Mar 1, 2023 | ข่าวสาร และกิจกรรม
รวมวิธีวางแผนซื้อรถ เหมาะสำหรับทุกครอบครัว คำนวณง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก รู้สถานะการเงิน และโอกาสได้รับสินเชื่อจากไฟแนนซ์
การวางแผนครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญในยุคสังคมที่มีการแข่งขันสูง พื้นฐานทางครอบครัวที่ดีเกิดจากวิธีจัดการที่ดีในทุกเรื่อง โดยเฉพาะถ้าคุณอยากจะมีพาหนะคู่ใจสักคันไว้ใช้ในครอบครัว จะมีวิธีการ “วางแผนซื้อรถ” อย่างไร ? ในเมื่อค่าใช้จ่ายประจำก็มีอยู่แล้ว Kaidee Auto มีคำตอบพร้อมสูตรคำนวณที่ง่าย และเป็นไปได้มาฝากทุกคน
วางแผนซื้อรถ เป็นโจทย์ข้อใหญ่สำหรับครอบครัวที่มีภาระ แต่ทุกเรื่องมีทางออก ถ้าครอบครัวมีวินัยทางการเงินดี ก็สามารถเป็นเจ้าของรถได้ไม่ยาก แม้รายจ่ายจะเต็มเพดานอยู่ก็ตาม
เรามาดูวิธีการ “วางแผนซื้อรถ” ให้เหมาะกับครอบครัว (ขยาย) แบบ step – by – step ถ้าคุณทำได้ ก็มีโอกาสเป็นเจ้าของรถได้ไม่ยาก และไม่เป็นหนี้จนเกินความสามารถในการชำระ
1. วางแผนซื้อรถ ด้วยกระปุกหลายใบ
เรื่องง่าย แต่หลายคนพลาด เพราะคาดไม่ถึง ! ก็คือ กำหนดเป้าหมายในการซื้อรถ วางเป้าหมายให้ชัด ตอบตัวเองให้ได้ว่า เราซื้อรถมาเพื่ออะไร ? ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเดินทาง ความสะดวกสบาย หรือ แม้กระทั่งเพื่อทำธุรกิจ แล้วพิจารณาถึงความคุ้มค่า ทำไมถึงต้องเป็นหนี้เพื่อมีรถ
มีรถดีกว่ายังไง ? / ประหยัดหรือไม่ ? / สะดวกยังไง ? / เหมาะกับการเดินทางรึเปล่า ?
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมชายมีสมาชิกในครอบครัว 4 คน พักอาศัยอยู่ย่านลาดพร้าว ต้องไปส่งลูกเรียนย่านบางกะปิ แล้วไปทำงานต่อกับแฟนที่รัชดา ปัจจุบันเสียค่าเดินทางด้วยรถแท็กซี่ ไป – กลับ (รวมส่งลูกและไปทำงาน) ตกวันละ 500 – 600 บาท รวม 5 วัน ใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เกือบ 3,000 บาท
ในเคสนี้ ถ้าสมชายลงทุนซื้อ “อีโคคาร์” ในราคา 300,000 บาท เติมน้ำมันเต็มถังทุกต้นสัปดาห์ สูงสุดประมาณ 1,500 บาท/ถัง* สมชายจะประหยัดค่าเดินทางลงถึงครึ่งหนึ่ง และใน 1 ปี ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้ถึง 78,000 บาท โดยมีระยะเวลาคืนทุนในการซื้อรถอยู่ที่ 4 ปี
สรุปให้เข้าใจง่าย เคสของสมชาย ซื้อรถส่วนตัว ประหยัดกว่า นั่งรถแท็กซี่ ครอบครัวสะดวกสบาย ไม่ต้องนั่งรถหลายต่อ สามารถไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว
2. วางแผนซื้อรถ ด้วยกระปุกหลายใบ
เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน และคิดว่าการมีรถ… เนี่ยแหละตอบโจท ย์ ก็มาถึงขั้นตอนในการเริ่ม “วางแผนซื้อรถ ” สำหรับสามีและภรรยา นับเป็นบุคคลเดียวกัน ควรนำรายได้มารวมกัน เพื่อใช้วางแผนทางการเงินให้กับครอบครัว ด้วยวิธีการแบ่งกระปุกออกเป็น 4 ใบ เริ่มจาก
● กระปุกรายได้
นำรายได้ทั้งหมด จากพ่อและแม่ ทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้หลัก นำมาคิดคำนวณรวมกันในแบบรายเดือน นับรวมทุกอย่างที่เป็น income เช่น เงินเดือน, ค่าจ้างแบบรับครั้งเดียว, ค่าทำงานล่วงเวลา, เงินปันผล, ส่วนแบ่งธุรกิจ, ค่าขายสินค้า, คอมมิชชัน หากรายได้บางอย่างไม่ใช่ผลตอบแทนที่ตายตัว (ไม่ได้รับเท่ากันทุกเดือน) ให้ใช้วิธีถัวเฉลี่ยออกมาเป็นขั้นต่ำ
● กระปุกรายจ่าย
รวมทุกอย่างที่เป็นรายจ่ายในแต่ละเดือน และต้องนับรวมของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ค่าบ้าน, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าขนมลูก, คำประกัน, ค่าเทอมลูก รวมไปถึงค่าผ่อนรถ โดยตัวเลขค่าใช้จ่ายต้องมีความละเอียด และนับรวมถึงภาระที่อาจตามมาในอนาคตด้วย
● กระปุกเงินออม
ความสำเร็จของการซื้อรถ อยู่ที่การวางแผนกระปุกเงินออม กำหนดให้ชัดเจนว่า ในแต่ละเดือน เมื่อนำรายได้มาหักลบด้วยรายจ่าย จะมีเงินออมกี่บาท และแบ่ง “ใส่กระปุกออกรถ” ได้หรือไม่ ? ไม่ว่าจะมากหรือน้อย กระปุกใบนี้ก็ต้องมีเงินมาหยอดทุกเดือน ลดความเสี่ยงในอนาคต
● กระปุกออกรถ
กระปุกออกรถ คือ เงินของครอบครัวที่แบ่งมาจากกระปุกเงินออม นั่นเอง ส่วนจะมากหรือน้อยกว่าเงินออม สามารถออกแบบเองได้ (ควรเหมาะสมกับเงินออม) เพราะสุดท้ายเงินในกระปุกนี้ จะถูกใช้เป็น “ค่าใช้จ่ายในการออกรถวันแรก”
สูตรกระปุก 4 ใบ
กระปุกรายได้ – กระปุกรายจ่าย = กระปุกเงินออม : กระปุกออกรถ
ตัวอย่าง
กระปุกรายได้ 80,000 บาท/เดือน
คุณพ่อ 40,000 บาท คุณแม่ 30,000 บาท ขายของออนไลน์ 10,000 บาท
กระปุกรายจ่าย 56,000 บาท/เดือน
ค่าใช้จ่ายคุณพ่อ 18,000 บาท ค่าใช้จ่ายคุณแม่ 15,000 บาท ค่าขนมลูก 3,000 บาท ค่าเทอมลูก 2,500 บาท (10,000 บาท และใน 1 เทอมมี 4 เดือน) ค่าประกันชีวิต 3,000 บาท ค่าไฟ 2,000 บาท ค่าน้ำ 500 บาท เบ็ดเตล็ด 12,000 บาท
*** Balance Check : 80,000 – 56,000 = 24,000 บาท ***
กระปุกเงินออม : กระปุกออกรถ (ต่อเดือน)
12,000 : 12,000 (50:50) 14,400 : 9,600 (60:40) 16,800 : 7,200 (70:30)
สรุป : กระปุกออกรถ จะถูกใช้เก็บสะสมทุกเดือน เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการออกรถวันแรก
3. เลือกรถคันที่เหมาะสม
ย้ำอีกครั้งว่า รถคันที่เหมาะสม… อาจไม่ใช่รถในฝันเสมอไป การวางแผนซื้อรถ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ต่อสภาพคล่องทางการเงินเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ในตลาดยังมีรถอยู่หลายประเภท รถมือหนึ่ง, รถมือสอง ราคาแตกต่างกัน รวมไปถึง Segment และยี่ห้อของรถอีกด้วย
● A Segment
รถเก๋งขนาดเล็กมาก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี. ราคา 100,000 – 400,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 4,500 บาท/เดือน* ดูรถ A-Segment คลิก!
● B-Segment
รถเก๋งขนาดเล็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,200 ซีซี. ราคา 400,000 – 800,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 7,500 บาท/เดือน* ดูรถ B-Segment คลิก!
● C-Segment
รถเก๋งขนาดกลาง เครื่องยนต์ 1,500 – 1,800 ซีซี. ราคาขาย 800,000 – 1,200,000 บาท* ผ่อนเริ่มต้น 12,000 บาท/เดือน* ดูรถ C-Segment คลิก!
● D-Segment
รถเก๋งขนาดใหญ่ เครื่องยนต์เริ่มต้น 1,500 ซีซี. ราคา 1,200,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 15,500 บาท/เดือน* ดูรถ D-Segment คลิก!
● Pickup
รถกระบะ เครื่องยนต์ยนต์ 1,900 ซีซี. ขึ้นไป ราคาขาย 550,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาท/เดือน* ดูรถกระบะ Pickup คลิก!
● PPV Segment
รถอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ไม่ 2,400 ซีซี. ราคาขาย 1,300,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 15,500 บาท/เดือน* ดูรถ PPV คลิก!
● SUV Segment
รถอเนกประสงค์ สมรรถนะสูง เครื่องยนต์ไม่ 2,400 ซีซี. ราคาขาย 1,500,000 บาทขึ้นไป* ผ่อนเริ่มต้น 17,500 บาท/เดือน* ดูรถ SUV คลิก!
4. วิธีคำนวนค่าใช้จ่ายในการออกรถ
ในส่วนของวิธีคำนวณค่าใช้จ่ายในการ “วางแผนซื้อรถ” จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกขั้น ส่วนใหญ่เซลส์ หรือ ที่ปรึกษาฝ่ายขาย จะเป็นผู้คิดคำนวณให้ทั้งหมด แต่เราก็ควรต้องรู้หลักการด้วยเช่นกัน รายละเอียดแยกเป็น 2 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายและสัญญา และ วิธีคำนวณ
4.1 ค่าใช้จ่ายและสัญญา
● ค่ารถ
ราคารถยนต์ นับเป็นจำนวนเงินสุทธิที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทรถ หรือ เจ้าของรถ
● เงินดาวน์
เงินดาวน์ คือ เงินสดที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างยอดจัดไฟแนนซ์กับราคารถ เงินในส่วนนี้เป็นของผู้ซื้อ จึงไม่ถูกคิดดอกเบี้ย ยิ่งวางดาวน์เยอะ ยอดจัดไฟแนนซ์และดอกเบี้ยยิ่งลดลง เงินดาวน์คิดเป็นอัตราส่วนต่อราคารถยนต์ เช่น 10%, 15, 20%, 25%, 30% ฯลฯ
● ยอดจัด
ยอดจัด คือ ค่าใช้จ่ายที่ไฟแนนซ์เป็นผู้ออกให้ โดยทำสัญญาให้คุณผ่อนชำระ โดยคิดดอกเบี้ยในการให้บริการ
● จำนวนงวด
จำนวงวด หรือ ระยะเวลาผ่อนชำระ เป็นจำนวนที่ใช้คิดเป็นระยะเวลา ซึ่งคุณต้องผ่อนเงินต้นรวมกับดอกเบี้ย คืนให้กับไฟแนนซ์ โดย 1 ปี เท่ากับ 12 งวด ยิ่งผ่อนนาน ยิ่งเสียดอกเบี้ยเยอะ
● ดอกเบี้ย
ดอกเบี้ย เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเงินกู้ ซึ่งไฟแนนซ์คิดดอกเบี้ยทุกเดือนจากเงินต้น สำหรับดอกเบี้ยของรถยนต์ เป็นการคิดในอัตราคงที่ หรือ Flat Rate ตลอดสัญญา
4.2 วิธีคำนวณ
● วิธีคำนวณดอกเบี้ยรถยนต์
สำหรับการคำนวณหา “ดอกเบี้ยรถยนต์” ใช้สมการดังนี้ “ยอดจัด x ดอกเบี้ย x จำนวนปีที่ผ่อน” เช่น ยอดจัดไฟแนนซ์ 500,000 บาท, มีดอกเบี้ย 4.25% และผ่อน 5 ปี (ุ60 เดือน/งวด) จึงเท่ากับ 500,000 x 4.25% x 5 ดอกเบี้ย คือ 106,250 บาท
● วิธีคำนวนเงินก้อนที่ต้องผ่อน
สูตรหาเงินก้อนที่ต้องผ่อน คือ ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ย จากตัวอย่างด้านบน แทนที่ด้วยสมการ คือ 500,000 + 106,250 รวมเงินก้อนที่ต้องผ่อน คือ 606,250 บาท
● วิธีหาเงินผ่อนต่อเดือน
สูตรหาเงินผ่อนต่อเดือน คือ นำเงินก้อน ÷ จำนวนเดือนที่ผ่อน ต่อเนื่องจากตัวอย่าง แทนที่ตามสมการ 606,250 ÷ 60 (5 ปี) จำนวนเงินที่ต้องผ่อน 10,104 บาท/เดือน
● ยอดเงินผ่อน มีภาษีอีก 7%
นอกจากนี้ ยอดผ่อนภาษีมูลค่าเพิ่มบวกเข้ามาอีก 7% ดังนั้น ยอดค่าใช้จ่ายในการผ่อนจริงจะเพิ่มขึ้น 10,104 + 707.28 (10,104 x 7 ÷ 100) ยอดผ่อนที่แท้จริงรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 10,811.28 บาท/เดือน
5. รู้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของไฟแนนซ์
รู้เขา รู้เรา ช่วยให้คุณวางแผนซื้อรถได้ง่ายขึ้น โดยหลักเกณฑ์ที่ไฟแนนซ์ใช้พิจารณาให้สินเชื่อรถยนต์ และคุณต้องเตรียมตัว คือ ไม่ติดแบล็กลิสต์, เครดิตบูโรอยู่ในสถานะปกติ, มีรายได้แน่นอน และชัดเจน, บัญชีมีสภาพคล่อง, เพดานหนี้ต่ำ, ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นสูง (Affordability Ratio), มีเงินดาวน์ก้อนแรก
สำหรับการการติดแบล็กลิสต์ หรือ ข้อมูลเครดิตบูโรไม่ปกติ ชำระช้า ไม่ชำระหนี้ ในส่วนนี้ไม่สามารถออกรถได้ เพราะธนาคารประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง
แต่ข้อสังเกตในปัจจุบัน อยู่ที่ “เพดานและความสามารถในการชำระหนี้” หลายธนาคารคำนวณในเรื่องนี้ แต่บางธนาคาร… ก็ไม่นำมาคิด ! เพราะดูที่พฤติกรรมและวินัยทางการเงินเป็นหลัก
ตัวอย่าง
นาย ก. มีเพดานหนี้สูงถึง 5 ล้าน แต่มีรายได้ที่แน่นอน และไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลยสักครั้งเดียว ในกรณีธนาคารก็อาจพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้ นาย ก. ก็เป็นได้
6. เปิดเคล็ดลับ ผ่อนอย่างไร เอาตัวให้รอด
ผ่อนอย่างไรให้รอด เรื่องนี้อยู่ที่ การวางแผนซื้อรถ และ วินัยทางการเงิน สำหรับการเป็นหนี้ และซื้อสินค้าด้วยวิธีการผ่อน ไม่ใช่เรื่องแปลก ในทางตรงกันข้ามยังเป็นการแสดงตัวตน และความสามารถให้สถาบันการเงินรู้จักตัวตนของเราอีกด้วย
สำหรับเคล็ดลับการผ่อนรถ ก็คือ ผ่อนให้ตรง ปิดให้ไว และมีเงินสำรองค่างวดอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพียงเท่านี้ คุณก็เป็นลูกค้าชั้นดีของธนาคารแล้ว
และในส่วนของการนำเงินก้อนไปปิดสินเชื่อรถ – โปะรถ เป็นเรื่องดี สามารถทำได้ ช่วยปลดภาระทางการเงิน แต่ไม่ได้ทำให้คุณเสียดอกเบี้ยน้อยลง เพราะดอกเบี้ยรถยนต์เป็นแบบคงที่ตลอดสัญญา โปะรถแล้วไม่กระทบกับรายจ่ายปัจจุบัน มีเงินเพิ่มขึ้นด้วย
“การโปะรถ ” ทำให้ข้อมูลเพดานหนี้ที่ “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ – เครดิตูโร” ลดลงตามไปด้วย ความสามารถในการชำระหนี้สูงขึ้น ปิดรถแล้ววางแผนทางการเงินเรื่องอื่น ๆ ต่อไปได้ แตกต่างจากสินเชื่อบ้าน นับเป็นหนี้ก้อนใหญ่ สามารถลดต้นและลดดอกได้ แต่ในทางกลับกัน การเป็นหนี้บ้านก้อนใหญ่ จะวางแผนทางการเงินก็ยาก กู้สินเชื่อโอกาสผ่านมีน้อย
กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท
กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท สินเชื่อยุคใหม่ ตอบโจทย์ด้วยเครื่องมือทันสมัย และเข้าใจถึงความต้องการ ด้วย 4 ฟีเจอร์เด็ด คัดมาแล้วว่าดีต่อคุณ
รู้วงเงินก่อนตัดสินใจออกรถ เช็กข้อมูลฟรี รู้ผลวงเงินประเมินผ่าน SMS ใน 3 นาที ! มีที่ปรึกษาส่วนตัว คอยให้คำแนะนำ สะดวกสบาย มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เอกสิทธิ์เฉพาะคุณ
สินเชื่อ “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” สามารถให้วงเงินสินเชื่อกับ รถยนต์ใหม่ป้ายแดง, รถยนต์มือสอง, มอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ สะดวกและง่ายกว่า ไม่ยุ่งยาก ลองประเมินวงเงินกันได้เลย !
ประเมินวงเงินฟรี รีบคลิกเลย !
Feb 1, 2023 | บทความยานยนต์
“รวมรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง รุ่นยอดนิยม
ขุมพลัง EV สุดประหยัด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เป็นเจ้าของง่าย ๆ ในราคาไม่แพง”
ยากที่จะปฏิเสธ ! กระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในวงการ Used Car รถยนต์ใช้แล้ว มีความต้องการและกำลังซื้อมากไม่แพ้กัน มาดูกันว่า “รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง” มีรุ่นไหนบ้างที่ได้รับความนิยมและน่าซื้อ วันนี้ Kaidee Auto รวบตึงมีคำตอบมาให้กับทุกคน
ก่อนจะไปเช็กลิสต์ รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง รุ่นน่าซื้อ ควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่มาที่ไป ข้อดีและข้อด้อยของรถยนต์ EV กันก่อน อย่าหลงประเด็นไปซื้อตามเพราะความเชื่อที่เขาบอกกันว่าดี ! เพราะรถ EV ไม่ใช่ทางออกแต่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และอาจจะเหมาะกับบางคน ไม่ใช่ทุกคน
รถยนต์ไฟฟ้า จุดเด่น VS จุดอ่อน
จุดเด่นของรถยนต์ EV ก็คือ ไม่ต้องเติมน้ำมัน
เหตุผลหลักที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 40 บาท/ลิตร* (เคยแพงสุด เกิน 50 บาท/ลิตร) รถเก๋งส่วนใหญ่ มีถังน้ำมันแบบ 40 ลิตร เติมเต็มถังในช่วงแพงสุด ต้องใช้เงินเกือบ 2,000 บาท เนี่ยแหละ เหตุผลหลัก ! ที่ทำให้คนเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ EV เพราะเชื่อว่า “มอเตอร์ไฟฟ้า” ถูกกว่า “เครื่องยนต์สันดาป” ที่ใช้มากว่า 100 ปี
นอกจากนี้ ข้อดีอื่น ๆ ก็มีเยอะ เช่น ค่าบำรุงรักษาถูกว่า, เทคโนโลยีทันสมัย, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ ด้วยเงินอุดหนุนสรรพสามิตสูงสุด 150,000 บาท/คัน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่ถูกลงตั้งแต่ต้นทาง และรถยนต์ไฟฟ้ามือสองก็มีราคาปรับลดลงมาด้วย
แต่ในจุดเด่น… ย่อมมีจุดอ่อน ! เพราะรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ระยะทางที่สั้นกว่ารถสันดาป อันนี้เป็นเหตุผลหลักมาโดยตลอด โดยทางเทคนิคก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเข้ามาแก้ไขในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันทิศทางก็พัฒนาดีขึ้นกว่าอดีตเยอะ รถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นท็อปแบรนด์ วิ่งได้ระยะทางไกลเกือบ 600 กม./ชาร์จ* แล้ว
จุดด้อยเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ราคาแพง, สถานีชาร์จไฟมีน้อย, จำนวนช่างที่มีความรู้เฉพาะทางก็มีไม่เยอะ, เน้นซ่อมห้างเป็นหลัก และการบำรุงรักษาต้องฝากไว้กับศูนย์บริการตลอดชีวิต
รู้ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้ากันไปแล้ว ลองพิจารณาด้วยเหตุผล และชั่งน้ำหนักทั้ง 2 ฝั่ง หากยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้าเนี่ยแหละ… เป็นคำตอบที่เหมาะกับคุณ และอยากจะซื้อ EV มือสองสักคันไว้ใช้งาน
ไม่ต้องรอช้า Kaidee Auto รวมรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ไว้ให้คุณแล้ว รุ่นไหนน่าสนใจ สเปกเป็นแบบไหน ราคาเท่าไหร หาคำตอบจากด้านล่างได้เลย
MG ZS EV มือสอง
รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ขอเริ่มกันที่ MG ZS EV แบรนด์ตลาดที่มี Product ค่อนข้าง Mass และเปิดตัวสู่ตลาดรถยนต์ EV ในบ้านเราก่อนเจ้าอื่น ๆ ชนิดที่เรียกว่า “ใส่ก่อนได้เปรียบ” โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ปัจจุบันเข้าสู่รุ่นปรับโฉม MY2022
MG ZS EV รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 5 ประตู ดีไซน์ภายนอกลงตัว ไฟรอบคันเป็น LED ห้องโดยสารวางเลย์เอาท์ 2 แถว 5 ที่นั่ง ไม่มีเบาะเสริม ชูโรงด้านเทคโนโลยีด้วย “i-SMART” รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ใช้บ้าง/ไม่ใช้บ้าง แต่มีไว้ติดรถก็ไม่เสียหาย
มาดูที่หัวใจของ MG ZS EV ล่าสุดเป็น Minor Change ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor มี 1 ตัว พลัง 177 แรงม้า (รุ่นปี 2019 มี 150 แรงม้า) จับคู่แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 50.3 kWh ทำความเร็วสูงสุด 174 กม./ชม.
ในเรื่องของระยะทางวิ่งได้ไกล 403 กม./ชาร์จ สมรรถนะการขับขี่จัดอยู่ในระดับที่ขับได้ ออกตัวแรง (เพราะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า) วิ่งทางไกลหาที่ชาร์จฟรีบ่อย ๆ จัดว่าประหยัดคุ้มค่า
MG ZS EV มือสอง เหมาะกับใคร
สำหรับ MG ZS EV มือสอง จัดอยู่ในกลุ่มรถไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้น ราคาถูกในท้องตลาด (นับเฉพาะ EV แบรนด์ระดับ Mass) เหมาะสำหรับคนที่มีรถเครื่องยนต์สันดาปอยู่แล้ว และกำลังมองหารถไฟฟ้าคันแรกมาลองใช้ สมรรถนะค่อนข้างดี วิ่งได้ทั้งในเมืองและชานเมือง ส่วนวิ่งทางไกลไปเส้นทางต่างจังหวัด ต้องขยันวางแผนหาที่ชาร์จ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมาก
MG ZS EV มือสอง ราคาเริ่มต้น
ค่าตัว MG ZS EV มือสอง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 650,000 บาท* จัดว่าถูกกว่ารถเก๋ง C-Segment ในแบรนด์ญี่ปุ่นบางรุ่นด้วยซ้ำ จัดไฟแนนซ์เต็ม 84 งวด* ผ่อนอยู่ที่ 7,936 บาท/เดือน* เท่านั้น คุ้มค่าใช้งานได้แบบยาว ๆ สนใจ MG ZS EV มือสอง คลิก
ORA Good Cat มือสอง
มาต่อกันที่ Ora Good Cat แบรนด์ในเครือของ Great Wall Motor น้องใหม่ล่าตลาดรถยนต์เมืองไทย เสียงตอบรับค่อนข้างดี สำหรับแบรนด์รถที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา
Ora Good Cat มาพร้อมดีไซน์ภายนอกไม่เหมือนใคร ชนิดที่ต้องบอกว่า… กล้ามาก ! และกระชากใจวัยรุ่นไทยได้สำเร็จ นับเป็นรถเก๋งตัวถังแฮชแบค 5 ประตู แพลตฟอร์มแบบ Modular มีรูปทรงโค้งมนรอบคัน ดีไซน์ร่วมสมัย บางคนให้ฉายา Ora Good Cat “เจ้าเหมียวไฟฟ้า”
ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง จัดวางแบบมินิมอล คอนโซลหน้าและแดชบอร์ดมีปุ่มกดที่น้อยมาก เน้นสั่งการผ่านจอทัชสกรีน สวยและคลีนตาไปอีกแบบ
ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว Permanent Magnet Synchronous Motor พลัง 143 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า ความเร็วสูงสุด 152 กม./ชม. แบตเตอรี่มี 2 แบบ แตกต่างกันที่ความจุ คือ แบตเตอรี่ลูกเล็ก ความจุ 46.8 kWh วิ่งได้ 400 กม./ชม. และแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ความจุ 63.1 kWh วิ่งได้ 500 กม./ชม
ด้วยความที่แบตเตอรี่มีให้เลือกถึง 2 ขนาด ทำให้ Ora Good Cat สามารถแตกไลน์รุ่นย่อยตามความจุของแบตเตอรี่ มากถึง 3 รุ่น
รุ่น Tech วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ รุ่น Pro วิ่งได้ 400 กม./ชาร์จ รุ่น Ultra วิ่งได้ 500 กม./ชาร์จ
Ora Good Cat มือสอง เหมาะกับใคร
Ora Good Cat กลุ่มลูกค้ามุ่งหวังชัดเจนมาก คือ วัยรุ่น และ First Jobber ที่มีกำลังซื้อพอประมาณ ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่โดดเด่น จึงเหมาะกับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อมาสะท้อนบุคคลิกความทันสมัยให้กับตนเอง
Good Cat เหมาะกับการวิ่งในเมืองและชานเมืองเป็นหลัก ด้วยความที่เป็นรถ 5 ประตูขนาดเล็ก ขนของได้นิดหน่อย แต่ให้แบตเตอรีที่มีความจุไฟมาก วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น ลดความ Panic ในเรื่อง ขับไป – ชาร์จไป ไม่ซีเรียสว่าต้องชาร์จทุกวัน แต่ชาร์จไฟสัก 2 วัน/ครั้ง ช่วยให้อุ่นใจและพอรับได้
Ora Good Cat มือสอง ราคาเริ่มต้น
Ora Good Cat เพิ่งเปิดตัวจำหน่ายในปี 2021 สนนราคาไม่ถูก แต่การันตีถูกกว่าป้ายแดงแน่นอน Ora Good Cat มือสอง เริ่มต้น 769,000 บาท* ผ่อน 84 งวด* เริ่ม 9,389 บาท/เดือน* ราคาถูกกว่าป้ายแดง แต่ได้รถในรุ่นปีเดียวกัน เปรียบเทียบแล้วค่าเสื่อมน้อยกว่าเห็น ๆ สนใจ Ora Good Cat มือสอง คลิก
Mini Cooper SE มือสอง
ขยับมาที่รถแบรนด์ยุโรป เริ่มจาก Mini Cooper SE ยนตรกรรมไฟฟ้าล้วน 100% ตัวนำร่องรุ่นแรก ๆ ที่มีขายในไทย คนซื้อ Mini ไม่ได้แค่ซื้อรถ แต่คว้า Identity บางอย่างของรถมาใส่ไว้ในตัวเอง ซึ่งรถยนต์ของ Mini เด่นในเรื่องนี้มาตลอด
Mini Cooper SE ใช้ตัวถัง Hatch แบบ 3 ประตู (3 Doors Hatch) ดีไซน์จัดเป็น “รถมินิที่หล่อ” และทันสมัย กระจังหน้าแบบเรียบ ไม่มีช่องรับลมอีกต่อไป เพราะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์จึงไม่ต้องระบายความร้อน ตัวถังโค้งมนแต่มีหลังคาที่ตัดตรง พร้อมสัญลักษณ์ Mini Electric ปรากฎอยู่ในส่วนต่าง ๆ
ห้องห้องโดยสารทันสมัย เรือนไมล์ดิจิทัลดีไซน์ใหม่ กลางคอนโซลมีแผงควบคุมทรงกลมตามสไตล์มินิ มาพร้อมระบบสัมผัสและรองรับการเชื่อต่อ Mini Connected
ขุมพลังของ Mini Cooper SE อยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 32.6 kWh พละกำลัง 184 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 217 กม./ชาร์จ ใช่แล้ว… มันวิ่งได้ไม่เยอะ !
Mini Cooper SE เหมาะกับใคร
Mini Cooper SE เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้รถในเมืองเป็นหลัก เพราะแบตเตอรีลูกเล็กมาก วิ่งได้น้อย ต้องชาร์จไฟทุกวัน แต่เจ้า Mini Cooper SE เป็นรถที่ขับสนุก อัตราเร่งแรงทันใจ คันเร่งตอบสนองไวมาก เหมือนกับการได้ขับรถโกคาร์ทแรง ๆ คันนึงเลยทีเดียว
Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้น
สำหรับ Mini Cooper SE มือสอง ราคาเริ่มต้นที่ 1,850,000 บาท* ถูกจากป้ายแดงเกือบ 5 แสนบาท จัดไฟแนนซ์เต็ม ผ่อน 84 งวด* เริ่มต้น 22,588 บาท/เดือน* สนใจ Mini Cooper SE มือสอง คลิก
Tesla Model 3
มาถึงรถที่เป็นกระแสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยังไม่เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย จนวันนี้มีให้จองออนไลน์และเปิดตัวอย่าเป็นทางการแล้ว สำหรับ Tesla รุ่น Model 3
ความจริง Tesla ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าแรกของโลก แต่ทว่า Tesla เนี่ยแหละ เป็นบริษัทที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแจ้งเกิดและโด่งดัง ! ต้องยกเครดิตให้กับค่ายนี้
Tesla Model 3 รูปลักษณ์ภายนอกทันสมัย ฉีกแนวการออกแบบอย่างเห็นได้ชัด ตัวถังโค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงมีแรงต้านลมที่น้อยมาก ห้องโดยสารล้ำสมัย มีจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลเป็นจุดเด่นและสะดุดตา ทุกอย่างควบคุมผ่านจอทัชสกรีนและสมาร์ทโฟน นำขบวนความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ด้านพลังการขับขี่ Tesla มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย รุ่นเริ่มต้น Single Motor RWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 57.5 kWh เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. วิ่งได้สูงสุด 559 กม./ชาร์จ
Tesla อีก 2 รุ่น คือ Long Range AWD และ Performance AWD ทั้งคู่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ มีแบตเตอรีความจุ 75.0 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 261 กม./ชม. วิ่งสูงสุดได้ระยะทาง 681 กม./ชาร์จ
Tesla Model 3 เหมาะกับใคร
Model 3 เป็นรถซีดานตัวถัง 4 ประตู ถ้าไม่ติดเรื่องราคา ก็เป็นรถไฟฟ้าที่เหมาะกับทุกคน นับเป็นยนตรกรรม EV ยุคใหม่ ซึ่งถูกยกให้เป็นมาตรฐานอย่างแท้จริง สมรรรถนะดี วิ่งได้ไกล และทำความเร็วได้สูง ครบครันเกือบทุกอย่าง ดีสำหรับคนที่เลือกแล้วว่าจะใช้รถไฟฟ้าแบบยาว ๆ ไปเลย
Tesla Model 3 ราคาเริ่มต้น
มาดูกันที่ราคาของ Tesla Model 3 มือสอง เริ่มต้น 1,950,000 บาท* จัดไฟแนนซ์แบบผ่อนยาว 84 งวด* ผ่อนรถเดือนละ 23,809 บาท/เดือน* เรทนี้จัดว่าไม่แพง ถ้าคุณได้เป็นเจ้าของ สนใจ Tesla Model 3 มือสอง คลิก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ไว้ใช้งานสักคัน นอกจากเรื่องของราคา และการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ การตั้งคำถามกับตัวเอง “รถไฟฟ้าดีต่อชีวิตประจำวันของคุณยังไง ?” ถ้าตอบตัวเองได้ และต้องการหารถ EV คันที่ใช่สำหรับคุณ ซักคัน ลองวางแผนการเงินง่าย ๆ ด้วยการประเมินวงเงิน กับ กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท ที่ให้คุณรู้วงเงินอนุมัติใน 3 นาที วงเงินสามารถใช้ไปออกรถได้เลย คราวนี้มีทั้งความรู้และวงเงิน การออกรถ EV สักคันง่ายขึ้นอีกเยอะ
*ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลโดยประมาณอ้างอิงจากตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทย
Jun 9, 2022 | ข่าวสาร และกิจกรรม , บทความยานยนต์
kaidee ตลาดซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จจับมือพันธมิตรและนักขายในประเทศไทยสร้างการเติบโตมากกว่า 60% ในปี 2564 ล่าสุดโชว์แผนธุรกิจหลังผนึกกำลังกับ EMPG กลุ่มทุนผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำของโลก ประกาศเดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มชู 3 บริการเด่น kaidee Marketplace แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสสำหรับสินค้ามือสอง kaidee AUTO แพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสองครบวงจร และ kaidee PROPERTY แพลตฟอร์มซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พร้อมยกระดับนวัตกรรมบริการ ความปลอดภัย และความโปร่งใสบนแพลตฟอร์ม เพื่อขยายโอกาสสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ สู่เป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนธุรกิจและผู้ประกอบการไทยเติบโตธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
นายมาร์ค นอสเวิร์ธที (Mark Nosworthy) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ kaidee กล่าวว่า kaidee เป็นตลาดซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำของไทยมายาวนานกว่า 10 ปี ด้วยจุดเด่นของการเป็นแพลตฟอร์ม C2C ที่ให้บริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว อีกทั้งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบบริการที่ตรงใจ และตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คน รวมถึงความหลากหลายของสินค้าที่มีมากกว่า 32 หมวด จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ kaidee ประสบความสำเร็จและเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายของออนไลน์ชั้นนำที่ผู้ซื้อและผู้ขายนิยมใช้งานมากที่สุด
“โดยในปี 2021 ภายหลังจากที่ kaidee ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม EMPG ซึ่งเป็นกลุ่มทุนผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสชั้นนำของโลก ซึ่งได้เข้ามาพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และทรัพยากรการทำงานด้านต่างๆ ส่งผลให้ kaidee เติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยมีการเติบโตมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพกลุ่มธุรกิจต่างๆ จนทำให้เกิดการปรับโครงสร้างการบริการบนแพลตฟอร์มในปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 3 บริการ ได้แก่ kaidee marketplace, kaidee AUTO และ kaidee property ซึ่งถือเป็น 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันกับแบรนด์ ผู้ประกอบการไทย ลูกค้าไทย และสังคมไทยอย่างยั่งยืน”
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในบริการสำคัญและถือเป็นบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คือ kaidee AUTO ที่จากเดิมถือเป็นตลาดซื้อขายรถยนต์มือสองบนออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันได้มีการจับมือกับค่ายรถแบรนด์ดังและดีลเลอร์รถยนต์มากมายในการเปิดบริการด้านโซลูชันให้กับค่ายรถยนต์มือหนึ่ง ที่ส่งผลให้ kaidee AUTO เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์รถยนต์มือหนึ่งและมือสองที่ครบวงจร
นายโฮเซน ราฟัตเนจาด (Hossein Rafatnejad) ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจยานยนต์ ของ kaidee กล่าวว่า แม้ในภาพรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะลดลงซึ่งเป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจและผลกระทบจาก COVID ที่ทำให้ผู้คนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านจึงส่งผลให้การใช้รถน้อยลง จึงทำให้ตลาดรถยนต์ในภาพรวมอาจจะไม่ได้มีตัวเลขที่สูงขึ้นเช่นในปีก่อนๆ แต่อย่างไรก็ตามเราคาดว่าตลาดรถยนต์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะเติบโตที่ 3 – 5% และจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญจะมาจากเทรนด์ของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าในปี 2564 มูลค่าตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 108% จากปี 2563 จากทิศทางของตลาดและแนวโน้มของธุรกิจรถยนต์ในอนาคต รวมถึงความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโตบนการค้าขายในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของ kaidee AUTO ในการขยายบริการตลาดซื้อขายรถยนต์ทั้งมือหนึ่งและมือสองบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร พร้อมตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งและมือสองสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์ในประเทศไทย
โดยกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจรถยนต์มือสอง ประกอบด้วย การยกระดับคุณภาพของสินค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ การขยายพื้นที่บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อและผู้ขาย การส่งมอบประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มที่ดีและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น และสำหรับกลยุทธ์ของธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งที่ถือเป็นตลาดใหม่ของ kaidee AUTO จะเน้นเรื่องการพัฒนาบริการให้เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือหนึ่งที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อ รวมถึงการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพได้
สำหรับภาพรวมธุรกิจการขายรถยนต์มือสองบน kaidee AUTO นั้น นายประทีป ปานเดย์ ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายขาย ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ kaidee กล่าวว่า ธุรกิจรถยนต์มือสองของ kaidee AUTO มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการจับมือกับกลุ่มดีลเลอร์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายบนออนไลน์ส่งผลให้มีพันธมิตรดีลเลอร์รถมือสองเพิ่มขึ้นมากกว่า 150% ในปี 2564 และมียอดขายรถมือสองบนแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 29% ของสินค้าที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์ม โดยมีรายได้จากการขายรถมือสองเพิ่มสูงขึ้นถึง 93% ในปี 2564 โดยจุดเด่นของการซื้อขายรถยนต์มือสองบน kaidee AUTO คือ ผู้ซื้อและผู้สนใจสามารถมั่นใจได้ว่ารถที่ประกาศขายบน kaidee AUTO จะเป็นรถที่เหมาะสมกับราคา พร้อมด้วยบริการตรวจสภาพรถกว่า 200 รายการโดยผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทันสมัยก่อนการซื้อรถ ในขณะที่ผู้ขายที่มีประวัติการซื้อขายที่ดีสามารถได้รับตราการันตีจาก Kaidee Certified ในประกาศเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ และปิดการขายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ นางสาวมิ่งขวัญ จันทรพิมพ์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจรถยนต์ใหม่ ของ kaidee กล่าวว่า ธุรกิจรถยนต์มือหนึ่งของ kaidee AUTO ในปี 2565 นี้ kaidee AUTO ได้เดินหน้าจับมือกลุ่มพันธมิตรค่ายรถยนต์แบรนด์ดังและดีลเลอร์ชั้นนำ และพันธมิตรทางการเงินอย่าง ‘กรุงศรี ออโต้’ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ซื้อและขอสินเชื่อรถยนต์ให้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม รวมถึงให้คำแนะนำในการเลือกซื้อและการวางแผนการเงินผ่านบริการ kaidee MONEY
ปัจจุบันจำนวนผู้ติดตามของ kaidee บนช่องทางโซเชียลมีเดียมีถึง 2 ล้านคน และยังมี visitor บนแพลทฟอร์มถึง 14 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มผู้ซื้อแล้ว kaidee AUTO ยังนำเสนอบริการให้กับกลุ่มผู้ขายที่เป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์และดีลเลอร์ ในการโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์และการให้บริการ lead generation อย่างครบวงจรอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ขายได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ซื้อโดยตรงผ่านแพลทฟอร์ม kaidee AUTO ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ kaidee AUTO ยังคงรุดหน้าเจรจากับกลุ่มพันธมิตรยานยนต์ค่ายใหญ่ต่อเนื่อง คาดกลางปีนี้จะได้เห็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำมากมายได้เข้ามาทำการตลาดและขายรถยนต์มือหนึ่งบนแพลตฟอร์ม kaidee AUTO อย่างแน่นอน
Sep 2, 2021 | บทความยานยนต์
เวลาจะซื้อรถมือสองทีไร คำที่มากับการขายก็มักจะมีคำว่า “รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง” ตามมาเสมอ ๆ แม้ว่ารถยนต์ที่เราหมายปองนั้นจะวางขายอยู่ในเต็นท์รถก็ตาม เจ้าของก็มักจะมาโปรย 2 คำนี้เพื่อชวนเชื่อว่ารถเหล่านี้มีคุณภาพ ไม่ได้มาจากนายหน้าแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเอาตามหลักความเป็นจริงแล้ว คำว่า รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง นั้น จริงแท้แล้วมีน้ำหนักมากขนาดที่พอจะเชื่อได้จริง ๆ ไหม วันนี้เดี๋ยวเราจะมารู้ไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้กันเลยดีกว่า
รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง คืออะไรกันนะ?
ต้องแยกกันก่อน เพราะ 2 คำนี้ เป็นคนละคำกัน โดยคำที่คนจะงง ๆ กันน่าจะเป็นที่คำแรกเสียมากกว่า นั่นก็คือคำว่า “รถยนต์บ้าน”
รถยนต์บ้าน คือ คำ ๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงรถยนต์ที่ถูกต่อเติมจนกลายมาเป็นบ้านและเอาไปเข้าแคมป์ แต่รถยนต์บ้านในที่นี้คือ รถยนต์ที่เจ้าของรถนั้นซื้อรถมือหนึ่งมาใช้งานด้วยตัวเอง ไม่ได้รับต่อมาจากใคร หรือถ้าให้ทำความเข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือเจ้าของรถใช้งานเองนั่นเองเจ้าของขายเอง คำนี้เข้าใจได้ไม่ยากเพราะว่ามันตรงตัวเลยก็คือการที่เจ้าของรถนำรถยนต์ที่ใช้มาขายเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งขายรถยนต์มือสองอย่าง Kaidee Auto หรือช่องทางอื่น ๆ
รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง มั่นใจได้จริงเหรอ?
แค่ 2 คำนี้จะทำให้เชื่ออย่างสุดใจ และเลือกซื้อรถเลยก็ดูจะแปลกเกินไป เพราะเราไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่าเจ้าของเดิมที่ใช้รถยนต์คันนี้นั้นจะใช้รถมาได้เป็นอย่างดี บำรุงรักษารถอยู่ตลอดเวลาหรือไม่ แต่ก็นั่นแหละครับ หากต้องการจะซื้อรถจริง ๆ ก็ควรที่จะเช็ครอบคันอย่างละเอียดก่อนที่จะซื้อ ซึ่งแนะนำว่าให้ดูจากสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะซื้อรถบ้านมือสอง
สภาพของตัวรถโดยรวม
ข้อแรกนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเลย คือการมองดูและตรวจสอบรอบคันรถยนต์ ซึ่งจะต้องมีสภาพที่ดูดี ใหม่ สะอาด (ในเกณฑ์ที่สามารถรับได้) รวมไปถึงการดูเครื่องยนต์ และรอยต่อต่าง ๆ ว่ามีการเชื่อมมาหรือเปล่า เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่ารถยนต์บ้านที่บอกนั้น อาจจะเป็นรถบ้านย้อมแมวหรือมีการชนหนักมาก็เป็นได้
ราคาที่ตั้งขาย
ราคาที่เจ้าของรถตั้งนั้นจะต้องดูสมเหตุสมผล แน่นอนว่าคุณคงจะไม่อยากได้รถที่ราคาแพงขึ้นเพียงเพราะตอนที่ลงขาย เจ้าของเขียนไว้บนหน้าประกาศว่า “รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง” อย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือตัวคุณเองจะต้องไปศึกษาราคากลางจากหลากหลายแหล่ง ว่ารถยนต์รุ่นที่ต้องการนั้น ราคาในตลาดตั้งกันอยู่ที่เท่าไร เพื่อเป็นการตั้งเกณฑ์ไว้ในใจและใช้ในการต่อรองราคากับผู้ขาย
ระยะทางที่วิ่งมาทั้งหมด
เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ห้ามพลาดและห้ามมองข้ามไปโดยเด็ดขาด!! เพราะว่าเป็นจุดที่สามารถเช็คได้ในทันทีว่ารถยนต์คันนี้มีการใช้มาอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะมาขายหรือไม่ แม้ว่าตอนประกาศขายอาจจะมีรูปหรือเขียนกำกับไว้ชัดเจนแล้ว แต่ก็ควรดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าตรงกับตอนที่ลงขายหรือไม่
การบำรุงรักษารถของเจ้าของเดิม
อันนี้เป็นเรื่องของการพูดคุยและสอบถามแล้ว ไม่มีใครอยากซื้อรถยนต์ที่ไม่ดีไปใช้งานต่อแน่นอน ดังนั้นควรถามให้แน่ใจ โดยคำถามหลักที่ควรจะต้องถามเลยก็มีดังนี้
เข้าศูนย์เพื่อซ่อมบำรุงแล้วหรือยัง เข้าศูนย์ครั้งล่าสุดเมื่อไร เคยเปลี่ยนอะไหล่อะไรไปบ้าง รถเคยชนหนักหรือไม่ ใส่ชุดแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ รถยนต์มีอาการผิดปกติอะไรบ้างหรือเปล่า
ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญมากพอ ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อหนึ่งคนที่หลงไปซื้อรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองจริง ๆ ทาง Kaidee Auto มีบริการที่จะช่วยให้คุณได้มั่นใจมากยิ่งขึ้นกับ Kaidee Certified บริการตรวจรถกว่า 200 รายการ ที่จะคอยมาตรวจรถยนต์มือสองก่อนการตัดสินใจซื้อให้แก่คุณ สมัครเลยเพียงคลิก!!
มาดูข้อดี-ข้อเสียของรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองกันบ้าง
แน่นอนว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีไปเสียทั้งหมดและก็ไม่ได้ไม่ดีไปเสียทั้งหมด ทุกอย่างย่อมมีทั้งขาวและดำเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน เช่นเดียวกันกับเรื่องของรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง เดี๋ยวมาดูบ้างว่าจะมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง และมันยังน่าสนใจที่จะซื้ออยู่ไหม
ข้อดี
มาเริ่มกันที่ข้อดีก่อนเลยดีกว่า เพราะรถบ้านก็มีข้อดีไม่ใช่น้อย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการเลือกซื้อรถยนต์มือสองสักคัน ซึ่งแต่ละข้อนั้นอาจจะหาไม่ได้จากการไปซื้อรถยนต์มือสองที่เต็นท์รถ
ได้รถยนต์สภาพเดิม ๆ
แน่นอนว่าถ้าหากเป็นเจ้าของมาลงขายเอง ส่วนใหญ่ก็มักจะได้รถยนต์ที่เป็นสภาพจากการใช้งานจริงของเจ้าของ ได้รถยนต์สภาพเดิม ๆ ที่ไม่ได้มีการแต่งเติมอะไรเท่าไรนัก แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปควรจะถามให้ดีก่อนการเลือกซื้อ
ราคาพูดคุยกันได้
น่าจะเป็นข้อที่ดีที่สุดของการซื้อรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองเลยก็ว่าได้ เพราะว่าการที่เจ้าของมาลงขาย อาจจะมีความจำเป็นบางอย่างจึงได้ขายรถ ทำให้อาจจะรีบขายเพื่อเอาเงินไปทำอย่างอื่นต่อ ทำให้การพูดคุยเรื่องของราคาจะทำได้ง่ายกว่าการไปเลือกซื้อรถยนต์จากเต็นท์ และไม่ถูกเอาเปรียบในเรื่องของราคาได้อีกด้วย
พูดคุยกับเจ้าของโดยตรง
เรื่องของข้อมูลก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้ออะไรสักอย่าง และแน่นอนว่าเรื่องของรถยนต์ที่เป็นเจ้าของขายเอง จะมีใครรู้ได้ละเอียดเกินไปกว่าตัวของเจ้าของ ดังนั้นการพูดคุยสอบถามรายละเอียดของรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก ศึกษาให้เป็นอย่างดีเพื่อให้ได้รถยนต์ที่ถูกใจและได้รถย่างที่ต้องการ
ข้อเสีย
มาต่อกันที่ข้อเสียกันเลยดีกว่า เพราะใช่ว่าการซื้อรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเองจะมีแต่เรื่องดี ๆ มันก็มีข้อเสียที่ค่อนข้างจะน่าปวดหัวในระดับหนึ่งเหมือนกัน
ใช้เวลาเยอะ
ใช้เวลาเยอะในที่นี้ คือ ระยะเวลาในการที่ไหนกว่าจะนัดเจอเพื่อดูรถยนต์ ที่จะต้องเน้นความสะดวกของทั้งสองฝ่าย ไม่เหมือนกับการไปเดินดูรถยนต์ที่เต็นท์ที่สามารถไปดูเมื่อไรก็ได้แล้ว ยังมีเรื่องของการทำเอกสารอีก เนื่องจากจะต้องมีการติดต่อสินเชื่อและทำการโอนกรรมสิทธิ์ด้วยตัวเองอีกด้วย ด้วยความไม่ชำนาญก็อาจจะทำให้การดำเนินนการนั้นล่าช้าไปได้
ไม่มีการรับประกัน
การซื้อรถยนต์จากเจ้าของ เป็นการซื้อของระหว่างบุคคล จึงทำให้ไม่มีการรับประกันหลังการซื้อ-ขาย ซึ่งผู้ที่ซื้อก็ต้องยอมรับความเสี่ยงในจุดนี้เอง หากซื้อรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ต้องหาไฟแนนซ์เอง
เป็นส่วนที่ยุ่งยากกว่าการทำเรื่องของโอนกรรมสิทธิ์เสียอีก เพราะผู้ซื้อจะต้องจัดไฟแนนซ์ก่อนการซื้อ ในเรื่องของการทำสัญญาที่ยุ่งยาก ไหนจะเรื่องของการเปรียบเทียบเรื่องของดอกเบี้ยที่จะต้องศึกษาให้ดี อาจจะทำให้เสียเวลาไปหลายวันเลยทีเดียว
มีโอกาสโดนหลอก
การหลอกลวงนั้นมีได้ในทุก ๆ วงการจริง ๆ แม้แต่การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองก็ไม่เว้น เพราะว่าบางครั้งก็อาจจะมีรถที่ย้อมมาขายและแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของใช้เองก็มี หากไม่ชำนาญในตรงนี้จริงก็มีโอกาสที่จะเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ
สรุปบทความรถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง
การซื้อรถยนต์มือสองไม่ว่าจะจากเต็นท์หรือแม้แต่รถยนต์บ้าน เจ้าของขายเอง ก็ใช่ว่าจะน่าไว้ใจเสมอไป ควรที่จะศึกษา ตรวจสอบรถยนต์ให้ดีก่อนที่จะสินใจซื้อ เพราะว่ารถยนต์มือสอง อย่างไรก็ตามก็ยังคงเป็นรถมือสองอยู่ดี ไม่มีทางที่จะเหมือนการซื้อรถยนต์มือหนึ่งที่ออกจากโรงงาน ทั้งนี้การซื้อรถยนต์กับเจ้าของเองก็มีความเสี่ยงในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา การย้อมแมวมาขาย หรือแม้แต่กระทั่งประกันหลังการขายที่ไม่มีมาให้ ทีนี้ต้องเป็นตัวคุณเองแล้วที่จะต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่าจะเลือกซื้อแบบไหน
แต่ถ้าหากคุณตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อที่ไหนดี ต้องที่นี่เลย Kaidee Auto เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่รวบรวมมาให้แล้วกับรถยนต์มากมาย ที่มาจากทั่วทั้งประเทศไทย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเลือกซื้อรถได้ง่าย ๆ แถมติดต่อเพื่อดูรถยนต์กับเจ้าของโดยตรงได้อีกด้วย
Jun 22, 2021 | บทความยานยนต์
“การขายดาวน์รถ” หนึ่งคำที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักดีเท่าไร เพราะปกติคนเราได้ยินแต่คำว่าดาวน์รถ ที่เป็นการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งก่อนการซื้อรถ เพื่อให้ค่างวดที่ต้องผ่อนจ่ายแต่ละเดือนนั้นลดลง แต่ว่าการขายดาวน์รถกับการดาวน์รถนั้นแต่ต่างกันหรือไม่อย่างไร
เดี๋ยวเราจะมาดูเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กันว่าแท้ที่จริงแล้ว ขายดาวน์รถ มันคืออะไรกันแน่ แล้วถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์บางอย่างที่จำเป็นต้องขายดาวน์รถแล้ว คุณจะมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จึงจะสามารถขายได้และปลอดภัย มาอ่านบทความนี้กันได้เลย
การขายดาวน์รถ คืออะไร
หากใครที่คิดว่า “การขายดาวน์รถ” นั้นเหมือนกันกับ “การดาวน์รถ” แล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าคิดผิดแน่นอน!! เพราะทั้งสองอย่างมันไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วถ้าอย่างนั้นแล้วการ “ขายดาวน์รถ” จริง ๆ มันคือ วิธีการขายรูปแบบการซื้อ-ขายใหม่ที่เพิ่งมีมาได้ไม่นานนี้เอง และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง มาทำความรู้จักกับความหมายของคำบางอย่างเสียก่อน
จัดไฟแนนซ์ คือ??
ไฟแนนซ์ คือ การขอสินเชื่อในการกู้ยืมเงิน จากบริษัทหรือธนาคาร ที่รับทำไฟแนนซ์นี้ เพื่อนำมาซื้อรถยนต์ โดยมีข้อเสนอในการผ่อนจ่ายค่ารถยนต์ออกเป็นงวด ๆ พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ยให้ โดยผู้ที่นำรถมาจัดไฟแนนซ์ จะมีสถานะเป็น “ผู้เช่าซื้อ” ซึ่งหลังจากที่ผ่อนครบตามสัญญาแล้ว รถยนต์ที่ผ่อนจ่ายนั้นจึงจะเป็นของเราจริง ๆ
กลับมาที่การ “ขายดาวน์รถ” ปกติแล้วคนเราเวลาจะซื้อรถยนต์สักคัน เราจะต้องนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อผ่อนชำระไปแต่ละงวดกันอยู่แล้ว การขายแบบนี้คือ การที่ผู้ที่ซื้อรถยนต์มาจัดไฟแนนซ์ และผ่อนต่อไม่ไหวหรือไม่อยากที่จะผ่อนต่อแล้ว จึงมีความต้องการที่ขายรถยนต์ต่อไปให้อีกคนหนึ่ง โดยการแจ้งเปลี่ยนคู่สัญญาเป็นผู้เช่าซื้อรายใหม่ โดยให้ผู้ที่ซื้อมารับช่วงต่อในการผ่อนต่อในงวดที่เหลือ
การขายดาวน์รถ = ผ่อนต่อไม่ไหว และขายรถทิ้ง
อะไรเป็นเหตุผลที่ขายดาวน์รถกัน??
คนที่ต้องการขายดาวน์รถ ส่วนหลัก ๆ เลยก็คือการที่ผ่อนต่อไม่ไหว หรือไม่อยากที่จะผ่อนต่ออีกแล้ว แบบนั้นทำไมคนเหล่านี้ถึงไม่ปล่อยให้รถยนต์คันนี้โดนยึดไปเสียเลยล่ะ จะได้หมดปัญหากันไป แถมยังไม่ต้องมาวุ่นวายหาผู้ซื้ออีกด้วย เหตุผลง่าย ๆ มีไม่กี่อย่างเท่านั้น
กลัวติดแบล็กลิสต์
อย่างแรกเลยคือการกลัวที่จะติดแบล็กลิสต์ทางการเงิน หากรถยนต์คุณเกิดการโดนยึดขึ้นมา และถ้าคุณติดแบล็กลิสต์แล้วมันจะทำให้ ตัวคุณเองนั้นไม่มีเครดิตที่จะสามารถไปกู้เพื่อทำธุรกรรมอื่น ๆ ต่อได้นั่นเอง
กลัวส่วนต่าง
แน่นอนว่าการที่โดนยึดรถยนต์ไป ใช่ว่าปัญหาจะหมดไป ส่วนต่างในที่นี้คือ หากรถยนต์ของคุณค้างไฟแนนซ์อยู่ 400,000 บาท และรถได้ถูกยึดไปเพราะไม่ได้ผ่อนชำระต่อ และธนาคารนำไปขายทอดต่อในตลาด แต่ได้เพียง 200,000 บาทเท่านั้น นั่นหมายความว่าคุณยังต้องจ่ายค่าส่วนต่างในจุดนี้อยู่อีกถึง 200,000 บาท ด้วย
ขั้นตอนการขายดาวน์รถ
ต้องพูดถึงเรื่องกฎหมายกันก่อน เดิมทีรถที่ติดไฟแนนซ์นั้น ตัวคุณเองนั้นยังไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันนี้จริง ๆ ดังนั้นคุณจะไม่มี “กรรมสิทธิ์” ในรถคันนี้อยู่เลย ทำให้คุณไม่สามารถขายให้ใครได้หากยังไม่ปิดยอดไฟแนนซ์เสียก่อน ดังนั้นขั้นตอนการขายดาวน์รถนั้นจึงแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีด้วยกัน
กรณีขายดาวน์รถโดยการใช้เงินสดเต็มจำนวน
วิธีนี้เป็นวิธีง่าย ๆ และขั้นตอนไม่ยุ่งยากเท่าไรนัก เพราะแค่จ่ายเงินเพื่อไปปิดสัญญาทุกอย่างก็จบ โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ คือ
ตกลงราคา
อย่างแรกเลยคือการตกลงราคาระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายให้ดีเสียก่อน เพราะอาจจะเป็นปัญหาในขั้ยตอนต่อ ๆ ไปได้
TIPS : ก่อนจะตกลงราคากันควรดูก่อนว่ารถที่จะซื้อนั้นติดไฟแนนซ์อยู่เท่าไร
จ่ายเงินปิดไฟแนนซ์
ผู้ที่จะซื้อรถยนต์ต่อจะต้องเตรียมเงินตามที่ได้ตกลงราคากันเอาไว้ เช่น หากตกลงราคาไว้ที่ 500,000 บาท และติดไฟแนนซ์ อยู่ 300,000 บาท คุณต้องนำเงินสด 300,000 บาทไปปิดไฟแนนซ์ และส่วนต่างที่เหลือ 200,000 บาท จึงค่อยนำไปจ่ายให้แก่เจ้าของรถเดิม
โอนกรรมสิทธิ์รถยนต์
จากนี้เป็นเรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ต้องให้ผู้ขายนั้นแจ้งแก่ผู้จัดไฟแนนซ์ให้โอนรถเป็นชื่อผู้ซื้อไปเลย แต่ถ้าหากทางไฟแนนซ์ไม่รับทำให้แล้วล่ะก็ ต้องดำเนินการเอง โดยต้องเตรียม ชุดโอน และเอกสารต่าง ๆ ให้ครบ (แต่ละบริษัทไฟแนนซ์จะขอเอกสารไม่เหมือน ต้องสอบถามก่อนที่จะดำเนินการ)
TIPS : ต้องให้ทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขายไปจ่ายเงินด้วยกัน และเก็บสำเนาใบเสร็จการปิดบัญชีกับสัญญาซื้อ-ขายเป็นหลักฐานไว้ด้วย
กรณีขายดาวน์รถแบบจ่ายเงินบางส่วนและให้ผู้ซื้อผ่อนต่อ
วิธีนี้จะยากขึ้นมาอีกขั้นจากกรณีแรกเพราะการเปลี่ยนให้ผู้ซื้อผ่อนต่อนั้น มักเรียกกันว่า “การเปลี่ยนคู่สัญญา” ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
เตรียมเอกสาร
เอกสารนี้ให้เตรียมเหมือนกับการขอสินเชื่อ (ซึ่งแต่ละที่นั้นใช้เอกสารที่แตกต่างกันออกไป ต้องถามไฟแนนซ์แต่ละบริษัทก่อนทำสัญญา)
ยื่นขอเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ
จากนั้นให้นำเอกสารไปยื่นกับบริษัทหรือธนาคารที่จัดไฟแนนซ์ด้วย เพื่อทำเรื่องขอเปลี่ยน “ผู้เช่าซื้อ” ซึ่งผู้ขายและผู้ซื้อต้องไปดำเนินเรื่องพร้อมกัน หลังจากนี้ทางไฟแนนซ์จะพิจารณาจากเอกสารว่าสามารถทำได้หรือไม่เอง
เซ็นสัญญาเช่าซื้อ
ถ้าหากผ่านขั้นตอนที่ 2 ไปได้ โดยที่รับการอนุมัติจากทางไฟแนนซ์แล้ว ผู้ซื้อขายและผู้ซื้อต้องไปที่ไฟแนนซ์อีกครั้ง เพื่อทำการเซ็นสัญญาเช่าซื้อ และจ่ายค่าดำเนินการและค่างวดล่วงหน้าก่อน 2 งวด จากนั้นผู้ขายค่อยรับเงินดาวน์ตามที่ตกลงไว้และส่งมอบรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ
TIPS : ทำทุกขั้นตอนให้เสร็จเสียก่อนค่อยรับเงินดาวน์และปล่อยรถ ไม่อย่างนั้นไฟแนนซ์ยังถือว่าผู้ขายรถนั้นยังเป็นผู้เช่าซื้ออยู่
ความเสี่ยงของการขายดาวน์รถ
แน่นอนว่าการขายดาวน์รถนั้นมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก หากไปลองอ่านทั้งหมดดูแล้ว จะรู้ได้แทบจะทันทีเลยว่ามีช่องโหว่เยอะมากในแต่ละขั้นตอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลของคู่ค้าให้ดีเสียก่อนที่เริ่มทำสัญญา อีกทั้งยังควรเก็บสำเนาของเอกสารทั้งหมดที่มีเอาไว้ให้ดีอีกด้วย ซึ่งความเสี่ยงนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย
ความเสี่ยงฝ่ายผู้ขาย
ความเสี่ยงที่น่ากลัวมากที่สุดเลยคือ หากขายรถไปแล้ว และผู้ซื้อนั้นนำรถยนต์คันนี้ไปก่อเหตุอาชญากรรมหรือขับรถไปทำอะไรก็ตามที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่ต้องรับผิดชอบนั้นก็คือ ผู้ที่เป็นฝ่ายขาย เพราะชื่อที่ระบุเอาไว้อยู่ในเล่มทะเบียนว่าเป็นผู้ที่ครอบครองนั้นก็คือ “คนขาย” นั่นเอง
ความเสี่ยงฝ่ายผู้ซื้อ
ส่วนความเสี่ยงของทางฝ่ายผู้ซื้อ ก็คือเรื่องของการผิดสัญญา หากคุณเป็นผู้ที่ซื้อและตกลงกันเป็นอย่างดิบดีว่า เมื่อผ่อนจ่ายจนครบทุกงวดแล้ว จะโอนรถให้เป็นชื่อของผู้ซื้อ แต่ดันผิดสัญญา ไม่ยอมโอนมาให้ ถึงแม้ว่าจะสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมายก็ตาม แต่ก็ต้องเสียเวลาในการทำเรื่องอยู่ดี อีกหนึ่งความเสี่ยงเลยก็คือ ผู้ซื้อนั้นจะเสียเงินสดเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมากจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะการนำเงินสดไปจ่าย เกิดหลังจากนั้นคุณเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องการใช้เงินแล้ว คุณอาจจะลำบากก็เป็นได้
ขายดาวน์รถอย่างไรไม่ให้เสี่ยง
มันก็ยังจะพอมีวิธีที่ทำให้การซื้อ-ขายดาวน์รถให้มีความเสี่ยงน้อยอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรอบคอบของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายด้วย โดยขั้นตอนมีดังนี้
1. ผู้ซื้อจะต้องเตรียมเอกสารการขอสินเชื่อมาให้ครบ และไปติดต่อขอสินเชื่อเพื่อทำการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ (โดยที่ผู้ขายนั้น ยังไม่ต้องเก็บเงินดาวน์และยังไม่ต้องส่งมอบรถให้แก่ทางผู้ซื้อ)
2. เมื่อผู้ซื้อยื่นสินเชื่อผ่านแล้ว ให้ทั้งสองฝ่ายนัดกันไปจัดไฟแนนซ์ เพื่อทำการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ ให้เป็นชื่อของผู้ซื้อ และหลังจากนี้ผู้ซื้อจะต้องจ่ายให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ค่าเปลี่ยนสัญญา ค่าประกัน ค่าโอน ให้แก่ไฟแนนซ์
3. ให้ผู้ซื้อและผูขายร่างสัญญาขึ้นมาเพื่อยืนยันการรับเงินดาวน์และส่งมอบรถเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเซ็นกำกับ เก็บไว้ทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นหลักฐาน (ข้อนี้สำคัญที่สุด)
TIPS : ควรตรวจสอบเนื้อหาภายในสัญญาและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นสามารถใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้องกลับได้
สรุปท้ายบทความ ขายดาวน์รถ
การซื้อขายรถยนต์แบบ “ขายดาวน์รถ” นั้นมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ใตรที่จะขายหรือจะซื้อต้องศึกษาข้อมูลของทั้งสองฝ่ายให้ดีเสียก่อน และการขายดาวน์รถแบบนี้จะได้รถยนต์มาในราคาที่ถูกลงกว่าการซื้อรถยนต์มือ 2 ทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะไม่ค่อยคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะต้องเสียก็เป็นได้ บทความนี้น่าจะพอเป็นไกด์ให้แก่ได้ในระดับหนึ่งว่าจริง ๆ คุณนั้นควรเลือกซื้อรถยนต์ที่ขายดาวน์รถหรือไม่ เพราะทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ส่งให้แต่ละคนนั้น มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน
หากคุณกำลังมองหาการซื้อรถยนต์มือสองราคาถูก ที่ปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยง และยังสามารถติดต่อการซื้อ-ขายรถยนต์ได้โดยตรงกับเจ้าของรถเดิมเพื่อดูรถยนต์จริง ๆ ก่อนการตัดสินใจแล้วล่ะก็ เข้ามาเลยที่ Kaidee Auto