Nov 18, 2020 | บทความยานยนต์
สีขาวเป็นอีกหนึ่งสีรถยนต์ที่ฮอตฮิตตลอดกาล ถ้ามองหาความสวย คลาสสิก สะอาดตา สีขาวก็เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับเราเช่นกัน แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่าดูแลยาก ต้องบอกเลยว่ารถขาวไม่ได้ดูแลยากอย่างที่คิด แค่นำ 5 ทริคเด็ดเคล็ดลับที่เรารวบรวมมาให้วันนี้ไปใช้ รถสีขาวของคุณก็จะดูใหม่ ไร้คราบเหลืองแล้ว ใครอยากรู้ว่ามีทริคอะไรบ้าง เลื่อนลงไปดูได้เลย
หมั่นล้างรถบ่อย ๆ ช่วยชะลอคราบเหลือง
วิธีดูแลรถสีขาวให้ใหม่ไร้คราบเหลืองที่ง่ายและควรทำเป็นอันดับแรกเลยคือหมั่นล้างรถบ่อย ๆ เนื่องจากรถสีขาวค่อนข้างเสี่ยงเป็นรอยเปื้อนได้ง่าย ถ้าปล่อยรอยเปื้อนเหล่านั้นไว้นานเกินไป อาจจะทำให้เกิดเป็นรอยฝังลึก ล้างออกยาก
ทางเราขอแนะนำให้หมั่นล้างรถอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เท่านี้ก็ช่วยให้รถสีขาวของคุณดูใหม่ ไร้คราบเหลืองเสมอแล้วค่ะ
เช็ดรถให้แห้งสะอาดหมดจด
หลังล้างรถแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือเช็ดรถให้แห้ง เราไม่แนะนำให้ปล่อยรถแห้งเองนะคะ เพราะหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวรถอาจจะทำให้เกิดคราบด่างดวงรวมทั้งสนิมที่ตัวถังรถยนต์ได้
ผ้าที่ใช้ควรเป็นผ้าที่ดูดซับน้ำและเช็ดฝุ่นละอองได้สะอาดหมดจด อาทิ ผ้าชามัวร์ ผ้าไมโครไฟเบอร์
ใช้ดินน้ำมันสำหรับล้างรถช่วยขจัดคราบเหลือง
อีกหนึ่งตัวช่วยสุดว้าวที่จะทำให้งานลบรอยเปื้อนและคราบเหลืองต่าง ๆ ง่ายขึ้นในพริบตาคงหนีไม่พ้น ‘ดินน้ำมันสำหรับล้างรถ’ เนื่องจากเจ้าดินน้ำมันมีความหนืด จึงช่วยดูดซับสิ่งสกปรกได้ดี
วิธีใช้ก็ง่าย ๆ แค่ซับตรงคราบเหลือง ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย แค่ปีละสองครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ
หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด
รู้หรือไม่? แสงแดดก็ทำร้ายผิวรถยนต์เหมือนกัน การจอดรถตากแดดนาน ๆ อาจจะทำให้รถยนต์สีขาวสุดที่รักของคุณเหลืองไวขึ้น ขอแนะนำให้เลี่ยงการจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าจำเป็น ลองพกผ้าคลุมป้องกันแสง UV ติดไว้คลุมตัวรถก็ดีนะคะ
ขยันเคลือบสีรถอย่างสม่ำเสมอ
การเคลือบสีถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สีรถของคุณเงางามทันตา การเคลือบสีก็มีให้เลือกหลายแบบ อาทิ เคลือบแก้วและเคลือบแว็กซ์ การเคลือบแก้วช่วยให้สีรถเงาสวย ติดทนนาน แถมป้องกันคราบเหลืองต่าง ๆ ได้นานกว่าเคลือบปกติ แต่ราคาจะก็สูงกว่าเคลือบแว็กซ์และต้องให้ช่างมืออาชีพทำให้
ส่วนเคลือบแว็กซ์นั้นจะไม่ยากเท่า เราสามารถใช้บริการช่างมืออาชีพ หรือถ้าอยากประหยัดเพิ่มขึ้นอีก ก็สามารถซื้อน้ำยามาทำเองได้นะคะ โดยเคลือบสักประมาณสองอาทิตย์ต่อครั้งก็ถือว่าโอเคแล้วค่ะ
ถึงการดูแลรถยนต์สีขาวอาจจะดูมีขั้นตอนเยอะแยะ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าดูแลไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ทำตาม 5 วิธีที่เราคัดมาให้วันนี้ คุณก็จะได้ใช้รถสีขาวกระจ่างใสไร้คาบเหลืองไปอีกนานแสนนาน! หรือถ้าใครกำลังเล็งอยากขายรถสีขาว จะเอาไปใช้ดูแลรถตัวเองให้สวยเช้งเหมือนมือหนึ่งก่อนขายก็เลิศนะคะ รับรองว่าได้ราคาดีไม่มีตกฮวบ
สำหรับคนที่สนใจอยากซื้อหรือขายรถสีขาวสวย ๆ แจ่ม ๆ สักคัน แวะเข้ามาที่ Kaidee Auto ได้เลยค่ะ เรามีรถสีขาวหลากรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกกันแบบไม่อั้น ส่วนคนที่อยากปล่อยเจ้ารถขาวที่บ้านสักคัน ก็มีคนรอซื้อเพียบ อย่ามัวรอช้า เข้าไปส่องตอนนี้เลยค่ะ
Nov 18, 2020 | บทความยานยนต์
สโลแกน กรุงเทพ ฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวเป็นวลีที่ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะนอกจากจะรถติดคับคั่งท้องถนนแล้ว หลายคนต้องเลี่ยงรถติดออกเช้าหรือกลับดึกขึ้น ใจที่อยากถึงบ้านเร็ว ยอมเหยียบร้อยกว่าบนทางด่วนในทุกๆวัน แต่แล้ววันหนึ่งคุณดันพบว่า เหยียบให้ตายก็แค่ไหนก็เร่งไม่ได้ทันใจสักที ยิ่งสำหรับใครที่ออกต่างจังหวัดยิ่งรู้สึกเซ็ง
แต่เราเข้าใจความลำบากในการหาเวลาเอารถไปศูนย์ของคุณเป็นอย่างดี บางทีการลองแก้ปัญหาพื้นฐานของประเด็นนี้อาจช่วยคุณได้ เพราะรถยนต์ของคุณอาจไม่ได้มีปัญหาที่เกิดจากสาเหตุภายในตัวเครื่องยนต์ แต่เกิดจากปัญหาการใช้งานของคุณเองก็เป็นไปได้ค่ะ
สาเหตุของรถเร่งไม่ขึ้นและวิธีการแก้ปัญหา
1.น้ำมัน
ใครจะไปนึกถึงว่าน้ำมันที่เติม ๆ กันอยู่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถเครื่องอืดได้ อันนี้ไม่ได้นับปัญหาที่เติมน้ำมันผิดจนเครื่องสะอึกหรือสำลักน้ำมันนะคะ ในยุคนี้น้ำมันผสม เช่น E10 (แก๊สโซฮอลล์) , E20, E85 ต่างๆ เป็นตัวเลือกที่ผู้ขับขี่นิยมใช้มากกว่าเบนซิน 95, 91 ด้วยราคาที่ถูกกว่าหลายบาทต่อลิคร
ยิ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้แล้ว การเลือกน้ำมันที่ประหยัดที่สุดสำหรับการวิ่งในเมือง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แต่รู้ไหมคะว่า การเลือกน้ำมันที่ประหยัด แม้จะเป็นเรื่องดีสำหรับการใช้วิ่งในเมือง
ทว่าเมื่อคุณต้องทำความเร็วขณะขับขี่บนทางด่วนหรือทางหลวงออกต่างจังหวัด กลับเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเวิร์ค เพราะน้ำมันเหล่านี้ถูกเจือจางผสมกับเอทานอล ทำให้น้ำมันที่สามารถนำไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้เร็วและเร่งแรงได้น้อยลง เมื่อคุณขับด้วยน้ำมันผสมเหล่านี้ จึงรู้สึกว่ารถเร่งไม่ขึ้นและอืดอย่างมาก
วิธีแก้ คือ หากคุณเป็นผู้ขับขี่ที่มักใช้ความเร็วเป็นประจำ แนะนำให้เติมเบนซิน 95, 91 ไปเลยจะดีกว่า ยิ่งวิ่งไกลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็ใกล้เคียงเจ้าตัวน้ำมันผสมเลยค่ะ หรือถ้าคุณคิดว่าเบนซินแพงเกินไป อาจเติมเป็นแก๊สโซฮอลล์แทนก็ได้นะคะ
2.โหมด ECON
รถยนต์สมัยใหม่มักจะมีโหมดประหยัดน้ำมันหรือโหมด ECON ติดมาให้ด้วย ไม่ว่าคุณจะขับรถรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ล้วนมีมาด้วย ทว่าโหมดนี้ช่วยประหยัดน้ำมันก็จริง แต่ในการเร่งแซงหรือขับด้วยความเร็ว มักเกิดอาการเร่งไม่ขึ้น เช่น คุณต้องการจะเร่งแซงขวาบนทางหลวง แต่เมื่อคุณออกขวาไปแล้วแทนที่รถจะพุ่ง กลับกลายเป็นว่าคุณดันขับช้าจนคันหลังที่ตามมาต้องกระพริบไฟใส่
วิธีแก้ ของปัญหานี้คือ การเร่งแซงด้วยเกียร์ S แทนการใช้เกียร์ D หากคุณต้องใช้รถในระยะไกลแนะนำให้ปิดโหมด ECON เพราะนอกจากจะอืดแล้ว ยังเปลืองน้ำมันมากกว่าการไม่ใช้โหมดนี้อีกค่ะ
3.ลมยาง
ปัญหาง่าย ๆ แต่หลายคนคิดว่าคงไม่เกี่ยว ลมยางที่อ่อนลงไปเพียงนิดหน่อยก็สามารถทำให้รถของคุณเต่าคลาน เพราะว่าลมยางที่อ่อนทำให้รถไม่ยึดติดถนนเท่าที่ควร ขับเร็วหน่อยรถก็ส่ายเสียแล้ว ไหนจะแรงขับเคลื่อนล้อที่เร็วแต่สภาพยางกลับเป็นตัวรั้งทำให้วิ่งช้ากว่าที่ควร หากนึกไม่ออกลองจินตนาการภาพคุณขี่จักรยานยางแบนดูว่าคุณต้องใช้แรงถีบมากขนาดไหนกว่าจักรยานคันนั้นจะขยับ จะขี่ตามเพื่อน ๆ ก็ไม่ทันใครเขา
วิธีแก้ คือ การหมั่นเช็คลมยางบ่อยๆ และสำรวจว่ายางของคุณมีจุดรั่วตรงไหนบ้างหรือเปล่า ผู้ขับขี่มักจะสังเกตได้ก่อนจากความรู้สึกส่ายของรถ การควบคุมพวงมาลัยไม่เสถียร เร่งไม่ค่อยขึ้น เป็นต้น อย่างน้อยควรเช็คสักสองอาทิตย์ต่อครั้งเวลาไปเติมน้ำมันก็ได้ค่ะ
4.บรรทุกสิ่งของ
สำรวจดูภายในรถและหลังรถของคุณว่าได้ขนของอะไรไว้เยอะ ๆ มั้ย เช่น หลังรถคุณอาจจะมีทั้งเครื่องสูบลมรถยนต์ อุปกรณ์การช่าง หรือสาว ๆ อาจจะมีของใช้ของกินไว้เต็มรถ หนึ่งในสาเหตุที่รถเร่งไม่ขึ้นก็มาจากการบรรทุกของหนักเกินไป แน่นอนว่า หลายคนอาจมองว่าการบรรทุกของหนักไม่เห็นเป็นไรเลย ก็รถมีไว้ขนของอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ได้ใช้ความเร็วก็ไม่เป็นไร แต่หากคุณต้องการใช้ความเร็วล่ะก็ น้ำหนักของสิ่งของเหล่านี้เป็นตัวถ่วงชั้นเลิศที่นอกจากจะทำให้รถขับได้ช้ามากแล้ว ยังเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุอีกด้วย
สำหรับวิธีแก้ ก็ง่าย ๆ เลยค่ะ อย่าขนของเยอะจนเกินจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น หลังรถมีแต่น้ำเปล่าสองลัง น้ำก็มีน้ำหนักเยอะด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ยิ่งมีสองลังคิดไม่ออกเลยค่ะว่าจะหนักขนาดไหน
5.ระบบแอร์รถไม่เย็น
บางคนอาจจะสงสัยระบบแอร์มันเกี่ยวกับอัตราเร่งของรถยนต์ได้อย่างไร ต้องบอกก่อนว่าระบบแอร์รถยนต์นั้นใช้การทำงานของเครื่องยนต์มาช่วยในการทำงานของคอมแอร์ เมื่อแอร์ไม่เย็น หรือคอมแอร์มีปัญหา การดึงแรงเครื่องยนต์มาจะเยอะกว่าปกติ ทำให้รอบการทำงานของเครื่องสูงและมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ เหตุนี้ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินจำเป็นและไม่ถ่ายกำลังไปใช้ในการเร่งเครื่องยนต์
วิธีแก้ ปัญหานี้คือ การพารถยนต์เข้าศูนย์เพื่อเช็คปัญหาระบบคอมแอร์ หากคุณเริ่มสังเกตว่าแอร์คุณไม่เย็น หรือสตาร์ทรถแล้วมีเสียงดังมาจากตัวแอร์ ควรนำเข้าไปให้ช่างเช็คระบบทุกอย่าง ประกอบกับมีอาการรถเร่งไม่ขึ้นแล้ว ไม่ควรโฟกัสไปที่ปัญหาจากเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากตัวชดเชยรอบ หรือ A/C Idle-up Valve ของระบบแอร์อาจพังทำให้เครื่องยนต์ทำรอบสูงกับระบบแอร์เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการชดเชยรอบให้แก่การทำงานของเครื่องยนต์
ดั่งสำนวนสุภาษิตที่ว่า เส้นผมบังภูเขา คนเรามักจะตามหาสาเหตุและวิเคราะห์ปัญหาจากการอนุมานเป็นอย่างแรก หลายคนเมื่อรู้สึกว่ารถเร่งไม่ขึ้น มักจะโฟกัสไปที่ระบบเครื่องยนต์มีปัญหาเป็นอย่างแรก โดยลืมนึกถึงปัจจัยง่าย ๆ หลายอย่าง แน่นอนว่าปัจจัยที่ได้กล่าวมาก็ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาทั้งหมด เพียงเป็นคำแนะนำสำหรับปัญหารถเร่งไม่ขึ้นที่สามารถลงมือแก้ไขในเบื้องต้นได้ก่อน
หากใครที่มองว่าการซื้อรถยนต์สักคันจะต้องดูแลเยอะแยะมากมายขนาดนี้ ใช้ไม่นานก็คงต้องเปลี่ยน การลงทุนซื้อรถยนต์มือสองที่มีราคาประหยัดและสามารถเปลี่ยนได้บ่อยแถมราคาขายไม่ตกอย่างในแอปพลิเคชัน Kaidee ก็เป็นทางเลือกที่ใหม่ ๆ ที่น่าลองพิจารณาดูนะคะ
Nov 18, 2020 | บทความยานยนต์
รถยนต์เป็นยานพาหนะที่คนนิยมใช้เป็นอย่างมาก และยิ่งในปัจจุบันสังคมของเราก็เป็นสังคมที่แออัดพอสมควร ทำให้ รถเล็ก กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่ารถคันใหญ่ ประหยัดน้ำมัน มีสมรรถนะที่ไม่ได้แย่ และมีสไตล์พอ ๆ กับรถคันใหญ่เลยทีเดียว
5 รถเล็ก ยอดฮิตคนรุ่นใหม่
Nissan March 2020
ขอบคุณรูปจาก: Nissan
Nissan March 2020 รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2553 เพราะถูกออกแบบมาด้วยสไตล์ที่ทันสมัยและสวยหรู ผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นจากกระจังหน้าแบบ V-shape และช่องกระจังหน้าแบบรังผึ้ง ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต ตัวรถมีสีให้เลือกหลายสี เหมาะกับคนทุกสไตล์ พร้อมไฟ LED ที่เห็นชัดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ด้านในมีพื้นที่กว้างขวาง โปร่งสบายเพราะมีหลังคาที่สูงกว่าเดิม ใช้เครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบแถวเรียง DOHC ขนาด 1,198 ซีซี 79 แรงม้า ทำให้ลดแรงเสียดทาน ให้อัตราเร่งที่ดี ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ Nissan March กลายเป็นรถยนต์คันเล็กที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท
Honda Jazz 2020
ขอบคุณรูปจาก: Honda
Honda Jazz 2020 รถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปร่างที่กะทัดรัด ปราดเปรียวถูกใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตตั้งแต่กระจังหน้าจนถึงกันชนท้าย ด้านในมาพร้อมกับความกว้างสบายสะท้อนความสปอร์ตผ่านเบาะดีไซน์ใหม่สีดำปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ถึง 4 แบบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และ ECON Mode ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง รองรับน้ำมัน E85 เรียกได้ว่าครบครันจริง ๆ
ราคาเริ่มต้น 555,000 บาท
Suzuki Swift 2020
ขอบคุณรูปจาก: Suzuki
ด้วยดีไซน์สุดล้ำที่ทำให้ Suzuki Swift 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กดีไซน์สปอร์ตที่คนนิยมใช้ ตัวรถมีกลิ่นอายความเป็นรถยุโรป ภายในดีไซน์สปอร์ตเข้ากับตัวรถด้านนอก มีเทคโนโลยีสุดล้ำอำนวยความสะดวก พร้อม Suxuki Smart Connect จอระบบสัมผัสที่ให้ความบันเทิงหลากหลาย สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Blutooth ที่มีโปรแกรม Apple CarPlay สำหรับระบบ ios อีกด้วย มีเครื่องยนต์หัวฉีดคู่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดเชื้อเพลิง และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย
ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท
Mazda 2 2020
ขอบคุณรูปจาก: Mazda
รถเล็กที่มีสไตล์เรียบง่ายแต่มีความสวยงามภายใต้คอนเซปต์ ‘Less is More’ สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร อย่าง Mazda 2 2020 ภายในห้องโดยสารมีดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม มีการจัดวางองค์ประกอบจากการใช้งานของมนุษย์อย่างเหมาะสม ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน มาพร้อมกับ Active Driving Display สกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบควบคุมความเร็วคงที่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมี Center Display หน้าจอสีรองรับความบันเทิงที่มี Apple CarPlay ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์คันเล็กจิ๋วมีความทันสมัยสูงมากเลยทีเดียว
ราคาเริ่มต้น 546,000 บาท
Toyota Yaris 2020
ขอบคุณรูปจาก: Toyota
Toyota Yaris 2020 เป็นอีกหนึ่งรถยนต์คันเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย เรียกได้ว่าขับไปทางไหนก็เจอ เพราะดีไซน์ที่ทันสมัยแต่คงความสปอร์ต ภายในมีพื้นที่กว้างทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า มาพร้อมเบาะหนังสีดำดีไซน์สปอร์ต ตัวรถมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะ และให้ความบันเทิงผ่านระบบสัมผัสรองรับ Apple CarPlay ให้เครื่องยนต์เบนซินตัวใหม่ Dual VVT-iE ขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
ราคาเริ่มต้น 539,000 บา ท
และสำหรับใครที่สนใจรถมือสองสภาพดี ราคาไม่แพงก็สามารถหาซื้อรถยนต์ที่เข้ากับสไตล์ของคุณได้ที่ Kaidee Auto ได้เลยนะคะ รับรองว่าทั้งถูกและสภาพดีแน่นอน
อ่านบทความ รีวิวยานยนต์ อื่น ๆ
Nov 17, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
ตื่นเช้ามาผมชี้ฟูไม่เป็นทรง มองหน้ากระจกกี่ทีก็ขัดใจจนทนไม่ไหว หวีแค่ไหนก็ไม่เรียบเสียที ชโลมน้ำมันมะพร้าวจนหัวมันหยองก็ยังไม่ดีขึ้น ทำขนาดนี้แล้วให้เครื่องหนีบเป็นผู้ช่วยของคุณสิคะ รับรองว่าที่หนีบผมที่จะแนะนำวันนี้ไม่เป็นอันตรายต่อผม แถมยังเป็นมิตรขนาดที่ว่าไม่ว่าทรงไหนก็เซ็ทได้ภายในครึ่งชั่วโมงพร้อมออกไปเผชิญโลกแล้วค่ะ!
1.Salonia 2way straight and curl iron 32 mm
Credit : Amazon.jp
โซโลเนียเป็นแบรนด์ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องที่หนีบผมอันดับหนึ่งในใจสาวๆ หลายต่อหลายคนต้องยอมซูฮกให้กับแบรนด์นี้ เพราะไม่ว่าจะออกเครื่องหนีบผมแบบไหนมา ก็เวิร์คไปหมด เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่รักเลยล่ะค่ะ
จุดเด่น : จุดเด่นของเจ้าเครื่องหนีบตัวนี้ คือการเซ็ททรงได้ทั้งหนีบตรงและม้วนผมในเครื่องเดียวกัน ไม่ต้องเสียเวลาเสียบปลั๊กสองเครื่องพร้อมกัน เพราะสาว ๆ บางคนอยากได้ผมด้านในตรง ผมด้านนอกเป็นม้วนลอน เลยต้องเสียบปลั๊กไว้สองเครื่อง
นอกจากจะเสียเวลา เสียค่าไฟแล้ว ยังเปลืองค่าเครื่องหนีบผมอีกค่ะ เมื่อทางซาโลเนียทำเครื่องทูเวย์นน้ำหนักเบาแบบนี้ออกมาจัดว่าตอบโจทย์ผู้ใช้เป็นอย่างมาก ขายดีถล่มทลายกันเลยทีเดียว ทั้งสะดวกสบายในแง่การเซ็ททรงและการพกพาสุด ๆ เลยค่ะ นอกเหนือจากนี้ เจ้าเครื่องหนีบผมอันนี้ ยังไม่ดึงผมอีกด้วยค่ะสาว ๆ ควรค่าแก่การใช้ทำผมให้ผมสลวยเรียบลื่นยิ่งกว่าโฆษณาแชมพูเลยค่ะ
ราคาประมาณ : 1,390 บาท
2. Tsuyagla Wave
Credit : Amazon.jp
แบรนด์เครื่องม้วนผมนำเข้าจากญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ลอนเมอร์เมด” ที่เมื่อลอนผมเสร็จเราจะกลายเป็นเจ้าหญิงแอเรียลแห่งท้องทะเลกันเลยทีเดียว ทว่าต้องระวังในการซื้อนิดหนึ่งนะคะ เพราะบางร้านอาจนำของปลอมมาปล่อยขาย ข้อสังเกตคือ ของแท้จะมีน็อตไม่เยอะเท่าไหร่ และตรงสายจะมีการห่อหุ้มที่หนากว่า
จุดเด่น : เครื่องม้วนลอนที่ทำออกมาเพื่อการเซ็ทผมทรงคลื่นดูเงางามคล้ายเมอร์เมดในการ์ตูน เครื่องตัวนี้ใช้ง่ายมากเพราะเป็นการออกแบบมาเพื่อการหนีบผมทรงคลื่น ตัวเครื่องมีลักษณะเป็นทรงคลื่นอยู่แล้ว แค่หนีบก็ออกมาเป็นลอนคลื่นได้เลย ไม่ต้องพึ่งเทคนิคการม้วนลอนใด ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงแค่คุณหนีบเบา ๆ ที่ผมของคุณให้รอบศีรษะ ไม่เกินยี่สิบนาที ก็จะได้ผมทรงลอนคลื่นสวยงามแล้ว เหมาะสำหรับสาวมือใหม่และสายขี้เกียจเป็นอย่างมากเลยค่ะ
ราคาประมาณ : 1,900 – 2,000 บาท
3.Lesasha Straight & Curl Glamour Plus
Credit : Central.co.th
ได้ยินชื่อ เลอซาช่า หลายคนคงคุ้นหูคุ้นตากันอยู่บ้าง เพราะเป็นแบรนด์ที่ผลิตอุปกรณ์เสริมความงามที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งในไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม หรือ เครื่องหนีบผมหากให้นึกถึงแล้วล่ะก็ ต้องเลอซาช่า! ไม่ว่าใครก็วางใจในแบรนด์นี้ได้ในเรื่องของคุณภาพและราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์
จุดเด่น : เครื่องหนีบผมตัวใหม่ของเลอซาช่า ที่ไม่ว่าผมตรงหรือดัดลอนก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยเครื่องเดียว ที่ออกแบบมาในลักษณะตัวเครื่องหนีบแบบเรียบ พกพาง่าย ทั้งสามารถใช้ได้ทั่วโลก จุดขายของตัวนี้คือ ซี่หวีด้านหลังตัวหนีบที่จะช่วยล็อคเส้นผมของคุณให้เป็นระเบียบขณะม้วนลอน
ทั้งยังมีฟังก์ชันไอออนิก ที่จะทำให้ผมคุณลดการชี้ฟูอีกด้วย สาว ๆ คนไหนที่รักการขยับตัวไปหยิบนู้นหยิบนี่ขณะลอนผมต้องรักเจ้าตัวนี้แน่นอน เพราะสายไฟสามารถหมุนได้ถึง 360 องศาเลยค่ะ
ราคาประมาณ : 2,990 บาท
4. CoolAStyler หวีไฟฟ้า Anion
Credit : Shopee Thailand
น้องใหม่มาแรงสำหรับวงการเสริมความงาม ที่มีคนรีทวิตรีวิวไปมากกว่าสองแสนสี่หมื่นกว่าครั้งในทวิตเตอร์ เรียกได้ว่าเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก ทั้งในแง่ของดีไซน์และคุณสมบัติการใช้งานที่เหมาะมาก ๆ สำหรับคนไม่มีเวลาและสายขี้เกียจค่ะ
จุดเด่น : เครื่องหนีบถูกทำขึ้นมาในลักษณะของหวี ที่สามารถใช้ได้ทั้งตอนผมแห้งและผมเปียก ไม่ต้องกลัวไฟช็อต เพราะว่าตัวทำความร้อนอยู่ด้านในของตัวหวีอีกที ไม่ได้ปล่อยความร้อนออกมาตรง ๆ นอกจากจะปลอดภัยในชีวิตแล้ว ผมของคุณยังปลอดภัยไม่แห้งเสียแน่นอนค่ะ
การใช้งานก็เหมือนหวีผมปกติเลย ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ผมของคุณก็จะแห้งสวยเหมือนได้รับการเซ็ททรงแล้ว ง่าย ๆ แค่นี้ก็เป๊ะปังพร้อมก้าวอย่างเฉิดฉายออกจากบ้านแล้วค่ะ
ราคาประมาณ : 1,590 บาท
5. Dyson Airwrap Styler Complete
Credit : Dyson.co.th
แบรนด์ดังขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ราคาแพง(มาก) แน่นอนว่าราคาแพงแต่คุณภาพก็ตามราคา เนื่องจากเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อสุขภาพผมที่ดี ไม่ว่าจะลมในการเป่าผมก็ถูกคำนวณมาอย่างดีแล้วว่าเหมาะสมกับสภาพเส้นผม ไม่ทำให้แห้งเสีย เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับทุกสภาพผมเลยค่ะ
จุดเด่น : แนะนำว่าก่อนจะเสียบปลั๊กเป่าผม ให้ลองตั้งนาฬิกาจับเวลาดูนะคะ ไม่เกิน 5 นาที ไดร์เป่าผมของไดสันตัวนี้ สามารถทำให้ผมของคุณแห้งสนิทแบบไม่ได้โม้จริง ๆ ค่ะ ยังไม่หมดเท่านี้ ไดร์เป่าผมตัวนี้
นอกจากจะทำหน้าที่ไดร์แล้วยังมีความพิเศษอย่างอื่นอีก เพราะเขามีหัวให้เสียบเปลี่ยนอีกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น หัวที่เป็นหวี ที่ช่วยคุณหวีผมให้เรียบและเป่าผมได้เวลาเดียวกัน หรือจะเป็นหัวสำหรับลอนม้วนผม ก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน เรียกว่าจัดให้เต็มครบเซ็ทในอันเดียวเลยล่ะค่ะ
ราคาประมาณ : 17,900 บาท
ใครที่มีปัญหาหัวฟู แก้ยาก หากยังหาวิธีไม่ได้ แนะนำให้ลองพึ่งตัวช่วยเพิ่มเติมดู เช่น เครื่องหนีบผมสุดว้าว ที่จะช่วยให้ผมคุณเป็นทรงสวยในเวลาไม่ถึง 30 นาทีเสียด้วยซ้ำ สะดวกสบายมาก ๆ เลยค่ะ ยิ่งกับสาวออฟฟิศที่ต้องตื่นเช้าและเซ็ทผมในทุก ๆ วัน รู้อย่างนี้แล้ว ถอยมาสักเครื่องเลยค่ะ! ลองมาเช็คสินค้าและราคางาม ๆ ได้ที่นี่ แอปพลิเคชัน Kaidee เลยค่ะ
Nov 17, 2020 | ข่าวสาร และกิจกรรม
สำหรับคนติ่งไอดอล แน่นอนว่ายิ่งในยุคที่ไม่ใช่แค่ไอดอลเกาหลีที่มีกลุ่มแฟนคลับเยอะ ยังมีกลุ่มไอดอลชายไทยบางกลุ่มที่เริ่มมีแฟนคลับไทยหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งยังมี “แม่แฟนไซต์” หรือก็คือ กลุ่มคนที่คอยตามศิลปินในที่ต่างๆและปล่อยรูปออกมา คงมีหลายคนที่อยากลองเป็นแฟนไซต์บ้าง ก่อนอื่นเลยนะคะ เราต้องมาดูกันว่า เขาใช้กล้องใช้เลนส์อะไร ถึงถ่ายรูปสุดที่รักของเราๆ ออกมาได้ออร่าจับขนาดนี้!
กล้อง
1.Panasonic Lumix DMC-FZ300
Credit : Panasonic Thailand
มากันที่กล้องตัวแรกเลยนะคะ เป็นกล้อง Super Zoom ระยะ 25-600 และเป็นคอมแพคในราคาไม่ถึงสามหมื่น สำหรับมือใหม่งบไม่ถึง แนะนำให้เริ่มจากตัวนี้ก่อนเลยดีกว่าค่ะ ไม่แพงไป
แต่ภาพที่ได้รับรองว่าดีมีคุณภาพแน่นอน แถมระยะซูมยังได้สุดๆไปเลย มีระบบกันสั่นด้วยนะคะ ถ่ายวิดีโอก็ได้ถึง 4K คุณภาพชัดแจ๋ว มองเห็นไอดอลที่คุณรักชัดเจนแน่นอน จะไลฟ์จะคลิปในสนามบินก็ชัดมากๆเลยค่ะ แถมยังถ่ายจากระยะไกลได้ดีอีกด้วย
2.Canon7D Mark II
สำหรับตัวนี้จะขยับขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เป็นกล้อง DSLR สุดฮิตที่มีเซนเซอร์เลนส์เป็น APS-C ที่จะทำให้ภาพของคุณสามารถจับระยะได้กว้างขึ้น บวกกับเลนส์ซูมสักตัว โอ้โห จับภาพบนเวทีแบบเก็บได้ครบ เห็นไอดอลของคุณได้แบบจุใจไปเลยค่ะ
ซึ่งแน่นอนว่า ราคาของรุ่นนี้ก็จะแพงขึ้นมาหน่อย อยู่ที่ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท แต่เป็นรุ่นยอดฮิตสำหรับแม่ ๆ แฟนไซต์เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นรุ่นที่เบากว่าตัว Canon 5D อยู่หน่อย แต่ได้คุณภาพที่ใกล้เคียงเลยค่ะ
3.Canon 5D Mark IV
Credit : Canon Thailand
มาถึงตัว Full Frame กันบ้าง เป็น Canon 5D ที่จัดได้ว่าเป๊ะปังสุด ๆ สำหรับสายตามถ่ายไอดอลเลยค่ะ เพราะคุณจะได้เห็นไอดอลของคุณแบบชัดเจนชัดแจ๋ว ชนิดว่าถ่ายออกมาก็ออร่าลอยออกจากภาพได้เลย
จะที่มืดที่สว่างไม่มีหวั่น เพราะปรับ ISO ได้เยอะมากๆเลยค่ะ เนื่องจากคุณภาพที่ดีมาก แต่น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาด้วย และแน่นอนว่าราคาก็สูงขึ้นตามกันมาอีกค่ะ จะอยู่ที่ประมาณจ็ดหมื่นกว่าบาทค่ะ
เลนส์
1.Canon EF 70-200 F/2.8 L III USM
Credit : SNAPSHOT
เริ่มต้นกันด้วยเลนส์ยอดฮิต แต่ราคาเป็นมิตรน้อยที่สุด หลายคนมักจะเรียนเลนส์ชนิดนี้ว่า “บ้องขาวคาดแดง”เลนส์ตัวนี้มีระยะซูมอยู่ที่ 70-200 กันเลยทีเดียว และที่สำคัญเลยก็คือ F ของเลนส์ตัวนี้อยู่ที่ 2.8 จัดว่าเป็นช่วงรับแสงที่ดีมากๆ เหมาะแก่การถ่ายภาพบุคคลในระยะไกลเลยทีเดียว
ซึ่งเลนส์ตัวนี้เหมาะสำหรับกล้องที่มีระบบกันสั่น ภาพที่ถ่ายออกมาได้จะมีความคมชัด แถมเรื่องการโฟกัสจัดได้ว่าเป็นตัวท็อปสำหรับเลนส์ระยะนี้เลยทีเดียว ราคาก็จะอยู่ประมาณ 70,000 – 80,000 บาท
2.Tamron SP 70-200mm f2.8 VC USD
Credit : BIG Camera
สำหรับใครที่ต้องการเลนส์ซูมระยะเดียวกันกับตัวเมื่อกี้ แต่งบไม่ไหว ก็ลองลดลงมาเป็นตัวนี้ดูไหมคะ เป็นเลนส์ซูมในระยะ 70-200 เท่ากันกับตัวเมื่อครู่นี้เลยค่ะ เพียงแต่การโฟกัสและความคลาดเคลื่อนของสีอาจจะด้อยกว่านิดหน่อย
แต่จัดได้ว่าเป็นเลนส์ที่ดีตัวหนึ่งเลยเหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาเลนส์สักตัวไว้ใช้ถ่ายศิลปินแบบไม่ได้จริงจังมาก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทค่ะ
3.Canon 70-300mm f4-5.6
เลนส์สุดท้ายสำหรับการซูมเพื่อตามศิลปินก็คือ ตัวนี้ล่ะค่ะ ระยะซูมที่ 70-300 นับว่าไกลมาก ๆ แต่การรับแสงจะอยู่ f4-5.6 ซึ่งจะเป็นการปล่อย F ไหล ก็คือตัวกล้องจะเป็นตัวประเมินผลในการวัดแสงเองว่าจะถ่ายรูปมาใน F ที่เท่าไร ซึ่งแน่นอนว่าข้อเสียก็คือ การควบคุมแสง และความไวที่น้อยกว่าสองตัวข้างบน แต่ในเรื่องของราคาก็ต้องให้เขาชนะเลิศ เพราะตัวนี้อยู่ที่ราคาอยู่ประมาณที่ 30,000 – 40,000 บาทค่ะ
อ่านจบก็คงพอทราบกันไปบ้างแล้ว สำหรับตัวกล้องและเลนส์ที่เหล่าแม่แฟนไซต์ใช้ในการตามถ่ายศิลปินของตนเอง แหม ๆ รู้อย่างนี้แล้ว ใครคิดจะลองเป็นแม่แฟนไซต์หรือตามถ่ายศิลปินด้วยตนเองบ้าง ก็ห้ามพลาดที่จะคว้ากล้องและเลนส์เหล่านี้มาเป็นของตนเอง
แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ การตามไม่ควรคุกคามศิลปินหรือส่งผลกระทบต่อผู้อื่นนะคะ ถึงจะเรียกว่าเป็นการตามศิลปินที่ดี
ว่าที่แม่แฟนไซต์คนไหนที่กำลังจะเริ่มต้นทางสายนี้ หากงบไม่ไหว ลองลดรุ่นเป็นกล้องมือสองรุ่นของปีสองปีที่แล้วดูไหมคะ สภาพกล้องและเลนส์แน่นอนว่าใช้ได้ดีเหมือนมือหนึ่งเลยค่ะ ภาพที่ถ่ายออกมาก็ไม่ต่างกันมากนัก
แต่ราคามือสองรับรองว่าเบาใจเบากระเป๋ามากกว่าแน่นอนค่ะ หากมองหาและตัดสินใจได้แล้ว ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่ Kaidee ที่มากด้วยกล้องราคาสุดน่ารักพร้อมพาคุณไปแชะภาพไอดอลสุดที่รักให้คุณได้ภาพที่ใกล้และออร่าฟุ้งวิบวับแล้วค่ะ!