จัดห้องนอนแบบนี้สิ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ

จัดห้องนอนแบบนี้สิ! สุขภาพจิตดี ไม่ป่วยใจ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดีคือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี (บอกตรง ๆ ว่ายากมากในปัจจุบัน) นี่ยังไม่รวมเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือแม้แต่เรื่องของความสัมพันธ์อีกนะ ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า “บ้าน” มีบทบาทต่อความรู้สึกมนุษย์อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก เพราะสิ่ง ๆ นี้สามารถสร้างพลังบวกให้คุณได้ โดยเริ่มตั้งแต่ “ห้องนอน” เลยทีเดียว

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ

  • หงุดหงิดง่าย
  • อารมณ์เศร้าอย่างไม่รู้สาเหตุ
  • อาการง่วง ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุได้ เช่น หลับใน เป็นต้น
  • สิว และปัญหาผิวต่าง ๆ มากมาย
  • เรียนรู้ และตอบสนองได้ช้าลง
  • น้ำหนักขึ้น

รวมทริคง่าย ๆ สร้าง Healthy Mind ด้วยห้องนอนของคุณ

จัดห้องนอนทั้งที ชีวิตต้องสดใสกว่าเดิม แต่จะจัดอย่างไรให้ได้ผล เราว่าอาจจะต้องใส่ทริคเล็ก ๆ ลงไปด้วย ถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่ายุ่งยาก แต่ขอบอกว่าถ้าลองอ่านดูจะรู้เลยว่าทำไม่ยากอย่างที่คิด เอาน่าา .. เพื่อสุขภาพจิตที่ดี ลองจัดห้องกันหน่อยดีกว่า

1. ทิ้งบ้าง สะสางหน่อย

อย่าปล่อยให้ห้องรก ย้ำ อย่าปล่อยให้ห้องรก 1 2 เปลี่ยน .. ดังนั้นจงทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกจากห้องของคุณซะ เพราะการปล่อยให้ห้องรกเกินไป ส่งผลให้คุณรู้สึกกังวลและไม่สบายใจได้ ผลที่ตามมาคือคุณจะรู้สึกไม่เป็นระเบียบกับตัวเอง รู้แบบนี้แล้ว อย่ารอช้า ! จัดระเบียบ เก็บกวาดห้องของคุณซะ ที่สำคัญต้องทิ้งขยะภายในห้องอย่าปล่อยให้หมักหมม ส่วนเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใส่จะขายมือสอง หรือนำไปบริจาคก็ได้ทั้งนั้น ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มเลย !

2. จัดเรียงใหม่

ปรับนิด เปลี่ยนหน่อย เราว่าเป็นเรื่องดีที่จะโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นในห้องไปตำแหน่งอื่น เช่น ย้ายเตียงไปข้างหน้าต่าง เพื่อให้คุณได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า หรือถ้าคุณมีไอเดียเจ๋ง ๆ ก็สามารถย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้องไปด้วยเลยก็ได้ เพราะนอกจากจะได้พื้นที่กว้างขึ้นแล้ว ยังได้เห็นห้องมุมที่แตกต่างออกไปอีกด้วย

3. เพิ่มพื้นที่สีเขียว

เพิ่มความสดชื่นให้ห้องของคุณง่าย ๆ โดยการเพิ่มต้นไม้ฟอกอากาศเข้าไป ถ้าคิดไม่ออกว่าต้นไม้ฟอกอากาศมีอะไรบ้าง แต่ละต้นช่วยเรื่องอะไร ทางเราขอแนะนำ ต้นไม้ฟอกอากาศแต่งบ้านสวย ตัวช่วยเรื่องสุขภาพ อ่านเลย ได้ต้นที่ถูกใจแน่นอน

4. อย่ามองข้ามเรื่องสี

ใครว่าสีไม่สำคัญ การเลือกสีนี่แหละเป็นตัวช่วยดี ๆ ในวันที่ใจเหนื่อยล้าเลยล่ะ แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วสีอะไรกันล่ะที่เหมาะสม ถึงตรงนี้เราอยากบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องทาสีห้องของคุณให้เป็นสีเขียวหรือสีน้ำเงิน แต่คุณสามารถใส่ไปกับชุดเครื่องนอนของคุณได้ เช่นการเลือกสีปลอกหมอน หรือเฟอร์นิเจอร์โทนเย็น ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกโล่ง และเย็นใจ แต่ถ้าใครมีความเชื่อเรื่องสีมงคล หรือจิตวิทยาก็สามารถเลือกสีตามความชอบได้เช่นกัน

5. แต่งเติมด้วยรูป และงานศิลปะ

จัดมุมเล็ก ๆ ให้คุณได้ชื่นชมตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการติดรูปคุณกับเพื่อนสนิท
ใบประกาศต่าง ๆ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกดี ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ชีวิตคุณมีความหมาย ตัวคุณเองก็เช่นกัน

แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะใช้รูปไหน การเลือกงานศิลปะ เช่น ภาพวาด หรือภาพถ่ายสวยๆ ก็เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มสีสันให้ห้องของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ภาพต่าง ๆ ยังช่วยสร้างความรู้สึกสงบ สบายใจ ได้ด้วยนะ

6. กลิ่นหอมช่วยได้

อย่างที่รู้กันว่ากลิ่นสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนได้ จึงไม่แปลกนักที่อุตสาหกรรมน้ำมันหอมระเหยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญกลิ่นยังสามารถย้ำเตือนถึงความทรงจำบางอย่างทั้งเชิงบวกและเชิงลบได้ ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่า..ทำไมการจุดเทียนอโรมาจึงช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่รู้สึกว่าไม่อยากจุดเทียนอโรมาในห้องของตัวเอง ถุงเก็บกลิ่น หรือเครื่องพ่นควันอโรม่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณสามารถหามาไว้ในห้องของคุณได้ ลองเลือกกลิ่นและรูปแบบที่ถูกใจได้เลย

7. หลอดไฟ และแสงสว่างก็สำคัญ

เปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงสว่างเข้ามาในห้องนอนของคุณมากที่สุด เพราะแสงแดดสามารถช่วยในเรื่องของการนอนหลับ (Sleep Cycle) ให้ดีขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นห้องที่ดูสว่างจะดูกว้างขวางและมีชีวิตชีวามากกว่าห้องมืด ๆ แสงเข้าไม่เพียงพอ

8. ใช้ทรงกลม และความโค้งมนเข้าช่วย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นทรงกลม ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกต่าง ๆ ได้ ถ้าคุณสังเกตภายในห้องแล้วพบว่าห้องของคุณมีบางมุมที่เป็นขอบแหลม การนำเส้นโค้งมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์จะช่วยเซฟตัวคุณให้ปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการแตะขอบเตียง (เหตุการณ์นี้เราเป็นบ่อยมากกกกก) เป็นต้น

9. วางสมุดจดบันทึกไว้ข้างเตียง

บางครั้งความฝันสามารถสื่อถึงความคิดภายในจิตใจของคุณได้ ดังนั้นให้ลองวางสมุดและดินสอไว้ข้าง ๆ เตียงดู เพื่อให้คุณได้จดบันทึกหรือวาดเรื่องราวเหล่านั้นลงไป ถ้ามองดี ๆ แล้ว การทำเช่นนี้เป็นเหมือนการติดตามความคิดและความรู้สึกของตัวเอง อีกทั้งยังเป็นการได้ระบายในสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาได้อีกด้วย ซึ่งเราว่าดีมาก ๆ

สรุปท้ายบทความ

อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่กับสภาพแวดล้อมแย่ ๆ แต่ถ้าใครรู้สึกว่ามันยากเกินไป อาจจะเริ่มจากข้อแนะนำง่าย ๆ อย่างการจัดห้องนอนดูก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตดูทีละนิด ถึงตรงนี้เราอยากบอกว่าสุขภาพจิต ก็เหมือนเพื่อนคนสำคัญในชีวิตของคนเรา ดังนั้นลองใส่ใจพวกเขาสักนิด แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ : )

ด้วยรัก.

แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรไม่ให้ดูเชย

แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรไม่ให้ดูเชย

บ้านคือสถานที่พักผ่อนและเราต้องเจอและอยู่บ้านกันแทบทุกวัน ดังนั้นการตกแต่งให้บ้านน่าอยู่ ดูดี มีสไตล์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายสบายตาจากเรื่องราวปัญหาหนักๆจากข้างนอกหรือที่ทำงานได้ ดังนั้นการแต่งบ้านให้มีสไตล์และคุมโทนจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

รูปแบบการแต่งบ้าน

เทรนแต่งบ้านในตอนนี้มีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะแบบ Loft Classic Minimal หรือ Modern ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีความเป็นเอกลักษณ์ในตัว การตกแต่งให้คุมโทนนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากหลุดไปสักอย่างหนึ่งในบ้านก็จะทำให้สิ่งนั้นดูแปลกแยกขึ้นมาทันที ดังนั้นมารู้จัก 6 รูปแบบการแต่งบ้านที่เรายกมาแนะนำกันก่อน ตามนี้เลย

1. Minimal

สไตล์ยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบอะไรง่ายๆแต่เข้ากัน แนวเดียวกับประโยคที่ว่าน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ซึ่งสีที่ใช้ในการตกแต่งแบบ Minimal นั้นไม่จำเป็นต้องมีแต่สีขาวเพียงอย่างเดียว บางคนอาจใช้สีดำ สีเบจมาร่วมได้ 

แนวการแต่งนั้นส่วนมากจะไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ส่วนมากจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเก็บของได้เยอะแบบที่ดูไม่รกตา เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอยในบ้านมากขึ้น พื้นมักจะเป็นพื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องยางลายไม้หรือพื้นไวนิลแบบแผ่น  

จุดเด่นของบ้านสไตล์มินิมอลนี้คือการทำความสะอาดง่าย ไม่รก ด้วยความน้อยแต่มาก เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้ฝุ่นน้อยลงและบ้านก็จะดูเป็นระเบียบ น่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย 

2.Modern

บ้านสไตล์ Modern ที่อาจถูกใจคนวัยผู้ใหญ่หน่อย ด้วยการตกแต่งที่มักใช้กระจกบานใหญ่ๆแทนประตูหรือกระจก ทำให้มองเห็นภายนอกบ้านได้ ซึ่งอาจทำให้บ้านดูกว้างขึ้นด้วย 

การตกแต่งตัวบ้านนั้นมักจะเห็นเป็นเหลี่ยมเป็นมุมต่างๆ ที่ดูเป็นศิลปะ และมักเห็นบันไดอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะทางเข้าหรือตัวบ้าน ครัวในบ้านสไตล์ Modern ก็มักจะเป็นครัวเปิดที่ทำให้เวลาทำอาหารสามารถมองเห็นครอบครัวหรือพูดคุยกันได้ 

บ้านสไตล์นี้มักมีสวนที่จัดไว้เป็นแนวเป็นระเบียบอยู่ข้างบ้านหรือหน้าบ้าน และเมื่อหน้าต่างและผนังเป็นกระจกก็จะสามารถมองเห็นพืชพรรณต้นไม้รอบบ้านที่ปลูกไว้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้

3.Retro

บ้านแนวเรโทรย้อนยุคที่ให้บรรยากาศของความสบายน่าอยู่และสนุกสนาน ด้วยสีสันที่สดใสและแปลกตา ทำให้บ้านสไตล์นี้อาจถูกใจวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ เพราะสีสันของสไตล์นี้อาจคล้ายกับแฟชั่นในช่วงประมาณยุค 60 ที่เน้นสีสันโดดเด่น

บางบ้านนั้นอาจนำเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจเข้ามาวางไว้ร่วมด้วย แต่หากใครจะลองนำมาวางตามดู ก็ควรเลือกสีและรูปแบบที่เข้ากันกับสไตล์ของห้องนั้นๆ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของต่างๆในบ้านสไตล์นี้อาจมีวางไว้หลายอย่าง และด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้เกิดข้อเสียอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือฝุ่นอาจค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ 

4.Loft

อีกหนึ่งสไตล์บ้านที่เป็นที่นิยมในคนรุ่นนี้มากๆนั่นคือสไตล์ Loft ที่เน้นการจัดบ้านอย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็จะคล้ายกับบ้านสไตล์มินิมอล ที่ดูเรียบๆแต่เก็บของได้เยอะและได้พื้นที่กลับมามากขึ้น ซึ่งก็จะง่ายสำหรับคนที่ไม่ถนัดด้านการแต่งบ้าน เพราะไม่ต้องจัดวางของเยอะแยะมากมายก็สวยตามสไตล์ loft ได้แล้ว

บ้านสไตล์นี้จะมีบรรยากาศที่ดูเงียบสงบ กว้างขวาง มีแสงแดดเข้า สีสันที่นำมาใช้ตกแต่งโดยพื้นฐานจะเป็นสีขาว ดำ เทา เบจ โดยการตกแต่งที่เห็นบ่อยๆจะเป็นแนวผนังปูนเปลือยหรืออิฐก่อ ในความงามตรงนี้อาจมีจุดสังเกตคือเรื่องเสียงที่อาจเข้ามาผ่านกำแพงได้ เนื่องจากไม่ได้ทำชั้นกำแพงที่หนามากหรืออาจยังมีช่องรูเล็กๆจากการก่ออิฐจึงอาจทำให้เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้

ซึ่งสไตล์นี้ เป็นที่นิยมมากจนถูกนำไปใช้ตามร้านอาหารหรือคาเฟ่ต่างๆ เพื่อดึงดูดคนให้เข้าไปนั่งทานอาหารและถ่ายรูปสวยๆได้ 

5.Classic

สไตล์บ้านจากตะวันตกที่เกิดขึ้นมานานหลายร้อยปี ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดของบ้านสไตล์นี้คือประตูที่มีขนาดใหญ่ หน้าต่างที่เป็นซุ้มโค้ง หลังคาทรงโดม หากนึกไม่ออกให้ลองดูหนังฝรั่งไม่ว่าจะสมัยก่อนหรือสมัยใหม่ โดยส่วนมากมักจะเป็นบ้านทรงนี้ 

ซึ่งในประเทศไทยเองก็ได้รับความนิยมของบ้านสไตล์นี้มาด้วยเช่นกัน โดยบ้านสไตล์นี้มักเป็นหนึ่งในสไตล์พื้นฐานเวลาเลือกซื้อบ้าน เพราะไม่ว่าจะยุคไหนสมัยใดบ้านสไตล์นี้ก็ยังไม่ดูล้าสมัย และยังเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน  โดยบรรยากาศจะเป็นความสบาย ความอบอุ่น และอาจให้ความรู้สึกหรูหราได้ หากแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแนว luxury  

และปัจจุบันนี้เราอาจเห็น Modern Classic Style ที่ผสมกันระหว่าง Modern และ Classic จะยิ่งใหญ่ มีความทันสมัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น  

6.Oriental

บ้านสไตล์ Oriental เป็นบ้านที่มีความ Asian หรือ Arab ตามแต่เชื้อชาติที่มี ประเทศที่อยู่อาศัยหรือตามใจอยากก็ได้ โดยหากตัดสินใจจะแต่งบ้านสไตล์นี้จะต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นแนว Arab หรือ Asian ที่อาจแยกไปเป็นญี่ปุ่นหรือจีน 

ซึ่งเมื่อเลือกดีแล้วสไตล์ Oriental ที่ได้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ตามชาตินั้นๆ เช่นหากเลือกสไตล์จีน ก็จะมีเรื่องความเชื่อด้านฮวงจุ้ยต่างๆ หรือวัสดุตกแต่งบ้าน รวมถึงรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ก็จะเป็นแนวจีน ที่แค่มองหน้าประตูก็รู้ได้อย่างชัดเจน 

ในบ้านสไตล์นี้นั้นอาจดูเชยได้ง่าย หากถมเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสไตล์นั้นๆอยู่แบบเดียว อาจผสมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ดู Modern เพื่อทำให้สไตล์ Oriental นี้ดูไม่น่าเบื่อและไม่เอียนจนเกินไป

การเลือกสีแต่งบ้าน

สีเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้บ้านหลังนั้นมีสไตล์ที่ชัดเจนและมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากบ้านและสิ่งของภายในมีสีสันมากเกินไปจนลายตาไปหมด ก็จะทำให้บ้านดูรกและไม่น่าอยู่ ดังนั้นมารู้การเลือกสีและจับคู่สีแบบง่ายๆกัน

1.สีเบสิคสวยเสมอ

ไม่ว่าจะสีขาว สีเบจหรือสีดำที่เป็นหลักๆของการแต่งบ้าน โดยเฉพาะสีขาวที่หากคิดไม่ออกให้ทาสีขาวไว้ก่อนไม่ว่าจะผนังบ้าน กำแพง หรือแม้กระทั่งสีของเฟอร์นิเจอร์เอง 

2.ดูแสงที่เข้ามาในห้อง

ก่อนเลือกสีของห้องหรือเฟอร์นิเจอร์ เราควรสังเกตก่อนว่าแสงจากธรรมชาติในทุกช่วงเวลาเข้ามาในห้องมากน้อยแค่ไหน หากห้องของคุณมีแสงเข้ามาก สว่างตลอดทั้งวัน คุณสามารถใช้สีที่มีความสว่างและสด เพื่อเพิ่มความสดใสในห้องได้ 

3.ดูสีให้ดี อย่าเพิ่งรีบเชื่อรูปโฆษณา

การดูสีจากรูปตัวอย่างเพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ควรไปดูสีของจริงด้วย เพราะบางครั้งสีที่อยู่ในรูปอาจไม่ตรงกับสีจริง และในความเป็นจริงถ้าหากสีเพี้ยนไปนิดเดียวก็อาจทำให้โทนหรือสไตล์เปลี่ยนไปก็เป็นได้ 

แต่งบ้านคุมโทนอย่างไรดีนะ

การคุมโทนตามสไตล์ที่เราต้องการนั้นอาจดูเหมือนเรื่องยุ่งยาก แต่ตามจริงแล้วเพียงแค่เราเข้าใจและรู้จักเทคนิคเล็กๆก็จะทำให้เราแต่งบ้านได้อย่างสนุก ไม่หลุดโทน 

1.ดูแปลนบ้านก่อน

ดูแปลนบ้านหรือรูปแบบบ้านของเราให้ดี ว่าบ้านเราสร้างมาเป็นแบบไหน รูปแบบห้องเป็นอย่างไร เพราะเมื่อเรารู้รูปแบบและขนาดของบ้านและห้องแล้ว เราจะรู้และคาดเดาได้ว่าควรวางเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง และควรเป็นแบบไหน เพราะหากเราไปซื้อเฟอร์นิเจอร์มาจับวาง ยัดรวมไว้ในบ้านนั้น จะทำให้เกินการใช้งาน และอาจหลุดโทนหรือหลุดธีมที่เราวางไว้ 

2.เลือกสีให้ดี

อย่างที่กล่าวไปด้านบนเรื่องการเลือกสี สีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านเราของคุมโทนได้ ไม่ว่าจะสีของตัวบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากเทคนิคการเลือกสีด้านบนแล้ว เรื่องการจับคู่สีก็เป็นอีกหัวใจหลักของการคุมโทนบ้าน 

การจับคู่สี

การคุมโทนด้วยสีนั้น เป็นเทคนิคง่ายๆที่สามารถคุมโทนบ้านได้โดยไม่ต้องคิดเยอะ ตามนี้เลย

  • รู้จักกับวงล้อสี

ในวงล้อสีจะสามารถแบ่งได้เป็นสีโทนร้อน เช่น สีแดง ส้ม เหลือง และสีโทนเย็น เช่น เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง 

  • สีตรงข้ามในวงล้อสี

เทคนิคเริ่มต้นง่ายๆ เมื่อเห็นสีที่ชอบในวงล้อสีแล้ว ให้มองลากไปยังสีที่อยู่ตรงกันข้าม สีนั้นจะแมทช์กันอยู่เสมอ

  • สีที่อยู่ข้างกัน

เมื่อเจอสีที่ต้องการในวงล้อสีแล้ว นอกจากสีที่อยู่ตรงข้ามกันแล้ว สีที่อยู่ด้านข้างของสีนั้นก็สามารถแมทช์กันได้เช่นเดียวกัน 

3.เฟอร์นิเจอร์ที่ใช่

นอกจากเลือกสีแล้ว การมีเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบและลวดลายเป็นไปในทางเดียวกันก็สำคัญในการคุมโทนบ้านของเรา เช่น หากเราต้องการบ้านไตล์มินิมอลแต่มีเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายเป็นสไตล์ต่างๆมากมายเต็มไปหมด จะทำให้บ้านเราหลุดโทนและกลายเป็นดูรกเลอะเทอะทันที 

4.หา Inspiration

แน่นอนว่าการคุมโทนบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถคิดเองทำเองได้ อาจต้องขอคำแนะนำจากเพื่อน หรือเปิดหาแนวทาง หาโทนหาสไตล์ในการแต่งบ้านจากโลกออนไลน์ เช่น การเปิดดู Pinterest เพื่อดูรูปแบบและสไตล์บ้าน รวมถึงการตกแต่งหรืองานอาร์ตต่างๆในนั้นจะค่อนข้างสวยถูกใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้แน่ๆ 

แต่จุดหนึ่งที่ต้องระวังนั่นคือการปรับสีหรือรูปแบบความงามด้านการตกแต่งนั้นอาจทำไม่ได้จริง หรือทำแล้วสวยไม่ได้เหมือนในรูป เพราะในนั้นรูปส่วนมากจะมีฟิลเตอร์ที่ถูกปรับจนสวยสะดุดตา ดังนั้นดูเป็นเพียงแนวทางและคิดสร้างสรรค์ขึ้นตามสไตล์ของเราเอง 

สรุป

การคุมโทนบ้านให้ดูดีมีสไตล์ น่าอยู่นั้น อาจดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซึ่งหากเราลองเริ่มจากการวางแผน วาดภาพร่างในแบบของเราขึ้นมา แล้วค่อยๆจัดตกแต่งทีละห้อง ทีละมุม ก็จะทำให้เราคุมโทนบ้านได้ง่ายขึ้น และเราจะอยู่ในบ้านที่ตกแต่งใหม่นี้อย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ 

ส่วนใครที่กำลังคิดคุมโทนบ้านแต่ยังไม่มีบ้านให้คุมโทน ใน Kaidee ของเรามีหมวด Property ที่มีทั้งบ้านและคอนโด ช่วยให้คุณเข้ามาเลือกดูเลือกซื้อได้อย่างสะดวก รู้แล้วอย่ารอช้า มาดูกันเลย

แต่งบ้านรับ เทศกาลคริสต์มาส เพิ่มความอบอุ่น

แต่งบ้านรับ เทศกาลคริสต์มาส เพิ่มความอบอุ่น

เทศกาลคริสต์มาส ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการมอบของขวัญและสัญลักษณ์ของความเหน็บหนาว ดังนั้นการแต่งบ้านช่วงวันคริสต์มาสนี้เองที่จะเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านของเราได้ แต่ถ้าหน้าหนาวนี้ใครที่ไม่รู้จะแต่งบ้านอย่างไร เรามีไอเดียการแต่งบ้านต้อนรับช่วงคริสต์มาสมาฝากกัน

เกร็ดความรู้เทศกาลคริสต์มาส

เทศกาลคริสต์มาส คืออะไร ?

เทศกาลคริสต์มาสคงเป็นเทศกาลที่หลาย ๆ คนเฉลิมฉลอง แต่คงมีน้อยคนที่รู้ว่าวันที่ 25 ธันวาคม ที่เป็นวันคริสต์มาสคือวันประสูติของพระเยซูเจ้า ซึ่งถือเป็นบุตรของพระเจ้าและศาสดาของศาสนาคริสต์ ที่พระเจ้าได้ส่งลงมาเพื่อช่วยเหลือโลกมนุษย์ ทำให้ในวันคริสต์มาสนี้ก็เปรียบเสมือนวันแห่งความรักที่พระเจ้าได้มีต่อมนุษย์นั่นเอง

สำหรับความหมายของคำว่า คริสต์มาส (Christmas) นั้น มีที่มาจากคำว่า Christes Maesse ซึ่งมีความหมายว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพิธีมิสซา ก็เป็นประเพณีที่สำคัญที่ชาวคริสต์ปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส และนอกจากนี้คำว่า ‘มาส’ ยังแปลว่า เดือน ในภาษาไทยอีกด้วย

christmas decorate

ประเพณีการให้ของขวัญในวันคริสต์มาส

การให้ของขวัญ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของเทศกาลคริสต์มาสที่มีมาอย่างยาวนาน โดยประเพณีนี้มีจุดเริ่มต้นในเมือง Saturnalia ที่มักจะให้ผลไม้ ขนมหรือทองคำเป็นของขวัญ และถูกแพร่กระจายไปยังชาวคริสต์จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งในทวีปยุโรปนั้นเด็ก ๆ มักจะมีความเชื่อว่า พระกุมารเยซู เป็นผู้ที่มอบของขวัญวันคริสต์มาส ในขณะที่เด็กชาวสหรัฐอเมริกาเชื่อว่ามาจาก ซานตาคลอส ชายแก่สวมชุดสีแดงที่เราคุ้นเคยนั่นเอง

ซานตาคลอสผู้มอบของขวัญใน เทศกาลคริสต์มาส

ซานตาคลอส สัญลักษณ์สำคัญของคริสต์มาส เป็นชายแก่รูปร่างท้วม ไว้หนวดเครา สวมชุดสีแดงที่ขี่รถลากเลื่อนพร้อมกวางเรนเดียร์และของขวัญถุงโตไปยังบ้านของเด็ก ๆ ในคืนวันคริสต์มาส แท้จริงแล้วบุคคลท่านนี้คือบาทหลวงในประเทศตุรกีที่มีชื่อว่า นักบุญนิโคลัส ที่มีความใจดีกับเด็ก ๆ ซึ่งถูกรู้จักกันในชื่อ ซินเตอร์คลาส และเพี้ยนเป็น ซานตาคลอส

ในช่วงแรก ภาพซานตาคลอส ถูกวาดออกมาเป็นชายสูงผอม สวมชุดสีเขียวหรือน้ำตาลสลับแดง แต่ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นซานตาคลอสที่คุ้นเคยในช่วงหลัง ซึ่งความคิดที่ว่าซานตาคลอสเข้ามาให้ของขวัญเด็ก ๆ ทางปล่องไฟมีจุดเริ่มต้นจากบทประพันธ์ในอดีตที่มีชื่อว่า “เมื่อนักบุญนิโคลัสมาเยี่ยมเยือน” ในปี ค.ศ. 1822

ทำไมต้องแต่งบ้านใน เทศกาลคริสต์มาส ?

การตกแต่งบ้านในช่วงคริสต์มาสถือเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนจะตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม แต่หารู้ไหมว่าในการตกแต่งเหล่านี้มีความหมายและที่มาอย่างแตกต่างกัน ดังนี้

  1. การห้อยถุงเท้ายาวหน้าเตาผิง เด็ก ๆ ชาวคริสต์เชื่อว่า การนำถุงเท้ายาวสีขาวมาห้อยไว้ที่หน้าเตาผิงจะช่วยให้ซานตาคลอสนำของขวัญมาใส่ไว้ในถุงเท้าเหล่านี้ โดยที่มาของความเชื่อนี้มาจากการที่นักบุญนิโคลัสนำเหรียญทองมาให้หญิงสาวยากจน 3 คน แต่เหรียญทองเหล่านั้นหล่นไปในถุงเท้าเสียแทน
  2. การแขวนพวงมาลัยหน้าประตูบ้าน จากเหตุผลที่ว่าในฤดูหนาวช่วงเวลากลางคืนจะมีความยาวนานกว่ากลางวัน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ “เหมายัน” ทำให้ชาวเคลท (Celtic) เชื่อว่าการนำใบฮอลลี่มาแขวนที่ประตูหน้าบ้านจะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายนั่นเอง
  3. การตกแต่งต้นคริสต์มาส ถ้าพูดถึงคริสต์มาสต้นคริสต์มาสก็คงจะเป็นอันดับแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงซึ่งการตกแต่งต้นคริสต์มาสก็มีที่มาจากความเชื่อที่ว่าต้นคริสต์มาสเป็นต้นไม้แห่งชีวิตและการตกแต่งต้นไม้ด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ ก็มีความหมายต่างกันไม่ว่าจะเป็น ลูกบอลสีแดงที่เคยเป็นต้นแอปเปิล ผลไม้แห่งสวนเอเดน ดาว สัญลักษณ์ของการประสูติของพระเยซูบนโลกมนุษย์ ระฆังหรือกระดิ่ง สัญลักษณ์ถึงผู้ที่ล่วงลับและการจากลาของปีศาจ และ ลูกกวาดรูปไม้เท้า สัญลักษณ์ของพระเยซูจากตัว J และสีแดงขาวจากโลหิตและความบริสุทธิ์

รวมไอเดียแต่งบ้านรับ เทศกาลคริสต์มาส

ห้องนั่งเล่น

ด้วยจุดประสงค์หลักของห้องนี้คือการพักผ่อนร่วมกัน ดังนั้นการวางต้นคริสต์มาสเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟและลูกบอลต่าง ๆ นานา พร้อมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ด้านล่าง เพื่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในบ้านให้อบอุ่นยิ่งขึ้น หรือจะพันราวบันไดและระเบียงด้วยต้นไม้และไฟหลากสีก็ได้

ห้องนั่งเล่นคริสต์มาส
ขอบคุณรูปจาก @Racool_studio
ห้องนั่งเล่นคริสต์มาส2
ขอบคุณรูปจาก @awesomecontent
ห้องนั่งเล่นคริสต์มาส3
ขอบคุณรูปจาก @alexandercho

ห้องนอน

ห้องนอนซึ่งเป็นห้องแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ และการใส่ไฟสีเหลืองแสนอบอุ่นพร้อมกับชุดเครื่องนอนสีแดง หรือเขียว สีแห่งคริสต์มาส ก็สามารถช่วยให้ห้องนอนของคุณดูน่ารักอบอุ่นเหมือนยกทวีปยุโรปมาไว้เลยทีเดียว

ห้องนอนคริสต์มาส
ขอบคุณรูปจาก VICTORIA PEARSON
ห้องนอนคริสต์มาส3
ขอบคุณรูปจาก goldenboysandme
christmas bedroom 3
ขอบคุณรูปจาก Inspired by Charm.

ห้องอาหาร

กิจกรรมสำคัญของวันคริสต์มาสก็คงจะหนีไม่พ้นการรับประทานอาหารร่วมกันและการปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ หรือสมาชิกภายในครอบครัว ดังนั้นเราอาจวางเทียนไขและของตกแต่งอื่น ๆ บนโต๊ะที่มีผ้าปูสีแดงหรือสีทอง รวมถึงการผูกโบสีแดงสวย ๆ ไว้ที่เก้าอี้สีขาวเพื่อเพิ่มความหรูหราอบอุ่นให้กับงานปาร์ตี้ของเรา

ห้องกินข้าวคริสต์มาส
ขอบคุณรูปจาก @master1305
ห้องกินข้าวคริสต์มาส2
ขอบคุณรูปจาก AMR Design
ห้องกินข้าวคริสต์มาส3
ขอบคุณรูปจาก LUX Interior Design

สวน

ท่ามกลางความมืดมิดในคืนคริสต์มาส การตกแต่งสวนในพื้นที่บ้านให้มีความสว่างสวยงามเพิ่มความมีชีวิตชีวาก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ เพียงแค่แขวนของตกแต่งสีสันสวยงามพร้อมไฟสีเหลืองเพิ่มความอบอุ่นเพียงแค่นี้ก็จะสามารถทำให้งานปาร์ตี้ที่สวนของคุณเจ๋งขึ้นได้แล้ว

สวนคริสต์มาส
ขอบคุณรุปจาก Terrain
สวนคริสต์มาส2
ขอบคุณรูปจาก Grandin Road
สวนคริสต์มาส3
ขอบคุณรูปจาก Sarah Joy

สรุปท้ายบทความ

ถึงประเทศไทยจะอากาศร้อน การตกแต่งบ้านในวันคริสต์มาสก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่เรามีความคิดสร้างสรรค์และลงมือแต่งบ้านอย่างสนุกสนานก็สามารถทำให้บ้านของคุณสวยงามขึ้นได้ และนี่คือไอเดียการตกแต่งบ้านรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากตกแต่งบ้านของคุณมากขึ้น และสำหรับใครที่ไม่มีงบในการซื้อของเล่าก็สามารถทำเองได้ง่ายด้วยขอบรอบตัวจาก 10 DIY Ideas ตกแต่งคริสต์มาสง่าย ๆ ให้อินกับคริสต์มาสขึ้นไปอีก ! ส่วนใครที่กำลังหาบ้านสวย ๆ เพิ่มความอบอุ่นให้ตนเองที่ Kaidee Property ก็มีบ้านให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน