Feb 17, 2021 | บทความยานยนต์
รถมอเตอร์ไซค์ นับว่าเป็นพาหนะคู่ใจที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางภายในเมือง ยิ่งในช่วงเวลาเร่งรีบ หันหน้ามองไปทางไหนก็เจอแต่รถติด การจราจรที่แสนคับคั่ง หรือรถโดยสารสาธารณะก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไป
การเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัด รวมถึงวิธีการดูแลรักษาง่าย มีตัวเลือกที่หลากหลายกว่า วันนี้เราจึงรวบรวม 5 มอเตอร์ไซค์ที่มีงบแค่ 5 หมื่น คุณก็สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว ให้คนที่กำลังสนใจหรือมองหารถใช้งานอยู่ จะมีรุ่นอะไรบ้าง ตามไปหาคำตอบกับบทความนี้ได้เลย
1. Zongshen Ryuka Classic MINI S 2019 ราคา 29,900 บาท
Zongshen Ryuka หรือ ซงเจิน ริวก้า แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ราคาประหยัดที่โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์แนวย้อนยุคเรโทรที่มีไฟหน้ากลม กระจกมองข้างแบบก้านสูงที่เป็นเอกลักษณ์ เบาะแบบสองตอน พร้อมเครื่องยนต์ขับเคลื่อน 1 สูบ 4 จังหวะ 110 ซีซี เกียร์ธรรมดา 4 เกียร์ มีทั้งระบบสตาร์ทเท้าและสตาร์ทไฟฟ้าด้วยมือ น้ำหนักเบาเพียง 84 กิโลกรัม สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ถือว่าเป็นรถครอบครัวดีไซน์สวยและเหมาะมากสำหรับผู้หญิงที่ต้องการหารถสักคันไว้ขับในเมือง
2. Honda Wave 110i 2020 ราคาเริ่มต้น 40,300 บาท
มาถึงแบรนด์ยอดนิยมกันบ้างกับ ฮอนด้า ที่ได้นำรถขวัญใจครอบครัวอย่าง Honda Wave มาปัดฝุ่นแปลงโฉมใหม่ให้ร่วมสมัย ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น ไฟหน้าทรงหัวใจแยกส่วนกับไฟเลี้ยว ไฟท้ายแบบใหม่โอบรอบ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น มีช่องเก็บของใต้เบาะที่จุได้ถึง 7.4 ลิตร เครื่องยนต์เป็นแบบ 4 จังหวะ 109.17 ซีซี เกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ สตาร์ทด้วยเท้า โดยจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัดทั้งในเรื่องของราคาและเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันสูงถึง 63.3 กม.ต่อลิตร เรียกได้ว่ารักษ์โลกแล้วยังรักกระเป๋าตังค์อีกด้วย
3. Yamaha GT125 Standard 2020 ราคา 46,600 บาท
สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบขับรถแบบเกียร์ธรรมดาเท่าไร รุ่นนี้พร้อมตอบโจทย์ความสบายให้กับคุณอย่างแน่นอนกับ Yamaha GT125 ปี 2020 ที่อัปเดตใหม่หมดทั้งภายนอกและภายในที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอัตโนมัติเทคโนโลยี Blue Core ดีไซน์ไฟหน้าใหม่สไตล์สปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบสตาร์ทด้วยไฟฟ้า อีกทั้งยังมีระบบ Parking Break แบบเดียวที่ใช้ในรถยนต์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในเวลาที่จอดบนพื้นที่ลาดชันแบบไม่ต้องกลัวไหล ถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหารถสมรรถภาพดีราคาถูก ฟังก์ชันครบครันแบบจัดเต็ม
4. Honda Super Cup 2020 ราคา 47,390 บาท
พาย้อนกลับไปสู่ยุคเรโทรกันอีกสักรอบกับ Honda Super Cup ปี 2020 ที่ออกแบบมาในสไตล์ Japanese Retro พร้อมคอนเซปต์ Forever Retro ตอกย้ำความเป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่นด้วยสีสันใหม่คู่กับบังลมสีขาวสวยงามไร้กาลเวลาที่นำเสนอออกมาในรูปแบบทรงย้อนยุคแฝงไปด้วยความมินิมอล ไฟหน้ากลม ไฟเลี้ยวขนาดเล็กแยกส่วนทรงกลม เบาะสองตอน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 109.17 ซีซี ขับสบาย 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา ระบบสตาร์ทไฟฟ้า โดยฮอนด้าเคลมไว้ว่าประหยัดน้ำมันสูงถึง 60.1 กม./ลิตร เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบรถสไตล์ย้อนยุค แถมประหยัดน้ำมัน และยังประหยัดงบด้วยราคาที่ถูกอีกด้วย
5. GPX Legend 150s ราคา 49,500 บาท
ปิดท้ายกันที่รถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Tracker เอาใจสายคลาสสิกกันบ้าง ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังครองใจใครหลายคนมาโดยตลอด คอลเลคชันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 150 ซีซี 4 จังหวะ แบบ SOHC ออกแบบสีสันลวดลายสวยงามด้วยเนื้อสีแบบเมทัลลิคพิเศษ เดินเส้นลายบนตัวถังที่แฝงกลิ่นอายความเป็นเรโทร พร้อมโลโก้ 3D Emblem ที่มีพื้นผิวแบบ Hairline เสริมความเรียบหรูมีสไตล์ในแบบฉบับความเป็นสายพันธุ์ Legend นิยามบ่งบอกความคลาสสิกในตัวคุณ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของการขับขี่ รูปทรง และการใช้งาน ส่งผ่านออกมาในรูปลักษณ์การตกแต่งที่สร้างให้คุณเป็นไบค์เกอร์สาย Tracker ตัวจริง
สรุปท้ายบทความ
มอเตอร์ไซค์เรียกได้ว่าแทบจะเป็นพาหนะที่มีกันเกือบทุกบ้านอยู่แล้ว เนื่องด้วยราคาที่สามารถจับต้องได้ตั้งแต่ไม่กี่หมื่นบาท และการดูแลรักษาที่ง่าย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน สามารถเป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม
หวังว่าคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับคนที่กำลังมองหารถไว้ขับขี่ใช้งาน หากใครที่กำลังหาซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองอยู่สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์มือสองกว่าหนึ่งหมื่นคันทั่วประเทศ
Jan 20, 2021 | บทความยานยนต์
ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นยุคที่เราต่างได้ยินคำว่า “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” บ่อยมากขึ้น โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีการกำเนิดแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เราได้พบเห็นมากขึ้นบนท้องถนน เพราะจัดว่าเป็นพาหนะรูปแบบใหม่ของยุคนี้ที่จะทำให้อนาคตอาจใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันทั้งหมด
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าประหยัดกว่า
จุดเด่นของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องของการประหยัดน้ำมันเท่านั้น แต่ยังประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ที่แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์แบบเดิมนั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองต่างๆ ของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเฟืองท้าย ที่ต้องคอยเข้ารับการเซอร์วิสตลอดเวลา แต่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบระบบการทำงานของตัวรถ เช็กลมยาง เช็กเบรก เช็กปริมาณแบตเตอรี่ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก็จะมีเพียงแค่ยางกับผ้าเบรคที่ต้องเปลี่ยนตามครบกำหนดระยะเท่านั้น
รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังได้พัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ผู้ขับขี่ตรวจสภาพรถได้ด้วยตัวเอง และยังดูแลรักษารถเบื้องต้นได้อีกด้วย โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งศูนย์บริการหลังการขายแบบเดิมอีกต่อไป วันนี้ Kaidee จึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ว่ามีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ และราคาเท่าไรกันบ้าง ตามมาหาคำตอบพร้อมกันได้เลย
Credit: https://www.niuthailand.com/N_Series/Quicklook
NIU
รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Smart Electric Scooter เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% โดยอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยที่สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน NIU E-Scooter บนสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อและบอกสถานะการใช้งานทั้งหมดได้ เช่น เส้นทางการใช้งาน สถานะแบตเตอรี่ หรือเมื่อตอนที่ชาร์จ ตัวแอปก็จะบอกได้ว่าอีกกี่ชั่วโมงแบตเตอรี่จะเต็มหรือติดตามตำแหน่งของตัวรถเพื่อป้องกันการขโมยได้
โดยใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจาก Panasonic ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำอย่าง Tesla ที่ใช้ระยะเวลาการชาร์จจาก 0-100% ประมาณ 6 ชั่วโมง และใช้งานจริงหนึ่งครั้งได้ราว 65 กิโลเมตร สามารถถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถเพื่อนำมาชาร์จกับไฟที่บ้านได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Niu Smart Electric Scooter มี 2 รุ่น คือ รุ่น N1 ที่สามารถใช้งานบนท้องถนนและจดทะเบียนได้ เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ราคา 98,000 บาท ส่วนรุ่น M1 มีขนาดเล็กกว่า เป็นแบบ 1 ที่นั่ง เหมาะสำหรับใช้งานบนถนนปิด เช่น ในหมู่บ้าน รีสอร์ท เป็นต้น ราคา 95,000 บาท
Credit: https://swagev.com/swag-type-s/
SWAG EV
บริษัท Swag EV (Supreme Wagon Automotive Group, Electric Vehicle) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากประเทศสิงคโปร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับ 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Type-X และ Type-S ที่ให้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2000W มีชื่อเรียกว่า Brushless hub-motors ที่ทางแบรนด์ได้ร่วมมือกับบริษัท BOSCH ผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกของประเทศเยอรมนี ให้อัตราเร่งที่ฉับไวตั้งแต่เริ่มออกตัว ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ 60V 26AH จากแบรนด์ Samsung
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Swag EV ได้พัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สามารถถอดออกมาได้และชาร์จไฟบ้านทั่วไปได้เหมือนกัน ซึ่งใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็มเพียง 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถขับได้ไกลถึง 80-90 กิโลเมตรเลยทีเดียว เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองเพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงแล้วหันมาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า โดย Swag รุ่น Type-S ราคา 62,900 บาท และรุ่น Type-X ราคา 65,900 บาท
Credit: https://rideedison.com/
EDISON Motors
แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทยที่ผลิตออกมาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเริ่มต้นเทียบเท่าขนาดรถมอเตอร์ไซค์ 125 ซีซี และขยับขึ้นมากับรุ่นที่เทียบเท่ารถมอเตอร์ไซค์ 150 ซีซี และรุ่นสุดท้ายกับรถมอเตอร์ไซค์รูปทรงบิ๊กไบค์ที่ให้พละกำลังสูง
EDISON Volta S ราคา 110,000 บาท รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารูปทรงคลาสสิกที่ผสมผสานการดีไซน์ที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 11,000W ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ระยะทางขับขี่สูงสุด 150 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง EDISON Volta Naked ราคา 75,000 บาท มาพร้อมความเร็วสูงสุด 90 กม./ชม. ระยะทางขับขี่สูงสุด 150 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
Credit: http://etrangroup.com/
ETRAN KRAF
KRAF เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านวัตกรรมจาก ETRAN ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศไทย โดยออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมาในรูปทรงคาเฟ่สไตล์นีโอ เฟรมของตัวรถทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษเพียง 27 กิโลกรัม ประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 7,000 วัตต์ ให้ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. มอเตอร์ให้แรงบิด 150 นิวตันเมตรเพื่อการเร่งความเร็วได้ตามต้องการ มีแบตเตอรี่ลิเธียม 40 Ah Manganese (LiMn2o4) ที่ให้ระยะการขับขี่ 180 กม. สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วยเครื่องชาร์จแบบเร็ว Type 2 สามารถชาร์จแบตเตอรี่โดยใช้เต้ารับติดผนังปกติตามบ้านทั่วไป ราคา 150,000 บาท
Credit: https://www.hsemmotor.com/wings/
H SEM Motor
ค่ายรถน้องใหม่สายเลือดไทยแท้ที่ได้เห็นถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน ซึ่งล่าสุดได้ทำการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ H SEM CIAO, H SEM MOBILA และ H SEM WINGS
H SEM CIAO ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน DC 60V 2000W ที่เรียกว่า Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. มาพร้อมกุญแจรีโมท ปุ่มกดสตาร์ท สัญญาณกันขโมย และระบบ Cruise Control สำหรับล็อคความเร็ว ราคา 49,700 บาทH SEM MOBILA ถูกแบ่งรุ่นย่อยออก 2 รุ่น คือ รุ่น G และรุ่น S โดยรุ่น G ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแบบเกียร์มอเตอร์ DC72V 3000W ปรับความเร็วแบบเกียร์ Low-High ส่วนรุ่น S ใช้มอเตอร์ DC72V 3000W แบบ Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. ปรับความเร็วได้ 2 ระดับ มีระบบถอยหลังและพื้นที่สำหรับจัดเก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่ รวมถึงยังสามารถติดตั้งกล่องอเนกประสงค์ที่ด้านหลังได้อีกด้วย Mobila S ราคา 89,900 บาท ส่วน Mobila G ราคา 92,200 บาทH SEM WINGS ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน DC 72V 3000W แบบ Brushless Hub-Motors ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ พร้อมระบบถอยหลัง การออกแบบดีไซน์สวยหรูด้วยขอบโครเมียมรอบคัน พร้อมกล่องใส่ U Box ใต้เบาะ รุ่นนี้ราคาอยู่ที่ 95,700 บาท
สรุปท้ายบทความ
ในปัจจุบันแบรนด์น้องใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมก็ได้กำเนิดขึ้นมาอย่างมากมายเพื่อพัฒนาให้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในพาหนะที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง แล้วหันมาใช้การใช้ไฟฟ้าทดแทน ที่นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
สำหรับผู้อ่านทานใดที่กำลังสนใจในเรื่องของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือกำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์มือสองสภาพดี ราคาถูกอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งซื้อขายของออนไลน์ที่มีมอเตอร์ไซค์จำหน่ายกว่า 5 หมื่นคัน
Jan 18, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
หลังจากที่ปี 2016 ฮอนด้าได้เปิดตัว X-ADV รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์ใหม่ที่ผสมผสานการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองสำหรับใช้ชีวิตประจำวัน หรือจะเป็นสายลุยที่รักการผจญภัยก็พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ เรียกได้ว่ากลายเป็นหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดที่ครองใจของใครหลายคน
และล่าสุดทาง “ฮอนด้า” ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่นก็ได้ทำการเปิดตัว “New Honda X-ADV 2021” ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมปรับโฉมใหม่ด้วยการอัปเดตดีไซน์เพิ่มเติมบางส่วน และเสริมเทคโนโลยีใหม่ในการขับขี่เข้าไปหลายจุดเช่นเดียวกัน วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนและอัปเกรดอะไรบ้าง มาหาคำตอบพร้อมๆ กันในบทความนี้ได้เลย
ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 750 ซีซี ขับเคลื่อนด้วย DCT
New Honda X-ADV 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 745 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยให้พละกำลังสูงสุดที่ 57.8 แรงม้า ที่ 6,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตร ที่ 4,750 รอบ/นาที และถูกปรับปรุงให้มีขนาดกะทัดรัดที่มีน้ำหนักลดลงมาจากเดิมถึง 2 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลดีที่ทางวิศวกรของฮอนด้าได้พัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องของวาล์วไทม์มิ่ง และไอเสีย ที่ได้ออกแบบให้มีช่วงชักยาวและออกแบบห้องเผาไหม้ใหม่ รวมถึงข้อเหวี่ยงแบบมวลเฉื่อยสูงทำให้ได้แรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ อีกทั้งยังออกแบบให้มีการใช้ชิ้นส่วนให้น้อยที่สุด โดยแต่ละชิ้นส่วนจะสามารถทำงานได้มากกว่า 1 หน้าที่ เหตุนี้จึงทำให้เครื่องยนต์ใหม่มีน้ำหนักที่เบาลง
นอกจากระบบ DCT หรือระบบ Dual Clutch Transmission ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ได้ง่ายขึ้นแล้ว ฮอนด้ายังได้ใส่ระบบที่สร้างความหลากหลายในการขับขี่ได้มากกว่าเดิมกับโหมดการขับขี่ 5 โหมด ได้แก่ Standard, Sport, Rain, Gravel และ User Mode
Standard – ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สมดุลทั้งพละกำลัง Engine เบรก HSTC และระบบ ABS พร้อมทำงานในระดับสูงสุดSport – ให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ และ Engine เบรกที่ดุดัน HSTC ทำงานในระดับต่ำ ส่วน ABS พร้อมทำงานในระดับสูงสุดRain – การตอบสนองของเครื่องยนต์ และ Engine เบรกทำงานในระดับต่ำ ส่วน HSTC และ ABS พร้อมทำงานในระดับสูงสุดGravel – ให้พละกำลัง และ Engine เบรกสูงสุดแต่ HSTC และ ABS จะทำงานในระดับต่ำ
และอีกหนึ่งโหมดพิเศษคือ User Mode ที่จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าได้ตามความต้องการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นระดับการทำงานของระบบ Traction Control และ ABS ซึ่งสามารถปรับระดับเลือกการทำงานของระบบต่างๆ ได้ตามความเหมาะสมของสภาพเส้นทางที่มีความเหมือนกับรุ่นใหญ่อย่าง Honda Africa Twin 1100
Honda Selectable Torque Control ทำงานได้นุ่มนวล และควบคุมได้มั่นใจกว่าเดิม โดยสามารถปรับได้ 3 ระดับและเลือกปิดได้ตามต้องการ
ระดับ 1 ยอมให้ล้อหลังปั่น สำหรับทางฝุ่นหรือทางดิน ระดับ 2 ให้ความมั่นใจสำหรับรูปแบบการขับขี่ทั่วไป ระดับ 3 ให้ความปลอดภัยสูงสุดบนทางเปียก
รูปแบบของการทำงานระบบ DCT ผ่านคันเร่งไฟฟ้าจะมี 5 รูปแบบ ดังนี้
Level 1 – ให้ความสบายนุ่มนวล เปลี่ยนเกียร์ในรอบต่ำ เหมาะสำหรับใช้ในโหมด Rain Level 2 – ให้การทำงานแบบสบายๆ ด้วยค่าระดับกลาง ใช้ในโหมด Standard Level 3 – ใช้ทำงานระหว่างโหมด Standard และ Sport Level 4 – ลากเกียร์ในรอบสูง ตบเกียร์ลงเร็วเพื่อเรียก Engine เบรก ใช้ในโหมด Sport Level 5 – ปุ่ม G-Mode ถูกรวมมาเป็น G Shift Pattern ให้ความสนุกในการขับขี่ทางกรวด เพิ่มการยึดเกาะ และควบคุมการสไลด์ได้อย่างมั่นใจ ใช้ในโหมด Gravel
ยกระดับการดีไซน์ที่หล่อขึ้นกว่าเดิม
มาในเรื่องของการออกแบบภายนอกกันบ้างที่ได้มีการปรับรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว สวยคมมากกว่าเดิม โดยส่วนหน้ากากรถใช้ไฟหน้าและไฟ DRL แบบ LED มีไฟ Day Time Running ที่ดีไซน์ใหม่โคมไฟหน้า LED แบบคู่ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Africa Twin 1100 แฟริ่งแบบใหม่ที่ดีไซน์ให้มีเส้นสายดูดุดันและเฉียบคมมากกว่าเดิม ส่วนของชิลด์บังลมที่มีการพัฒนาให้สามารถป้องกันลมในขณะขับขี่ได้ดีขึ้น ซึ่งสามารถปรับได้ 5 ระดับ ด้วยการใช้มือเปล่าโดยที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายสุดๆ
เบาะนั่งที่ถูกปรับรูปทรงแบบใหม่เพื่อให้เวลาที่ขึ้นรถหรือยืน เท้าจะสามารถเหยียบถึงพื้นได้ง่ายขึ้น ช่องเก็บของใต้เบาะที่ได้รับการเพิ่มขนาดความจุมากขึ้นถึง 22 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้จำนวน 1 ใบ และยังมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ด้านในยังมีไฟ LED ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการหาของใต้เบาะตอนกลางคืน และน้ำหนักโดยรวมของตัวรถที่เบาลงกว่ารุ่นเดิมถึง 3 กิโลกรัม
โดย New Honda X-ADV 2021 มีสีใหม่เพิ่มขึ้นมา 1 สี คือ สีแดง Grand Prix Red และยังคงมีสีเดิมไว้ 3 สีด้วยกันคือ สีดำ Graphite Black, สีเงินเมทัลลิก Matte Beta Silver Metallic และสีเทา Pearl Mud Grey
ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีสุดโดดเด่น
New Honda X-ADV 2021 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีสุดโดดเด่น ตั้งแต่หน้าจอเรือนไมล์แบบจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Honda Smartphone Voice Control รองรับระบบนำทางในขณะขับขี่ สามารถสั่งโทร อ่านข้อความ และเล่นเพลงได้ มีการปรับตำแหน่งของเบรกมือที่จากเดิมอยู่ตรงด้านขวาล่างของแฟริ่ง ที่รุ่นนี้ได้ย้ายมาอยู่บนแฮนด์บาร์ด้านขวา ทำให้สามารถใช้ช่องใส่ถุงมือด้านหน้าได้สะดวกขึ้น ตัวรถยังติดตั้งขาตั้งเซ็นเซอร์วัดมุมเอียงที่ช่วยให้สามารถจอดรถบนทางชันได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่ารถจะไหลและล้มลง
ทางฮอนด้ายังเลือกใช้ระบบสมาร์ทคีย์ในรูปแบบเดียวกัน Forza 750 ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายที่สามารถปลดล็อกรถ สตาร์ทรถ เปิดฝาถังน้ำมัน และเปิดเบาะได้โดยที่ไม่ต้องใช้กุญแจเสียบ นอกจากนี้ยังมีระบบตามหารถที่จะแสดงไฟกระพริบทำให้สามารถเห็นรถของเราเองได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันในเรื่องของความปลอดภัยที่มีระบบไฟ ESS หรือ Emergency Stop Signal ที่จะคอยกระพริบในขณะที่เบรกรถกะทันหัน รวมถึงไฟเลี้ยวยังมีระบบยกเลิกอัตโนมัติจากการวัดความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังอีกด้วย
ช่วงล่างใหม่
โดยในรุ่นนี้ทางฮอนด้าเลือกใช้เฟรมแบบท่อเหล็กไดมอนด์ที่ถูกออกแบบใหม่ให้มีความหนาและบางแตกต่างกันในแต่ละจุด จึงส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแรงไว้ได้เป็นอย่างดี ที่เห็นได้จากน้ำหนักตัวรถที่เบากว่ารุ่นเดิม และช่องเก็บของใต้เบาะที่สามารถจุของได้มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนมิติของตัวรถใหม่ เพื่อให้สามารถขับขี่ภายในเมืองที่มีการจราจรที่หนาแน่นได้อย่างสบาย โดยที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการขับขี่ที่ยากลำบากเท่าไรนัก แต่ยังเหมาะสมด้วยซ้ำกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โช๊คหน้าหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช๊คเดี่ยวปรับสปริงพรีโหลดได้ ส่วนล้อหน้าขนาด 17 นิ้ว และล้อหลังขนาด 15 นิ้ว เป็นล้อซี่ลวด ยางไซส์ 120 และ 160 ตามลำดับ และระบบเบรกดิสก์หน้าเบรกคู่ขนาด 296 ม.ม. ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวที่มาพร้อมระบบเบรก ABS ที่จะช่วยป้องกันล้อล็อกที่ให้คุณสามารถขับขี่ในทุกเส้นทางได้อย่างไร้กังวล
สรุปท้ายบทความ
สำหรับใครที่อ่านจบแล้วเราเชื่อว่านี่คือรถมอเตอร์ไซค์หนึ่งรุ่นที่ต้องถูกใจสาวกสองล้อสายลุยกันอย่างแน่นอน ซึ่งต้องบอกเลยว่าทางฮอนด้าได้ทำการตีตลาดรถรุ่นนี้เข้าประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ และเราต้องมาลุ้นพร้อมกันว่าจะประกาศราคาขายอยู่ที่ประมาณเท่าไร ยังไงก็อย่าลืมติดตามรอดูการประกาศอย่างเป็นทางการ รวมถึงข่าวสารการอัปเดตเรื่องรถได้ที่ Kaidee
Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์
มอเตอร์ไซค์ ถือเป็นยานพาหนะที่คนไทยหลายคนใช้ในการเดินทางในชีวิตประจำวันมาอย่างช้านาน เพราะความสะดวกรวดเร็วไม่ต้องเจอรถติดนาน ๆ มอเตอร์ไซค์จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจในการขับขี่ และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังมีมอเตอร์ไซค์รูปทรงคลาสสิกหลาย ๆ รุ่นที่ยังได้รับความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ในตำนานที่นักบิดหลายคนหลงใหล !
เหตุผลที่คุณควรมี มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
ประหยัด
การใช้รถยนต์คันใหญ่มักจะมีค่าใช้จ่ายแยกย่อยแบบที่นับไม่ถ้วน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าท่าด่วน หรือ ค่าที่จอดรถ แสงแพง แต่การใช้รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กจิ๋วนี้แหละ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มากกว่าครึ่งเลยทีเดียว
หาที่จอดง่าย
ถ้าคุณไปห้างแล้วหาที่จอดไม่ได้ซักที ลองซื้อมอเตอร์ไซค์สักคันมาดู เพราะที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าแทบจะทุกที่จะมีที่จอดรถเฉพาะมอเตอร์ไซค์แยกไว้เป็นสัดส่วน เรียกได้ว่าสะดวกกว่ารถยนต์คันใหญ่เสียอีก
ราคาเอื้อมถึง
การซื้อรถยนต์คงเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนที่ไม่ได้มีงบประมาณมาก เพราะมีราคาที่แพง ต้องยื่นกู้เยอะ กว่าจะผ่อนหมดก็ปาเข้าไปหลายปี แต่การกู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่มีราคาถูกกว่าทำให้หลาย ๆ คนสามารถซื้อได้โดยที่ไม่จำเป้นต้องผ่อน หรือผ่อนน้อยกว่าการกู้ซื้อรถยนต์อย่างแน่นอน
ลดเวลาการเดินทาง
ถ้าคุณเบื่อกับรถที่แสนเยอะในท้องถนน เบื่อกับรถที่แสนติดในเวลาเร่งรีบ และเบื่อกับการอ้อมรถที่แสนไกลแทนที่จะเข้าซอยเล็ก ๆ เพื่อมุ่งไปยังที่หมาย การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้นสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เพราะขนาดที่เล็กกระทัดรัดที่ทำให้คุณสามารถซอกแซกบนนถนนได้อย่างง่ายดาย
7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ย้อนยุคในตำนาน
Vespa PX-Series
Vespa คงเป็นหนึ่งในชื่อแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเอ่ยถึง โดยในรุ่น Vespa PX-Series เป็นรุ่นที่ทาง Vespa ได้ออกมาใหม่เรื่อย ๆ แต่ก็ยังคงความคลาสสิกไว้ได้เป็นอย่างดี โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ มีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปี 2017 ซึ่งเป็นปีสุดท้าย เจ้า Vespa PX-Series ถือเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตในตำนานสุด ๆ เพราะมียอดขายถึง 3 ล้านคัน เลยล่ะ
ราคาประมาณ : 209,000-224,900 บาท
Triumph Bonneville
ขอบคุณรูปจาก: triumphmotorcycles.co.th
ถ้าหากจะพูดถึงแบรนด์มอเตอร์ไซค์คลาสสิกจากฝั่งยุโรปแล้ว ชื่อ Triumph ก็คงขึ้นมาในหัวของใครหลายคน และมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตของแรนด์นี้ที่มีมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกก็คงจะหนีไม่พ้น Triumph Bonneville ด้วยดีไซน์สปอร์ต เท่ ดุดัน จากสีดำเข้มรอบคัน รับรองว่าถูกใจสายบิดหลายคนแน่นอน
ราคาประมาณ : 420,000-595,000 บาท
Royal Enfield Continental GT 650
มอเตอร์ไซค์คลาสสิกจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมมานาน Royal Enfield Continental GT เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการจับตามองอย่างล้นหลาม ด้วยความโดดเด่นจากไฟหน้าแบบกลมและรูปทรงแสนคลาสสิกเรียบง่ายแต่มีสไตล์ โดยรุ่นล่าสุดที่ Royal Enfield Continental GT ได้ออกมานั้น คือรุ่น GT650 เป็นการพัฒนารุ่นเก่าให้ขับนุ่มกว่าเดิม รวมถึงดีไซน์ภายนอกที่มีการปรับปรุงให้ประณีตและเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น
ราคาประมาณ : 227,700-232,800 บาท
Yamaha SR400
ในฝั่งทวีปเอเชีย Yamaha เป็นหนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่มีการผลิตเป็นอันดับแรก ๆ ของโลก และ Yamaha SR400 ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่ยุค 70 จนถึงปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและคล่องตัวนี้เอง ที่ทำให้มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้กลายเป็น มอเตอร์ไซค์ในดวงใจของใครหลายคน
ราคาประมาณ : 285,000 บาท
BMW R nine T Limited Edition
แบรนด์ BMW ถือเป็นแบรนด์รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมที่ได้ยินชื่อแล้วต้องร้อง อ๋อ เพราะเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดมายาวนาน โดย BMW nine T Limited Edition นั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่พัฒนามาจาก BMW R32 ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของ BMW ในโอกาสครบรอบ 90 ปี ของแบรนด์ ซึ่งรุ่นนี้ผลิตออกมาเพียงแค่ 15 คันเท่านั้น ถ้าใครอยากได้มาครอบครองก็ต้องตามหากันหน่อยนะ
ราคาประมาณ : 1,190,000 บาท
Suzuki VanVan 125
ไฟทรงกลมเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์แบบคลาสสิกที่ทำให้คนจดจำและ Suzuki VanVan 125 ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ออกแบบมาด้วยทรงกลมแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว หรือหน้าปัด เพื่อเพิ่มความคลาสสิกให้มากขึ้นไปอีก
ราคาประมาณ : 105,000 – 108,000 บาท
LAMBRETTA V-200
ขอบคุณรูปจาก: lambrettaallride.com
สำหรับวัยรุ่นสายฮิปสเตอร์หลาย ๆ คน คงจะรู้จัก Lambretta แบรนด์มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิกจากประเทศอิตาลีที่มีมาแล้วกว่า 70 ปี และ LAMBRETTA V-200 ก็เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เรียกว่าทั้งภายนอกและภายในมีความคลาสสิกสุด ๆ
ราคาประมาณ : 99,500-104,500 บาท
แหล่งซื้อขาย มอเตอร์ไซค์คลาสสิก
ก็ได้รู้กันไปแล้วกับ 7 มอเตอร์ไซค์คลาสสิก ที่มีมาตั้งแต่ในอดีตและยังฮิตในวงการนักบิดจนถึงปัจจุบัน และนอกจากมอเตอร์ไซค์รุ่นคลาสสิกแบบนี้แล้ว ใน Kaidee Auto ก็ยังมีมอเตอร์ไซค์สไตล์อื่น ๆ หรือยานยนต์ประเภทต่าง ๆ ที่น่าสนใจให้คนแทบทุกสไตล์ได้หาซื้อเช่นเดียวกัน เพียงแค่คลิกด้านล่าง
อ่านบทความ รีวิวยานยนต์ อื่น ๆ
Nov 24, 2020 | บทความยานยนต์
บทความที่นักบิดทั้งหลายควรรู้ ไม่ว่าจะขับระยะใกล้และไกลก็ตาม ในปัจจุบันสิ่งที่ทุกคนเรียกว่า ‘มอเตอร์ไซค์’ มีตั้งแต่ สกู๊ตเตอร์จนถึงมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ Big Bike ต่างมีพัฒนาการขึ้นมาจากอดีต ทั้งดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น เทคโนโลยีที่ใส่มาให้ มีความปลอดภัยที่มากขึ้น
แต่ถึงอย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ยังมีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุของมอเตอร์ไซค์เยอะมาก ไม่ว่าทางแบรนด์จะใส่เทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุมาเยอะขนาดไหน แต่ถ้าผู้ขับขี่มีความประมาท ไม่มีมีอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย ก็อาจจะทำให้เกิดความสูญเสียได้ วันนี้จึงขอนำเสนออุปกรณ์ที่นักบิดทั้งหลายควรมี ก่อนที่จะบิดไปข้างนอก เพื่อช่วยเรื่องของการบาดเจ็บของร่างกายเวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็จะมีอุปกรณ์เหล่านี้ ช่วยรองรับร่างกายของคุณได้ มาดูกันเลยว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง
1. หมวกกันน็อก
ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ขับขี่ที่ต้องมีใส่ตลอดเวลาไม่ว่าจะขับไปที่ไหนก็ตาม เพราะว่าศีรษะของเราเป็นสิ่งที่บอบบาง หากเกิดอุบัติขึ้นมา จะสามารถป้องกันศีรษะกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น ควรขับขี่อย่างระมัดระวังและไม่ประมาทจะดีที่สุดนะครับ
2. ถุงมือ
ถุงมือขับรถก็เป็นหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา มือเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสถึงพื้นก่อน ฉะนั้นเพื่อป้องกันมือในการกระแทกแบบตรง ๆ แรง ๆ ควรที่จะมีถุงมือสัก 1 คู่ไว้ใส่ตอนขับด้วยนะ เพราะถุงมือจะช่วยป้องกันการสัมผัสพื้นโดยตรงของมือ ช่วยทำให้ไม่บาดเจ็บเยอะนั่นเองครับ
3. ชุดสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซค์
นอกจากหมวกกันน็อกและถุงมือแล้ว เสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงก็เป็นส่วนสำคัญที่คอยปกป้องร่างกายของเราเวลาเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น เนื่องจากเสื้อและกางเกง จะมีเกราะอ่อน ๆ ที่หลัง ไหล่ ข้อศอกและเข่า เพื่อป้องกันและรองรับการกระแทกของส่วนสำคัญของร่างกายของเรานั่นเอง
4. รองเท้า
เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับนักบิดที่ชอบขับรถออกทริปทางไกลโดยมอเตอร์ไซค์ เพราะถ้าเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น รองเท้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยเซฟข้อเท้าและกระดูกตั้งแต่เท้าขึ้นมาได้ดีเลยล่ะครับ
5. สนับเข่า ศอก
สำหรับข้อสุดท้ายสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งสำหรับคนที่ชอบขับรถออกทริปทางไกลโดยมอเตอร์ไซค์ที่ควรใส่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยสนับเข่าและศอกนั้นจะทำหน้าที่เสริมช่วยชุดที่มีเกราะอ่อน ๆ อยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการป้องกันข้อเข่าและข้อศอกไม่ให้บาดเจ็บเยอะ
สำหรับนักบิดทั้งหลายผู้ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ว่าจะระยะใกล้หรือระยะไกล ก็ควรที่จะขับขี่อย่างไม่ประมาท ถึงแม้ว่ารถจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องความปลอดภัยและมีอุปกรณ์ป้องกันที่ครบถ้วน แต่ถ้าประมาทก็อาจจะทำให้เกิดเหตุการที่ไม่คาดคิดได้ เพราะฉะนั้น ควรที่จะขับขี่อย่างไม่ประมาทและถึงที่หมายอย่างปลอดภัยกันนะครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการป้องกันร่างกายของการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ที่ Kaidee เรามีขายเช่นกันนะครับ ลองมาดูกันได้เลย