Oct 19, 2020 | บทความยานยนต์
อย่างที่ทราบกันดีว่า ระบบคมนาคมสาธารณะบ้านเราไม่ค่อยเอื้อให้คนเดินทางสะดวกเท่าที่ควร ไหนจะค่าโดยสารที่แพงแสนแพง จนทำให้บางคนมองหาทางเลือกที่ดีขึ้น ด้วยการเก็บเงินสักก้อน เพื่อมีรถยนต์คันแรกเป็นของตัวเอง วันนี้เลยจะมาแนะนำรถอีโค่คาร์ราคาน่ารัก สไตล์ทันสมัย เน้นเอาใจสาวๆ และตอบโจทย์วิถีคนเมืองในราคาเอื้อมถึง
1.นิสสันอัลเมร่า Nissan Almera
รถยนต์อีโค่คาร์ 4 ประตูรุ่นแรกของไทยจาก นิสสัน ซึ่งทันทีที่ออกมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนถึงตอนนี้ยังรั้งตำแหน่งรถที่มียอดจำหน่ายสูงเบอร์ต้นๆ ของนิสสัน ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น ดีไซน์เฉียบคมกว่ารุ่นเดิม มีคาแรคเตอร์เด่นชัดขึ้น
ครั้งนี้มาพร้อมไฟหน้าที่ดูเก๋ไก๋และไฟตัดหมอกแบบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร Turbo ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า รองรับเชื้อเพลงแบบ E20 สบายใจเรื่องประหยัดน้ำมัน
ส่วนจุดเด่นเรื่องขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางนั้นยังคงดีงามเหมือนเดิม ที่สำคัญมีให้เลือกถึง 5 สี ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นฐาน ขาว ดำ เทา ไปจนถึงสีแดงและส้ม ที่น่าจะถูกใจสาวๆ หลายอย่างคนแน่นอน
เริ่มต้นที่ 499,000 บาท
2.โตโยต้ายาริสเอทีฟ Toyota Yaris ATIV
อีโค่คาร์สุดคุ้มที่มาพร้อมความครบครัน ให้เรามากกว่าความสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์ภายในที่ให้พื้นที่แบบกว้างขวาง ไม่อึดอัด เน้นการตกแต่งแนวสปอร์ตพรีเมียมหรูหรา มาพร้อมขุมพลังใหม่สุดเร้าใจ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-IE ขนาด 1.2 ลิตร กำลังแรงสูงถึง 92 แรงม้า
ทั้งยังมีฟังก์ชันพิเศษ S Mode ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ แซงได้อย่างมั่นใจ เพิ่มความสนุกในการขับขี่บนท้องถนนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญมั่นใจได้เลยว่าระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งกล้องมองหลัง ระบบถุงลมนิรภัย ฯลฯ ทั้งยังมีรถให้เลือกมากถึง 6 สี ไม่ว่าจะเป็น แดง น้ำเงิน เทา เงิน ขาว และดำ
เริ่มต้นที่ 469,000 บาท
3.ซูซูกิสวิฟ Suzuki Swift
หนึ่งในรถเล็กที่ขายดีอีกรุ่นของซูซูกิ มีเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นการใช้งานเพียงคนเดียวหรือสองคนเป็นส่วนใหญ่ ขับขี่อยู่ในเมืองหลวงได้แบบคล่องตัวและสนุกสนาน ด้วยสโลแกน “ขับขี่เป็นเลิศประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม” ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุดอยู่ที่ 83 แรงม้า
ภายนอกตกแต่งฟีลดุดัน มีเอกลักษณ์และให้อารมณ์สปอร์ตที่มากขึ้น แตกต่างไปจากสวิฟรุ่นก่อนพอสมควร ส่วนขนาดห้องโดยสารภายในก็สวยเก๋ขึ้น ออกแบบใหม่ให้ฟีลกลิ่นอายสปอร์ต โฉบเฉี่ยวและกว้างขึ้นกว่าเดิม
เริ่มต้นที่ 499,000 บาท
4.ฮอนด้าบริโอ Honda Brio
ขับขี่สนุกทุกอารมณ์ไปกับฮอนด้าบริโอ ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวทุกมุมมองแบบฉบับอีโค่คาร์อเนกประสงค์ 5 ประตู ด้วยลุคสวยงามสะดุดตาแนวสปอร์ต รองรับกับไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ ทั้งยังมั่นใจไปกับเครื่องยนต์ระบบ i-VTEC 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 90 แรงม้า
พัฒนาภายใต้ระบบ Earth Dreams Technology ที่ให้ทั้งความแรง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร ให้เรามีความสุขและเต็มที่กับทุกเส้นทาง ส่วนสีมีให้เลือกแบบเรียบหรูเพียง 3 สีคือ สีเงินเมทัลลิค สีดำ และขาว เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบความคลาสิคและเรียบง่าย
เริ่มต้นที่ 495,000 บาท
5.มาสด้าสองสปอร์ตสแตนดาร์ด Mazda 2 Sports Standard
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่มีความ “Less is More” มาสด้าสองรุ่นนี้จะมอบประสบการณ์ที่มากกว่าคำว่าธรรมดาให้คุณอย่างแน่นอน ด้วยแนวคิดสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม สะท้อนเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ผ่านดีไซน์ภายนอกและห้องโดยสารด้านใน
มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ได้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันไปในตัว บ่งบอกไลฟ์สไตล์ความเป็นคุณที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร มาพร้อมสีให้เลือกกันแน่นๆ ถึง 8 สี ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นฐานเทา ดำ ขาว ไปจนถึงแดงและน้ำเงิน
เริ่มต้นที่ 530,000 บาท
เป็นอย่างไรบ้างคะกับอีโค่คาร์ที่เราตั้งใจคัดสรรมาให้ ครั้งนี้เลือกสเปคและรูปลักษณ์ต่างๆ มาเพื่อเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะ การมีรถสักคันคือความฝันของใครหลายคน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้เราต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น อย่าปล่อยให้เรื่องเงินมาตีกรอบชีวิตเรา หากใครไม่ไหวลองลดสเปคเป็นรถอีโค่คาร์มือสอง ก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้เหมือนกันนะคะ
Oct 19, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ได้รับนิยมอีกครั้งกับสตรีทแฟชั่น ด้วยกระแสเพลงแนวแร็ปที่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้วัฒนธรรมหนึ่งที่ติดมาพร้อมๆกับแนวเพลงเลยคือการแต่งตัวของแร็ปเปอร์ ทำให้สตรีทแฟชั่นมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เป็นสไตล์ที่เหมือนเล่นกับเลเยอร์ของเสื้อผ้าจำนวนมากมา mix & match ใส่ซ้อนๆกันหลายๆชั้น กลายมาเป็นการแต่งตัวสุดแนวและไม่เหมือนใคร จึงได้เกิดแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่เป็นที่นิยม ใครใส่ต้องเป็นเท่ เก๋ คลู แบบสุดๆ จะมีแบรนด์อะไรบ้าง มาดูกันเลย!!
1. Supreme
แบรนด์สุด Hype จากทางอเมริกา ที่ไม่ว่าจะทำอะไรออกมาขาย ทั้งในร้านเองหรือทางออนไลน์ก็ตาม จะขายหมดได้ในเวลาไม่ถึงนาที โดยแบรนด์นี้ก่อตั้งโดยหนุ่มชาวอังกฤษ ชื่อ James Jabbia ซึ่งเริ่มมาจากการที่เขานั้นอยากทำเสื้อสำหรับ Skater (คนเล่นสเก็ตบอร์ด)
สำหรับชื่ออย่าง Supreme นั้นถูกตั้งและคิดมาอย่างง่ายๆเพียงแค่ James Jabbia ชอบคำๆนี้เท่านั้น โดยสินค้าล็อตแรกที่ถูกผลิดออกมาเป็นเสื้อยืด 3 ลาย หนึ่งในนั้นเป็นเสื้อในตำนานอย่าง Supreme Box Logo ที่ปัจจุบันราคา Resell (ราคาขายต่อ) สูงไปถึง 45,000 บาท เลยทีเดียว!!
2. Champion
Credit : Champion Thailand
ที่มาของแบรนด์นี้เกิดขึ้นจากพี่น้องตระกูล Feinbloom ซึ่งตอนแรกทางแบรนด์นั้นผลิตออกมาเพียงเพื่อการกีฬาโดยเฉพาะ แต่ปัจจุบัน นอกจากเสื้อผ้ากีฬา Champion นั้นทำเสื้อหลากหลายแนว หลายหลายสไตล์มากขึ้น
แบรนด์ระดับตำนาน ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง หากพูดถึง Champion แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เพราะเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์กีฬา ที่มีความเป็นสตรีทสูง ทำให้ดารามากหน้าหลายตาสวมใส่อยู่ตลอดเวลา และเป็นแบรนด์ที่มีการ Collab (ร่วมงาน) กับสตรีทแบรนด์หลากหลาย เช่น Supreme ที่ทำร่วมกันอยู่หลายครั้ง รวมไปถึงแบรนด์ Hi-End อย่าง Off-White, Gucci และ Vetements
3. A BATHING APE (BAPE)
Credit : A Bathing Ape Thailand
A Bathing Ape หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า Bape แบรนด์ดังสัญชาติญี่ปุ่นที่มีความโดดเด่นในโลโก้ที่เป็นรูปลิงและโด่งดังไปทั่วโลก ที่ Tomoaki Nagao หรือที่รู้จักกันในนาม NIGO เค้าที่แรงบันดาลใจมาจากหนังลิงสุดโด่งดังอย่าง Planet of the Apes จึงทำให้เกิดแบรนด์นี้ขึ้นมา
ล่าสุด Bape ได้ทำผลงานเสื้อผ้าสตรีทกับแบรนด์ Hi-End อย่าง MCM เป็น Collection ที่ยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น ซึ่งทำให้การทำงานร่วมกันครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะสินค้าหมดไปอย่างรวดเร็ว
4. Comme Des Garcons
Credit : Comme Des Garcons
แบรนด์แฟชั่นของญี่ปุ่น สุดนอกกรอบ แหวกแนวไม่เหมือนใคร ที่ออกไปโลดแล่นในงาน Fashion ต่างๆ Comme Des Garcons ที่ Rei Kawakubo สรรสร้างขึ้น ได้แรงบันดาลใจจากการที่สมัยตัวเขายังเด็ก ได้ถูกตีกรอบด้านการแต่งตัวให้ถูกต้องตามวัฒนธรรมอันดีของชาวญี่ปุ่น จึงทำให้ Comme Des Garcons มีรูปแบบของเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนใครมาก่อน
หากพูดถึงแบรนด์นี้ หลายๆคนอาจจะ เอ๊ะ!! มันคือแบรนด์อะไรกันแน่ แต่ถ้าหากพูดถึง สัญลักษณ์รูป “หัวใจที่มีตา” หรือที่รูปจักกันว่า Comme Play Heart แล้วล่ะก็ ทุกคนน่าจะร้อง อ๋อ กันอย่างแน่นอน ด้วยความความเรียบง่ายของเสื้อ และสัญลักษณ์ที่จำได้ง่าย ทำให้ Collection นี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
5. Ambush
Credit : Ambush Workshop
จากแบรนด์เครื่องประดับชั้นนำ ผันตัวเองมาเป็นแบรนด์สตรีท Ambush แบรนด์สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ก่อตั้งโดย Yoon Ahn โดยที่เค้าก่อตั้งร่วมกันกับแฟนหนุ่มของเขา คือ Verbal แร็ปเปอร์ ของวง Teriyaki Boyz ซึ่งในตอนแรกนั้นเค้าทั้งคู่เฉิดฉายความดังจากการทำเครื่องประดับ แต่ด้วยความชอบการแต่งตัวของทั้งคู่นั้น ทำให้เค้าผันตัวเองมาเป็นสตรีทแฟชั่นและเข้าตีตลาดในประเทศญี่ปุ่น
ผลงานที่โดดเด่นที่ทำให้ Ambush นั้นเป็นที่รู้จักจากการทำผลงานร่วมกับทาง Nike ก่อเกิดเป็น Nike Air Max 180 X Ambush ที่ Yoon Ahn ได้ออกแบบรองเท้าซีรี่ย์ Air Max 180 ให้ออกมาเป็นรูปใหม่ที่แปลกตาจนทำให้แบรนด์กลายเป็นที่ยอมรับจนได้
6. Stüssy
บรนด์สตรีทที่มีมายาวนาน เป็นรุ่นพี่ของวงการอย่าง Stüssy ผู้นำทางสตรีทและวินเทจ ที่มีมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีมานานกว่า Supreme และ Bape จะเรียกว่าเป็นผู้นำเทรนด์ของสตรีทแฟชั่นก็ไม่ผิดเลย โดยแบรนด์นี้ถูกก่อตั้งโดย Shawn Stussy โดยในตอนแรกเค้าสร้างแบรนด์นี้เพื่อนักโต้คลื่น แต่ด้วยความชื่นชอบความเป็นฮิปฮอปของ Stussy ทำให้เค้าเริ่มทำเสื้อแนวสตรีทมากขึ้น
ปัจจุบัน Stüssy นั้นทำร่วมกับแบรนด์มากมาย อาทิ Dior ที่นำความเป็นกราฟฟิตี้มาใส่ใน Collection ทำให้แบรนด์ Hi-End อย่าง Dior นั้นมีความสตรีทมากยิ่งขึ้น จึงเป็นน่าจับตามองของ Streetwear ทั่วโลก
ได้รู้จักกันไปแล้วกับแบรนด์ต่างๆที่สายสตรีทนั้นห้ามพลาด แค่ใส่ก็เท่ แถมยังคูลอีกต่างหาก ใครที่อยากได้เสื้อผ้าหรือรองเท้าแนวๆสตรีท หรือใครที่มีเสื้อผ้าสตรีทที่ไม่ใส่แล้ว เข้ามาลงขายเลยที่ Kaidee
Oct 19, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ถ้าพูดถึงหูฟังแบบไร้สาย (Wireless Earbuds) เชื่อว่านาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นหลายๆคนหันมาใช้หูฟังประเภทนี้มากขึ้น เพราะนอกจากจะใช้งานสะดวกแล้ว ยังไม่ต้องเสียเวลาแก้สายยุ่งๆ เวลาหยิบออกจากกระเป๋าอีกด้วย
ทำความรู้จักหูฟังประเภท True Wireless
หูฟังประเภทนี้ วิธีสังเกตง่ายๆคือ จะไม่มีสายเคเบิลหรือขั้วต่อบริเวณหูฟัง ทำให้ดีไซน์มีความโดดเด่น ช โดยจะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ทำให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อมีความเสถียรสูง แต่ข้อเสียของหูฟังประเภทนี้คือแบตเตอรี่หมดค่อนข้างไว ทำให้ต้องพกที่ชาร์จติดตัวอยู่เสมอ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย)
1.Xiaomi Mi true Wireless Earbuds Basic (Redmi Airdots)
รูปภาพจาก Xiao Mi Store
เริ่มตัวแรกด้วยหูฟังไร้สายจาก Xiaomi ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DSP ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมภายใน พร้อมน้ำหนักเพียง 4.1 กรัม บอกลาปัญหาหูฟังหลุดร่วง เพราะเขามีจุกหูฟังแถมมาให้ถึง 3 ขนาดด้วยกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อมกล่องชาร์จ ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOs กันน้ำระดับ IPX4
ราคา : 639 บาท
2.Apple AirPods
ตัวเด็ด ตัวดัง จากค่ายผลไม้สีแดง เพียงหยิบออกมาก็พร้อมใช้งานกับอุปกรณ์ของคุณอย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อใส่เข้าไปในหูจะเชื่อมต่อทันที เนื่องจากมีเซ็นเซอร์ออปติคอลและอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ฟังเพลงได้นานถึง 24 ชั่วโมง (เมื่อมีเคสชาร์จ) เข้าใช้งาน Siri ได้รวดเร็วด้วยการพูดว่า “หวัดดี Siri” หรือการตั้งค่าแตะสองครั้ง คุณภาพเสียงแน่น ดีไซน์มินิมอลเรียบๆ แต่ดูดี
ราคา : เริ่มต้น 5,990 บาท
3.Samsung Galaxy Buds+
แค่เปิดตัวก็ได้รับความนิยม เพราะเขามีฟีเจอร์น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบไมโครโฟน 3 ตัวที่ปรับตามสภาวะเสียงต่างๆ พร้อมลำโพง 2 ทิศทาง จะเสียงนุ่ม เบสหนักๆ หรือแหลม หูฟังตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดี ฟังเพลงและใช้งานได้สูงสุด 11 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง มีถึง 3 สีให้เลือก (อาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ) รองรับ Android ทุกค่าย สำหรับระบบ iOS เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Buds+ ก็ใช้งานได้แล้ว
ราคา : 4,990 บาท
4.SONY WF-1000XM3
สายเบสหนักๆ ต้องจัดตัวนี้เลย เพราะเค้ามีระบบ Dynamic Driver 6 มม. ที่ทำให้พลังเสียงกว้างขวาง ชัดเจน และทรงพลังที่สุด มาพร้อม Digital Noise Cancelling โปรเซสเซอร์ป้องกันเสียงรบกวนความละเอียดสูง QN1e และเซนเซอร์เสียงรบกวนแบบคู่ แบตอึดใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงตลอดวัน
อีกทั้งยังมีการควบคุมเสียงแบบอะแดปทีฟ สมาร์ทฟังก์ชันที่ตรวจจับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อัตโนมัติ จะเดิน หรือกำลังรอ ก็สามารถปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างให้เหมาะกับสถานการณ์นั้นๆได้อีกด้วย
ราคา : 7,990 บาท
5.JBL Reflect Flow
รูปภาพจาก Rtings.com
หูฟังไร้สายฟังน้ำหนักเบา ดีไซน์สปอร์ตจาก JBL ที่ออกแบบมาสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะ ตัวหูฟังกันน้ำระดับ IPX7 ใช้งานง่าย จะสะบัดหัวแรงเบอร์ไหนก็ไม่หลุด ใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
รับรู้ความเคลื่อนไหวรอบกายได้ ด้วยเทคโนโลยี Ambient Aware อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Talk Thru ที่ทำให้คุณสามารถพูดคุยกับเพื่อนตรงหน้าได้ โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกจากหู มาพร้อมเสียงทรงพลังสไตล์ JBL Signature Sound
ราคา : 5,990 บาท
6.JABRA ELITE 75T
หูฟังที่มาพร้อมไมค์โครโฟนถึง 4 ตัว (ข้างละ 2 ตัว) พร้อมโหมดดูดเสียงบรรยากาศรอบข้าง ทำให้การสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น แถมตัวไมค์โครโฟนยังช่วยในเรื่องของระบบ Hearthrough อธิบายง่ายๆคือ เมื่อเปิดระบบ จะทำให้เราสามารถได้ยินเสียงภายนอกได้ เสียงเบสใหญ่และลึก ฟังสะใจได้แรงปะทะแน่นอน !
รองรับ FastCharge 15 นาที ใช้งานได้สูงถึง 60 นาที ใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 7.5 ชั่วโมง
กันน้ำระดับ IP55 สวมใส่ออกกำลังกายได้สบายๆ
ราคา : 6,290 บาท
ต้องยอมจริงๆ กับกระแสหูฟังไร้สาย เพราะแต่ละค่ายต่างก็ทำออกมาแข่งกันชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนซื้ออย่าลืมดูเรื่องใบรับประกัน และบริการหลังการขายด้วยนะ มีปัญหาจะได้หายห่วงยังไงล่ะ
Oct 16, 2020 | บทความยานยนต์
ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งป้ายแดงหรือจะเป็นรถที่ใช้งานมานานแล้ว ล้วนแล้วต้องหมั่นดูแลรักษา เพื่อให้รถยนต์ใช้งานได้นาน ป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ต้องเสียเวลา เสียเงินซ่อมบำรุงอีกบานปลายแน่อน
เพื่อน ๆ รู้แบบนี้แล้ว ก็ต้องหมั่นคอยเช็กและบำรุงรักษารถยนต์ของเพื่อน ๆ ให้ใหม่และใช้งานได้อีกยาว ๆ กันเถอะ กับ 5 วิธี การดูแลรถยนต์ขั้นพื้นฐานที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย
1. ลมยาง
อย่างแรกเลย คือ การหมั่นเช็กลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลมข้างใดข้างหนึ่งอ่อนเกินไปหรือบางครั้งอาจจะมีรอยรูรั่ว จะได้รีบหาวิธีการแก้ไข เพราะฉะนั้น อย่าลืม! เช็กก่อนสตาร์ทกันนะ
2. หม้อน้ำ
ต่อมาเป็นสิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งเลย นั่นคือ หม้อน้ำนั่นเอง ก่อนสตาร์ทรถควรตรวจดูหม้อน้ำก่อนอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแห้ง เพราะถ้าเกิดขับรถยนต์ทั้งที่น้ำแห้ง เกิดปัญหาใหญ่แน่นอน เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ อย่าลืมเช็กกันนะ
3. น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่อง เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนของรถยนต์เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย 2 ถึง 3 สัปดาห์ ควรตรวจสอบน้ำมันเครื่องให้อยู่ในปริมาณที่มาตรฐานและเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นกับรถยนต์ของเพื่อน ๆ ด้วยนะครับ
4. แบตเตอรี่รถยนต์
เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเกิดเจอปัญญาแบตเตอรี่รถยนต์หมดกลางทาง แล้วทำให้ต้องเสียเวลา หรืออาจจะต้องเงินจ้างรถยกมาลากไปเลยก็ได้นะ เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ให้เพื่อน ๆ ดูไฟที่แบตเตอรี่ว่าสถานะของแบตเตอรี่เป็นอย่างไร หรือสตาร์ทรถยนต์แล้วมีการแจ้งเตือนแบตเตอรี่ตรงหน้าปัดให้รีบดับเครื่อง แล้วเปลี่ยนแบตเตอรี่ด่วนเลย ไม่อย่างงั้นมีเครื่องดับกลางทางแน่นอน
5. เบรก
มาถึงสิ่งสำคัญข้อสุดท้าย ให้เพื่อน ๆ สังเกตว่าเบรกทำงานปกติหรือไม่ เวลาเบรกมีเสียงไหม หรือมีน้ำมันเบรกรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบติดต่อช่างให้มาแก้ไขด่วนเลย เพราะถ้าขับรถออกไปแล้ว เสี่ยงมากในการเกิดอุบัติเหตุ
เป็นไงบ้างเพื่อน ๆ เป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานที่คนมีรถยนต์ทุกคนควรรู้ไว้เลยนะครับ พอเกิดปัญหาขึ้น จะได้รับมือและแก้ไขในขั้นต้นได้ หรือเพื่อน ๆ คนไหนกำลังมองหารถยนต์พร้อมที่จะดูแลและไว้ใช้งานทาง RodKaidee เรามีรถยนต์ที่หลากหลายให้เพื่อน ๆ ได้เลือกเยอะเลยนะครับ
Oct 15, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
การมีสวนสวยๆ ไว้ในบ้านของตัวเองคือความสุขเล็กๆ อย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลายและใช้เวลาว่างไปกับการศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มีสื่อหลายช่องทางที่สามารถค้นพบแรงบันดาลใจในการจัดสวนได้แบบทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงวิธีการเลี้ยงต้นไม้และคลิปการทำสวนอย่างละเอียด สำหรับการจัดสวนสำหรับมือใหม่อาจฟังดูเป็นเรื่องยาก แต่วันนี้เราจะมาแนะนำข้อควรรู้เกี่ยวกับการจัดสวนว่าไม่ได้ซับซ้อนไว้อย่างที่คิดเลย
1. หาสไตล์การจัดสวนที่ตัวเองชอบ
เอกลักษณ์ของการจัดสวนแต่ละสไตล์นั้นจะบ่งบอกภาพรวมของบรรยากาศผ่านทางโครงสร้างต่างๆ เช่น วัสดุที่ใช้ พรรณไม้ หรือถ้าหากยังหาคำตอบไม่เจอว่าเราชอบสวนสไตล์ไหน สามารถเข้าไปหาแรงบันดาลใจได้จากเว็บไซต์ต่างๆ แล้วเซฟรูปและข้อมูลเก็บไว้ หรือหนังสือประเภทการจัดสวนทั้งไทยและต่างประเทศเพื่อให้เราเห็นสไตล์ของตัวเองได้ชัดขึ้น
2. เลือกต้นไม้ให้เหมาะสมกับสไตล์
พื้นฐานของการจัดสวนทุกรูปแบบควรจะมีต้นไม้ใหญ่เพื่อเป็นหลักของสวนที่ให้ร่มเงาแก่ไม้เล็กและผู้ใช้งาน อีกทั้งยังส่งผลในเรื่องของความสวยงามที่เป็นจุดเด่นในการดึงดูดสายตา ที่สำคัญควรเลือกชนิดต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบเพื่อลดภาระการเก็บกวาด และการเลือกกลุ่มไม้พุ่มและไม้คลุมดินจะช่วยเติมเต็มบรรยากาศภายในสวน นอกจากนี้ควรศึกษาต้นของแต่ละชนิดให้ดีว่าเมื่อโตเต็มฟอร์มแล้วจะเป็นแบบใด เพื่อคำนวณขนาดพื้นที่บ้านได้อย่างถูกต้อง
3. หาแหล่งซื้อต้นไม้และของแต่งสวน
ปัจจุบันแหล่งซื้อขายต้นไม้ไม่ได้มีแค่ตามท้องตลาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะทุกวันนี้มีช่องทางการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น Facebook ที่ได้มีการจัดตั้งกลุ่มซื้อขายต้นไม้ขึ้นเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าได้ทำการโพสต์ขาย แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบซื้อของออนไลน์เนื่องจากอยากไปเดินเลือกซื้อดูเองมากกว่าก็สามารถไปซื้อได้ตามตลาดต้นไม้ใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ สวนจตุจักร ริมถนนกาญจนาภิเษกตั้งแต่ช่วงบางแค-บางใหญ่ ถนนรังสิต-นครนายก ส่วนใครที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีแหล่งขายต้นไม้ไม่มากนักก็สามารถเลือกซื้อได้จากกลุ่ม Facebook หรืออดใจรองานประจำปีของจังหวัด หรือลองหาพรรณไม้ท้องถิ่นมาฝึกเพาะและขยายพันธุ์เองเพื่อฝึกทักษะให้ตัวเองก็ได้
4. เลือกประเภทวัสดุให้เหมาะกับต้นไม้และสไตล์สวนของตัวเอง
การเลือกวัสดุตกแต่งสวนนั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและสไตล์สวนของตัวเอง เช่น การเลือกใช้วัสดุประเภทตอไม้จะมีคุณสมบัติเก็บความชื้นได้ดี เหมาะใช้กับสวนป่าธรรมชาติ พร้อมเป็นที่พักพิงของพรรณไม้ต่างๆ โดยสวนรูปแบบโมเดิร์นจะดูมีปัญหากับความแห้งแล้ง การใช้องค์ประกอบของน้ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับสวนของคุณ
5. ลงมือจัดสวนด้วยตัวเอง
การลงมือจัดสวนด้วยตัวเองคือความสนุกและความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่จะได้เห็นสวนของตัวเองเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาด้วยมือเรา แต่บางขั้นตอนอาจเกินกำลังที่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น ลงต้นไม้ใหญ่ บ่อปลา ผนังสวน งานไม้ระแนง อาจต้องปรึกษาร้านรับจัดสวนพร้อมระบุความต้องการและเขียนแบบคร่าวๆ แล้วนำไปเปรียบเทียบราคาหลายๆ ร้าน และพิจารณาความน่าเชื่อถือจากชื่อเสียงและผลงานของร้านนั้น
6. เริ่มต้นการออกแบบ
เมื่อรู้ความต้องการของตัวเองชัดเจนแล้วก็มาถึงขั้นตอนการออกแบบเขียนแปลนพื้นที่สวนง่ายๆ ลงบนกระดาษ จุดสำคัญที่ควรมีคือ ตำแหน่งของต้นไม้ ควรวางและจัดโซนอย่างไรให้ออกมาสวยงาม มุมที่โดดเด่นอาจเป็นผนังสวนแนวตั้ง ผนังน้ำล้น หรือซุ้มกล้วยไม้ การออกแบบสวนคร่าวๆ เป็นผลดีแก่ผู้จัดเอง เพราะจะได้วางแผนได้อย่างแม่นยำ ประเมินราคาก่อนออกไปซื้อของ ลดการเสียเวลาที่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่บานปลาย
7. เตรียมพื้นที่และลงมือ
เคลียร์พื้นที่สำหรับการจัดสวนให้เรียบร้อย เก็บกวาดขยะเศษหิน เศษใบไม้ออกไปให้หมด ลำดับการปลูกคือต้องลงไม้ประธานก่อน แล้วตามด้วยไม้พุ่มและไม้คลุมดิน ควรระวังเรื่องระยะปลูกอย่าชิดกันมากเกินไปเนื่องจากต้องเผื่อต้นไม้โตขึ้น และอย่าลืมเก็บรายละเอียดให้สวยงาม สิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้สวนของคุณดูดีขึ้นมาทันที
จบไปแล้วกับข้อควรรู้เกี่ยวกับการจัดสวนด้วยตัวเอง หวังว่าคงจะมีประโยชน์ให้กับผู้ที่กำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว สำหรับคนที่กำลังศึกษาและหาซื้ออุปกรณ์ในการจัดสวนของตัวเองอยู่ สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee กันได้เลย