Oct 7, 2021 | บทความอสังหาฯ
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
HIGHLIGHT : Landmark@Grand Station รามอินทรา
3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand 4 ห้องไลฟ์สไตล์ (ย่อย) Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only)
ห้องเพดานสูง 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ MOFF Style
Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะของ Siamese Asset
พื้นที่ระเบียงกว้างขวาง ทำครัวได้ (ได้ทั้งครัวไทย ครัวฝรั่ง)
ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สไตล์โครงการ Mixed Use
ราคาเริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท**
คำว่า “คอนโดที่ดี” ในความคิดคุณคืออะไรคะ?
เชื่อว่ายื่นไมค์ถามสิบคนหรือร้อยคน ก็จะได้คำตอบของคำว่า “ดี” ที่ไม่เหมือนกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความแตกต่าง” คือเรื่องพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ทุกคนย่อมมีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง การมีความสุขในสิ่งที่ต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องผิด ชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียว จงใช้ชีวิตให้อย่างที่คุณอยากเป็น แบบไม่ต้องกังวลใดๆ
เพราะที่ Landmark@Grand Station รามอินทรา จะตอบรับทุกความเป็นตัวคุณอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย 3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand ทั้งยังแบ่งย่อยๆ ออกเป็น 4 ไลฟ์สไตล์ Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only) เพื่อให้ตรงกับความเป็นคุณมากที่สุด
โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยสุดแสนจะโอ่โถงและกว้างขวาง ทุกห้องของโครงการนี้เป็นห้องเพดานสูง 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ MOFF สไตล์ ดีไซน์เฉพาะ ที่ทางแลนมาร์กตั้งใจปรับมาเพื่อคุณ ทั้งยังจัดเต็มด้วย Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะของ Siamese Asset ที่ตั้งใจให้ลูกบ้านทุกคนใช้ชีวิตแบบ Privillage สะดวกสบายกว่าเดิม (MOFF Style ดีกว่า Loft ยังไง ไปอ่านกัน )
สำคัญยังตั้งอยู่กลางทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา เพียง 450 เมตรจาก MRTA สายสีชมพู และ 500 จาก Fashion Island ว่ากันว่าที่คือ NEW Iconic แห่งใหม่ ที่จะรวมเอาสถานที่สำคัญต่างๆ มารวมไว้ที่เดียวแบบครบครัน
ไม่ให้คุณต้องฝ่าการจราจรเข้าเมืองอีกต่อไป!
จัดเต็มทุกความสุข! 3 ห้องหลัก 4 ห้องไลฟ์สไตล์
Landmark@Grand Station รามอินทรา ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณด้วย 3 ห้องพักหลัก Flexi, Eco and Grand และไม่ใช่แค่นั้น ใน 3 รูปแบบหลัก ยังมี 4 ไลฟ์สไตล์ย่อย อย่าง Residential, Co-Living, Pet Lover และ Elder (Grand Type Only) ให้คุณเลือกได้ “ตรงใจ” และเป็นตัวเองมากที่สุด
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่มีจิตใจรักสัตว์ อยากเลี้ยงน้องหมาน้องแมวไว้ฮีลลิงใจ ก็ขอให้พุ่งเป้าไปที่ห้องพักสไตล์ Pet Lover หรือชอบห้องพื้นที่กว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วน Feels Like Home ขอชี้เป้าไปที่ห้อง Co-Living หรือตั้งใจซื้อไว้ลงหลักปักฐานในบั้นปลายชีวิต อยู่ร่วมกันผู้สูงอายุ ก็ปักใจไปที่ห้องแบบ Elder ได้เลย
Residential เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ทั่วไป ไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ หวังเพียงมีห้องพักมาตรฐาน ครบครันทุกความสะดวกสบาย ที่ช่วยเติมเต็มให้วันธรรมดาทุกวันเป็นวันแสนพิเศษ
Pet Lover สายรักสัตว์กด “หัวใจ” ให้ห้องพักสไตล์นี้แน่นอน 1 ห้องต่อ 1 สัตว์เลี้ยง จะน้องแมวหรือน้องหมาได้หมด ทั้งยังจัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการ เพื่อให้เขาอยู่ร่วมกับเราอย่างแฮปปี้ที่สุด (รายละเอียดเพิ่มเติมห้อง Pet Lover )
Co-Living ห้องพักเพดานสูง 4.9 เมตร ที่ให้พื้นที่ภายในห้องอย่างกว้างขวาง อยู่คนเดียวก็ลงตัว หรืออยู่เป็นครอบครัวก็ตอบโจทย์ แบ่งเป็นสัดส่วนได้ความเป็นตัวเสมือนอยู่บ้าน
Elder (Grand Type Only) ทุกรายละเอียด ทุกสิ่งอำนวยความสะดวกของห้องพักสไตล์นี้ ทำมาเพื่อรองรับผู้สูงวัย ให้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขและปลอดภัย
ราคา ขนาดคอนโดฯ และค่าส่วนกลาง Landmark@Grand Station
Flexi 1 Bedroom 24 SQ.M., USABLE AREA 38.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท**
Eco 1 Bedroom, 24.5 SQ.M., USABLE AREA 39.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 2.79 ล้านบาท**
Grand 2 Bedroom, 30.50 SQ.M., USABLE AREA 49.50 SQ.M. เริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท**
ราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ทั้งโครงการ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ค่าส่วนกลาง : 55 บาท/ตร.ม./เดือน (ทั้งหมดเก็บล่วงหน้า 1 ปี) ค่ากองทุน : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) **ข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธิติพัทธ์ 065-5203436 / Tithiphat Tel : 065-5203436
Landmark@Grand Station ช่วยให้ชีวิตคุณแฮปปี้ขึ้นอย่างไรบ้าง?
คอนโดเพดานสูงสไตล์ MOFF : 2 ชั้น 2 ห้องน้ำ
นอกจากจะมีห้องพักให้คุณที่แมตช์กับใจเราได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ความปังของโครงการนี้ ยังจัดหนักจัดเต็มด้วยห้องเพดานสูงทุกห้อง ในสไตล์ MOFF : 2 ห้องน้ำ 2 ชั้น มาพร้อมเพดานชั้นสองความสูง 2 ขนาด คือ 2.35 เมตรและ 2.45 เมตร ไม่ต้องกลัวว่าเงยหน้าแล้วหัวจะชนเพดาน หรืออยู่ไปนานๆ แล้วจะอึดอัด
ที่สำคัญมีห้องน้ำให้คุณทั้งสองชั้น แบบไม่ต้องเดินขึ้นเดินลงให้ปวดใจ โดยห้องน้ำหลักจะอยู่ชั้นล่าง อาบน้ำ ทำทุกอย่างได้ปกติ ส่วนด้านบนไว้สำหรับทำธุระส่วนตัวได้อย่างเดียว (อาบน้ำไม่ได้) เรียกว่าทาง Landmark@Grand Station กลบความกังวลใจของคอนโดเพดานสูงสองชั้นสไตล์นี้ได้ดีทีเดียว
ขนาดห้องน้ำ Flexi Type : กว้าง 5 X ยาว 4.8 เมตร ขนาดห้องน้ำ Eco Type : กว้าง 4.1 X ยาว 6 เมตร ขนาดห้องน้ำ Grand Type : กว้าง 5.5 x ยาว 5.55 เมตร
ใช้ชีวิตเหนือระดับไปกับ Siamese Technology
อยู่ในยุคเทคโลโลยี 4.0 แบบนี้ ทาง Landmark@Grand Station เอง ไม่ปล่อยให้ลูกบ้านของเราอยู่อย่างล้าหลังใคร ด้วยการคิดค้นเทคโนโลยี Siamese Technology เอกสิทธิ์เฉพาะโครงการในเครือ Siamese Asset ที่เดียว ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในแง่ของการพักอาศัยที่มากขึ้น
VIDEO
Smell Protection Technology
โครงการนี้มีระบบแยกท่ออากาศชัดเจน เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่พักอาศัย ตัวท่อน้ำทิ้งปกติอยู่แยกจากตัวท่อน้ำทิ้งชักโครก ดังนั้นกลิ่นของสิ่งปฏิกูลต่างๆ ของชักโครก จะไม่ย้อนขึ้นมาทางอ่างล้างหน้าหรือท่อระบายน้ำทั่วไป
เสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทาง Siamese Asset ให้ความสำคัญ โครงการจึงเลือกใช้ประตูที่ทำจากไม้เนื้อแข็งเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมทั้ง Door Seal และลิ้นประตูระบบอัตโนมัติ ช่วยลดความดังและดูดซับเสียงได้ดีเยี่ยม
ที่สำคัญตัวผนังระหว่างห้อง ทางโครงการได้เลือกใช้วัสดุเป็นตัวคอนกรีตและ PU โฟม เพื่อลดความดังของเสียง กั้นเสียงระหว่างห้อง ให้ความเป็นส่วนตัวภายในห้องพัก เพื่อให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่ ในพื้นที่ Comfort Zone
Heat Resistance Technology
ทุกห้องของ Landmark@Grand Station ใช้กระจกกันความร้อนคุณภาพสูงทั้งหมด ตั้งแต่กระจกรับแสงในห้องเอนกประสงค์ ห้องนอนและบริเวณระเบียง
นอกจากจะมีคุณสมบัติทนทานต่อการใช้งานแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนจากภายนอก เข้าสู่ภายในอาคารแบบเต็มสตรีม ได้ทั้งลดอุณหภูมิ และลดการใช้พลังงานในห้องไปในตัว
Easy Maintenance Technology
แม้งานซ่อมบำรุง จะเป็นงานในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทว่าทางโครงการกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ควรวางรากฐานไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับปรุงในอนาคต เน้นการซ่อมบำรุงที่ง่ายต่อผู้อยู่อาศัย ให้ลูกบ้านมั่นใจได้ถึงความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น
ด้วยการวางระบบเดินท่อในคอนกรีตแบบใหม่ รวมถึงการเดินระบบท่อเดียวให้จบภายในชั้น ปรับการวางท่อน้ำทิ้ง ไม่ให้อยู่บนฝ้าเหมือนแต่ก่อน หากเกิดปัญหาน้ำรั่วขึ้นมา ก็ไม่ต้องไปรบกวนห้องชั้นล่าง (จบได้เลยที่ห้องตัวเอง)
พื้นที่ทำครัวกว้างขวาง
ไม่ใช่แค่พื้นที่ภายในห้องที่ทางแลนมาร์กให้คุณมาแบบปังๆ เท่านั้น อีกหนึ่งสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ก็คือ “พื้นที่บริเวณระเบียง ” ที่ให้มาแบบกว้างขวาง ให้เราจัดโซนทำอาหารเพิ่มได้อีกหนึ่ง ตอบโจทย์คนรักการกับข้าวแบบสุดๆ ไม่ต้องกังวลว่าอยู่คอนโดแล้วจะทำอาหารอะไรแอดวานซ์ไม่ได้
ซื้อหนึ่งห้องได้ทั้งครัวไทย (ด้านนอก) ครัวฝรั่ง (ด้านใน) เรียกว่าให้คุณใช้พื้นที่ในห้องได้แบบคุ้มค่าทุกตารางเมตร ได้ทั้ง Happy Life and Enjoy Eating ในที่เดียว
Type and Lifestyle Flexi Eco Grand Residential (6, 7, 10-22 Floor) 1.3 x 2.5 เมตร 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Pet Lover (4 & 5 Floor) 1.3 x 2.5 เมตร 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Co-Living (8 &9 floor) Sold out 1.5 x 2 เมตร 2 x 2.5 เมตร Elder – – 2 x 2.5 เมตร
สะดวกสบายไปกับโครงการ Mixed Use
อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกว่าที่นี่คือ NEW Iconic แห่งใหม่ที่น่าจับตามองของย่านรามอินทรา ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบายในแง่ของที่พักอาศัย ที่ทาง Landmark@Grand Station ให้คุณมาแบบ Full Option เท่านั้น
ความเป็นโครงการ Mixed Use ยังช่วยซัพพอร์ตให้คุณมีชีวิตดีๆ ที่ลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า Pet Shop คอนเสิร์ตฮอลล์ เลานจ์ ฯลฯ ไม่ต้องให้คุณเสียเวลาเดินทางเข้าเมือง หรือไปไหนไกล เพราะทางโครงการได้รวมทุกสิ่งสรรพไว้แล้วอย่างครบครัน
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
Lobby Mail Box สวนหย่อมที่ชั้น 1, 3 และ Rooftop สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 26 x 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร ห้องออกกำลังกาย ลิฟต์โดยสารของส่วน Siamese Residence 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 141 : 1 Service Lift 1 ตัว / Tower Retails 12 ร้าน Office 3 ยูนิต ที่จอดรถประมาณ 377 คันคิดเป็น 37% ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Digital Door Lock
ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ครบทุกความสุขที่ Landmark@Grand Station
จากข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ห้องพักที่หลากหลาย สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ยึดความสุขของลูกบ้านทุกคนเป็นที่ตั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านการวิเคราะห์ เพื่อตั้งใจตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนให้ได้มากที่สุด
ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่คุณจะได้ที่ Landmark@Grand Station ในราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท** จองเลยวันนี้! ที่ Kaidee Property รับสิทธิพิเศษและโปรแรงกว่าใคร
Oct 6, 2021 | บทความอสังหาฯ
เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักโครงการ แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนคำนึงถึงเป็นอันดับแรก คงจะหนีไม่พ้นเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการ และคำถามต่างๆ ที่ตามมาอย่าง
“คอนโด ใกล้รถไฟฟ้าไหมนะ” “มี MRT หรือเปล่า” และ “ระยะทาง ห่างจากสถานีแค่ไหนกัน” …
แน่นอนว่า รูปแบบโครงการ ดีไซน์ห้อง และ ความครบครันของส่วนกลาง ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่าลืมนะคะ ว่าจุดประสงค์หลักของเราในการเลือกซื้อคอนโดสักห้อง คงหนีไม่พ้น การตามหาบ้านหลังที่ 2 ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของเราให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น เพื่อเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจ วันนี้เราจึงขอนำ คอนโดมิเนียม โครงการคุณภาพ ใกล้สถานีรถไฟ MRT ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Groove Scape Ladprao-Suttisan และ โครงการ Cocoon Rama 9
และทั้ง 2 โครงการตัวท็อปนี้ จะมีจุดเด่นอะไรน่าสนใจ และ อยู่ใกล้กับสถานี MRT มากน้อยแค่ไหน ไปดูกันเลย
1. “Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร”
ห่างจากสถานีภาวนา 1.2 กม. และนั่งไปเพียงแค่ 1 สถานีถึง สถานี Interchange MRT สถานีลาดพร้าว
โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโด Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตทั้งสิ้น 189 ยูนิต และแม้ว่าตัวโครงการจะมีห้องอยู่มากพอสมควร เมื่อเทียบกับคอนโดแบบ Low Rise ทั่วไป แต่อีกหนึ่งความพิเศษของโครงการคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ที่ทางโครงการสามารถมอบให้แก่ลูกบ้านได้อย่างดี แม้ว่าโครงการจะอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และมียูนิตห้องเกือบ 200 ยูนิต นั่นเอง
ความเป็นส่วนตัวนี้ เกิดจากการออกแบบ Floor Plan ของแต่ละชั้นให้มีทางเดินเป็น Single Corridor โดยให้แต่ละชั้นมีพื้นที่ส่วนกลางตั้งอยู่ที่ส่วนกลางของชั้น โดยให้ยูนิตล้อมรอบแกนกลางนั้นๆ ดังนั้นโถงทางเดินจึงมาในรูปแบบ Single Corridor โดยไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามใช้ทางเดินเดียวกันนั่นเอง
ในส่วนของเรื่องดีไซน์ โครงการ Groove Scape มากับในคอนเซ็ปต์ “Tesselation” ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างโครงการ ด้วยแนวคิดเชิงกราฟิกในการวางแพทเทิร์นซ้ำๆ และการใช้เส้นคอนกรีตในแนวตั้ง จนทำให้เกิดสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และดีไซน์ที่เหลือกาลเวลาแบบที่เห็นในภาพนั่นเอง
การเดินทางด้วย MRT
Divine
โครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร ตั้งอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งตัวโครงการจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง สถานีภาวนา และ สถานีโชคชัย 4 อย่างไรก็ตามสถานีที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุดนั้น คือ สถานีภาวนา ซึ่งมีระยะทางห่างจากโครงการเพียงแค่ 1.2 กิโลเมตร เท่านั้น
และหากนั่งจากสถานีภาวนาไปเพียงแค่ 1 สถานี ก็จะถึงสถานีรัชดาฯ ซึ่งเป็น สถานี Interchange เชื่อมต่อกับ รถไฟ MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีลาดพร้าว ซึ่ง MRT สายสีน้ำเงินที่ว่านี้ ถือว่าเป็นเส้นเดินทางที่สำคัญของกรุงเทพฯ อีกเส้นก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นเส้นรางรถไฟที่วิ่งเป็นวงกลมเชื่อมกรุงเทพฯ ทั้งทิศเหนือ-ใต้ และ ทิศตะวันออก-ตะวันตก เข้าด้วยกัน และยังวิ่งผ่านแลนมาร์คสำคัญมากมาย
สำหรับใครที่คิดว่าระยะทาง 1.2 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่สามารถเดินได้ หากเป็นเช่นนั้น ทางโครงเขาก็มีบริการ Shutter Bus คอยรับ-ส่ง ลูกบ้าน ถึงสถานีภาวนาอีกด้วย
ทำเลที่ตั้งของโครงการ
โครงการ Groove Scape 48 ตั้งอยู่ในซอย ลาดพร้าว 48 แยก 8 เดินทางสะดวก เนื่องจากตัวซอยเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย สามารถเดินทางเข้าออกได้ทั้งจากฝั่งถนนลาดพร้าว และ จากถนนสุทธิสารวินิจฉัย
ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ถือว่าสะดวกต่อการเดินทางเข้า-ออก ตัวเมืองอย่างมาก เนื่องจากตัวโครงการอยู่ห่างจากถนนลาดพร้าว เพียง 600 ม. และ ห่างจากถนนรัชดาภิเษก ประมาณ 1.8 กม. เท่านั้น นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับทางด่วนโทลล์เวย์สำคัญๆ อย่าง ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ ทางด่วนศรีรัช อีกด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะเดินทางด้วย รถยนต์ หรือ รถสาธารณะ BTS และ MRT ก็สะดวกมากๆ
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ
ห้างสรรพสินค้า
1.1 สวนลุมไนท์บาซ่าร์ : 2.2 กม.
1.2 ตลาดโชคชัย 4 : 3.3 กม.
1.3 Union Mall : 4 กม.
1.4 Central ลาดพร้าว : 4.7 กม.
1.5 Major Cineplex รัชโยธิน : 5 กม.
1.6 Esplanade รัชดา : 5 กม.
1.7 Central พระรามเก้า : 5.5 กม.
สถานศึกษา
1.1 ม.เซนต์จอห์น : 3.9 กม.
1.2 รร.หอวัง : 5 กม.
1.3 ม.ราชภัฏจันทรเกษม : 5 กม.
1.4 ม.เกษตรศาสตร์ : 6.6 กม.
โรงพยาบาล
1.1 รพ.โกลเด้นเยียร์ : 1.5 กม.
1.2 รพ.สุทธิสาร : 3.2 กม.
1.3 รพ.เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน : 6 กม.
จุดเด่นของโครงการ
จุดเด่นที่สุดของโครงการ คือ Facility ส่วนกลาง นั่นเอง
Facility ส่วนกลางของโครงการ จัดเป็นแนวตั้ง อยู่บริเวณส่วนกลางตัวอาคาร ตั้งแต่ชั้น 1 เรื่อยขึ้นไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ตามแนวคิด Life (Light) Source หรือ “แหล่งศูนย์รวมของชีวิต” จึงทำให้ส่วนกลางของโครงการมีชื่อเรียกว่า “Facilities Core” หรือ ส่วนกลางที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต นั่นเอง
รับแสงธรรมชาติส่องตรงลงมาจากชั้น 8 หรือชั้นดาดฟ้าโดยตรง ให้บรรยากาศธรรมชาติ โปร่งโล่งไม่อึดอัดแน่นอน
ชั้น 1 – เป็น Lobby มีลักษณะเป็นแบบ Double Volume ประกอบไปด้วยมุม Mail Box, Smart Locker และ Food Deliver
ชั้น 2 – ห้อง Multipurpose Room
ชั้น3 – Fit Club หรือ ห้อง Fitness
ชั้น 4 – Game Zone (E-Sport)
ชั้น 5 – พื้นที่ Co-Working Space
ชั้น 6 และ ชั้น 7 – ร้าน Nespresso Cafe’และพื้นที่สีเขียวสวนย่อม Secret Garden
ชั้น 8 – Sky Stair Case บันไดวนไปยังชั้นดาดฟ้า
ชั้น Roof Top – สระว่ายน้ำ Sky Pool ระบบเกลือขนาด 26 x 6 เมตร และ Pool Deck พร้อมที่นั่งพักผ่อน Sun Scape, Moon Scape และ พื้นที่สีเขียว Roof Garden
ชั้นดาดฟ้าถือเป็นไฮไลท์ และจุดขายของโครงการก็ว่าได้ เพราะมีไม่มากนักที่คอนโดแบบ Low Rise จะนำสระว่ายน้ำขึ้นมาตั้งบนชั้นดาดฟ้า แถมยังมีขนาดที่กว้างมากถึง 26 x 6 อีกต่างหาก
เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และ รถสาธารณะ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลัก อย่าง ถนนลาดพร้าว และ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย และยังอยู่ติดกับแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีสำโรง-ลาดพร้าว ซึ่งห่างจากสถานีภาวนาเพียง 1.2 กม. และ ห่างจากสถานี Interchange MRT ลาดพร้าว เพียง 1 สถานีเท่านั้น
รูปแบบห้อง
ห้องโครงการ Groove Scape ลาดพร้าว-สุทธิสาร มาในรูปแบบ Fully-Furnished 1 ห้องนอน โดยสามารถแบ่งห้องออกได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
1 ห้องนอน ขนาด 23.7 ตร.ม.
เนื่องจากห้องรูปแบบที่ 1 เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ตัวห้องเลยมีการจัดวางคล้ายกับห้องแบบสตูดิโอ โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ทำอาหารทางด้านขวามือ และเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้านซ้ายมือ ระหว่างห้องครัว และ ห้องนอน จะมีกระจกเลื่อนปิดแยกพื้นที่กันอย่างชัดเจน และเมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับห้องนั่งเล่น ซึ่งแชร์พื้นที่ร่วมกับห้องนอนนั่นเอง
1 ห้องนอน Plus ขนาด 32.45 ตร.ม.
มีรูปแบบคล้ายกับห้องแบบแรก เมื่อเปิดเข้ามาในห้องจะเจอกับห้องครัว เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นห้องนั่งเล่น โดยห้องแบบที่ 2 นี้ จะแยกห้องพื้นที่ห้องนั่งเล่น และห้องนอนอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังเพิ่มห้องอเนกประสงค์เข้ามาให้อีก 1 ห้องด้วย
1 ห้องนอน Plus Corner ขนาด 39.80 ตร.ม.
รูปแบบการวางสัดส่วนห้อง จะต่างจากห้องทั้ง 2 ที่ได้กล่าวมา โดยเมื่อเดินเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินเป็นอย่างแรก เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหาร ที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ถัดมาเป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีฉากกั้นบานเลื่อนให้ ในส่วนของห้องนอนจะให้พื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ และในส่วนของห้องครัว จะถูกวางเป็นสัดส่วนมากขึ้น และตั้งอยู่ติดกับระเบียง มีประตูกระจกปิดกั้นพื้นที่ให้เรียบร้อย
ห้องแต่ละแบบของโครงการ Groove Scape ต่างถูกออกแบบมาให้มีบรรยากาศโล่งโปร่ง ไม่อึดอัด ด้วยความสูง Floor to Ceiling อยู่ที่ 2.55 ม. และมีการจัดว่างห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน
นอกจากนี้ ทุกยูนิตยังมาพร้อมกับห้องครัวในตัว และเป็นห้องแบบ Fully Furnish ฟรีเฟอร์นิเจอร์มากมาย เช่น อุปกรณ์ห้องครัว อย่าง Hob & Hood ของ Mex, โซฟาพร้อมโต๊ะกลางรับประทานอาหาร, เตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางทีวี และอีกมากมาย
2. Cocoon Rama9
ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีศรีกรีฑาเพียง 400 ม. (ใช้เวลาเดินเพียง 3 นาที) และ 5 นาที จากแอร์พอร์ต ลิงก์ สถานีหัวหมาก
โครงการ Cocoon Rama 9 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise ความสูง 8 ชั้น มียูนิตรวมทั้งสิ้น 146 ยูนิต โดยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ดังนั้นจึงให้ความเป็นส่วนตัวสูง
และเนื่องจากโครงการถูกพัฒนาจาก Developer มืออาชีพ อย่างบริษัท Royal House ผู้มากด้วยประสบการณ์การสร้างบ้านกว่า 30 ปี ดังนั้นเรื่องของความมั่นคง และความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร จึงมั่นใจถึงมาตรฐานที่วางใจได้แน่นอน
Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิด ‘Simple Sensibility’ หรือ ‘ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย’ โดยทางโครงการมีความตั้งใจที่จะสร้างที่พักอาศัยให้เป็นเสมือนที่ชาร์จพลัง รองรับชีวิตที่แสนวุ่นวายของคนเมืองอย่างแท้จริง
ซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ว่านี้ ถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากรายละเอียดการออกแบบในทุกพื้นที่ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ ไม้แท้, พื้นหิน หรือ โคมไฟหวายรูปทรงรังไหม เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นจากธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ให้สมกับชื่อโครงการ “โคคูน” หรือ “รังไหม” นั่นเอง
การเดินทางด้วย MRT
cocooncondo
เนื่องจากโครงการไม่ได้อยู่ติดริมถนน ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะยังไม่ค่อยสะดวกนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตัวโครงการ ตั้งอยู่ใกล้กับถนนศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ขับผ่าน (คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565) ทำให้โครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟศรีกรีฑา เพียงแค่ 3 นาที หรือ 400 เมตร เท่านั้น
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อกับสถานี Interchange เพื่อเปลี่ยนไปใช้งานรถไฟฟ้า MRT ได้ที่สถานีแยกลำสาลี ซึ่งห่างจากสถานีศรีกรีฑา ไปทางรัชดา เพียงแค่ 1 สถานีอีกด้วย
เท่านี้ยังไม่พอ สำหรับใครที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ ตัวโครงการยังอยู่ใกล้กับสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีหัวหมาก เพียงแค่ 5 นาที หรือประมาณ 2.3 กม. เท่านั้น
ดังนั้น แม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้ติดกับถนน แต่การเดินทางด้วยด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT นั้นเป็นไปได้ และสะดวกมากเลยทีเดียว
ทำเลที่ตั้งของโครงการ
โครงการ Cocoon พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 59 เลียบทางด่วนศรีรัช ซึ่งที่ตั้งของโครงการจัดว่าอยู่ระหว่างแยกรามคำแหง – แยกพัฒนาการ ในย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และห้างสรรพสินค้ามากมาย
ตัวโครงการอยู่ไม่ไกลจากห้าง The Nine Center พระราม 9 สามารถเดินทางไปยังทองหล่อ-เอกมัย ได้สะดวก โดยการวิ่งผ่านเส้นรามคำแหงตอนต้น ไปตัดกับเส้นเพชรบุรี เพื่อเข้าไปยังทองหล่อ ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที
และแม้ว่าคอนโดจะอยู่ในซอย แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวก สามารถเข้าออกโครงการได้ด้วยถนนถึง 3 เส้นด้วยกัน ได้แก่ ถนน พระราม 9 (ซ.59 และ ซ.57/2), ถนน รามคำแหง (ใช้ ถ.พระราม 9 ซ.57 ผ่าน ซ.หัวหมาก 21 ไปออก ถ.หัวหมาก (รามคำแหง 24)) และ เส้นทางสุดท้าย คือการเข้า ผ่าน รพ. สมิติเวช เพื่อมุ่งหน้าไปออก ถ.ศรีนครินทร์
สถานที่สำคัญใกล้โครงการ
ห้างสรรพสินค้า
1.1 The Nine พระราม 9 และ ตลาดเสรีมาร์เก็ต : 2.1 กม.
1.2 Seacon Square และ Paradise Park : 2.5 กม.
1.3 Tesco Lotus สาขา พัฒนาการ : 3.2 กม.
1.4 The mall บางกะปิ : 3.2 กม.
1.5 The Mall รามคำแหง : 4 กม.
1.6 Home Pro พระราม 9 : 4 กม.
1.7 Major Hollywood : 5.6 กม.
สถานศึกษา
1.1 ม.อัสสัมชัญ หัวหมาก : 1.7 กม.
1.2 ม.รามคำแหง : 2.8 กม.
1.3 โรงเรียน St.Mark International School : 2.3 กม.
โรงพยาบาล
1.1 รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ : 230 ม.
1.2 รพ. วิภาราม พัฒนาการ : 3.0 กม.
สถานี BTS และ MRT
1.1 สถานีศรีกรีฑา: 400 ม.
1.2 สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ หัวหมาก : 2.6 ม.
1.3 สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา : 3.6 ม.
จุดเด่นของโครงการ
หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพื้นที่แทบทุกส่วนของโครงการถูกสร้างด้วยวัสดุ ไม้แท้ แทรกด้วยพื้นที่สีเขียวตามจุดต่างๆ ทั้งนี้เกิดจากความมุ่งหวังในการสร้างบรรยากาศ Cozy ตามคอนเซ็ปต์ ‘Cocoon ’ ที่แปลเป็นไทยว่า ‘รังไหม’ เสมือนกับเป็น ‘Charging Pod’ หรือพื้นที่ชาร์จพลังชีวิต สัมผัสได้ตั้งแต่จากก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโครงการนั่นเอง
เนื่องจากโครงการไม่ใหญ่มาก และมียูนิตเพียงแค่ 146 ยูนิต ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองอย่างย่านพระราม 9 ก็ตาม
โครงการ Cocoon Rama 9 มาพร้อมกับ Facility ส่วนกลางครบครัน เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง
Co-Working Space: หรือที่ทางโครงการเรียกว่า ‘Co-Coon Space’ จะอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ภายในมีเพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling โปร่งโล่ง พร้อมโต๊ะทำงานหลากหลายรูปแบบThe Cocoon Fitness: อยู่ที่บริเวณชั้น 2 เช่นกัน ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเล่น Weight Training หรือ จะ Cardio ก็มีครบ และที่สำคัญยังมีกระจกสูงเต็มตัว ให้ลูกบ้านได้เห็นวิวภายนอกอาคารขณะออกกำลังอีกด้วยสระว่ายน้ำ : อยู่ที่ Ground Floor มาในขนาด 15 x 5 เมตร เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมสระจากุซซี่ในตัว อีกทั้งยังมีโซนพักผ่อนข้างๆ สระอยู่หลายโซน พร้อมกับต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้รอบสระ เพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว
รูปแบบห้อง
โครงการ Cocoon Rama 9 จัดสรรส่วนที่พักอาศัยให้ลูกบ้านตั้งแต่ ชั้น 2-8 โดยมีโครงสร้างยูนิตให้เลือกตั้งแต่ 1-2 ห้องนอน ภายในห้องความสูง Floor to ceiling อยู่ที่ 2.4 เมตร และมีทั้งหมด 4 แบบ ให้เลือกด้วยกัน
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MMON) ขนาด 26 ตร.ม.
แม้ว่าจะเป็นยูนิตขนาดเล็ก แต่ก็มีพื้นที่พอเหมาะพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานครบครัน จุดเด่นของห้องนี้ คือ บริเวณห้องครัว และ โต๊ะอาหาร ที่ถูกจัดวางไว้นอกริมระเบียง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตัดปัญหาเรื่องกลิ่นอาหาร ไปพร้อมๆ กับการดื่มด่ำวิวขนาดรับประทานอาหารนั่นเอง
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MFORT) ขนาด 30 ตร.ม.
ฟังก์ชันการใช้งานจะคล้ายกับห้องในแบบแรก ต่างกันที่โครงสร้าง โดยห้องในแบบที่สองจะให้พื้นที่ใช้สอยบางส่วนในแนวลึกไปด้านในตัวห้อง เช่น พื้นที่ห้องครัว และ ห้องนอน ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และไม่ได้แชร์พื้นที่กับห้องนั่งเล่นเหมือนห้องในแบบแรก ทำให้ห้องเป็นระเบียบมากขึ้น
ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-NNECT) ขนาด 33-35 ตร.ม.
ด้วยขนาดห้อง 33-35 ตร.ม ทำให้ห้องมีขนาดกำลังดี ไม่อึดอัด เพิ่มความรู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ห้องนี้ยังประกอบไปด้วยพื้นที่ห้องต่างๆ ที่แบ่งโซนกันอย่าชัดเจน ได้แก่ โซนห้องนอน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น และ ยังมีห้องทำงานเพิ่มให้อีก 1 ห้องอีกด้วย
ห้องแบบ 2 ห้องนอน (CO-MPASS) ขนาด 42-44 ตร.ม.
สำหรับคนไหนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนๆ ห้องในรูปแบบที่ 5 นี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแน่นอน ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างมากสุดถึง 44 ตร.ม พร้อมกับพื้นที่ของต่างๆ ที่ถูกจัดวางแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน
โดยห้องแบบที่ 5 นี้ ประกอบไปด้วย ห้องนอน 2 ห้อง ห้องครัว 1 ห้อง และห้อง 1 ห้อง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารกว้างขวาง เรียกได้ว่า พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือเลยทีเดียว
ทุกห้องของโครงการมาในรูปแบบ Fully-Furnished พร้อม เฟอร์นิเจอร์ไม้ลามิเนต Built-In และ เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะวางทีวี, ฐานเตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้เก็บอาหาร, โต๊ะรับประทานอาหาร และอีกมากมาย
ไม่ว่าคุณจะถูกใจพื้นที่ส่วนกลางของ Groove Scape หรือดีไซน์ห้องของ Cocoon Rama 9 ทั้ง 2 โครงการ ต่างมอบความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ และ รถสาธารณะ ไม่ต่างกัน อยู่ที่ว่าทำเลไหน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้มากที่สุดต่างหาก…..
หากคนไหน ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเลือกคอนโดไหนดี ลองกดเข้าไปอ่านข้อมูลโครงการเพิ่มเติมกันได้เลย
Oct 6, 2021 | บทความยานยนต์
ถ้าพูดถึงรถเก๋งซีดาน 4 ประตู ประเภท c-segment เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักรถเก๋งสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นนี้อย่าง ฮอนด้า ซีวิค แน่นอน ฮอนด้า ซีวิค เป็นรถ c-segment ยอดนิยมที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานด้วยความที่ ฮอนด้า ซีวิค ได้โลดแล่นอยู่ในวงการหรือตลาดรถยนต์มากกว่า 40 ปี และ ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวม ฮอนด้า ซีวิค มือสองหลายโฉมที่น่าใช้ และ งบไม่ถึง 700,000 เพื่อตอบโจทย์ใครที่กำลังหารถเก๋งไว้ใช้งานสักคันที่มีขนาดตัวถังไม่เล็ก และ ไม่ใหญ่จนเกินไป เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่า ฮอนด้า ซีวิค จะตอบโจทย์ต่อการใช้งานของคุณได้มากน้อยแค่ไหนด้วยรายละเอียดของรถ ราคา และข้อดีข้อเสียของรถรุ่นนี้
ประวัติของ Honda Civic โดยย่อ
Honda Civic เป็นรถยนต์ประเภท c-segment สัญชาติญี่ปุ่นจากบริษัท ฮอนด้า ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทย และ ทั่วโลกที่การันตีด้วยอดขายและการได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูง ฮอนด้า ซีวิค เป็นรถในตำนานที่มีประวัติ และ วิวัฒนาการ มาอย่างยาวนานกว่า 40 กว่าปีโดย ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันแรกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1973 ในประเทศญี่ปุ่นที่มีลักษณะตัวถัง 2 ประตูที่มีขนาดค่อนข้างเล็กกะทัดรัดพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีความจุ 1,200 ซีซี หลังจากนั้น ฮอนด้า ได้พัฒนารถตระกูลนี้อย่างต่อเนื่องโดยเจนเนอเรชันใหม่ๆ ได้มีการปรับโฉมและตัวถังที่ใหญ่ขึ้นมากถ้าเทียบกับคุณทวดโฉมแรก
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ฮอนด้า ซีวิค ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่กำเนิด และ ยังเปิดตัวล่าช้ากว่าคู่แข่ง หรือ ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นๆ ในช่วงเวลานั้นอีกด้วย เช่น Toyota Corolla ซึ่งในช่วงนั้นปู่ทวดของตระกูล ซีวิค อย่าง Honda 1300 ที่เป็นรถประเภท sub-compact ได้เปิดตัวสู่สายตาโลกแต่กลับไม่ได้รับความนิยมในยุคนั้นเท่ากับคู่แข่งทางการตลาดทำให้ทาง ฮอนด้า ได้มุ่งปรับแก้ และ พัฒนารถตระกูลนี้อย่างเต็มสูบจนมาเป็นรถ c-segment ที่มียอดขายเป็นอันดับต้นๆ มาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ความยอดเยี่ยมของ Honda Civic มือสอง
อย่างที่หลายคนรู้กันว่าในบ้านเรา รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นจะได้เปรียบในเรื่องของอะไหล่ และ การซ่อมบำรุง ทั้งในเรื่องของราคาและความสะดวกสบาย มากไปกว่านั้นเนื่องจาก ฮอนด้า ซีวิค ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นรถที่ได้รับความนิยมระดับหัวแถวทำให้สามารถหาอะไหล่ต่างๆ หรือ อู่ซ่อมได้ง่ายดายเหมือนปลอกกล้วย
สำหรับเจ้า ฮอนด้า ซีวิค ยังเป็นรถเก๋งส่วนบุคคลที่ครบครัน ถึงแม้ว่า ฮอนด้า ซีวิค จะเป็นรถขนาดเล็กไปถึงกลางแต่ทางฮอนด้าได้ออกแบบและดีไซน์เพื่อพัฒนาให้ ฮอนด้า ซีวิค มีตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เป็นรถประเภท c-segment ที่มีห้องโดยสารที่กว้าง นั่งสบายไม่แพ้รถขนาด d-segment สักเท่าไร
นอกจากดีไซน์ภายนอกสุดสปอร์ตเส้นสายโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ ฮอนด้า ที่ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ฮอนด้า ยังโด่งดังในเรื่องของเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมตอบสนองไวเพียงพอต่อการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง หรือ เดินทางไกลก็ตาม
มากไปกว่านั้นสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชันใหม่ๆ ตั้งแต่ Civic FD, Civic FB และ Civic FC ล้วนเป็นรถที่ไม่ตกยุคออปชัน ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นระบบต่างๆ ภายในรถที่คอยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ และ ระบบความปลอดภัยครบครันที่สามารถใช้ได้จริงไม่อิงนิยายแน่นอน
ส่องรถ Honda Civic มือสองเข้าใหม่ที่น่าสนใจราคาไม่เกิน 700,000 บาท
Honda Civic FD
สำหรับใครที่กำลังหารถเก๋งซีดาน 4 ประตูสักคันในราคามือสอง Honda Civic FD โฉมปี 2007 คันนี้ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยสภาพของรถที่ไม่ทรุดโทรม หรือ ศัพท์ในวงการรถยนต์ที่เขาชอบพูดกันว่าสภาพนางฟ้า โดย Honda Civic FD สีบลอนด์ทองเหลือบน้ำตาลคันนี้จากเต็นท์ “RB64 รถบ้านเสรีไทย” ตัวรถมากับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร และ ออปชันหรือระบบการขับขี่แบบจัดเต็ม เช่น เบาะหนังทั้งคัน, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และ เกียร์ออโต้ที่ผู้หญิงขับง่ายผู้ชายขับดี
ราคา 252,000 บาท
Honda Civic FB
Honda Civic FB เป็นเจเนอเรชันที่พัฒนาต่อจาก Honda Civic FD ฮอนด้า ซีวิคคันนี้นอกจากระบบ หรือ ออปชันพื้นฐานที่มากับรถแล้ว เชื่อว่าคันนี้คงเหมาะสำหรับสายแต่ง หรือ สายซิ่งที่ถือคติขับเดิมๆ ยอมเดินดีกว่าเพราะคันนี้เป็น Honda Civic FB 1.8E เครื่องยนต์ขนาด 1,800 ซีซี ที่มาพร้อมกับชุดแต่งทั้งคันไม่ว่าจะเป็น ล้อแม็ก ชุดแต่ง โลโก้ฮอนด้า และ ไฟตัดหมอก เรียกได้ว่าออกรถแล้วหล่อเลยพร้อมซิ่งแน่นอน
ราคา 395,000 บาท
Honda Civic FB Hybrid
มาถึง Honda Civic FB คันนี้โฉมปี 2014 ที่มีความพิเศษกว่า Honda Civic FB รุ่นทั่วไปเพราะสำหรับคันนี้เป็น Honda Civic FB Hybrid ที่ขับเคลื่อนด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์สันดาบและแบตเตอรี่ไฟฟ้าโดยสลับกันทำงานเพื่อการประหยัดน้ำมันที่มากขึ้น และ รักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว สำหรับ Honda Civic FB คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ไฟฟ้า โดยรวมแล้ว ฮอนด้า ซีวิคคันนี้จากเต็นท์ “แตงโม คาร์” เป็นรถ hybrid มือสองที่น่าใช้ในราคามือสอง พิเศษมากขึ้นด้วยดีลหรือโปรโมชัน ออกรถฟรีได้ทันที ไม่ต้องดาวน์
ราคา 379,000 บาท
Honda Civic FC
ขยับมาอีกเจเนอเรชันของรถตระกูล ฮอนด้า ซีวิค อย่าง Honda Civic FC ซึ่งโฉมนี้คงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเป็นโฉมที่ทำให้ผู้คนสนใจ ฮอนด้า ซีวิคมากขึ้น และ สร้างภาพลักษณ์ใหม่อีกด้วยดีไซน์และระบบที่ทันสมัย โดยรวมภายนอกคันนี้มาในลุคดุดันสปอร์ตเต็มกำลังด้วยตัวถังสีดำ และ ทรงรถยังคงเป็นรถเดิมจากโรงงานเหมาะสำหรับสายคลีนชอบขับรถเดิมในราคามือสองที่คุ้มค่า
ราคา 589,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
จบไปแล้วกับรถ c-segment ในตำนานที่เจเนอเรชันใหม่ๆ ยังคงได้รับการยอมรับ และ เป็นที่นิยมในตลาดรถยนต์ปัจจุบันทั้งมือหนึ่ง และ มือสอง สำหรับรถ Honda Civic ที่เราเลือกมาให้ชมนั้นเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับใครที่กำลังหารถ ฮอนด้า ซีวิค มือสองไม่ว่าจะเป็นโฉมเก่าและใหม่ หรือ จะเป็นยี่ห้ออื่นๆ ที่ Kaidee Auto เรามีรถยนต์มากมายหลายยี่ห้อหลายรุ่นให้ได้เลือกชม และ เปรียบเทียบราคาได้ง่ายๆ แบบครบจบในที่เดียว
Oct 4, 2021 | บทความอสังหาฯ
ย่านเอกมัย-รามอินทรานอกจากจะมีความครบครันอย่างที่ได้เห็นกันในบทความ “กิน-เที่ยว-ช้อป ครบ! จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา ” แล้ว เรื่องการเดินทางก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะขับรถหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะก็สะดวก โดยเฉพาะใครที่อยากอยู่อาศัยในย่านนี้ ก็มีคอนโดบรรยากาศดีอย่าง We Condo ที่พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้อีกด้วย
We Condo คอนโดสไตล์รีสอร์ท
we-condo.com
We Condo คอนโด Low Rise สไตล์รีสอร์ท 8 ชั้น 5 อาคาร ตั้งอยู่ติดกับถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม มีที่จอดรถ 46% พร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 4 ไร่ ห้องทุกยูนิตจะเป็น Fully Furnished แต่งครบพร้อมเข้าอยู่
สถานที่ใกล้เคียง We Condo ก็มีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดนัด โรงเรียน โรงพยาบาล ครบครันทุกสถานที่สำคัญกับชีวิตของคุณ พร้อมเส้นทางการเดินทางที่หลากหลาย ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคุณ
ดูข้อมูลสถานที่เพิ่มเติมที่นี่ “กิน-เที่ยว-ช้อป ครบ! จบที่ย่านเอกมัย-รามอินทรา ”
ถนนเส้นหลัก
“รามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม”
ถนนที่ชาว We Condo จะได้ใช้งานกันประจำเวลาขับรถ นั่งแท็กซี่หรือเรียกแกร๊บ คือถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม โดยเส้นนี้จะมุ่งหน้าตรงไปทางทิศใต้เชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวและถนนเพชรบุรี สามารถเข้าสู่ย่านพระราม 9 อโศกหรือลาดพร้าวได้
หากไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถนนรามอินทราก็จะเชื่อมไปยังถนนพหลโยธินหรือถนนแจ้งวัฒนะ เข้าสู่ย่านดอนเมือง-หลักสี่ สามารถไปยังสนามบินดอนเมืองได้
เดินทางไปทำงาน
ชาว We Condo สามารถเดินทางไปทำงานได้หลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะด้วยรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ
รถยนต์
หากขับออกจาก We Condo จะเข้าสู่ถนนประดิษฐ์มนูธรรมที่มุ่งหน้าไปยังถนนลาดพร้าวและพระราม 9 ได้ ถ้าหากวันที่ต้องรีบทำเวลาก็สามารถขึ้นทางพิเศษฉลองรัชได้ในเส้นทางเดียวกัน
รถไฟฟ้า
mrta-pinkline.com
ไม่ไกลจากด้านหน้าของ We Condo จะเป็นสถานีวัชรพลของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ทำให้คุณไปทำงานในย่านรวมออฟฟิศต่างๆได้สะดวก
เดินทางไปเรียน
โรงเรียนและมหาลัยใกล้ We Condo มีดังนี้
โรงเรียนสายอักษร โรงเรียนบดินทรเดชา 2 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 Australian International School Bangkok มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มหาวิทยาลัยเกริก
สถานศึกษาในย่านนี้มีตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะโรงเรียนภาคปกติหรือโรงเรียนนานาชาติก็มีให้เลือกตามความต้องการ ดังนั้นสำหรับครอบครัวที่อยากจะส่งลูกเข้าโรงเรียนในระดับชั้นต่างๆ ก็สามารถเลือกได้หลากหลาย ในระยะทางที่สามารถขับรถไปส่งได้ในเวลาเฉลี่ย 20 นาที โดยใช้เส้นประดิษฐมนูธรรมนี้เป็นหลัก หรือในวัยมหาลัยก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนได้อย่างสะดวก
ขับรถไปเที่ยว
จะไปเที่ยวแฮงเอาท์กับเพื่อนหรือไปพักกายพักใจที่ต่างจังหวัดไปได้แบบไม่ต้องอ้อมไกล เพราะย่านนี้มีทั้งทางด่วนและถนนที่เชื่อมเข้าสู่ย่านดังอื่นๆมากมาย
ในเมือง
อยากที่รู้กันว่าหากขับรถออกจาก We Condo ไปตามถนนประดิษฐมนูธรรม จะสามารถขึ้นทางด่วนฉลองรัช (เอกมัย -รามอินทรา) ได้เลย หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือขึ้นรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีวัชรพล ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าอีกหลายสาย เดินทางง่ายแม้ไม่มีรถส่วนตัว
ปริมณฑลและต่างจังหวัด
การเดินทางไปรอบนอกของกรุงเทพฯจาก We Condo อย่างตลิ่งชัน บางบัวทอง รังสิต ฯลฯ หรือจะไปเที่ยวต่างจังหวัดอย่างปทุมธานีหรือสมุทรปราการก็สามารถใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกได้
สรุปเส้นทางการเดินทางชาว We Condo
ถนนเส้นหลัก
ถนนรามอินทรา-ประดิษฐ์มนูธรรม
ทางด่วน
ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษวงแหวนกาญจนา
รถไฟฟ้า
สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) | เปิดให้บริการประมาณปี 2022 สายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) | ยังไม่มีกำหนดการเปิดให้บริการที่แน่ชัด
เส้นทางการเดินทางที่หลากหลายช่วยให้ผู้อยู่อาศัยใน We Condo มีความสะดวกในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ไปเรียนหรือไปเที่ยวก็สะดวก ช่วยทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณไม่น่าเบื่อเพราะการเดินทางที่ลำบากแบบเดิมอีกต่อไป
และพิเศษสุดในวันนี้ We Condo พร้อมให้คุณได้ย้ายเข้าอยู่แล้ว ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท พร้อมฟรีค่าโอนและฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี ราคาดีในย่านที่ครบครันแบบนี้เฉพาะที่ We Condo เท่านั้นค่ะ
Oct 1, 2021 | บทความอสังหาฯ
อย่างที่หลายคนทราบกันว่า สุขุมวิท ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลยอดฮิตสำหรับการทำธุรกิจในแขนงต่าง ๆ มากมาย เพราะสามารถแบ่งออกเป็นบริเวณย่อย ๆ ได้ถึง 3 โซนด้วยกัน ทั้งสุขุมวิทตอนต้น สุขุมวิทตอนกลาง และสุขุมวิทตอนปลาย ตั้งแต่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครไปจนถึงชานเมืองชุมชนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละโซนก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมาะกับการอยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้ทั้ง 4 โครงการด้วยกัน
“SIAMESE Exclusive SKV31”
ภาพเพื่อการโฆษณา
ภาพเพื่อการโฆษณา
ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ด้วย SIAMESE Exclusive SKV31 โครงการคอนโดมิเนียม High Rise 21 ชั้น 193 ยูนิต สุดหรูใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท ที่ถูกออกแบบให้ความหรูหราและธรรมชาติมาบรรจบกันอย่างลงตัว มีพื้นที่สีเขียวส่วนตัวบริเวณระเบียงของห้องพักแต่ละยูนิต และมอบความเป็นส่วนตัวด้วย Exclusive Lift ที่จะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย ซึ่งที่ตั้งโครงการก็ใกล้กับ รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ และ MRT สุขุมวิท แบ่งเป็นห้องทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45.0-65.0 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 69.0-85.0 ตร.ม. 3 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 115.0-135.0 ตร.ม. PENTHOUSE พื้นที่ใช้สอย 181.0-207.0 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
EmQuartier Emporium โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ โรงเรียนสายน้ำผึ้ง โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สวนเบญจสิริ
ราคาเริ่มต้น 9.89 ล้านบาท
“Chewathai Residence Thonglor”
ภาพเพื่อการโฆษณา
ภาพเพื่อการโฆษณา
Chewathai Residence Thonglor คอนโดมิเนียมระดับ Low Rise 8 ชั้น 130 ยูนิต ที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เดินทางสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ และเอกมัย อีกทั้งยังรอบล้อมด้วยสถานที่รองรับความต้องการอุดมสมบูรณ์กลางทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งตัวโครงการเองก็มีการออกแบบให้ชีวิตในเมืองผสมผสานกับความเป็นธรรมชาติอันร่มรื่นแสนเป็นส่วนตัวด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันต่าง ๆ ให้คุณได้อยู่อาศัยได้เต็มที่ในทุกมิติ มีห้องให้เลือกทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29.7-40.88 ตร.ม. 1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย41.46-52.02 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 41.65-61.89 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
The Common J Avenue Eight Thonglor Ekamai International school Wells International school โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลสมิติเวช
ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
“Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48”
ภาพเพื่อการโฆษณา
ภาพเพื่อการโฆษณา
ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากโครงการ Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48 อีกหนึ่งคอนโดมิเนียม High Rise จาก ไซมิส แอสเสท ที่มีความสูงกว่า 196 เมตร เพื่อทัศนียภาพการมองเห็นอันสวยงาม ซึ่งคอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็มีการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกโปร่งด้วยความสูงเพดานถึง 4.4 เมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 350 เมตร เท่านั้น ภายในแบ่งเป็นห้องทั้งหมด 3 แบบได้แก่
1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 35.71 -54.56 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 66.31-81.23 ตร.ม. PENTHOUSE พื้นที่ใช้สอย 114.88-201.31 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
Big C อ่อนนุช Century Movie Plaza Sukhumvit Gateway Ekamai Wells International school Bangkok international Preparatory & Secondary School โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลสุขุมวิท
ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท
“DOLCE LASALLE”
ภาพเพื่อการโฆษณา
ภาพเพื่อการโฆษณา
ด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์ในแบบยูโรเปียนโมเดิร์นนี้เองที่ทำให้ DOLCE LASALLE กลายเป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมโซนบางนาที่น่าสนใจไม่แพ้คอนโดกลางเมือง โครงการนี้เป็นคอนโดระดับ 8 ชั้น ที่มีที่อยู่อาศัยทั้งหมด 178 ยูนิต มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในและภายนอกโครงการ ทั้งห้องสมุด ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ Co-Working Space และการเดินทางที่แสนจะง่ายด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่ง ที่ห่างจากโครงการ 700 เมตร แบ่งเป็นห้องทั้งหมด 5 แบบ ดังนี้
STUDIO พื้นที่ใช้สอย 24.8 ตร.ม. 1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 30.4 ตร.ม. 1 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 34.8 ตร.ม. 2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 45.4 ตร.ม. 2 BEDROOM (WITH CORNER) พื้นที่ใช้สอย 46.5 ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
Summer Lasalle Central Bangna Bitec Bangna Bangkok Pattana International School โรงเรียนลาซาล โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลไทยนครินทร์
ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 4 โครงการคอนโดมิเนียมน่าสนใจบนถนนเส้นสุขุมวิท ที่ไล่ตั้งแต่ใจกลางเมืองสุขุมวิทมาจนถึงย่านชุมชนอย่างลาซาล ซึ่งแต่ละโครงการก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ให้เราได้เลือกตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละคน และถ้าใครที่สนใจโครงการอะไรก็สามารถกดเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย แล้วคุณอาจจะเจอคอนโดที่ถูกใจก็ได้นะคะ