Nov 13, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของมือถือแบรนด์ดังอย่าง Oppo เลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละรุ่นที่เข็นออกมาวางจำหน่ายนั้น เรียกเสียงฮือฮาและความนิยมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งแต่ละรุ่นที่ปล่อยออกมายังสามารถครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและประเภทการใช้งานได้อย่างดี
วันนี้ผมจึงไม่รอช้า หยิบเอามือถือแบรนด์ Oppo อีกรุ่นหนึ่งมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักอย่าง Oppo 5s ที่ถึงแม้ Oppo จะจัดวางให้เป็นรุ่นน้องคนเล็กของแบรนด์ แต่สเปคของเครื่องเรียกได้ว่าไม่เป็นรองรุ่นเรือธงในตลาดแต่อย่างใด ถ้างั้นก็อย่ารอช้า ตามผมไปดูกันเลยดีกว่า
ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำ สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์
Oppo A5s มาพร้อมบอดี้แบบโค้งมนสวย สอดรับกับมือของผู้ใช้อย่างลงตัว ได้รับการออกแบบมาให้จับถนัดมือด้วยน้ำหนักเพียง 170 กรัม ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบกระจกเงาสะท้อนแสงวาวเก๋ มีระดับ
ดีไซน์สวยเก๋ ดูมีราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ถัดขึ้นมาบริเวณหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ให้กิจกรรมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหรือการแสดงผลเต็มอื่มและคมชัด ด้วยความละเอียดแบบ HD+ แสดงสีสันได้ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอทรงสวยแบบหยดน้ำหรือ Waterdrop ที่ดูดีไปอีกแบบ
โดดเด่นด้วย ColorOS 5.2 บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1
A5s ได้รับการพัฒนาจาก Oppo ให้มีระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ซึ่งพัฒนามาจาก Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo อีกทีหนึ่ง
จะเห็นได้ว่ารูปลักษณ์ภายใน ไม่ว่าจะเป็นไอคอน เนวิเกชันบาร์ (แถบด้านบนของหน้าจอ) หรือแอปพลิเคชันพื้นฐานต่างๆ มีรูปร่างหน้าตาที่น่าใช้ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo
และก็ไม่ได้สวยแต่ภายนอกเท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติการ ColorOS นี้ยังขนฟีเจอร์เด็ดๆ มาเพียบ อาทิ Smart Bar ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย ให้สามารถสับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอปได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ซีพียูประมวลผลอันทรงพลัง ตอบรับทุกการใช้งาน
Oppo A5s ประมวลผลด้วยซีพียู MediaTek (MT6765) Helio P35 แบบ Octa-core พร้อมกับความจุของแรมอีก 3 GB ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทั้งใช้งานแอปพลิเคชันสลับไปมาทั้งแชท ส่งเมล์ อินเทอร์เน็ต หรือจะเป็นการเล่นเกมหนักๆ ก็หายห่วง ไร้กังวล
รุ่นเล็กแต่แบตใหญ่ จุใจใช้ได้ทั้งวัน
Oppo A5s มีความจุของแบตเตอรี่สูงถึง 4,230 mah ซึ่งสามารถปล่อยสแตนบายด์ได้ถึง 2 วันเต็มๆ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน หรือต้องคอยพก Power Bank ให้เทอะทะหนักกระเป๋า แค่ชาร์จเต็มๆ ก็อยู่ยาวไปได้ตลอดทั้งวัน และถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยี Fast Charging อย่าง VOOC ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเครื่องนี้ชาร์จเต็มเร็วมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว
กล้องเซลฟี่ ฟีเจอร์เด่นของแบรนด์ Oppo
Oppo A5s มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 2 เลนส์ความละเอียด 13 และ 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.2 ให้ภาพคมชัดและเป็นธรรมชาติ ทั้งองค์ประกอบของรายละเอียดและสีสันที่ปรากฏ
กล้อง หนึ่งในคุณสมบัติชูธงของ Oppo
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ส่วนกล้องหน้าที่เป็นขวัญใจนักเซลฟี่มาหลายรุ่นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลและรูรับแสง f/2.0 ทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยสะดุดตา ถูกใจเจ้าของภาพแน่นอน และหากยังไม่จุใจ Oppo ก็ใส่ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง AI Beauty 2.0 เข้ามาช่วยผู้ใช้ในการแต่งรูป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่แบบไหน ถ่ายกับใคร ถ่ายคนเดียวหรือถ่ายกับเพื่อน AI Beauty ก็สามารถจัดให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องเปลืองแรงนั่งแต่งเองเลย
ระบบความปลอดภัยแบบรัดกุม เพื่อทุกความเป็นส่วนตัว
เจ้ามือถือเครื่องนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เพราะนอกจากจะมีการใส่ PIN หรือ วาด Pattern เหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ แล้ว Oppo A5s ยังแถมมาให้อีกตั้ง 2 ระบบทั้งการใช้ลายนิ้วมือและการสแกนใบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้ก็สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำไม่มีพลาดอีกด้วย
สเปคอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
Oppo A5s มีความจำในตัวเครื่องทั้งหมด 32 GB ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่เรายังสามารถเพิ่มได้ถึง 256 GB เลยทีเดียว จุใจทุกการใช้งานของทุกคนแน่นอน มาพร้อมกับถาดใส่ซิมส์ที่อยู่ติดกัน ซึ่งสามารถใส่ได้ถึง 2 Nano-sims เลยทีเดียว
ส่วนในเรื่องของสี A5s ก็มีมาให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 3 สีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีมหาสมุทร (Ocean Blue) สีแดงสด (Lipstick Red) และสีดำสุดคลาสสิค (Black) ซึ่งใครชอบสีไหนก็จับจองกันได้ตามสะดวกเลย
ครบครัน คุ้มราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo
ควรซื้อดีไหมนะ
หากใครกำลังมองหามือถือที่มีคุณสมบัติครบครันในทุกมิติการใช้งาน ทั้งทำงาน เล่นเกมหรือถ่ายภาพ และยังมีแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวันอีกด้วย Oppo A5s ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีและมองข้ามไม่ได้เลย
Oppo A5s วางจำหน่ายในราคาเปิดตัวเพียง 4,999 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาเกินคุ้มมากๆ ขอเชียร์ให้รีบมาเป็นเจ้าของเจ้า Oppo A5s เครื่องนี้กันด่วนๆ
Nov 13, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ใครหลายคนในช่วงนี้อาจกำลังมองหามือถือคู่ใจเครื่องใหม่ให้กับตัวเองอยู่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่แต่ละแบรนด์พากันเปิดตัวมือถือของตัวเองกันอย่างคับคั่ง จนอาจทำให้ผู้ที่กำลังลังเลถึงกับตาลายไปกับตัวเลือกมากมายเหล่านี้
วันนี้ผมจึงขอเสนอตัวเลือกดีๆ ให้กับทุกคน ด้วยมือถือสเปคโหดเถื่อนแต่ราคาจิ้มลิ้มอย่างเจ้า Oppo A3s มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน ต้องบอกทุกคนก่อนเลย ว่าทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดเกี่ยวกับเจ้ามือถือตัวนี้ อยู่ในราคาที่จ่ายไปห้าพันบาทยังมีเงินทอน!
รูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน
Oppo A3s มาพร้อมกับบอดี้ที่มีน้ำหนักเพียง 168 กรัม เบาแบบจับถนัดมือ ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงสวย ตัวเครื่องบริเวณขอบหน้าจอก็โค้งมนอย่างมีเอกลักษณ์ ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีด้วยกันคือ สีม่วงหม่น (Dark-purple) และแดงคลาสสิค (Classic-Red)
ไต่ขึ้นมาที่หน้าจอซึ่งมีความละเอียดแบบ FHD ให้ภาพสวยด้วยสีสันและความคมชัดเต็มตาพร้อมกับ Notched Display หรือหน้าจอแสดงผลแบบขอบโค้งทันสมัย สรุปคือดีไซน์ภายนอกไม่ทำให้ผิดหวัง สมกับเป็น Oppo เช่นเคย
ภายในเครื่องก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.1 ทำงานบน Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo ที่ออกแบบแอปพลิเคชันพื้นฐานได้อย่างสวยงามสะดุดตา น่าใช้มากๆ
รูปทรงสวยงาม หรูดูดี
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ขุมพลังของเหล่าเกมเมอร์และสายทำงาน Multi-task
Oppo A3s มาพร้อมกับชิปซีพียู Snapdragon 450 ซึ่งมีการทำงานแบบ Octa-core (8 คอร์) มอบประสบการณ์การทำงานที่เร็วและลื่นไหล ไม่มีสะดุดตลอดทั้งวัน แถมไม่ทำเครื่องร้อน (Overheating) ระหว่างการใช้งานอีกด้วย ทีนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องใช้งานแอพหลายตัวพร้อมกัน หรือต้องปะทะกับเพื่อนในสมรภูมิเดือดอย่าง PUBG Mobile ก็ไม่หวั่น
และถ้าหากว่ายังไม่พอ เจ้ามือถือเครื่องนี้ยังมี Game Mode โหมดเฉพาะทางเหล่าเกมเมอร์ เพื่อรีดประสิทธิภาพของซีพียูแบบเต็มสูบ และยังสามารถตัดทุกการรบกวนระหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความในแชทหรือสายโทรเข้า ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เล่นเกมได้อย่างไร้กังวล ไม่ติดขัด หัวเสียเพราะเกมกระตุกหรือถูกสายเข้าขัดจังหวะแน่นอน
อยากดูหนังและตอบแชทเพื่อนพร้อมกันได้ไหมนะ
ได้สิ เพราะ Oppo A3s มีระบบการทำงานพร้อมกันสองหน้าจอ หากต้องการดู YouTube และเม้าส์กับเพื่อนเรื่องสัพเพเหระไปพร้อมกัน ก็แค่ใช้ 3 นิ้วลากหน้าจอลง ก็จะมีหน้าต่างให้เลือกแอฟพลิเคชันที่ต้องการใช้พร้อมกันทันที
ความปลอดภัยต้องมาก่อน กับระบบสแกนใบหน้าอัจฉริยะ
ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความลับเยอะ แล้วอยากจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมือถือก็หมดห่วง เพราะ Oppo A3s มอบความปลอดภัยแบบสองชั้นโดยการเพิ่มระบบสแกนใบหน้าให้กับตัวเครื่อง ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วและแม่นยำไม่แพ้มือถือรุ่นๆ อื่นเลย
แบตเตอรี่จุใจเพื่อการทำงานและความบันเทิง
สำหรับผู้ที่ต้องใช้มือถือในการทำงานทั้งวันทั้งคืน และไม่มีเวลาในการชาร์จระหว่างวัน ก็ถือว่าอุ่นใจได้เลย เพราะด้วยแบตเตอรี่ที่มีมาให้ถึง 4,250 mah ที่ทำให้การใช้งานตลอดวันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะติดต่อคุยงาน เดินสายหาลูกค้า แม้กระทั่งดูซีรีส์มาราธอนหรือเล่นเกมยันสว่าง
ส่วนใครที่กลัวว่าจะต้องใช้เวลาในการชาร์จนานแน่ๆ เลยกับแบตความจุขนาดนี้ ก็คลายความกังวลไปได้เลย เพราะ Oppo A3s เครื่องนี้มีระบบชาร์จเร็วแบบ 20w หรือ VOOC Charging อยู่ หมดห่วงเรื่องใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง เพราะต่อให้เสียบชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงก็สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน
กล้องหน้าเซลฟี่ จุดแข็งของ Oppo ที่ห้ามมองข้าม
Oppo A3s มีกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดคมชัดในทุกการถ่ายภาพ และกล้องหน้าคุณภาพที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดขวัญใจนักเซลฟี่อย่าง Portrait mode (โหมดบุคคล) และหน้าชัดหลังละลาย
กล้องสวย รวยลูกเล่น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ไม่หมดแค่นั้น Oppo A3s ยังมี AI Beauty 2.0 ที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายกลุ่ม ถ่ายในร่มหรือกลางแจ้ง ก็ออกมาอย่างสวยงาม ดูดี โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงปรับแต่งเองให้เหนื่อยเลย
นอกจากนี้ Oppo A3s ยังมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยนะ
- ความจุของแรมอยู่ที่ 2 GB และมีความจุ 16 GB ส่วนรุ่นที่มีความจุแรม 3 GB จะมีความจุ อยู่ที่ 32 GB (ราคาของรุ่น 32 GB ตอนนี้อยู่ที่ 4,999 บาท)
- รองรับสัญญาณมือถือสูงสุด 4G จากทุกผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในประเทศไทย
- มีช่องใส่ซิม Nano-sim ได้ 2 ซิม และช่องใส่ Micro SD card อีก 1 ช่อง
ครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งาน
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand
ฟันธงก่อนซื้อ
สรุปเลย ในราคาเพียง 5,000 บาท ต้องบอกว่า Oppo A3s น่าจะกลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะเหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท
ด้วยซีพียูที่แรงและมีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด กล้องเซลฟี่ที่มีผู้ช่วยในการแต่งภาพครบครัน ตบท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแน่นอน
Nov 13, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
กลับมาอีกครั้งกับกระแสของกล้องฟิล์มที่เห็นได้จากเหล่าดารา หรือศิลปินมากมายที่กลับมาย้อนยุค รำลึกวันเก่าๆ ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น โทนภาพที่หาไม่ได้ในกล้องดิจิทัล จึงทำให้กล้องฟิล์มได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เค้าทำกันอย่างไรล่ะ?? ถึงได้เอาภาพสวยๆจากม้วนฟิล์มมาลงไว้ได้ในโซเชียลต่างๆ วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีขั้นตอนความยากลำบากอย่างไรกันบ้างกว่าจะได้ภาพแต่ละภาพ
1. เลือกชนิดของม้วนฟิล์ม
ฟิล์มแต่ละแบบนั้นให้ความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโทนสี ความอิ่มของสี หรือความไวของแสง ซึ่งเราควรเลือกฟิล์มให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะนำไปถ่ายภาพในแต่ครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้ากันของโทนสีกับสถานที่ หรือรวมไปถึงตัวนายแบบ/นางแบบที่จะถ่าย แต่ถ้าหากให้พูดถึงฟิล์มทั้งหมด บอกเลยว่าเล่าทั้งวันคงไม่จบแน่ๆ จึงมีวิธีเลือกฟิล์มง่ายๆที่ดูได้จากค่า ISO (ค่าความไวของแสง) ที่เห็นได้จากหน้ากล่องฟิล์มตอนที่ซื้อมาได้ จากตัวอย่างตามนี้เลย!!
- ISO200 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงต่ำ ทำให้เวลาถ่ายภาพนั้น ควรไปสถานที่ที่มีแสงแรงๆ หรือง่ายๆก็คือเหมาะกับการถ่ายภาพช่วงกลางวันกับถ่ายกลางแจ้งนั่นเอง
- ISO400 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงกลางๆ ทำให้รับแสงได้ดีขึ้น ถ่ายได้ง่ายขึ้น เป็นฟิล์มที่มีติดตัวไว้แล้วล่ะ อุ่นใจได้เลยว่าอย่างน้อยภาพที่ได้นั้นไม่ว่าจะถ่ายช่วงแดดแรงๆ หรือแสงน้อยๆก็ยังสามารถที่จะได้เป็นอย่างดี
- ISO800 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงสูง ทำให้เหมาะอย่างมาที่จะถ่ายในช่วงแสงน้อยๆ อย่างเช่นช่วง Twilight Time (ช่วงเวลา 5 โมง – 6 โมงเย็น) หรือแม้กระทั่งถ่ายกลางคืนเลยก็ยังได้
Tips : ดังนั้นการเลือกฟิล์มให้เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของคุณออกมาดูดีและสวยแจ่ม!!
2. เลือกระยะของเลนส์
ระยะของเลนส์ที่เลือกมาใช้นั้นก็เป็นสิ่งที่ควรดูว่าเราต้องการให้ภาพของเรานั้นออกมาเป็นอย่างไร ในกรณีที่กล้องสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นจะง่ายหน่อยเพราะสามารถเปลี่ยนเลนส์ไปตามสถานการณ์ต่างๆได้ แต่ถ้าเป็นกล้องคอมแพคฟิล์มแล้วล่ะก็ ต้องดูองค์ประกอบต่างๆ หากนำกล้องฟิล์มมาถ่ายวิวทิวทัศน์นั้นควรเลือกเลนส์ที่มีความกว้าง สามารถเก็บภาพได้ทั่วถึงอย่างกล้องที่มีเลนส์ระยะ 28 – 35 mm. และถ้าจะนำกล้องฟิล์มมาถ่ายบุคคลแล้วล่ะก็ เราควรนึกไว้ว่าสิ่งที่เน้นจริงๆคือ “บุคคล” เลนส์ที่เหมาะจึงเป็นเลนส์ที่อาจจะมีระยะที่แคบลงมาเพื่อให้แบบที่ถูกถ่ายนั้นโดดเด่นออกมา ซึ่งระยะควรจะเป็น 35 mm. ขึ้นไป อยู่ที่ความชอบและความถนัดของแต่ละคน นั่นเอง
3. การล้างและการสแกนฟิล์ม
เป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่า เอ๊ะ!!?? จะเอาภาพจากกล้องฟิล์มมาลงในโซเชียลได้ยังไง คำตอบอยู่ตรงนี้เลย!!
เริ่มจากการล้างฟิล์มก่อนเป็นลำดับแรกเลย การล้างฟิล์มนั้นคือการนำม้วนฟิล์มที่ถ่ายเสร็จแล้วนั้นมาทำการล้างด้วยน้ำยา ซึ่งฟิล์มแต่ละแบบก็ใช้น้ำยาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการล้างฟิล์มนั้นก็เป็นสิ่งที่ชี้ชะตาของสีฟิล์มเป็นอย่างมาก หากล้างได้ไม่ดีแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้สีฟิล์มนั้นๆเพี้ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันยังมีร้านอยู่ไม่น้อยที่รับล้างฟิล์ม อยู่ที่การเลือกร้านและลองผิดลองถูก เพื่อดูสไตล์การล้างในแบบที่ชอบ
ต่อด้วยการสแกนฟิล์มซึ่งจะมาควบคู่กันกับการล้างฟิล์ม และเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะทำให้ได้ภาพจากม้วนฟิล์มมาเป็นไฟล์ดิจิทัฃสำหรับไว้ลงในโซเชียลต่างๆแล้ว ซึ่งเป็นบริการที่มาควบคู่กับการล้างฟิล์ม ดังนั้นการเลือกร้านที่รับล้างและสแกนนั้นจึงสำคัญมากๆ ทั้งความความประณีตและความเอาใจใส่ในฟิล์ม จะทำให้ภาพที่เราลำบากในการถ่ายแต่ละภาพนั้นสามารถเก็บความทรงจำของเราไว้ได้
ถ้าทำตามทุกขั้นตอนที่กล่าวมา ทีนี้เราก็จะได้ภาพสวยๆสำหรับลง IG พร้อมอวดเพื่อนๆเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจจะลองถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มแล้ว ก็สามารถมองหากล้องฟิล์มสักตัวเพื่อมาลองผิดลองถูก นำมาถ่ายเพื่อเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ หรือใครมีกล้องฟิล์มคุณภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เข้ามาเลยที่ Kaidee
Nov 11, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ทำไมฝุ่นมันเยอะแบบนี้เนี่ยยย บ้านสกปรกอีกแล้ว! แม่บ้านพ่อบ้านหลายๆ คน น่าจะต้องพบเจอกับปัญหาเรื่องฝุ่นสกปรกในบ้านกันทั้งนั้น ยิ่งช่วงที่ฝุ่นหนา ยิ่งเยอะจนทำความสะอาดไม่ไหว หลายๆ บ้านจึงใช้วิธีการแก้ปัญหาการทำความสะอาดฝุ่นในบ้านด้วยการซื้อเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งหลายๆ คนยังไม่ทราบว่าเครื่องดูดฝุ่นชนิดและฟังก์ชั่นในการใช้งานแตกต่างกันออกไป แล้วเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานในบ้านของเรา ไปรู้จักเครื่องดูดฝุ่นแต่ละประเภทกัน
เครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุง
เครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุง เครื่องดูดฝุ่นชนิดนี้ถือเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ในยุคแรกๆ เมื่อในบ้านของเราฝุ่นเยอะ เราจะใช้เจ้าเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด ซึ่งเมื่อทำความสะอาดเสร็จ เราจะต้องนำถุงตัวนี้ไปสะบัดตากหรือไปซัก ทำให้ฝุ่นที่เราทำความสะอาดไป ก็สามารถฟุ้งกระจายในอากาศได้อยู่ดี แถมต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ก็สิ้นเปลือง ซึ่งในปัจจุบันเครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุง เริ่มมีน้อยลง จนแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว
เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องเก็บฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องเก็บฝุ่น สะดวกกับการใช่งานในแง่ของการทำความสะอาด เมื่อเราดูดฝุ่นหรือมำความสะอาดเสร็จแล้ว เราจะเห็นปริมาณของฝุ่นในกล่องเก็บฝุ่นว่าควรจะนำกล่องไปทำความสะอาดได้หรือยัง ทำให้ไม่มีปัญหาลืมทิ้งขยะ จนขยะเต็มกล่องเก็บฝุ่น และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยมากเท่าเครื่องดูดฝุ่นแบบมีถุง
เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย
เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ง่ายต่อการใช้งานมากๆ เนื่องจากไม่มีสายไฟมากวนใจในขณะที่กำลังดูดฝุ่นทำความสะอาด หรือการทำความสะอาดในที่ที่ปลั๊กไฟยาวไม่ถึง คุณก็สามารถทำความสะอาดได้ไม่มีปัญหา เพราะเครื่องดูดฝุ่นชนิดนี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ สามารถขนย้ายไปที่ไหนก็ได้ และเข้าถึงได้ทุกที่ที่ต้องการ
เครื่องดูดฝุ่นมือถือ
เครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือ ที่ได้ชื่อเรียกว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบมือถือ เนื่องจากเครื่องดูดฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ทำให้สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นนี้ได้ทุกที่ ทุกเวลา กระทั่งที่แคบ หรือว่าที่สูงที่เราไม่สามารถยกเครื่องดูดฝุ่นอื่นๆ ขึ้นไปได้ ส่วนใหญ่มักจะเห็นเครื่องดูดฝุ่นชนิดนี้อยู่ในรถยนต์เป็นหลัก
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น
หุ่นยนต์แบบฝุ่น เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะกับแม่บ้านพ่อบ้านยุคนี้ ที่ไม่ค่อยมีเวลามากๆ เพราะเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะช่วยคุณประหยัดเวลาอย่างมาก เนื่องจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้สามารถทำงานโดยไร้การควบคุมจากมนุษย์ได้ หลักการทำงานของเครื่องนี้คือ จะเคลื่อนที่อยู่ในบ้านของคุณเสมือนเป็นแม่บ้าน ดูดฝุ่นในที่ที่เจ้าเครื่องนี้สามารถเข้าถึงได้ และขอบอกตรงนี้เลยว่า หุ่นยนต์ดุดฝุ่นนี้ ทำความสะอาดบ้านได้สะอาด เข้าไปทุกซอกทุกมุม
เชื่อว่า หลายคนๆ หลังจากที่อ่านบทความนี้ คงรีบไปส่องเครื่องดูดฝุ่นที่บ้านแล้วว่าที่เรามีอยู่เป็นแบบไหน และเหมาะกับการใช้งานของเรามากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะใช้เครื่องดูดฝุ่นประเภทใด เราก็ต้องรักษาความสะอาดและดูแลเจ้าเครื่องดูดฝุ่นของเราอย่างดี เพื่อสุขอนามัยของคนในครอบครัว
ส่วนใครที่มีแพลนอยากเปลี่ยนเครื่องดูดฝุ่นใหม่ แต่ไม่รู้จะเอาเครื่องเก่าไปไว้ที่ไหน ลองเอามาส่งต่อให้เพื่อนบ้านที่ Kaidee จะได้มีเงินไปซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบใหม่ ถูกใจเรา
Nov 10, 2020 | บทความยานยนต์
รถมอเตอร์ไซค์ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการเดินทางสำหรับยุคนี้ ยิ่งในช่วงเวลาเร่งรีบ หันหน้ามองไปทางไหนก็เจอแต่รถติด การจราจรที่แสนคับคั่ง หรือรถโดยสารสาธารณะก็อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไป การเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะด้วยวิธีการดูแลรักษาง่าย มีตัวเลือกที่หลากหลายกว่า วันนี้เราจึงรวบรวม 5 มอเตอร์ไซค์ยอดฮิตในราคาไม่เกิน 5 หมื่น มาไว้ให้คนที่กำลังสนใจหรือมองหารถใช้งานอยู่ จะมีรุ่นอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย
1. Zongshen Ryuka Classic MINI S 2019
Zongshen Ryuka หรือ ซงเจิน ริวก้า แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ราคาประหยัดที่โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์แนวย้อนยุคเรโทรที่มีไฟหน้ากลม กระจกมองข้างแบบก้านสูงที่เป็นเอกลักษณ์ เบาะแบบสองตอน พร้อมเครื่องยนต์ขับเคลื่อน 1 สูบ 4 จังหวะ 110 ซีซี เกียร์ธรรมดา 4 เกียร์ มีทั้งระบบสตาร์ทเท้าและสตาร์ทไฟฟ้าด้วยมือ น้ำหนักเบาเพียง 84 กิโลกรัม สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ถือว่าเป็นรถครอบครัวดีไซน์สวยและเหมาะมากสำหรับผู้หญิงที่ต้องการหารถสักคันไว้ขับในเมือง
2. Honda Wave 110i 2019
มาถึงแบรนด์ยอดนิยมกันบ้างกับ ฮอนด้า ที่ได้นำรถขวัญใจครอบครัวอย่าง Honda Wave มาปัดฝุ่นแปลงโฉมใหม่ให้ร่วมสมัย ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น ไฟหน้าทรงหัวใจแยกส่วนกับไฟเลี้ยว ไฟท้ายแบบใหม่โอบรอบให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น มีช่องเก็บของใต้เบาะที่จุได้ถึง 7.4 ลิตร เครื่องยนต์เป็นแบบ 4 จังหวะ 109.17 ซีซี เกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ สตาร์ทด้วยเท้า โดยจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัดทั้งในเรื่องของราคาและเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันสูงถึง 63.3 กม.ต่อลิตร เรียกได้ว่ารักษ์โลกแล้วยังรักกระเป๋าตังค์อีกด้วย
3. Yamaha GT125 Standard 2020
สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบขับรถแบบเกียร์ธรรมดาเท่าไร รุ่นนี้พร้อมตอบโจทย์ความสบายให้กับคุณอย่างแน่นอนกับ Yamaha GT125 ปี 2020 ที่อัปเดตใหม่หมดทั้งภายนอกและภายในที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอัตโนมัติเทคโนโลยี Blue Core ดีไซน์ไฟหน้าใหม่สไตล์สปอร์ต มาพร้อมเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ เกียร์อัตโนมัติ พร้อมระบบสตาร์ทด้วยไฟฟ้า อีกทั้งยังมีระบบ Parking Break แบบเดียวที่ใช้ในรถยนต์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในเวลาที่จอดบนพื้นที่ลาดชันแบบไม่ต้องกลัวไหล ถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหารถสมรรถภาพดีราคาถูก ฟังก์ชันครบครันแบบจัดเต็ม
Credit: www.yamaha-motor.co.th
4. Honda Super Cup 2020
พาย้อนกลับไปสู่ยุคเรโทรกันอีกสักรอบกับ Honda Super Cup ปี 2020 ที่ออกแบบมาในสไตล์ Japanese Retro พร้อมคอนเซปต์ Forever Retro ตอกย้ำความเป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่นด้วยสีสันใหม่คู่กับบังลมสีขาวสวยงามไร้กาลเวลาที่นำเสนอออกมาในรูปแบบทรงย้อนยุคแฝงไปด้วยความมินิมอล ไฟหน้ากลม ไฟเลี้ยวขนาดเล็กแยกส่วนทรงกลม เบาะสองตอน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 109.17 ซีซี ขับสบาย 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา ระบบสตาร์ทไฟฟ้า โดยฮอนด้าเคลมไว้ว่าประหยัดน้ำมันสูงถึง 60.1 กม./ลิตร เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบรถสไตล์ย้อนยุค แถมประหยัดน้ำมัน และยังประหยัดงบด้วยราคาที่ถูกอีกด้วย
Credit: www.aphonda.co.th
5. GPX Legend 150s
ปิดท้ายกันที่รถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Tracker เอาใจสายคลาสสิกกันบ้างที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังครองใจใครหลายคนมาโดยตลอด คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 150 ซีซี 4 จังหวะ แบบ SOHC ออกแบบสีสันลวดลายสวยงามด้วยเนื้อสีแบบเมทัลลิคพิเศษ เดินเส้นลายบนตัวถังที่แฝงกลิ่นอายความเป็นเรโทร พร้อมโลโก้ 3D Emblem ที่มีพื้นผิวแบบ Hairline เสริมความเรียบหรูมีสไตล์ในแบบฉบับความเป็นสายพันธุ์ Legend นิยามบ่งบอกความคลาสสิกในตัวคุณ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของการขับขี่ รูปทรง และการใช้งาน ส่งผ่านออกมาในรูปลักษณ์การตกแต่งที่สร้างให้คุณเป็นไบค์เกอร์สาย Tracker ตัวจริง
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ 5 รถมอเตอร์ไซค์ยอดฮิตราคาไม่เกิน 5 หมื่น หวังว่าคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับคนที่กำลังมองหารถไว้ขับขี่ใช้งาน หากใครที่กำลังหาซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองอยู่สามารถเข้ามาเลือกซื้อได้ที่ Kaidee แหล่งรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์มือสองกว่าหนึ่งหมื่นคันทั่วประเทศ