5 อันดับกล้อง Mirrorless ยอดนิยมประจำปี 2021

5 อันดับกล้อง Mirrorless ยอดนิยมประจำปี 2021

อุปกรณ์ถ่ายภาพที่สำคัญสำหรับคนในยุค Digital เช่นทุกวันนี้ จากแต่ก่อนที่การมีกล้องสักตัวต้องเป็นอุปกรณ์สำหรับช่างภาพ หรือไม่ก็สำหรับคนที่ใช้งานเฉพาะด้าน แต่ปัจจุบันนี้เราก็สามารถเป็นเจ้าของกล้องถ่ายรูปได้ ด้วยรุ่นและราคาที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่แต่ละแบรนด์ใส่มาให้กับกล้อง เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับคนยุคนี้กันมากขึ้น

มารู้จักกันชนิดของกล้องกันก่อน

โดยทั่วไปแล้วกล้องจะมีการแบ่งแยกประเภทตามรูปแบบการใช้งานและฟังก์ชันต่างๆ ดังนั้นแล้วก่อนจะมีกล้องสักตัวเรามารู้จักกับประเภทของกล้องกันให้ดีก่อน

1. กล้อง DSLR

กล้อง DSLR หรือเรียกเต็มๆว่า Digital Single Lens Reflex เป็นกล้องที่ตากล้องมืออาชีพส่วนใหญ่มักจะใช้กัน เนื่องจากตัวกล้องสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ทำให้ได้ภาพที่หลากหลาย รวมถึงคุณภาพของรูปที่ออกมาก็จะชัดและดีกว่ากล้องปกติ

โดยกระบวนการถ่ายภาพจากกล้องประเภทนี้สรุปง่ายๆคือ ภายในตัวกล้องจะมีกระจกอยู่หนึ่งชิ้น ที่จะสะท้อนแสง(ภาพ)จากเลนส์เข้ามา เมื่อเรากดถ่ายภาพ กระจกที่อยู่ในกล้องจะพับขึ้น ม่านชัตเตอร์จะเปิดออกและแสงที่สะท้อนจากเลนส์เข้ามาก็จะเข้าสู่เซ็นเซอร์ภาพที่จะประมวลผลออกมาเป็นรูปภาพขึ้นบนจอดิจิทัลของกล้อง

2. กล้อง Mirrorless

กล้องที่เหมาะสำหรับตากล้องมือใหม่ไปจนถึงมือโปร เนื่องจากทั้งเรื่องราคาและฟีเจอร์ต่างๆที่กล้อง Mirrorless ทำออกมาได้ดีเกือบเทียบเท่า DSLR แถมกล้องประเภทนี้ยังสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้อีกด้วย ทำให้กล้องประเภทนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก

ซึ่งที่เราเรียกกล้องชนิดนี้ว่า Mirrorless นั้น เพราะว่าภายในตัวกล้องจะไม่มีกระจกสะท้อน ทำให้ช่องมองภาพที่มีในกล้อง Mirrorless จะเป็นแบบ Digital ที่ถูกแสดงผลจากเซ็นเซอร์แทน ไม่ใช่สะท้อนจากกระจกไปสู่ช่องมองภาพแบบ Optical เหมือนกล้อง DSLR 

3. กล้อง Compact

กล้องที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งกล้องประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นการถ่ายภาพแบบเจาะจงหรือเน้นการเปลี่ยนเลนส์ โดยตัวกล้องจะมีเลนส์ที่มีระยะซูมที่ยังสามารถซูมเข้า-ออกได้ ซึ่งกล้อง Compact เหมาะกับการพกพาเป็นอย่างมาก ทั้งขนาดและน้ำหนักที่เบากว่ากล้องอีกสองประเภท ดังนั้นใครชอบความเล็ก เบา แต่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์น่าสนใจต่างๆต้องกล้องประเภทนี้เลย

แล้ว Full Frame กับ APS-C ล่ะคืออะไร?

กล้อง Full Frame หรือ APS-C ที่เราเรียกกันนั้น แท้จริงแล้วมันคือขนาดของเซนเซอร์ที่อยู่ในกล้อง ซึ่งยังมีอีกหลายขนาดมาก แต่ด้วยความนิยมของกล้องที่เป็นที่สนใจของผู้คนส่วนมากมักจะมีเซนเซอร์สองแบบนี้ จึงทำให้คนมักคิดว่าเป็นชนิดของกล้อง 

Full Frame 

เซ็นเซอร์ขนาด Full Frame มักอยู่ในกล้อง DSLR ที่มีระดับค่อนข้างสูง ด้วยขนาดของเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ จะทำให้ได้ภาพแบบไม่ถูก Crop ออกด้วยเลนส์ ซึ่งแน่นอนว่าจะได้รูปที่มีคุณภาพสูงกว่ากล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่ามาก

APS-C

เซ็นเซอร์ขนาด APS-C เป็นเซ็นเซอร์ขนาดยอดนิยมที่อยู่ในกล้อง DSLR ระดับเริ่มต้นและกล้อง Mirrorless ซึ่งภาพที่ได้จากกล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาด APS-C นั้นจะถูก Crop หรือย่อขนาดลง ทำให้บางครั้งเลนส์ในระยะเดียวกันใช้กับกล้อง APS-C ก็อาจต้องถอยหลังอีกเวลาถ่ายภาพเพื่อให้ได้ระยะที่แท้จริง

5 อันดับกล้อง Mirrorless ยอดนิยม

ในปี 2021 นี้มีกล้อง Mirrorless รุ่นใหม่น่าใช้มากมาย หรือบางรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็ยังคงมีสเปคที่น่าสนใจและใช้งานได้ดีอยู่ เราหยิบ 5 รุ่นยอดนิยมมาแนะนำกัน

1.Sony A6100

เริ่มต้นกันด้วยกล้องรุ่นเริ่มต้นสำหรับมือใหม่อยากมีกล้องตัวสักตัวกับ Sony A6100 กล้อง Mirrorless ที่มีเซ็นเซอร์ Exmor Cmos ชนิด APS-C ความละเอียด 24.2ล้านพิกเซล

จุดเด่นของกล้องโซนี่ที่เราต่างรู้กันนั่นคือเรื่องโฟกัส ซึ่งระบบออโต้โฟกัสของรุ่นนี้ก็มาแบบ Real-time tracking ที่สามารถโฟกัสได้อย่างชัดเจนแม้มีการเคลื่อนไหวและระบบ Real-time Eye AF ที่จะตรวจจับดวงตา ไม่ว่าจะทั้งคนหรือสัตว์ก็สามารถตรวจจับได้อย่างแม่นยำ ด้วยจุดโฟกัสที่มีมากถึง 425 จุด ทำให้หายห่วงเรื่องภาพเบลอไม่โฟกัสหน้า

ด้วย Fast Hybrid AF ทำให้การถ่ายวีดีโอความละเอียดระดับ 4K ที่ได้จากกล้องรุ่นนี้มีมิติและคอนทราสที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น และเรายังสามารถแตะที่หน้าจอดิจิทัลเพื่อเลือกจุดว่าจะให้โฟกัสหรือ tracking ตรงไหนได้อีกด้วย และที่สำคัญคือตัวกล้องสามารถต่อไมค์โครโฟนแยกได้ เพื่อให้วีดีโอของคุณมีเสียงที่คมชัดมากขึ้น

สรุปแล้วกล้องตัวนี้เหมาะมากๆสำหรับคนที่กำลังมองหากล้องตัวแรก เพราะนอกจากระบบโฟกัสที่โดดเด่นแล้ว ยังสามารถตั้งถ่ายเซลฟี่ได้และตัวจอยังพับได้ 180 องศาอีกด้วย  

2.Fujifilm X-T30

เมื่อพูดถึงกล้อง Fuji หลายๆคนก็คงนึกถึงภาพถ่ายบุคคลที่มีความนวลเนียน ละมุนถูกใจสาวๆหลายๆคน ซึ่งในรุ่น X-T30 นี้ถึงแม้จะวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2019 แต่ก็ถูกเคลมว่าเป็น “ Little Giant ” หรือถ้าพูดแบบไทยๆก็คือเล็กพริกขี้หนู ที่ให้ฟังก์ชันและประสิทธิภาพที่ครบจัดเต็มในราคาจับต้องได้

เริ่มต้นกันที่เซ็นเซอร์ขนาด APS-C แบบใหม่ X-Trans CMOS 4 ความละเอียด 26.1 MP ที่ช่วยเรื่องคุณภาพของรูปให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงลด noise เมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นอีกด้วย 

ในด้านของการโฟกัส รุ่นนี้ก็ทำได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจจับดวงตาและใบหน้า ที่จะช่วยโฟกัสคุณได้แม่นยำมากขึ้น รวมถึงโหมดโฟกัสที่มีมากถึง 6 รูปแบบ โดยจะแบ่งเป็น AF-S และ AF-C อย่างละสามรูปแบบ ซึ่งจะครอบคลุมแถบจะทุกการถ่ายไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือวีดีโอ

เรื่องการถ่ายวีดีโอ สามารถถ่ายในความละเอียด 4K ได้ในคุณภาพไฟล์ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์ใหม่ที่ใส่มาในรุ่นนี้ และยังมีฟังก์ชัน Film Simulation ที่จะปรับภาพและสีเมื่อถ่ายวีดีโอให้สดมากยิ่งขึ้น 

สำหรับกล้องรุ่นนี้อาจไม่เหมาะกับสายเซลฟี่ถ่ายตัวเองมากนัก เพราะจอดิจิทัลด้านหลังไม่สามารถพับออกข้างได้ แต่โดยรวมแล้วนั้นหากใครไม่ได้เน้นการถ่ายเซลฟี่ หรือเอาไว้ให้เพื่อนหรือแฟนถ่ายให้ก็เหมาะมากๆ ด้วยขนาดและน้ำหนักรวมที่เมื่อรวมกับตัวเลนส์ในซีรีส์ X แล้วยังไม่ถึงกับหนักหรือพกลำบาก รวมถึงประสิทธิภาพที่อัดแน่นและคุณภาพของรูปที่ได้   

3.Panasonic Lumix G100

กล้องสาย Vlog ขนาดเล็ก พกพาง่าย ราคาย่อมเยา ที่มาในเซนเซอร์ MOS ความละเอียด 20.3 MP เหมาะกับการถ่ายวีดีโอหรือเซลฟี่เป็นอย่างมาก

จุดเด่นอย่างแรกของรุ่นนี้คือระบบ OZO ที่ทำให้ได้เสียงจากการถ่ายวีดีโอที่ดีมากขึ้นแม้ไม่ได้ต่อไมโครโฟนภายนอก (ในรุ่นนี้มีช่องต่อไมค์แยกให้) ซึ่งในระบบนี้จะมี 5 โหมดที่สามารถปรับการรับเสียงจากทิศทางต่างๆได้ 5 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง รอบตัว เฉพาะผู้ถ่าย หรือแบบอัตโนมัติ

ต่อมาคือเรื่องของการถ่ายวีดีโอในรุ่น G100 ด้วยรุ่นนี้มีกันสั่น Hybrid I.S.แบบ 5 แกน ทำให้สามาถเดินถือถ่ายได้และได้ภาพวิดีโอที่นิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดอีกมากมาย ไม่วา่จะเป็นการถ่ายวีดีโอแนวตั้ง การปรับอัตราส่วนของภาพวีดีโอให้เหมาะกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ 

จอภาพดิจิทัลขนาด 3 นิ้ว ที่สามารถพับออกด้านข้างเพื่อดูตัวเอง รวมถึงสามารถเตะเพื่อโฟกัสจุดที่เราต้องการได้อีกด้วย ดังนั้นโดยสรุปแล้วรุ่นนี้เหมาะสำหรับมือใหม่เริ่มต้นใช้งานกล้องและสายถ่าย Vlog ด้วยราคาและสามารถความต่างๆที่ตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่ง

4.Fuji X-T4

รุ่นพัฒนาจาก X-T3 ที่ภายนอกอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมมากนัก แต่ภายในมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นหลายอย่าง

ในรุ่น X-T4 นี้มาพร้อมเซนเซอร์ APS-C X-Trans CMOS 4 ความละเอียด 26MP และที่สำคัญคือมีระบบกันสั่น 5 แกนติดมาในตัวบอดี้เลยทำให้การถ่ายรูปและวีดีโอมีความนิ่งและสมูทมากยิ่งขึ้น

และในรุ่นนี้หน้าจอ LCD ด้านหลังเปลี่ยนจากจอ Tilt 3 ระดับเป็นจอพับออกด้านข้างแล้ว ตรงนี้อาจจะถูกใจหลายๆคนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ หรือตั้งกล้องวีดีโอถ่ายแล้วอยากเห็นตัวเองก็สามารถทำได้แล้ว

ภาพจาก dpreview.com/

ด้านข้างมีพอร์ทเชื่อมต่อไมค์ 3.5 mm, Clear HDMI, USB-C ที่สามารถชาร์จแบบ PD ได้และอีกด้านหนึ่งจะเป็นช่องใส่ SD Card แบบ USH-ll 2ช่อง

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้จะแตกต่างจากรุ่นเก่า โดยจะเป็นแบต NP-W235 ที่สามารถใช้ถ่ายรูปได้ประมาณ 500 ภาพต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

5.Canon EOS R5

กล้อง Mirrorless – Full Frame ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมา ด้วยเซนเซอร์ CMOS ที่มีความละอียดสูงถึง 45 ล้านพิกเซลและชิปประมวลผลภาพ DIGIC X ที่จะทำให้ได้คุณภาพของรูปที่คมชัด และมีประสิทธืภาพในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ดี 

Canon EOS R5 ยังมาพร้อมระบบออโต้โฟกัส Dual Pixel CMOS AF II ที่ช่วยจับโฟกัสเวลาถ่ายภาพหรือวิดีโอได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมถึงระบบ Animal Detection AF ที่ตรวจจับดวงตาของสัตว์ได้ ทำให้เราถ่ายภาพสัตว์ต่างๆหรือน้องหมาแสนรักของเราได้แบบไม่ต้องกลัวหลุดโฟกัส

ภาพจาก dpreview.com/

การถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืนหรือพื้นที่แสงน้อย รุ่นนี้ก็สามารถทำออกมาได้ดีเพราะมีช่วง ISO ที่สามารถดันสูงได้มากสุดถึง 102,400 

เรื่องการถ่ายวิดีโอก็สามารถทำได้แบบจัดเต็ม สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 8K แบบไม่ครอป และหากถ่ายภาพแบบ Slowmotion ก็สามารถถ่ายได้ในความละเอียดสูงถึง 4K เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังหมดห่วงเรื่องภาพสั่น เพราะตัวกล้องมาพร้อมระบบกันภาพสั่นไหว 5 แกนภายในตัวคู่กับระบบกันภาพสั่นไหวแบบ Optical     

ภาพจากเว็บไซต์ Canon/TH

ระบบการเชื่อมต่อไร้สายก็มีทั้ง Wifi 5 และ 2.4 Gzh และ Bluetooth พลังงานต่ำที่ทำให้เราสามารถควบคุมกล้องผ่านแอปพลิเคชัน Canon Camera Connect ได้แบบไม่เปลืองแบตมาก และเมื่อพูดถึงแบตเตอรี่แล้วในรุ่น EOS R5 มาพร้อมแบตแบบใหม่ (LP-E6NH) ที่ให้ความจุมาสูงถึง 2130 mAh

สรุปแล้วรุ่นนี้เหมาะมากกับคนที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพมาแล้ว และอยากหาอุปกรณ์คู่ใจที่จะช่วยให้คุณได้รูปคุณภาพสูง แต่เช่นเดียวกันคุณภาพที่ดีย่อมตามมาด้วยราคาที่สูงเช่นกัน

สรุป

5 รุ่นที่เราหยิบมาในนี้นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกล้อง Mirrorless ยอดฮิตที่มาแรงในตลาดตอนนี้ ซึ่งแบรนด์กล้องที่มีในตลาดนั้นเราต่างรู้จักกันดีอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีกล้องในแต่ละระดับแต่ละประเภทที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการซื้อกล้องสักตัวก็ควรศึกษาหารีวิวให้มากๆ แล้วจึงตัดสินใจ และหากใครหาซื้อกล้องอยู่ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดหมู่กล้องโดยเฉพาะ ที่ช่วยให้คุณเข้ามาเลือกซื้อได้อย่างสะดวกอยู่นะ ลองเข้ามาดูกันเลย

7 เคล็ดลับการ ถ่ายรูปวิว ง่าย ๆ ยอดไลก์พุ่ง !

7 เคล็ดลับการ ถ่ายรูปวิว ง่าย ๆ ยอดไลก์พุ่ง !

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันหยุดยาวอย่างวันมาฆบูชา ที่มีวันหยุดถึง 3 วัน และกิจกรรมที่หลาย ๆ คนทำ ก็คงจะหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวต่างจังหวัดนั่นเอง ซึ่งในยุคนี้ก็มีคนจำนวนมากที่ท่องเที่ยวเพียงคนเดียว และการที่จะเก็บบันทึกความทรงจำ ด้วยภาพถ่ายของตนเองกับสถานที่ต่าง ๆ ก็อาจจะยากไปสักหน่อย แต่ถ้าหากเราบันทึกด้วยการ ถ่ายรูปวิว ของสถานที่ที่เราไปเยือนล่ะก็ น่าจะทำให้เราสามารถบันทึกความทรงจำดี ๆ เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น และยังจะช่วยให้เพื่อน ๆ หลายคนอิจฉาตาร้อน จนต้องกดไลก์และเข้ามาคอมเมนต์อย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับการถ่ายรูปวิวง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง รับรองว่าถ้าทำแล้ว ไลก์ของคุณจะเพิ่มขึ้นฃอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ !

เคล็ดลับ ถ่ายรูปวิว ให้เหมือนมืออาชีพ

มุมมองเหมือนจริง

ขอบคุณรูปจาก: sergeycauselove

ก่อนการเรียนรู้ทฤษฎีใด ๆ การถ่ายภาพด้วยมุมมองของเราเอง ถือเป็นเคล็ดลับการถ่ายรูปวิวง่าย ๆ ที่จะทำให้คนมองสามารถเข้าถึงความสวยงามของสถานที่ได้ราวกับว่าเรายืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น ซึ่งการใช้แสงและสี ก็มีส่วนช่วยในการสื่ออารมณ์ของภภาพได้มากทีเดียว

กฎสามส่วนช่วยให้โดดเด่น

ขอบคุณรูปจาก: wirestock

การจัดองค์ประกอบของภาพให้สวยงามด้วยทฤษฎีง่าย ๆ อย่าง กฎ 3 ส่วน เทคนิคพื้นฐานของนักถ่ายภาพมือใหม่ ที่จะช่วยให้ภาพของคุณสวยงามและโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยการแบ่งรูปภาพที่ต้องการถ่ายเป็น 9 ส่วน และจัดวัตถุที่โดดเด่นไว้บนจุดตัดทั้ง 4 จุด 

รวมถึงการแบ่งเส้นแผ่นดินและท้องฟ้า ที่สามารถอิงกับกฎสามส่วนได้ โดยให้ส่วนของท้องฟ้ามากกว่าส่วนของพื้นดิน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 2:1 จะทำให้รูปวิวของเรามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เส้นนำสายตาดึงดูดภาพ

ขอบคุณรูปจาก: rawpixel.com

เชื่อหรือไม่ว่า เส้น เป็นองค์ประกอบศิลป์ที่จะช่วยดึงดูดสายตาคน จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่ต้องการได้เป็นอย่างดี ซึ่งเส้นนำสายตาที่ว่านี้ สามารถเป็นได้ทั้งเส้นตรง เส้นโครง หรือเส้นทแยงมุม โดยจะเห็นได้ตามจุดต่าง ๆ ของรูปวิวที่เราถ่ายไม่ว่าจะเป็น ถนน แม่น้ำ รางรถไฟ ชายทะเล และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเสริมให้ภาพมีมิติมากขึ้น

ส่วนเคล็ดลับการถ่ายรูปวิวด้วยเส้นนำสายตาให้น่าสนใจนั้น ไม่ควรเริ่มต้นที่มุมของภาพ แต่ควรเริ่มที่ด้านข้างของภาพเพื่อเปิดให้มีพื้นที่ว่าง มิเช่นนั้นอาจทำให้ภาพดูอึดอัดเสียแทน

Speed Shutter สร้างชีวิตให้ภาพ

ขอบคุณรูปจาก: wirestock

เคยไหมกับการถ่ายภาพน้ำตกแล้วดูแข็งทื่อ ? ลองปรับ Shutter Speed ให้ลดลงมามากสักหน่อย แล้วคุณจะได้ภาพสายน้ำที่ไหลฟุ้งอย่างนุ่มนวลและสวยงามอย่างแน่นอน

แต่ ๆ ๆ ดอกจันไว้รัว ๆ เลยว่า ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีค่า Shutter Speed ค่าไหนเลยที่ตายตัวในการถ่ายรูปวิว เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนกดชัตเตอร์

หากรอบให้กับรูป

ขอบคุณรูปจาก: wirestock

ถ้าคุณอยากไปพักผ่อนสบาย ๆ ในโรงแรมหรู 5 ดาวแบบอยากได้รูปสวย ๆ ไปอวดเพื่อนให้อิจฉา

ถ้าคุณอยากได้รูปมุมมองแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครให้เพื่อน ๆ ได้ว้าว

ลองหากรอบให้กับรูปวิวอันสวยงามของคุณ ด้วยสิ่งรอบตัวอย่างหน้าต่าง ประตู หรือต้นไม้ จะทำให้ภาพดูน่าสนใจขึ้นมาทันที

ถ่ายรูปวิว ย้อนแสงด้วยเทคนิค Silhouette

อบคุณรูปจาก: jplenio1

การถ่ายรูปวิว แสงแดดโพล้เพล้ตอนเย็น ๆ อันสวยงามสามารถทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคการถ่ายภาพแบบ ซิลลูเอท (Silhouette) หรือการถ่ายรูปย้อนแสงที่ทำให้ภาพมีพลังเพียงแค่หาท้องฟ้าสวย ๆ วัตถุที่คมชัดสวยงาม ปิดแฟลช ปรับแสง และกดถ่ายได้เลย !

ความสมดุลคือสิ่งสำคัญ

ขอบคุณรูปจาก: wirestock

รูปภาพที่สวยงามคือภาพที่มีความสมดุล อาจสมมาตรหรือไม่สมมาตรแบบเป๊ะ ๆ แต่เพียงแค่ให้ความรู้สึกที่เท่ากันก็พอแล้ว ทั้งการจัดวางที่ไม่มากหรือน้อยเพียงฝั่งใดฝั่งหนึ่ง สีที่ไม่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป และแสงที่ไม่สว่างหรือมืดมากนัก เพียงแค่นี้ภาพของคุณจะสมบูรณ์กว่าเดิม

สรุปเคล็ดลับ ถ่ายรูปวิว

และนี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการ ถ่ายรูปวิว ที่จะช่วยให้ภาพของคุณน่าสนใจจนมียอดไลก์แบบพุ่งกระฉูด ซึ่งนอกจากเทคนิคเหล่านี้แล้วก็ยังมีเทคนิคการถ่ายรูปอีกมากมายสำหรับมืออาชีพที่จะทำให้ภาพของคุณดูโปรมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้กล้องอะไรในการถ่ายภาพลองเข้าไปดูรีวิวได้ที่ 5 อันดับกล้อง Sony ยอดนิยมประจำปี 2020 และ 5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020 ถ้าเลือกได้แล้วก็เข้าไปหาซื้อกล้องสวย ๆ ได้ที่ Kaidee

ไปเที่ยวแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะ Kaidee เป็นห่วง <3

แนะนำ 5 รุ่นกล้องฟิล์มโพลารอยด์ประจำปี 2020

แนะนำ 5 รุ่นกล้องฟิล์มโพลารอยด์ประจำปี 2020

ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดถึงเสน่ห์ความเรียบง่ายของสิ่งต่างๆ ในอดีต อย่างเช่น กล้องฟิล์ม หรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง ที่ตอนนี้ได้กลับมาเป็นกระแสและได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง

เช่นเดียวกับ “กล้อง Instant Camera” หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “กล้องโพลารอยด์ (Polaroid)” ซึ่งมาจากชื่อบริษัทเจ้าแรกที่คิดค้นและผลิตกล้องแบบถ่ายปุ๊บได้รูปปั๊บ ก็ได้กลับมามีบทบาทในวงการภาพถ่ายอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลดีที่หลายแบรนด์ได้ทำการร่วมผลิตกล้องโพลารอยด์ออกมาแข่งขันกัน ทำให้มีตัวเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพได้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน

นอกจากความคลาสสิกแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่กล้องชนิดนี้ยังครองใจหลายๆ คน เนื่องจากการใช้งานง่ายไม่จำเป็นต้องมีสกิลในการถ่ายภาพมากมายแบบช่างภาพมืออาชีพ ก็สามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆ เพียงแค่กดถ่ายง่ายนิดเดียว รวมถึงยังเก็บภาพในการ์ดไว้อีกหนึ่งช่องทางได้อีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบรวมกล้องโพลารอยด์ 5 รุ่นมาแนะนำให้กับคนที่สนใจไว้เป็นตัวเลือกให้ได้ช้อปกัน

1. Polaroid Originals OneStep 2

แบรนด์ต้นตำรับกล้อง Instant Camera ที่ได้ทำการผลิตขึ้นมาใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องรุ่นยอดฮิตจากปี 1977 อย่าง OneStep ผสมผสานการออกแบบระหว่างความคลาสสิกและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว มีแบตเตอรี่ภายในตัวที่ชาร์จซ้ำด้วยสาย USB อยู่ได้นานถึง 60 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง กล้องมาพรอมเลนส์ฟิกซ์สามารถถ่ายวัตถุได้ตั้งแต่ระยะ 2 ฟุตขึ้นไป มีแฟลชอัตโนมัติ และระบบตั้งเวลาถ่ายภาพ เริ่มต้นใช้งานง่ายเพื่อให้ทุกคน รวมถึงเด็กๆ สนุกสนานกับการถ่ายภาพเพียงแค่กดชัตเตอร์และรอดูผลงานภาพที่คุณถ่ายได้ทันที

2. Fujifilm instax mini 9

โดดเด่นกับสีสันที่บ่งบอกถึงความสนุกที่มีให้เลือกกันถึง 5 สี สามารถเขียนข้อความต่างๆ เพิ่มความพิเศษลงบนภาพได้ ถ่ายภาพได้ที่ระยะใกล้สุด 35 เซนติเมตร ด้วยเลนส์ Close-Up พร้อมตัววัดแสงอัตโนมัติที่ช่วยให้ค่ารูรับแสงและแฟลชทำงานกันได้อย่างสัมพันธ์ มีโหมด High-Key Mode สำหรับถ่ายในที่มืด มีกระจกเล็กๆ ข้างเลนส์สำหรับถ่ายเซลฟี่เพื่อไม่ให้หลุดเฟรม สามารถปรับโหมดการถ่ายภาพได้ถึง 5 แบบ เพื่อเพิ่มความสนุกในการถ่ายภาพได้มากกว่าที่เคย

3. KODAK SMILE Instant Print Digital Camera

กล้องรูปทรงสวยสะดุดตาด้วยการเลื่อนสไลด์เปิดเลนส์เพื่อเริ่มถ่ายภาพ สามารถดูเฟรมภาพแบบเต็มตาด้วยหน้าจอแบบ LCD เพื่อเช็กมุมภาพแบบไม่มีพลาด จุดเด่นของกล้องคือการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพแบบ Zink Zero Ink Printing ที่ให้ความคมชัดและคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น สัดส่วนขนาดภาพที่ได้ออกมาจะอยู่ที่ 2×3 นิ้ว (กว้างxยาว) สามารถเก็บไฟล์ภาพบนการ์ดหน่วยความจำในเครื่องได้

4. Polaroid Snap Touch

รุ่นนี้รูปทรงการออกแบบจะแตกต่างจากกล้องโพลารอยด์ทั่วไป เพื่อช่วยให้คุณ Snap, Print และ Share เป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องพิมพ์แบบ Built-in ที่ถูกติดตั้งมาภายในทำให้ถ่ายและพิมพ์ภาพได้ทันที หรือจะเลือกเก็บไว้พิมพ์ภายหลังก็ได้ เพิ่มลูกเล่นให้กับภาพด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพิ่มกรอบฟิลเตอร์ สติกเกอร์ หรือตกแต่งแก้ไขภาพเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์อื่นๆ ได้อีกด้วย

5. Leica Sofort

กล้อง Instant ตัวแรกจาก Leica แบรนด์กล้องไฮเอนด์สัญชาติเยอรมันที่คนเล่นกล้องทั้งหลายอยากได้มาครอบครอง ดีไซน์กล้องมีความโมเดิร์นคลาสสิกมาในรูปทรงสี่เหลี่มจัตุรัส อัดแน่นด้วยคุณสมบัติโหมดการถ่ายภาพที่ครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน ตั้งแต่ Automatic, Party & People, Sports & Action, Macro, Multiple Exposures, Time Exposures, Self-portraits และ Self-timer รวมถึงยังมาพร้อมระบบ Manual Focus 3 ระยะ ตั้งแต่ Macro ถ่ายภาพวัตถุใกล้ได้ถึง 30 ซม. ไปจนถึงระยะไกล 3 เมตร เป็นต้นไป มีแฟลชภายในตัว ปุ่มปรับความมืด-สว่างของภาพ ได้ตามที่ผู้ถ่ายต้องการ

จบไปแล้วกับการแนะนำกล้องโพลารอยด์ 5 รุ่น หวังว่าจะมีประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังอยากช้อปอยากซื้อกล้องโพลารอยด์อยู่ ลองเข้ามาเลือกหาดูได้ที่ Kaidee กันเลย 

เลนส์ Canon ใช้ตัวไหนดี? บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

เลนส์ Canon ใช้ตัวไหนดี? บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

ในตลาดกล้องมีแบรนด์กล้องนับสิบแบรนด์ที่พัฒนาและผลิตกล้องรุ่นใหม่ๆมาในทุกๆปี หนึ่งในนั้นคือแบรนด์กล้องยอดฮิตติดเทรนตลอดกาล “Canon” หลายๆครั้งเราอาจเห็นแบรนด์นี้อยู่ในมือของช่างกล้องมืออาชีพ ที่ใช้ในสตูดิโอหรือตามงานต่างๆ ไปจนถึงตากล้องมือใหม่ใจรักการถ่ายภาพ ใช้ถ่ายลงเพื่อแชร์เรื่องราวดีๆลงในโลกออนไลน์ 

กล้อง Canon

แบรนด์กล้องที่เริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น ที่เมื่อพูดถึงกล้อง Canon แล้ว ใครๆก็มักจะนึกถึงแบรนด์ที่มีกล้องหลากหลายรุ่นในแต่ละระดับ ราคาที่ตอบโจทย์ไม่ว่าจะทั้งมือใหม่หรือมือโปร อีกทั้งความหลากหลายของเลนส์ที่มีให้เลือก จึงไม่แปลกเลยที่ Canon จะเป็นหนึ่งในแบรนด์อันดับต้นๆที่คนเลือกใช้กัน

เลนส์ Canon มีกี่แบบ?

1.EF (Electro-Focus)

เลนส์สำหรับกล้องประเภท DSLR แบบ Full Frame ที่ในปัจจุบัน Canon มีเลนส์ EF มากถึง 90 กว่ารุ่นให้เลือก เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกระยะที่นำไปใช้ถ่ายได้ ซึ่งนอกจากนี้ยังสามารถใช้งานกับกล้อง APS-C และ Mirrorless ได้ 

หากจะใช้งานเลนส์ EF นี้ร่วมกับกล้อง Mirrorless ก็จะต้องใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์ เลนส์ชนิดนี้มักถูกนำไปใช้ในการถ่ายระดับกลางถึงระดับโปรและราคาจะค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน

2.EF-S (Short Back Focus)

เลนส์สำหรับกล้อง DSLR แบบ APS-C (กล้องตัวคูณ) เนื่องจากเลนส์ EF นั้นมีราคาที่สูงและเมื่อนำมาใช้ในกล้อง APS-C ก็จะถูกครอบภาพออกเนื่องจากขนาดเซนเซอร์ของกล้องที่ต่างกัน แคนนอนจึงผลิตเลนส์ EF-S ขึ้นมาเพื่อกล้อง DSLR แบบ APS-C โดยเฉพาะ

 เลนส์ EF-S นี้สามารถใช้งานกับกล้อง Mirrorless ได้ผ่านการต่ออแดปเตอร์ แต่จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง Full Frame ได้

3.EF-M 

เลนส์สำหรับกล้อง Mirrorless ตระกูล EOS M ที่เป็นที่นิยมสำหรับมือใหม่หัดถ่ายรูปหรือคนที่ชื่นชอบกล้องแบบทั่วไปไม่ได้ใช้ในระดับโปรมากนัก ตัวเลนส์ชนิดนี้ส่วนมากจะมีขนาดและน้ำหนักที่เบา รวมถึงราคาที่ค่อนข้างถูก แต่ที่สำคัญคือเลนส์ชนิดนี้ใช้ได้เฉพาะกล้อง Mirrorless เท่านั้น 

4.RF 

เลนส์ที่มาพร้อมกล้องไลน์ใหม่ล่าสุดจากแคนนอน คือ Mirrorless-Fullframe ตระกูล EOS R โดยเลนส์ชนิดนี้ส่วนมากจะมีกันสั่นด้วย ซึ่งด้วยประสิทธิภาพของตัวกล้องในตระกูล EOS R ที่มีเซนเซอร์แบบ Full Frame บวกกับเลนส์ RF ก็จะได้ภาพและวีดีโอที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ราคาของเลนส์ก็สูงตามด้วยเช่นกัน

แล้วใช้เลนส์ตัวไหนดีนะ?

ในแต่ละประเภทของเลนส์ก็จะมีเลนส์หลากหลายระยะ ที่ตอบโจทย์การใช้งานประเภทต่างๆ และหากตอนนี้คุณกำลังสงสัยว่าใช้เลนส์ไหนดีอยู่ล่ะก็ เริ่มดูจากจุดประสงค์ที่เราจะถ่ายภาพว่าส่วนใหญ่เราถ่ายภาพแบบไหนหรือชอบถ่ายแนวไหน ตามด้านล่างนี้

1.ถ่ายภาพบุคคล

เมื่อนึกถึงภาพ Portrait หรือภาพถ่ายบุคคลแล้ว เราคงนึกถึงภาพหน้าชัดพื้นหลังเบลอ ที่ทำให้ตัวคนในภาพดูโดดเด่นขึ้น ซึ่งหากคุณต้องการภาพรูปแบบนี้ในการถ่ายด้วยกล้องแคนนอน เราแนะนำเลนส์ดังนี้

1.1 EF 50mm f/1.8 STM

เลนส์ EF ที่ใช้ได้ทั้งกล้องเซ็นเซอร์ APS-C และ Full Frame ด้วยขนาดที่เล็ก น้ำหนักที่เบา ระยะที่กำลังดี รวมถึงค่ารูรับแสงที่กว้าง เรียกได้ว่าตอบโจทย์ผู้ใช้กล้องเป็นจำนวนมาก ทำให้เลนส์ตัวนี้เป็นหนึ่งในเลนส์ขายดีของ Canon นอกจากนี้ยังราคาถูกอีกด้วย เรียกว่าเหมาะทั้งมือโปรและมือใหม่ที่อยากได้ภาพละลายหลังหรือเน้นถ่าย Portrait สุดๆ

1.2 EF-M32mm f/1.4 STM

เลนส์ Fix ระยะ 32mm ค่ารูรับแสงกว้าง 1.4 ที่ออกมาสำหรับกล้อง Mirrorless ตระกูล EOS M เลนส์ระยะนี้จะเทียบเท่าระยะ 51 mmของระยะฟูลเฟรม  ซึ่งด้วยค่ารูรับแสง 1.4 ทำให้ได้ภาพละลายหลังที่ชัดเจน ถูกใจสายพอร์ทเทรตแน่นอน นอกจากนี้ตัวกล้องยังมี STM ที่ช่วยเรื่องโฟกัสให้สมูทและเงียบยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยทั้งเรื่องการถ่ายภาพและวีดีโอให้ดีขึ้นอีกด้วย

2.ถ่ายวีดีโอและถ่ายภาพมุมกว้าง

สายถ่ายวีดีโอแบบตั้งถ่ายหรือเดินถือถ่ายเป็น Vlog ก็จะใช้งานเลนส์ที่ให้ภาพค่อนข้างกว้าง คนดูจะได้ไม่อึดอัดกับภาพที่ใกล้หน้าจนเกินไป ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ถ่ายภาพวิวทิวทัศน์สวยๆแบบเก็บรายละเอียดได้ครบอีกด้วย

2.1 EF-M11-22mm f/4-5.6 IS STM

เลนส์สำหรับกล้อง Mirrorless ตระกูล EOS M ที่มีระยะหลากหลาย ตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงสามารถใช้ถ่าย Portrait ละลายหลังก็ยังได้ แต่จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับการถ่ายวีดีโอ นั่นคือมีระบบกันสั่นในเลนส์ (IS) และยังมี STM ที่ช่วยเรื่องความสมูทของโฟกัสอีก ทำให้เหมาะมากๆสำหรับการถ่ายวีดีโอ ยิ่งใครที่ใช้ถ่าย Vlog แล้วต้องเดินถ่าย ก็จะได้ภาพที่นิ่งกว่าเลนส์ Fix อื่นๆ 

2.2 EF-S10-18mm f/4.5-5.6 IS STM

เลนส์สำหรับกล้องเซ็นเซอร์ APS-C ที่เป็นมุมกว้างแบบ Ultra Wide อีกทั้งยังมี IS และ STM ที่ช่วยเรื่องการโฟกัสและความนิ่งของภาพ ซึ่งความกว้างที่ได้จากเลนส์นี้จะกว้างกว่าเลนส์ EF-M 11-22MM รวมถึงเรื่องน้ำหนักที่เบา และราคาที่ถูกและคุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่เลนส์ตัวนี้ทำได้

3.ถ่ายรูป Macro 

ใครที่ชอบถ่ายดอกไม้หรือของชิ้นเล็กในระยะใกล้ๆ เลนส์ Macro จะเหมาะมากที่สุดเพราะระยะของเลนส์และการโฟกัสที่ทำได้ดีในระยะใกล้  

3.1 EF 100mm f/2.8 Macro USM

เลนส์มาโครที่ใช้ได้ทั้งกล้องเซ็นเซอร์ APS-C และ Full Frame ที่ให้ภาพที่ซูมใกล้ระดับ Macro และโฟกัสได้ชัดเจนและเปลี่ยนโฟกัสแบบ Manual ได้ทันทีด้วย USM ที่มีมาในเลนส์ ซึ่งจุดสังเกตอย่างหนึ่งของเลนส์ตัวนี้คือน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก (580 กรัม) 

3.2 EF-M28mm f/3.5 Macro IS STM

เลนส์มาโครขนาดเล็กและน้ำหนักเบาสุดๆสำหรับกล้อง Mirrorless ที่มีจุดเด่นคือ Macro Lite ที่เปรียบเสมือนไฟวงขนาดย่อ ปรับได้ 2 ระดับที่ติดอยู่ด้านหน้าของเลนส์ รวมถึงระบบ IS และ STM ทำให้เลนส์รุ่นนี้เป็นที่นิยมกับคนที่ใช้กล้องแคนนอนตระกูล EOS M มากๆ โดยเฉพาะสาวๆที่ต้องถ่ายซูมเมคอัพหรือหนุ่มๆที่ชอบถ่ายพระเครื่อง แมลงเกาะดอกไม้ต่างๆ เป็นต้น

4.ชอบถ่ายหลายแบบหลายแนว

ใครที่ไม่ได้เจาะจงการถ่ายภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็แนะนำให้ใช้เลนส์ที่มีระยะกำลังดีถ่ายได้ทั้งบุคคลและวิวทิวทัศน์ ที่สำคัญคือไม่ต้องพกเลนส์หลายตัว และต้องคอยเปลี่ยนเลนส์อยู่บ่อยๆ (แต่ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องที่ยากเพราะเมื่อมีเลนส์ตัวแรกแล้ว ตัวที่สองก็มักจะตามมาอีกเสมอนะ)

4.1  EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS USM

เลนส์สำหรับกล้อง APSC ที่ใครหลายคนต่างยกให้เป็นเลนส์ครอบจักรวาลสำหรับกล้อง DSLR ด้วยระยะตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงระยะเทเล ทำให้ได้ภาพที่หลากหลายในหนึ่งเลนส์ อีกทั้งยังมีกันสั่นในเลนส์ รวมถึง USM แบบ Nano ที่ช่วยให้โฟกัสได้ไวและเงียบมากขึ้น ดังนั้นใครที่ไม่อยากพกเลนส์หลายชิ้น ก็ขอแนะนำตัวนี้ ที่แม้ว่าราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่ตัวเดียวเอาอยู่ไม่ว่าจะถ่ายวิวหรือถ่ายคน

4.2 EF-M22mm f/2.0 STM

เลนส์ Fix สำหรับกล้อง Mirrorless ที่ถูกเรียกว่า “เลนส์แพนเค้ก” เพราะด้วยขนาดที่บางกว่าเลนส์รุ่นอื่นๆ และน้ำหนักที่เบา ทำให้เป็นเลนส์ติดกล้องแบบพกใส่ลงกระเป๋าได้อย่างง่ายๆ ในระยะ 22mm นี้เทียบเท่า 35mm ในระยะฟูลเฟรม ระยะนี้จะค่อนข้างใกล้เคียงกับกล้องโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมสำหรับถ่ายทั่วๆไปได้ทุกอย่าง และด้วยค่า F ที่กว้าง 2.0 ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี รวมถึงสามารถละลายหลังเมื่อถ่ายบุคคลในระยะที่เหมาะสมได้อีกด้วย 

สรุปท้ายบทความ

กล้องและเลนส์ของ Canon มีหลากหลายรุ่นและระดับ ซึ่งการเลือกเลนส์นั้นสิ่งที่สำคัญคือการดูเป้าหมายของการถ่ายภาพของเรา และยิ่งไปกว่านั้นคืองบประมาณที่เรามีและกล้องที่เราใช้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งหากใครหากล้องหรือเลนส์มือสองอยู่ล่ะก็ ที่ Kaidee ของเรามีหมวดกล้องโดยเฉพาะ ให้คุณได้เลือกซื้ออย่างสะดวก ลองเข้าไปดูกันเลย

3 รุ่นน่าใช้ กล้อง Canon EOS M สำหรับมือใหม่

3 รุ่นน่าใช้ กล้อง Canon EOS M สำหรับมือใหม่

ตลาดกล้อง Mirrorless ตอนนี้มีหลากรุ่นหลายแบรนด์ที่กำลังวางขาย หนึ่งในแบรนด์อันดับต้นๆที่เราจะนึกขึ้นได้ตลอดเมื่อพูดถึงกล้องนั่นคือ Canon ที่มีกล้องหลายระดับตั้งแต่ Fullframe ถึง Compact แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้กล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ ถ่ายดีทั้งภาพและวีดีโอ กล้องในตระกูล EOS M ถือว่าตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เพราะฉะนั้นมาดูรายละเอียดของกล้องทั้งสามรุ่นในตระกูลนี้กัน

1.EOS M200 

รุ่นอัปเดตจาก EOS M100 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ APSC-C CMOS ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพ DIGIC8 รุ่นล่าสุด  ตัวกล้องออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายเหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้การถ่ายภาพ ทั้งปุ่มตัวเลือก แป้นหมุนเลือกโหมด และปุ่มกดถ่ายวีดีโอถูกจัดวางให้กดได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่สามารถพับขึ้นได้ 180 องศาทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีฟังก์ชัน Creative Assist ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพของเราได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงมีฟิลเตอร์ที่สามารถกดใช้งานได้ในกล้อง ที่สำคัญกล้องยังมี Wifi และ Bluetooth ให้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์เพื่อถ่ายโอนภาพได้อย่างสะดวก

ระบบโฟกัสอัตโนมัติภายในกล้องเป็นระบบ Dual Pixel CMOS มีตำแหน่งโฟกัสอัตโนมัติ 143 จุด รวมถึงระบบตรวจจับดวงตา Eye Detection AF ที่จะทำให้โฟกัสดวงตาของเราไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือวีดีโอก็จะสามารถโฟกัสดวงตาอยู่ตลอดเวลา

2.EOS M50 Mark II

กล้องระดับกลางในตระกูล EOS M กับรุ่นที่สองของ M50 ที่มีเซ็นเซอร์และหน่วยประมวลผลภาพเดียวกันกับรุ่น M200 นั่นคือ DIGIC8 แต่สิ่งที่แตกต่างคือ M50 Mark II มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แบบ LCD ขนาด 0.39 นิ้ว พร้อมทั้งฮอทชูและช่องเสียบไมโครโฟน 3.5 mm ที่ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของวีดีโอได้ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกล้องไปใช้งานทั้งงานภาพและวีดีโอ

จอทัชกรีนมีฟังก์ชัน Touch & Drag ที่สามารถเลือกจุดโฟกัสได้ด้วยการแตะ และตัวจอสามารถพับออกด้านข้างได้ 180 องศา  ตัวกล้องยังมีฟังก์ชัน Creative Assist และ Creative Filter ที่ติดตั้งไว้ในระบบเรียบร้อย และส่วนของระบบโฟกัสก็เป็น Dual Pixel CMOS ที่มีระบบ Eye Detection เช่นกัน

ตัวเครื่องยังมี Wifi และ Bluetooth ที่ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในรุ่นนี้ยังเพิ่ม NFC หรือการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อนำอุปกรณ์ที่รองรับมาใกล้กับตัวกล้องและสามารถถ่ายโอนภาพเข้าสู่โทรศัพท์ที่เชื่อมต่อไว้ได้อัตโนมัติ

3.EOS M6 Mark II

ภาพจาก snapshot.canon-asia.com

รุ่นต่อยอดจาก EOS M6 รุ่นแรก ซึ่งเป็นกล้องระดับสูงสุดในตระกูลนี้ที่มีเซนเซอร์ใหม่ล่าสุด APSC-C CMOS ความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล ส่วนระบบโฟกัสอัตโนมัติและเซนเซอร์ประมวลผลภาพยังคงเหมือน M50 คือ Dual Pixel CMOS และเซนเซอร์ DIGIC8

หน้าจอทัชสกรีน LCD ขนาด 3 นิ้วที่มีระบบ Touch & Drag คล้ายกับรุ่น M50 แต่จุดที่ต่างกันคือตัวกล้องจะไม่มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (EVF) แต่สามารถซื้อเป็นตัวเสริมมาต่อได้ และตัวกล้องยังมีระบบกันสั่น 5 แกนที่ช่วยให้ถ่ายภาพและวีดีโอได้นิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นรุ่นนี้สามารถถ่าย 4K ได้แบบ Uncropped ที่จะไม่ทำให้ภาพแคบลงแบบรุ่นอื่นๆ

ด้านการเชื่อมต่อของตัวกล้อง สามารถเชื่อมต่อด้วย Wifi และ Bluetooth รวมถึงช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ที่ต่างจากทั้งสองรุ่นด้านบนที่ใช้ Micro USB

สรุป

กล้องทั้งสามรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วยแอปพลิเคชันเฉพาะ ที่ทำให้เราสามารถควบคุมการถ่ายภาพและวีดีโอผ่านโทรศัพท์ของเราผ่านไลฟ์วิวในตัวแอป อีกทังยังสามารถตั้งค่าให้บันทึกรูปภาพลงในโทรศัพท์อัตโนมัติได้อีกด้วย ถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย ซึ่งเมื่อเรารู้ข้อมูลเบื้องต้นของกล้องแต่ละรุ่นแล้ว เราก็ควรไปลองจับลองถ่ายกล้อง ว่าถูกใจถูกไลฟ์สไตล์การใช้งานของเราไหม

และหากคุณยังหากล้อง Canon EOS M ดีๆ สักตัวหรือจะเป็นกล้องกล้องฟิล์ม หรือกล้องประเภทและแบรนด์อื่นๆ Kaidee ของเรามีหมวดกล้องโดยเฉพาะให้ทุกคนได้เข้าไปเลือกดูอย่างสะดวก  รีบเข้าไปดูกันเลย !