May 13, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
“ข้อแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร เพราะเราบอกตำหนิของสินค้าไว้ให้หมดแล้ว”
หนึ่งในสิ่งที่แตกต่างจากร้านฟิกเกอร์อื่นๆ แถมยังเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของร้าน Masaru Japan Store คือความเป็นร้านฟิกเกอร์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด แก้จุดที่เป็น pain point ของร้านขายฟิกเกอร์หลายแห่งได้เป็นอย่างดี
แม้ Masaru Japan Store จะได้ชื่อว่าเป็นร้านขายของมือสอง ที่ประกอบไปด้วยของชิ้นเล็กชิ้นน้อยตั้งแต่ของใช้ในบ้าน สู่ฟิกเกอร์มากมายสุดอลังการ แต่โดยส่วนใหญ่ของที่ขายอย่างฟิกเกอร์กลับเป็นมือหนึ่งถึง 80%
หลายคนคงเริ่มมีคำถามในใจแล้ว ว่าเอ๊ะ เป็นมือหนึ่งแต่คุมราคาได้ดีขนาดนี้ มีสาเหตุอะไรเบื้องหลังที่น่าเป็นห่วง อย่างการรับงานจีนงานไม่แท้หรือเปล่า
บอกเลยค่ะ ว่าที่ร้านนี้ ไม่มีคำว่า งานแท้เกรด A หรืองานจีนแน่นอน เพราะทางคุณแจ็กได้บอกกับทางเราเองเลยว่า เขามีดีลที่น่าเชื่อถืออยู่ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาฟิกเกอร์ของร้านนี้ ไม่พุ่งสูงลิบลิ่วจนน่ากลัวอย่างที่หลายคนมักเอฟกันในตลาดออนไลน์ต่าง ๆ
จุดเริ่มต้นของร้าน Masaru Japan Store
ส่วนแนวคิดจุดเริ่มต้นของร้านจะเกิดจากอะไร ทำไมคุณแจ็ก อนันต์ ตระกูลดี ถึงได้เลือกเส้นทางร้านฟิกเกอร์เช่นนี้ เราไปดูที่วิดีโอด้านล่างนี้กันเลยค่ะ!
https://youtu.be/6ANAO90rbvo
ทำไมอนิเมะกับฟิกเกอร์ถึงกลับมาเป็นกระแส ?
มาถึงตรงนี้แล้วใครหลายคนคงเริ่มสงสัยแล้วสินะคะ ว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโควิด-19 แบบนี้ทำไมตลาดฟิกเกอร์กลับขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เรียกได้ว่าเข้าสู่จุดพีคมากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาเสียอีก
เราคงต้องเริ่มเท้าความไปก่อนถึงเรื่องของกระแสของอนิเมญี่ปุ่นที่กลับมาอีกครั้งในช่วง Work From Home เมื่อปีที่ผ่านมา คิดว่าหลายคนคงจะรู้จักเรื่อง “Kimestsu no Yaiba” หรือ “Demon Slayer” ที่มีชื่อในไทยว่า “ดาบพิฆาตอสูร” สุดโด่งดัง เรียกว่าทั้งรายได้จากอนิเมะกับรายได้เดอะมูฟวี่ ที่เข้าโรงในประเทศไทยนานกว่า 3 เดือน ทุบสถิติหนังญี่ปุ่นที่ทำรายได้ในไทยทะลุ 120 ล้านบาท
Cr. https://www.zerochan.net/2939156
จัดว่าเป็นหนึ่งในตัวจุดกระแสอนิเมะญี่ปุ่นกลับมาบูมอีกครั้งในประเทศไทย ทั้งนี้ยังมีเรื่องต่าง ๆ อย่าง Haikyuu คู่ตบฟ้าประทาน ที่ตัวมังงะเพิ่งจบไปในช่วงปปี 2020 พร้อมกับอนิเมะซีซัน ที่เรียกว่าเข้ามาเสริมกระแสอนิเมะให้ดังไปกว่าเดิม
ไหนจะอนิเมะเรื่องดังที่เข้าสู่ซีซันสุดท้ายอย่าง Attack on Titan ผ่าพิภพไททัน ที่เรียกว่าเดินไปถามวัยรุ่นหลายคน คงร้องคำว่า sasageyo ออกมากันได้หมด! ทั้งหมดนี้ต่างทะยอยพากันควงแขนเข้า Netflix จนคนที่ WFH หันมาดูกันจนมีเรื่องขึ้นเทรด์และกรุ๊ปให้เห็นละลานตาไปหมด
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสำหรับการกลับมาบูมของอนิเมะและกระแสการเอฟสินค้าอย่างฟิกเกอร์ จนเรียกได้ว่าราคาขายต่อนำราคาพรีออกเดอร์ไปถึง 2-3 เท่า กลายเป็นว่าคนรีบชิงพรีออเดอร์ก่อนสินค้าจะออกมาวางขายเสียอีก เพราะมีคนกล่าวว่า พอวางขายปุ๊ป ก็ Sold Out แทบจะทันที
สินค้าขายดีของร้าน Masaru Japan Store
เช่นเดียวกันกับที่ร้าน Masaru Japan Store นี้ที่ตัวโนนองเองก็สงสัย ว่าฟิกเกอร์ ตัวไหนกันที่เด่นดังเป็นตัวท็อปฮิตของร้าน
Cr. https://www.favorgk.com/products/1-6-scale-levi-ackerman-attack-on-titan-resin-statue-lc-studios-pre-order
Cr.https://th.aliexpress.com/item/4001133215057.html
ทางคุณแจ็กก็ได้ตอบมาเลยว่า “เรื่องไททันกับเรื่องไฮคิว” ลงที่ร้านกี่ครั้งก็ไม่เคยเหลือ!!!! โนนองเองก็เพิ่งถึงบางอ้อ เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่ร้านก็ไม่เห็นฟิกเกอร์ทั้งสองเรื่องเลย!!!
อื้อหือ ยอดฮิตจนอดอยากเห็นฟิกเกอร์เหล่านี้เลยล่ะค่ะ แต่น่าเสียดายโนนองไม่มีแต้มบุญ เพราะมาก่อนที่คุณแจ็กจะนำสินค้าที่เพิ่งสั่งล็อตใหม่จากญี่ปุ่นเข้าร้าน พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว คงเห็นความฮิตสุดปังของกระแสฟิกเกอร์แล้วใช่ไหมล่ะคะ ลงปุ๊ปหมดปั๊ปได้ขนาดนี้
จุดเด่นที่บอกเลยว่าต้องมาซื้อฟิกเกอร์ที่นี่
ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีเรื่องจุดเด่นของร้าน Masaru Japan Store คือนอกจากฟิกเกอร์จะเยอะมาก ๆๆๆๆๆๆ แล้ว การเช็กสินค้าก็ทำได้ด้วย หากเป็นสินค้ามือหนึ่งก็สามารถเปิดเช็ก ภายหลังการจ่ายเงินได้เลย ส่วนสินค้ามือสองก็ขอเปิดเช็กก่อนจ่ายเงินได้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงตำหนิที่แปะไว้หน้ากล่อง
เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่หาได้ยากสำหรับร้านฟิกเกอร์ในประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่แล้วการซื้อฟิกเกอร์มักไม่มีการให้เช็กสินค้าก่อนหรือหลังซื้อ ยิ่งเป็นของมือสองแล้วจะหาใครมาบอกจุดด้อยหรือตำหนิของฟิกเกอร์ก็เรียกว่าหาได้ยากมาก ๆ
สรุปท้ายบทความ
ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในร้านฟิกเกอร์ยอดฮิตร้านหนึ่งของประเทศไทย ทั้งใส่ใจลูกค้าและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกับยกร้านขายที่ประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในประเทศไทย เรียกว่าเป็นการใส่ใจลูกค้าแบบ Omotenashi ที่เรียกว่าบริการทุกระดับประทับใจของญี่ปุ่นเลยล่ะ!
ใครจะหาร้านซื้อฟิกเกอร์ก็อย่าลืมมาหาได้ที่ Masaru Japan Store
เวลาทำการ :
เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.30 – 20.00 น.
การเดินทาง :
ลง BTS พระโขนงมาเข้าซอยสุขุมวิท 69 มาเพียง 500 เมตรก็จะเจอกับร้าน Masaru!
ทั้งนี้ทางร้านก็มีหน้าเว็บไซต์ให้ไปดูฟิกเกอร์และสั่งออนไลน์ได้อีกด้วยที่
https://www.masarustore.com/
สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางทำกำไรและการขายฟิกเกอร์ของสะสมเพื่อเอาเงินไปถอยตัวใหม่ล่ะก็ พลาดไม่ได้แล้วที่ Kaidee ที่เต็มไปด้วยแหล่งขาย-ของมือสองมากมาย ที่มีผู้ซื้อผู้ขายเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย จะรอช้าทำไม เข้ามาขายเลย! (แต่ถ้าอยากซื้อฟิกเกอร์อื่น ๆ เราก็มีนะ จิ้มปุ่มด้านล่างเลยสิ)
May 13, 2021 | บทความอสังหาฯ
เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า Back to Basic วันนี้ Kaidee จะพาคุณมาย้อนยุค ดูแบบบ้านทรงไทยประยุกต์ที่ผสมผสานความไทยและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แบบที่ว่าไม่ Basic จนเกินไปและยังซ่อนความเก๋ มีสไตล์ไว้ด้วย
บ้านทรงไทย
แบบบ้านทรงไทยประยุกต์คือ ?
บ้านทรงไทยประยุกต์คือแบบบ้านที่ถูกพัฒนามาจากแปลนบ้านเรือนไทยในสมัยก่อน ซึ่งแบบบ้านจะต่างออกไปในแต่ละภาคคือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยจะปรับเปลี่ยนตามสภาพภูมิอากาศของแต่ละภาคและการใช้สอยพื้นที่ในชีวิตประจำวันนั่นเอง
การประยุกต์แบบบ้านนั้นจะมี 2 อย่างหลัก ๆ คือ การประยุกต์โดยเน้นพื้นที่ใช้สอย และการประยุกต์โดยเน้นรูปแบบ
การประยุกต์โดยการเน้นพื้นที่ใช้สอย จะเป็นการเอาลักษณะของแบบแปลนสมัยก่อนมาปรับใช้ ยกตัวอย่าง เช่น การใช้ชานหรือระเบียงเป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างสองอาคาร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ข้อดีของการประยุกต์แบบนี้คือทำให้บ้านมีพื้นที่ที่แสงส่องถึงมากขึ้น รวมถึงอากาศจะถ่ายเทสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ถือว่าเป็นการลดใช้ไฟฟ้าและประหยัดไปได้ในตัว
ตัวอย่างของฝาปะทนในบ้านทรงไทยประยุกต์
ส่วนการประยุกต์ที่เน้นรูปแบบ จะเป็นในเชิงของการเอาแพทเทิร์นของบ้านเรือนไทยมาใส่ไว้ในบ้าน เช่น การเอาหลังคาทรงสูง ชายหลังคายาวที่มีส่วนช่วยในการระบายน้ำฝนมาปรับใช้ รวมทั้งการตกแต่งภายในที่สามารถเอา ‘ฝาปะทน’ ซึ่งเป็นลายผนังในสมัยโบราณมาตกแต่งเพื่อให้กลิ่นอายของความเป็นไทย
โดยรวมแล้ว หากใส่ใจในรายละเอียดและตกแต่งให้เข้ากันนั้น บ้านทรงไทยประยุกต์จะดูไม่เก่าหรือเชย แต่จะกลายเป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ในตัวสูงเป็นอย่างมาก
4 เอกลักษณ์บ้านทรงไทยประยุกต์
เอกลักษณ์ 4 อย่างที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ
1.ใต้ถุนสูง
ใต้ถุนที่สูงของบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นถือว่าเป็นจุดเด่น เพราะการมีใต้ถุนสูงนั้น นอกจากจะทำให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้นแล้ว ยังเอาไว้หลบแดดในตอนกลางวันได้อีกด้วย ทั้งนี้การยกใต้ถุนสูงในบ้านทรงไทยประยุกต์จะทำให้ลมพัดผ่านตัวบ้าน ถือเป็นการระบายอากาศที่ดี แถมตอนฤดูฝน ยังทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านอีกด้วย
2.วัสดุเป็นไม้ผสมปูน
เป็นความแปลกใหม่อีกหนึ่งอย่างของบ้านทรงไทยประยุกต์บางหลังที่จะทำชั้นล่างเป็นปูนเพื่อความแข็งแรงและคงทนของตัวบ้าน ส่วนชั้นที่สองจะทำจากไม้ ถึงจะทำจากคนละวัสดุกันแต่ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ในทางการใช้สอยของตัวบ้านในทุกสภาพอากาศ แถมยังเป็นการลดใช้วัสดุจากไม้ เป็นการรักษาผืนป่าไปในตัว
3.มีชานหรือระเบียงไว้นั่งเล่น
ชานของบ้านทรงไทยประยุกต์
ชานและระเบียงเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของบ้านทรงไทยประยุกต์เพราะนอกจากจะสามารถใช้เป็นที่ต้อนรับแขก ยังสามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ นั่งจิบชาหรือกาแฟยามเช้าได้อีกด้วย หากท่านไหนรักธรรมชาติ หรือชอบปลูกต้นไม้ ก็ยังสามารถนำเอาต้นไม้เล็ก ๆ มาตกแต่งเพื่อเพิ่มความสดชื่นในทุก ๆ วัน
4.หลังคาทรงสูง
หลังคาทรงสูงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ของบ้านทรงไทยประยุกต์ เพราะความเป็นชั้นของหลังคานั้นจะช่วยถ่ายเทน้ำฝน อีกทั้งยังระบายความร้อนจากตัวบ้านได้เร็วกว่าบ้านในยุคปัจจุบัน ทำให้ตัวบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นเย็นสบายกว่าบ้านทั่ว ๆ ไป ส่วนหลังคาที่จะเรียกว่าเป็นทรงสูงนั้น จะต้องเป็นหลังคาที่มีความชันอย่างน้อย 35 องศา
แบบบ้านทรงไทยประยุกต์ในแต่ละภาค
1.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลาง
บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลาง ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com
เมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ จะสังเกตเห็นได้ว่า บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคกลางนั้นมีใต้ถุนสูงกว่าภาคอื่น ๆ เหตุคือ ในสมัยก่อนชาวภาคกลางนิยมปลูกบ้านไว้ริมน้ำ เพราะการโดยสารหลักในสมัยนั้นคือเรือ จึงทำให้การมีบ้านริมน้ำสะดวกต่อการเดินทาง
เมื่ออยู่ริมน้ำจึงต้องสร้างใต้ถุนให้สูงเข้าบ้าน เพื่อที่ว่าในฤดูน้ำหลาก น้ำจะได้ไม่ท่วมบ้าน ทั้งยังช่วยป้องกันผู้อยู่อาศัยจากสัตว์รบกวนต่าง ๆ อีกด้วย ในเรื่องของหลังคาที่สูงนั้นจะทำให้ระบายน้ำตอนฝนตกได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการรั่วซึมของหลังคาและระบายความร้อนของภูมิอากาศแถบภาคกลาง
2.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือ
บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือ ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com
ด้วยความที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ราบสูง และมีภูมิอากาศหนาวเย็นกว่าภาคกลาง จึงทำให้ต้องทำใต้ถุนแบบไม่สูงมากนักเพื่อรับความอบอุ่นจากพื้นดิน รวมทั้งหน้าต่างที่เล็กเพื่อให้ลมหนาวพัดผ่านได้น้อยลง โดยหน้าต่างนั้นจะเป็นแบบบานกระทุ้ง
ส่วนหลังคาของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคเหนือจะไม่สูงชันเท่าภาคกลาง และจะออกแบบแตกต่างกันคือออกแบบเป็นหลังคาทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว และประดับกาแลที่เป็นไม้ไขว้กันเพื่อไม่ให้นกจำพวก แร้ง หรือกามาเกาะ เนื่องจากชาวภาคเหนือมีความเชื่อว่านกจำพวกนี้ถือเป็นลางร้าย
3.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสาน
บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสาน ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com
บ้านทรงไทยประยุกต์ของภาคอีสานจะมีส่วนคล้ายของภาคกลางอยู่บ้างในส่วนของการยกใต้ถุนสูงเพื่อใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ โดยชาวภาคอีสานจะนิยมเอาไว้ใช้เป็นพื้นที่ในการทอผ้า หรือเอาไว้เก็บอุปกรณ์ในการเพาะปลูกและอุปกรณ์เกี่ยวกับอาชีพหัตถกรรม
เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้งกว่าภาคกลาง และฝนตกไม่ชุก จึงทำให้หลังคาไม่จำเป็นต้องมีความชัน อีกนัยหนึ่งคือหลังคาของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคอีสานสามารถทำเป็นทรงจั่วได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทรงสูง ในส่วนของหน้าต่างจะแคบเพื่อป้องกันลมพัดผ่านในฤดูหนาว
4.บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้
บ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้ ขอขอบคุณภาพจาก forfur.com
ด้วยความที่ภาคใต้เป็นภาคที่มีฝนตก ลมแรง และเจอพายุบ่อย ลักษณะของบ้านทรงไทยประยุกต์ภาคใต้จึงถูกสร้างให้เข้ากับภูมิอากาศคือ เสาเรือนจะตั้งอยู่บนฐานคอนกรีต หรืออาจจะเป็นเสาคอนกรีตทั้งเสาก็ได้ ส่วนความสูงของใต้ถุนจะไม่สูงมาก จะเน้นที่ความแข็งแรงของโครงสร้างมากกว่าพื้นที่ใช้สอย
ในส่วนของหลังคาสามารถพบได้แบบตั้งแต่หลังคาทรงปั้นหยา หลังคาทรงมนิลา และหลังคาทรงบรานอร์ที่เกิดมาจากผสมผสานสไตล์ระหว่างหลังคาจั่วกับหลังคาทรงปั้นหยา
ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์
ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์คือสามารถซื้อแบบที่ขึ้นเรือนไว้แล้วได้เลย เหมือนกับซื้อบ้านสำเร็จรูปแล้วจึงนำมาประกอบบนผืนที่ดินของเรา ซึ่งเมื่อประกอบเสร็จก็มุงหลังคาตามแบบที่ชอบได้เลย พร้อมเข้าอยู่
นอกจากนี้การมีบ้านทรงไทยประยุกต์นั้นทำให้เราจะต่อเติมเพิ่มกี่หลังก็ได้ตราบใดที่ที่ดินของเรามีพื้นที่มากพอ เพราะบ้านทรงไทยประยุกต์อาศัยชานบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลางในการเชื่อมกันอยู่แล้วจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการต่อเติมเลย
ข้อเสียของบ้านทรงไทยประยุกต์
ด้วยความที่ข้อดีของบ้านทรงไทยประยุกต์คือการต่อเติมแบบไม่จำกัดจึงทำให้ข้อเสียที่ตามมาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือการที่บ้านจะมีความสัมพันธ์หรือความเข้ากันน้อยลง เพราะการต่อเติมทีหลังทำให้มีโอกาสมากที่บ้านจะออกมาคนละแนวนั่นเอง
นอกจากนี้อาจต้องระวังเรื่องการกินพื้นที่ของบ้านที่ต่อเติมใหม่อีกด้วย ต้องวางแผนและจัดสรรพื้นที่ดินของเราให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นว่าบ้านเต็มพื้นที่ และไม่เหลือที่ไว้ให้เดินเล่นเลย ทั้งนี้อีกเรื่องที่ควรระวังคือการทรุดของบ้าน เพราะบ้านทรงไทยประยุกต์บางหลังอาจจะไม่ได้มีการคำนวณโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนักของตัวบ้าน จึงอาจจะทำให้บ้านทรุด เสาไม่เท่ากัน หรือระดับของพื้นไม้ในบ้านไม่ขนานกับพื้นดิน เป็นต้น
สรุปท้ายบทความแบบบ้านทรงไทยประยุกต์
อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าบ้านทรงไทยประยุกต์ของเรานั้นไม่ได้ดูเก่าเลย กลับดูโมเดิร์นและแฝงความเป็นไทยไว้ได้อย่างลงตัว ใครสนใจอยากดูบ้านทรงไทยประยุกต์แบบอื่น ๆ ลองกดเข้ามาได้ที่ Kaidee
May 12, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
CTC2021 เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 24 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา ในรูปแบบของ Online Session ที่ได้นำเอาเหล่าผู้รู้จากวงการต่าง ๆ มาเป็น Speaker ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ อย่างมากมาย พร้อมทั้งให้เราสามารถเลือก Session ได้อย่างอิสระตามความสนใจของเราอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเข้า Session ไหนดี วันนี้เราได้แนะนำ Session ในส่วนของ Marketing ที่เมื่อฟังครบแล้ว การเข้าสู่โลกออนไลน์และการทำธุรกิจของคุณ จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน
9 Digital Tips For Social-Commerce
โดยคุณ มัณฑิตา จินดา Founder and Managing Director of Digital Tips Academy
หากคุณกำลังมองวิธีการในการทำ Social-Commerce แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หรือว่าทำไมยิ่งทำผลตอบรับที่ได้ก็ยังไม่เป็นที่พอใจยิ่งนัก คุณมัณฑิตา จินดา จาก Digital Tips Academy มาพร้อมกับสุดยอดทิป 9 หัวข้อที่จะเปลี่ยนให้การทำแบรนด์ของคุณเข้าถึงลูกค้าใน Social เข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและเพิ่มยอดขายของแบรนด์เรามากขึ้น เมื่อดูจบแล้วลงมือทำได้เลย
โดยคุณ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ Founder & CEO of ‘TARAD.com’
จะทำอย่างไรดี เมื่อโลกของเราเข้าสู่ยุคที่ว่า Online First ช่วงเวลาการเข้าสู่โลกอย่างออนไลน์อย่างเต็มตัว ทำให้การค้าขายเองก็ต้องเข้าสู่โลกออนไลน์เช่นกัน เพื่อก้าวให้ทันผู้บริโภค การเข้าสู่โลกออนไลน์จึงกลายเป็นสิ่งแรกที่ธุรกิจทั้งหลายควรจะทำโดยเฉพาะธุรกิจเหล่า E-Commerce ที่นอกจากจะต้องตามโลกออนไลน์แล้ว ยังจะต้องตามเทรนด์ให้ทันอีกด้วย ใครที่ทำงานสายนี้ E-Commerce and Social Media Trends ต้องดูเพราะ Session นี้ตอบโจทย์เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างครบถ้วน
The Secret of TikTok Creation
โดยคุณ ขจร เจียรนัยพานิชย์ Managing Director of Mango Zero and Founder of Macthai และคุณพลสัน นกน่วม Managing Director บริษัท GetTalks Media จำกัด
TikTok ถือว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่แบรนด์หลาย ๆ แบรนด์มองข้าม แต่รู้หรือไม่นี่อาจจะกลายเป็นหนึ่งในช่องทางที่มีค่ามหาศาล ในฐานะของ Social Network ที่ได้รับความนิยมอันสองของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่า Creator ได้สร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ทำไมเหล่าแบรนด์ต่าง ๆ ถึงควรที่จะเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้ และแพลตฟอร์มนี้เหมาะกับ Content ประเภทไหนถึงจะปัง เข้ามาฟังกันได้เลย
15 Checklists to Choose the Right Influencer
โดยคุณ กสม วิชชุลดา Managing Director of ‘นำไปใช้’
ในโลกของการตลาดปัจจุบัน Influencer ถือว่าเป็นหนึ่งในแนวทางการตลาดที่ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็นบรรดาแบรนด์น้อย แบรนด์ใหญ่ต่างก็ใช้แนวทางนี้หมด แต่หลาย ๆ ครั้งการใช้ Influrencer อาจจะไม่ตอบโจทย์การขายเท่าที่ควร หรือบางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใครดี มาลองดู Checklist เหล่านี้ก่อนไหม ที่เมื่อเช็คครบ ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างแน่นอน
TRENDS 2021: Marketing
โดยคุณ ณธิดา รัฐธนาวุฒิ Founder of MarketingOops.com และคุณ ศิวัตร เชาวรียวงษ์ CEO of GroupM (Thailand) and Director of Digital Advertising Association Thailand (DAAT)
การติดตามเทรนด์ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใครที่ทำงานในด้านของ Marketing ต้องรู้ทันแล้วปรับตัวให้ได้ Session นี้คุณจะต้องชอบเพราะว่ากันด้วยเรื่องของเทรนด์ล้วน ๆ แบบจัดเต็มเกือบ ๆ 20 นาที ที่แต่ละเทรนด์ต่าง ๆ จะสามารถที่จะนำเอามาปรับปรุงให้เหมาะกับการทำงานของเราตลอดทั้งปี 2021 นี้เลย จะมีเทรนด์ไหนบ้างนั้น ต้องไปดูเอง
CTC 2021 Online ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่เรียกได้ว่าคุณภาพมาก ๆ ทั้งในเรื่องของการให้ความรู้ เรื่องของเทรนด์จากเหล่าบรรดากูรูชั้นนำของประเทศไทย หากคุณเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Creative , Marketing , Innovation และอีกมากมาย ชนิดที่ว่าคุ้มค่าตั๋วอย่างแน่นอน หากใครที่ยังไม่มีตั๋วก็สามารถซื้อได้ที่ลิงค์นี้เลย ctc2021.com
สุดท้ายนี้ทางทีม Content Kaidee ขอขอบคุณทาง CREATIVE TALK ที่ให้โอกาส Kaidee เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Media Partner ในอีเวนท์ที่เต็มไปด้วยความรู้และคุณภาพเช่นนี้ หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันอีกในอนาคต ขอบคุณครับ
May 12, 2021 | บทความอสังหาฯ
ทุกคนรู้ไหมคะว่า มีสิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาของใครหลายคนที่ว่า ‘อยากมีพื้นที่เยอะ แต่ก็ไม่อยากอยู่บ้านชานเมือง’ ได้เป็นอย่างดี เพราะในปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมมากมายที่เป็น คอนโด Duplex ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในบ้าน 2 ชั้นอย่างกับแกะ เจ้าคอนโด Duplex ที่ว่านี้ จะเป็นอย่างไร ? มีข้อดีข้อด้อยอะไร ? และมีโครงการไหนที่น่าสนใจบ้าง ? มาทำความรู้จักกันไปพร้อม ๆ กัน
คอนโด Duplex คืออะไร ?
คอนโด Duplex เป็นประเภทห้องของคอนโดมิเนียมที่มีลักษณะเป็น 2 ชั้น ซึ่งทั้งสองชั้นนี้จะมีประตูเข้า-ออกยูนิตเหมือนกัน (โดยส่วนมากแล้วจะใช้ประตูด้านล่างเป็นทางเข้า-ออกหลักส่วนด้านบนเป็นประตูที่สร้างขึ้นตามกฎหมาย) เพดานของแต่ละชั้นต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 2.60 เมตร และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นตามมาตรฐานของบ้านทั่วไป
โดยคอนโดแบบ Duplex จะมีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ แบบไม่มีช่องเปิดโล่งเหมือนบ้านสองชั้นทั่วไป และแบบมีช่องเปิดโล่งที่มีพื้นที่ Double Space หรือ ทำให้ฝ้าเพดานชั้นแรกสูงขึ้นไปทะลุกับด้านบนคล้ายกับห้องแบบ Loft ซึ่งใครที่อยากหารู้ว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความ ส่องคอนโด 2 ชั้นมีกี่แบบและทำไมถึงราคาแพง ได้เลย
ข้อดีข้อด้อยของคอนโด Duplex
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์สักยูนิตเราก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยและประเภทของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ทั้งพื้นที่ ค่าใช้จ่าย ตำแหน่งที่ตั้ง และความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน ซึ่งคอนโด Duplex ที่เรากำลังพูดถึงมีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้างนะ ?
ข้อดีของคอนโด Duplex
มีเพดานที่สูงโปร่ง โดยเฉพาะยูนิตที่เป็นแบบ Double Space ทำให้ห้องดูกว้าง อากาศหมุนเวียนง่าย ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในคอนโดแบบทั่วไป และที่สำคัญ ! คอนโดบางแห่งก็มีหน้าต่างบานใหญ่ให้คุณได้ชมทัศนียภาพสวย ๆ อีกด้วย
มีความเป็นส่วนตัว จากการมีพื้นที่จอดรถเฉพาะเจาะจงของลูกบ้านทำให้ไม่ต้องวนหาที่จอดนาน และคอนโดส่วนมากก็มีการจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยการนำห้องนอนหรือห้องแต่งตัวของเจ้าของบ้านไว้ด้านบนชั้นสอง ทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อมีแขกมา
พื้นที่เยอะ ของคอนโด Duplex ทำให้เราสามารถตกแต่งและใช้สอยพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากกว่าคอนโดทั่วไปทั้งพื้นที่รับแขก ห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องนอน เพื่อกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้นเรียกได้ว่าเหมือนอยู่บ้านเลย
มีความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะห้องแบบ Duplex ถูกออกแบบให้มีประตูเข้า-ออกทั้งสองชั้นทำให้เราสามารถออกจากห้องได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ข้อด้อยของคอนโด Duplex
พื้นที่บันได ของคุณจะเพิ่มมากกว่าคอนโดแบบ Loft เพราะตามกฎหมายแล้ว ทางโครงการจะต้องมีการสร้างบันไดที่แข็งแรงและทนทานนั่นเอง
เสียค่าไฟและแอร์มากกว่า เพราะพื้นที่ที่ใหญ่กว่า ทำให้กว่าแอร์จะเย็น ไฟจะสว่าง ก็ต้องเปิดแอร์นาน แถมยังใช้หลอดไฟเยอะกว่าห้องแบบธรรมดาอีก
อากาศร้อน เพราะหน้าต่างที่กว้างกว่า ดังนั้นการเลือกทิศทางของห้องแบบ Duplex ที่ไม่ดีจะทำให้แสงแดดเข้ามาเยอะกว่าห้องคอนโดมิเนียมที่มีชั้นเดียว
ไม่สะดวกสำหรับคนชราและเด็กเล็ก คอนโดมิเนียม 2 ชั้นมีข้อด้อยคือการมีบันไดเชื่อมต่อกันทำให้ การขึ้นลงบันไดของคนที่มีปัญหากระดูกและเด็กตัวเล็กอาจเกิดอันตรายได้ง่าย ๆ
รวม 6 คอนโด Duplex น่าสนใจ
Ashton Residence 41
The Unique Ekamai-Ramintra เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 87 ทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอยู่ใกล้กับถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และมีสถานีรถไฟฟ้าในอนาคต ตัวคอนโดมีความสูง 7 ชั้น 56 ยูนิต แบ่งเป็นห้องแบบ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ DUPLEX ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาทBEYOND สุขุมวิท ขอบคุณรูปจาก: ananda.co.th
Ashton Residence 41 คอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จาก Ananda ตัวอาคารมีความสูง 8 ชั้น ทั้งหมด 2 อาคาร รวม 79 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้อยู่บนทำเลทองย่านสุขุมวิทที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โรงพยาบาล และร้านอาหารมากมาย มีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ Single Floor และ Duplex ราคาเริ่มต้น 18.5 ล้านบาท
The Unique เอกมัย-รามอินทรา
ขอบคุณรูปจาก: tenthai.com
The Unique Ekamai-Ramintra เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 87 ทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยอยู่ใกล้กับถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และมีสถานีรถไฟฟ้าในอนาคต ตัวคอนโดมีความสูง 7 ชั้น 56 ยูนิต แบ่งเป็นห้องแบบ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ DUPLEX ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท
BEYOND สุขุมวิท
ขอบคุณรูปจาก: beyondsukhumvit.com
BEYOND สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise จาก บริษัท บียอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุข 800 เมตร และ ถนนสรรพาวุธ 2 ใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครด่านบางนาเพียง 150 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น 180 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท
THE ORIGIN พหลฯ-สะพานใหม่
ขอบคุณรูปจาก: origin.co.th
THE ORIGIN พหลฯ-สะพานใหม่ โครงการคอนโดมิเนียมย่านสะพานใหม่ ระดับ High Rise ที่มีความสูง 14 ชั้น หรูหรา ทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีในส่วนต่าง ๆ ของโครงการ โดยใกล้ ๆ คอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็มีรถไฟฟ้า BTS สายหยุดเพียง 700 เมตร มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 BEDROOM และ 2 BEDROOM ด้วยราคาเริ่มต้น 1.94 ล้านบาท
The Address สยาม-ราชเทวี
ขอบคุณรูปจาก: apthai.com
The Address สยาม-ราชเทวี เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ High Rise ที่มีห้อง Duplex ให้เลือก ตัวตึกมีความสูง 50 ชั้น 880 ยูนิต บนทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ที่คุณสามารถเดินทางได้ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ อย่าง BTS ราชเทวี แบ่งเป็นห้อง 2 รูปแบบ ได้แก่ 1 BEDROOM, 2 BEDROOM และ 3 BEDROOM มีราคาเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท
สรุปข้อมูลคอนโด Duplex
อ่านกันจบแล้ว เราหวังว่าทุกคนก็คงได้รู้จักกับ คอนโด Duplex มากยิ่งขึ้นว่า มีลักษณะอย่างไร มีข้อดีข้อด้อยอะไร และมีคอนโด Duplex โครงการไหนที่น่าสนใจบ้าง และถ้าอ่านแล้วอยากมีคอนโดมิเนียมเป็นของตนเองไม่มีงบไม่พอที่จะซื้อคอนโดมิเนียมมือหนึ่ง Kaidee Property มีคอนโดมือสองให้เลือกเยอะแยะมากมาย เพียงแค่คลิกด้านล่าง
May 12, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม
VIDEO
‘ข้าวแช่’ เป็นเมนูหนึ่งที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาแล้ว นับเป็นเมนูที่มีมาตั้งแต่โบราณ กรรมวิธีการทำเองก็แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ และแม้ว่าคนจะนิยมรับประทานข้าวแช่ในช่วงหน้าร้อนกันเสียเป็นส่วนมาก แต่จริง ๆ แล้วข้าวแช่เป็นเมนูที่สามารถหากินได้ทุกฤดูเลย ถือว่าเหมาะกับอากาศบ้านเราตลอดทั้งปี
วันนี้ Let’s eat ขอพาทุกคนไปรู้จักกับข้าวแช่สูตรโบราณที่ยืนหยัดอยู่มากว่า 70 ปี อย่างร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ ณ ย่านบางลำพูและทำความรู้จักเมนูข้าวแช่ให้มากยิ่งขึ้นจากปาก ‘คุณลุงแก้ว สมนึก รุ้งสุธีวรรณ’ เจ้าของร้าน
ร้านข้าวแช่แม่ศิริตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านบางลำพู เป็นร้านรถเข็นที่มีโต๊ะให้ลูกค้าแวะเข้ามานั่งกินไม่กี่ที่ แต่บอกเลยว่าลูกค้าแวะเวียนกันมาสั่งไม่ขาดสาย บ้างก็สั่งกินที่นี่เลย บ้างก็สั่งกับบ้านกันถุงใหญ่
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับลุงแก้ว ลุงแก้วเล่าว่าร้านนี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นยายทวด แม่ยาย สู่ภรรยา แล้วเขาก็มารับช่วงต่อ สูตรข้าวแช่นี้เป็นสูตรที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเปิดร้านแรก ๆ ในช่วงรัชกาลที่ 5
สูตรข้าวแช่แม่ศิริ ของดีที่มีมากว่า 70 ปี
“ที่แต่ละแห่ง เขาก็จะมีสูตรหรือกรรมวิธีในการปรุงแต่งของแต่ละที่มันก็จะไม่เหมือนกัน
มันก็เขียนด้วยคำว่า “ข้าวแช่” เหมือนกัน แต่รสชาติมันก็จะไม่เหมือนกัน”
สูตรข้าวแช่ของลุงแก้วจะต้องกินคู่กับเครื่องเคียงทั้งหมด 4 อย่าง ปลาหวาน หัวไชโป๊ กะปิทอด และหมูฝอย คุณลุงทำเอง ปรุงเองทุกอย่าง แต่ละเครื่องเคียงต่างมีรสชาติที่สอดรับกันได้เป็นอย่างดี อย่างปลาหวานนั้นก็จะมีรสเค็มนำหน้า ตัดกับหัวไชโป๊ที่มีความหวาน
ส่วนทีเด็ดที่ขาดไม่ได้เลยคือกะปิทอดที่ไม่ใช่เอากะปิมาปั้น แต่เป็นเนื้อกุ้งกับมันกุ้งเน้น ๆ ที่ทานเข้าไปแล้วได้รสกุ้งเต็มปากเต็มคำ
“มันจะเป็นเนื้อกุ้ง 100% กะปิที่นี่จะมีกลิ่นกระชายแล้วก็หอมถั่ว แล้วก็มีหวานมีเค็ม”
หากพูดถึงข้าวของที่นี่ ลุงแก้วบอกกับเราว่าที่ร้านใช้เป็นข้าวหอมมะลิหรือข้าวเสาไห้ที่หุงขึ้นหม้อด้วยวิธีแบบหุงข้าวเช็ดน้ำแบบสมัยก่อน เพื่อให้ได้เนื้อข้าวที่ตรงตามสูตรที่ได้สืบทอดกันมาแต่โบราณมากที่สุด
และสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างเลยคือน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน มะลิของที่นี่เป็นมะลิที่ลุงแก้วปลูกเอง ลุงแก้วเล่าว่าพอสี่ทุ่ม ถึงเวลาดอกมะลิบานส่งกลิ่นหอม ลุงแก้วก็จะไปเก็บมาลอยน้ำอบควันเทียน ขอบอกเลยว่าได้ลิ้มรสแล้วจะต้องติดใจในความหอมเย็นชื่นใจ
ข้าวแช่แม่ศิริ มีดีอะไร ทำไมถึงอยู่มาได้ 70 ปี
เรามีโอกาสได้ถามถึงเคล็ดลับที่ทำให้ข้าวแช่แม่ศิริอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ลุงแก้วบอกกับเราอย่างเรียบง่ายว่า
“เราขายไม่แพง แล้วอาหารรสชาติเราก็ถูกปาก ทำให้ถูกปากมหาชน คนกินจะเป็นคนตัดสินเอง ไม่ใช่เราเป็นคนตัดสิน เราจะไปสั่งบอกว่าของเราดีที่สุดก็ไม่ได้”
เรื่องแรกที่เราเห็นพ้องต้องกันเลยคือต้นตำรับความอร่อยของข้าวแช่แบบฉบับไทยโบราณของที่นี่ นอกจากจะได้ลิ้มรสเครื่องเคียงปรุงเองทั้งสี่อย่างแล้ว ลุงแก้วยังสอนขั้นตอนการกินข้าวแช่แบบฉบับข้าวแช่แม่ศิริด้วย
นั่นก็คือให้เริ่มจากการกินกับก่อน แล้วค่อยช้อนข้าวกินตามเพื่อให้ได้รสชาติหวานเค็ม จากนั้นก็ซดน้ำตาม
และอีกหนึ่งเหตุผลที่ขาดไม่ได้ก็คือราคาอันแสนย่อมเยา หากซื้อกินที่ร้าน ลุงแก้วขายเพียงชุดละ 25 บาท ถ้าซื้อกับบ้านก็ราคาเพียง 30 บาท ลุงแก้วบอกกับเราว่าเขาแทบจะไม่ได้ได้กำไรจากตรงนี้ แต่มันคือสิ่งที่เขารัก แล้วก็เป็นกุศลอย่างหนึ่งที่ได้แบ่งปันให้กับคนอื่น
ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่ร้าน ‘ข้าวแช่แม่ศิริ’ จะยืนหยัดมายาวนานกว่า 70 ปี และก็ยังจะคงอยู่ต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรสข้าวแช่แบบโบราณในราคาเอื้อมถึง ใครที่ยังไม่เคยลอง เราขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่าร้านนี้เขา
“เก๋าดี”