต่อความสนุกของพวกเขา แมวก็เหมือนกับเรา ไม่มีใครอยากรับบทนางแพ้ไปตลอดการแข่งขัน หรือหากชนะไปตลอดก็ไร้ซึ่งความท้าทาย แนะนำให้เลือกของเล่นแมวที่มีแนวโน้มจำนวนการแพ้ชนะใกล้ๆ กัน
เพื่อให้เจ้านายสี่ขาของเราสนุก และมีกำลังใจกับการเล่นมากขึ้น ไม่ต้องท้อที่จะต้องอยู่กับความปราชัยไปตลอด
3. ของเล่นแมวที่เป็นมิตรต่อเจ้าเหมียว
อีกหนึ่งปัจจัยการเลือกของเล่นแมวที่ไม่อยากให้ลืมกัน อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย โดยเฉพาะของเล่นแมวที่ใช้ประสาทรับรสหรือมีขนาดเล็กเกินไป เนื่องจากหลุดเข้าหลอดลมได้ง่าย
ไหนจะเรื่องเรื่องสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย รวมถึงบางกลิ่นซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแมว อย่าลืมว่าพวกเขามีประสาทรับกลิ่นไวกว่ามนุษย์อย่างเราๆ มาก
4. ของเล่นแมวที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด
ไฟฉายเลเซอร์ ขนนก ไม้ตกแมว ฯลฯ แม้กระทั่งถุงพลาสติก นับเป็นของเล่นยอดฮิตสุดดึงดูดความสนใจเหมียวจอมซนได้ดี สังเกตได้ว่าอะไรที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมักไม่รอดพ้นสายตา เรียกว่าจับจ้องแบบไม่วางสายตาเลยด้วยซ้ำ บางตัวนี่หันหน้าไปมาตามการเคลื่อนที่ซ้ายขวาของวัตถุ นับเป็นกิจกรรมโปรดของนายท่าน
“ของเล่นแมว” เสริมความรัก สร้างความผูกพัน
ถึงจะมีของเล่นแมวคลายเหงาให้เหล่าแมวแล้ว ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่มีเวลาให้พวกเขานะคะ อย่างไรแล้วมนุษย์ก็ยังเป็นที่รักอันดับหนึ่ง สำหรับเจ้าสี่ขาขนปุยนี้เสมอ ถึงน้องจะดูมีทีท่าเย่อหยิ่งไม่สนใจ เรียกก็ไม่ค่อยมาไปบ้าง
แต่ลึกๆ แล้วเราสัมผัสได้ถึงความรักของพวกเขาเสมอ ทุกครั้งที่เศร้าหรือต้องการกำลังใจ นายท่านก็พร้อมอยู่นิ่งๆ ให้ทาสกอดและมานอนข้างๆ เสมอ
“แมวมีความผูกพันกับเจ้าของไม่แพ้กับสุนัข”
งานวิจัยยืนยันให้กำลังใจว่า แมวชอบที่จะใช้เวลากับมนุษย์เอามากๆ แฮปปี้ที่ได้อยู่กับเรามากกว่าการได้กินข้าวด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเราพาเขาสนุกกับของเล่นแมวไปด้วยกัน คงเป็นช่วงที่ดีไม่น้อย ให้ kaidee เป็นตัวกลางสร้างความผูกพันและความทรงจำแสนพิเศษ ด้วยของเล่นแมวมากมายในราคาที่ถูกใจ คลิกเลย!
Jan 27, 2021 | สัตว์เลี้ยง
“สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แมวเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมว (A dog is a man’s best friend. A cat is a cat’s best friend)”
Robet J. Vogel
ประโยคอันแสนเรียบง่าย ที่ทาสแมวอย่างเราฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าตามอย่างยอมรับชะตากรรม เพราะธรรมชาติของเจ้าขนปุยเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าเหมียวตัวแสบก็ยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของมนุษย์บนโลกนี้หลายสิบล้านคน
แววตาอันแสนเย็นชาและสายตาที่เย่อหยิ่ง น่าจะเป็นสิ่งที่ “ทาส” หลายคนได้รับการปฏิบัติและยอมศิโรราบกับพฤติกรรมเช่นนั้น และคงจะจริงอย่างที่ว่า “ไม่มีใครเป็นเจ้าของแมว” ที่แท้จริง สอดคล้องตามเรื่องราวในอดีตที่ว่ากันว่า เจ้าพวกแมวต่างหากที่เชิญตัวเองเข้ามาอยู่กับเรา นั่นหมายความว่า
“แมวเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง มนุษย์เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามเท่านั้น”
ไม่มีใครเป็นเจ้าของแมว…ตั้งแต่แรก
แมวเคียงคู่กับเราบนโลกนี้มากว่า 12,000 ปีแล้ว
ทุกวันนี้ยังคงเป็นปริศนาว่าแมวถูกเลี้ยงขึ้นครั้งแรกเมื่อไร ที่ไหน ที่สำคัญมุมมองของมนุษย์ต่อแมวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเวลาและบริบทของสังคม ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณที่เชิดชูแมวเป็นเทพเจ้าสูงส่ง หรือจะเป็นยอดนักล่าประจำฟาร์ม คอยจับหนูและป้องกันงู กว่าจะมาเป็นสัตว์เลี้ยงขวัญใจทาสได้ทุกวันนี้ เราลองมาดูกันว่า แมวเป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด
อียิปต์ : เทพเจ้าแมวอันสูงส่ง
เกาะไทม์แมชชีนย้อนกลับไปราว 600 ปีก่อนคริสตกาล (อาจจะล่วงเลยกว่านั้น) พบหลักฐาน “สุสานมัมมี่แมว” กว่า 30,000 ตัว ในเมือง Beni-Hassan ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอียิปต์ ทั้งยังมีข้อบ่งชี้ว่า แมวผูกพันกับวิถีชีวิตชาวอียิปต์มายาวนาน และลึกซึ้ง
นอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรัก ที่สวมบทบาท “นักล่า” คอยจับหนู จับงูคอยป้องกันพืชผลทางการเกษตรในฟาร์มได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว แมวยังถือเป็น “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์” ประจำเมืองอียิปต์ สะท้อนผ่านรูปปั้นและงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่เชิดชูแมว ถึงขนาดมีกฏหมายห้ามฆ่าหรือทำร้ายแมว หากใครทำมีโทษถึงชีวิตเลยทีเดียว
“เทพีบาเตส (Bastet)” คือเทพีแมวที่ครึ่งบนเป็นแมวและครึ่งล่างเป็นผู้หญิง ว่ากันว่าเป็นเทพฮอตฮิตอันดับต้นๆ ของคนอียิปต์ ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองให้ชาวเมืองเจอแต่สิ่งดีๆ เน้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์และสุขภาพที่แข็งแรง ฉะนั้นตามวิหารใหญ่ๆ จึงมีรูปปั้นของเทพีบาเตสประดับอยู่หน้าทางเข้า
ญี่ปุ่น : แมวกับสัญลักษณ์แห่งความโชคดี
ก้าวแรกของแมวในญี่ปุ่น เริ่มต้นที่คริสต์ศักราช 500 ด้วยการนำเข้ามาทางเรือขนส่งสินค้าของพ่อค้าชาวจีน โดยหน้าที่หลักของแมวในสมัยนั้น เปรียบเสมือน “ยาม” คอยเฝ้าระวังสินค้าให้อยู่ในสภาพดี ไม่ให้ถูกกัดแทะหรือได้รับความเสียหายจากเจ้าหนูวายร้ายทั้งหลาย
ช่วงแรกแมวจึงถูกเลี้ยงไว้เพื่อจับหนูและดูแลสินค้าเป็นหลัก ก่อนจะเริ่มเพิ่มบทบาท กลายเป็นผู้อารักขาหนังสือสำคัญทางพุทธศาสนา (จากหนู) ร่วมเดินทางไปกับขบวนพระไตรปิฎกครั้งสำคัญ ทำให้บทบาทของแมวถูกยกย่องในฐานะ “ผู้พิพักษ์” ทำเอาขุนนางหลายๆ คนในสมัยนั้นเริ่มเอาแมวมาเลี้ยงมากขึ้น
ปัจจุบันแมวในญี่ปุ่นกลายเป็นตัวแทนของความโชคดี ถึงขนาดมีชื่อเรียกเฉพาะว่า “มะเนะกิเนะโกะ” ซึ่งเรื่องราวของเจ้าแมวกวักที่หลายคนเอ็นดูนั้น ตามตำนานเล่าว่า ระหว่างที่ขุนนางท่านหนึ่งกำลังเดินเล่น จู่ๆ มีแมวตัวหนึ่งยกอุ้งเท้ากวักมือให้เข้าไปหา ขณะที่ท่านก้าวเข้าไปนั้น ฟ้าก็ผ่าไล่หลังลงมาทันที จนกลายเป็นความเชื่อว่าแมวเป็น “ตัวแทนแห่งความโชคดี” นั่นเอง
ยุโรป : เทพเจ้าแมวแห่งเสรีภาพ
การปรากฏตัวครั้งแรกของ “เจ้าเหมียว” ในยุโรป เริ่มต้นในศตวรรษที่ 5 โดยพ่อค้าชาวฟินิเชียน (Phoenician) ซึ่งเอาเข้ามาทางเรือ ด้วยความสามารถ “จับหนู” ที่เด่นชัดเสมอมา ทำให้ชาวยุโรปเอ็นดูและพากันหลงรักน้องแมวกันเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียว ที่ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงได้ภายในศาสนสถาน
นอกจากนี้แมวยังเป็นตัวช่วยสำคัญของกองทัพสมัยก่อน ถูกเอาไปเลี้ยงในป้อมปราการ เพื่อเฝ้าคลังอาหาร เสื้อเกราะ อาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญ ไม่ให้ถูกทำลายหรือกัดแทะจากหนู เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของทหารในช่วงนั้นก็ว่าได้
ทั้งนี้แมวยังเป็นสัญลักษณ์ของอิสระและเสรีภาพ ด้วยลักษณะนิสัยเฉพาะตัวที่ไม่ค่อยยุ่งและสุงสิงกับมนุษย์ บวกกับตำนานของเหล่าเทพปกรณัมทั้งหลาย อย่างเทพเจ้าลิเบอร์ตัส (Libertas) เทพเจ้าแห่งเสรีภาพ และเทพีไดอาน่า (Diana) เทพแห่งการล่าสัตว์ ที่ชอบแปลงร่างเป็นแมวอยู่เสมอ
อินเดีย : แมวกับบทบาทนักล่า
บทบาทเริ่มต้นของเจ้าเหมียวน้อยในอินเดีย ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ นัก ทักษะ “นักล่า” ยังคงโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อยู่เสมอ ช่วงต้นศตวรรษที่ 4 แมวได้รับการสรรเสริญในเมืองนี้ ในฐานะ “ฮีโร่” สุดแข็งแกร่ง ด้วยวีรกรรมสุดเท่ ปราบสัตว์ร้ายทั้งหนูและงูได้อย่างเฉียบขนาด ถึงขนาดมีบทกวีตอนหนึ่งในเรื่อง “มหาภารตะ (Mahabharata)” ชื่นชมความสามารถของน้องแมว
อย่างไรก็ตาม ความเป็นนักล่าของแมวไม่ได้ปรากฏอยู่แค่ในตำนานมหาภารตะเท่านั้น ยังคงอยู่ในปรัชญา ธรรมชาติและตำนานเทพเจ้าของอินเดีย ว่ากันว่าพระอินทร์ (Indra) เคยปลอมตัวเป็นแมว เพื่อหนีสามีของผู้หญิงที่ไปติดพัน (พระอินทร์ในความเชื่อของอินเดียเป็นหนุ่มเจ้าชู้)
ทั้งนี้ภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังอย่าง “Puss in Boots” ที่เป็นเรื่องราวของแมวส้มเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง ซึ่งออกผจญภัยกับผองเพื่อน จนกลายเป็นตำนานชื่อดัง ว่ากันว่าเค้าโครงเรื่องส่วนหนึ่งนั้น ดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านของอินเดียโบราณ
สรุปท้ายบทความ
ในฐานะสัตว์เลี้ยงแสนรัก แมวเองผูกพันกับมนุษย์มายาวนาน ไม่ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ ถึงจะมีความร้าย ความแสบ แสนเย่อหยิ่ง เป็นตัวของตัวเองสูง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็เป็นเสน่ห์ของเจ้าขนปุยสี่ขาพวกนี้ จนหลายๆ คนพากันตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ครองแชมป์สัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก
ใครอยากสัมผัสประสบการณ์ “รักอย่างไม่มีเงื่อนไข” ได้มองดูเขากินอิ่ม นอนหลับ ก็ยิ้มได้ ลองหาแมวน้อยสักตัวมาเป็นเพื่อนแก้เหงา รับรองว่า คุณจะได้พบกับพฤติกรรมตลกๆ จนอดเอ็นดูไม่ได้ และหากยังไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหน ให้ Kaidee เป็นคำตอบที่ทำให้ชีวิตของคุณ complete ขึ้นกว่าเดิมสิคะ
Nov 24, 2020 | สัตว์เลี้ยง
ใครเป็นสายทาสแมวด้วยกัน ย่อมเข้าใจหัวอกกันเป็นอย่างดี การปรนบัตินายท่านให้มีความสุขทุกช่องทางนั้นเป็นงานของเรา นอกจากปัจจัยสี่ทั่วๆ ไปซึ่งหลายคนดูแลอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เริ่มเข้ามามีบทบาทขึ้นในช่วงหลังๆ นั่นก็คือ “ของเล่นแมว”
สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ช่วยเพิ่มความสุขให้เจ้าเหมียวของเราได้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การให้ความบันเทิงชั้นดี ที่นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นการป้องกันเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคุณไม่ให้พังไปในตัว รวมถึงเสริมสร้างทักษะต่างๆ ให้พวกเขาอีกด้วย
ของเล่นแมวมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
จากการสังเกต “ของเล่นแมว” ซึ่งถูกใจเหล่าเหมียวๆ และมีในตลาดเป็นส่วนใหญ่ มักเป็นของเล่นที่วางบทบาทให้แมวเป็นนักล่า เพราะด้วยสัญชาตญาณที่จ้องตะครุบเหยื่อตลอดเวลา ยิ่งถ้าเป็นเหยื่อที่มีวี่แววจะพ่ายแพ้ด้วยแล้ว แสนถูกใจเป็นนัก
นอกจากนี้มีงานวิจัยแนะนำไว้ว่า ควรเล่นกับแมวก่อนเวลาเขากินข้าว เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของน้อง ซึ่งมักจะออกล่า เลียขน กินแล้วถึงนอน
1.สร้างทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีให้แมว
นอกจากความสนุกที่เราเห็นเหมียวๆ มีความสุขกับของเล่นแมวแล้ว หนึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นคือ การสร้างทักษะการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การวิ่งไล่บอล การปีนป่ายกระโดดขึ้นลงคอนโดแมว การเล่นไม้ตกแมว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นการช่วยให้เขารู้จักจังหวะการขยับอันแม่นยำ ฝึกการเป็นนักล่าที่ดีเยี่ยม
ยิ่งถ้าเราฝึกให้เขาเล่นตั้งแต่เป็นแมวจิ๋ว กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรงได้รวดเร็ว มีพัฒนาการที่ดี คล้ายกิจกรรมคาร์ดิโอของทาสอย่างเรานั่นแหละค่ะ ทั้งนี้กรณีที่เล่นกับแมวตัวอื่นๆ ด้วย ก็เป็นข้อดี ถือเป็นการละลายพฤติกรรม ฝึกเข้าสังคมสี่ขาอย่างสมานฉันท์ ช่วยให้แมวเราไม่ก้าวร้าว
2.ช่วยสร้างอาณาเขตของแมว
ทราบกันดีว่านายท่านเป็นสัตว์หวงอาณาเขตเอามากๆ ยิ่งถ้าเราเอาแมวแปลกหน้าเข้าบ้าน หรือเกิดเครียดจากปัจจัยอื่น พวกเขาจะตอบโต้โดยการใช้กลิ่น เพื่อแสดงออกถึงพื้นที่ส่วนตัวและแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เพียงแค่การสเปรย์ (Spray) ฉี่ที่แมวเลือกใช้ ใต้อุ้งเท้าของพวกเขายังเป็นจุดปล่อยกลิ่นได้ดี
ฉะนั้นบรรดาของเล่นแมวทั้งหมด จึงถูกใช้เป็นสัญญะของการสร้างเขตไปโดยปริยาย โดยเฉพาะที่ฝนเล็บ ถือเป็นของเล่นที่แมวเลือกปล่อยกลิ่นได้ดี นอกจากจะช่วยให้เล็บตายหลุดออกไปแล้ว ยังช่วยยืดกล้ามเนื้อแมวบริเวณกล้ามเนื้อขาและลำตัวได้อีกด้วย
3.ช่วยให้แมวคลายเครียด
เชื่อว่าข้อนี้เป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสุด การได้เห็นแมวหน้ามึนของเรามีความสุขกับบรรดาของเล่นที่ทาสซื้อถวาย นับเป็นความอิ่มเอมใจอย่างยิ่ง อมยิ้มทุกครั้งเวลาเห็นเขาวิ่งไปมากับของเล่นเหล่านั้น (ไม่รวมของเล่นแมวที่ซื้อแล้วโดนพวกเขาเมินเฉย)
มีงานวิจัยแห่งหนึ่งสรุปไว้ว่า คอนโดแมวเป็นตัวช่วยคลายเครียดสำหรับเจ้าเหมียวได้เป็นอย่างดี การที่เขาได้ปีนป่ายขึ้นไปนั่งอยู่ตามที่สูงๆ และมองลงมาในมุม Bird eyes view นั้น เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณนักล่าของน้องแมวอย่างหนึ่ง
4.เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ
ของเล่นแมวบางชนิดทำมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับมนุษย์ ยิ่งช่วงแรกๆ ของการทำความรู้จักกัน “ไม้ตกแมว” ถือเป็นอุปกรณ์ที่ดีในการสร้างปฏิสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ได้ทั้งความสนุกและมิตรภาพดีๆ น้องเหมียวจะไว้วางใจเราได้เร็วขึ้น
เลือกของเล่นแมวอย่างไรให้ถูกใจน้อง
เพลิดเพลินกับอรรถประโยชน์ของเล่นแมวกันไปแล้ว ทีนี้มาดูวิธีการเลือกของเล่นให้เหมาะกับแมวของเรากันบ้าง ทั้งนี้นิสัยและรายละเอียดของนายท่านแต่ละตัวก็แตกต่างกัน ไป แนะนำให้เริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมดูก่อน ว่าพวกเขามีความสุขกับกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ แล้วเลือกของเล่นให้ตรงกับความชอบ
1.ของเล่นที่เสริมสร้างบทบาทนักล่า
อย่างที่เอ่ยไปว่า แมวนั้นเปี่ยมล้นด้วยสัญชาตญาณนักล่า ฉะนั้นของเล่นที่จะถูกใจเจ้าขนปุยเหล่านี้ คือการให้พวกเขารับบท “ผู้ล่า” ซึ่งอยู่เหนือทุกอย่าง ได้ออกแรงวิ่งไล่ล่าเหยื่อที่เป็นฝ่ายหนี พวกเขาจะเอ็นจอยกับของเหล่านี้ได้ง่าย อย่าเลือกเหยื่อที่เผชิญหน้ากับพวกเขา แมวมักไม่ชอบเหยื่อแข็งแกร่งกว่า ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นสร้างความเครียดให้ท่านๆ แทน
2.ของเล่นที่มีโอกาสสำเร็จครึ่งต่อครึ่ง
อัตราความสำเร็จกับความพ่ายแพ้มีผลต่อความสนุกของพวกเขา แมวก็เหมือนกับเรา ไม่มีใครอยากรับบทนางแพ้ไปตลอดการแข่งขัน หรือหากชนะไปตลอดก็ไร้ซึ่งความท้าทาย แนะนำให้เลือกของเล่นที่มีแนวโน้มจำนวนการแพ้ชนะใกล้ๆ กัน เพื่อให้เจ้านายสี่ขาของเราสนุก และมีกำลังใจกับการเล่นมากขึ้น ไม่ต้องท้อที่จะต้องอยู่กับความปราชัยไปตลอด
3.ของเล่นที่เป็นมิตรต่อแมว
อีกหนึ่งปัจจัยการเลือกของเล่นแมวที่ไม่อยากให้ลืมกัน อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย โดยเฉพาะของเล่นแมวที่ใช้ประสาทรับรสหรือมีขนาดเล็กเกินไป เนื่องจากหลุดเข้าหลอดลมได้ง่าย ไหนจะเรื่องเรื่องสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย รวมถึงบางกลิ่นซึ่งอาจจะไม่ถูกใจแมว อย่าลืมว่าพวกเขามีประสาทรับกลิ่นไวกว่ามนุษย์อย่างเราๆ มาก
4.ของเล่นที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด
ไฟฉายเลเซอร์ ขนนก ไม้ตกแมว ฯลฯ แม้กระทั่งถุงพลาสติก นับเป็นของเล่นยอดฮิตสุดดึงดูดความสนใจเหมียวจอมซนได้ดี สังเกตได้ว่าอะไรที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมักไม่รอดพ้นสายพวกเขา เรียกว่าจับจ้องแบบไม่วางสายตาเลยด้วยซ้ำ บางตัวนี่หันหน้าไปมาตามการเคลื่อนที่ซ้ายขวาของวัตถุ นับเป็นกิจกรรมโปรดของนายท่านทั้งหลาย
สรุปท้ายบทความ
ถึงจะมีของเล่นคลายเหงาให้เหล่าแมวแล้ว ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่มีเวลาให้พวกเขานะคะ อย่างไรแล้วมนุษย์ก็ยังเป็นที่รักอันดับหนึ่งสำหรับเจ้าสี่ขาขนปุยนี้เสมอ ถึงน้องจะดูมีทีท่าเย่อหยิ่งไม่สนใจ เรียกก็ไม่ค่อยมาไปบ้าง แต่ลึกๆ แล้วเราสัมผัสได้ถึงความรักของพวกเขาเสมอ ทุกครั้งที่เศร้าหรือต้องการกำลังใจ นายท่านก็พร้อมอยู่นิ่งๆ ให้ทาสกอดและมานอนข้างๆ เสมอ
แมวมีความผูกพันกับเจ้าของไม่แพ้กับสุนัข งานวิจัยยืนยันให้กำลังใจว่า แมวชอบที่จะใช้เวลากับมนุษย์เอามากๆ แฮปปี้ที่ได้อยู่กับเรามากกว่าการได้กินข้าวด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเราพาเขาสนุกกับของเล่นแมวไปด้วยกัน คงเป็นช่วงที่ดีไม่น้อย ให้ Kaidee เป็นตัวกลางสร้างความผูกพันและความทรงจำแสนพิเศษ ด้วยของเล่นแมวมากมายในราคาที่ถูกใจ คลิกเลย!