รวมฤกษ์ออกรถประจำปี 2563

รวมฤกษ์ออกรถประจำปี 2563

เพราะความเชื่อกับคนไทยเป็นของคู่กัน ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะต้องมีเรื่องเหล่านี้แทรกซึมอยู่เสมอ การออกรถใหม่ก็เช่นกัน เพราะถือว่าเป็นตัวช่วยเรื่องความมงคลและนำพาความโชคดีมาสู่ชีวิตได้

ทำไมต้องดูฤกษ์ก่อนออกรถ

การดูฤกษ์ยามมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งคนยุคก่อนๆจะเชื่อกันว่า หากเราทำอะไรก็ตามในช่วงฤกษ์ยามดี สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีแต่เรื่องดีๆ เกิดความราบรื่น ไม่มีอุปสรรค จะเชื่อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆ

เกิดวันนี้ห้ามออกรถวันไหน ?

  • คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามออกรถวันศุกร์
  • คนเกิดวันจันทร์ ห้ามออกรถวันอาทิตย์
  • คนเกิดวันอังคาร ห้ามออกรถวันจันทร์
  • คนเกิดวันพุธ(กลางวัน) ห้ามออกรถวันอังคาร
  • คนเกิดวันพุธ(กลางคืน) ห้ามออกรถวันพฤหัสบดี
  • คนเกิดวันพฤหัสบดี ห้ามออกรถวันเสาร์
  • คนเกิดวันศุกร์ ห้ามออกรถวันพุธ
  • คนเกิดวันเสาร์ ห้ามออกรถวันพุธ

ฤกษ์ออกรถครึ่งปีแรก 2563

มกราคม

  • วันศุกร์ที่ 3 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพุธที่ 8 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 10 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพุธที่ 15 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 17 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพุธที่ 22 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 24 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันอังคารที่ 28 มกราคม เวลาสตาร์กุญแจ 15.19 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.

กุมภาพันธ์

  • วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 15.19 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 15.19 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 15.19 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.

มีนาคม

  • วันพุธที่ 4 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันพุธที่ 11 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันพุธที่ 18 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 16.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.

เมษายน

  • วันเสาร์ที่ 4 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 11 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 18 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันจันทร์ที่ 20 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 24 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 25 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.

พฤษภาคม

  • วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 16 สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น. 

มิถุนายน

  • วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น
  • วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น
  • วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 10.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์หที่ 26 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น
  • วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 10.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.

ฤกษ์ออกรถครึ่งปีหลัง 2563

กรกฎาคม

  • วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 10.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 10.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.

สิงหาคม

  • วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันศุกร์ที่14 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.

กันยายน

  • วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 5 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น
  • วันจันทร์ที่ 7 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 12 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น
  • วันจันทร์ที่ 14 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 18 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น
  • วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 21กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 25 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น
  • วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 28 กันยายน สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.

ตุลาคม

  • วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 12.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 08.59 น.
  • วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.

พฤศจิกายน

  • วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม วลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 27ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.

ธันวาคม

  • วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 13ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.
  • วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 14.19 น.
  • วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 13.19 น.
  • วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 09.59 น.
  • วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม สตาร์ทกุญแจเวลา 15.59 น.

สรุปท้ายบทความ

นอกจากฤกษ์ออกรถแล้ว ยังมีความเชื่อและกิจกรรมอื่นๆที่สร้างความเป็นมงคลให้ทั้งเจ้าของและรถยนต์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การไหว้แม่ย่านาง การดูเลขทะเบียน การขับรถออกทางทิศเหนือ สีรถมงคล แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวช่วยเท่านั้น การขับขี่อย่างปลอดภัย มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสำคัญที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมองหารถใหม่ ที่ RodKaidee เรามีรถรุ่นดัง สภาพเยี่ยมรอคุณอยู่มากกว่าหมื่นคัน

คาถาไหว้แม่ย่านาง ไหว้แบบไหนถึงถูกต้อง?

คาถาไหว้แม่ย่านาง ไหว้แบบไหนถึงถูกต้อง?

ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นแหล่งพักพิงทางใจของคนไทยมาอย่างช้านาน จนกลายเป็นเหมือนวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบต่อกันมา โดยแต่ละที่ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองอยู่ เช่น ลุ่มแม่น้ำกับพระแม่คงคา ผืนดินกับพระแม่ธรณี ซึ่งในรถก็เช่นเดียวกัน

โดยมีความเชื่อต่อกันมาว่า พระแม่ย่านางคือสัญลักษณ์ของเทพผู้ดูแลปกป้องยานพาหนะทุกชนิด หากใครอยากขับขี่ปลอดภัย ปราศจากภัยอันตรายทั้งปวง ก็ต้องไหว้แม่ย่านางรถเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับยานพาหนะ โดยทำตามหลักและกล่าวคาถาไหว้แม่ย่านางให้ถูกต้อง เพื่อให้ท่านช่วยปกปักษ์รักษาและดูแลเราต่อไป

โดยวันนี้ Neptune จะพาทุกคนไปดูขั้นตอนและคาถาไหว้แม่ย่านางที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมของ ขั้นตอนการไหว้ คาถาไหว้แม่ย่านางทั้งคำถวายของไหว้ตลอดจนคำลาของไหว้จนเสร็จพิธี จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย
การเตรียมของไหว้แม่ย่านาง

ของไหว้

ก่อนจะทำพิธี สิ่งแรกที่เราต้องเตรียมคือของไหว้ โดยของไหว้แม่ย่านางนั้นเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้ง่าย เป็นของพวกผลไม้ ธูป เทียน ของหวาน ซึ่งไม่ได้มีกำหนดชัดเจนว่าต้องเป็นชนิดไหน

ธูป จำนวน 9 ดอก
ดอกไม้ จำนวน 1 กำ
ข้าว จำนวน 1 ถ้วย
น้ำเปล่า จำนวน 1 แก้ว โดยต้องใช้น้ำใหม่เท่านั้น
หมากพลูและยาเส้นสีฟัน จำนวน 3 คำ
ผลไม้ จำนวน 5 อย่าง โดยผลไม้ที่แนะนำจะเป็น :
– กล้วย ซึ่งมีความหมายถึงโชคลาภ เงินทอง และการมีบริวารดี
– ลิ้นจี่ ตามวัฒนธรรมจีนเชื่อว่าสีแดงเป็นสีมงคล การไหว้ผลไม้ที่มีสีแดงเป็นการเสริมสิริมงคลในชีวิต
– แอปเปิ้ล ช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บหายไป และมีสุขภาพที่ดี
– องุ่น ช่วยให้เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน
– มะพร้าว เพิ่มความเป็นสิริมงคล
– ขนมมงคล เช่น ขนมเทียน ขนมเข่ง


ขั้นตอนการไหว้แม่ย่านาง

  1. จัดเตรียมของไหว้ใส่จานให้สวยงาม แล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะที่ควรตั้งอยู่บริเวณหน้ารถยนต์คันที่เราจะไหว้
  2. สตาร์ทรถ พร้อมบีบแตร 3 ครั้ง
  3. จุดธูปตั้ง 9 ดอก พร้อมตั้งจิตให้ดี นึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย พร้อมตั้งนะโม 3 จบ
  4. ท่องคำถวายไหว้แม่ย่านางรถ
  5. รอธูปหมด ท่องคำลาไหว้แม่ย่านางรถ

คำถวายของไหว้แม่ย่านางรถ


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
.
สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
.
ลูกขอถวายสิ่งของเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งของเหล่านี้เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายเทอญ สาธุ
.


คำลาของไหว้แม่ย่านางรถ


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
.
พุทธังลา ธัมมังลา สังฆังลา

ข้าพเจ้าขอลาสิ่งของเหล่านี้เพื่อให้เป็นทานต่อไป เป็นยารักษาโรค อย่าให้เกิดโทษเลย
นะ เสสัง มังคะลา ยาจามะ
.


สรุป

การไหว้แม่ย่านางรถนั้นไม่ได้มีความยุ่งยาก โดยเราควรเตรียมของให้พร้อม แล้วปฏิบัติตามพิธีให้ถูกต้อง ท่องคาถาไหว้แม่ย่านางรถด้วยจิตที่ตั้งมั่นเพื่อให้พิธีออกมาดีที่สุด

แต่ถึงแม้ว่าการไหว้แม่ย่านางรถจะทำให้เราอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่ามีแม่ย่านางคอยปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากอันตราย สติก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การสัญจรด้วยรถเป็นที่นิยมมากขึ้น มีรถเต็มท้องถนน คนขับขี่กันอย่างเร่งรีบและรวดเร็ว การมีสติและปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดก็จะเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้คุณใช้รถบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับการไหว้แม่ย่านางรถที่ถูกต้องที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ยังไงเพื่อนๆก็อย่าลืมนำมาใช้และอย่าลืมว่าหากมองหารถมือสองดีๆซักคัน สามารถเข้ามาดูได้ที่ RodKaidee แหล่งซื้อ-ขายมือสองชั้นเยี่ยม มีมีสินค้าหลากหลายให้คุณเลือกในราคาที่ต้องถูกใจ และครั้งหน้าจะมีบทความดีๆอะไรมาฝากอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ

5 ข้อดีที่คุณควรมีรถเป็นของตัวเองสักคัน

5 ข้อดีที่คุณควรมีรถเป็นของตัวเองสักคัน

หน้าฝนแบบนี้ คนก็เยอะ รถก็ติด แต่ทำไมจำนวนรถที่มีบนท้องถนนมันไม่ลดลงเลยล่ะ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยังเลือกที่จะมีรถเป็นของตัวเองสักคัน

ปัจจุบันราคารถไม่แพงมากเท่าเมื่อก่อน

เนื่องจากในปัจจุบันยี่ห้อรถยนต์หลายแบรนด์ มีการแข่งขันทางการตลาดสูง ราคารถยนต์ถูกลงมากในปัจจุบัน โปรโมชั่นในการออกรถก็แข่งขันกันมากขึ้น รวมถึงการอนุมัติการออกรถ การทำไฟแนนซ์ก็ง่ายมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราได้ประโยชน์จากการตลาดส่วนนี้ การออกรถสักคันจึงเป็นเรื่องง่าย

บริการสาธารณะไม่อำนวยความสะดวกเท่าที่ควร

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น จักรยานยนต์รับจ้าง รถเมล์ หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้าสาธารณะ มีความสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลหรือเดินทางหลายต่อ การมีรถยนต์สักคันจะทำการเดินทางของเราง่ายขึ้น แถมยังไม่ต้องไปเบียดเสียดกับคนเยอะๆอีกด้วยนะ

ปลอดภัยมากขึ้น

การเดินทางที่จะต้องเจอคนเยอะๆ รวมถึงการเดินทางในสถานที่เสี่ยง เช่น การต้องเดินทางไปต่อในถนนที่เปลี่ยว การนั่งรถเมล์ที่คนเยอะๆ ทำให้เรามีความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินที่มากกว่าการที่เราขับรถไปด้วยตัวเอง เนื่องจากเราสามารถที่จะระมัดระวังตัวได้มากกว่าในสถานที่ที่คนเยอะ วุ่นวาย และมีความเสี่ยงสูง

มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถยนต์

เมื่อถึงวัยทำงานหรือวัยที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถยนต์เพื่อการทำงาน หรือการเดินทางไปทำงาน การมีรถยนต์สักคันที่เป็นของตัวเอง ทำให้เรามีความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มเครดิตความน่าเชื่อถือให้กับเราด้วย

เพิ่มเครดิตทางการเงิน

ในกรณีที่เราต้องผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ที่เราซื้อมาเป็นของตัวเอง จะเป็นหนึ่งในวิธีในการเพิ่มเครดิตทางการเงินให้กับเรา ถ้าเรามีวินัยในการชำระค่างวดก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือทางการเงินของเราดีขึ้น ส่งผลให้ถ้าในอนาคตเรามีความต้องการจะกู้สินเชื่ออื่นๆ การอนุมัติวงเงินจะง่ายขึ้น เนื่องจากเครดิตของเรามีความน่าเชื่อถือว่าเราสามารถผ่อนชำระได้อย่างต่อเนื่อง และมีวินัยที่ดี

การมีรถยนต์เป็นของตัวเองมีข้อดีอีกหลายข้อที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและกำลังการซื้อของแต่ละคนด้วยนะคะ ว่าโอเคกับแบบไหน และอยากได้รถยนต์แบบไหนมาเป็นเพื่อนคู่ใจของเรา ข้อดีเยอะขนาดนี้ อยากได้รถยนต์เป็นของตัวเองกันแล้วใช่ไหม ถ้ายังไม่เจอรถยนต์ที่ถูกใจ มาดูรถยนต์ราคาดี มีมิตรภาพที่ Kaidee กันนะคะ

5 เทคนิครักษารถ ‘สีดำ’ ในหน้าฝนให้ดำเงาวับ

5 เทคนิครักษารถ ‘สีดำ’ ในหน้าฝนให้ดำเงาวับ

ฝนตกอีกแล้ว ตกทีก็ถอนหายใจที เพิ่งล้างรถมาเมื่อกี้ ก็เลอะอีกแล้ว คราบโคลนเกาะกรังเป็นรอยให้รถ ทำตัวเองช้ำใจอีก โดยเฉพาะคนใช้รถสีดำที่โดนนิดหน่อยก็เป็นรอยเป็นคราบแล้ว จุดนี้ดูถ้าต้องเริ่มรักษารถจากการล้างรถแล้วล่ะ!

1.เช็ดฝุ่น

เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้านปุ๊ป จะเอาน้ำราดรถลงน้ำยาล้างทันทีก็คงไม่ได้ เพราะบนตัวรถของคุณยังคงมีฝุ่นมีกรวดเกาะอยู่ ซึ่งหากคุณเลือกล้างรถของคุณทั้งแบบนั้น ก็จะกลายเป็นรอยข่วน รอยขนแมว ดังนั้นขั้นแรกที่ห้ามขาดก่อนล้างรถคือ เอาผ้าแห้งปัดฝุ่นออกไปก่อนเลยจ้า 

2. ใช้น้ำล้างรถก่อน 

ปัดเช็ดฝุ่นออกจากรถได้สำเร็จแล้ว ขั้นต่อมาก็คือการฉีดน้ำเปล่าล้างรถให้สะอาด ก่อนจะลงน้ำยาล้างรถ เพราะการปัดเช็ดฝุ่นอย่างเดียว อาจไม่ช่วยให้ฝุ่นหรือโคลนออกไปทั้งหมด ดังนั้นการฉีดน้ำเปล่าช่วยล้างรถอีกแรง จะทำให้รถของเราสะอาดปราศจากคราบได้ในระดับหนึ่ง ก่อนจะไปต่อที่การลงน้ำยาล้าง

3. ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างและแยกถังน้ำเปล่า

ขั้นตอนนี้นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการล้างรถ เราจะใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำยาล้างรถเพราะจะช่วยรักษาสีรถได้ดีมากยิ่งขึ้น 

“ควรแยกถังน้ำเปล่า และถังน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างรถไว้คนละถัง”

ที่ทำอย่างนี้เนื่องด้วยเหตุผลของความสะอาดของฟองน้ำที่นำมาใช้ เมื่อเราถูรถด้วยฟองน้ำชุบน้ำยาล้างเสร็จแล้ว ก่อนจะชุบต่อ ควรชุบน้ำเปล่าล้างฟองน้ำเอาคราบฝุ่นสกปรกออกให้หมดเสียก่อน เพราะไม่งั้นคุณก็จะนำคราบเหล่านั้นไปถูรถอีกซ้ำ ที่ทำมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าเสียอย่างนั้น

4. เช็ดรถให้แห้งด้วยผ้า อย่าปล่อยให้แห้งเอง

หากคุณล้างรถเสร็จแล้วปล่อยให้แห้งเอง เตรียมรับคราบน้ำเป็นริ้วๆ ติดบนรถของคุณได้เลย ฉะนั้นอย่าลืมที่จะเช็ดรถของคุณให้แห้ง! แนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ถนอมรถมากกว่าผ้าแห้งธรรมดาทั่วไปในการเช็ดน้ำ

เวลาเช็ดน้ำอย่าเช็ดจนผ้าเปียกจนชุ่มแล้วยังฝืนใช้พื้นเดิมต่อ เพราะจะทำให้รถคุณเป็นคราบน้ำ ควรเตรียมผ้าสำรองไว้สองถึงสามผืนในการเช็ดน้ำให้แห้ง

5. ลงแว๊กซ์ เคลือบแก้ว

เมื่อพูดถึงการเคลือบแก้ว ควรเป็นสิ่งที่ผู้ขับรถสีดำควรทำเป็นอย่างมาก หากกำลังนำรถออกจากศูนย์ใหม่ๆก็ควรจะเคลือบแก้วช่วยลดเปอร์เซ็นต์ฝุ่นเกาะรถ และรถเป็นรอยข่วนแมวไปได้เยอะทีเดียว

แต่แน่นอนว่าหลังล้างรถเสร็จทุกครั้งไม่ว่าคุณจะได้เคลือบแก้วหรือไม่ ก็ควรขยันลงแว็กซ์ให้ได้อาทิตย์ละครั้ง เพราะรถคุณจะได้เงาวับอวดโฉมบนท้องถนนได้อย่างอลังการปราศจากความกังวล

หน้าฝนแบบนี้คนรักรถก็ต้องขยันล้างรถเสียหน่อย โดยเฉพาะรถสีดำ เพราะเป็นรถที่ดูแลไม่ยาก แต่ควรใช้ความใส่ใจและหมั่นลงแว๊กซ์บ่อยๆสักนิดหนึ่ง เห็นไหมคะ ไม่ยากเลย ใครที่ลังเลจะซื้อรถสีดำอยู่ ไม่ต้องรอช้า จัดไปเลยค่ะ

คุณสามารถเริ่มหาได้ที่แอปฟลิเคชัน RodKaidee ที่มีรถสีดำมือสองสวยทั้งเงาทั้งด้าน 
ราคาย่อมเยาหลายคันรอให้คุณได้จับจองเป็นเจ้าของ!
Hatchback หรือ Sedan รถแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

Hatchback หรือ Sedan รถแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

ปัญหาอย่างหนึ่งในการซื้อรถของคนส่วนมากคือซื้อรถแบบไหนดี โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อรถคันแรก อาจลังเลว่ารถแบบไหนที่จะตรงกับการใช้งานของเราระหว่าง Hatchback ห้าประตูกับ Sedan เรียบหรู ทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันมากแค่ไหน เราเหมาะกับรถแบบใด มาดูความแตกต่างกัน

รถยนต์ Hatchback

รถ Hatchback หรือที่เรามักเรียกกันว่ารถ 5 ประตู เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากมองดูถนนในเมืองส่วนใหญ่อาจเห็นรถประเภทนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ช่วงท้ายของรถนั้นจะสั้น ส่งผลให้เวลาขับรถในเมืองหรือถนนที่มีเนื้อที่แคบมีความคล่องตัว เวลาเลี้ยวหรือจอดก็สะดวก

ความอเนกประสงค์ของพื้นที่ภายในรถที่สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้ ด้วยช่วงท้ายที่เชื่อมต่อกับส่วนที่นั่งผู้โดยสาร และประตูเปิดท้ายที่ใหญ่ ทำให้สะดวกในการหยิบใส่สิ่งของต่างๆ และหากต้องการวางของชิ้นใหญ่ก็สามารถพับเบาะโดยสารลงให้กลายเป็นที่วางของได้ รถประเภทนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องพกสัมภาระหลายชิ้นเวลาเดินทางและต้องหยิบของเข้าออกบ่อยๆ

รถยนต์ Sedan

รถ Sedan หรือรถ 4 ประตูที่ใครหลายคนชอบพูดว่าดูหรูดูแพงนั้น ตัวรถจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนหน้าที่เป็นส่วนของเครื่องยนต์ ส่วนกลางที่เป็นส่วนของห้องโดยสาร และส่วนท้ายเป็นส่วนของที่เก็บของ การแบ่งเป็นสัดส่วนแบบนี้จะทำให้สามารถมองกระจกหลังได้ง่ายกว่า เพราะของต่างๆถูกเก็บแยกไว้ที่ส่วนท้ายรถ ก็จะไม่เกิดปัญหาสิ่งของท้ายรถบัง

ด้วยรูปแบบของรถที่ถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน ทำให้รถมีความยาวและเตี้ยกว่ารถ Hatchback เวลาขับก็จะลู่ลมและได้ความเร็วที่ดีกว่า แต่ปัญหาเวลาขับรถในเมืองหรือซอยแคบๆสำหรับมือใหม่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะความยาวของรถ

ราคา

ในเรื่องของราคารถทั้งสองแบบ เราอาจเคยได้ยินว่ารถ Hatchback ราคาถูกกว่ารถ Sedan แต่ความเป็นจริงในตลาดรถยนต์ของไทยนั้น ราคารถทั้งสองแบบไม่ได้ต่างกันมาก รถ Sedan ราคาถูกก็มีอยู่หลายยี่ห้อ และรถ Hatchback ระดับราคาสูงก็มีเช่นกัน

สรุป

เราควรไปลองขับและดูตัวรถจริงก่อนซื้อ เพื่อให้ได้รู้ชัดเจนว่าเราเหมาะกับการขับรถแบบไหน ฟังก์ชันต่างๆที่มีในรถช่วยให้การขับรถของเราสะดวกสบายมากขึ้นแค่ไหน และอีกข้อหนึ่งคือการรู้ไลฟสไตล์ของตัวเราเองก็จะทำให้เราเลือกรูปแบบรถได้ง่ายขึ้น 

ส่วนใครกำลังมองหารถมือสองหรือมีรถมือสองอยากขายต่ออยู่ล่ะก็ RodKaidee ของเรามีหมวดรถยนต์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะรุ่นไหน แบรนด์อะไรหรือต้องการรถในจังหวัดไหน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายก็สามารถค้นหาและวางขายได้อย่างง่ายดาย รู้อย่างนี้แล้ว รีบเข้ามาดูกันเลย