Jan 27, 2021 | บทความอสังหาฯ
การโคจรมาพบกันของโลกตะวันตกและตะวันออกหรือที่เรียกว่า East Meets West มักสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นตาตื่นใจ อย่างที่คุ้นเคยกันดีคงหนีไม่พ้นอาหารสไตล์ฟิวชั่นที่เอาส่วนผสมของอาหารเอเชียมาเสิร์ฟในสไตล์ฝรั่ง และล่าสุดกับงานตกแต่งภายใน หรือ Interior Design ที่หยิบเอาความเนี้ยบเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นมาผสมผสานกับความอบอุ่นจากชาวสแกนดิเนเวีย เกิดเป็นไฮบริดดีไซน์ที่เรียกว่า “JAPANDI Design” ซึ่งจะมีหน้าตาและรายละเอียดอย่างไรบ้าง วันนี้เรารวบรวมมาให้แล้ว
Cr : www.catesthill.com
JAPAN + SCANDINAVIA = JAPANDI
ที่มาที่ไปของ JAPANDI มาจากคำว่า JAPAN (ญี่ปุ่น) + SCANDI (สแกนดิเนเวีย) ซึ่งหากมองทางภูมิศาสตร์ เราจะเห็นว่าทั้งสองประเทศอยู่ห่างไกลกันกว่า 8,000 กิโลเมตร แต่ในเรื่องของงานดีไซน์แล้ว ญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียกลับมีความเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่สังเกตได้ง่ายสุดคือความเรียบง่าย (Simplicity) ไม่ว่าจะด้วยรูปทรงหรือการใช้สอยที่ดึงความธรรมดาออกมาได้อย่างโดดเด่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติ ผสมผสานกับงานฝีมือท้องถิ่นที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ชิ้นงานอีกหลายเท่าตัว
นอกจากนี้พวกเขายังมีปรัชญาการใช้ชีวิตไปในแนวทางเดียวกัน คือการค้นพบความสุขง่ายๆ จากบริบทรอบตัว โดยชาวญี่ปุ่นมีปรัชญาที่เรียกว่า “วาบิ-ซาบิ” (Wabi-Sabi) ยึดถือความสุขทางใจมากกว่ายึดติดวัตถุ และเชื่อว่าความไม่สมบูรณ์แบบเป็นความงามอย่างหนึ่ง ในขณะที่ชาวสแกนดิเนเวียมี “ลากอม” (Lagom) ที่เป็นเรื่องของสมดุลยภาพ ไม่มากไม้น้อยเกินไป และ “ฮุกกะ” (Hygge) ความชื่นชอบในการใช้ชีวิตอย่างสุขนิยม
Cr : www.fashionwallpaper.co.uk
องค์ประกอบที่บอกว่านี่คือ JAPANDI Design
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักความมินิมัล บอกเลยว่าคุณได้เข้ามาสู่โลกของ JAPANDI แล้วล่ะ เพราะคีย์สำคัญของดีไซน์ลูกครึ่งนี้คือความเรียบง่าย เพียงแต่งนั่นนิด จับแจกันนู้นวางหน่อยก็ได้ความสวยงามที่ลงตัว จนบางครั้งเราอาจได้ยินการตกแต่งสไตล์นี้อีกอย่างว่า Japanese Minimalism โดยมีองค์ประกอบหลักที่น่าสนใจดังนี้
รูปทรง
ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้ตกแต่งมีรูปทรงง่ายๆ อย่างเรขาคณิต ตัดความซับซ้อนหรือสิ่งไม่จำเป็นออก เช่น ใช้ตู้ทรงเหลี่ยมธรรมดา ไม่มีการตกแต่งหน้าบานที่วิจิตรบรรจง หรือหากเป็นลายเส้นบนพื้นผิวก็จะเป็นเส้นที่ดูเข้าใจง่าย เป็นงานฝีมือที่ไม่ต้องตีความ หรือมีความชัดเจนในตัวเองนั่นเอง
การใช้งาน (ฟังก์ชั่น)
เน้นออกแบบฟังก์ชั่นที่ตอบสนองการใช้งานตามความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นหลัก หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็ต้องอรรถประโยชน์ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์สวยๆ เท่านั้น แถมยังต้องประหยัดพื้นที่ตามสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย ส่วนฟังก์ชั่นด้านพื้นที่ใช้สอยจะค่อนไปทางอิสระเปิดโล่ง (Open Space) เพื่อการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
วัสดุ
เน้นใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติและมีผิวสัมผัส (Texture) ที่น่าสนใจ เช่น ไม้แปรรูป ลำไผ่ หวาย เชือกป่าน เส้นใยจากพืช ตลอดถึงวัสดุอื่นๆ ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่วัสดุในท้องถิ่นที่หาได้ทั่วไป โดยนำเสนอพร้อมกับงานฝีมือที่พิถีพิถัน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับวัสดุธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง
โทนสี
ในแง่ของโทนสีที่นำมาตกแต่ง JAPANDI Design คงอัตลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นและสแกนดิเนเวียอย่างชัดเจนด้วยการใช้สีสันแห่งธรรมชาติหรือเอิร์ธโทน ไล่เฉดตั้งแต่สีขาวหม่น เบจ น้ำตาลอมเทา สีเขียวใบไม้ ไปจนถึงสีดำ สร้างสรรค์อารมณ์ของห้องให้ดูอบอุ่น อยู่สบาย แต่ไม่นิยมใช้สีสด สีสว่าง สีคู่ตรงข้ามที่ตัดกันรุนแรง หรือสร้างจุดโฟกัสด้วยสีเด่นเพียงสีเดียว เพราะจะทำให้ห้องขาดความกล่อมกลม หลุดจากความเป็นธรรมชาติไป
Cr : www.greenandmustard.co.uk
เคล็ด (ไม่) ลับจัดห้องสไตล์ Japandi
เมื่อทราบองค์ประกอบหลักของสไตล์ JAPANDI แล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาจัดวางสิ่งละอันพันละน้อยให้สอดคล้องกัน ซึ่งเราต้องคิดอยู่ในใจเสมอว่า “Keep It Clean” คือดูภาพรวมแล้วห้องต้องสะอาดตา ไม่รกรุงรัง เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งแต่ละชิ้นเผยความงามในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างสมดุล
อีกหนึ่งความลับที่สร้างความอบอุ่น น่าอยู่ ในสไตล์การตกแต่งลูกครึ่งตะวันออกตะวันตกนี้ คือการเปิดให้ห้องได้รับแสงแดดบ้าง เพราะแสงธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต หรือหากห้องไม่มีช่องเปิดรับแสงจริงๆ เราสามารถทดแทนด้วยหลอดไฟโทนสี Daylight ก็พอกล้อมแกล้มได้เช่นกัน
สุดท้ายคือการเติมความมีชีวิตชีวาให้กับห้องด้วยดอกไม้สักดอกปักในแจกันทรงสูง หรือต้นไม้ประดับฟอร์มสวยสักต้นสองต้นก็เพียงพอสำหรับความมินิมอลแบบญี่ปุ่น
สรุปท้ายบทความ
JAPANDI คืออะไร? โดยสรุปแล้ว JAPANDI Design คือรูปแบบการตกแต่งภายในสายเดียวกับ Minimalism โดยรวมเอาเอกลักษณ์สไตล์ญีปุ่นและสแกนดิเนเวียเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมในหมู่ดีไซเนอร์ทั่วโลก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายทั้งรูปทรง ลวดลาย และฟังก์ชั่นใช้งาน เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ เพื่อสร้างความกลมกลืนกันระหว่างของตกแต่งและผู้อยู่อาศัย
สำหรับใครที่อยากจัดบ้านสไตล์ JAPANDI สามารถแวะมาช้อปเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเก๋ๆ หรือหากจะค้นหาบ้านหรือคอนโดเพื่อเก็บไว้ตกแต่งสไตล์นี้ก็ไม่ยากแค่คลิกที่ Kaidee เท่านั้น
Dec 22, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ผู้คนกว่า 7 พันล้านคนทั่วโลกต่างก็มีความชอบ ความเชื่อ หรือ วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าพวกเรามีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันนั่นก็คือ เทศกาลที่จะพาสมาชิกในครอบครัวกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ซึ่งเทศกาลคริสต์มาสก็เป็นหนึ่งในเทศกาลอบอุ่นนั้น ถึงแม้ว่าเทศกาลคริสต์มาสไม่ได้เป็นเทศกาลที่คนไทยให้ความสำคัญมากนัก แต่เราก็ยกให้คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่แสนพิเศษอีกเทศกาลหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลที่รายจ่ายพุ่งทะลุเพดานไปเลยทีเดียว ทั้งรายจ่ายมื้ออาหารแสนพิเศษกับครอบครัว ของขวัญให้เพื่อน และไหนจะเครื่องประดับตกแต่งคริสต์มาสให้กับบ้านของคุณอีก
วันนี้ Kaidee มีวิธี DIY ของตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายๆ ในบ้านของคุณ ไอเดีย DIY เหล่านี้จะช่วยตกแต่งบ้านของคุณให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุข แถมไม่ได้เสียเงินอะไรมากมายด้วยนะ
DIY ของตกแต่งต้นคริสต์มาส
การตกแต่งต้นคริสต์มาส หรือที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า Evergreen Tree ด้วยของตกแต่ง (Ornament) นั้นมีประวัติที่ยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ก่อกำเนิดที่ประเทศเยอรมนี ด้วยความเชื่อที่ว่าต้นคริสต์มาสจะนำมาซึ่งความสุขสบายใจในคืนที่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวของปี สมัยก่อนการตกแต่งต้นคริสต์มาสนั้นจะตกแต่งด้วยของที่หาได้ง่ายแถวๆ บ้าน เช่น เทียน แอปเปิล ถั่ว และเบอร์รี่ แต่ในปัจจุบันการตกแต่งต้นคริสต์มาสก็ได้พัฒนาจากวัตถุดิบพื้นบ้านมาเป็นของที่สวยงาม และสร้างสรรค์มากขึ้น บางบ้านให้ความสำคัญกับ Ornament ของต้นคริสต์มาสถึงขนาดที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อความศักดิ์สิทธิ์กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น อย่าได้รอช้า เรามาเริ่มที่วิธี DIY เจ้าตัว Ornament หรือ ที่คนไทยเรียกว่า ของตกแต่งต้นคริสต์มาสกันเลยดีกว่า
1. วอลนัทกวางเรนเดียร์ (Walnut Reindeer)
น่ารักมากเลยใช่ไหมคะ เชื่อไหมคะว่าเจ้าถั่ววอลนัทรูปหน้ากวางอันนี้มีวิธีทำที่แสนจะง่าย ด้วยต้นทุน แทบจะเป็นศูนย์เลยค่ะ
ขั้นตอนแรกเริ่มที่การเจาะรูสองรู ด้านหน้าและหลัง ข้างบนของเปลือกถั่ววอลนัท จากนั้นให้สอดเชือกเส้นเล็กๆ เข้าไป มัดปมให้แน่น เว้นที่ว่างพอสำหรับแขวนต้นคริสต์มาสได้ ตกแต่งวอลนัทให้เป็นหน้ากวางเรนเดียร์ โดยการติดตาของเล่น และปอมปอมเล็กๆ สีแดง ด้วยกาวร้อน เพื่อความแน่นไม่หลุดง่าย
เพียงแค่เท่านี้เราก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้นที่เราทำเองง่ายๆ นอกจากที่เราสามารถเอาไปแขวนที่ต้นคริสต์มาสแล้ว เรายังสามารถนำไปแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้าหรือราวบันไดได้อีกด้วย
2. มนุษย์หิมะ (Snowman Ornament)
สิ่งที่คุณจะต้องใช้ในการประดิษฐ์ เจ้ามนุษย์หิมะชิ้นนี้ ได้แก่ หลอด LED ที่ขาดแล้ว ผงกลิตเตอร์สีขาว ปากกาเมจิกแบบลบไม่ออกสีดำและสีส้ม กาว วานิชชนิดเงา เศษผ้าเล็กๆ สีแดง และเชือก ใช้อุปกรณ์แค่นี้ก็เพียงพอที่จะสามารถประดิษฐ์มนุษย์หิมะไว้แขวนต้นคริสต์มาส โชว์ญาติๆ ได้เลย ไปดูขั้นตอนกันเลยค่ะ
ทากาว วานิช ชนิดเงาบางๆ ทั่วทั้งตัวหลอดไฟ โรยผงกลิตเตอร์สีขาวให้ทั่ว แล้วรอจนกว่าจะแห้ง ใช้ปากกาเมจิกสีดำ วาดรูปหน้ามนุษย์หิมะ โดยการวาดตา ปาก และกระดุม ด้วยปากกาสีดำ ส่วนตรงจมูกให้วาดแครอทเล็กๆ ด้วยปากกาเมจิกสีส้ม ตัดเศษผ้าให้เป็นสีเหลี่ยมผืนผ้าบางๆ เพื่อใช้พันรอบคอเจ้ามนุษย์หิมะ นำเชือกมาพันที่ตูดหลอดไฟ แล้วมัดปมเป็นห่วง เพื่อเป็นที่แขวน
เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีหลอดไฟ LED ที่ไม่ใช้แล้ว อย่าเพิ่งทิ้งเราสามารถนำมา DIY เป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่ดูแพงเหมือนซื้อมาจากร้านได้เลย
3. ลูกปิงปองหน้ากวางเรนเดียร์ (Colorful Ping-Pong Reindeer)
ถ้าแค่ดูจากรูปนี้ เหมือนการ DIY ของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้จะทำยากเลยใช่ไหมคะ แต่อย่าให้รูปทำให้คุณเสียกำลังใจในการประดิษฐ์ของ DIY ชิ้นนี้ สิ่งที่คุณต้องเตรียมมีเพียงแค่ ลูกปิงปอง ลูกตาดุ๊กดิ๊ก ปอมปอมเล็กๆ สีแดง สเปรย์พ่นสี สีทอง ปืนกาว ลวดแฟนซี ที่ดัดได้ง่ายๆ และเชือกเส้นเล็ก
เริ่มด้วยการพ่นสเปรย์สีทองให้ทั่วลูกปิงปอง แล้วรอให้แห้ง จากนั้นติด ลูกตาดุ๊กดิ๊ก และปอมปอมสีแดงสำหรับเป็นจมูกที่หน้าลูกปิงปอง ด้วยกาวร้อน สำหรับหูกวางนั้น ให้ใช้ลวดแฟนซีสีตามที่ต้องการ และตัดส่วนเล็กๆ จากลวดเพิ่มอีก 2 ส่วน ด้วยขนาด ประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อนำมาต่อกันเป็นหูกวาง 3 แฉก จากนั้นให้ติดหูนั้นที่ส่วนบนของลูกปิงปองด้วยกาว ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำปมเชือกไว้แขวนต้นคริสต์มาส โดยเจาะ 2 รูที่ส่วนบนของลูกปิงปองสำหรับรอยเชือก มัดเชือกให้เป็นปม ไว้สำหรับแขวนต้นคริสต์มาส
กวางสีทองตัวนี้อาจจะดูฉูดฉาดไปสำหรับใครหลายๆ คน แต่อย่าลืมว่านี้คือการ DIY เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากให้กวางเป็นสีแดง สีดำ หรือแม้กระทั่งสีรุ้ง ก็ตามใจคุณได้เลย ศิลปะไม่มีผิดไม่ถูก ศิลปะเป็นเพียงแค่สิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ทำเท่านั้น
4. มินิมอล กระบองเพชร บอล (Minimal Cactus Ball)
ใครบอกว่าของตกแต่งคริสต์มาสจะต้องเป็นแค่ซานตาคลอส กวางเรนเดียร์ หิมะ หรือของตกแต่งที่มีสีแดง สีทอง หรือสีขาวเพียงเท่านั้น เราสามารถนำต้นไม้ต้นเล็ก หรือดอกไม้ปลอมมาเป็นของตกแต่งคริสต์มาสได้เหมือนกันนะ แถมยังแปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจต่อผู้พบเห็นไม่น้อยเลย โดยตัวอย่างที่เรานำมาแนะนำวันนี้ คือลูกบอลต้นกระบองเพชร ซึ่งวิธีทำก็ไม่ยากอะไรเลย เพียงแค่คุณมีลูกบอลใส ที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียน ต้นกระบองเพชรต้นเล็ก เกลือ และกาวใส
หยอดกาวใสลงไปในลูกบอล กลิ้งลูกบอลเบาๆให้กาวกระจายให้ทั่วใต้ก้นบอล โรยเกลือตามลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ ให้เป็นภูเขาทรายเล็กๆ จากนั้นให้ปักต้นกระบองเพชรตามลงไป
เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสที่ไม่เหมือนใคร แปลกใหม่แถมยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณได้อีกด้วย ถ้าคุณเป็นสาวหวาน คุณสามารถใช้ดอกกุหลาบแทนก็ได้นะคะ แต่สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่รักธรรมชาติแล้ว กระบองเพชรนี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว
5. รูปความทรงจำของครอบครัว (Family memories photo)
ถ้าให้พูดถึงเทศกาลคริสต์มาส สิ่งหนึ่งที่เรานึกได้ทันทีคือคริสต์มาสนั้นเป็นเทศกาลแห่งความอบอุ่น เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้เจอกันอีกครั้ง เพราะฉะนั้นคงไม่มีของตกแต่งคริสต์มาสอันไหนที่จะส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในวันดีๆ ให้กับคนที่คุณรักไปมากกว่างาน DIY ชิ้นนี้ สิ่งที่คุณต้องเตรียมก็ไม่มากมาย เพียงแค่ รูปครอบครัวที่สื่อถึงความทรงจำอันล้ำค่า แผ่นไม้ สีน้ำสีขาว เชือก และกาว
ก่อนอื่นให้ตัดแผ่นไม้ให้เป็นรูปทรงใดๆ ก็ได้ตามต้องการ เช่น รูปหัวใจ สามเหลี่ยม หรือวงกลม เพ้นท์แผ่นไม้ด้วยสีน้ำสีขาว หรือสีใดก็ได้ตามต้องการ ตัดรูปครอบครัวของคุณตามขนาดรูปทรงของแผ่นไม้ โดยให้มีขนาดที่เล็กกว่าแผ่นไม้ สำหรับเว้นที่ว่างบริเวณขอบสักประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อความสวยงาม ติดรูปครอบครัวของคุณบนแผ่นไม้สีขาวที่แห้งแล้วโดยใช้กาว เจาะรูด้านบนแผ่นไม้ 2 รู หน้าและหลัง สอดเชือกเข้าไปในรูแล้วมัดให้เป็นปม เว้นที่ว่างไว้สำหรับแขวนต้นไม้ด้วยนะ
ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก รูปที่คุณเลือกมาควรเป็นรูปที่บ่งบอกความทรงจำในอดีต เพราะไม่มีสิ่งใดที่มีค่ากับเรามากไปกว่าความทรงจำ แล้วยิ่งถ้าได้รำลึกความทรงจำกับคนในครอบครัวในวันพิเศษด้วยแล้วนั้น โอ้โห เทศกาลคริสต์มาสของคุณในปีนี้คงเป็นเทศกาลที่คุณลืมไม่ลงเลยทีเดียว
DIY ของตกแต่งคริสต์มาสทั่วไป
การตกแต่งบ้านของคุณให้เข้ากับเทศกาลวันคริสต์มาสนั้น แน่นอนว่าสามารถทำได้มากกว่าแค่การตั้งต้นคริสต์มาสกลางบ้าน แน่นอนว่าการแขวนถุงเท้าลายสก็อตที่ราวบันได การวางเครื่องประดับกลางโต๊ะอาหาร การแขวนไฟตามผนังบ้านและอื่นๆ อีกมากมาย ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในวันที่แสนพิเศษนี้ได้ เราขอนำเสนอวิธี DIY ของตกแต่งคริสต์มาสง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปวางตามจุดต่างๆ ของบ้านเพื่อเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสได้ทุกจุดของบ้าน ไม่ว่าคุณจะทำเองคนเดียว หรือใช้เป็นกิจกรรมทำร่วมกันกับคนในครอบครัวก็ได้ มาดูกันเลยค่ะ
6. แจกันดอกไม้ลายสเวตเตอร์ (Sweater Vase)
ที่มา: https://schoolofdecorating.com
ถ้าคุณมีเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้แล้วโดยเฉพาะเสื้อสเวตเตอร์ อย่าได้เผลอทิ้งไป เพราะเราสามารถนำมันมา DIY เป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่เก๋ไม่ซ้ำใครนั่นก็คือ แจกันดอกไม้ลายสเวตเตอร์ เพราะด้วยธรรมชาติของลายเสื้อสเวตเตอร์ที่ดูเรียบหรูแต่อบอุ่น จะช่วยทำให้แจกันลายสเวตเตอร์นี้เป็นของตกแต่งคริสต์มาสอีกอันที่เหมาะกับเทศกาลแสนอบอุ่น เป็นที่สุด
วิธีทำก็แสนง่าย เด็กๆ ก็ทำได้
เตรียมแจกันดอกไม้ และเสื้อสเวตเตอร์สีขาวครีมที่ไม่ใช้แล้วให้พร้อม
จากนั้นทาบแจกันดอกไม้ตามแนวแขนเสื้อสเวตเตอร์ ตัดแขนเสื้อสเวตเตอร์ให้ยาวกว่าแจกันดอกไม้ประมาณ 6 นิ้ว เพื่อเผื่อพื้นที่ไว้ให้เสื้อสเวตเตอร์หด มาถึงขั้นตอนสุดท้ายและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด สอดแจกันดอกไม้เข้าไปในแขนเสื้อสเวตเตอร์
เท่านี้คุณก็จะได้แจกันดอกไม้ลายเสื้อสเวตเตอร์เอาไว้ตกแต่งโต๊ะอาหาร หรือตามชั้นหนังสือของคุณแล้ว ถ้าใครอยากเพิ่มความสวยงาม โดยการติดกระดุมสีดำสัก 2-3 เม็ดเพิ่มลงไปบนเสื้อก็สวยไปอีกแบบ
7. สันหนังสือลายเกล็ดหิมะ
DIY ชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของตกแต่งคริสต์มาสเพียงอย่างเดียว ด้วยลวดลายมินิมอลแต่เรียบหรู ดูโมเดิร์นนี้ คุณสามารถใช้เป็นของตกแต่งทั่วไปในห้องของคุณ เพื่อสร้างธีมโมเดิร์นหรือมินิมอล ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ได้อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว หรือในที่นี้จะเรียกว่า “DIY ครั้งเดียวใช้ได้ตลอดทั้งปี” เลยก็ว่าได้ มาดูขั้นตอนกันเลยค่ะ
ห่อปกหนังสือด้วยกระดาษสีขาว หรือสีไข่ไก่ ตามที่ชอบ หรือใครอยากแหวกแนว ใช้สีดำก็เก๋ไปอีกแบบ นำสติกเกอร์ลายเกล็ดหิมะ สีเงิน สีขาว หรือสีทอง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียน มาติดที่สันหนังสือ จัดวางหนังสือที่ชั้นหนังสือ หรือ บนถาดตกแต่ง โดยเอาสันหนังสือออก เพื่อโชว์เกล็ดหิมะของเรา
แล้วนี่ก็เป็น DIY ตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้นที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แถมยังสวยงามบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
8. สโนว์แมนจากลูกฟักทอง (Pumpkin Snowman)
ที่มา : https://www.countryliving.com
ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าฟักทองเป็นของตกแต่งที่ขาดไม่ได้เลยในวันฮาโลวีน แต่มีน้อยคนที่จะเก็บเจ้าลูกฟักทองนี้ยาวไปจนถึงสิ้นปี เราสามารถนำลูกฟักทองมา DIY โดยการเพ้นท์สีขาว วาด และตกแต่งให้กลายเป็นตัวสโนว์แมนได้ เพราะฉะนั้นหลังจากฮาโลวีนแล้วก็อย่าเผลอได้ทิ้งลูกฟักทอง อย่างน้อยเก็บเอาไว้สัก 2-3 ลูกก็ยังดีนะคะ
เตรียมลูกฟักทอง 3 ลูก ที่มีขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อเวลานำมาต่อกันจะทำให้ดูมีมิติ สมจริงมากขึ้น เพ้นท์ลูกฟักทองด้วยสเปร์ยสีขาว หรือสีน้ำสีขาว รอจนกว่าจะแห้ง นำฟักทองทั้ง 3 ลูกมาต่อกันเป็นชั้นๆ โดยให้ลูกที่ใหญ่ที่สุดเป็นฐาน และใช้ลูกที่เล็กที่สุดเป็นหัวของสโนว์แมน หลังจากที่สีขาวแห้ง ให้ใช้สีน้ำสีดำวาดลูกตากับปาก และใช้สีส้มวาดจมูกของสโนว์แมน จากนั้นวาดกระดุม 2-3 เม็ดที่ลูกฟักทองตรงกลาง นำผ้าพันคอ และหมวกซานตาคลอส สีใดก็ได้ มาตกแต่งเพื่อเพิ่มความน่ารักให้กับสโนว์แมนของเรา
นอกจากของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้จะทำง่าย ราคาประหยัดแล้ว เราสามารถว่างมันไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอกบ้าน แต่ถ้าคุณเลือกที่จะวางไว้นอกบ้าน ควรวางไว้ในที่ที่ฝนสาดไม่ถึง เพราะฝนอาจจะทำให้สโนว์แมนของคุณขึ้นราได้
9. กองหนังสือต้นคริสต์มาส (Christmas Tree made from Books)
ที่มา: http://weddbook.com
ใครบอกว่าต้นคริสต์มาสต้องเป็นต้นไม้จริงๆ เราสามารถนำหนังสือที่เรามีอยู่แล้วมาเรียงต่อกันเป็นแนวฟันปลาให้เป็นต้นคริสต์มาสได้ด้วย DIY ชิ้นนี้นอกจากจะทำได้ง่ายๆ โดยการใช้ของที่หาได้ง่ายในบ้านแล้ว ยังเป็นของตกแต่งคริสต์มาสที่มีเอกลักษณ์ รับรองว่ามันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาของคุณกับแขกของคุณอย่างแน่นอน
ให้นำหนังสือที่คุณมีทั้งหมดมาวางซ้อนกันให้เป็นฟันปลา จำนวนหนังสือควรจะน้อยลงในทุกๆ ชั้นเพื่อที่จะทำให้ออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของต้นคริสต์มาสนั่นเอง จากนั้นให้นำสายไฟประดับ LED สีใดก็ได้ มาพันรอบชั้นหนังสือรูปทรงต้นคริสต์มาสนี้ เพื่อเพิ่มแสงวิบวับและความสวยงาม ในยามค่ำคืนให้กับ DIY ชิ้นนี้ นำดาว หรือ ของตกแต่งอะไรก็ได้ตามที่คุณชอบ มาวางไว้บนสุดของชั้นหนังสือ ซึ่งจะทำให้ชั้นหนังสือชั้นนี้มีความเหมือนต้นคริสต์มาสมากขึ้นไปอีก
10. กลิตเตอร์เทียนหอม (Christmassy Glittery Candle)
ที่มา: https://www.twosisterscrafting.com
เชื่อว่าเทียนหอมเป็นอีกหนึ่งไอเทมประจำบ้านที่ใครหลายๆ คนขาดไม่ได้ เพราะประโยชน์ของเทียมหอมนั้นไม่ได้มีแค่กลิ่นที่หอม แต่ยังช่วยให้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเราจึงขอเสนอวิธีการ DIY เทียนหอมให้กลายเป็นของตกแต่งคริสต์มาสอีกชิ้น ที่นอกจากจะทั้งช่วยเพิ่มบรรยากาศคริสต์มาสให้กับบ้านของคุณแล้ว กลิ่นที่หอมหวานของมันยังช่วยให้คุณจดจำเทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ได้ไปอีกนานเลยทีเดียว แล้วเชื่อหรือไม่ว่าของตกแต่งคริสต์มาสชิ้นนี้ทำง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
ใช้กาวเดคูพาจ ทาบางๆ ที่เทียนหอมในส่วนที่ต้องการตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ โรยกลิตเตอร์สีแดง หรือสีที่ชอบตามใจชอบให้ทั่วไม่ให้เหลือที่ว่าง เพื่อความสวยงาม
เพียง 2 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านี้ คุณก็จะได้ของตกแต่งคริสต์มาสเทียนหอมไว้ประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ ในบ้าน ทั้งโต๊ะกินข้าว โต๊ะที่หัวนอน ชั้นวางหนังสือ หรือจะวางไว้ตามขั้นบันไดก็เก๋ไปอีกแบบ
สรุปท้ายบทความ
การ DIY ( Do it yourself) ของในบ้านของคุณให้กลายเป็นของตกแต่งคริสต์มาสนั้นมีประโยชน์มากกว่าการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างแน่นอน เพราะการทำ DIY นั้นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณสามารถทำร่วมกับคนในครอบครัวได้หลายคน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเวลาคริสต์มาสซึ่งเป็นเทศกาลที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างมาเจอกันอีกครั้งในรอบปีแล้วนั้น กิจกรรม DIY ก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะสานความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ดีเลยทีเดียว
เป็นยังไงกันบ้างคะ บทความนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้บ้างไหมคะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังไม่มีเวลา หรือไม่มั่นใจสกิลประดิษฐ์ประดอยของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากจะฟุ่มเฟือยกับของตกแต่งคริสต์มาส ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ เข้ามาแวะชมของตกแต่งบ้านที่เว็บ Kaidee ก่อนได้นะคะ เรามีของตกแต่งบ้านให้เลือกซื้อมากมาย ในราคาที่ไม่แพง ได้ประหยัดสตางค์ แถมมีบ้านสวยๆ ไว้โชว์ลูกๆ หลานๆ ในวันคริสต์มาสที่จะถึงอย่างแน่นอน อย่ารอช้านะคะ เข้ามาชมเว็บไซต์เราได้เลยค่ะ
Dec 22, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
เทศกาลคริสต์มาส ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการมอบของขวัญและสัญลักษณ์ของความเหน็บหนาว ดังนั้นการแต่งบ้านช่วงวันคริสต์มาสนี้เองที่จะเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านของเราได้ แต่ถ้าหน้าหนาวนี้ใครที่ไม่รู้จะแต่งบ้านอย่างไร เรามีไอเดียการแต่งบ้านต้อนรับช่วงคริสต์มาสมาฝากกัน
เกร็ดความรู้เทศกาลคริสต์มาส
เทศกาลคริสต์มาส คืออะไร ?
เทศกาลคริสต์มาสคงเป็นเทศกาลที่หลาย ๆ คนเฉลิมฉลอง แต่คงมีน้อยคนที่รู้ว่าวันที่ 25 ธันวาคม ที่เป็นวันคริสต์มาสคือวันประสูติของพระเยซูเจ้า ซึ่งถือเป็นบุตรของพระเจ้าและศาสดาของศาสนาคริสต์ ที่พระเจ้าได้ส่งลงมาเพื่อช่วยเหลือโลกมนุษย์ ทำให้ในวันคริสต์มาสนี้ก็เปรียบเสมือนวันแห่งความรักที่พระเจ้าได้มีต่อมนุษย์นั่นเอง
สำหรับความหมายของคำว่า คริสต์มาส (Christmas) นั้น มีที่มาจากคำว่า Christes Maesse ซึ่งมีความหมายว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพิธีมิสซา ก็เป็นประเพณีที่สำคัญที่ชาวคริสต์ปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส และนอกจากนี้คำว่า ‘มาส’ ยังแปลว่า เดือน ในภาษาไทยอีกด้วย
ประเพณีการให้ของขวัญในวันคริสต์มาส
การให้ของขวัญ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของเทศกาลคริสต์มาสที่มีมาอย่างยาวนาน โดยประเพณีนี้มีจุดเริ่มต้นในเมือง Saturnalia ที่มักจะให้ผลไม้ ขนมหรือทองคำเป็นของขวัญ และถูกแพร่กระจายไปยังชาวคริสต์จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งในทวีปยุโรปนั้นเด็ก ๆ มักจะมีความเชื่อว่า พระกุมารเยซู เป็นผู้ที่มอบของขวัญวันคริสต์มาส ในขณะที่เด็กชาวสหรัฐอเมริกาเชื่อว่ามาจาก ซานตาคลอส ชายแก่สวมชุดสีแดงที่เราคุ้นเคยนั่นเอง
ซานตาคลอสผู้มอบของขวัญใน เทศกาลคริสต์มาส
ซานตาคลอส สัญลักษณ์สำคัญของคริสต์มาส เป็นชายแก่รูปร่างท้วม ไว้หนวดเครา สวมชุดสีแดงที่ขี่รถลากเลื่อนพร้อมกวางเรนเดียร์และของขวัญถุงโตไปยังบ้านของเด็ก ๆ ในคืนวันคริสต์มาส แท้จริงแล้วบุคคลท่านนี้คือบาทหลวงในประเทศตุรกีที่มีชื่อว่า นักบุญนิโคลัส ที่มีความใจดีกับเด็ก ๆ ซึ่งถูกรู้จักกันในชื่อ ซินเตอร์คลาส และเพี้ยนเป็น ซานตาคลอส
ในช่วงแรก ภาพซานตาคลอส ถูกวาดออกมาเป็นชายสูงผอม สวมชุดสีเขียวหรือน้ำตาลสลับแดง แต่ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นซานตาคลอสที่คุ้นเคยในช่วงหลัง ซึ่งความคิดที่ว่าซานตาคลอสเข้ามาให้ของขวัญเด็ก ๆ ทางปล่องไฟมีจุดเริ่มต้นจากบทประพันธ์ในอดีตที่มีชื่อว่า “เมื่อนักบุญนิโคลัสมาเยี่ยมเยือน” ในปี ค.ศ. 1822
ทำไมต้องแต่งบ้านใน เทศกาลคริสต์มาส ?
การตกแต่งบ้านในช่วงคริสต์มาสถือเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนจะตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม แต่หารู้ไหมว่าในการตกแต่งเหล่านี้มีความหมายและที่มาอย่างแตกต่างกัน ดังนี้
การห้อยถุงเท้ายาวหน้าเตาผิง เด็ก ๆ ชาวคริสต์เชื่อว่า การนำถุงเท้ายาวสีขาวมาห้อยไว้ที่หน้าเตาผิงจะช่วยให้ซานตาคลอสนำของขวัญมาใส่ไว้ในถุงเท้าเหล่านี้ โดยที่มาของความเชื่อนี้มาจากการที่นักบุญนิโคลัสนำเหรียญทองมาให้หญิงสาวยากจน 3 คน แต่เหรียญทองเหล่านั้นหล่นไปในถุงเท้าเสียแทนการแขวนพวงมาลัยหน้าประตูบ้าน จากเหตุผลที่ว่าในฤดูหนาวช่วงเวลากลางคืนจะมีความยาวนานกว่ากลางวัน หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ “เหมายัน” ทำให้ชาวเคลท (Celtic) เชื่อว่าการนำใบฮอลลี่มาแขวนที่ประตูหน้าบ้านจะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายนั่นเองการตกแต่งต้นคริสต์มาส ถ้าพูดถึงคริสต์มาสต้นคริสต์มาสก็คงจะเป็นอันดับแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงซึ่งการตกแต่งต้นคริสต์มาสก็มีที่มาจากความเชื่อที่ว่าต้นคริสต์มาสเป็นต้นไม้แห่งชีวิตและการตกแต่งต้นไม้ด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ ก็มีความหมายต่างกันไม่ว่าจะเป็น ลูกบอลสีแดงที่เคยเป็นต้นแอปเปิล ผลไม้แห่งสวนเอเดน ดาว สัญลักษณ์ของการประสูติของพระเยซูบนโลกมนุษย์ ระฆังหรือกระดิ่ง สัญลักษณ์ถึงผู้ที่ล่วงลับและการจากลาของปีศาจ และ ลูกกวาดรูปไม้เท้า สัญลักษณ์ของพระเยซูจากตัว J และสีแดงขาวจากโลหิตและความบริสุทธิ์
รวมไอเดียแต่งบ้านรับ เทศกาลคริสต์มาส
ห้องนั่งเล่น
ด้วยจุดประสงค์หลักของห้องนี้คือการพักผ่อนร่วมกัน ดังนั้นการวางต้นคริสต์มาสเล็ก ๆ ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟและลูกบอลต่าง ๆ นานา พร้อมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ด้านล่าง เพื่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในบ้านให้อบอุ่นยิ่งขึ้น หรือจะพันราวบันไดและระเบียงด้วยต้นไม้และไฟหลากสีก็ได้
ขอบคุณรูปจาก @Racool_studio
ขอบคุณรูปจาก @awesomecontent
ขอบคุณรูปจาก @alexandercho
ห้องนอน
ห้องนอนซึ่งเป็นห้องแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ และการใส่ไฟสีเหลืองแสนอบอุ่นพร้อมกับชุดเครื่องนอนสีแดง หรือเขียว สีแห่งคริสต์มาส ก็สามารถช่วยให้ห้องนอนของคุณดูน่ารักอบอุ่นเหมือนยกทวีปยุโรปมาไว้เลยทีเดียว
ห้องอาหาร
กิจกรรมสำคัญของวันคริสต์มาสก็คงจะหนีไม่พ้นการรับประทานอาหารร่วมกันและการปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ หรือสมาชิกภายในครอบครัว ดังนั้นเราอาจวางเทียนไขและของตกแต่งอื่น ๆ บนโต๊ะที่มีผ้าปูสีแดงหรือสีทอง รวมถึงการผูกโบสีแดงสวย ๆ ไว้ที่เก้าอี้สีขาวเพื่อเพิ่มความหรูหราอบอุ่นให้กับงานปาร์ตี้ของเรา
ขอบคุณรูปจาก LUX Interior Design
สวน
ท่ามกลางความมืดมิดในคืนคริสต์มาส การตกแต่งสวนในพื้นที่บ้านให้มีความสว่างสวยงามเพิ่มความมีชีวิตชีวาก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ เพียงแค่แขวนของตกแต่งสีสันสวยงามพร้อมไฟสีเหลืองเพิ่มความอบอุ่นเพียงแค่นี้ก็จะสามารถทำให้งานปาร์ตี้ที่สวนของคุณเจ๋งขึ้นได้แล้ว
สรุปท้ายบทความ
ถึงประเทศไทยจะอากาศร้อน การตกแต่งบ้านในวันคริสต์มาสก็ไม่ใช่ปัญหาเพียงแค่เรามีความคิดสร้างสรรค์และลงมือแต่งบ้านอย่างสนุกสนานก็สามารถทำให้บ้านของคุณสวยงามขึ้นได้ และนี่คือไอเดียการตกแต่งบ้านรับคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอยากตกแต่งบ้านของคุณมากขึ้น และสำหรับใครที่ไม่มีงบในการซื้อของเล่าก็สามารถทำเองได้ง่ายด้วยขอบรอบตัวจาก 10 DIY Ideas ตกแต่งคริสต์มาสง่าย ๆ ให้อินกับคริสต์มาสขึ้นไปอีก ! ส่วนใครที่กำลังหาบ้านสวย ๆ เพิ่มความอบอุ่นให้ตนเองที่ Kaidee Property ก็มีบ้านให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน
Nov 24, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลังเหตุการณ์โควิด-19 คนอยู่บ้านมากขึ้น มีกิจกรรมภายในบ้านของตัวเองมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเลยคือ “การแต่งห้องนอน” ของตัวเอง และในตอนที่ทุกคนจัดห้องอยู่นั้นคงจะต้องมีกันบ้างที่จะฟังเพลงไปด้วย เพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป วันนี้เราจะพามาดูกันกับลำโพงเสียงดีแถมดีไซน์เก๋ๆเหมาะกับการวางตั้งไว้ตกแต่งบ้าน
1. Harman/Kardon HK Aura Studio 3
Credit : Munkonggadget
เชื่อได้เลยว่าเป็นลำโพงที่มีดีไซน์สวยติดอันดับในใจใครหลายๆคน ด้วยรูปทรงโดมสีใสพร้อมกับไฟ Ambient Light ที่มีความเรียบหรู เข้าได้ง่ายกับทุกๆห้อง เพียงเอาไปตั้งไว้ก็เปลี่ยนห้องที่ธรรมดาให้ไม่ธรรมดาขึ้นมาได้ ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้เลยคือการกระจายของเสียงที่มีความกว้างได้ 360 องศารอบห้องและให้เสียงเบสที่นุ่มละมุน โดยการยิงเบสลงข้างล่างแทน จากที่รุ่นก่อนๆมีการยิงเบสขึ้นด้านบน
การใช้งานเบื้องต้น
ด้วยความที่ Harman/Kardon นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวจึงต้องเสียบปลั๊กเพื่อใช้งาน โดยการเชื่อมต่อเพื่อฟังเพลงของ Harman/Kardon นั้นทำได้อยู่สองวิธีคือ ผ่านระบบ Bluetooth 4.2 และการเสียบสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ที่สามารถควบคุมผ่าน Smart Phone และ ปุ่มกดข้างลำโพงที่ใช้งานได้ง่าย
ราคาของ Harman/Kardon อยู่ที่ : 11,900 บาท
2. JBL Pulse 4
Credit : Munkonggadget
เป็นหนึ่งในลำโพงพกพาที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก ที่นอกจากแค่พกพาแล้วยังสามารถนำมาวางไว้ในห้องเก๋ๆก็ได้ ด้วยลูกเล่นที่โดดเด่นอย่าง JBL Lightshow เป็นไฟ RGB LED ที่ติดตั้งไว้รอบลำโพง ที่สามารถเปลี่ยนตาจังหวะของดนตรีและเพลงที่เปิดได้อีกด้วย นอกจากความสวยงามของลำโพงแล้ว ยังให้เสียงเบสที่ดุดัน แน่น เสียงร้องมีความใสลื่นหูเป็นอย่างมาก จึงทำให้ JBL Pules 4 นั้นน่าจับตามอง
การใช้งานเบื้องต้น
JBL Pulse 4 นั้นมีแบตเตอรี่ในตัวที่สามาราชาร์จเอาไว้ด้วยสาย USB Type C และอยู่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง โดยเชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth 4.2 ได้อย่างดียวเท่านั้น ซึ่งอีกนึ่งความน่าสนใจคือลำโพงตัวนี้สามารถกันน้ำได้ระดับ IPX7 แต่เป็นการกันน้ำที่กระเด็นและอุบัติเหตุทางน้ำได้เล็กน้อยเท่านั้น
ราคาของ JBL Pulse 4 อยู่ที่ : 8,990 บาท
3. Marshall Action II
Credit : Munkonggadget
ใครที่เล่นดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต้องคุ้นเคยกับยี่ห้อ Marshall อย่างแน่นอน แบรนด์ยอดฮิตสำหรับมือกีต้าร์ที่ให้เสียงที่ตรงและดี โดยที่รุ่นนี้คงไว้ให้กับรูปทรงคลาสสิคของ Marshall คงเอาไว้ทุกๆอย่าง ด้วยดีไซน์แบบเรียบง่ายมินิมอล ทำให้เวลาไปตั้งไว้ในห้อง จะช่วยส่งเสริมให้ห้องมีบรรยากาศที่ดีและลงตัวมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดเลยของลำโพงตัวนี้คือการปรับแต่ง Equalizer (ค่าความถี่ของคลื่นเสียง) ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ฟังผ่านแอปฯ Marshall Bluetooth ได้อีกด้วย
การใช้งานเบื้องต้น
Marshall Action II นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ด้วย Bluetooth 5.0 ที่สามารถอยู่ห่างได้ถึง 10 เมตร และอีกวิธีเลยคือผ่านการต่อสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ซึ่งความดีงามของรุ่นนี้เลยคือหากเชื่อมต่อกับมือถือระบบ iOS การปรับเสียงของลำโพงจะเชื่อมต่อกับการปรับเสียงของมือถือทันที และยังสามารถเชื่อมต่อมือถือได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (ใช้ได้ทีละอุปกรณ์เท่านั้น) รวมไปถึงหากมีลำโพง Marshall Action II อยู่แล้วอีกตัว ยังทำให้ลำโพงทั้งสองจับคู่กันและเปิดเพลงไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย
ราคาของ Marshall Action II อยู่ที่ : 11,990 บาท
4. Bose Home Speaker 300
Credit : Munkonggadget
ลำโพงตั้งโต๊ะขนาดเล็กที่คุณภาพไม่ได้เล็กตามตัว ด้วยความเล็กจึงทำให้วางไว้มุมไหนของห้องก็ดูไม่เกะกะ อีกทั้งยังสามารถกระจายเสียงได้ทั่วห้องแบบ 360 องศาอีกด้วย ส่วนเรื่องของเสียงคงไม่ต้องพูดถึงกันมาก ด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bose ที่จะให้เสียงที่นุ่มไม่บาดหู และส่งให้เสียงของนักร้องนั้นดูหวานขึ้น เหมาะมากกับการเปิดเพลงสบายๆ สไตล์ Bossanova อ่านหนังสือชิลๆไปด้วยอย่างมาก
การใช้งานเบื้องต้น
ด้วยความที่เป็นรุ่น Home ทำให้รุ่นนี้นั้นไม่มีแบตเตอรี่ในตัวต้องเสียบปลั๊กเพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ โดยลำโพงตัวนี้สามารถเชื่อต่อได้หลากหลายวิธีเอามากๆ ทั้งระบบ Bluetooth และเชื่อมต่อผ่าน WiFi รวมไปถึงยังเชื่อมต่อด้วยสาย AUX ขนาด 3.5 mm. ได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟังก์ชันโดดเด่นเลยคือการใช้งานร่วมกับแอปฯ Bose Music App ที่จะตั้ง Preset Playlist ได้ตามใน spotify ของเราได้อีกด้วย
ราคาของ Bose Home Speaker 300 อยู่ที่ : 10,900 บาท
5. Beats Pill+
Credit : Beats
หลังจากที่ Beats ย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของทางฝั่ง Apple แล้วก็ได้ออกลำโพงอย่าง Beats Pill+ ที่น้ำหนักเบาและมีขนาดที่เล็กที่เหมาะทั้งตั้งไว้บนโต๊ะและพกพาออกไปข้างนอกได้ และด้วยเสียงที่เน้นเบสตามฉบับของ Beats ที่เรียกได้ว่าเป็นลำโพงที่ดีเป็นอันดับต้นๆหากเทียบกันกับแบรนด์อื่นๆในขนาดเดียวกัน ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูสะอาดตา ชวนให้ Beats Pill+ มีเสน่ห์ชวนหลงไหล
การใช้งานเบื้องต้น
Beats Pill+ นั้นเชื่อมต่อได้ง่ายๆด้วยระบบ Bluetooth และต่อผ่านสาย AUX ขนาด 3.5 mm. แล้วด้วยความที่ Beats ถูกย้ายไปยัง Apple ทำให้มีสิทธิ์พิเศษเล็กน้อยสำหรับคนที่ใช้บริการ Apple Music จะสามารถสตรีมมิ่งที่มี Bitrate อยู่ที่ 256kbps จึงทำให้มีคุณภาพของเสียงที่กว่าการฟังเพลงผ่านระบบอื่นๆอีกด้วย
ราคาของ Beats Pill+ อยู่ที่ : 8,900 บาท
สวยจริงอะไรจริง งามล้น งามปะล้ำปะเหลือจริงๆ กับ 5 ลำโพงเสียงดีที่เหมาะเป็นอย่างมากกับการเอาไปตั้งสวยๆไว้กลางห้อง แถมได้ฟังเพลงเพราะๆเปิดคลอเบาๆในวันสบายๆ ใครกำลังมองหาลำโพงดีๆสักตัว ลองเข้ามาดูที่ Kaidee สิ มีลำโพงหลากหลายแบบมากมายให้เลือก และเข้ากับทุกสไตล์ของบ้านอย่างแน่นอน