2021 นี้ ช้อปเสื้อผ้าที่ไหนดีนะ

2021 นี้ ช้อปเสื้อผ้าที่ไหนดีนะ

ที่ผ่านมานี้แม้ว่าจะเจอวิกฤตต่างๆมากมาย แต่เราก็ยังคงคอยระมัดระวังในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ทำให้ยังอยู่รอดปลอดภัยกันมา และบางทีความเครียดก็อาจเกิดขึ้นเมื่อรอบตัวมีแต่ความวุ่นวาย วิธีแก้เครียดง่ายๆอย่างหนึ่งคือการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะหนุ่มๆหรือสาวๆ การได้ช้อปปิ้งโดยเฉพาะช้อปเสื้อผ้า ก็เป็นหนึ่งในทางแก้ไขเพื่อคลายเครียดได้อย่างดี 

เทคนิคการแต่งตัวง่ายๆ

ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเสื้อผ้าแบบไหนดี ก่อนออกไปช้อปลองหยิบเสื้อผ้าในตู้มาลองใส่กันดูตามนี้เลย อาจเจอสไตล์ที่ชอบก็ได้นะ

1.จับคู่เสื้อผ้าเบสิค 

เสื้อผ้าเบสิคอย่างเสื้อเชิ้ตก็สามารถหยิบมาใส่แมทช์กับกางเกงยีนส์ได้เสมอ เรียกว่าเป็นลุคง่ายๆคลาสสิคแบบไม่ล้าสมัย แต่เลือกสีและรูปแบบของยีนส์ดีๆให้เข้ากับสัดส่วนของเราล่ะ จะได้คอมพลีทลุคที่ดูดีสุดๆแบบง่ายๆเลย  

2.ขาว ดำ เบจ เทา เข้ากันง่ายเสมอ

เลือกสีพื้นๆอย่างสีขาว สีดำในการแต่งตัวจะช่วยให้ลุคของเรามีความคุมโทนมากขึ้น หรือบางทีเราก็สามารถเลือกโทนเดียวทั้งตัวก็ได้ ถือเป็นการเน้นสีที่เราใส่ให้โดดเด่นมากขึ้น

3.แมทช์สีกระเป๋ากับรองเท้า

นอกจากสีของเสื้อผ้าแล้ว บางครั้งการที่เราใช้สีของเครื่องประดับ กระเป๋าหรือรองเท้าในโทนสีเดียวหรือใกล้เคียงกัน ก็ทำให้เกิดการแมทช์กันได้ง่ายๆอีกด้วย 

สีเสื้อมงคล

ก่อนจะไปดูสถานที่ช้อปกัน มาดูสีเสื้อมงคงลในแต่ละวันกันก่อน เรื่องนี้อาจดูเป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ลองใส่ตามดูก็ได้ ไม่แน่อาจจะเฮง ปัง เป็นมงคลกับคุณในวันนั้นก็ได้นะ

5 แหล่งช้อปเสื้อผ้า 

ในปี 2021 นี้แม้ว่าหลายๆแหล่งช้อปจะเริ่มทยอยปิดตัวไป แต่ก็ยังคงมีอีกหลายแห่งที่ยังคงเปิดอยู่ เรามาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างที่พร้อมให้เราได้ออกไปช้อป

1.ยูเนี่ยนมอลล์

การเดินทาง : MRT สถานีพหลโยธิน (ทางออก 5) 

เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 22:00 น.  

ยูเนี่ยนมอลล์เป็นศูนย์การค้าที่มีเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากชั้น G และ B ส่วนมากจะเป็นอาหารทั้งคาวและหวาน ชั้น F1 ก็จะเริ่มมีเสื้อผ้าโดยชั้นนี้จะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ แต่ก็ยังมีร้านอาหารกับร้านขนมหวานอยู่ และตั้งแต่ชั้น F2 ถึง F5 ก็จะเกี่ยวกับแฟชั่นทั้งหมด 

ใครอยากเดินหากระเป๋าหรือรองเท้าสวยๆก็ไปชั้น F2 ใครหาชุดไปงานต่างๆก็ต้องชั้น F3 สำหรับหนุ่มๆต้องไปช้อปชั้น F4 ส่วนชั้น F5 นั้นจะเป็นด้านบริการความงามต่างๆ เช่น แว๊กขน ทำเล็บ ต่อขนตา เป็นต้น 

เรียกว่าที่เดียวอยู่จริงๆสำหรับใครที่อยากไปช้อปปิ้งเสื้อผ้า เหนื่อยๆก็มีร้านให้นั่งพักกินของหวานชิลๆ หรือถ้าหิวอยากกินมื้อหนักๆก็มีร้านอาหารให้ได้เอ็นจอย ปะ! ไปช้อปกันเถอะ ~ 

2.ตลาดห้วยขวาง

การเดินทาง : MRT สถานีห้วยขวาง (ทางออก 4)

เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 19:00 – 05:00 น. (ตีห้า) 

ใครชอบช้อปตอนดึกต้องไปที่นี่เลยตลาดห้วยขวาง สามารถนั่ง MRT ไปได้ถึงที่ โดยตลาดห้วยขวางนี้ตั้งอยู่ติดกับเทวาลัยพระพิฆเนศ พอขึ้นมาจาก MRT ก็สามารถไปไหว้ก่อนช้อปได้

ในช่วงต้นของตลาดนั้นจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆมากมาย นอกจากนี้ยังมีรองเท้า ยิ่งสาวๆที่ชอบส้นสูงต้องมาดูที่นี่เลย สวยด้วย ราคาถูกด้วย รวมถึงอุปกรณ์เสริมสวยอีกมากมาย พอช้อปจุใจแล้วเหงื่อแตกผมเหนียว ก็มีร้านสระ-ไดร์ผมอีกหลายร้าน หรือถ้าหิวมื้อดึกอยากกินแบบฉ่ำๆก็มีร้านอาหารมากมาย (ข้าวขาหมูที่นี่อร่อยมากกกก) แต่ช่วงนี้ร้านอาหารต่างๆอาจจะปิดไว้หน่อย เพราะตามมาตรการสกัดโควิดห้ามนั่งกินหลัง 3 ทุ่ม 

3.ปิ่นเงินปิ่นทองพลาซ่า 

การเดินทาง : MRT สถานีบางยี่ขัน (ทางออก 4) ต่อรถเมล์สาย 66 ลงป้ายเซนทรัลปิ่นเกล้า แล้วข้ามสะพานลอย

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 22:00 น. 

อีกแหล่งช้อปที่เปิดมานานหลายปี เป็นที่ยอดนิยมของชาวปิ่นเกล้าและตลิ่งชัน ปิ่นเงินปิ่นทองพลาซ่า แม้จะไม่มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน แต่ก็สามารถนั่งรถโดยสารมาถึงเซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้วข้ามสะพานลอยมาได้ 

ปิ่นเงินปิ่นทองพลาซ่าเป็นตลาดที่มีเสื้อผ้าและของใช้จุกจิกของผู้หญิงมากมาย อีกทั้งยังมีร้านทำเล็บ ร้านสระผมอยู่อีก ที่สำคัญคือร้านอาหารที่อยู่ข้างในสุดมีแต่ร้านเด็ดๆ ทั้งยำและส้มตำต่างๆ 

นอกจากภายในปิ่นเงินปิ่นทองแล้ว ยังสามารถเดินออกมาอีกหน่อยบริเวณด้านหน้าห้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า ก็ยังมีขายเสื้อผ้าและของกินอีกมากมาย แต่หากให้แนะนำ มาช่วงเย็นๆจะมีร้านเปิดเยอะกว่าช่วงเช้าและบ่ายนะ แถมไม่ร้อนอีกด้วย

4.แพลตตินัมประตูน้ำ

การเดินทาง : BTS ชิดลม (ทางออก 1) เดินผ่านเซ็นทรัลเวิลด์และจะมีสกายวอล์คเดินเข้าแพลตตินัม

เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 20:00 น.

เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นต่างๆ เพราะเป็นสถานที่แรกๆที่เหล่านักช้อปแบบเหมาะจะไปกัน ใครที่ไม่ได้ไปนาน ตอนนี้เขามีสกายวอล์คที่สามารถเดินชิลๆจากหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปยังแพลตตินัมได้แล้วนะ

แพลตตินัมมีร้านค้ามากกว่า 2,000 ร้าน เรียกว่าเดินช้อปกันจนขาสั่นเลยทีเดียว สาวๆที่มาช้อปในตึกเก่าก็สามารถเดินช้อปเสื้อผ้าตั้งแต่ชั้น B ไปยังชั้น 4 ได้เลย ส่วนคุณผู้ชายก็ต้องบอกตามตรงว่ามีน้อยแต่มีนะ ร้านส่วนมากจะอยู่ในชั้น 4 

การเดินช้อปในแพลตตินัม อาจต้องใจเย็นหน่อย ค่อยๆเดินดูเรื่อยๆ เพราะบางทีอาจเจอเสื้อผ้าแบบเดียวกันในราคาต่างกันก็มี หรือแบบเสื้อผ้าต่างๆจะมีทั้งแบบใหม่แบบเก่าปนกัน ต้องอย่าใจร้อนชอบแล้วซื้อ อีกหนึ่งอย่างคือการต่อราคา บางร้านอาจมีการตั้งราคาเพื่อต่อด้วยนะ (แต่อย่าไปต่อเยอะเสียจนแม่ค้าจะรุมเอาล่ะ) 

ชั้นบนสุดจะเป็นศูนย์อาหาร มีของกินหลากหลายอย่าง ถือว่าเป็นอีกแหล่งช้อปที่ครบครันทั้งเรื่องกินและเรื่องช้อปจริงๆ

5.ร้านในไอจี

การเดินทาง : หยิบโทรศัพท์เปิดเข้าได้ทันที

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันทุกเวลา

สายชอบช้อปเสื้อผ้าแต่ขี้เกียจเดินทาง ไม่ต้องไปไหนเลยจ้า อยู่บ้านช้อปได้ในไอจีเลย ร้านในไอจีสมัยนี้มีทั้งราคาถูกแบบเป็นแฟชั่นที่อัพเดทใหม่ๆ  แต่เลือกร้านดีๆ เพราะบางทีอาจเจอของถูกคุณภาพต่ำหรือของแพงคุณภาพถูกก็เป็นได้ เลือกดูดีๆ หาร้านที่น่าเชื่อถือ แค่นี้ก็ได้ช้อปปิ้งที่บ้านแบบสบายใจแล้ว 

สรุป

แหล่งช้อปเสื้อผ้าในช่วงนี้ยังมีหลายที่ที่เปิดอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมนั่นคือเรื่องความสะอาดและอนามัยของตัวเราเอง ทั้งการล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย และไม่ไปในสถานที่เสี่ยง ส่วนใครยังกล้าๆกลัวๆก็บุ๊คมาร์กบทความนี้ไว้ พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้นค่อยออกไปช้อปกันก็ได้ แต่หากทนไม่ไหว สายเลือดนักช้อปมันแรงก็ช้อปออนไลน์ก่อนได้เลยจ้า 

ถ้าเสื้อผ้าที่บ้านเริ่มล้น ไม่รู้จะไปปล่อยที่ไหน Kaidee ของเรามีหมวดบริจาคด้วยนะ ! ทั้งบริจาคเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์และอื่นๆอีก ได้เพิ่มพื้นที่ตู้เตรียมรับชุดใหม่ แถมยังได้ความสบายใจได้อีกด้วยนะ มาลองบริจาคกัน

สร้างวินัยแห่งการวางแผน 5 ข้อดีของการมีแพลนเนอร์ส่วนตัว

สร้างวินัยแห่งการวางแผน 5 ข้อดีของการมีแพลนเนอร์ส่วนตัว

“มีแต่งานเต็มไปหมดเลย แต่ไม่รู้จะเริ่มทำชิ้นไหนก่อนดี อยากให้ 1 วันมีสัก 28 ชั่วโมงได้ไหมเนี่ย”

ขึ้นชื่อว่าการทำงาน ก็ย่อมเต็มไปด้วยปริมาณ และความท้าทาย ไหนจะเป็นงานที่ต้องส่งภายในสัปดาห์นั้น หรืองานด่วนที่เจ้านายต้องการก่อนเย็นวันเดียวกัน ซึ่งบ่อยครั้ง ภาระงานเหล่านี้ถาโถมเข้ามาหาเราภายในคราวเดียว จนเราไม่อาจทันตั้งตัว และทำให้เราไม่สามารถทำงานให้เสร็จสิ้นได้

ยิ่งเมื่อไม่มีอะไรเสร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอันแบบนี้ คุณอาจหันมาโทษตัวคุณเอง ว่าเป็นต้นเหตุของงานที่คั่งค้างทั้งหลาย กลายเป็นผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน วงจรอุบาทว์นี้ก็จะวนกลับมาหลอกหลอนคุณอยู่เรื่อยๆ ในทุกครั้งที่คุณจัดการตนเองไม่ได้

ลองหันมาวางแผนการทำงานไหม

ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด ถ้าจะให้พูด ก็เปรียบเสมือนปัญหาของเส้นผมไม่กี่เส้นที่บังภูเขาจนมิด แต่เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยสมุดหนาพอดี 1 เล่ม หรือหน้าจอขนาดเท่าฝามือ 1 จอ ทางแก้ที่ว่านี้ มาในชื่อของสิ่งที่เรียกว่า “แพลนเนอร์” หรือบันทึกการวางแผน

เราจะลองมาสำรวจประโยชน์ทั้งหมดของแพลนเนอร์ เพื่อที่คุณผู้อ่านจะสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนการทำงานในปีที่จะถึงนี้ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดูกันเลยครับ

แพลนเนอร์ช่วยเรียงความสำคัญของงาน

หลายต่อหลายครั้ง ที่เราต้องเผชิญหน้ากับงานหลายชิ้นพร้อมๆ กัน อาจทำให้เราหลงลืมรายละเอียด หรือแม้แต่เวลากำหนดส่งงานบางชิ้นไปโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งถือเป็นหายนะอย่างมาก หากมองในมุมของเจ้านายหรือผู้สั่งงาน ที่ต้องการงานคุณภาพดีภายในเวลาที่กำหนด

การบันทึกสิ่งที่ต้องทำลงในแพลนเนอร์ช่วยให้เรามองเห็นงานทั้งหมดเป็นภาพรวม และช่วยให้เห็นวันกำหนดส่งงานได้ชัดเจน ทำให้เราแยกแยะได้ว่า ควรทำงานไหนก่อน และงานไหนสามารถเก็บไว้ทำทีหลังได้ โดยดูจากความสำคัญและความด่วนของงานแต่ละชิ้น

จะเป็นแพลนเนอร์บนหน้ากระดาษหรือโทรศัพท์มือถือก็ได้ทั้งนั้น

กำหนดเป้าหมายในชีวิตของเราได้

หน้ากระดาษบนสมุดแพลนเนอร์ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อจดสิ่งที่ต้องทำในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่เราสามารถวางแผนระยะยาวหรือเป้าหมายชีวิต (Lifetime goal) ของเรา ผ่านการเขียนขั้นตอน หรือวิธีการโดยละเอียดเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้อีกด้วย

หากเป้าหมายของเราคือการเป็นเจ้าของบ้านก่อนอายุ 30 สิ่งที่เราเขียนลงไปในแพลนเนอร์อาจเป็นขั้นตอน หรือรายละเอียดสิ่งที่ต้องทำ เพื่อนำเราไปสู่การมีบ้านเป็นของตัวเองเช่นแผนการออมเงิน แผนการใช้จ่าย กองทุนที่น่าสนใจ หรือแม้แต่การวางแผนทำอาชีพเสริม ทั้งหมดนี้เพื่อขยับเข้าใกล้ความฝันของเรา

แพลนเนอร์ยังช่วยในการวางแผนเป้าหมายของเรา เพราะเราสามารถย้อนกลับมาเปิดดูสิ่งที่เราได้ทำไป เพื่อทบทวนหรือปรับเปลี่ยนแนวทางการเดินไปหาเป้าหมายของเราในอนาคต

แพลนเนอร์เป็นเครื่องสร้างเวลาของเรา

“ไม่ค่อยมีเวลาเลยช่วงนี้ ทำแต่งาน” เคยบอกใครต่อใครแบบนี้ไหมครับ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เรามักคิดว่า เราไม่มีเวลาเหลือแล้วใน 1 วัน แต่ที่จริงแล้ว เราอาจกำลังวางแผนการ “ใช้เวลา” ของเราไม่ดีพอต่างหาก

แพลนเนอร์จะเป็นเสมือนโดรนที่ฉายภาพมุมสูงให้เราเห็น ว่าเรามีงานที่ต้องทำหรือต้องรับผิดชอบในเวลาใดบ้าง งานไหนที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ สัปดาห์นี้ หรืองานไหนที่ไม่ได้รีบเร่งและสามารถเลื่อนออกไปก่อนได้

การมองเห็นงานในลักษณะนี้ นอกจากช่วยให้เราจัดสรรเวลาสำหรับการทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เรามองเห็นเวลาที่เหลือ เวลาที่เราสามารถนำไปทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย ทั้งงานอดิเรกที่เรารับปากตัวเองว่าจะทำ งานสังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงที่เราอยากไป หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนเวลาเหล่านั้นให้กลายเป็นเวลาพักผ่อนที่เราถวิลหามาเนิ่นนาน

ช่วยลดความเครียดจากการทำงาน

ความเครียดจากการทำงานเกิดจากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในนั้นคือการที่เราไม่สามารถจัดการงานของเราได้ตามที่เราคาดหวัง เพราะด้วยปริมาณงานที่มากเกินไป และเดดไลน์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเราเรื่อยๆ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ความเครียดจะกัดกินจนอาจทำให้เราหมดไฟในการทำงานได้

ความกังวลและความเครียดเหล่านี้ มาจากการที่เราไม่สามารถควบคุมการทำงานของเราได้ ไม่รู้ว่าต้องทำงานชิ้นไหนก่อน หรืองานชิ้นไหนควรเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งแพลนเนอร์จะช่วยให้เราควบคุมการทำงานตรงนี้ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ความเครียดที่เป็นผลพวงมาจากการทำงานลดน้อยลงไปด้วย

ประสิทธิภาพในการทำงานของเราที่เพิ่มขึ้น

งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า การทำงานพร้อมกันหลายอย่าง (Multitasking) ทำลายประสิทธิภาพการทำงานของเรามากถึง 64 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเป็นเครื่องจักรตามโรงงาน ก็คงจะถูกโละทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

ในทางกลับกัน การใช้แพลนเนอร์ช่วยให้เราเรียงลำดับความสำคัญของงานได้ และรู้ว่าควรทำงานชิ้นใดก่อน ทำให้เราไม่ต้องทำหลายงานพร้อมกัน หรือทำสลับกันไปมา เพราะเราสามารถแบ่งสรรปันส่วนปริมาณงานที่เรามีได้อย่างลงตัว ทำให้เราทำงานเสร็จเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพลนเนอร์ช่วยส่งเสริมระบบความจำของเรา

“ถ้าอยากทำข้อสอบได้ ให้ทำเหมือนกับเราพยายามจะเอาโพยเข้าห้องสอบ คือเขียนทุกอย่างที่อยากจำได้ลงในกระดาษแผ่นเล็ก เขียนเสร็จเมื่อไร เราจะจำข้อมูลในนั้นได้เกือบทั้งหมดแน่นอน”

ก่อนอื่นเลย น้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาอ่านบทความนี้ครับ การเอาโพยเข้าห้องข้อสอบเป็นสิ่งไม่ดีอย่างยิ่งนะครับ

ประเด็นคือ ทำไมเราถึงจำสิ่งที่เราจดได้แม่นยำกว่าการที่เราพยายามจำเฉยๆ มันเป็นไปได้อย่างไรกันนะ

เป็นไปได้ครับ การเขียนช่วยให้สมองทำงานหนักกว่าการท่องจำธรรมดา อีกทั้งยังต้องใช้สมองหลายส่วนในการเขียน ทำให้สมองมีการสั่งการที่ละเอียดกว่า จึงทำให้เราจดจำสิ่งที่เขียนได้มากขึ้น การเขียนแพลนเนอร์จึงเป็นเหมือนการย้ำเตือนให้เราจดจำสิ่งสำคัญที่เราต้องทำอีกทางหนึ่งนั่นเอง

เสมือนเพื่อนร่วมเดินทางในชีวิตของเรา

เพราะเราบันทึกแทบทุกอย่างลงในแพลนเนอร์ ทั้งชีวิตการทำงาน งานอดิเรก หรือเวลาส่วนตัว แพลนเนอร์จึงเปรียบเสมือนกล่องสมบัติที่เก็บความทรงจำของเราเอาไว้ เป็นที่ๆ เราสามารถทบทวน พิจารณาและเก็บบทเรียนในอดีตไปเป็นแรงผลักดันในอนาคตได้

หากเราบันทึกเป้าหมายชีวิตลงไป แพลนเนอร์จะเป็นเสมือนเพื่อนบอกทาง ทั้งเส้นทางที่เราเดินผ่านมา และหนทางที่เรายังต้องเดินต่อไป อีกทั้งยังค่อยเตือนเราถึงข้อผิดพลาดที่เราทำลงไป เป็นเหมือนการพยุงเราให้ยังอยู่ในเส้นทาง โดยมีแพลนเนอร์เป็นเหมือนป้ายบอกทางนั่นเอง

ก้าวแรกของนิสัยที่ดี ที่สร้างได้ด้วยตัวเอง

การหมั่นบันทึกเป้าหมายและสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำจะช่วยสร้างทัศนคติใหม่ของการทำงานให้กับเรา ทำให้เราแยกแยะความสำคัญ ความเร่งด่วน รวมถึงเวลาส่วนตัวและเวลาทำงานได้ดีขึ้น

อีกทั้งการใช้แพลนเนอร์กับเรื่องชีวิตประจำวันจะช่วยให้เราเข้าใจรูปแบบชีวิตของตัวเอง และทำให้รู้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือลักษณะการใช้ชีวิตของเรา เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

การได้กาทับแพลนเนอร์เป็นความสู่ขิต

ข้อนี้ไม่ต้องอธิบายให้มากความ หลายคนย่อมเข้าใจความรู้สึกของการใช้ปากกาขีดทับงานที่เราทำเสร็จแล้ว เป็นความรู้สึกที่น่าพอใจอย่างบอกไม่ถูกเลยใช่ไหมล่ะครับ และหากเราทำอย่างนี้ได้ในวันนั้น เราก็ย่อมอยากทำมันอีกครั้ง ในวันต่อๆ ไป

งานเสร็จแล้ว ก็ไปเที่ยวต่อได้!

ชีวิตเปลี่ยนไป ด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น

การจัดการที่ดีจะเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและเวลาส่วนตัวที่มีคุณภาพของเรา เพราะหากเราจัดการงานต่างๆ ได้ เราจะมีเวลาและโอกาสในการทำกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น เป็นเสมือนภูมิคุ้มกันสภาวะหมดไฟในการทำงาน

เราไม่จำเป็นต้องทำงาน 3 งานพร้อมกัน เป็นผู้บริหารบริษัทดัง หรือแม้กระทั่งเป็นคนที่อยู่ในวัยทำงาน ทุกคนสามารถใช้แพลนเนอร์เพื่อจัดสรรเวลาของตัวเองได้ และเชื่อเถอะว่า เราจะได้ประโยชน์จากการวางแผนและจัดการชีวิตอย่างแน่นอน เหมือนที่นักเขียนชาวอเมริกันอย่าง เดล คาร์เนกี้เคยกล่าวไว้ว่า

“จงเสียเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อวางแผน ดีกว่าเสีย 10 ชั่วโมงกับการลงมือทำอย่างไร้ทิศทาง”

หากคุณกำลังมองหาแพลนเนอร์ดีๆ สัก 1 เล่มสำหรับปีที่จะถึงนี้ ขอให้ Kaidee Marketplace ช่วยคุณวางแผนและจัดการเรื่องนี้เอง ลองแวะเข้ามาดูแพลนเนอร์ที่วางขายบนเว็บไซต์ของเราดู รับรองว่ามีมากมายจนคุณเลือกไม่ถูก จนไม่รู้จะซื้อเล่มไหนเลยครับ

ชลบุรี จังหวัดที่น่าลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์

ชลบุรี จังหวัดที่น่าลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์

ถ้าหากเพื่อน ๆ นึกถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้ ๆ กับกรุงเทพมหานครและเป็นหนึ่งจังหวัดสำคัญ มีการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในแต่ละปีได้มากเลยทีเดียว โดยจังหวัดที่จะพูดถึง คือ จังหวัด ชลบุรี นั่นเองครับ 

ซึ่งจังหวัดชลบุรีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง โดยที่มีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง เมืองพัทยา ที่เป็นเขตปกครองพิเศษ โดยจังหวัดชลบุรี มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่กำลังสร้างขึ้นหลากหลายพื้นที่ อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม คอนโดต่าง ๆ จึงทำให้จังหวัด ชลบุรี เป็นพื้นที่สำคัญ ที่กำลังขยับขยายเติบโตขึ้นในอนาคต

ทำไมจังหวัดชลบุรี ถึงเป็นพื้นที่ที่น่าลงทุน 

มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้จังหวัดชลบุรีกลายเป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในปัจจุบันและในอนาคตก็กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ หนึ่งในนั้น คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่น โดยมีเมืองพัทยา ที่เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการเติบโตของโรงแรม มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังจะสร้างขึ้นในอนาคตอยู่หลายโครงการ อีกทั้งยังมีหมู่บ้านต่าง ๆ ที่กำลังก่อสร้างในอย่างเยอะ และในอนาคตคาดว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัยผุดขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน มาดูกันว่าปัจจัยที่ทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่น่าลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ มีปัจจัยอะไรบ้าง

1. หนึ่งจังหวัดสำคัญในการท่องเที่ยว  

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีนั้นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะและหลากหลายมากจังหวัดหนึ่ง ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งของจังหวัดชลบุรีมาจากการท่องเที่ยวนั่นเอง โดยสถานที่สำคัญในการมาท่องเที่ยว คือ พัทยา บางแสน เกาะสีชัง เกาะล้าน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีก เช่น ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ จึงทำให้อนาคต ชลบุรี จะมีที่พักอาศัยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนที่จะซื้อบ้านอีกหนึ่งหลังเพื่อเอาไว้พักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดพักผ่อนหรือซื้อไว้เพื่อลงทุนก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อย เพราะราคาดีขึ้นแน่นอน

2. ธุรกิจต่าง ๆ กำลังเติบโต 

ในปัจจุบัน จังหวัดชลบุรี กำลังพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งยังลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อเชื่อ 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังสร้างรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมแหล่งอุตสาหกรรมกับท่าเรือ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง พัฒนาท่าเรือมาบตาพุด สร้างถนนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง และพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จึงทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่เล็งเห็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการค้าและกำไรเพื่อเติบโต รวมไปถึงธุรกิจขนาดเล็กที่เล็งเห็นโอกาสในการขยับขยายกิจการของตัวเองก็เปิดตัวกันอย่างมากมาย

3. สถานที่สำคัญต่าง ๆ 

สถานที่สำคัญต่าง ๆ ของจังหวัดชลบุรีมีเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ สถานที่อุตสาหกรรม สถานที่ท่องเที่ยว อย่าง ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ห้างโรบินสัน 

อีกทั้ง จังหวัดชลบุรี ยังมีสถานที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา อีกด้วย 

ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังที่นักศึกษาเข้ามาเรียนต่อกันเยอะมากเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจหอพักต่าง ๆ มีรายได้ที่ดีตลอด และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีการสร้าง Condo โครงการหมู่บ้าน ใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะพอสมควรเพื่อตอบสนองการเช่าและการซื้อของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนในพื้นที่นั่นเอง

4. ราคาที่พักอาศัยถูกกว่า 

จะเห็นได้ว่าโครงการหมู่บ้านในเขตปริมณฑล รวมไปถึงจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตในด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือจะเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ราคาบ้านในโครงการ ราคาคอนโด รวมไปถึงราคาที่ดิน จะมีราคาที่ถูกกว่าในกรุงเทพฯ เนื่องจากยังเป็นแค่พื้นที่ที่กำลังจะขยายความเจริญออกมาไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ แถมยังเดินทางสะดวกสบายด้วยถนนมอเตอร์เวย์ 

โดยราคาบ้านของโครงการและคอนโด ตอนนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่าโครงการบ้านและคอนโดในกรุงเทพฯ มาก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างเช่น ความสะดวกสบายในการเดินทางและปัจจัยต่าง ๆ ที่ยังไม่ครอบคลุมเหมือนเมืองหลวง 

แต่ถึงอย่างไร จังหวัดชลบุรีก็เป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตในหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นใครกำลังจะซื้อบ้านและคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือเพิ่งลงทุน ปล่อยเช่าในอนาคตในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็รีบซื้อเลยตั้งแต่ตอนนี้นะ ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นเนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

5. จังหวัดศักยภาพ 

อย่างที่ได้เขียนไปว่า จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นจังหวัดที่เป็นเหมือนจังหวัดที่กำลังเติบโตในทุก ๆ ด้าน จากหลาย ๆ ปัจจัย จึงทำให้ในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะมีการลงทุน มีความเจริญเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตแน่นอน เนื่องจากมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสถานที่สำคัญอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น บ้าน คอนโด มีราคาที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นการที่คิดจะลงทุนซื้อบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี คุ้มค่าแน่นอนครับ

สรุปท้ายบทความ

เชื่อเลยว่าในอนาคตจังหวัดชลบุรี จะเป็นพื้นที่ที่มีการเกิดของโครงการหมู่บ้านใหม่ คอนโดใหม่ และสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัยต่าง ๆ เยอะขึ้น เนื่องจากปัจจัยในหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้นักทุนเล็งเห็นโอกาสต่าง ๆ ในการมาลงทุนในจังหวัดชลบุรี และที่สำคัญ ราคาในการซื้อ – ขายบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันยังเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้ ถ้าหากใครอยากลงทุนซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อขายและปล่อยเช่าในอนาคต ก็เป็นทำเลที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากเลยทีเดียว 

หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาบ้านและคอนโดในจังหวัดชลบุรี ลองเข้ามาดูกันก่อนได้ที่ Kaidee Property กันก่อนได้เลย เรามีให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อในแบบที่หลากหลาย ราคาดี คลิกเลย

  

รวมวัดประจำปีนักษัตรชงเสริมมงคลตลอดปี 2021

รวมวัดประจำปีนักษัตรชงเสริมมงคลตลอดปี 2021

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน! เริ่มต้นปีใหม่แบบนี้อีกหนึ่งเรื่องที่คนไทยนิยมทำเสริมสร้างสิริมงคลให้ชีวิตราบรื่นปัง ๆ ในปีหน้าก็คือการไหว้พระทำบุญเอาฤกษ์เอาชัย โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเกิดปีชง 

ตามไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่าปี 2021 นี้ ปีนักษัตรไหนชงบ้าง แถมด้วยการพาไปส่องพระธาตุประจำแต่ละปีนักษัตรที่ชงให้แวะไปสักการะ รวมทั้งวัดแก้ชงสุดเด็ดใกล้กรุงเทพฯ ที่ควรไปแก้ชงปิดท้ายให้ครบสูตร!

ส่องปีนักษัตรชงประจำปี 2021

ปีมะแม

ปีนี้ปีนักษัตรมะแมหรือปีแพะรับบทชงเบอร์หนึ่ง ชงไปเต็ม ๆ 100% ค่ะ ผู้ที่เกิดปีนักษัตรมะแมจะเกิดใน พ.ศ. อาทิ พ.ศ. 2474, 2486, 2498, 2510, 2522, 2534, 2546, และ 2558

ไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรมะแม: พระธาตุดอยสุเทพ 

พระธาตุประจำปีนักษัตรมะแมได้แก่วัดดังคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่อย่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้ใต้ดิน เรียกว่าเป็นที่นับถือและสักการะของทั้งคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่จากทั่วทั้งประเทศ ถ้ามีโอกาสไปเยือนถึงถิ่นเชียงใหม่แล้ว หาเวลาไปไหว้เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตในปีนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีนะคะ

ที่ตั้ง : ถ.ศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 

https://goo.gl/maps/dGauB3RwJkvZVh636

เบอร์โทรศัพท์: 053-295-003

ปีฉลู

ปีฉลูเป็นปีชงร่วมสำหรับปี 2021 นี้ ปีชงร่วมหมายถึงปีที่ชงแต่ไม่ได้ชงเต็ม 100% เหมือนปีมะแม สำหรับปีฉลูนั้นถือเป็นปีคักหรือปีนักษัตรที่ชง โดยจะชงประมาณ 75% นั่นเอง

เราหยิบยกพ.ศ.ของผู้ที่เกิดปีนักษัตรฉลู อาทิ พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2528 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2552 

ไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรฉลู: พระธาตุลำปางหลวง

ชาวปีฉลูคนไหนมีโอกาสแวะขึ้นเหนือไปแอ่วเมืองลำปาง อย่าลืมหาเวลาไปแวะสักการะวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง ที่สร้างและแล้วเสร็จในปีฉลู

ลักษณะเจดีย์เป็นแบบล้านนา นอกจากจะมีพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมและกราบไหว้แล้ว ในด้านสถาปัตยกรรมก็ถือว่าทรงคุณค่าเนื่องจากเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยด้วย

ที่ตั้ง: ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง

https://goo.gl/maps/fjDMhFBQvw5X25dH9

เบอร์โทรศัพท์: 054-281359

ปีมะโรง

สำหรับปี 2021 ปีมะโรงจะเป็นปีที่ชงร่วมอีกเช่นเคย ถือว่าเป็นปีเฮ้งซึ่งเป็นปีที่ได้รับเคราะห์กรรมรวมไปด้วย 

ผู้ที่เกิดปีนักษัตรมะโรงจะเกิดในปีพ.ศ. เช่น พ.ศ. 2495 พ.ศ. 2507 พ.ศ. 2519 พ.ศ. 2531 พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2555 

ไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรมะโรง: พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์

พระธาตุประจำปีนักษัตรมะโรงได้แก่ พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดพระสิงห์ถือเป็นวัดสำคัญที่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ 

มีพระพุทธรูปโบราณสร้างด้วยศิลปะเชียงแสนโบราณ ประดิษฐานปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ใครเกิดปีมะโรง อาจจะหาเวลาว่างแวะไปสักการะขอพรเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขในปีหน้า

ที่ตั้ง: 2 ถ.สามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 

https://goo.gl/maps/3p2EPasKNkVnJtF4A

เบอร์โทรศัพท์: 053-416-027

ปีจอ 

และแล้วก็มาถึงปีชงร่วมปีสุดท้ายอย่างปีจอ ในปี 2021 นี้ ปีจอถือว่าเป็นปีผั่วหรือปีที่จะได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ สำหรับปี พ.ศ.ของคนที่เกิดปีจอก็เช่น พ.ศ. 2513 พ.ศ. 2525 พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2561 

ไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรจอ: พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี

พระธาตุประจำปีนักษัตรของคนปีจอได้แก่ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี ณ วัดเกตการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดสวยชื่อดังเมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง คนปีจอที่แวะเวียนไปแถวเชียงใหม่ ควรแวะไปสักครั้ง ทำบุญเสริมสิริมงคลกับพระธาตุประจำปีนักษัตร 

ที่ตั้ง:  ถ.เจริญราษฎร์ ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่จ.เชียงใหม่

่https://goo.gl/maps/P77zc4PfBJnJEHXt5

3 วัดดังเด่นเรื่องแก้ปีชงในกรุงเทพฯ

นอกจากจะหาโอกาสไปไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรเสริมสิริมงคลแล้ว สิ่งที่เรานิยมทำกันมากในช่วงต้นปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ได้ชื่อว่าเกิดปีชงก็คือการทำบุญแก้ชง วันนี้เรามีลิสต์วัดแก้ชงยอดฮิตที่ไปได้ง่าย ๆ ในกรุงเทพมาฝากกัน

วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

ประเดิมด้วยวัดดังที่อยู่คู่ปีชงคนไทยมาทุกยุคทุกสมัยอย่าง ‘วัดมังกรกมลาวาส’ หรือ ‘วัดเล่งเน่ยยี่’ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเยาวราช การแก้ชงที่วัดนี้จะเริ่มซื้อใบแดงเพื่อนำมาเขียนชื่อ นามสกุลและวันเดือนปีเกิดของผู้ที่ชง ราคาชุดละ 100 บาท 

จากนั้นนำชุดไหว้ไปไหว้เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ย จุดธูปสามดอกและขอพรให้ชีวิตปีนี้มีแต่ความราบรื่น ขั้นตอนนี้อยากจะขออะไรก็ตามแต่ใจศรัทธา นำชุดไหว้มาปัดตั้งแต่หัวจรดเท้า 12 ครั้ง นำชุดไหว้มาถวายด้านหน้าองค์เทพเจ้าไท่ส่วนเอี๊ย เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น กลับบ้านแบบสบายใจได้เลย

ที่ตั้ง: 423 ถ.เจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

https://goo.gl/maps/QfD3gjTv4deDgV4aA

เบอร์: 02-222-3975

ศาลเจ้าพ่อเสือ

อีกหนึ่งสถานที่แก้ชงเด็ดในกรุงเทพที่สายมูต้องรู้จักได้แก่ ‘ศาลเจ้าพ่อเสือ’ ตั้งอยู่ถนนบำรุงเมือง ชาวจีนเรียกว่าศาลเจ้า ‘ตั่วเหล้าเอี้ย’ หรือศาลเทพเจ้าใหญ่ สำหรับการแก้ปีชงที่นี่นั้นง่ายดายมาก เพราะจะมีชุดไหว้สำหรับแก้ปีชงไว้ให้จับจ่ายเสร็จสรรพ 

ในชุดจะประกอบด้วยชุดปัดตัว ไม่ว่าจะพระเอี่ยนเทียนส่องเต่ เจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ขั้นตอนอันดับแรกหากมีเครื่องถวายให้นำเครื่องไปถวาย เช่น หากนำหมูสามชั้น ไข่ และข้าวมา ให้นำไปถวายโต๊ะเจ้าพ่อเสือ จากนั้นจุดเทียนแดงสองเล่มและธูปทั้งหมด 18 ดอก โดยจะนำไปปักตามจุดต่าง ๆ ทั้งหมดหกจุด จุดละสามดอกดังนี้

1.กระถางทีกงเทพยาดาฟ้าดินด้านหน้า

2.กระถางตรงกลาง ตั่วเหล่าเอี้ยกง

3.กระถางเจ้าพ่อเสือทางซ้าย

4.กระถางเทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าโชคลาภและรวมทั้งหมด 

5.กระถางองค์รักษ์เจ้าพ่อขวามือ 

6.กระถางองค์รักษ์เจ้าพ่อซ้ายมือ

ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า

ปิดท้ายกันทริปแก้ชงกันที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า แถวถนนเยาวราช ที่นี่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพรที่อัญเชิญมาจากประเทศจีน 

หลังจากสักการะเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ก็สามารถแวะไปบริจาคเงินที่โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ ถือว่าได้ทำบุญแบบครบถ้วนทุกรูปแบบสมกับการแก้ปีชง 

สรุป

ปีใหม่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่บรรดาสายมูพลาดไม่ได้เลยคือการแก้ปีชง สำหรับปี 2021 ปีชงแบบชงเต็ม ๆ 100%ไม่แบ่งใครเลยยกให้เป็นปีมะแมหรือปีแพะ ส่วนปีที่ชงร่วมตามมากันติด ๆ ได้แก่ ปีฉลู ปีมะโรง และปีจอ 

หนทางทำบุญเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ให้ชีวิตสดใสก็มีทั้งการไปกราบไหว้พระธาตุประจำปีนักษัตรแต่ละปี และถ้าอยากแก้ชงเสริมให้เป๊ะกว่าเดิม เราก็มีลิสต์ 3 วัดดังสำหรับแก้ชงในกรุงเทพฯ มาฝากกันด้วย บอกเลยว่าที่ที่เราคัดมามีขั้นตอนการแก้ชงให้ทำตามกันได้แบบง่าย ๆ ชัด ๆ ทำตามได้สบายเลยค่ะ

ถ้าหลังจากไปทำบุญแก้ชงกันแล้ว อยากจะหาเครื่องรางมาพกติดตัวเพิ่มสิริมงคล ก็เข้ามาเลือกกันได้เลยที่ Kaidee.com เรามีเครื่องรางทั้งไทยและเทศให้เลือกกันทุกศาสตร์ ทุกแขนง อยากเสริมดวงด้านไหน ก็ไปเลือกกันเลยเต็มที่! 

6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

อยู่คอนโดมานาน บางครั้งเราก็อาจรู้สึกเบื่อกับการตกแต่งเดิมๆของห้องเราได้ ซึ่งการตกแต่งห้องนั้นอาจสร้างความทรงจำต่างๆให้กับเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็แล้วแต่ พอเรามองดูก็จะมีความรู้สึกและอาจมีภาพเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับห้องนี้ ดังนั้นลองมาเปลี่ยนบรรยากาศเริ่มต้นความทรงจำดีๆใหม่ๆให้กับชีวิตของเรา ด้วยการแต่งห้องใหม่กันเถอะ

การแต่งห้องคอนโดต้องเตรียมตัวอย่างไรและเตรียมอะไรบ้าง

หากเริ่มมีความคิดและมีแรงบันดาลใจในการแต่งห้องแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เวลาแต่งจริงๆจะได้ทำได้อย่างสบายใจ 

1.วางแผนเรื่องการแต่งให้ดี

ดูเป้าหมายของการแต่งคอนโดของเราว่าต้องการตกแต่งมากแค่ไหน หากต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่างอาจต้องหาช่างที่ชำนาญมาช่วยทั้งออกแบบและต่อเติม เพื่อความปลอดภัยและความสวยงามตามที่เราคาดหวังไว้

2.ขออนุญาตกับนิติ

การตกแต่งห้องนั้น หากต้องมีการต่อเติมหรือเพิ่ม-ลดส่วนต่างๆ เราต้องถามทางนิติบุคคลก่อนเสมอ หากมีกฎระเบียบห้ามต่างๆ ก็ต้องทำเรื่องยื่นเอกสารต่างๆเพื่อการตกแต่งหรือต่อเติมของเรานั้นเป็นไปได้อย่างราบลื่น ไม่มีปัญหาใดใด    

3.บอกเพื่อนข้างห้อง

เมื่อคุยกับนิติและทำเรื่องขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเริ่มตกแต่งห้อง ต้องอย่าลืมแจ้งกับเพื่อนบ้านก่อน เพราะบางอย่างในการตกแต่งหรือต่อเติมห้องอาจมีเสียงดังรบกวนได้ หากไม่ได้แจ้งไว้ก่อนอาจทำให้เกิดความรำคาญและอาจทำให้ผิดใจกับข้างห้องได้ 

6 สไตล์การแต่งคอนโด

ในช่วงหลายปีมานี้มีสไตล์การแต่งคอนโดเพิ่มขึ้นมากมาย โดยบางรูปแบบก็มีแรงบันดาลใจจากยุคสมัยก่อนหรือบางรูปแบบก็เน้นความสะอาด ดูโล่งตา ซึ่งในบทความนี้เรามี 6 รูปแบบที่เป็นที่นิยมและแต่งตามได้ในสไตล์ของเราเอง 

1.Modern

สไตล์แรกนี้เป็นเหมือนสไตล์พื้นฐานของการแต่งบ้านหรือคอนโดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเน้นให้อารมณ์ความหรูหรา สุขุม และทันสมัย ซึ่งบ้านหรือคอนโดสไตล์นี้ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดของชั้นที่กว้างขวาง มีกระจกบานใหญ่เป็นหน้าต่างหรือกำแพง เพื่อทำให้บ้านดูโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด

ส่วนห้องคอนโดที่จะออกแบบสไตล์นี้ จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบไปในทางเดียวกัน โทนสีก็เช่นกัน ตั้งแต่กำแพง สีเฟอร์นิเจอร์ สีของแสงไฟ ก็จะให้ความทันสมัยที่มีความสะดวกสบายอยู่ด้วย ถ้าใครคิดไม่ออกว่าแต่งห้องสไตล์ไหนดี ห้องสไตล์ Modern นี้เหมาะกับการเริ่มต้นแต่งห้องมากๆ

2.Minimal

น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ถือเป็นคอนเซ็ปต์สำคัญของการแต่งห้องแบบมินิมอล โดยสไตล์นี้จะให้อารมณ์ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยกิมมิคของความทันสมัย ดังนั้นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

เฟอร์นิเจอร์ส่วนมาก ภายนอกจะดูเรียบๆ แต่ช่องหรือส่วนของการเก็บของนั้นจะมีหลากหลาย ทำให้เก็บของได้มาก ทำให้ห้องของเราดูโล่ง กว้างและมีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น 

โทนสีของห้องก็เช่นกัน จะมีความเรียบ สะอาด และคุมโทน ส่วนมากจะใช้เป็นสีเบจ สีขาว สีดำ ไม่ก็สีเทา ดังนั้นใครที่แต่งห้องไม่เก่งก็ลองเลือกสไตล์มินิมอลนี้ไปลองแต่งดูได้ เพียงแค่เลือกสีที่ไในทางเดียวกัน และใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีเฉพาะที่จำเป็นและเลือกชิ้นที่สามารถเก็บของได้มาก 

3.Retro

ใครที่เบื่อๆไม่อยากได้สไตล์ที่เรียบง่าย ให้ลองดูสไตล์ห้องแบบ Retro นี้เลย เพราะห้องสไตล์นี้จะให้อารมณ์ของยุคเก่าๆ ตั้งแต่ช่วงประมาณยุค 60 ที่จะเน้นความสนุกสนานให้การเลือกสีสันต่างๆมาใช้ ทำให้ห้องสไตล์นี้มีสีสันที่โดดเด่น บางครั้งอาจจะดูฉูดฉาด แต่ก็มีความเข้ากันอยู่  

สนุกสนาน มีชีวิตชีวา เป็นหลักในการออกแบบห้องสไตล์ Retro นี้ดังนั้นหากเบื่อสีเบจ ขาว เทา แนวเดิมๆ ก็ลองใช้สไตล์นี้มาเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้ ทำให้เรามีความสดชื่นสดใสเหมือนย้อนวัยเด็กอีกครั้ง เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ก็จะเน้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันเข้ากับตัวห้อง 

4.Contemporary

สไตล์นี้จะมีความใกล้เคียงกับสไตล์ Modern แต่สิ่งที่แตกต่างและเป็นจุดเด่นของสไตล์นี้คือการเน้นพื้นที่มากกว่าเน้นสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ หรือลวดลายแบบสไตล์ Modern 

ความเรียบง่ายยังคงเป็นจุดหลักของการแต่งห้องนี้เช่นเดียวกับสไตล์ Modern แต่พื้นที่ขงการใช้สอยนั้นจะมากกว่า การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มีลวดลายมากมาย รูปทรงที่นิยมคือทรงเรขาคณิตต่างๆ สีสันก็จะอยู่ในกลุ่ม ขาว ดำ หรือโทนเรียบๆ 

พื้นจะเป็นพื้นเรียบๆ อาจเป็นลายไม้หรือพื้นไวนิล หรืออาจเป็นพรหมสีเบจหรือสีเทาที่ช่วยเพิ่มความสบายเวลาเดิน 

5.Traditional

สไตล์แห่งความอบอุ่น สบาย และค่อนไปทางย้อนยุคหน่อยๆ ซึ่งห้องนี้ไม่ว่าใคร จะช่วงอายุไหนก็แล้วแต่เมื่อเข้ามาอยู่ก็จะรู้สึกถึงความสบายทั้งกายและใจ

เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จะไม่เน้นศิลปะที่เป็นสมัยใหม่ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีเป็นเหล็กต่างๆ ซึ่งขอบและมุมของเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากจะไม่ความมนไม่เป็นเหลี่ยม สีจะเป็นสีเรียบๆ โดยจะอยู่ตรงกลางระหว่างอ่อนและเข้ม แสงไฟในห้องก็มักจะเป็นแสงที่มีสีอ่อนๆ ไม่เป็นไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าแบบทั่วไป 

บางครั้งเราอาจะใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาตกแต่งในห้องสไตล์นี้ได้ เครื่องครัวก็เป็นเครื่องแก้วต่างๆอาจมีลวดลายจีนผสมอยู่บ้าง เช่นแจกันลายจีน โดยรวมแล้วห้องสไตล์นี้อาจต้องศึกษาให้ละเอียดสักหน่อย เพื่อความเข้ากันของตัวห้อง สีสัน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหากคุณทำได้ล่ะก็ ห้องนี้จะเป็นห้องที่น่าอยู่มากทีเดียว  

6.Vintage

สไตล์วินเทจเป็นสไตล์ที่อาจถูกใจหลายๆคน ซึ่งสไตล์นี้จะมีความเก่า ย้อนยุค แต่ก็จะมีความขลังและสวยงามในตัว และบางครั้งก็จะมีกลิ่นอายของวัยเด็กที่เราเคยได้อยู่ในบ้านที่มีบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ในยุคสมัยก่อน แต่ก็ไม่ใช่เก่ากึกจนผุพัง อาจจะประมาณ 30 – 50 ปีที่มีสภาพดี ส่วนการใช้งานนั้นบางคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญนัก เพราะบางชิ้นที่เป็นไฟฟ้า อาจมีการเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ แต่ภายนอกยังดูสวยงาม 

ดังนั้นเวลาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ต้องเลือกให้ดี แนะนำว่าเลือกซื้อของโบราณที่มีราคาและมีสภาพสวยงาม จะทำให้ห้องเราดูแพงขึ้นได้อีกด้วย หรือบางครั้งเราอาจใช้ของ Hand-made มาร่วมตกแต่งด้วยก็ได้ แต่อย่าลืมเลือกชิ้นที่มีสไตล์ออกแนววินเทจด้วย จะได้เข้ากับห้องสไตล์วินเทจของเรา  

สรุป

ไม่ว่าจะตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็ตามแต่ สิ่งที่สำคัญคือการเลือกสี รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงกับความต้องการของเรา บางครั้งอาจไม่ต้องกำหนดเป็นสไตล์ขึ้นมาก็ได้ แต่ให้มีโทนของสี และแนวของรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อเวลาตกแต่งเสร็จแล้ว ห้องก็จะมีความเข้ากันและน่าอยู่มากขึ้น

หากอยากลองหาเฟอร์นิเจอร์สวยๆเตรียมไว้ก่อนล่ะก็ ลองมาดูที่ Kaidee ได้เลย เรามีหมวด เฟอร์นิเจอร์ให้คุณได้เลือกชมของที่จะนำมาตกแต่งห้องมากมาย ไปดูกันเลย