Mar 9, 2021 | บทความยานยนต์
ในการขับรถออกจากบ้านทุกครั้ง หลายคนโดยเฉพาะคนที่ขับรถไม่แข็งคงมีความกังวลกันอยู่บ้าง ถึงแม้เทคนิคการขับรถคงเป็นสิ่งที่มือเก๋าค่อนข้างคุ้นเคยกับการขับแล้วคงไม่อยากรู้นัก แต่การสร้างความระมัดระวังในการขับขี่คงจะดีกว่าใช่ไหมล่ะคะ
เทคนิคขับรถให้ปลอดภัยที่สุด
1.ไม่ขับจี้ท้ายรถคันหน้า
การขับรถที่ปลอดภัยจริง ๆ คือการไม่ขับรถจี้ท้ายรถคันหน้า เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นคลิปในข่าวกันมาบ้างใช่ไหมล่ะคะ ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เด่นชัดที่สุด คงเป็นข่าวเมื่อต้นปี พ.ศ. 2562 ที่รถชนกันต่อท้ายยาวถึง 6 คัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 35 ราย ตรงจุดเกิดเหตุเลย
หากถามว่าเพราะอะไรจึงทำให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มมาจากรถเก๋งคันหน้าสุดเบรกกะทันหัน ทำให้รถที่ตามมาข้างหลังต้องเบรกฉุกเฉินตาม เมื่อคุณขับรถยนต์ไม่เว้นระยะ จี้ท้ายรถคันหน้าเพื่อหวังให้อีกฝ่ายหลบซ้ายไป
แต่นั่นแหละค่ะ สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายต่อกัน ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในปี พ.ศ.2562 แต่เพียงอย่างเดียว เหตุการณ์ลักษณะแบบนี้คุณสามารถเห็นได้บ่อยเสียยิ่งกว่าบ่อย ดังนั้นการขับรถให้ปลอดภัย คุณควรเว้นระยะห่างกับคันด้านหน้าไว้ เผื่อในกรณีฉุกเฉินคุณจะได้มีระยะในการเบรกนั่นเอง
2.ไม่ขับด้วยความเร็วสูงในเลนซ้าย
ถ้าหลายคนนึกไม่ออกว่าการขับรถด้วยความเร็วสูงในเลนซ้ายเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างไร ย้อนกลับไปเมื่อข่าวปี พ.ศ.2559 กับโศกนาฏกรรมบนท้องถนน ที่รถเบนซ์ชนท้ายรถเก๋งฟอร์ดจนเกิดการระเบิดและไฟลุกทั้งคัน หากใครยังจำได้คงรู้ว่า รถเบนซ์คันนั้นขับมาในเลนซ้ายด้วยความเร็วที่สูงกว่า 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก่อนจะเบรกไม่ทันและชนกับรถเก๋งฟอร์ดที่อยู่ในเลนซ้าย และใช้ความเร็วเพียง 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อย่างน้อยในเรื่องนี้คนเขียนอยากให้ทุกคนขับด้วยความเร็วตามเลน ซ้ายคือเลนที่ขับช้า ส่วนขวาคือเลนที่ขับเร็ว การขับแบบนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตัวคุณเอง แต่เพื่อคนร่วมท้องถนนของคุณด้วย ความปลอดภัยสร้างได้ด้วยจิตสำนึกในการขับนะคะ
3.ไม่แซงไหล่ทาง
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำ ขณะขับรถเพื่อทำให้คุณสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หากถามว่าทำไมถึงห้ามแซงไหล่ทาง คุณเคยเห็นใช่ไหมล่ะคะว่าบางทีไหล่ทางทั้งซ้ายและขวามีที่ว่างอยู่ การขับตรงนั้นก็เหมือนอีกเลน แต่พูดเลยค่ะ ว่าสิ่งที่คุณคิดมันผิด!
อุบัติเหตุบางครั้งก็เกิดจากการที่คุณวิ่งไหล่ทางเนี่ยแหละ นอกจากจะเสี่ยงตกลงไปด้านข้างแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้รถคันอื่น ๆ บนถนนเสียจังหวะในการขับขี่อีกด้วย
4.อย่ารีรอในการตัดสินใจ
พูดเลยค่ะว่า การที่คุณไม่ตัดสินใจในทันที จะทำให้คุณเสียจังหวะในการขับรถไป ยกตัวอย่างเช่น หากคุณขับรถจนมาถึงตอนที่ไฟสัญญาณกำลังใกล้จะแดง แต่เนื่องด้วยความเร็วที่สูงเกินกว่าจะเบรก แนะนำให้คุณขับผ่าไปเลยจะดีกว่า เพราะถ้าจะเบรกคุณควรจะดูด้านหลังของคุณให้ดีเสียก่อนว่ามีรถคันไหนตามหลังมาหรือไม่ การเบรกกะทันหันอาจเสี่ยงให้เกิดการชนท้ายขึ้นได้
5.เปิดไฟให้สัญญาณทุกครั้ง
คุณควรเปิดสัญญาณไฟทุกครั้งก่อนจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน ลองคิดดูว่าถ้าคุณไม่ให้สัญญาณก่อนเปลี่ยนเลนจะเกิดอะไรขึ้น หลายครั้งอุบัติเหตุก็เกิดจากการที่คุณเลินเล่อและคิดว่าทุกคนจะเดาใจคุณออกว่ากำลังจะขับไปทางไหน ดังนั้นขณะขับรถอย่าลืมเปิดไฟสัญญาณกันนะ
6.เข้าโค้งอย่างระมัดระวัง
วิธีการเข้าโค้งที่ดีคือการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ไม่ควรเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะคุณจะยังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคงที่สุด นอกจากนั้นแล้วการเข้าโค้งที่ดีคือการเหยียบคันเร่งไปด้วย ถ้าคุณปล่อยคันเร่งแล้วใช้แรงเหวี่ยง จะทำให้คุณบังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น การเข้าโค้งที่ดีคือการเหยียบคันเร่งเพื่อประคองรถและไม่ควรใช้ความเร็วจนคุมรถไม่อยู่
7.อย่าเหยียบเบรกบ่อยเกินไป
การเหยียบเบรกบ่อยเกินไป อาจทำให้ผ้าเบรกไหม้ได้ ไม่ใช่แค่กับเวลาขับขี่บนภูเขาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะการเหยียบเบรกทุกครั้งจะทำให้ผ้าเบรกถูกใช้งาน เนื่องจากต้องรับความร้อนที่มาจากเบรก การขับขี่ที่ป้องกันไม่ให้เกินผ้าเบรกไหม้จนหมดและทำให้รถที่ตามมาด้านหลังเสียจังหวะ คือการเหยียบเบรกแค่จำเป็น ถ้าคุณรู้สึกว่ารถของคุณเร็วเกินไป ลองใช้วิธีปล่อยคันเร่งเพื่อควบคุมรถแทนก็ได้
8.ดูความเร็วก่อนเปลี่ยนเลน
รู้หรือไม่ว่า อุบัติเหตุในเมืองไทยส่วนใหญ่มักเกินขึ้นจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ดูความเร็วของรถคันด้านหลัง ทั้ง ๆ ที่ก่อนจะเปลี่ยนเลนทุกคนควรจะระวังรถอีกเลนก่อน แต่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การเปลี่ยนเลนมักเป็นเรื่องที่ถูกละเลยได้ง่าย
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อรถของคุณวิ่งอยู่บนทางหลวงและวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเลนขวาสุด ทว่าจากที่ขับอยู่ รถที่อยู่ด้านซ้ายมือของคุณก็ออกจากเลนมาโดยที่มีความเร็วเพียง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง จึงทำให้รถของคุณชนเขากับคันหน้าแบบไม่ต้องถามสาเหตุที่มา การเปลี่ยนเลนจึงจำเป็นต้องดูความเร็วของคันด้านหลังให้ดีเสียก่อน ถ้าเลนที่มีความเร็วเยอะกว่าเลนที่คุณขับอยู่ล่ะก็ ดูให้แน่ใจเสียก่อน จึงค่อยเปลี่ยนเลนจะดีกว่า
9.ระวังจักรยานยนต์
หากอยากขับรถยนต์ให้ราบรื่นไม่กังวัลอุบัติเหตุ ก่อนอื่นเลยคุณต้องระมัดระวังรถจักรยานยนต์ให้ดี เพราะมุมมองของคนขับรถยนต์จะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างกว่าคนที่ขับรถจักรยานยนต์ แต่แน่นอนว่า บางครั้งวิสัยทัศน์ที่กว้างกว่าก็ทำให้คนขับรถยนต์ไม่เข้าใจคนขับรถจักรยานยนต์ว่าทำไมต้องขับเช่นนั้น
แต่รู้หรือไม่ว่าคนขับรถจักรยานยนต์ก็ไม่เข้าใจคนขับรถยนต์เช่นเดียวกัน แต่ด้วยจำนวนประชากรในประเทศไทยกลุ่มรถจักรยานยนต์ก็มีค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะในกรุง การขับขี่จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะบางครั้งรถจักรยานยนต์ที่สามารถขับได้สะดวกและคล่องตัวกว่ารถยนต์ ก็แทรกไปมาตามเลนต่าง ๆ และไปอยู่ในมุมอับของรถยนต์ จึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่ายทีเดียวเชียว
10.หากกลับรถไม่ได้ ให้ไปกลับที่แยก
ปัญหาของมือใหม่และมือเก่าบางคนที่ไม่มีความมั่นใจในเรื่องของการกลับรถ ใครว่าการกลับรถเป็นเรื่องที่ง่ายกัน หากรถไม่ติดแล้วล่ะก็ การกลับรถจัดเป็นด่านมหาโหดสำหรับคนที่ขับรถไม่แข็งเลยทีเดียว เพราะต้องอาศัยทั้งจังหวะและความเร็วในการกลับให้ทันท่วงที บางครั้งในการกลับรถก็ไม่ได้มีคนใจดีคอยหยุดให้เราเสมอไป
เพื่อเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุจากการกลับรถได้อย่างน่าหวาดเสียว จึงขอแนะนำว่าหากใครไม่มั่นใจในฝีมือการกลับรถของตนก็ขอให้ยอมขับเลยไปอีกสักนิดและหาแยกหรือสะพานกลับรถ เพื่อใชักลับรถจะดีกว่านะคะ เสียเวลาหน่อยแต่กลับง่ายแถมยังปลอดภัยมั่นใจหายห่วงไปเลยค่ะ
จากเทคนิคข้างต้นจะเห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับการขับรถคือความระมัดระวังและการรู้จักรถของตนให้ดีที่สุด จึงจะสามารถขับได้อย่างมั่นใจทั้งยังสามารถเลี่ยงปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก
ดังนั้นการเริ่มต้นการขับรถสักที อาจเริ่มต้นด้วย “รถยนต์มือสอง” สักคันที่หากชนขึ้นมาก็ยังเสียค่าซ่อมน้อยกว่ารถมือหนึ่งแต่ไร้ประกัน ลองหารถยนต์มือสองได้เลยที่ Kaidee จัดไปเลยค่ะ
Mar 5, 2021 | บทความยานยนต์
เมื่อ Apple ได้นำ CarPlay ใส่ลงไปในรถยนต์รุ่นที่รองรับ ก็ทำให้รถยนต์ไม่น่าเบื่อแบบเดิมๆอีกต่อไป เพราะมันได้เพิ่มความสามารถต่างๆมากมาย และเพิ่มความสะดวกหลายๆด้านให้กับเราที่เป็นผู้ขับขี่ได้อีกด้วย
Apple CarPlay
ย้อนกลับไปในปี 2014 ที่ Apple ได้ออกแอป CarPlay มาพร้อม iOS 7.1 ตอนนั้นก็เกิดกระแสความนิยม เพราะทำให้รถเราสามารถควบคุมหลายๆอย่างเกี่ยวกับแอปของ Apple ได้
จนต่อมาใน iOS 9 ที่เราสามารถเชื่อมต่อ CarPlay ได้แบบไร้สายและเพิ่มความสามารถต่างๆเพิ่มเข้าไปอีก จากนั้นก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆทุกปีจนมาถึงปัจจุบันใน iOS 14 ที่เรียกว่าเปลี่ยนการขับรถธรรมดาของคุณให้มีความสะดวกขึ้นมาก
ซึ่งรถคันแรกที่สามารถใช้งาน Apple CarPlay ได้อย่างเต็มระบบนั่นคือ Ferrari FF ในปี 2014 และหลังจากนั้นรถยนต์อีกหลายๆแบรนด์ก็พัฒนาให้มีการติดตั้งระบบ Apple CarPlay ตามกันมา
ฟีเจอร์ของ Apple CarPlay
สำหรับรถยนต์ที่มีการติดตั้ง Apple CarPlay มาแล้วนั้น จะสามารถเชื่อมต่อได้สองแบบคือแบบเสียบสาย USB และแบบไร้สายแล้วแต่การรองรับของรถคันนั้น ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อแล้วก็จะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างตามนี้เลย
1.ฟังเพลงผ่าน Apple Music และแอปอื่นๆ
สำหรับใครที่ใช้บริการ Apple Music อยู่แล้วก็จะยิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยการฟังผ่านเครื่องเสียงในรถและยังสามารถควบคุมผ่านปุ่มบนพวงมาลัยหรือตัวไอโฟนเองก็ได้
2.เปิดดู Maps ผ่านจอในรถ
หลายคนคงไม่ชินกับการดูแผนที่ผ่านโทรศัพท์เวลาขับรถ ซึ่ง CarPlay จะช่วยให้เราสามารถเปิดดูผ่านจอได้อย่างสะดวก และเวลาแจ้งเตือนอะไรก็จะแจ้งผ่านเสียงของรถโดยตรง หรือหากใครไม่ชินกับ Maps ของ Apple ก็สามารถใช้งาน Google Maps บนหน้าแรกของ CarPlay ได้เลย
3.รับสาย-โทรออก
หากมีสายเข้าหรืออยากโทรหาใครก็สามารถกดผ่านคอนโทรลที่พวงมาลัยหรือสั่งงานด้วย Siri ได้อย่างง่ายๆ เสียงก็จะดังชัดผ่านลำโพงของรถโดยตรง
4.รับ-ส่งข้อความ
แม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้ใช้งาน Message กันสักเท่าไร แต่ CarPlay ก็สามารถรับ-ส่งข้อความได้ แถมยังให้ Siri ช่วยอ่านข้อความที่เข้ามาได้อีกด้วย
5.ดูตารางนัดต่างๆในแอปปฏิทิน
ถ้าไม่อยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เราก็สามารถเปิดดูปฏิทินว่าวันนี้เรามีนัดอะไรได้อย่างสะดวกผ่านหน้าจอของรถ
6.ใช้งาน Line ได้อย่างสะดวก
เราสามารถติดตั้ง Line และใช้งานได้ทั้งการดูข้อความ อ่านข้อความและส่งข้อความโดยใช้การสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri นอกจากนี้ยังสามารถโทรหากันผ่าน Line ได้อีกด้วย แต่ได้เฉพาะการโทรแบบเสียงอย่างเดียวนะ
ถ้ารถเราไม่มี CarPlay ติดตั้งแยกได้ไหม?
คำตอบคือได้ แต่ที่ติดตั้งกันส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการติดเครื่องเสียงที่มีจอเป็นระบบ Android และรองรับ Apple CarPlay ได้อีก ซึ่งอาจจะต้องปรับเปลี่ยนแผงควบคุมเครื่องเสียงนิดหน่อย ซึ่งระดับราคาก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์ ซึ่งแนะนำว่าเลือกแบรนด์ที่วางใจได้ เพราะจะได้ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
เครื่องเสียงรองรับ Apple CarPlay แนะนำ
หากไม่รู้จะเริ่มหาเครื่องเสียงแบบไหนดี ลองดูจากแบรนด์ชั้นนำตามนี้ก่อนเลย
1.Sony XAV-AX8000
หนึ่งในตัวท็อปของเครื่องเสียงติดรถยนต์ ซึ่งตัวนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 8.95 นิ้ว และตัวจอยังสามารถปรับหงายขึ้น-ลง เลื่อนขึ้น-ลง และดึงออก-ดันเข้าได้ พร้อมรองรับ Apple CarPlay
จุดเด่นอีกอย่างคือสามารถเชื่อมต่อ Weblink เพื่อดู Youtube ได้อีกด้วย ส่วนเรื่องเสียงก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Sony ตัวนี้ มีหน่วยประมวลสัญญาณ Dynamic Reality Amp2 ที่ทำให้เสียงมีความละเอียดคมชัด
2.Pioneer DMH-ZF9350BT
อีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยมในรุ่นใหม่ที่มาพร้อหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับทั้ง Wi-fi, Bluetooth และ Apple CarPlay
จุดเด่นของตัวคือ CarAV Assist ที่เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้วจะสามารถเข้า YouTube Netflix และเว็บไซต์ต่างๆได้ แต่เมื่อใช้งาน Car AV Assist จะไม่สามารถใช้งาน CarPlay ได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
3.KenWood DMX9720XS
ในรุ่นนี้มาพร้อมจอขนาด 10.1 นิ้วที่ลดการสะท้อนแสง เรียกว่าจอใหญ่จุใจและมองเห็นได้ชัดเจน พร้อมรองรับ Apple CarPlay และยังรองรับ Hi-res Audio แบบไร้สายผ่าน LDAC ได้อีกด้วย
จุดเด่นของตัวนี้คือการเชื่อมต่อบลูทูธได้ 2 เครื่องพร้อมกัน โดยแบ่งเครื่องหนึ่งเป็นเครื่องเล่นเพลงและอีกเครื่องไว้สำหรับรับสายหรือโทรออกก็ได้
สรุป
ปัจจุบันทั้งเทคโนโลยีของรถยนต์และของ Apple CarPlay ก็ถูกปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เรื่อยๆ รถยนต์สมัยนี้ส่วนมากก็มี Apple CarPlay ติดตั้งมาไว้ให้พร้อมแล้ว ลองดูที่รถของคุณและลองฝึกใช้งานดู เพราะมันจะสร้างความสะดวกหลายอย่างให้กับคุณ และการขับรถของคุณจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ส่วนใครมองหารถใหม่ๆที่มี Apple CarPlay ติดตั้งไว้อยู่ล่ะก็ มาดูที่ Kaidee กันได้เลยไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าชมได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังสามารถลงขาย และหาซื้อได้แบบง่ายๆอีกด้วย รีบเลยรถดีราคาโดนรอคุณอยู่!
Mar 2, 2021 | บทความยานยนต์
คุณเคยประสบปัญหาอยากล้างรถในเวลาคับขัน แล้วไม่รู้จะล้างที่ไหนไหมคะ…
บทความนี้เกิดขึ้นมาได้ จากปัญหาส่วนตัวของเราล้วนๆ เพราะเคยไปเที่ยวกับแกงค์เพื่อนสาว ปาร์ตี้ดื่มกินสนุกกันเต็มที่ แต่พอขึ้นรถกลับบ้านเท่านั้นแหละ ความบันเทิงต่างๆ หายไปทันที จากเมาๆ อยู่กลายเป็นสร่าง เพราะดันมีเพื่อนอาเจียนขึ้นมาในรถตอนตีสองกว่าๆ ครั้นจะปล่อยให้ซากความเสียหายเหล่านั้น ค้างคาไปจนถึงตอนเช้า ก็เกรงว่ามันจะซึมลึกอยู่ตามส่วนต่างๆ ในรถจนเกินไป
สิ่งที่ทำได้ตอนนั้น คือสุมหัวกันหาข้อมูล “คาแคร์” ที่ยังพอจะ “แคร์เรา” ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งข้อมูลที่หาในตอนนั้นมักเป็นร้านที่ไม่อัปเดต โทรไปไม่รับ ปิดบริการไปบ้าง จนสุดท้ายด้วยความง่วงและความสติที่ไม่เต็มร้อยของทุกคน จึงยอมแพ้ เอารถไปล้างตอนเช้าแทน
เรียกได้ว่าเป็นค่ำคืนที่ทุลักทุเล ของคนเมา 4 คน และ 1 คนอ้วก
5 ร้านล้างรถปิดดึก จะล้างตอนไหนก็ “ได้เสมอ”
เพื่อไม่ให้ทุกคนประสบเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบบเดียวกัน เราเลยรวมร้านคาร์แคร์ปิดดึกแบบอัปเดตแล้วในปี 2021 มาฝากกัน 5 แห่ง ซึ่งทุกร้านมีทำเลกระจายกันไปตามย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อให้ทั่วถึงทุกคนมากที่สุด หากพร้อมแล้วไปค่ะ!
1. Nine Bike Premium Car Coating
Credit : facebook.com/ninebikecoating
คาร์แคร์ระดับพรีเมียมย่านรัชดา ที่มีจุดขายอันแข็งแกร่งด้วยการเปิดให้บริการตลอด “24 ชั่วโมง” ไม่ว่าคุณจะเจอกับปัญหาคับขัน หรือเหตุฉุกเฉินในช่วงเวลาไหนก็สบายใจได้เสมอ เพราะสามารถพารถสุดรักของเรามาเสริมสวยเสริมหล่อ ได้ทุกเวลาที่ไนน์ไบค์พรีเมียมคาร์
นอกจากจะโดดเด่นด้วยคอนเซปต์ร้าน ซึ่งพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ร้านนี้ยังให้บริการเกี่ยวกับรถครบวงจร ทั้งเคลือบแก้วเซรามิค Wrap เปลี่ยนสีรถ ขัดสี ติดฟิล์ม ฯลฯ ถึงขนาดทางร้านเคลมว่าเป็น “ผู้นำด้านการปกป้องสีรถ” เลยทีเดียว ฉะนั้นใครที่เป็น ฅ.คนรักรถอยู่แล้ว น่าจะถูกใจไม่น้อย ไปครั้งเดียวเบ็ดเสร็จครบทุกอย่าง
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/sQtjJpP1nkNhkPwr6 เวลาเปิด-ปิด : 24 ชั่วโมง ทุกวันโทรศัพท์ : 085 090 8118รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/ninebikecoating/
2. Meguiars Car wash
Credit : Meguiars Car wash
Credit : Meguiars Car wash
เมกไกวส์ไม่ได้โดดเด่นแค่ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์คุณภาพเยี่ยมเท่านั้น แต่ทางแบรนด์ยังมีบริการล้างรถแทรกอยู่ตามช้อปอีกด้วย แถมข้อมูลที่ได้มา ก็ทำเราประหลาดใจไม่น้อย เพราะเขามีถึง 30 สาขาให้บริการกระจายทั่วประเทศ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต โคราช หาดใหญ่ ฯลฯ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น
ส่วนราคาเริ่มต้นนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละสาขา หากเป็นสาขาในเมืองก็แพงขึ้นมาหน่อย เริ่มต้นหลักร้อยนิดๆ แบบสบายกระเป๋า และด้วยความเจ้านี้มีผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็ช่วยให้เรามั่นใจได้ประมาณหนึ่งว่าน่าจะมีคุณภาพ งานเนี้ยบ ไม่ต้องลุ้นมาก
ที่ตั้ง : รัชดาฯ-สุทธิสาร https://goo.gl/maps/eqAApmosBtRbxPwk7 รัชโยธิน https://goo.gl/maps/bnzd15oAU9bcDN3D7 ฟิวเจอร์พาร์ค-รังสิต https://goo.gl/maps/iaSfwibJwECdVWGe9 เวลาเปิด-ปิด : 24 ชั่วโมง ทุกวัน (เฉพาะสาขารัชดาฯ-สุทธิสาร) ส่วนสาขาอื่นๆ ส่วนใหญ่ปิด 21.00 น.โทรศัพท์ : 02 639 0404 (สาขาใหญ่)รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.meguiars.co.th/
3. 24 Hours Carwash
Credit : facebook.com/24hourscarwash/
แค่ชื่อร้านก็แสดงถึงจุดขายได้อย่างชัดเจน การชูเรื่อง “เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน” เป็นอะไรที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งยังมาพร้อมบริการครบวงจร ทั้งล้างสี ดูดฝุ่น เคลือบสี เคลือบแก้ว ซักเบาะ ซักพรม ฟอกเบาะหนัง ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นเพียง 80 บาท เรียกว่ากำเงินมาไม่เกิน 500 ร้อย ก็ได้ “รถสภาพใหม่กับคันเดิม” ไปแบบสวยปิ๊งเงาวับ
ที่สำคัญทำเลยังดีงาม ตั้งอยู่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ ออกนอกเมืองไปนิดแต่อัดแน่นไปด้วยประชากรจำนวนมหาศาล และหมู่บ้านใหญ่ๆ เพียบ เชื่อว่าคงมีลูกค้าพากันมาอุดหนุนอยู่ไม่น้อย ด้วยราคาที่ถูกและเวลาเปิดที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/3nJVumNLKXFst6Zu7 เวลาเปิด-ปิด : 24 ชั่วโมง ทุกวันโทรศัพท์ : 097 004 4978รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/24hourscarwash/
4. Autolab Crystal Coating
Credit : facebook.com/AutolabCrystalCoating/
อีกหนึ่งร้านล้างรถบนถนนถนนเกษตร-นวมินทร์ ที่อัปเกรดมาตรฐานและราคาขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป เป็นพรีเมียมคาร์แคร์ที่จัดเต็มด้วยคุณภาพและคัดสรรผลิตภัณฑ์ดูแลรถของคุณแบบเลือกเกรด ให้คุณวางใจกับเงินที่จ่ายและมั่นใจว่ารถของคุณจะถูกดูแลอย่างดี
ด้วยการทำความสะอาดภายใต้คอนเซปต์ “Premium Wash” ทั้งลบรอยขนแมว รอยขีดข่วน รอยโฮโลแกรม ลบคราบฝังลึก ขัดชักเงาและเคลือบสี เรียกว่ารวมทุกขั้นตอนไว้เสร็จสรรพในราคา 3,500 บาท ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าแพง แต่ด้วยขั้นตอนที่ครบครันขนาดนั้น เรียกว่าทำครั้งเดียวจัดเต็มไปเลยก็คุ้มอยู่เหมือนกัน
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/occAYCM52Y52 เวลาเปิด-ปิด : 09.00-24.00 น. ทุกวันโทรศัพท์ : 082 344 0877รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/AutolabCrystalCoating/
5. 3JCarcare 24 ชั่วโมง
Credit : facebook.com/3JCarcare/
พาลัดเลาะคาร์แคร์ในเมืองนอกเมือง ทั้งรัชดาและเกษตร-นวมินทร์กันไปแล้ว คราวนี้เปลี่ยนฝั่งมาดูร้านล้างรถคุณภาพดี แถวถนนจันทน์กันบ้าง โดยร้าน 3JCarcare มีจุดขายไม่ต่างจากร้านอื่นๆ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เพียงแต่ช่วงสถานการณ์โควิดแบบนี้ ทางร้านจำต้องลดเวลาปิดถึง 23.00 น.
ถึงจะปรับเวลาปิดให้เหลือเพียงห้าทุ่ม แต่การบริการยังคงจัดเต็มเหมือนเคย ทั้งล้างสี ล้างสีดูดฝุ่น เคลือบภายใน ฯลฯ หรือจะ Add-on บริการอื่นๆ ก็ได้ตามแต่ใจชอบ แถมราคาเริ่มต้นของร้านนี้ก็น่ารักมาก ขั้นต่ำอยู่ที่ 100 บาทเท่านั้น จึงไม่แปลกที่จะมีลูกค้าในย่านนี้หมุนเวียนกันมาใช้บริการกันเป็นประจำ
ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/exhm2FFJoEVvBGzi9เวลาเปิด-ปิด : 08.00-23.00 น. ทุกวัน (เฉพาะช่วงโควิด) / ช่วงปกติเปิด 24 ชั่วโมง ทุกวันโทรศัพท์ : 081 700 9200รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/3JCarcare/
สรุปท้ายบทความ
ได้รายชื่อคาร์แคร์ดีๆ ที่พร้อมบริการคุณตลอด 24 ชั่วโมงกันไปแล้ว ทีนี้ก็คลายความกังวลใจได้ระดับหนึ่ง ต่อให้คุณจะเกิดปัญหาในช่วงเวลาไหน ก็มีร้านล้างรถพร้อมให้บริการคุณอยู่เสมอทุกเวลา และเมื่อเติมเต็มความมั่นใจได้ขนาดนี้ ใครที่ยังไม่มีรถหรือมีแล้วอยากมีอีก เข้าไปหารถคู่ใจสักคันใน Kaidee Auto รับรองว่าราคาดี ไม่มีผ่านนายหน้า คลิกเลย!
Feb 24, 2021 | บทความยานยนต์
ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าความรู้ในเรื่องของดาราผมมีเยอะมาก (ประชด!! เศร้าป่ะ) แต่ทำไงได้ ในเมื่อให้เขียนก็ต้องเขียน ผมเลยไปหาข้อมูลมาแล้ว จาก Instagram เพื่อเอาข้อมูลมาเล่าต่อให้แก่คนที่อยากรู้ (จะมีใครอยากรู้ไหมนะ??)
หากลองสังเกตดี ๆ ก็จะรู้ได้ในทันทีว่าดาราไทยส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อรถที่เป็นรถหรู ไม่ก็เป็นรถสปอร์ต แต่ว่าก็ไม่น้อยเลยที่ยังคงรักความเป็นรถเก่าที่น่าสะสมก็มีอยู่บ้าง วันนี้ผมจะมาขยายความให้ว่าใครขับรถอะไร และรถรุ่นที่ขับเนี่ยสเปคเป็นอย่างไร ทำไมถึงน่าขับ?? ไปดูกันเลย!!
มาริโอ้ เมาเร่อ กับรถ Volkswagen 23 Window Samba Bus
มาริโอ้เป็นดาราหนุ่มชาวไทยที่มีความชอบในเรื่องของรถเก่า ด้วยความรักและหลงใหลทำให้เขามีรถยนต์มากมาย และสร้างชื่อเสียงในการประกวดรถเก่าอีกด้วย แต่วันนี้ผมขอยกรุ่นนี้ “Volkswagen 23 Window Samba Bus” ที่เห็นกันได้บ่อย ๆ ตามรายการทีวีต่าง ๆที่เค้าไปออก (ซึ่งมักจะพังโชว์กลางรายการเสียด้วย ฮ่า ๆ) ใครที่เป็นแฟนรถสายวินเทจ จะไม่รู้จักรถรุ่นนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยความเอกลักษณ์ของหน้า V รวมไปถึงกระจกรอบคันที่มีมากถึง 23 บาน
สเปคที่น่าสนใจ
เครื่องยนต์ : สูบนอน 4 สูบ ขนาดของเครื่องยนต์ : 1,192 cc. แรงม้าสูงสุด : 40 แรงม้า เกียร์ : ธรรมดา 4 จังหวะ
เอกลักษณ์โดดเด่นของ Volkswagen 23 Window Samba bus ตามชื่อเลยคือเป็นรถบัสขนาดเล็กที่มี 23 หน้าต่าง และได้ความคลาสสิคด้วยหน้าตาตัว V ที่ทำให้เหล่านักสะสมนั้นต้องละลาย ถึงแม้ว่ารถรุ่นนี้จะมีความเก่าก็ตาม
ดีเจเพชรจ้า กับรถ Nissan GT-R R33
เป็นอีกหนึ่งคนดังที่มีรถยนต์จอดไว้เป็นเหมือนรถของเล่น เพราะว่าเขาซื้อไว้เยอะมากจริง ๆ แถมส่วนใหญ่รถที่ดีเจเพชรจ้ามีนั้นจะเป็นรถสีแดงและเป็นรถจากทางฝั่งยุโรปอีกด้วย แต่ในคันนี้ Nissan GT-R R33 เป็นรถจากทางฝั่งญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คันที่มีไว้ในครอบครอง ซึ่งเอกลักษณ์ของรุ่นนี้เลยคือไฟท้ายที่เป็นทรงโดนัท แถมผลิตมาน้อยอีกด้วย
สเปคที่น่าสนใจ
เครื่องยนต์ : RB26DETT Twin-Turbo ขนาดของเครื่องยนต์ : 2,568 cc. แรงม้าสูงสุด : 280 แรงม้า เกียร์ : ธรรมดา 5 สปีด
ดีเจเพชรจ้าได้บอกเอาไว้ว่า ส่วนตัวเขานั้นชอบ GTR R33 มากกว่ารุ่นอื่น ๆ ที่เป็นรุ่นยอดนิยมอย่าง R32 และ R34 ด้วยเหตุผลที่ว่า R33 นั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก ทำให้มีไลน์การผลิตที่น้อยและค่อนข้างที่จะสั้น ทำให้มีเพียงไม่กี่คันเท่านั้นถูกมานำจำหน่ายและมีความ Limited
โอ๊ต ปราโมทย์ กับรถ Mini Clubman
ด้วยคาแรกเตอร์ที่เข้ากับหนุ่มโอ๊ต ปราโมทย์ ที่มีลุคขี้เล่น ตลก เฮฮา รถ Mini Clubman สีเขียวฉูดฉาด แถมยังตั้งชื่อให้ว่า “น้องเขียวเหนี่ยวทรัพย์” อีกด้วย ซึ่งน่าจะตั้งมาเพื่อเรียกเงิน เรียกทองโดยเฉพาะ โดยปกติแล้วรถยนต์ Mini นั้นจะเป็นรถเล็ก ๆ เหมาะกับผู้หญิง แต่ในรุ่น Clubman นั้นไม่เป็นแบบนั้น จะมีความใหญ่ขึ้น นั่งได้หลายคนมากขึ้น จึงกลายมาเป็นตัวเลือกให้ใครหลาย ๆ คน
สเปคที่น่าสนใจ
เครื่องยนต์ : TwinPower Turbo 2.0 ขนาดของเครื่องยนต์ : 1,998 cc. แรงม้าสูงสุด : 192 แรงม้า เกียร์ : อัตโนมัติ
ลบคำว่ารถยนต์คันเล็กออกไปได้เลย เพราะ Mini Clubman นั้นมีความใหญ่ขึ้นมาจากรุ่นเดิม ๆ มาพร้อมกับดีไซน์แบบ 5 ประตู ที่จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 5 คนและยังนั่งกันได้แบบสบาย ๆ อีกด้วย แต่เหตุผลจริงของโอ๊ต ปราโมทนั่นก็คือ ปกติการเดินทางไปไหนมาไหนก็มักจะเดินทางด้วยรถตู้คันใหญ่ ทำให้ไม่สะดวกสบายในการหาที่จอด จึงเลือกซื้อรถคันที่เล็กลงมาและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้นั่นเอง
นิกกี้ ณฉัตร กับรถ Porsche 991.1
ถือเป็นเจ้าพ่อรถ Porsche ที่แท้จริง เพราะรถทุกคันที่ผ่านมา นิกกี้ ณฉัตร ก็เลือกซื้อแต่แบรนด์นี้ เรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวจริง โดยครั้งนี้มากับรถ Porsche 991.1 ที่เอามาทำสีใหม่ให้มีความคมเข้มมากยิ่งขึ้น เหมือนได้รถคันใหม่เลยทีเดียว (สวยงามตามท้องเรื่องจริง ๆ)
สเปคที่น่าสนใจ
เครื่องยนต์ : 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว BOXER Bi-Turbo ขนาดของเครื่องยนต์ : 2,981 cc. แรงม้าสูงสุด : 450 แรงม้า เกียร์ : อัตโนมัติ 8 สปีด
รถยนต์สปอร์ตสุดหรู ไม่ต้องพูดมากก็รู้ว่าดี เร็ว แรง ดีไซน์สวยเท่ ที่ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องมองตามจนตาค้าง ด้วยเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างฉายา “หน้ากบ” ก็ยังคงเอาไว้ได้อย่างดีในรถรุ่นนี้ และน่าจะตอบสนองความชื่นชอบให้แก่เหล่านักสะสมได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
โทนี่ รากแก่น กับรถ Toyota Land Cruiser 80
อีกหนึ่งคนที่เป็นแฟชั่นไอคอนให้กับคนไทย ด้วยสไตล์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แต่ให้ความเท่ และนำเทรนด์อยู่เสมอ แต่ด้วยจิตใจที่รักในการแคมป์ปิ้งทำให้โทนี่ รากแก่น เลือกซื้อรถลุย ๆ ที่เหมาะกับงานอดิเรกของเขาเองอย่าง Toyota Land Cruiser แถมยังเอามาติดเต้นท์และอุปกรณ์ต่าง ๆ จนแทบจะกลายเป็นรถบ้านได้เลยทีเดียว
สเปคที่น่าสนใจ
เครื่องยนต์ : 1HD-T 4.2 TD ขนาดของเครื่องยนต์ : 4,163 cc. แรงม้าสูงสุด : 167 แรงม้า เกียร์ : ธรรมดา 5 สปีด
เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ที่นิยมการไปท่องเที่ยวแบบแคมป์ปิ้ง ด้วยความที่เครื่องยนต์มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงการขับเคลื่อนแบบออฟโรดที่สามารถขับไปได้ในทุก ๆ ที่ อีกทั้งยังนิยมเป็นอย่างมากในการเอามาดัดแปลงให้รถยนต์รุ่นนี้กลายมาเป็นรถบ้าน เหมาะกับการค่ำไหนนอนนั่นอย่างแท้จริง
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว เกิดแรงบันดาลใจอันแรงกล้าในการที่จะเลือกซื้อรถแล้วล่ะก็ เข้ามาหาดูได้เลยที่ Kaidee Auto มีครบจบในที่เดียว โดดเด่นเรื่องรถทั้งมือหนึ่งและมือสอง ที่มีให้เลือกมากมาย
ปากกาขาว
Feb 23, 2021 | บทความยานยนต์
เป็นไหมคะ? เวลาอยู่บนถนน ขับๆ ไปแล้วเจอรถบางคันขับยึกยัก จะเลี้ยวก็ไม่เลี้ยว จะแซงก็ไม่แซงสักที เชื่อว่าคำถามแรกที่หลายๆ คนคิดขึ้นมาในใจ “ผู้หญิงขับรถหรือเปล่า”
หลายต่อหลายครั้งที่ได้ยินประโยคดังกล่าว จนเรารู้สึกตั้งคำถามว่า “เพศสภาพ” ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับรถจริงเหรอ ในยุคที่ความเท่าเทียมทางเพศเดินหน้ามาไกลขนาดนี้ มาดูกันว่า “คำดูแคลน” และ “ถ้อยคำปรามาส” เหล่านี้ ในทางสถิติและจิตวิทยาต่างๆ จะลบล้างคำสบประมาทแบบนี้ได้หรือไม่?
ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชาย จริงหรือไม่?
ข้อมูลจากสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง (Insurance Institute for Highway Safety) ของอเมริกา เก็บข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก พบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปี พ.ศ. 2560 กว่าร้อยละ 70 เป็นผู้ชาย รวมไปถึงจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เสริมไปในทางที่ว่า “ผู้ชายไม่ได้ขับรถดีกว่าผู้หญิงสักเท่าไร” ทั้งอัตราการดื่มแอลกอฮอลล์ที่มากกว่าผู้หญิง รวมไปถึงสัญชาตญาณความเป็นแม่อันเด่นชัดของเพศหญิง ที่มีความ “ระมัดระวัง” และ “ละเอียดรอบคอบ ” มากกว่าเพศชาย
จากข้อมูลที่เล่าไป จะเห็นได้ว่าย้อนแย้งกันอยู่พอสมควร…
คำถามที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงหรือไม่” ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง มีทั้งฝั่งที่ว่าผู้ชายขับดีกว่า และทีมที่แย้งขึ้นมาว่า ผู้หญิงต่างหากที่ขับดีกว่า เพื่อให้แฟร์กับทั้งสองฝ่าย เราลองไปดูทั้งสองมุมมองไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ!
เมื่อผู้หญิงขับรถ?
1. อัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ชาย
จากข้อมูลและประสบการณ์ส่วนตัว ต้องยอมรับกันว่าความรู้เรื่องยานยนต์ ทักษะบางอย่าง รวมไปถึงการตัดสินใจของผู้ชาย ค่อนข้างทำได้ดี และแม่นยำกว่าผู้หญิงพอสมควร
ทั้งนี้ตัวเลขทางสถิติบนท้องถนนของสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวง กลับไม่สอดคล้องกับปัจจัยดังกล่าว อุบัติเหตุหลังพวงมาลัยมักเกิดขึ้นกับผู้ชาย และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว อัตราการเสียชีวิตของผู้ชายยังมากกว่าผู้หญิง
สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่า ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ย 5 ถึง 10 ปี กว่าร้อยละ 85 ของผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปีเป็นผู้หญิง – อ้างอิงจากการศึกษาของ New England Centenarian Study ที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน
2. รักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย
ผู้หญิงมีแนวโน้มรักษากฎจราจรมากกว่าผู้ชาย มีข้อมูลยืนยันจาก งานวิจัยหลายชิ้น รวมถึงข้อมูลจากชมรมนักศึกษาเมาไม่ขับ (Students Against Drunk Driving) ที่เปิดเผยว่า นักเรียนชายร้อยละ 12.5 ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนนักเรียนหญิงมีเพียงร้อยละ 7.8 เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเสริมว่า ผู้หญิงนิยมคาดเข็มขัดนิรภัยมากกว่าผู้ชาย ถือเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าเทคนิคยานยนต์ หรือทักษะใดๆ เอาความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นหลัก
3. มีความละเอียดรอบคอบมากกว่าผู้ชาย
ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตที่ต่ำและการรักษากฎจราจรที่เข้มงวดของผู้หญิงนั้น พื้นฐานทั้งหมดมาจากความละเอียดรอบคอบ โดยธรรมชาติของเพศแม่ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ความระแวดระวัง อาการย้ำคิดย้ำทำ ไม่ชอบเสี่ยงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เคยมีการสำรวจในกลุ่มผู้ชายอายุ 16-29 ปี พบว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน และเหตุร้ายแรงเหล่านั้นมักเกิดกับคนขับที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
เมื่อผู้ชายขับรถ?
1. ความรวดเร็วในการตัดสินใจดีกว่าผู้หญิง
สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงหลายคนยอมรับตรงกัน คือผู้ชายตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าผู้หญิง ทั้งยังขับรถได้ดีมีประสิทธิในเส้นทางที่ยาก
ด้วยระบบสมองของผู้ชาย ที่มีส่วน “Parietal Lobe” มากกว่าผู้หญิง ทำให้การคำนวณระยะห่าง พื้นที่และขนาดต่างๆ ทำได้ยอดเยี่ยมฉับไว สอดคล้องกับสัญชาตญาณ “นักล่า” ผู้มีหัวใจรักความเร็ว ชอบความท้าทายและโปรดปรานการเดินทาง จึงไม่แปลกที่หนุ่มๆ จะเข้าใจแผนที่ได้ง่าย จอดรถได้คล่องแคล่วกว่าสาวๆ
2. นักแข่งรถที่ได้แชมป์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
ความที่สัญชาตญาณและระบบสมองของผู้ชายเป็นเช่นนั้น จะเห็นได้ว่าตามการแข่งขันประลองความเร็วรถ น้อยครั้งมากที่ผู้ชนะจะเป็นผู้หญิง รวมถึงวิศวกร สถาปนิก นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก ล้วนแล้วแต่เป็นเพศชายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ไอแซก นิวตัน ชาลส์ ดาร์วิน ฯลฯ
…ปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติรังสรรค์สิ่งเหล่านั้นให้ผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง
3. มีประสบการณ์กับรถยนต์มากกว่าผู้หญิง
รถยนต์ (ใช้น้ำมัน) กำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกใบนี้โดย “คาร์ล เบ็นทซ์ (Karl Friedrich Benz)” ในปี 1886 และถูกพัฒนาระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาและเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น “ผู้ชาย” คือทีมพัฒนาที่วางรากฐานมาตั้งแต่ต้น
ส่งผลให้ความรู้เรื่องระบบเครื่องยนต์ ส่วนประกอบ กลไกรถของผู้ชายลึกซึ้งและแม่นยำกว่าสาวๆ ทั้งยังมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ชายมีแนวโน้มเริ่มขับรถตั้งแต่อายุยังน้อย และชอบขับรถมากกว่าผู้หญิง ความที่พื้นฐานความสนใจของพวกเขามาทางนี้ตั้งแต่แรก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะบังคับพวงมาลัยได้อย่างคล่องแคล่ว
ผู้หญิง VS ผู้ชายขับรถดีกว่า?
จากข้อมูลที่ให้ไปของทั้งสองฝั่ง จะเห็นได้ว่าทั้งหญิงและชายมีข้อดีข้อเด่นในการ ขับรถแตกต่างกันไป ความที่ผู้หญิงเน้นความละเอียดรอบคอบเป็นหลัก ทำให้บางครั้งการตัดสินใจอาจจะไม่ทันท่วงที มีอาการลังเลให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดประโยคที่ว่า “ผู้หญิงขับรถแย่”
ทว่าจากจากตัวเลขสถิติการเสียชีวิตและอุบัติเหตุที่ร้ายแรงบนท้องถนน ตกไปอยู่กับเพศชายมากกว่า สะท้อนได้ว่า ความมั่นใจหลังพวงมาลัยและการตัดสินใจที่รวดเร็ว อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป
สำหรับเราแล้วไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร เกิดมาพร้อมสัญชาตญาณอะไรไม่สำคัญ หากคุณปฏิบัติตามกฎจราจร มีมารยาทบนท้องถนน ไม่ประมาทจนทำให้ใครเดือดร้อน นั่นคือสิ่งสำคัญ จะชายหรือหญิงก็ไม่ต่างกัน เพราะทั้งฝ่ายมีข้อบกพร่องและข้อได้เปรียบกันคนละด้าน อยากให้เน้นเป็นเป็นรายบุคคลมากกว่า
ส่วนคำตอบที่ว่า ผู้หญิงขับรถแย่กว่าผู้ชายจริงไหม… ขอถามก่อนว่า ความหมายคำว่าแย่ของคุณเป็นแบบไหนกันคะ? ถ้าในแง่ของความปลอดภัย เราว่าไม่นะ…