เลี้ยงกระต่าย 101: วิธีเลี้ยงน้องสำหรับคุณแม่มือใหม่

เลี้ยงกระต่าย 101: วิธีเลี้ยงน้องสำหรับคุณแม่มือใหม่

ล็อกดาวน์ไม่จบไม่สิ้น อยู่บ้านกันมานานขนาดนี้ คงจะรู้สึกเครียด และเหงากันบ้างแล้วใช่ไหม อีกหนึ่งวิธีคลายเครียด และเหงาที่ได้ผลดีที่สุด แน่นอนว่าคือการ Socialize หรือ การเข้าสังคม พบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ การออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ อย่างที่เคย คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป เพราะวันนี้ Kaidee จะมาแนะนำตัวแทนมนุษย์ ที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของทุกคนกลับมา แถมในบางครั้งเขายังสามารถยังคอยปลอบประโลมเราในยามเหนื่อยล้าได้ดียิ่งกว่าเพื่อนมนุษย์เสียอีก 

และตัวแทนมนุษย์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ก็คือ “สัตว์เลี้ยง” นั่นเอง

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดนิยม คงหนีไม่พ้น สุนัข, แมว และ ปลา ใช่ไหมคะ แต่ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับน้อง “กระต่าย” สัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมที่สุดใน พ.ศ. นี้กัน 

npr.org

เพราะนอกจากที่น้องกระต่ายจะน่ารัก เชื่อง และขี้เล่นแล้ว น้องๆ ยังสะอาด และเลี้ยงง่ายมากๆ เรียกได้ว่าเหมาะสมสำหรับชีวิตที่แสนวุ่นวายของเราตอนนี้เป็นที่สุด 

แต่ก่อนที่เราจะไปดูวิธีเลี้ยงน้องกระต่ายอย่างถูกต้องกัน เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่ากระต่ายสายพันธุ์ไหนที่น่าเลี้ยงกันบ้าง

สายพันธุ์กระต่ายน่าเลี้ยง ยอดนิยม

คนเลี้ยงกระต่ายทุกคน คงจะพูดเป็นเสียงวเดียวกันว่า “กระต่ายเอง ก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อง, ขี้เล่น และฉลาด ไม่ต่างจากสุนัข หรือ แมว เลย” อย่างไรก็ตาม กระต่ายนั้น มีหลากหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ต่างต้องการ การดูแลที่แตกต่างกันออกไป เช่น กระต่ายบางสายพันธุ์ ชอบให้เราสัมผัส ในขณะที่บางสายพันธุ์ กระโดดหนีทุกครั้งที่เราพยายามจะเข้าหา

ดังนั้น ก่อนที่จะซื้อกระต่ายมาเลี้ยงกัน นอกจากความน่ารักแล้ว เราควรพิจารณาถึงนิสัยของแต่ละสายพันธุ์ ให้มั่นใจว่า กระต่ายที่เราซื้อมาเลี้ยงเป็น “Good Match” สำหรับเราจริงๆ 

1. กระต่ายพันธุ์ Mini Rex (มินิเร็กซ์) 

สายพันธุ์กระต่ายที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับใครหลายคน ต้องยกให้น้องกระต่ายพันธุ์ Mini Rex เลย

เพราะน้องกระต่ายพันธุ์นี้ มีทุกอย่างที่คุณต้องการแน่นอน ทั้งน่ารัก ขนปุกปุย และขนาดกำลังพอดี (เติบโตได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม) 

ที่สำคัญน้องยังเป็นกระต่ายสายพันธุ์อารมณ์ดี และง่ายต่อการเลี้ยงดูมากๆ เพราะเมื่อขนของเขาแก่ตัวลง ก็จะร่วงหลุดออกมาเอง โดยไม่จำเป็นต้องพาเขาเข้าร้านตัดขนบ่อยๆ ให้เสียเงินเล่นแน่นอน 

2. กระต่ายพันธุ์ Florida White (ฟลอริดาไวท์)

กระต่ายพันธุ์ Florida White หรือที่เรียกกันว่า กระต่ายขาวฟลอริดา เป็นกระต่ายตัวสีขาวล้วน ตาสีชมพู คอสั้น และมีหัวเป็นทรงกลม 

จุดเด่นของกระต่ายพันธุ์นี้ จะอยู่ที่หูที่ตั้งตรงตลอดเวลา เรียกได้ว่า เหมือนกระต่ายในการ์ตูนที่เราคุ้นเคยกันเลยทีเดียว

นิสัย: รักธรรมชาติ เชื่อง และไม่ตื่นตูมกับเสียงรอบข้าง จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กแน่นอน

3. กระต่ายพันธุ์ Holland Lop (ฮอลแลนด์ลอป)

มาถึงอีกหนึ่งสายพันธุ์สุดฮิต กระต่ายพันธุ์ Holland Lop นั่นเอง เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกระต่ายพันธุ์นี้ คือ ทรงหูตกแนบแก้ม พันธุ์นี้มีขนาดกลาง น้ำหนักไม่เกิน 1.8 กิโลกรัม

และสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบสีสัน เราขอแนะนำกระต่ายพันธุ์นี้เลยเพราะเขามีหลายสี และลวดลายที่หลากหลาย เช่น สีส้ม Ginger, ลายด่าง ขาวดำ, สีน้ำตาล, สีขาว Frosty และ อีกมากมาย 

นิสัย: เฟรนลี่ ชอบวิ่งเล่น แต่เขาจะไม่ค่อยยอมให้อุ้ม

4. กระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf (เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ) 

กระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf เป็นหนึ่งในสายพันธุ์กระต่ายที่มีขนาดเล็กที่สุด มีน้ำหนักไม่เกิน 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น พันธุ์นี้มีหูที่สั้น และเล็กมากๆ แต่จุดเด่นที่สุดคือดวงตาใสๆ คู่นี้ ที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดของตัวเขา

หากเพื่อนๆ สนใจน้องกระต่ายพันธุ์ Netherland Dwarf แล้วล่ะก็ ต้องทำใจเรื่อง ขนร่วง นะคะ เนื่องจากน้องมีขนสั้น ถึงปานกลาง และค่อนข้างหนา ทำให้ขนน้องร่วงเยอะพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเดือนเปลี่ยนขนของพวกเขานั่นเอง 

นิสัย: ขี้ตกใจ หงุดหงิดง่าย แต่ในขนาดเดียวกันก็ชอบวิ่งเล่น ดังนั้นจึงควรเลี้ยงกระต่ายสายพันธุ์นี้ในกรงขนาดใหญ่

5. กระต่ายพันธุ์ Dutch (ดัตช์)

จุดเด่นสำหรับกระต่ายสายพันธุ์ Dutch อยู่ที่สี ซึ่งขนของเขาจะเป็นสองสีสลับเป็นลายทาง ให้ลักษณะเหมือนน้องใส่หน้ากาก กับ กางเกง โดยเว้นบริเวณหน้าอกนั่นเอง กระต่ายพันธุ์นี้มีขนาดใหญ่ เจริญเติบโตได้มากที่สุดถึง 2.5 กิโลกรัม

นิสัย: กินเก่ง ชอบวิ่งเล่น และคลุกคลีกับคน 

ดังนั้น หากเพื่อนๆ ไม่ค่อยมีเวลา เราขอให้มองข้ามกระต่ายพันธุ์นี้ไป เพราะถ้าเขา ไม่ได้รับความใส่ใจ อาจจะทำให้เป็นโรคซึมเศร้า หรือ เฉาตายได้  

วิธีการเลี้ยง และดูแลกระต่าย 

ถ้าเลือกสายพันธุ์กระต่ายที่ชอบกันได้แล้ว เรามาดูขั้นตอนการเลี้ยงกระต่ายกันบ้าง เพราะถึงแม้ว่ากระต่ายจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่มีนิสัยซุกซน และเรียกร้องความสนใจเท่ากับสุนัข แต่การเลี้ยงดูเขาอย่างถูกวิธีก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่เปราะบาง กินยาก และมีชีวิตที่สั้นกว่าสุนัข 

ดังนั้น เราจึงควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเลี้ยงเขา เพราะเมื่อเราได้เริ่มพาเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวแล้ว เราคงอยากให้น้องกระต่ายอยู่กับเราไปนานๆ เนอะ  

สถานที่เลี้ยงกระต่าย

เราสามารถเลี้ยงกระต่ายได้ทั้งในบ้าน และนอกบ้าน 

  • เลี้ยงในบ้าน

หากเลี้ยงกระต่ายในบ้าน การเลือกกรงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อนๆ ควรเลือกกรงที่มีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ให้กระต่ายได้วิ่งเล่น หรือ พื้นที่สำหรับของเล่นกระต่ายต่างๆ เช่น ล้อวิ่ง เป็นต้น 

นอกจากนี้ กรงควรทำมาจากวัสดุที่แข็งแรง เช่น ลวด หรือ สเตนเลส และไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะกระต่ายมีนิสัยชอบแทะเล็ม ดังนั้น พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากสารเคมี จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของน้องนั่นเอง

  • เลี้ยงนอกบ้าน

การเลี้ยงกระต่ายนอกบ้าน สิ่งที่ต้องคำนึกเป็นอันดับแรกคือ เรื่อง สภาพอากาศ ดังนั้นเราควรเลือกกรงที่มีหลังคาเปิดปิดได้ สามารถกันแดด กันฝน และกันลมในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้กระต่ายล้มป่วย หรือเสียชีวิต

ที่สำคัญ ควรนำ ฟาง หรือ หญ้าแฝก มาปูเป็นพื้นกรง เพื่อให้เขาได้นอนอย่างสะดวกสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด และยังสามารถช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ในตอนกลางคืนอีกด้วย

อาหารกระต่าย

เคยสงสัยไหม ว่าทำไมตอนเด็กเราถึงคิดว่ากระต่ายกินแต่แครอทนะ? ในความเป็นจริงแล้ว กระต่าย กินอาหารได้หลากหลายนะคะ แต่อาหารที่เขาชอบมากที่สุดคือ หญ้า ค่ะ

welcomehomenature.com

กระต่ายกินหญ้าหลายชนิด ได้แก่ หญ้าขน, หญ้าทิมโมธี,แพงโกล่า, หญ้าอัลฟาฟ่า เป็นต้น 
สำหรับกระต่ายที่มีอายุไม่ถึง 6 เดือน:  สามารถให้ อาหารเม็ดผสม กับหญ้า เพื่อเพิ่มสารอาหารให้เขาได้ และอาหารเม็ดดังกล่าว ควรมีสารอาหารประเภท โปรตีน และ กากใย เป็นหลัก โดยให้ลดไขมัน เพราะจะทำให้น้องอ้วน มี ทำให้สุขภาพไม่ดี และล้มป่วยง่าย

น้ำสำหรับกระต่าย

เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่วิ่งเล่นทั้งวัน ดังนั้น ควรมีน้ำไว้ในกรงเสมอ โดยน้ำควรจะอยู่ขวด ให้น้องดูดจากหลอดท่อแอร์ ไม่ควรทิ้งน้ำไว้ในถาด หรือ อ่าง เพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคนะคะ 

การทำความสะอาดกระต่าย

petkeen.com
  • กระต่ายที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน

ใช้ผ้าชุบน้ำ แล้วเช็ดที่ตัวกระต่าย แค่นั้นก็พอ

  • กระต่ายที่มีอายุมากกว่า 3 เดือน 

สามารถอาบน้ำให้ได้ตามปกติ โดยการนำน้ำใส่กะละมัง และราดน้ำลงบนตัวเขา (ปิดหู เพื่อป้องกันน้ำเข้า) และทำความสะอาดด้วยยาสระผมเด็ก หรือสบู่อาบน้ำสุนัขก็ได้ 

วิธีการจับกระต่าย

บอกก่อนเลยว่า การจับกระต่ายที่หูเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะทำให้เจ็บแล้ว ยังทำให้หูของกระต่ายตกอีกด้วย 

การจับกระต่ายอย่างถูกวิธี ควรเริ่มจากการลูบหัวเขา ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นให้ สอดมือไปใต้ท้อง และดึงน้องเขามาแนบชิดลำตัวเรา 


ข้อควรระวัง: เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ขี้ตกใจ ดังนั้น เพื่อนๆ ต้องไม่มือสั่น เพราะจะให้เขากลัว และดิ้นตกลงมาจากมือเรา ทำให้บาดเจ็บได้

การตัดเล็บกระต่ายอย่างถูกวิธี

cypresscarwash.net

การตัดเล็บกระต่ายเป็นเรื่องจำเป็น เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่มักจะเลียเท้าหน้าของตัวเองเพื่อทำความสะอาดเป็นประจำ ดังนั้นการที่เขามีเล็บยาวนั้น จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคชั้นดี ดังนั้น เราควรหมั่นตัดเล็บเขา ด้วยกรรไกรตัดเล็บสุนัข หรือ กรรไกรตัดเล็บคน โดยระวังไม่ให้ตัดเข้าส่วนที่เป็นสีชมพู เพราะนั่นคือบริเวณเนื้อ ซึ่งมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยง การตัดเข้าเนื้อ อาจจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด และเป็นอันตรายได้ 

โรคที่กระต่ายเป็นได้ง่าย

  1. เห็บหมัด

หากน้องมีผิวหนังสกปรก หรืออาบน้ำไม่สะอาด เช่นเดียวกับสุนัข ภายใต้ขนปุกปุย อาจจะมีแมลง เห็บหมัดซ่อนตัวอยู่ หากพบว่าที่ขนของเขามีรังแค ควรรีบนำเขาไปพบสัตวแพทย์ในทันที 

  1. ฉี่เป็นเลือด

หากพบว่ากระต่ายฉี่เป็นเลือด อย่าเพิ่งตกใจนะคะ การฉี่เป็นเลือดนี้ เป็นอาการของความผิดปกติของเม็ดสี ‘พอร์ไฟริน (Porphyrin)’ ซึ่งไม่เป็นอันตรายใดๆ และจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน 

  1. ไข้กระต่าย (Tularemia)

ไข้กระต่าย เป็นโรคที่มักจะติดต่อกันในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ฟันแทะ โดยเฉพาะ กระต่าย โดยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า ‘เรียฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella Tularensis)’ พบในน้ำ ดิน และ ซากสัตว์ที่ตายเป็นเวลานาน

อาการของโรค จะแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อผิวหนัง ตา ปอด และต่อมน้ำเหลือง ตามประเภทของเชื้อ Tularemia

ซึ่งโรคนี้ อาจร้ายแรงถึงเสียชีวิต แต่หากรักษาแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสรอดสูงเช่นกัน

ให้กระต่าย เป็นตัวแทนมนุษย์ สานความสัมพันธ์ที่หายไป

เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้กระต่ายสายพันธุ์ที่ถูกใจกันรึยัง หากเลือกสายพันธุ์กระต่ายที่ชอบได้แล้ว ก็อย่าลืมนำคำแนะนำในการเลี้ยงเขาไปใช้กันด้วยนะคะ เขาจะได้มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นเพื่อนเราไปได้อีกนานๆ เลย

คนไหน ที่ยังหากระต่ายสายพันธุ์ที่ชอบไม่ได้ หรือ ไม่รู้ว่าจะซื้อกระต่ายราคาประหยัดๆ ที่ไหนดี ลองแวะมาดูกระต่ายน่ารักๆ ที่เว็บไซต์ Kaidee ก่อนได้นะคะ 

ที่ Kaidee เรามีกระต่ายหลากหลายสายพันธุ์ หลายราคา  และที่สำคัญผู้ซื้อสามารถติดต่อกับผู้ขายได้โดยตรง ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเว็บไซต์ของเรา รับรองว่า ชอปง่าย ปลอดภัย ได้ของเร็ว หายห่วง แน่นอน

รวมสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลเยอะ

รวมสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลเยอะ

เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงน่ารัก

เมื่อความเหงามาเยือน การมองหาเพื่อนรู้ใจสักคนย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่เพื่อนรู้ใจอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์เหมือนกันเสมอไป แค่มีเจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักสักตัวไว้คอยอยู่ข้าง ๆ ก็ปลอบประโลมจิตใจให้คลายเหงาได้แล้ว 

แต่การเลี้ยงสัตว์อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน สัตว์เลี้ยงบางชนิดก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและมีข้อจำกัดมากมาย วันนี้เราเลยขอคัดเหล่าสัตว์เลี้ยงน่ารักเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะมาเอาใจทุกคนกัน ไปดูเลยดีกว่าว่าจะมีเจ้าตัวจ้อยชนิดไหนบ้าง

ปลาเสือเยอรมัน สัตว์เลี้ยงน่ารักใต้น้ำเอาใจง่าย

ปลาเสือเยอรมันเป็นปลาตัวเล็กสีสันสดใส ยิ่งเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงยิ่งสวยงาม เพลินตาเพลินใจที่สุดเจ้าปลาเสือเยอรมันในปัจจุบันมีหลายสีเลย ตั้งแต่สีธรรมดาทั่วไปจนถึงสีสันพิเศษสะดุดตา เช่น แพลตตินัม สายรุ้ง และอีกมากมาย 

เราสามารถแยกเพศเจ้าปลาเสือเยอรมันได้จากรูปทรง ตัวเมียจะมีรูปร่างกลมกว่าตัวผู้ ทั้งสองเพศเมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดประมาณ 2 – 3 นิ้ว

หากพูดถึงอุปนิสัยใจคอของปลาเสือเยอรมันแล้ว เจ้าปลาตัวน้อยชนิดนี้ถือเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักที่นิสัยดี เอาใจง่าย ไม่เรื่องมากเรื่องอาหาร เรียกว่าเลี้ยงง่ายหายห่วงแน่นอน

การดูแลปลาเสือเยอรมัน

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าเจ้าปลาเสือเยอรมันเป็นปลาที่กินง่ายอยู่ง่าย ไม่เรื่องมากเรื่องอาหารการกิน จึงดูแลไม่ยาก ไม่ต้องใช้ตู้ปลาขนาดใหญ่มากเพราะปลาเสือเยอรมันไม่ได้ต้องการพื้นที่เยอะแยะอะไร ขอแค่แหวกว่ายได้ก็พอ

ด้านอาหารการกิน เราสามารถให้อาหารเจ้าปลาได้หลากหลายรูปแบบทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารสด และ อาหารผง

กระต่ายขนปุกปุยแสนสดใส

กระต่ายถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาลอีกหนึ่งชนิด ตัวกลมดิ๊ก ขนนุ่มฟู หน้าจิ้มลิ้ม ตาโตแป๋วแหว๋ว มองมุมไหนก็น่าอุ้มน่ากอดไปหมด ใครต่อใครก็ตกหลุมรักได้ไม่ยาก 

สายพันธุ์น้องกระต่ายที่นิยมนำมาเลี้ยง เช่น ฮอลแลนด์ ลอป ,เนเธอร์แลนด์ ดวอร์ฟ ,เร็กซ์, และมินิลอป 

กระต่ายเป็นสัตว์ขี้เบื่อ ชอบวิ่งเล่น รักความสะอาด และไม่ค่อยส่งเสียง ถึงบางมุมจะมีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็ถือว่าเลี้ยงไม่ยากค่ะ 

การดูแลกระต่าย

ควรมีพื้นที่กว้างพอให้กระต่ายวิ่งเล่นแบบไม่อึดอัด ถ้าเลี้ยงนอกบ้านก็ควรเลือกบริเวณที่ลมไม่โกรกแรงเกินไป รวมทั้งใช้หญ้าปูพื้นกรงเพื่อสร้างความอบอุ่น เจ้ากระต่ายจะได้ไม่ต้องนอนหนาว นอกจากนี้ควรมีอุปกรณ์ให้น้องเล่น เช่น อุโมงค์หรือสะพาน เนื่องจากน้องเป็นสัตว์ขี้เบื่อไม่ชอบอยู่เฉย ๆ 

กระต่ายจะกินหญ้าเป็นอาหารหลัก เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป สามารถให้ผักและผลไม้ชนิดอื่นเสริมได้ เช่น แคร์รอต ผักกาดขาว ผักโขม แอปเปิล มะละกอ และอื่น ๆ แต่ต้องให้แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เนื่องจากอาหารหลักของกระต่ายยังคงเป็นหญ้าเหมือนเดิม 

นอกจากนี้เราควรหมั่นเช็กอึน้องด้วยเพราะอึจะช่วยบ่งบอกสุขภาพได้ พฤติกรรมการกินอึตัวเองนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของกระต่ายเนื่องจากการกินอึจะช่วยปรับลำไส้ของน้องให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หนูแฮมสเตอร์ เจ้าก้อนตาแป๋วแสนซน

ต้องบอกว่าเราโตมาในยุคที่ครั้งหนึ่งมีคนฮิตเลี้ยงเจ้าหนูแฮมสเตอร์กันทั่วบ้านทั่วเมืองเลย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกค่ะ เพราะความน่ารักของเจ้าหนูตัวจิ๋วพวกนี้ตราตรึงใจมากจริง ๆ 

แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าหนูแฮมสเตอร์หน้าตาบ้องแบ๊วเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายมาก่อน น้องจะออกหากินตอนกลางคืนและนอนตอนกลางวัน อายุไขเฉลี่ยโดยประมาณคือ 3 ปีหรือมากกว่านั้น 

พันธุ์ที่นิยมนำมาเลี้ยงได้แก่ ซีเรียน แฮมสเตอร์หรือไจแอนท์ แคมเบลล์ รัสเชียน แฮมสเตอร์ และวินเทอร์ ไวต์ รัสเชียน แฮมสเตอร์ หรือ ไซบีเรียน แฮมสเตอร์ เป็นต้น

การดูแลหนูแฮมสเตอร์

การเลือกกรงที่เหมาะกับแฮมสเตอร์ควรเลือกให้มีพื้นที่เพียงพอกับความต้องการ ไม่กว้างหรือแคบเกินไป สามารถใช้เป็นกรงกระจกอย่างดี ความยาวประมาณ 3 ฟุต มีกรงล้อไว้ให้ออกกำลังกายเบา ๆ หรือกรงธรรมดาที่ซี่ไม่กว้างจนเจ้าหนูตัวจิ๋วรอดหนีไปก็ได้ 

เจ้าหนูแฮมสเตอร์กินผัก ผลไม้ และธัญพืชได้หลากหลายชนิด แต่สมัยนี้มีอาหารสำหรับแฮมสเตอร์แบบสำเร็จรูปให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อเลย แต่ไม่ควรให้น้องกินอาหารคนนะคะ

ทริคเด็ดเคล็ดไม่ลับคือถ้าเจ้าหนูดูเบื่อ ๆ จนออกอาการกัดงัดฟัดกรง ให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งของในกรงบ้าง แต่บางตัวอาจจะเครียดนอนไม่หลับเพราะของไม่อยู่ตำแหน่งเดิม อันนั้นก็กันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการถ่ายรูปตำแหน่งของไว้เลย

ชูก้าไกลเดอร์ (Sugar Glider) จิงโจ้บินสุดขี้เล่นเป็นกันเอง

เจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักตัวจิ๋วที่หน้าตาละม้ายคล้ายกระรอกบิน มีน้ำหนักประมาณ 90 – 150 กรัมเท่านั้น เมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาววัดจากจมูกถึงปลายหางประมาณ 11 นิ้ว ถือว่าตัวจิ๋วจริง ๆ 

ชื่อชูก้าไรเดอร์นั้นมีที่มาที่ไปนะ คำว่าชูก้าก็มาจาก ‘ชูการ์’ ที่แปลว่าน้ำตาลนั่นแหละ เพราะเจ้าจิ๋วชอบกินอาหารรสหวาน ส่วน ‘ไกลเดอร์’ ก็แปลว่าเครื่องร่อน ที่มาจากพฤติกรรมการบินของเจ้าตัว

เจ้าหนูชูก้าไรเดอร์เป็นสัตว์กลางคืนนิสัยขี้เล่น ซุกซน ชอบเข้าสังคม ขี้อ้อน ตกใจง่าย และขี้เซาเป็นที่สุด ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าน้องจะคึกคักตอนกลางคืนและนอนเปื่อยยาวในช่วงกลางวัน 

การดูแลชูก้าไกลเดอร์

ควรเตรียมพื้นที่กรงให้กว้างเป็นพิเศษเพราะน้องชอบปีนป่ายไม่อยู่สุข รวมทั้งมีโพรงนอนไว้ให้ซุกเนื่องจากน้องเป็นสัตว์ขี้หนาว

น้องสามารถกินอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ชมพู องุ่น เงาะ ลิ้นจี่ กล้วย เราควรให้น้องกินผลไม้สลับกับแมลง เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตน เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน หากเป็นชูก้าไกลเดอร์แรกเกิดควรให้กินเป็นซีแลคเพราะร่างกายยังปรับตัวได้ไม่ดี 

ด้วยความที่น้องเป็นสัตว์กลางคืน ช่วงแรก ๆ เราอาจจะต้องลุกมาดูแลหรือเล่นกับน้องบ้างเวลาที่น้องโหยหาเรา หมั่นคอยดูแลเอาใจใส่ น้องจะได้อยู่กับเราอย่างมีความสุขไปนาน ๆ

หมูแคระ (Micro Pig) หมูน้อยช่างกินที่เป็นมิตรกับคน

หมูจิ๋วที่กุมหัวใจใครหลายคนได้ในเสี้ยววินาทีที่สบตา ความน่ารักน่าเอ็นดูนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่เป็นเพราะความกะทัดรัดไซส์มินิที่ใครเห็นเป็นต้องเลิฟ

หมูจิ๋วจะมีขนาดเล็กกว่าหมูทั่วไป พออายุ 2- 3 ปีก็ยังสามารถโตได้อีกจนถึง 14 – 16 นิ้ว และหนักประมาณ 30 กิโลกรัม 

เจ้าหมูแคระถือเป็นสัตว์ที่ฉลาด ร่าเริง เป็นมิตรกับคนอื่น ชอบคุ้ยดินเป็นชีวิตจิตใจ 

การดูแลหมูแคระ

แม้ว่าเจ้าหมูจะกินง่ายเป็นนิสัย แต่ก็ไม่ควรเลี้ยงด้วยอาหารคนหรืออาหารหมาแมว ควรให้ผักผลไม้ อาทิ แตงกวา แอปเปิล รำข้าว และผักใบเขียวต่าง ๆ ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายเพราะเจ้าหมูแคระมีนิสัยกินได้ตลอดเวลาไม่รู้จักอิ่ม ถ้าให้เรื่อย ๆ มีหวังตัวไม่จิ๋วเหมือนเดิมแน่ 

ควรหมั่นอาบน้ำทำความสะอาดเจ้าหมูแคระอย่างน้อยเดือนละครั้ง เนื่องจากน้องมีนิสัยชอบคุ้ยดิน ทำให้เนื้อตัวสกปรก แถมยังเป็นโรคผิวหนังได้ง่ายด้วย 

เม่นแคระแสนน่ารักที่เลี้ยงง่ายกว่าที่คิด

เจ้าก้อนกลมขนแหลมที่ดูเหมือนเลี้ยงยากแต่ไม่ยาก! ใครกลัวโดนเจ้าเม่นแคระสลัดหนามใส่ล่ะก็ วางใจได้ค่ะเพราะเจ้าเม่นแคระไม่สามารถสลัดหนามออกจากตัวได้อยู่แล้ว

เม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ชอบกินแมลงตัวเล็กและผักผลไม้ ชอบออกหากินตอนกลางคืนและนอนหลับเอาแรงในช่วงกลางวัน 

แม้ว่าเจ้าเม่นแคระจะน่ารักเป็นมิตร ทว่าโดยธรรมชาติแล้วน้องไม่ใช่สัตว์สังคม จึงชอบที่จะอยู่ตัวคนเดียวและต้องการอาณาจักรเป็นของตัวเอง แต่ก็ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักที่ยังเลี้ยงง่าย การดูแลไม่ยุ่งยากอะไรเลย 

การดูแลเม่นแคระ

ควรใช้กรงที่มีพื้นที่ให้น้องได้วิ่งเล่น มีเครื่องเล่นต่าง ๆ ไว้ให้เล่นแก้เบื่อ เช่น วงล้อ พื้นตรงให้รองด้วยขี้เลื่อยและเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 2 – 3 วัน 

เรื่องอาหารการกินก็ไม่ยากเพราะเม่นแคระเป็นสัตว์ที่กินง่าย สามารถให้เป็นหนอนนก ผักชิ้นเล็ก ๆ หรืออาหารแมว ถ้าเป็นอาหารแมว ก็ให้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน และไม่ควรให้กินอาหารจำพวกถั่ว ผลไม้อบแห้ง ขนมปัง หัวหอม อะโวคาโด เนื้อสัตว์ดิบ รวมทั้งผลิตภัณฑ์นม

การสัมผัสตัวน้องควรหลีกเลี่ยงสัมผัสกลางหลังเนื่องจากเป็นส่วนที่ไวต่อสัมผัส เม่นแคระอาจจะตกใจและกระโดดจนหนามทิ่มเราได้ ดังนั้นควรค่อยลูบข้าง ๆ  

สรุป

ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าโลกนี้มีสัตว์เลี้ยงน่ารักที่พร้อมจะขโมยหัวใจเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาเสือเยอรมัน สัตว์น้ำตัวน้อยร้อยสีสัน กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ชูก้าไกลเดอร์ หมูแคระ หรือเม่นแคระ 

ถึงสัตว์เลี้ยงน่ารักที่เราคัดมาวันนี้จะได้ชื่อว่าเลี้ยงง่ายหมด แต่ด้วยความที่แต่ละชนิดก็มีอุปนิสัยใจคอ พฤติกรรม และการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เราจึงควรที่จะศึกษาและเข้าใจสัตว์เลี้ยงที่เราอยากจะนำเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างถี่ถ้วนก่อน

สำหรับคนที่ถูกใจสัตว์เลี้ยงตัวไหนและศึกษาข้อมูลจนตกลงปลงใจอยากรับน้องมาไว้ในอ้อมกอดแล้ว แวะเข้ามารับน้องไปดูแลกันได้ที่ Kaidee เลยค่ะ เรามีสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทให้เลือกเลย แต่ขอเตือนก่อนว่าแวะมาแล้ว อาจจะหลงเสน่ห์ความน่ารักของพวกหนู ๆ จนเผลอพากลับบ้านมากกว่าหนึ่งตัวน้า